พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 41 : เรื่องราวในร้านอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    14 ม.ค. 63

อิทธิยืนประจันหน้ากับซิกมุน อิทธิจับที่ปืนของเขาแน่น เตรียมพร้อมชักออกมาทุกเมื่อ

"ข้าจะพูดครั้งสุดท้ายนะ หลีกทางซะแล้วเราจะไป ง่าย ๆ ไม่มีใครต้องเจ็บตัว เลือก" อิทธิพูดเสียงกร้าวทำให้ชาวบ้านในร้านเริ่มถอยห่างเมื่อเห็นท่าไม่ดี มีเพียงซิกมุนและคนของเขาที่ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว เซอร์คอนราดได้แต่นิ่งเงียบ ส่วนเอริกและเซบัสเตียนต่างลุกขึ้นถอยหนีไปด้านหลัง

"พวกซาร์เฟียมันถือดีมากจริง ๆ แม้แต่บนแผ่นดินที่ไม่ใช่ของพวกมัน ดูท่าข้าจะต้องสั่งสอนพวกมันให้รู้ซะบ้างว่าที่นี้เป็นที่ไหน" ซิกมุนคำรามออกมา หันไปพูดกับชาวบ้านรอบ ๆ ร้าน ก่อนจะหันไปตะโกนใส่หน้าอิทธิอีกครั้ง เขาถอยไปหนึ่งก้าวก่อนจะคว้ามีดที่อยู่ที่เอวออกมา อิทธิขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน เขาไม่ได้อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย แต่เมื่อเห็นว่ามันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว จึงได้แต่ตัดสินใจจะชักปืนออกมา

อิทธิกำดามปืนแน่น เมื่อเห็นซิกมุนชักมีดของเขาออกมาอิทธิก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ชักปืนออกมาหมายจะยิงใส่ซิกมุนและลูกน้องของเขา แต่ไม่ทันจะได้ชักออกจากซองปืนก็มีเสียงตะโกนดังสนั่นขึ้นที่หน้าประตู

"หยุด!!มือเดียวนี้" เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง ไม่เว้นแต่อิทธิและซิกมุน เป็นชายหนุ่ม ผมสีดำยาว ใบหน้าหล่อเหลา ดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป เครื่องแต่งกายก็ดูมีราคา ยอมไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านจะซื้อหาได้ แต่ที่น่าสนใจมากกว่าก็คือทหารจักรวรรดิที่ติดตามอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม

ทุกคนต่างนิ่งเงียบ จับจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่ ทหารจักรวรรดิก็ทยอยเข้ามาภายในร้านล้อมรอบทุกคนเอาไว้ ทำให้อิทธิและซิกมุนที่ทะเลาะกันได้แต่หันไปสนใจผู้มาให้พร้อมกับทหารจักรวรรดิจำนวนมาก

อิทธิเก็บปืนลง ด้วยจำนวนคนมากมายขนาดนี้ ถึงจะมีปืนของเขาก็คงไม่เพียงพอจะรับมือคนทั้งหมดได้ อิทธไม่คิดจะเสี่ยงทำอะไรโง่ ๆ ลงไป แต่ดูเหมือนซิกมุนไม่ได้คิดแบบนั้น

"เห้ แกเป็นใครวะ ขุนนางงั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็เป็นแกเองสินะที่ให้พวกซาร์เฟียเข้ามาในเมืองของพวกเรา" ซิกมุนพูดขึ้นด้วยโทสะ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขานิ่งเงียบก่อนจะค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาเงียบ ๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าของซิกมุน มีเพียงสายตาที่จับจ้องแน่นิ่ง ก่อนจะพูออกมาเบา ๆ

"เอาพวกมันไปตัดหัว เดียวนี้" สีหน้าเรียบนิ่ง พร้อมคำพูดที่เรียบเฉย ทำให้ทุกคนนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ไม่แม้แต่จะกล้าหายใจแรง อิทธิที่เฝ้ามองอยู่ก็ถอยออกไป หลบอยู่กับกลุ่มคน เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดขึ้น อิทธิก็รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องไม่ธรรมดา

หลังคำสั่งของชายหนุ่ม ซิกมุนก็ได้แต่งุงงง พอจะพูดตอบโต้อะไรทหารจักรวรรดิสองนายก็เข้ามาลากตัวซิกมุนออกไป จากร้านมีเพียงเสียงโวยวายที่ค่อย ๆ เงียบไป

ชายหนุ่มหันมาหากลุ่มของอิทธิ ก่อนใบหน้าที่เรียบเฉยจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

