ตะวันกินดวง

ตอนที่ 9 : ตะวันกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

หล่อนจะแก้อาการผิดปกติของสามีไฮโซอย่างไรดีหนอ ที่สุดภูวนัยก็เปิดออกมาจากปากเขาว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกัน พูดง่ายๆคือเขาเป็นเกย์ สะดุ้งและสะเทือนรวมทั้งเจ็บปวดในหัวใจที่คนที่หล่อนรักมานานและอยู่ด้วยกันฉันท์ผัวเมียเขาจะมีความต้องการแบบนี้

 

สรญาต้านทานไม่ได้ความรู้สึกของเขากับความต้องการมันสวนทางกับหล่อนแน่ ทำไมเป็นอย่างนี้หนอ ถ้าหล่อนรู้สึกนิดจะไม่พลาดถลำเลย ก็ตอนนั้นภูวนัยเขาไม่ได้แสดงออกมามาก ที่สำคัญเขาหล่อเหลามีมาดเป็นผู้นำ มีความเป็นผู้ชายทั้งแท่ง แต่กลับกลายว่าเขามาเบี่ยงเบนอย่างนี้ โอ๊ย  สรญากลุ้มใจจนไม่รู้จะกลุ้มใจอย่างไร ยังไม่กล้าบอกพ่อแม่บอกไปทำไมเรื่องนี้ มันอับอายนัก พ่อแม่คงสงสารหล่อนอย่างมาก

แต่ที่หล่อนสงสารมากที่สุดคือลูกชายที่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย ที่พ่อมาเป็นแบบนี้

 

เก็บไว้ให้ลึกสุดใจ สรญาคิดเช่นนั้น  หล่อนคงตามไปแก้ไขชีวิตของเขาไม่ได้ เขาบอกว่าเหมือนชีวิตที่ถูกสาปเอาไว้  ตัวเขาเองไม่คิดจะแก้มัน เขาคงแก้ไม่ได้ เขาถึงยอมรับแบบนั้น   นี่มันอะไรกันหนอชีวิตหล่อนถึงโหมประดังเอาแต่ความทุกข์เข้ามาใส่

 

และที่แน่นอนในเวลานี้ ความสัมพันธ์ของหล่อนกับภูวนัยอาจจะเปลี่ยนไป อาจจะไม่ได้นอนห้องเดียวกัน เพราะหล่อนมารับรู้แล้วว่า เขาไม่ได้ชอบหล่อนเลย เขาไม่ชอบผู้หญิงที่นอนด้วยกันทุกครั้ง คงจะทนนอน มิน่าละเขาถึงรีบนอนไวและหลับสนิทเร็วมาก ทั้งๆที่หล่อนเป็นเมียบางครั้งมีความต้องการ หล่อนเจ็บปวดทรมานเหมือนกันนะ กับสามีไม่เคยทำการบ้านเหมือนอย่างคราวก่อน

 

ไม่เป็นไร รู้เหตุผลเขาแล้ว  หล่อนคงกัดหฟันและอดทนต่อสู้เพื่อลูก ผู้ชายคนใหม่หรือ     ภูวนัยเปิดทางให้หล่อนอย่างมาก   หลังจากที่คุยกันแบบเปิดอกเขาจะยินดีอย่างมาก หากหล่อนไปพบเจอผู้ชายคนใหม่ที่ดีมากกว่าเขา

 

มันยังไม่ง่ายนขนาดนั้นหรอก มันต้องลืม อาศัยการลืมให้หมดก่อน แต่จะลืมได้นานแค่ไหน

 

 

ในที่สุดหล่อนต้องมาบอกเทย่าหรือนลินีในวันนี้และคราวนี้ด้วย

 

"ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเทย่าและเขาบอกฉันทั้งหมดแล้ว"

 

นลินีถอนใจไม่ผิดตาดจากที่เธอเล่าให้เพื่อนฟัง

 

"ฉันก็บอกเธอตั้งนานแล้ว มันผิดคาดไหมล่ะ"

 

"ไม่ผิดหรอก เรื่องจริง"

 

"ฉันคงจะห่างจากเขา แต่เรายังอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อาจจะแยกห้อง มีเพียงลูก อยู่เพื่อลูก"

 

นลินีรับฟังเพื่อนที่เกิดปัญหาในเรื่องนี้     เธอก็ปลอบใจพยายามให้สรญาหักใจในเรื่องนี้เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว

