ตะวันกินดวง

ตอนที่ 10 : ตะวันกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

"ภาม"  เฟิร์นส่งเสียงเรียกเขาในช่วงบ่ายที่พอทราบที่อยู่ก็นั่งรถแท็กซี่มาหา ภามไม่เคยบอกให้เฟิร์นมาหาในช่วงที่เขาจะเรียนหนังสือ  แต่เพราะความคิดถึงคนรักและเวลานี้เฟิร์นไม่ได้ทำงานเพราะเป็นวันหยุดหนึ่งวัน จึงดีใจมากที่จะได้พบกับคนรักหนุ่ม   จึงได้ตัดสินใจมาหาเขาโดยที่ไม่ได้บอกเขา

 

"เฟิร์น" คำถามแรกที่ถามเอ่ยถึงคนรักด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีนัก เขาเพิ่งตื่นมาอีกรอบที่จริง ยังนอนไม่เต็มอิ่ม  เขาก็เคยบอกเธอไปหลายครั้งแล้วว่า  เวลาที่เขาไปเรียนหนังสือไม่มีเวลาพบกับใคร เขาจะเอาความใส่ใจไปอยู่ที่ตำรา

 

เฟิร์นเองก็ทำหน้าอย่างรู้สึกผิด

 

"เค้าขอโทษนะ ที่ไม่เชื่อตามที่ตัวเองบอก แต่เขาหยุดนี่ เขาคิดถึงตัวเอง เลยมาหา"

 

แค่นั้นคำพูดของเฟิร์น เขาเข้าใจแล้ว จึงถอนคลายโมโห และรู้สึกดีขึ้น

 

"แป้บเดียว ภามอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลงมา"  

"ได้  เค้าจะรออยู่นี้นะ"  เฟิร์นตอบพร้อมด้วยรอยยิ้ม มองคนรักหนุ่มที่เดินลงมาจากชั้นบนแบบสะโหลสะเหลตัวทั้งเดินขึ้นและเดินลงก็สงสารเขา เขาคงทำงานหนักและต้องมาเรียนหนังสืออีก

 

ที่ทำงานของภูวนัย  ในมาดเนี้ยบของนักธุรกิจเก็บซ่อนอาการทุกสิ่ง เขาเป็นคนที่ใครๆมองดูสายตานั้น หล่อเหลาเก่งกาจทั้งเรื่องการงานและการบริหารงานในบริษัทเป็นซีอีโอที่หัวก้าวไกลมีวิสัยทัศน์กว้าง  

 

ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องราวในครอบครัวของเขามากนัก เพราะเขาไม่เคยกล่าวให้ใครฟังพนักงานทีบริษัทคงจะรู้ได้เพียงว่าเจ้านายหนุ่มของพวกเขามีครอบครัว มีภรรยาและลูกแล้ว  ก็ยังเคยเห็นภรรยาของท่านกับบุตรชายแวะมาที่บริษัทอยู่สองสามครั้ง

 

มีพนักงานสาวในออฟฟิศมองเขาด้วยสายตาที่ชื่นชมมาแล้วหลายคน เป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ  เพราะทั้งหล่อทั้งเฟอร์เฟกต์ไปหมด เพียงแต่ลับแลลึกบานด้านในเขาไม่เคยเปิดออกให้ใครเห็นหรือกะเทาะให้เห็นว่าข้างในเปลือกมีอะไร แต่ว่า สรญากะเทาะออกไปแล้ว  และเขาก็เปิดปากบอกหล่อนสารภาพในความจริง เขาไม่อยากให้หล่อนทุกข์ทรมานต่อไป ที่เขาทุกข์อยู่นี้ก็เพียงพอแล้วสายตานั้นยิ่งดวงตาคมกริบ แต่ดูอ่อนโยนแบบมีเสน่ห์ แต่บางทีก็คุ้มดีคุ้มร้ายมาเหมือนกัน

 

มีโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นมือถือส่วนตัวของเขา ใครอุตริโทร.มาหาเขาในเวลาทำงานี่อีก พอ ภูวนัยเหลือบสายตามองแล้วก็รู้ว่าเป็นธนิต ผู้ชายที่เขาอยากตัดขาดไปแล้วเขาไม่แยแสมันอีกต่อไป  จึงกดตัดสายทิ้ง

 

ธนิตโมโหมากเขาคิดจะง้องอนคุณภูวนัยในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เขาจะมาสารภาพผิดคิดว่าให้คุณภูวนัยอภัยให้เขา  และกลับมาดีเหมือนเดิม เขาเชื่อว่าภูวนัยกับเขาเหมือนวัวเคยขาม้าเคยขี่ แม้ว่าเขาจะทราบดีว่าภูวนัยมีความสัมพันธ์กับใครหลายคน โดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีสะอาดสะอ้านนั่นคือสเปกต์ของหนุ่มใหญ่ที่มีอารมณ์เซ็กส์วิปริต ภายใต้ท่วงท่าสง่างามขรึมระดับผู้บริหาร 

 

ไม่เป็นไรหรอก เขามีทีเด็ดมากกว่านั้น  คลิบไงล่ะเขาไม่โง่หรอกที่จะแอบติดตั้งกล้องไว้เพื่อจะแบล็คเมล์คู่ขาในภายหลัง นี่คือไพ่ใบแรกที่เขาจะใช้กับคุณภูวนัย ซีอีโอหนุ่มนักธุรกิจหมื่นล้าน ที่มีธุรกิจของครอบครัวมากมายและแตกย่อยเป็นสาขาเล็กสาขาน้อย

 

ธนิตมองด้วยความคาดหมายเมื่อถูกปฏิเสธ ไม่เป็นไร คราวนี้จะส่งภาพทั้งหมดลงไปที่แมสเสจเพื่อจะทำให้อีกฝ่ายตกตะลึงและยอมเสียค่าปิดปากให้แก่เขา ที่จะไม่นำภาพลับส่วนตัวนี้ไปเปิดเผยลงในโซเซียลสาธารณะชนหรือยูทูบ    เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับไอ้ธนิต   เมื่อคิดจะไม่แยแสเขาแล้วก็ตาม เขาไม่สนแต่ขอเงินจำนวนมากที่เขาต้องได้จากภูวนัยไม่งั้นได้ดังเป็นข่าวฉาวในโชเชียลแบบไม่มีการปิดบังตัวตนเพราะภาพมันเด่นชัดลีลาท่าทางของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่  ดังระเบิดระเบ้อแน่นอนทั่วโลก


เมื่อภามลงมาอีกครั้งในชุดแต่งกายที่เรียบร้อยเขาเตรียมพร้อมที่จะเข้าเรียนในช่วงภาคบ่ายด้วยและก็ให้เวลาแก่คนรักสาวประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง นี่เขาเผื่อเวลาแล้ว อาจจะน้อย เพราะเขามีเรียนในช่วงสี่โมงเย็น

 

เฟิร์นดีใจที่คนรักพาเธอไปเลี้ยงอาหารมื้อหนึ่งใกล้ที่พักของเขาคือซอยถัดไป

 

“โกรธเฟิร์นใช่มั้ยที่มาหา"  เธอถามเพื่อดูและสังเกตความรู้สึกของเขา

 

"ไม่หรอก ภามเ้ข้าใจเฟิิร์นต่างหาก เราไม่มีเวลาให้กันเลย และนี่เป็นวันหยุดของเฟิร์น  ภามเข้าใจ"

 

เธอดีใจที่เขาเข้าใจในตัวเธอ

 

"ช่วงนี้เรียนหนักมั้ย"  เธอถามเรื่องการเรียนของเขา

 

"ก็หนักนะ  ยิ่งเวลาให้กับการเรียนน้อยด้วย เทอมนี้จะผ่านสักกี่ตัว"

