ดูหนังอย่าง "เซียน"

ตอนที่ 19 : เทคนิคการเลือก "โรงหนังและแถวนั่ง"เทคนิคที่1 เลือกเครือกันก่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ม.ค. 57

               

THE HOBBIT หนังที่ผู้เขียนเลือกดูในระบบ 3D HFR48fps ไม่ใช่2Dหรือ3D ทั่วไป เพื่อเสพภาพที่สวยงามลื่นไหลตามความตั้งใจของผู้สร้างและผู้กำกับ

     เข้าสู่ไฮไลท์ของสิ่งที่ต้องการเขียนเสียที "การเลือกโรงหนัง" ซึ่งจะไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไปใครก็สามารถทำได้ ก่อนอื่นขอถามก่อนว่า "ส่วนใหญ่เมื่อเราตัดสินใจดูหนังในโรงหนังนั้นเราเลือกอะไรก่อน"เข้าใจว่าเราน่าจะคิดเหมือนกันคือเลือกเรื่องที่จะดูก่อน หลังจากได้เรื่องที่จะดูแล้วเราจึงเลือกสถานที่และรอบฉายที่สะดวกใจสบายกายในการเดินทางไปดู

     ยุคก่อน(โน้น)ยุคที่โรงหนังยังเป็นแบบ "โรงเดี่ยว"(STAND ALONE)โรงหนังแต่ละโรงฉายหนังเพียงเรื่องเดียวแต่วันละหลายรอบตัวโรงหนังมักตั้งอยู่ใกล้บ้านเราหรืออยู่ในตัวจังหวัด เราวิ่งหรือเดินหรือปั่นจักรยานบางคนอาจนั่งรถเมล์หรือขี่มอเตอร์ไซต์ไปดูหนังไม่กี่นาทีก็ถึงโรงหนังส่วนใครฐานะดีหน่อยก็ใช้รถยนต์ การเดินทางไปดูหนังสะดวกสบายใช้เวลาไม่นานซื้อตั๋วเสร็จใครจะซื้ออาหารว่างทานก็จ่ายไม่กี่สิบบาท การดูหนังยุคก่อนทั้งสนุกทั้งอิ่มได้ความสุขหลากหลายในคราวเดียวกันรายจ่ายต่อคนตกประมาณคนละร้อยกว่าบาท โดยเฉพาะเมื่อมีหนังดังเข้าฉายบรรยากาศจะครื้นเครงมาก หันไปทางโน้นก็คนรู้จักทางนี้ก็คนรู้จัก ความสุขจากการดูหนังในโรงหนังเป็นความสุขแสนง่ายราคาถูกเต็มไปด้วยความอบอุ่น

 
    แตกต่างกับการดูหนังในยุคเครือใหญ่ยึดครองทำเลทองเปิดให้บริการไปทั่วเช่นทุกวันนี้โรงหนังสร้างเป็นแบบมัลติเพล็กซ์โดยจะผูกติดกับการเกิดใหม่ของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หนังแต่ละเรื่องจากที่ฉายวันล่ะสามถึงสี่รอบกลายเป็นรอบฉายละลานตาไปหมด(หากหนังดัง)ขณะที่ราคาตั๋วอย่างเดียวทะลุ200บาทส่วนอาหารว่างใครบอกคนขายเพลินชี้เพลินคิดยอดรวมขึ้นมาอาจแพงกว่าค่าตั๋วไปสองถึงสามเท่า หันมองคนดูรอบเดียวกันก็ไม่รู้เป็นใครมาจากไหนไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นหน้าไปดูหนังบรรยากาศครื้นเครงก็จริงแต่ไม่สนุกเหมือนยุคก่อน
 