 

"ผู้ชายสมัยนี้ก็แปลกๆแบบนี้มีเยอะที่เขาไม่เปิดเผยกัน"

 

"นั่นสินะ ฉันก็หลงรักผู้ชายรูปหล่อเหมือนกัน"

 

นางหมายถึงสามีที่กำลังจะกลายเป็นอดีต

 

"บำบัดหรือให้หมอตรวจดูสภาพจิตใจของเขา มันพอจะหาทางแก้ไขได้หรือเปล่า ฉันก็ไม่แน่ใจนะ ญา  ลองดูสิ"

 

สรญาส่ายหน้า

 

"คงไม่มีทางหรอก เทย่าเขาจมชีวิตไปครึ่งหนึ่งแล้ว ฉันเองก็นึกสงสารเขาเหมือนกันนะ ที่เขารู้สึกทรมานเหมือนกันที่ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงทั้งๆที่เขารักชอบพอผู้ชาย"

 

นลินีรับฟังปัญหาของเพื่อนเหมือนเคย

 

“ฉันน่าเฉลียวใจตั้งนานแล้วล่ะ ที่เขาบอกว่า นัดเพื่อนหรือกลับดึก"

 

จะบ่นพูดไปในเรื่องอดีตคงไม่เกิดประโยชน์ แต่สรญาก็เพิ่งฉุกใจคิด

 

"เอาเถอะ เมื่อเป็นแบบนี้ก็หาทางแก้ต่อไป หรือเธอจะจมปลักอยู่กับเขาอีก ทั้งที่เจ็บปวดและทุกข์"

 

“ยังหรอกฉันเห็นแก่ลูก เขาก็เปิดทางนะ ให้ฉันคบกับใครก็ได้ผู้ชายคนอื่นแต่ฉันยังห่วงลูก"

 

 ภูวนัยรู้ว่าจิตใจเขาเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว นับตั้งแต่จำความได้ ห้าหกขวบ  เขาถึงทรมาน มันเป็นโลกที่แปลกแยกแต่อยู่บนความจริงในโลกนี้ รวมทั้งพฤติกรรมและความรู้สึก  บิดามารดาไม่เคยสังเกตเห็นอาการแบบนี้  เพราะเขาเหมือนเด็กชายคนหนึ่งที่ปกติ เพิ่งจะรู้ว่าแอบชอบผู้ชายด้วยกันก็ตอนเรียนชั้นประถมห้าไปแล้ว   ด้วยครอบครัวที่เป็นนักธุรกิจค่อนข้างที่จะกีดกันหรือไม่เห็นด้วยกับเพศที่สาม   ทำให้เขาต้องกดหัวตัวเองซ่อนอยู่ในหลืบไม่กล้าเผยความจริง  จึงกลายเป็นอีแอบอย่างที่ไค้เห็นในปัจจุบัน

 

เมื่อตอนโตถึงวัยทำงานเป็นผู้บริหารนักธุรกิจ เขาจึงเที่ยว และเที่ยวไปมีอะไรกับผู้ชายเพื่อบำบัดความต้องการของตัวเองผ่านมาแล้วหลายคน ใช้เงินซื้อความสุข  นอกจากธนิตก็ยังมีคนอื่น  ธนิตเป็นผู้ชายที่เขาติดใจคนหนึ่ง  แต่ตอนนี้เขาโละธนิตออกไปแล้ว เพราะความปากมาก นิสัยไม่ดี  อีกทั้งละโมบ 

 

ภูวนัยมาทรุดนั่งอีกครั้ง ในย่านสีสม เบื้องหน้าคือโต๊ะและเหล้า  เขากินไปเรื่อยๆ ในกลุ่มเพื่อนแวดวงสีม่วงด้วยกัน ที่รู้จักผ่านการมาออกกำลังกายที่สวนลุมพินีหรือฟิตเนส  พอพบเห็นก็ทักทายกัน  ค่ำสนิทตอนนี้สองทุ่ม เขายังไม่กลับบ้าน ในเมือสรญารู้ความจริงแล้วเขาแอบสงสารหล่อนเหมือนกัน

 