 

เขาพูดเหมือนบ่นและรู้สึกหนักใจเหมือนกันกับการเรียนเพราะข้อสอบนั้นออกมายากพอสมควร  เทอมก่อนมีวิชาทีเขาต้องซ่อมอยู่ถึงสองตัว  

 

"สู้ๆนะ เฟิร์นจะเป็นกำลังใจให้"

 

"แล้วเรื่องงานของภามล่ะ"   เธอพูดถึงเรื่องนี้ทำให้ภามหยุดชะงัก จะตอบแฟนสาวอย่างไรดีหนอ งานที่เขาเลือกทำในเวลากลางคืน มันไม่ได้ดีมากมายหรอกแค่ช่วยต่อลมหายใจในเมืองกรุงโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินของพ่อแม่ แต่มันถูกหรือผิดเขารู้ว่ามันผิด    แต่บางทีชีวิตคนเรามันไม่มีทางเลือก

 

เขาจึงเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้กับเฟิร์นที่เธออยากจะถามทุกครั้ง

 

"มันเหนื่อยนะเฟิร์น ไม่อยากให้ถามหรอก"

 

"ทำไมล่ะ"   ทำให้เธอยิ่งสงสัยมากขึ้น

 

"ก็ไม่มีอะไร ไม่อยากให้ถาม"  เขาเิริ่มเอ่ยน้ำเสียงตึงๆจนเธอรู้สึกได้

 

“ก็เห็นภามบอกว่า ได้ตังค์เยอะนี่นา"

 

"เยอะก็พอสมควร ภามต้องจ่ายค่าหอ จ่ายค่าเทออม หน่วยกิต  เสื้อผ้ากินใช้อีก   มันก็ดีแบบนี้ ที่ไม่พึ่งเงินพ่อแม่"

 

"ก็ดีสิ ถ้า่ไม่ต้องไปพึ่งเงินทางบ้าน ภามเก่งนะ"

สุดท้ายเธอชมแฟนหนุ่ม

 

เวลายังมีพอ ดีใจที่แฟนหนุ่มพาไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าหน้า่มหาวิทยาลัย   เฟิร์นหน้าบานทีเดียวยิ้มไม่ยอมหุบ เดินตามเขาต้อยๆเพราะเธอไม่คุ้นเคยแถวนี้   ภามเองก็ดูแลคนรักอย่างดี ถามเฟิร์นด้วยว่า

 

"อยากได้อะไรมั้็ยเค้าจะซื้อให้ เสื้อหรือว่ากางเกง"

 

เฟิร์นยิ้มให้ก่อนแล้วตอบ

"ไม่ล่ะของเค้ามีหลายตัวอยู่ เอามาจากบ้านแล้วก็ซื้อแถวตลาดนัดใกล้บ้านเช่ากับเพื่อนๆที่ทำงาน ก็สวยดีนะ น่าใส่ด้วย  ขอบใจภาม  ตัวเองเอาเงินไว้เก็บไว้เรียนใช้จ่ายเถอะ เค้าเริ่มรู้แล้วว่า ข้าวของที่กรุงเทพแพงมากจริงๆ  ถ้าไม่มีเงินคงอยู่ไม่ได้ มันไม่เหมือนบ้านเรา  ที่พออยู่พอกินได้ ไม่มีกินยังสามารถขอตามบ้านเพื่อนญาติได้ แต่ที่นี่ ไม่มีเลย"

 

ใช่ ที่นี่เหมือนอยู่ตัวคนเดียว เมืองใหญ่กว้างขวาง  เท่าที่ภามสัมผัสมากับตัวเอง  เขาเห็นตามด้วยสิ่งที่เฟิร์นเอ่ย  แต่ชีวิตก็ต้องเดินไปข้างหน้า   แม้จะมีความเหงาเป็นเพื่อน

 

 

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #3 ธามธีระ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 18:07

    อัพต่อ ตะวันกินดวง

    #3
    0