     ด้วยราคาตั๋วที่แพงขึ้นอีกทั้งการเดินทางก็ไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อนคนในจังหวัดขนาดเล็กต้องดิ้นรนไปดูโรงหนังจังหวัดขนาดใหญ่และต้องคอยลุ้นว่า "คนดูรอบเดียวกันมารยาทจะดีแค่ไหน สภาพโรงหนังที่เราเลือกเป็นอย่างไรเคยได้ยินข่าวว่าบางโรงเสียงมีปัญหา" ดูหนังยุคนี้นอกจากจ่ายแพงแล้วต้องเสี่ยงหลายเรื่องเราเลือกแค่เรื่องไม่ได้จึงต้องเลือกโรงหนังที่จะดูด้วย ผู้เขียนยืนยันนอนยันตีลังกายันว่า "การดูหนังเรื่องเดียวกันแต่ต่างโรงกันอรรถรสในการชมจะต่างกันแน่นอนหากเครือโรงหนังไม่ควบคุมคุณภาพ" เฉพาะอย่างยิ่งใครรักชอบหนังแอ็คชั่นด้วยแล้ว เจอโรงหนังระบบเสียงแย่ไม่รู้จักปรับปรุงหรือทวนสอบอุปกรณ์ประจำปีเช่นลำโพงเขาเสียภาคขยายชำรุดแต่ไม่ส่งซ่อมยังใช้นโยบายพอใช้ได้ใช้ไปก่อนกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าก่อน ความสนุกตื่นเต้นที่เราคาดหวังจะหายไปมากกว่าครึ่งช่างน่าเสียดายและน่าเจ็บใจอย่างยิ่ง
 
 
    เราเสียเงินค่าตั๋วราคา(แพง)แล้วต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดหรืออย่างน้อยได้เท่ากับที่คนอื่นเขาได้รับสิ
 
 
   เนื้อหาในบทความตอนนี้ผู้เขียนจะชี้แจงแนวทางการเลือก "โรงหนังที่ดีที่สุดรวมถึงตำแหน่งนั่งที่ควรเลือกสุดๆที่ผู้เขียนใช้ได้ผลมาตลอด"(ใบ้ให้ว่าไม่ใช่โรงหนังราคาแพงสุดกู่หรือเก้าอี้คู่ราคาสูงกว่าปกติที่เขาจัดไว้ด้านหลังแน่น่อน) ผู้เขียนบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงส่วนตัวล้วนๆกลั่นจากคลังความรู้ที่สะสมจากการดูหนังโรงและเล่น HOME THEATER มาร่วม10ปี เราอุตส่าห์ค้นข้อมูลเฟ้นหาหนังดีดูแล้วหนังบางเรื่องต้องรอเป็นปีจึงจะได้รับชม ฉะนั้นก่อนจ่ายเงินซื้อตั๋วเลือกโรงหนังและแถวนั่งสักนิดเราจะได้สิ่งที่ดีที่สุดดูจบใครถามจะได้คุยได้เต็มปากว่า "หนังเรื่องนั้นหรือ?มันหยดติ๋งๆเลยเชียวเราดูมาแล้วในระบบเสียง Dolby ATMOS เสียด้วย"ไม่ใช่คอหนังจริงอาจทำหน้างงอะไร Dolby ATMOS เขาคุ้นแต่เสตอริโอกับดอลบี้ดิจิตอล "อีกอย่างหนังเรื่องนี้นะต้องดูบนจอใหญ่ยักษ์เท่านั้น ใครดูจากแผ่นด้วยทีวีขนาดแค่สามสี่สิบนิ้วบอกได้คำเดียวว่า เสียดายแทน ความสนุกตื่นเต้นภาพสวยงามประทับใจจะหายไปเกินครึ่ง"เราไม่ได้โม้แต่ทำให้เขาเห็นจริง
 
    หลังจบจากขั้นตอนนี้นี่ล่ะเราจะได้ชื่อว่าเป็น "เซียนหนัง"ระดับหนึ่งแล้วเราจะเป็น "เซียนดูหนังโรง" เหลือเพียงแต่เรามีหลักการเลือกหนังแผ่นและระบบ Home Theatre อีกเล็กน้อยเราก็จะเป็นเซียนเต็มตัวหนังทุกเรื่องเราจะ "ดูอย่างเซียน"  ใครไม่รู้จริงไม่เชี่ยวจริงอย่ามาคุยเรื่องหนังกับเราดีกว่า
 

 
 
เลือกเครือ แต่เครือไหนดี?