เขายอมรับเลยว่าตัวเองผิด แต่การแต่งงานก็เป็นความต้องการของพ่อแม่ด้วย   เมื่ออยู่ในกลุ่มแล้วเขาไม่เกิดอาการเกร็ง เพราะพูดจาภาษาแบบเดียวกัน รสนิยมเหมือนกัน   เขาใช้สามารถมองไปที่เด็กเสิร์ฟผ่านไปมา ดูหน้าตาคนเหล่านั้น สลับกับมองบนเวทีที่มีดาวเต้นอะโกโก้ชายหลายคนเดินวนเวียนอยู่รอบเสากลม เมื่อเพลงบรรเลงก็เต้นไปตามลีลาจังหวะคนเหล่านี้สวมกางเกงในสีขาวเป็นแบบจีสตริง  มีห่อหมกปกปิดอยู่เบื้องล่าง และอวดแผงอกที่กำยำของแต่ละคน บางคนก็บอบบางไม่มีแผงอก

 

ภูวนัยมองดูแล้วเพลินเพลินใจในเมื่อมันเป้นความชอบของเขา   ภามถูกหนุ่มใหญ่จับจ้องสายตามาทางเขา สักพักนั้นก็มีเสียงกระซิบจากคนดูแลว่า มีแขกโต๊ะโน้นต้องการคุยกับเขาเลือกเขามานั่งด้วย

 

"ครับ"  ภามพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปหาลูกค้า ยกมือไหว้สวัสดี

 

"สวัสดีครับ"

 

อีกฝ่ายเงยหน้ามองยังไม่ยอมในตอนแรก แต่ถามก่อน

 

"เป็นไงบ้างเรา กินเก่งมั้ยเรื่องเบียร์กับเหล้า"

 

“ไม่ครับ ผมไม่ชอบทาน"

 

"เหรอ ดีนะ ไม่ต้องมาทรมานกับการเป็นโรคภัยในอนาคต" น้ำเสียงนั้นชื่นชม และท่าทางเขาเป็นผู้ดีและเป็นผู้ใหญ่ที่มีมาดดีอบอุ่นอ่อนโยน   ภามเมื่อเขาลูกค้าเป็นมิตรเขาก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรด้วย  ลูกค้าในร้านนั้นมีหลายประเภท ก็หลากพ่อพันแม่เหมือนพนักงานเต้นในร้านก็เช่นกัน  ทุกคนมาจากหลากหลายนิสัยใจคอ พื้นเพเดินล่นมาจากต่างจังหวัดทั้งนั้น มาเสี่ยงโชคขุดทองในเมือวกรุง

 

"นั่งคุยไปเรื่อยๆเถอะ   รู้สึกเหนื่อยมั้ย" หนุ่มใหญ่ที่เรียกเขามาเป็นเพื่อนด้วยถาม

 

"ไม่ครับ ชินแล้ว"

 

"มาทำงานนานแล้วหรือยังเรา ไม่ค่อยคุ้นเลย"

 

ที่จริงถามเข้่มาทำงานได้นานพอสมควรแล้วเป็นเพราะแขกคนนี้ไม่ค่อยจะมาเที่ยวหรือนานๆมาเที่ยวครั้งหนึ่ง แต่ส่วนมากเขาจะไปร้านอื่นมากกว่า  จึงถามในเรื่องที่ทำให้ภามงง แต่ภามก็พยักหน้าตอบครับเอาไว้ก่อน

 

 

"เรียนด้วยหรือ"

 

"เรียนครับ"

 

"ที่ไหน"

 

"เอ้อ " เขาตอบชื่อสถานที่ศึกษา

 

"ไม่เลวนี่เก่งมากสู้ขยันใฝ่หาความรู้  ถ้าจบแล้วจะทำงานอะไร"

 

"ยังไม่แน่ใจครับ"

 

"แล้วเลือกเรียนยังไง"  ดูเหมือนอีกฝ่ายถามด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก เหมือนซักประวัติ บางครั้งภามรู้สึกอึดอัดเช่นกันกับแขกที่ถามแบบนี้

 

หากแต่ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วโมงครึ่งเต็มๆที่ภามได้นั่งกับแขกคนนี้ที่เหมือนเขาจองตัวภามเอาไว้ และภามก็ได้ค่านั่งดริ๊งจากแขกหลายดื่มเหมือนกัน ลงท้ายเบ็ดเสร็จในคืนนั้นเขาพึงพอใจในตัวของภามร่างกายที่บึกบึนไม่อ้อนแอ้นเหมือนผู้หญิงแบบผู้ชายบางคน  เขาจึงขอออฟตัวภามไปด้วย

