หอมปรารถนา

ตอนที่ 16 : ไม่ควรอยู่ใกล้กันอีก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 พ.ย. 59



16

"ไม่ควรอยู่ใกล้กันอีก"




“แล้วฉันจะเอาไงต่อเนี่ย...เงินก็อยากได้...แต่...โอ๊ย คิดอะไรเยอะแยะ นายอาชวินรวยจะตาย เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอก...เขาเอาเงินมาแบ่งให้ใช้ยังคิดมากอีกยัยบ๊องเอ๊ย!

แต่แล้วพิมพ์ใจก็อดนึกถึงเพื่อนรักไม่ได้ หากเจ้าหล่อนรู้เข้าว่าเธอไปทำงานให้แฟนเก่าของเจ้าหล่อน แม่จะฉีกอกเธอมั้ยนะ

“บอกมันก่อนดีมั้ย เดี๋ยวถ้ารู้ทีหลังมันจะเป็นเรื่องอื่น ยัยนั่นยิ่งอ่อนไหวอยู่ด้วย”

เมื่อเข้ามานั่งในรถเก๋งคันเล็กของตัวเองแล้ว หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์ของหมอเดียร์ เธอกดโทรออกไปหลายครั้ง แต่หมอเดียร์ก็ไม่ยอมรับสาย

“สงสัยติดงานอยู่แน่เลย”

เธอเงยหน้าผ่านกระจกหน้ารถเพื่อมองตึกสูงของโรงพยาบาล โบกมือบ๊ายบายเพื่อลาเพื่อนก่อนขับรถออกจากลานจอดรถไป

แล้วรถเจ้ากรรมก็ทำพิษ ขับไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น อยู่ ๆเครื่องก็กระตุก ๆ แล้วก็ดับไปในที่สุด

“โอ๊ย  จะมาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย ฝนก็ตกอยู่ด้วยอ่ะ”

ฝนยังพรำอยู่เต็มฟ้า รถราบนท้องถนนก็มีไม่มากแล้ว สถานการณ์แบบนี้ เธอคงพึ่งพาใครไม่ได้นอกจากเขาคนเดียว...ช่างที่วางยารถเธอคราวก่อน!

“ทัด...คือพิมพ์รถเสียอยู่ที่แถวหน้าวัด...”

“โอเค พิมพ์อย่าลงจากรถนะเดี๋ยวผมรีบไป อ้อ ไม่ต้องวางโทรศัพท์ด้วย เปิดทิ้งไว้อย่างนี้แหละ”

หลังจากนั้น เธอได้ยินเสียงเขาสั่งลูกน้องให้เตรียมรถและเครื่องมือดังโหวกเหวกไปหมด 

และเมื่อเขาขึ้นรถกระบะคันยักษ์ของตัวเองแล้ว เขาก็รีบบึ่งรถมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

“พิมพ์มาคนเดียวใช่มั้ย”เขาถามผ่านโทรศัพท์มา  คำถามของเขาทำให้เธอขนลุกเกลียว

“บ้า! ถามทำไม ก็มาคนเดียวสิ จะให้มากับใครล่ะ”

“อย่ามองนอกรถล่ะ เดี๋ยวจะจ๊ะเอ๋กับอะไรเข้า”

“ทัด! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ คนยิ่งกลัว ๆอยู่”



ห้านาทีต่อมา รถกระบะสีดำก็หักเลี้ยวเข้าจอดต่อท้ายรถเก๋งของเธอ ชายหนุ่มลงจากรถแล้วรีบวิ่งมาหาเธอทันที หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถพร้อมร่มหนึ่งคัน

“ผมบอกแล้วว่าให้เอารถเข้าไปเช็คบ้างก็ยังทำเฉย”

“มาถึงก็ด่าเลยนะ”

“เดี๋ยวคุณไปนั่งรถผม ส่วนรถคุณให้ไอ้เอกมันขับไปให้ ผมจะลากไปดูอาการที่อู่ ฝนตกแบบนี้อันตราย”

ลูกน้องอีกคนลงจากรถมาพร้อมเชือกสำหรับลากรถ ชายหนุ่มสองคนช่วยกันจัดการผูกเชือกท่ามกลางละอองฝนเย็นฉ่ำ

หญิงสาวเดินไปยืนใกล้ลูกน้องของเขาแล้วกางร่มให้ เขาเงยหน้ามองเธอด้วยความเคืองปนหมั่นไส้

“ขอบคุณครับซ้อ”

“หืม ซ้ออะไร เดี๋ยวถูกซ้อมหรอก”

“โห นักเลงนะเนี่ย”

ทัดเทพหัวเราะ ก่อนจะยืนตัวตรงขึ้น ความสูงของเขาทำให้เธอต้องแหงนหน้ามองทีเดียว

“ไป ขึ้นรถ”

เขาแตะหัวไหล่เธอ เธอสะบัดไหล่หนี แล้วเดินนำหน้าเขาไปเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะคู่คนขับ