หนึ่งในเครือที่มีโอกาสเมื่อไรผู้เขียนพยายามสนับสนุน

 
   หยิบเรื่องนี้มาเขียนเป็นลำดับแรก เนื่องจากกลางปี2554ที่ผ่านมาโรงหนังเครือหนึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนทีเดียว "เมื่อผู้ชมออกมาโวยเรื่องโฆษณาเยอะเวลาโฆษณายาวนานเกินไปผู้ชมเสียค่าตั๋วแล้วยังต้องทนดูโฆษณา" โรงหนังยุคนี้เป็นยุคทุนนิยมเต็มตัวจะหาธุรกิจโรงหนังที่ทำด้วยใจรักดำเนินกิจการแบบครอบครัวเหมือนยุคก่อนนั้นหายากมากแม้แต่ในกรุงเทพฯเหลือหนึ่งถึงสองโรงเท่านั้น (ใบ้ให้ว่าอยู่แถวสยามตรงข้ามสยามDiscovery....แล้วจะใบ้ทำไม)

     เช่นที่ทราบกันดีธุรกิจโรงหนังของเมืองไทยในปัจจุบันเหลือเพียงเครือใหญ่สองถึงสามเครือเท่านั้นโดยพวกเขาจะว่ากันเป็นเครือข่ายสร้างโรงหนังผูกติดไปกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่โดยแต่ละแห่งประกอบด้วยโรงหนังอย่างน้อย4-5โรงขึ้นไป โรงหนังเหล่านี้ทุนสูงพอที่จะขยายสาขาไปทั่วประเทศครอบคลุมจังหวัดหัวเมืองทุกภูมิภาคผู้ชมจึงได้ความสะดวกและสัมผัสความทันสมัยในราคา(ค่อนข้างแพง)ไม่ต่างกับกรุงเทพ ผู้เขียนใช้บริการโรงหนังเหล่านี้เช่นกันแต่บางครั้งก็ต้องยอมเหนื่อยเมื่อโรงหนังใกล้บ้านไม่ใช่เครือในดวงใจ ก่อนเดินทางเราจำเป็นต้องเลือกเครือไม่มีห้างใดให้เครือโรงหนังสองเครืออยู่ในห้างเดียวกันเมื่อก่อนเหมือนเคยมีแต่อีกเครือล่าถอยไปแล้วสู้ทุนไม่ไหวรักชอบเครือไหนเราก็มุ่งหน้าไปเครือนั้น

 
 
  เมื่อเหลือผู้เล่นเพียงสามสี่รายในธุรกิจโรงหนัง(ผู้เขียนคาดว่าจะเหลือแค่สามในไม่กี่ปีข้างหน้า) หากเขาตั้งใจมอบบริการชั้นดีก็เป็นโชคดีของเราในทางกลับกันหากเขาแข่งขันกันกอบโกยความซวยก็ตกถึงเราเช่นเดียวกัน เฉพาะอย่างยิ่งหากเขาเห็นเราเป็นลูกไก่ในกำมือจะบีบก็ร้องไปไม่มีใครมาช่วยหรอก(แม้แต่หน่วยงานรัฐยังทำอะไรเขาไม่ได้)นึกจะคลายเรากระโดดหนีแต่เหมือนหนีเสือปะจรเข้มากกว่าทางเลือกที่สามหรือสี่ก็อยู่ไกลเหลือเกินนานๆครั้งเราจึงจะได้เจอกัน เขาจึงไร้คู่แข่งรายได้หลักเขาก็โกยจากเรารายได้เสริมเขาก็ไม่ต่างกันได้จากเราด้วยความเร่งรีบเอาสะดวกไว้ก่อนของเรานั่นเองเขาคิดจะทำอย่างไรกับเราก็ได้
 
   เพื่อให้เครือโรงหนังที่คิดเช่นนั้นเปลี่ยนความคิดหรืออย่างน้อยก็ให้เขาสมหวังน้อยลง(อีกหน่อย)เรามาเฟ้นหาเครือโรงหนังที่บริการดีน่าใช้บริการกันดีกว่า แต่อย่างไรเรียกว่าดีพิจารณาจากเงื่อนไขเหล่านี้
 
 
 
