พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 40 : เข้าสู่จักรวรรดิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    14 ม.ค. 63

การเดินทางของคณะทูตเป็นไปอย่างเรียบร้อย อิทธิขึ้นรถม้ามาพร้อมกับคนทั้งสาม ตามติดด้วยขบวนทหารคุ้มกันทั้งของอาณาจักรและของอิทธิเองที่มีอาแจ็กซ์ติดตามมาด้วย ตอนแรกเขาก็บ่น ๆ ว่าไม่อยากเดินทางไกล แต่อิทธิก็ไม่สนใจเท่าไรดังนั้นอาแจ็กซ์และทหารที่ร่วมรบกับอิทธิทั้ง 20 คนจึงเดินทางมาด้วย

ตลอดการเดินทาง อิทธิได้พูดคุยแนะนำตัวไปบ้างหลังจากนั้นก็เป็นเอริกที่พูดไม่หยุดไปตลอดทาง เซอร์คอนราดก็เพียงรับฟังพร้อมพูดคุยตอบโต้ไปอย่างไม่เคยเบื่อหน่าย เซบัสเตียนที่ดูเหมือนจะปลื้มเขามาก ๆ ก็ชวนอิทธิพูดคุยอยู่บ้าง

"ท่านชาร์ลครับ ผมได้ฟังมาว่าตอนการสังหารที่หมู่บ้านนอกเมืองนั้น ท่านตัดศีรษะทหารของจักรวรรดิหลายร้อยหัวส่งกลับไปให้พวกเขาที่ค่ายทหารนั้นจริงหรือป่าวครับ?" เซบัสเตียนพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น อิทธิได้แต่ทำหน้าเซงเขาต้องตอบคำถามมากมายของเด็กหนุ่มที่ทำตัวราวกับเจอดาราในดวงใจคนนี้มานานสองนานแล้ว อิทธิได้แต่ตอบออกไปอย่างเบื่อหน่าย

"จริง" อิทธิหลับตาพยายามหลับลง อิทธินั่งฟังเอริกพูดทั้งเรื่องราวมากมายปรัชญา เรื่องราวในเมืองหลวง สังคม อื่น ๆ อีกมากมายที่เขาไม่เข้าใจ อิทธิฟังจนเคลิ่มหลับไป กว่าจะตื่นมาก็เย็นแล้ว

"ตื่นเถอะ คุณชาร์ลเราต้องพักกันก่อน" เสียงเรียกของเซบัสเตียนปลุกอิทธิขึ้นมา

"อ่ะ อ่าว ถึงไหนแล้วเนี้ย เผลอหลับไปซะได้" อิทธิลืมตาตื่นพร้อมบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลงจากรถม้ามา

"ปวดคอชะมัด" อิทธิบ่นออกมาเบา ๆ ก่อนพยายามบิดคอไปมาไล่อาการปวดเมื่อย ก่อนจะค่อย มองไปรอบ ๆ ก็เห็นทหารเริ่มตั้งที่พัก

"นี้เราอยู่ไหนแล้ว" อิทธิหันไปถามเซบัสเตียน เขาจึงรีบตอบคำถามของอิทธิ

"เราอยู่บนถนนตรงไปชายแดน ท่านหลับไปนานมากทีเดียว" เซบัสเตียนพูดขึ้นพร้อมยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้ อิทธิรับมาแล้วค่อย ๆ ยกขึ้นดื่ม

"ไวน์งั้นหรือ?" อิทธิได้ชิมรสชาติของมัน เขาก็รีบวางมันลง

"ของคุณเอริก เห็นเขาบอกว่าเป็นของดี นำติดตัวมาจากเมืองหลวงเลยครับ" เซบัสเตียนอธิบายกับอิทธิ แต่เขากับพ่นมันออกมาก่อนจะพูดว่า

"ถุย ดูถ้าของดีจะไม่ถูกปากสักเท่าไร" อิทธิพูดเสร็จก็เดินเข้าไปยังกองไฟที่ถูกจุดขึ้นพร้อมเซบัสเตียนที่ถือแก้วตามเขามา