เมื่อเขาขึ้นรถเรียบร้อย เธอถึงได้เห็นว่าผมเผ้าของเขาเปียกโชกไปหมด เธอจึงเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้เขา

“เช็ดหน้าซะ”

แววตาของเขาหวานขึ้นขณะยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหวานไปซับน้ำฝนบนใบหน้าคร้ามจนหมดจด

“ผ้าเช็ดหน้าคุณหอมจัง” พูดแล้วก็เก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองซะงั้น เขาออกรถทันทีเมื่อคันหลังบีบแตรส่งสัญญาณ

ไม่นานนัก เขาก็ลากรถเธอมาถึงอู่อย่างปลอดภัย

“คุณเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองลูกค้าก่อนนะ เดี๋ยวผมดูรถให้ ถ้าอาการมันไม่ไหวจริง ๆก็ต้องทิ้งไว้นี่”

“โอ๊ยแล้วฉันจะกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย”

“ผมไปส่งคุณเองน่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวน เดี๋ยวลองโทรเรียกยัยเดียร์ให้มารับดีกว่า”

เธอพยายามโทรหลายครั้ง แต่นาเดียร์ก็ไม่ยอมรับสายเหมือนเดิม

“ผมก็โทรทั้งวันแล้ว ไม่รับสายเลย ไม่รู้ว่ายุ่งอะไรนักหนา” แต่สีหน้าเขาไม่ได้กังวลอะไรนัก “ไปพักผ่อนก่อนเถอะน่า เดี๋ยวผมสั่งงานลูกน้องแล้วจะเข้าไปคุยด้วย”


พิมพ์ใจยอมทำตามเขาบอกเพราะหมดหนทางแล้วจริง ๆ เธอเข้าไปนั่งในห้องรับรองลูกค้าซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครับครัน ทั้งทีวี ชั้นหนังสือและมุมของว่าง

เธอชงชาคาโมไมล์ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยมานั่งดื่มที่โซฟา เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียด

“โอ๊ยเพลีย อยากนอน” เธอบ่นพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบทีละนิด กลิ่นชาหอมกรุ่นช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

“เฮ่อ..หอมจัง....ชื่นใจดี”

ห้านาทีต่อมา ทัดเทพเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับข่าวร้ายที่เธอไม่อยากฟัง

“ต้องทิ้งรถไว้นี่ก่อนนะ”

“ว๊า แล้วฉันจะเอารถที่ไหนใช้ล่ะ” เธอบ่นครวญ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “จริงสิ ชีโร่ก็ยังอยู่นี่นา”

เขาเดินมาหย่อนก้นนั่งลงข้างเธอ “ใครเหรอ ชีโร่ แฟนเก่าคุณเหรอ”

“อืม....ก็ไม่ถึงกับเป็นแฟนกันหรอก แต่ก็ตัวติดกันตลอดเวลา ไปไหนมาไหนด้วยกันประจำ”

เขาชักสีหน้าไม่พอใจนิด ๆ ทั้งที่มันเป็นเรื่องในอดีตของเธอ

“ไปไหนมาไหนด้วยกันประจำ ตัวติดกันตลอด ถ้าไม่เรียกว่าแฟนแล้วเรียกว่าอะไร”

“เรียกว่า...จักรยานไง”

เขาอ้าปากหวอ ก่อนจะยิ้มออก “จักรยานนี่เอง แล้วคุณจะขี่ไหวเหรอ ระยะทางก็หลายกิโลอยู่นะ”

“ถ้าไม่ไหวฉันนอนที่ร้านก็สิ้นเรื่อง”

“เอารถผมไปใช้ก็ได้”

“รถกระบะคุณเนี่ยนะ”

“ใช่ ทำไมล่ะ หรือว่าคุณอายชาวบ้านที่ต้องขับรถกระบะเก่า ๆแบบนี้”

“อายเพื่อ? รถคุณเจ๋งจะตาย เครื่องก็แรงดี แต่ที่ฉันท้วง เพราะคุณต้องเอารถไว้ใช้งานไง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผมไปรับไปส่งแล้วกัน จบ!

“ไม่จบ! ไม่จบแน่ ๆ  แบบนี้สิที่ต้องอายชาวบ้าน คนจะได้นินทาตาย หาว่าฉันแอบเป็นกิ๊กกะแฟนเพื่อน”

“จะแคร์คนอื่นทำไม ไม่ได้ขอใครกินซะหน่อย”

“ก็ไม่ได้แคร์คนอื่นหรอก แต่แคร์เพื่อนมากกว่า เดี๋ยวหมอเดียร์เข้าใจผิดขึ้นมาจะทำไง เอาเป็นว่าฉันแก้ปัญหาเรื่องนี้เอง คุณไม่ต้องห่วง”