"ท่านคอนราด ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ตั้งแต่ที่ข้าเดินทางไปซาร์เฟียครั้งสุดท้าย" ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะของอิทธิ พร้อมพูดออกมาอย่างร่าเริง ทั้งยังเอ่ยชื่อของเซอร์คอนราดออกมาอย่างสนิทสนม

เซอร์คอนราดที่นิ่งเงียบไปนานก็ยิ้มออกมากว้าง พร้อมพูดขึ้นเสียงดัง

"โอ้...ข้าน้อยไม่คิดเลยว่าจะเป็นท่านที่มารับพวกเราถึงนี้" เซอร์คอนราดเดินเข้าไปจับมือชายหนุ่มแปลกหน้าพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ก่อนที่เซอร์คอนราดจะหันมาหาทุกคนที่โต๊ะ

"ขออภัยข้าเกือบลืมแนะนำคนที่เดินทางมาด้วยครั้งนี้ ชายหนุ่มที่ถือแก้วไวน์อยู่นั้นคือ เอริก แวน ครีฟ และก็หนุ่มน้อยคนนั้นคือ เซบัสเตียน แล้วก็...อ่า เขาไปไหนกัน" เซอร์คอนราดแนะนำตัวของคณะทูตไปที่ละคนจนจะแนะนำอิทธิ เขาก็หาอิทธิไม่เจอ จึงมองหาไปทั่วร้าน ก็เห็นอิทธิยืนอยู่ในกลุ่มชาวบ้าน จึงกวักมือเรียกให้มาหา

อิทธิที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นเซอร์คอนราดเรียกเขาก็ได้แต่เดินเข้าไปที่โต๊ะ โดยที่ชายหนุ่มจับจ้องมองเขาอยู่ไม่วางตา อิทธิก็เช่นกันจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นตลอด

"ส่วนชายคนนี้ คือ ชาร์ล ลี เบอแกรน" เซอร์คอนราดแนะนำตัวอิทธิ ทำให้ทุกคนในร้านต่างจับจ้องอิทธิเป็นตาเดียว แม้แต่ชายหนุ่มแปลกหน้าที่จับจ้องอิทธิมาโดยตลอดก็ได้แต่เบิกตาโพร่ง แสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อของอิทธิ

" ชาร์ล ลี เบอแกรน อย่างนั้นหรือ?" ชายหนุ่มคนนั้นพูดทวนชื่ออิทธิออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมมองดูอิทธิอย่างสนใจ เช่นเดียวกับเหล่าชาวบ้านที่เริ่มพูดคุยเรื่องของอิทธิกันเสียงดังไปหมด ทำเอาอิทธิได้แต่สงสัยขึ้นมาไม่น้อย

"ไล่ชาวบ้านพวกนี้ออกไปให้หมด เดียวนี้" ชายหนุ่มแปลกหน้าออกคำสั่งเสียงดัง ทหารที่ล้อมรอบอยู่ก็ไล่ชาวบ้านออกจากร้านไปจนหมด ทำให้เหลือเพียงกลุ่มของอิทธิเท่านั้น

ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น

"คุณดูแปลกใจที่ทุกคนพูดเรื่องของคุณ" อิทธิได้แต่จ้องมองไปยังชายหนุ่ม ก่อนจะตอบคำถามออกมาสั้น ๆ

"ก็นิดหน่อย" ทำให้ชายหนุ่มแปลกหน้าหัวเราออกมาเบา ๆ

" หึหึ ชื่อเสียงของท่านเลื่องลือในหมู่ศัตรู การรบที่ชายแดน หรือการรบปกป้องเมืองโควาส หรือจะการสังหารหมู่กองหน้าของจักรวรรดิ เป็นเรื่องโด่งดังเมื่อทั้งหมดนั้นนำโดยคน ๆ เดียว ชาร์ล ลี เบอแกรน" ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างขบขัน แต่อิทธิได้ฟังเขากับไม่ตลกหรือภูมิใจไปกับมัน ตอนนี้คนทั้งจักรวรรดิรู้จักเขาแล้ว ดูท่าการอยู่ที่นี้จะไม่ง่ายซะแล้ว

"ข้าหวังเอาไว้เพียงให้ท่านได้เจอกับพี่ชายของข้าอีกครั้ง" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์ อิทธิได้ยินก็นึกสงสัยขึ้นมา

"หมายความว่ายังไง?" อิทธิถามกลับชายหนุ่มคนนั้นก็เริ่มเดินอย่างช้า ๆ ไปทั่ว ๆ ร้าน