ทั้งหมดมารวมกันที่กองไฟตรงกลาง เมื่ออิทธิเดินเข้ามาอาแจ็กซ์ก็เดินเข้ามาหาอิทธิบอกเขาเรื่องที่พัก อาแจ็กซ์จัดการให้เรียบร้อยแล้ว อิทธิจึงขอบคุณเขาก่อนอาแจ็กซ์จะแยกออกไป

อิทธิเข้ามานั่งร่วมวงกับเซอร์คอนราดและเอริก

"ตื่นแล้วงั้นหรอคุณอิทธิ ลองนี้หน่อยไหม ไวน์ของผมเอง ของดีนะ ผมนำมาเองเลยนะ" เอริกที่ดูท่าจะมีอาการมึนเมาแล้ว พูดพร้อมยื่นแก้วไวน์ให้อิทธิ แต่เขาก็ส่ายหน้าปฎิเสธพร้อมพูดว่า

"เออ..ตามสบายเถอะครับ เมื้อกี้เซบัสเตียนก็เอาไปให้ชิมแล้ว เพราะงั้นเชิญคุณตามสบาย" อิทธิพูดออกไปพร้อมหันไปรินน้ำเปล่าใส่แก้วมาดื่มแทน

"อย่างนั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณ แต่ว่าเป็นยังไงบ้าง ไวน์ของผมรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง เซอร์คอนราดท่านไม่ดื่ม ทำให้ผมอดถามไปเลย ว่ายังไงครับ?" อิทธิได้ยินก็ได้แต่ไม่รู้จะตอบยังไง เขาหันไปเห็นเซบัสเตียนที่นั่งลงใกล้ ๆ เขาก็หันมามองอิทธิพร้อมพยายามกลั้นขำ อิทธิได้แต่ทำหน้าเซง ๆ ก่อนจะตอบออกไป

"เรื่องรสชาตินี้ไม่ต้องพูดถึงเลย ครั้งหน้าท่านอย่าลืมเอามาฝากผมบ้างละ" อิทธิพูดออกไปอย่างนั้นก็มีเสียงหัวเราะของเซบัสเตียนดังขึ้น เขากลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ด้วยรู้ว่าอิทธิพูดขึ้นประชดประชัน

"โอ้ คุณก็ชอบเหมือนกันงั้นหรอ? ดีเลยผมว่าจะตัดสินใจซื้อไร่องุ่นสักแห่งในกีรัม แล้วจะทำไวน์แบบนี้ดู คุณคิดว่ายังไงบ้าง" เอริกพูดขึ้นพร้อมจับจ้องไปที่แก้วไวน์ในมือ ก่อนจะหันมาพูดกับอิทธิ เขาที่ได้ยินก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

"ฟังดูไม่เลวนัก ผมว่าลองทำแล้ววางขายดู คนน่าจะชอบมันมากแม้แต่ผมยังชอบเลย ลองดู ๆ " เซบัสเตียนที่ขำอยู่แล้วก็ยิงหัวเราะดังขึ้น ส่วนเซอร์คอนราดที่นั่งสูบไปป์อยู่เงียบ ๆ ก็ได้แต่ยิ้มออกมา ทั้งหมดใช้เวลาพูดคุยกันเกือบครึ่งคืนจนกระทั้งเอริกเมาหนัก จึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน

การเดินทางเป็นแบบนี้ไปอยู่เกือบ 1 อาทิตย์ จนกระทั้งเข้าสู่ชายแดน

"เราถึงชายแดนแล้ว ข้างหน้านั้นเป็นป้อมทหารจักรวรรดิ เราต้องไปติดต่อพวกเขา อยู่ในความเรียบร้อยละ อย่าลืมว่าเรามาสงบศึกกับพวกเขา ไม่ใช่มาก่อสงครามอีก" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมร้อยยิ้ม ทำเอาเอริกและเซบัสเตียนเริ่มนั่งเงียบขึ้น อิทธิได้แต่มองไปยังป้อมที่อยู่ข้างหน้า มันสูงใหญ่ทำจากหิน อยู่สูงขึ้นไปบนเนิน นับว่าตีให้แตกได้ยากไม่น้อย