 

ภามตกใจเมื่อทราบอย่างนั้นแต่มันเป็นอาชีพที่เขาเลือกไม่ได้และปฏิเสธลูกค้าไม่ได้ ลองเขาปฏิเสธลูกค้าจะถูกทางร้านหักเงินค่อนข้างมาก จึงตอบรับและจำใจไปกับลูกค้า ทั้งๆที่เขาคิดว่าเลิกงานคืนนี้จะกลับไปนอนพักเพื่อเอาแรงเรียนหนังสือต่อในวันพรุ่งนี้

 

ภามก้าวตามนักเที่ยวหนุ่มใหญ่ใบหน้าสะ อาดเกลี้ยงกลาจัดว่าหน้าตาดีมาก แต่เขาดูนิ่งและขรึม ขณะที่ภามอ่อนวัยกว่าเขาอย่างมาก น่าจะวัยรุ่นหลานของเขาได้ เพราะขาอายุสิบแปด   หนุ่มใหญ่ผู้นี้น่าจะสามสิบกว่า  ครั้นเมื่อเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่ที่หนุ่มใหญ่ผู้นั้นบอกจุดหมายปลายทางถึงโรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณงามดูพลี ที่อยู่ในซอยลับตา

 

ภามรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งแรงเต้นของลมหายใจของเขามีตลอดเวลา เหมือนเลือดนั้นสูบฉีด  เมื่อต้องออกมากับลูกค้าเหมือนกับหาประสบการณ์อย่างหนึ่ง  แม้มันจะแปรเป็นเงินทองที่เขาได้รับ และอีกอย่างนั้นหมายถึงทิปส่วนตัวจากลูกค้าที่ให้เป็นพิเศษ เขาเคยผ่านการหลับนอนกับลูกค้ามาหลายรายแล้ว ทั้งลูกค้าญี่ปุ่น และลูกค้าสิงคโปร์ ชาวจีน  หรือแม้แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นบางคนที่มีรสนิยมชอบเกย์ไปบำบัดความใคร่ก็มีอยู่หลายครั้ง

 

ถึงโรงแรมม่านรูดกึ่งรีสอร์ตค่อนข้างหรูแล้ว  โชว์เฟอร์จอดรถ ภามจึงก้าวลงมาพร้อมกับลูกค้า  ลูกค้าหนุ่มใหญ่พาเขาก้าวเดินไปข้างในพร้อมแจ้งจำนงต้องการใช้บริการห้องที่ดูหรูแห่งนี้ มิใช่โรงแรมเกรดต่ำ  แต่ระดับห้าดาวทีเดียว

 

"เคยมาบ้างมั็ย” ลูกค้าหนุ่มใหญ่ที่พึงพอใจในรูปร่างของเขาเอ่ย

 

"เคยครับ"

 

"งั้นรู้สินะว่าจะต้องทำยังไง"

 

"ภามพยักหน้า  เมื่อก้าวเข้าไปในห้องที่เตียงกว้างจัดตบแต่งอย่างสะอาด มีความหรูและคลาสสิกอย่างมากส่งต่อบรรยากาศการมีเพศสัมพันธ์

 

"อาบน้ำก่อน"  ลูกค้าหนุ่มใหญ่เอ่ยบอกเขา

 

"ครับ"  เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วด้วยกายที่ล่อนจ้อน  เปล่าเปลือย ไม่มีส่วนปกปิด กับผู้ชายด้วยกันที่ภามไม่รู้สึกอาย เพราะเขาเคยผ่านการรับแขกมาแล้วหลายคนจึงดูว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสำหรับผู้หญิงเขาจะรู้สึกอายมาก  ภูวนัยมองไปที่ก้นขาวๆของเด็กหนุ่ม ไหล่ที่แข็งแรงแกร่ง หน้าท้องที่แบนราบไม่มีไขมัน เหมือคนดูแลสุขภาพและรักษาหุ่นอย่างดีมีแผงกล้ามเป็นมัดบึกบึนดี   สเปกต์ของภูวนัย เขาต้องตาเด็กหนุ่มคนนี้มานานแล้ วนอกจากใบหน้าที่สะอ้านดูเกลี้ยงเกลา ความหล่อเหลา และความสะอาด