"ก็หมายความตามที่พูด" เขาหันมาตอบอิทธิพร้อมรอยยิ้มเช่นเดิม ส่วนคนอื่น ๆ ได้แต่เพียงเฝ้ามองการสนทนาของทั้งคู่เงียบ ๆ

"พี่ชายของท่านที่ว่า อยากให้ได้เจอเขาอีกครั้งนั้น หมายความว่ายังไง" อิทธิถามย้ำ เขาจับจ้องท่าที่ดูลึกลับของชายหนุ่มที่เดินไปรอบ ๆ ร้าน อิทธิจึงนั่งลง

"ก็อย่างที่เข้าใจ ท่านเคยเจอพี่ชายข้ามาก่อน เขาพูดถึงท่านมากมาย" ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างขบขัน ยิ่งทำให้อิทธิสับสน

"ถ้าอย่างนั้นพี่ชายของท่านเป็นใคร ข้าเคยเจอเขาที่ไหนและเมื่อไหร่" อิทธิถามออกไป ชายแปลกหน้าหันมาสบตากับอิทธิ

"ที่โควาส เมื่อราว ๆ 2-3 เดือนก่อนเห็นจะได้" คำตอบของเขาทำให้อิทธินิ่งเงียบและพยายามนึกย้อนกลับไป 2-3 เดือนก่อนทหารจักรวรรดิที่เขาเจอก็ล้วนมีแต่ศัตรูทั้งนั้น อิทธิจึงได้แต่นิ่งเงียบจับจ้องชายหนุ่มแปลหน้าอีกครั้ง

"ข้าเป็นทหารงั้นหรอ? แล้วเขาได้ตายเพราะผมไหม?" คำพูดของอิทธิทำเอาทั้งร้านต่างตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดขึ้น สายตาที่สอดประสานกันของอิทธิและชายแปลกหน้ากลายเป็นความตึงเครียดที่คนรอบ ๆ รับรู้ได้

ชายแปลกหน้าได้ยินคำถามของอิทธิ ก็ยิ้มออกมากว้างค่อย ๆ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของอิทธิ ก่อนจะพูดออกมาอย่างช้า ๆ

"ไม่ เขายังไม่ตาย" คำตอบนั้นเหมือนสลายแรงกดดันออกไปไม่น้อย อิทธิที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง

"ถ้าอย่างนั้นพี่ชายของคุณเป็นใครกัน?" อิทธิผ่อนคลายลงและถามออกไปอีกครั้ง ชายหนุ่มตรงหน้านั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ ก่อนจะหันหน้ามาหาอิทธิ

"พี่ชายของข้า เป็นคนนำกองทัพใหญ่เข้าตีเมืองโควาสที่ท่านเป็นคนปกป้องเอาไว้" คำพูดของชายหนุ่มทำให้อิทธิหยีตาจนแหลมเล็ก ก่อนที่จะพูดขึ้น

"พี่ชายของท่านเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างนั้นหรอ?" อิทธิถามหยั่งเชิงออกไป แต่คำตอบที่เขาได้กลับมาทำเขาเคร่งเครียดขึ้นไม่น้อย

"ไม่ ผู้ที่นำทัพใหญ่เข้าที่อาณาจักรท่านคือ ผู้มีสิทธิสืบทอดบัลลังก์ของจักรวรรดิแห่งนี้ เจ้าชายวาเรอุส เกมาดิอัส วินชี่ ลูเซียโน่" คำพูดของชายแปลกหน้าทำให้อิทธิและคนอื่นต่างนิ่งเงียบไปชั่วขณะ จนกระทั้งเอริกและเซบัสเตียนตั้งสติได้รีบลุกขึ้นอย่างร้อนรน โค้งคำนับก่อนจะพูดขึ้น

"ข้อ..ข้อประทานอภัย พวกเรามะ ไม่ รู้ว่า.."แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดจบ ชายแปลกหน้าคนนั้นก็พูดสวนขึ้นมา

"เก็บคำสวยหรูพวกนั้้นไว้สำหรับบิดาและพี่ชายข้าก็พอ" เมื่อเขาพูดแบบนั้นทำให้เอริกและเซบัสเตียนไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่นั่งลงเงียบ ๆ ด้วยความสับสน

อิทธิที่รู้แล้วว่าชายตรงหน้าเป็นเจ้าชาย เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น โค้งคำนับเล็กน้อย