ขบวนรถมาข้ามชายแดนมาจนถึงป้อมทหารจักรวรรดิ รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปยังป้อมของจักรวรรดิ ทหารต่างตื่นตัว สายตาพวกเขาสอดส่องไปรอบ ๆ แม้แต่อิทธิเองก็เลื่อนมือไปใกล้กับปืนที่เอวเพื่อเกิดเหตุผิดพลาดอะไรขึ้น

เมื่อเข้ามาในป้อมทหารจักรวรรดิก็เข้ามาล้อมขบวนไว้ ทำให้ทุกคนต่างตึงเครียดขึ้นมา อิทธินั่งนิ่งมองลอดม่านหน้าต่างออกไปสังเกตุภายในค่ายรอบ ๆ

เมื่อรถม้าหยุดนิ่งที่กลางค่ายเซอร์คอนราดก็ลงจากรถม้า ก็มีนายทหารจักรวรรดิเดินเข้ามาพูดคุยกับเซอร์คอนราดอยู่พักใหญ่ ทำให้บนรถม้าเหลือเอริก เซบัสเตียนและอิทธินั่งกันอยู่เงียบ ๆ แต่ดูเหมือนความเงียบจะอยู่ได้ไม่นานเมื่อเอริกที่ไม่รู้จะทำอะไรพูดขึ้นมา

"คุณชาร์ล คุณชาร์ล นี้ผมถามอะไรหน่อยสิ ลองคิดดูนะ ถ้าทหารจักรวรรดิพวกนี้ต้องการฆ่าพวกเรา คือ...มันเป็นเรื่องสมมุตินะ ย้ำนะว่าสมมุติ ถ้าพวกทหารจักรวรรดิต้องการฆ่าพวกเรา เราจะทำยังไงกันดี" เอริกพูดขึ้นพร้อมหันมาทำอิทธิ เซบัสเตียนที่นั่งอยู่ก็ได้แต่หันมามองอิทธิไปด้วย

ซึ่งอิทธิได้แต่ทำหน้าเซงกับคำถามที่ไม่สร้างสรรค์นี้ เขาขมวดคิ้วแล้วจึงหันไปตอบคำถามของเอริกอย่างแผ่วเบา

"ฟังนะคุณเอริก ถ้าทหารจักรวรรดิพวกนี้ต้องการฆ่าพวกเรา สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้คือ ตาย"อิทธิจ้องหน้าของเอริกแล้วเน้นถ้อยคำสุดท้ายให้เขาได้ยินชัดเจน ก่อนจะหันกับไปมองลอดหน้าต่างออกไปอีกครั้ง เอริกและเซบัสเตียนที่ได้ยินคำตอบของอิทธิก็ได้แต่มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

"ขออีกคำถาม คุณชาร์ล สมมุตินะ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าคุณคือคนที่ฆ่าพวกของเขาไปมากมายจะเป็นอย่างไร คุณเคยคิดถึงบ้างไหม" ความเงียบถูกทำลายอีกครั้งด้วยคำถามของเอริกที่พูดขึ้นมาเฉย ๆ อิทธิได้ยินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปตอบ

"สมมุตินะ ถ้าพวกมันรู้ว่าผมเป็นใคร ถ้าโชคดีพวกมันก็จะปล่อยเราผ่านไปแต่ถ้าไม่มันก็จะจบเหมือนคำถามข้อที่แล้ว เพราะงั้นเงียบไว้จะดีกว่าเข้าใจใช่ไหม" อิทธิเน้นเสียงแทบทุกประโยค ก่อนเขาจะหันไปสังเกตุท่าทีของพวกทหารจักรวรรดิต่อ

"อ๋อ โอ สรุปว่าตายทั้งสองแบบสินะ ผม..เออ..เข้าใจแล้ว" เอริกหันกลับมาก่อนจะค่อย ๆ รินไวน์ใส่แก้วของเขาแล้วยกขึ้นดื่มคนเดียวแทน