   1.ราคาตั๋วไม่แพงเกินไปและไม่ถือโอกาสขึ้นราคาเมื่อหนังดังกระแสแรงเข้าฉาย


    ผู้เขียนเชื่อว่าหากท่านดูหนังโรงบ่อยจะเจอพฤติกรรมน่ารังเกียจของโรงหนังเครือนั้นเช่นเดียวกัน ผู้เขียนเจอเองและยังได้ยินข่าวว่าเขายังทำแต่เครืออื่นทำด้วยหรือไม่นั้นผู้เขียนไม่ทราบนะเพราะไม่ได้ใช้บริการอีกเครือเช่นกันผู้เขียนไม่มีเวลาไม่มีเงินพอที่จะดูหนังเรื่องเดียวกันในทุกเครือที่ฉาย เครือโรงหนังที่ทำให้ผู้เขียนหงุดหงิดใจผู้เขียนเจออย่างน้อยก็2ครั้งขณะซื้อตั๋วหนังฝรั่งฟอร์มยักษ์ในสัปดาห์แรกที่หนังออกฉาย โรงหนังขึ้นป้ายไม่ใหญ่ต้องสังเกต "โรงภาพยนตร์....ขอปรับราคาค่าตั๋วหนังเรื่อง..เนื่องจากบลาๆ(ช่องว่างคือเหตุผลที่พวกยกมากล่าวอ้าง)" อธิบายไว้ก่อนว่าข้อความเขาอาจสุภาพกว่านี้ยาวกว่าหรือสั้นกว่านี้แต่มีความหมายเดียวกันคือ "ขอขึ้นค่าตั๋วนั่นเอง" เขาแจ้งให้ทราบแล้วนะและไม่ได้รอเราอนุญาตด้วยแค่แจ้งให้ทราบ ขึ้นอยู่กับเราล่ะว่าเต็มใจซื้อตั๋วราคามหาโหดนั้นหรือไม่หากไม่ต้องการต้องหาหนทางไปชมที่อื่นซึ่งราคาตั๋วไม่ต่างกันเท่าไรแต่ต้องเดินทางไกลมากขึ้น เจอเข้าอย่างนี้หลายคนจึงยอมเขา(เสร็จไปอีกหนึ่งครั้ง) โดยมากเรามักคิด "ไหนๆก็เดินทางมาถึงที่นี่แล้วดูไปเถอะ"เราอาจไม่ต้องการยอมแต่เมื่อเจ้าตัวเล็กหรือคนข้างกายอ้อนวอนเราคงต้องยอม
 
                หากนั่นคือความจริง(สิ่งที่เขากล่าวอ้าง)เมื่อเขามีคุณธรรมเพียงพอ ผู้เขียนเห็นว่าทำไมเมื่อหนังบางเรื่องเวลาฉายสั้นกว่าปกติ(คือเวลาฉายน้อยกว่า 120 นาทีตามมาตรฐานที่ผู้เขียนตั้งขึ้น)คุณไม่ลดราคาตั๋วบ้างละ"ไหนๆรอบฉายคุณก็เพิ่มขึ้นแล้ว" นอกจากนั้นถามหน่อยว่าความยาวหนังตามมาตรฐานคุณคิดที่เวลากี่นาที่ 100 หรือ120นาที ผู้เขียนมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีคนร้อง ส.ค.บ เช่นเดียวกันแต่เหมือนค่าตํ๋วหนังเป็นสินค้าหรือบริการประเภทไม่คุ้มครองบังคับไม่ได้(ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิต)ผู้บริโภคจึงต้องก้มหน้ารับกรรมจากการกระทำของเขาต่อไป
 
      ผู้เขียนเชื่อว่าเครือใดคุณธรรมสูงต้องไม่ทำอย่างนี้และยกให้ข้อนี้เป็นข้อสำคัญในการพิจารณาเครือโรงหนังชั้นดีหากเครือใดสอบผ่านให้คะแนน x2
  
 
2.จำหน่ายตั๋วรวดเร็วเหมาะสมกับสถานการณ์และมีระบบการจองตั๋วออนไลน์ยอดเยี่ยม
 
          ยุคที่โรงหนัง E.G.V เปิดฉายใหม่ๆจำได้ว่าการจองตั๋วสะดวกมากเมื่อเราต้องการดูหนังเราก็โทรไปจองหลังรับสาย(โดยพนักงานไม่ใช่เครื่องตอบรับ)โรงหนังจะถามเรื่องและรอบที่เราจะชม(ต้องดูรอบจากหนังสือพิมพ์มาก่อนยุคนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่บูม)เมื่อเข้าใจกันตรงกันเขาจะถามเบอร์โทรศัพท์(บ้าน)ใครก็ได้ที่เราจำได้เพื่อออกรหัสรับตั๋ว ตอนรับตั๋วเราก็แจ้งรหัสนั้นพร้อมกับจ่ายเงินโดยต้องรับก่อนหนังฉายครึ่งชั่วโมง การโทรจองง่ายดายสะดวกสบายไม่เรื่องมากเราได้คุยกับมนุษย์ด้วยกัน
 