"ต้องขออภั.."แต่ก็เหมือนเมื่อครู่ เจ้าชายชิงพูดขัดขึ้นเสียก่อน

"เห้ ข้าบอกว่ายังไงกัน เก็บไว้พูดกับบิดาข้าเถอะ คุยกันแบบธรรมดาดีกว่าข้าไม่ถือ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิทธิจึงจ้องมองไปที่เจ้าชายก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงอีกครั้ง

เซอร์คอนราดที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างทำตัวไม่ถูกเมื่อรู้ว่าชายแปลกหน้าเมื่อครู่เป็นเจ้าชาย เขาจึงลุกขึ้นแล้วแนะนำเจ้าชายตรงหน้า

"เอาละ เอาละ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็นคนแนะนำเจ้าชายตรงหน้านี้ เขาคือเจ้าชาย อาร์มันโด้ เลย์เมอร์ลิโอ้ ไรเกอร์ ผู้มีสิทธิสืบทอดโดยชอบธรรมขององค์จักรพรรดิ ลำดับที่ 3 " เมื่อแนะนำตัวจบ เจ้าชายก็พูดขึ้น

"ชื่อมันยาว เรียกข้าสั้น ๆ ว่า ไรเกอร์ก็ได้เหมือนคนอื่น ๆ" เขาพูดออกมาอย่างติดตลก หลังการพูดคุยกันเสร็จเจ้าชายก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะกลับ

"เราจะเดินทางไปยังเมืองหลวงไททัสด้วยกันพรุ่งนี้เช้า เพราะงั้นก็อย่าตื่นสายเสียละ"แล้วเจ้าชายไรเกอร์ก็เดินตรงไปที่ประตู แต่ก็หยุดชะงักหันมาหาอิทธิ

"ท่านทำตัวตามสบายได้เลย จนกว่าจะถึงนครหลวงที่นั้นมีคนต้องการเจอท่านมากมาย โดยเฉพาะพี่ชายข้าและเหล่าแม่ทัพนายกองของจักรวรรดิ แต่ไม่ต้องกังวลมากไปจนนอนไม่หลับซะหล่ะ ท่านมาในฐานะทูตท่านจะปลอดภัย" เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกมา จงเหลือแค่อิทธิและคนอื่น ๆ หลังพูดคุยกันเล็กน้อยทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไปนอนบนห้องพักด้านบนร้านอาหารที่ได้จองเอาไว้

อิทธิรับกุญแจมาแล้วตรงไปยังห้องนอนของตน เมื่อเปิดเข้าไปก็เป็นห้องนอนแบบง่าย ๆ มีเตียงและโต๊ะเล็ก ๆ เท่านั้น อิทธิถอดเสื้อผ้าออกและเข็มขัดวางไว้ข้างเตียงแต่เก็บปืนไว้ใกล้ตัว ก่อนจะค่อย ๆ นอนหลับไป

จนกระทั้งรุ่งเช้าก็มีเสียงของเซบัสเตียนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง

"ท่านชาร์ล ท่านชาร์ลครับ เช้าแล้วตื่นเร็วเข้าครับ" อิทธิได้ยินก็ค่อย ๆ ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะดันตัวเองลุกขึ้นด้วยอาการสะลึมสะลือ ก่อนที่จะลุกไปที่ประตู เมื่อเปิดออกก็เห็นเซบัสเตียนยืนอยู่หน้าประตูแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

"ตื่นเร็วเขาท่านชาร์ล กองขบวนพร้อมแล้วเจ้าชายไรเกอร์กำลังรอท่านอยู่" เซบัสเตียนพูดขึ้นอย่างร้อนรน อิทธิที่ยังแทบไม่ลืมตาก็พูดตอบกลับไป

"รู้แล้ว รู้แล้ว เดียวข้าจะรีบตามลงไป ขอ 5 นาที" อิทธิพูดขึ้นพร้อมทั้งปิดประตูห้อง มีเพียงเสียงเร่งร้อนของเซบัสเตียนที่ดังขึ้นอยู่อีกฝากของประตู

อิทธิเดินกลับเข้ามาก็รีบล้างหน้าล้างตากับอ้างน้ำที่วางเอาไว้อยู่ทที่โต๊ะหัวเตียง ก่อนจะค่อย ๆ แต่งตัวแต่กว่าจะเรียบร้อยก็กินเวลาไปหลายสิบนาที อิทธิถึงจะค่อย ๆ เดินลงมาจากห้อง

เมื่อลงมาก็เห็นคนอื่น ๆ รวมทั้งเจ้าชายไรเกอร์นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารด้านล่าง โดยมีเหล่าทหารล้อมรอบอยู่