เซอร์คอนราดพูดคุยกับทหารจักรวรรดิอยู่นานสองนานจึงได้เดินกลับขึ้นมา

"เอาละเรียบร้อย แต่เราต้องทิ้งทหารไว้นี้ พาไปด้วยได้แค่ส่วนเดียวเท่านั้น" เซอร์คอนราดพูดขึ้น อิทธิจึงเสนอว่าให้พาคนของเขาไป

"ใช้คนของผม พวกเขาถูกฝึกมาดี มีประสบการณ์และยังเชื่อใจได้" อิทธิหันไปพูดกับเซอร์คอนราด เขาจึงได้แต่หันไปมองเอริกและเซบัสเตียนที่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร

"ไม่มีคนค้าน ก็ตามนั้นนะ"เซอร์คอนราดหยิบไปป์ของเขาขึ้นมาสูบแล้วทั้งหมดก็นั่งเงียบไปจนขบวนเริ่มเคลื่อนออกไป โดยมีทหารของอิทธิเท่านั้นที่ตามมา

"คนของจักรวรรดิรอต้อนรับพวกเราอยู่ที่เมืองข้างหน้า ดังนั้นคืนนี้เราจะแวะพักที่หมู่บ้านพักระหว่างทาง เห็นว่ามีโรงแรมที่ชื่อ ลอสโร้ด อาหารของที่นั้นเห็นว่ามีชื่อเสียงไม่น้อย" เซอร์คอนราดพูดขึ้นทั้งหันมามองที่อิทธิ เขาจึงได้แต่พยักหน้าทำตามที่เซอร์คอนราดกำหนด

"ถ้าอย่างนั้นเดียวเราแวะที่นั้น ฉันละอยากลองกินปลาซาลาฟิสของที่นั้นมานานแล้ว เห็นว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อพื้นถิ่นแถบนี้" เซอร์คอนราดพูดอย่างตื่นเต้น ทั้งหมดจึงพูดคุยกันเรื่องอาหารของจักรวรรดิไปตลอดทาง

อิทธิที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนากับพวกเขา ก็มองออกนอกหน้าต่างมองดูบ้านเรือนชาวบ้านของจักรวรรดิไปตลอดทาง จนกระทั้งตกเย็น รถม้าก็เข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านต่างมองดูขบวนม้าเป็นตาเดียว ด้วยมีทหารแต่งตัวไม่คุ้นตาเข้ามาในหมู่บ้าน

"ดูท่าเราจะเป็นที่ต้อนรับของพวกเขามากทีเดียวนะ" อิทธิบ่นขึ้นเมื่อเห็นชาวบ้านต่างเข้ามามุงดู

"จักรวรรดิไม่ค่อยเปิดรับเพื่อนบ้านสักเท่าไหร่นัก เพราะงานพวกเขาแทบไม่เคยเจอคนจากต่างอาณาจักรสักเท่าไรนัก" เซอร์คอนราดพูดขึ้นไขข้อสงสัยของอิทธิก่อนที่เขาจะเปิดประตูลงจากรถม้าไป พร้อมคนอื่น ๆ

"หวังว่าทหารแค่นี้จะพอนะ" อิทธิบ่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะตามคนอื่นลงไป

เซอร์คอนราดพูดคุยกับทหารจักรวรรดิที่นำทางพวกเขามาก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอาหาร พร้อมทั้งกวังมือเรียกอิทธิ เขาจึงเดินตามเข้าไปในร้านซึ่งป้ายหน้าร้านเขียนเป็นภาษาดาทาเนียไว้ว่า ลอสโร้ด อิทธิมองอยู่แวบหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปในร้าน เป็นร้านอาหารที่ไม่ได้หรูหรานัก อิทธิมองไปรอบ ๆ เป็นร้านโล่ง ๆ ที่มีโต๊ะไม้ทรงกลมวางเรียงรายอยู่รอบ ๆ มีเคาเตอร์ของเจ้าของร้านอยู่ตรงกลาง บริกรเดินเสิร์ฟอาหารอยู่ทั่วร้าน