เขาเงียบไป สีหน้าเครียดเล็กน้อย “จะไม่ให้ห่วงได้ไง งั้นผมจะรีบซ่อมรถคุณให้เสร็จเร็วๆละกัน สามวันก็น่าจะเอาอยู่ จริงสิ รถคุณถือเป็นรถคันสุดท้ายของอู่ผมเลยนะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ คุณจะปิดอู่เหรอ”

“อืม มีปัญหากับเจ้าของที่น่ะ หน้าเลือดเกิน ก็เลยว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น อาจจะออกนอกเมืองไปหน่อย ราคาที่ดินจะได้ไม่สูงมาก”

“น่าเสียดายที่ตรงนี้ทำเลดี๊ดี” เธอส่งสายตาเห็นใจเขา ก่อนเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาแล้วส่งให้เขา “ดื่มชาสิคุณ ช่วยคลายเครียดได้ดีเลยนะ”

ทัดเทพมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกมากมาย ก็อย่างที่เพื่อนของเขาพูดนั่นแหละ...ผู้หญิงอะไร น่ารักฉิบเป๋ง...ไม่ต้องสวยเลิศเลอ แต่เธอสวยแบบกำลังดี สวยแบบนี้มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

“อืม...หอมดี เพื่อนซื้อมาฝากหลายวันแล้ว แต่ยังไม่ลองดื่มสักที” ความจริงแค่ได้คุยกับเธอ ได้นั่งมองหน้าเธอแบบนี้ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะแล้ว เขาอยากขอบคุณรถเก๋งของเธอที่ดันมาน้ำมันหมดกลางทางในคืนนี้

ใช่แล้ว...เขาโกหกเรื่องอาการรถของเธอ ความจริงมันไม่ได้เสีย ก็แค่น้ำมันหมด แต่เธอไม่ทันสังเกตเอง ช่วยไม่ได้ ก็อยากเปิดทางให้เขาเองนี่

“แล้วนี่เดียร์รู้รึยังว่าคุณจะปิดอู่”

“ผมก็เกริ่น ๆไปบ้างแล้วนะ ก็ไม่เห็นว่าอะไร” เขาจิบชาอีกอึก แววตาซ่อนนัยน์บางอย่าง “รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่คุณว่าจริง ๆด้วย”

“มันไม่เย็นไปเหรอ มาเดี๋ยวฉันเติมน้ำร้อนให้” เธอคว้าถ้วยชาจากในมือเขา แล้วนำไปเติมน้ำร้อนเกือบค่อนแก้ว ก่อนนำกลับมายื่นให้เขา “ร้อนจี๋เลย จิบทีละนิดนะ”

“คุณก็เป่าให้หน่อยสิ ไม่มีแรงเป่า เครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย”

พิมพ์ใจเห็นว่าเขากำลังเครียดจึงทำให้อย่างที่เขาขอ ชายหนุ่มจ้องมองเธอจนอิ่มใจ ก่อนจะรับถ้วยชาจากมือนุ่มของเธอ

“ฝนตกหนักเลยอ่ะ”

“อืม ซาไปแล้วแท้ ๆ ตกหนักเฉยเลย” เธอมองผ่านกระใสออกไปเห็นสายฝนร่วงลงมาอย่างหนัก กอปรกับเสียงที่กระหน่ำไม่หยุดจนน่ากลัว “สงสัยคุณต้องไปส่งฉันที่คอนโดแล้วล่ะ”

“ขอบคุณนะพิมพ์”

“ขอบคุณทำไม พิมพ์สิที่ต้องขอบคุณคุณ เพราะถ้าไม่ได้คุณนะ พิมพ์แย่แน่เลย ขอบคุณนะทัด”

ทั้งคู่เผลอมองตาและยิ้มให้กันอย่างซาบซ่านหัวใจ สายตาของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วเสมอ

แม้เธอจะรู้ว่า...ไม่ควร...และตัวเขาเองก็เช่นเดียวกัน...เขารู้ดีว่า...ไม่ควรทำร้ายเธออีก...ไม่ควรเลยจริง ๆ !  



^^"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #34 แอล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 11:17
    เกลียดเดียร์เมื่อไหร่จะมีคนมาแฉนางอ่ะ พิมพ์นางมองไม่เห็นนิสัยเดียร์เลย ก็คงถูกหลอกต่อไปอ่ะนะนางหลอกง่ายนี่แค่เพื่อนสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจนางก้อยอมเพื่อนไปหมด ตรวรี้แหล่ะที่เราจะทนไม่ได้
    #34
    0
  2. #33 nok (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 19:44
    แหมๆๆๆทีนี้ทำมาเป็นขอบจงขอบจัยนางของเรา..รู้ว่าไม่ควรทำร้ายนางก้อดี..น่าจะให้นางมีพี่อาชเป็นสีสันชีวิตแทนซะเลย....เอาให้ยายเดียร์กระอักเลยฮ่าๆๆๆ
    #33
    0
  3. #32 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 19:34
    ทัดไม่รู้ใจตัวเองจริงๆหรือว่าไม่ยอมรับ กันแน่
    #32
    0