 

เด็กหนุ่มดูเหมือนจะเป็นคนเงียบไม่ค่อยพูด ซื่อๆดีเขาชอบ   เพราะเขาไม่ชอบคนเรื่องมากรู้มาก

 

ทีนี้่เป็นตาของภูวนัยบ้างที่อาบน้ำชำระกายก่อนจะเดินเปลือยเปล่าออกมาในห้องน้ำอีกครั้งด้วยผ้าขนหนูพันกาย อวดความขาวของแผงอกท่อนแขนและขา เขาเป็นคนที่มีรูปร่างดูสมส่วน ไม่อ้วนไม่ผอม  จัดว่าดีทีเดียวแบบสมบูรณ์ แม้จะลงพุงนิดหน่อยเพราะติดการดื่มเหล้าเบียร์

 

นามทีนี้ภามรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา   เด็กหนุ่มทรุดตัวลงบนเตียงกว้างปูด้วยผ้าสีขาวสะอาด  ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของหนุ่มใหญ่จดจ้องมาที่เขา เลื่อนมือไปแตะที่บ่า  ก่อนทีจะโน้มใบหน้าแตะที่แก้มของเขาจูบปากและไซ้ไปที่ลำคออย่างคนชาญชำนาญ ภามรับรู้กับกระแสนี้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้าที่ผ่านมาก็ทำกับเขาแบบนี้ เขาไม่เป็นจนกระทั่งต้องเป็นเมื่อลูกค้าสอน และเคยคุ้นเมื่อออกไปกับแขกหลายครั้ง ทำให้พอเป็นงานบ้าง

 

ความรู้สึกในกายไหวหวิว อย่างไม่อาจห้ามและปฏิเสธความต้องการได้เมื่อลมหายใจเต้นแรง ทั้งๆที่ความรู้สึกของเขาชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  แต่เมื่อถูกเล้าโลมจากผู้ชายที่เชี่ยวชาญแบบนี้เขาก็ยินยอมหมอบราบคาบเช่นกัน  หนุ่มใหญ่ลูกค้าผู้นี้ใช้ลิ้นเก่งมาก แตะไปทุกสัดส่วนของผิวพรรณเขา  ขบกัดที่ติ่งหูดูดนม จับห่อหมกของเขา รูดขึ้นรูดลง  พร้อมกับลากไล้ลิ้นเลียบริเวณจุดเสียวกระสันของสิ่งที่พ่อแม่ให้มา  จนเสียวซ่านไปหมด  ภามไม่ปฏิเสธความต้องการเพราะเขาร้องครวญครางตลอดเวลา  ฝ่ายหนุ่มใหญ่นั้นเหมือนมีชัยยิ้มอย่างคาดเดาได้

"เจ็บครับเจ็บเบาๆ"  เขารู้สึกอย่างนั้นเมื่ออีกฝ่ายได้เล้าโลมไปนานแล้ว ร่างของภามระทวยอ่อนไปหมด ถึงคราวที่หนุ่มใหญ่นำความเป็นชายของเขาแก่นกายนั้นพยายามสอดเข้าบริเวณรูทวาร  จนรู้สึกว่าการขยับเข้าขยับออกทำให้เขาเกิดความเจ็บปวด เพราะสีหน้าเกร็ง หนุ่มใหญ่สลับกับหยิบเอาวาสลีนเจลหล่อลื่นช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

 

เสร็จสมแล้วสำหรับความใคร่เมื่อหนุ่มใหญ่สิ้นสุดความอดทนถึงจุดหฤหรรษ์ที่เขาวนเวียนและถาโถมแตะต้องไปทุกตารางผิวพรรณของภามและภามก็ทำอย่างนั้นให้ลูกค้าบ้างเหมือนกัน เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าเห็นจากสีหน้าที่มีความสุข ที่เขาทำได้เก่งกาจไม่แพ้  และลูกค้ายอมรับกับความหฤหรรษ์ที่เกิดขึ้น ด้วยจุดพีคที่เสียวกระสันจนกอดกันกลมดิก และรัดร่างกันและกันจนเป็นเนื้อเดียว

 