การมาถึงของอิทธิและคนอื่น ๆ ทำให้พวกเขาต่างตกเป็นเป้าสายตาของคนภายในร้าน แต่เซอร์คอนราดดูจะไม่สนใจเท่าไร เขาเดินไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ด่านหลัง คนอื่น ๆ เลยเดินตามเขาไป นั่งลงที่โต๊ะก็มีบริกรเดินเข้ามาถามเป็นภาษาดาทาเนีย ซึ่งมีเพียงเซอร์คอนราดที่พูดได้เป็นอย่างดี ส่วนเอริกและเซบัสเตียนเพียงพูดได้นิดหน่อย ตอนสั่งอาหารก็มีความทุลักทุเลไม่น้อยจนต้องให้เซอร์คอนราดช่วยเหลือ

เหลือเพียงอิทธิที่ยังไม่ได้สั่งทำให้ทั้งหมดหันมามองที่เขา อิทธิจึงได้แต่หันไปถามบริกร

"ที่นี้อะไรอร่อยบ้าง?" อิทธิพูดออกมาเป็นภาษาดาทาเนียด้วยสำเนียงราวกับเป็นคนจักรวรรดิเอง ทำให้ทั้งโต๊ะต่างจ้องมองเขาอย่างประหลาดใจ

"ปลาซาลาฟิสเป็นของขึ้นชื่อ ท่านอย่างจะลองชิมดูไหมครับ" บริกรตอบกลับอิทธิทั้งยังเสนออาหารอีกหลายเมนู

"งั้นก็ปลากับน้ำเปล่า แค่นั้นก็พอ" อิทธิตอบกลับด้วยท่าทีสบาย ๆ จนเมื่อบริกรเดินจากไป คนในโต๊ะก็ถามอิทธิ

"คุณชาร์ลพูดภาษาดาทาเนียได้เชี่ยวชาญจริง ๆ เคยร่ำเรียนมาก่อนงั้นหรือ?" เซอร์คอนราดถามอิทธิ ทำให้เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ด้วยเขาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรออกไปจึงได้แต่ พยักหน้าตามน้ำไป

ระหว่างรออาหาร ทหารจักรวรรดิที่เป็นคนนำทางมาก็ขอตัวออกไปทำธุระก่อน ทำให้บนโต๊ะเหลือเพียง 4 คน เท่านั้นส่วนทหารของอิทธิก็รออยู่ด้านนอกไปจัดเตรียมเรื่องที่พัก ทั้งหมดจึงได้แต่พูดคุยเล่นกันระหว่างรออาหาร อิทธิที่ไม่ได้สนใจคุยกับคนอื่นมากนัก เขามองไปรอบ ๆ ร้าน ก็เห็นแต่ชาวบ้านอยู่เต็มร้าน พูดคุยกันเสียงดังลั่นร้านไปหมด

หลังนั่งรออาหารอยู่พักใหญ่ บริกรก็ค่อย ๆ นำอาหารมาเสริฟ

"อ่า...ปลาเซลาฟิสย่าง ดูน่าอร่อยจริง ๆ ข้าไม่ได้ท่านมันเลยตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อนนู้น" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมจ้องมองอาหารในมือบริกรอย่างไม่ละสายตา พนักงานค่อย ๆ เสิร์ฟอาหารวางมันลงตรงหน้าของทุกคน

เซอร์คอนราดไม่รอช้าลงมือทานก่อนคนอื่น เมื่อเซอร์คอนราดท่านเข้าไปเขาเอาแต่พูดออกมาว่าอร่อย ทำให้คนอื่น ๆเริ่มลงมือทานบ้าง อิทธิที่สนใจรอบ ๆ ร้านก็จะเริ่มลงมือทานบ้าง เขาใช้ส้อมจิ้มเนื้อปลาขึ้นมา แต่พอจะเอาเข้าปาก ที่หน้าประตูก็มีเสียงดังดึงดูดความสนใจของเขาเอาไว้