"ดูท่าวันนี้ร้านจะปิด คนหายไปกันหมดเลย"อิทธิลงมาพร้อมพูดขึ้น เรียกรอยยิ้มให้กับเซอร์คอนราดและเจ้าชานไรเกอร์ได้ คงมีพียงเอริกและเซบัสเตียนที่ไม่สนุกไปกับเขาด้วย แสดงสีหน้าไปสู้ดีออกมาแทน

"เรื่องที่เราเล่าเมื่อวานทำให้ท่านกลัวจนนอนไม่หลับเลยงั้นหรอ?" เจ้าชายไรเกอร์พูดเหน็บขึ้น อิทธิได้แต่ยิ้มเดินตรงไปหาพวกเขา

"เออ..ก็มีบ้างนะ แต่ก็ไม่ทั้งหมด" อิทธิพูดขึ้นเหมือนเขาหวาดกลัว แต่ท่าทีของเขากับดูไม่เหมือนอย่างนั้น อิทธิคว้าแอปเปิ้ลที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะเดินนำพวกเขาออกไป ทิ้งให้คนอื่น ๆ มองเขาอยู่ที่โต๊ะในร้าน

"ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เขาพูดนะเจ้าชาย" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ทำให้เจ้าชายได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินตามอิทธิออกจากร้านไป

เมื่ออกจากร้านมาอิทธิเดินเข้าไปหาคนของเขาพูดคุยทักทายกันเล็กน้อย ก่อนจะยืนรอทุกคนอยู่ที่รถม้า มองดูคนอื่น ๆ เดินตรงเข้ามาหาพร้อมเคี้ยวแอปเปิ้ลไปด้วย

จนกระทั้งพวกเขาเดินมาถึงอิทธิก็พูดขึ้นอย่างกวน ๆ

"พวกท่านมาช้านะ" ทำให้ทุกคนต่างมองอิทธิด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรอิทธิก็เปิดประตูรถม้าก้าวขึ้นไปเสียแล้ว ทำให้เจ้าชายหันไปพูดกับเซอร์คอนราด

"เขานี้ช่างน่าสนใจนะ" เซอร์คอนราดเพียงยิ้มและก้มลงเล็กน้อย เจ้าชายไรเกอร์ก็ขึ้นขี่ม้าของพระองค์ไป คนอื่น ๆ ก็ทะยอยเดินขึ้นรถม้า

เซอร์คอนราดไม่ได้พูดอะไรกับท่าทีของอิทธิ เขาเพียงนั่งเงียบ ๆ แต่เอริกและเซบัสเตียนกับบ่นอิทธิไม่หยุด ถึงความไม่เหมาะสมของการกระทำที่อิทธิแสดงออก

แต่อิทธินั่งใช้หัวพิงหน้าต่างหลับไปเสียแล้ว

กองขบวนเมื่อเตรียมตัวทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางโดยมีเจ้าชายและทหารของเขานำออกไป ตามถนน

ทางออกของหมู่บ้านถ้าอิทธิตื่นอยู่เขาคงได้เห็น ศีรษะของซิกมุนและพรรคพวกถูกตัดออกเสียบไว้อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เจ้าชายไรเกอร์และคนของเขาต่างไม่แม้จะสนใจควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว นำกองขบวนมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิ เมืองไททัส

 

 

_______________________________

 

ขอบคุณที่ติดตามจนมาถึงนี้นะครับ ความซับซ่อนและเข้มข้นกำลังจะเริ่มแล้วนะครับ อย่าพลาดทุก ๆ ตอนที่ต่อจากนี้นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #125 XzuyuI (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 18:31

    สนุกมากค่ะ
    #125
    0
  2. #124 Tan Kung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 15:32
    ซัก5เหรียญคือกำลังดีเลย
    #124
    1
  3. #85 Best0001 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 19:05
    ไรท์ผมว่า10มันเยอะไปอะลดเหลือ7หรือ5ได้ไหม
    #85
    2
    • #85-1 Best0001(จากตอนที่ 41)
      7 มกราคม 2563 / 19:06
      ผมหมายถึงเหรียญนะ
      #85-1
    • #85-2 ZONEise(จากตอนที่ 41)
      7 มกราคม 2563 / 21:09
      จะนำไปพิจารณานะครับ ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนครับ
      #85-2
  4. #84 กอล์ฟ วังณะยูนุช (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 16:21
    ทำไมสั้นจังไรท์ ขอยาวกว่านี้หน่อย จงยาว จงยาว จงใ....!!!!!!
    #84
    0
  5. #83 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 15:51
    เข้มข้นจริง อยากอ่านต่อใจจะขาด55555
    #83
    0