เมือต่างเหนื่อยจนหอบด้วยกันทั้งคู่เหงื่อชุ่มโชกใบหน้าแม้เป็นห้องแอร์ที่เปิดในอุณหภูมิเย็นเฉียบแต่กีฬาบนเตียงที่เนิ่นนานทำให้ทั้งคู่เร่าร้อนพอกัน เหมือนกับว่า สลบและหลับพับคาในอกเช่นเดียวกัน  มีแต่กายเปล่าเปลือยที่มีผ้าห่มปิดร่างเท่านั้น  เพราะภามเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้วได้นอนพักโรงแรมหรูนี้สักคืนก็ดี เพราะเขาทำงานมาตั้งแต่เย็นจวบจนเที่ยงคืน เหมือนเช่นทุกครั้ง ที่บาร์ปิด  แต่นี่เขาออกมากับลูกค้า กินเวลาเนิ่นนานหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับลูกค้า ที่นอนหลับใหลสนิทเหมือนเขา  รุ่งเช้านั้นเมื่อจากลากันอีกครั้งลูกค้าให้ทิปเขาถึงหนึ่งพันบาท ภามตกใจมากแต่ก็รับมันมาไว้กับมือ

"เดี๋ยววันหลังจะมาเจออีก"

 

มีเบอร์โทรมั๊ย"

"มีครับ”  ภามให้เบอร์ลูกค้า  เมื่อเวลาเกือบสิบโมงครึ่งที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน  ก่อนที่ลูกค้าจะลุกไปอาบน้ำและไม่เพียงเท่านั้นหรอก ลูกค้าหนุ่มใหญ่ยังเดินมาสะกิดเขาเช่นเดียวกันให้ไปอาบน้ำพร้อมกัน  ภามนึกออกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น  ก็ตามใจลูกค้าอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเขาต้องการแบบนั้น  ในห้องน้ำกว้างนั้นมีอ้างอาบน้ำสีขาวหรูขนาดใหญ่น้ำสะอาดมีฟองสบู่ ไม่ต้องเดาภาพว่าจะเกิดขึ้นอะไรกับภาม ภามรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เขาเป็นเกย์ที่ต้องการเซ็กส์อย่างมาก  เขาไม่อิ่ม เขาวนเวียนทำอย่างนั้นกับภามในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และยาว ทุกท่วงท่าที่เขาชอบ จัดให้กับภามหมด  จนภามแทบหมดแรงข้าวต้มอีกครั้ง  ลูกค้าหนุ่มใหญ่คนเดิม ยังจะมาบ้า  หยิบเอาแบ็งค์ห้าร้อยส่งให้ในมือของเขาอีก ภามนึกงง เออ ลูกค้ามันมีหลายปนระเภทวะ เขาเคยพบเจอมาแล้วหลายรูปแบบ บางคนเหมือนโรคจิตบางคนก็ปกติธรรมดา

 

หนุ่มใหญ่เข้ามาแตะแต้มที่แก้มและริมฝีปากของเขาอีกครั้งเป็นการจูบลาอย่างดูดดื่ม แล้วก็ขอตัวเดินจากไป   ภามนั้นงงอีกครั้ง บนเตียงนอนเดิม เขายังไม่ลุกจากไป เพราะเพลียจัด มีเวลาอยู่ถึงเที่ยงวันด้วยซ้ำ ก่อนจะบ่ายเขาถึงออกไปได้  หรือจะไปก่อนก็ได้ แต่เขาคิดว่าใช้ให้คุ้มนอนให้คุ้มเพราะลูกค้าหนุ่มใหญ่หล่อเหลาคนนั้น  เขาจ่ายไปเรียบร้อยแล้วด้วยราคาหลายพันทีเดียว    ก่อนที่เมื่อเขาตื่นแล้วคงจะนั่งแท็กซี่กลับเข้าหอพัก  คงไม่ต้องเรียนเรินแล้วล่ะ ถ้าเวลาสายจนป่านนี้ แต่คาบเช้าเขาไม่สามารถเรียนได้ ยังมีตอนบ่ายที่เข้าเรียนได้    ภามก็ตั้งใจว่า กลับไปถึงห้อง คงอาบน้ำอีกรอบแล้วแต่งตัวไปเรียน

 

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #2 ธามธีระ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 16:28

    กลับมาอัพ ตะวันกินเพิ่ม


    เรื่องราวของเพศที่สาม


    ที่มีความหลากหลาย

    #2
    0