"เห้ ขบวนข้างนอกมันอะไรกันวะ พวกซาร์เฟียมาทำห่าอะไรที่นี้" เป็นกลุ่มชาวบ้านที่มึนเมาพูดขึ้นมาเสียงดัง ทำเอาคนในร้านอาหารต่างเงียบลง

"ไม่เอาน่า ซิกมุน นี้ร้านอาหารของฉันนะ" เป็นเจ้าของร้านเดินเข้าไปหาชายที่เป็นคนพูดขึ้น

"อะไร เกริฟ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เพราะงั้นไสหัวไปเลย" ชายที่ชื่อซิกมุนพูดขึ้นก่อนจะพลักเจ้าของร้านหลีกออกไป

"มีพวกซาร์เฟียอยู่ที่นี้งั้นหรอ? อยู่ไหนละ?" ซิกมุนพูดขึ้นเสียงดังทำให้คนในร้านอาหารต่างหันมามองกลุ่มของอิทธิ เขาจึงต้องวางส้อมในมือลงก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ

"ยังไม่ถึงไหนเรื่องยุ่งก็มาซะแล้ว" คนบนโต๊ะต่างมองไปที่ซิกมุนที่กำลังเดินตรงเข้ามา หยุดยืนอยู่ข้างหน้าพวกเขา

"อ่า...พวกซาร์เฟีย มาทำอะไรที่นี้กัน พวกเจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าพวกเรากำลังรบกันอยู่นะ" เป็นซิกมุนและคนของเขาเดินเข้ามาใกล้ คนบนโต๊ะต่างตกใจ ทั้งเอริกและเซบัสเตียนต่างแสดงสีหน้าไม่สู้ดี คงมีเพียงเซอร์คอนราดที่ยังมีรอยยิ้มเช่นเดิมอยู่บนใบหน้าของเขา

"ขอให้ทุกท่านใจเย็น ๆ พวกเราเป็นตัวแทนจากกษัตริย์ของพวกเรามาเจริญสัมพันธไมตรีกับทางจักรวรรดิ ด้วยการทำสนธิสัญญาสงบศึกของสองอาณาจักร" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมลุกขึ้นยืนจ้องมองไปที่ซิกมุน

"สงบศึกงั้นหรอ? ดูท่าข้าจะหูไม่ค่อยดี ได้ยินคำว่าสงบศึก"ซิกมุนค่อย ๆ เดินเข้าใกล้เซอร์คอนราดอย่างช้า ๆ อิทธิที่นั่งดูอยู่ก็ค่อย ๆ เลื่อนมือไปจับที่ปืนของเขา โดยสายตาก็จับจ้องไปยังซิกมุนและคนของเขา

"ใช่ ใช่ พวกเราเป็นทูตที่มาเจริญสัมพันธไมตรีนะ เพราะอย่างนั้นพวกท่านสบายใจได้ สงครามของสองอาณาจักรกำลังจะยุติเร็ว ๆ นี้" เซอร์คอนราดพูดขึ้นเสียงดัง บอกข่าวดีแก่พวกเขาทั้งหมด โดยหวังว่าชาวบ้านจะยินดีที่ได้รู้ว่าสงครามจะยุติเร็ว ๆ นี้แล้ว แต่มันกลับไม่มีการตอบสนองใด ๆ กลับมาพวกเขาต่างจ้องมองอย่างเงียบงัน

"ดูถ้าท่านทูตคนนี้จะไม่รู้อะไรเลย" ซิกมุนพูดขึ้นเสียงดังแล้วหันไปมองชาวบ้านรอบ ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเซอร์คอนราดนิ่ง

"พวกท่านอาจคงไม่ทราบ พวกเราชาวบ้านที่นี้ต่างแค้นอาณาจักรของท่านมากมายนัก ลูกหลานของเราต่างไปรบที่ซาร์เฟียแล้วไม่ได้กลับมาอีก ฟังว่าถูกแม่ทัพของพวกแกตัดหัวกองเรียงกันเป็นภูเขาอย่างน่าเวทนานัก!!" ซิกมุนยิ่งพูดยิ่งเสียงดัง ดวงตาของเขาแดงกล่ำไปด้วยความโกรธ ทำเอากลุ่มของอิทธิที่ได้ยินก็ได้แต่นั่งนิ่ง รอยยิ้มของเซอร์คอนราดก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย แต่อิทธิต้องสบถออกมาเบา ๆ

"ซวยชิบเป๋ง" อิทธิจึงลุกขึ้น ทำให้ทุกคนต่างหันมามองที่อิทธิกันแทน

"พวกเรามาเพื่อสันติ ไม่ได้ต้องการจะหาเรื่องใครเพราะอย่างนั้น เราจบกันที่ตรงนี้ดีกว่า พวกเราจะออกไปและไม่กลับมาอีก"อิทธิพูดขึ้น แต่ดูเหมือนซิกมุนที่เต็มไปด้วยโทสะจะไม่จบเรื่องง่าย ๆ เดินเข้ามาประชิดอิทธิแล้วพูดขึ้น

"ดูไอ้หนูนี้สิ มันทำตัวอย่างกับว่าใหญ่โตมาจากไหน หุบปากของแกไปซะไอ้หนู ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" ซิกมุนตะโกนใส่หน้าอิทธิเสียงดัง ทำให้อิทธิที่ไม่ต้องการสร้างปัญหาก็เริ่มมีโทสะขึ้นมา

"ถ้าอย่างนั้นก็หลีกทางให้พวกเราซะดีกว่า"อิทธิกัดฟันพูดออกมาเบา ๆ ด้วยความอดกลั้น แต่ดูเหมือนซิกมุนจะไม่จบง่าย ๆ เขาพูดขึ้นมาเสียงดัง

"จะปล่อยไปนะไม่ยากหรอก แต่รู้เอาไว้ว่าลูกหลานของเราถูกคนของพวกแกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมเกินให้อภัย เพราะอย่างนั้นเป็นหน้าที่ของพวกแกที่จะต้องชดใช้ในเรื่องนี้ พ่อแม่ที่สูญเสียลูก ๆ ต่างต้องการให้พวกแกจ่ายให้กับพวกเขา แล้วเราพวกแกถึงจะไปได้" ซิกมุนพูดขึ้นเสียงดัง แล้วหันมาจ้องหน้าอิทธิ

อิทธิที่ต้อนแรกไม่ต้องการจะมีเรื่อง แต่ดูเหมือนมันจะไม่จบง่าย ๆ เขาจึงเลื่อนมือไปที่ข้างเอวก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ

"ให้เลือกอีกครั้ง จะให้พวกเราออกไปดี ๆ แล้วจบเรื่องกัน หรือว่าจไม่ต้องคุยกันอีก" อิทธิพูดออกมาพร้อมจ้องซิกมุนกลับอย่างแข็งกร่าว

"ฮ่า ฮ่า ดูถ้าไอ้เด็กนี้จะไม่ค่อยเข้าใจที่เราพูด ดูถ้าคงต้องช่วยให้มันเข้าใจซักหน่อย" ซิกมุนหัวเราะออกมาเบา ๆ คนของเขาที่ยินอยู่ด้านหลังค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ๆ อิทธิ

อิทธิจึงได้แต่ส่ายหัวออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า

"ดูท่าจะได้จ่ายเป็นอย่างอื่นแทนซะแล้ว"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #123 dream4try (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 15:22
    บอกแล้วแผนคณะฑูต ส่งไปตายชัดๆกลางดงศัตรูเลยด้วย
    #123
    0
  2. #82 Man of Steel (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 14:15
    ตัดจบแบบละคนไทย ค้างงงงงง,..........
    #82
    0
  3. #81 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 13:01
    แล้วทางนั้นบุก ลูกหลานซาเฟียไม่ตายรึไง เขาแค้นไม่เป็นรึไง สงครามหนุ่มเอ้ย สงครามไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ต่างฝ่ายต่างแค้น มันไม่จบที่สันติง่ายๆนักหรอก
    #81
    1
    • #81-1 ยักษ์แดง(จากตอนที่ 40)
      7 มกราคม 2563 / 13:01
      แหม อินไปหน่อย55555
      #81-1