            ตรงกันข้ามกับยุคนี้ผู้เขียนเคยโทรจองตั๋ว(บางเครือ)เหมือนกันชอบที่เขาออกแบบให้ใช้เบอร์เดียวจองได้ทุกสาขาปลายสายเสียงอ่อนหวานแต่เธอไร้หัวใจเธอให้เรากดโน่นกดนี้และฟังโน่นฟังนี่อยู่นานผ่านไปร่วมสองนาทียังไม่ถึงเมนูเลือกโรงหนังและที่นั่ง การยืดเยื้อวกวนของเธอเขมือบค่าโทรเราไปแล้วหลายบาทแต่ด้วยความพยายามในที่สุดผู้เขียนก็เข้าใกล้เมนูที่ต้องการทันใดนั้นเสียงเธอก็หายไปเธอเป็นอะไรของเธอ?จากนั้นสายก็หลุด ผู้เขียนไม่กล้าโทรซ้ำอีกกลัวจะกวนใจเธอประการสำคัญเราจะหมดค่าโทรอีกหลายบาทหากโทรไปจึงต้องรีบหอบสังขารเดินทางไปซื้อตั๋วเอง 

     ตรงนี้จึงเรียกร้องไปยังผู้ให้บริการทุกรายหากยังคงช่องทางการโทรจองเอาไว้โปรดทำให้ง่ายกระชับและสะดวกกว่านี้ เป็นไปได้ขอคุยกับมนุษย์ด้วยกันจะได้คุยกันรู้เรื่อง รายได้แต่ละปีของคุณหลักร้อยล้านพันล้านบาทจ้างพนักงานกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ตรงนี้กำไรคงลดลงไม่มาก การโทรจองนับเป็นช่องทางที่สะดวกใครก็สามารถทำได้

 
       ครั้นเมืองไทยเปลี่ยนยุคสู่ยุค ADSL เต็มเมือง 3Gและ 4G เริ่มคืบคลานเข้าสู่บ้านเรือน(ในเมืองก่อน)ผู้ให้บริการหลายค่ายแข่งขันกันเปิดบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และเครือข่าย 3G/4G(บทความตอนนี้เริ่มเขียน ก.ย53 เขากำลังจะเปิดประมูล3G แต่โดนบางกลุ่มล้มเราน่าจะได้ใช้3G จริงประมาณปี2554 ผู้เขียนกลับมาแก้บทความอีกครั้ง ก.ย54ครบปีพอดี 3G บนคลื่น 2100 ก็ยังไม่เปิดประมูล กระทั่งเดือนพฤษภาคม56 เมืองไทยจึงได้ชื่อว่ามี3Gใช้กับเขา)โลกออนไลน์ทำให้เราสามารถจองตั๋วได้จากทุกที่ผ่านคอมพิวเตอร์ Tablet หรือโทรศัพท์มือถือโดยโรงหนังเขาจะมีระบบจองและพิมพ์ตั๋วเสมือนหรือออกรหัสไว้เป็นหลักฐานให้เรายืนยันกับพนักงานฉีกตั๋วว่าเราซื้อตั๋วเรียบร้อย ทว่าการจองตั๋วด้วยวิธีการดังกล่าวมักผูกกับบัตรเครดิตผู้เขียนไม่มีจึงไม่ได้ใช้บริการทำให้ไม่ทราบเหมือนกันว่าระบบเขาเสถียรและรวดเร็วแค่ไหน?

     อย่างไรก็ตามขอให้เครือโรงหนังปรับปรุงให้ระบบง่ายรวดเร็วไม่ซับซ้อนตั๋วใช้ได้จริงไม่เกิดปัญหาภายหลัง เรามั่นใจแล้วว่าการจองเรียบร้อยหากไม่เรียบร้อยจริงจะเสียความรู้สึกอย่างยิ่ง เมื่อเราได้รับความสะดวกทั้งในเรื่องของการจองและการจ่ายเงินไม่ต้องรีบไปรับตั๋วก่อนเวลาหนังฉายครึ่งชั่วโมง การจองวิธีนี้นับว่าน่าสนใจ

 
      นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่นให้เลือกและหลายคนเลือกใช้แต่ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสใช้ทั้งที่ผู้เขียนสมัครบัตรแล้วเช่นกัน คือการจองตั๋วด้วยบัตรพลาสติคนานาชนิดหลากหลายชื่อหลายโปรโมชั่นที่โรงหนังเสนอออกมา ผู้เขียนอ่านรายละเอียดบัตรบางประเภทรู้สึกมึนงงกับชื่อและเงื่อนไขเขาข้อยกเว้นอย่างเยอะใครจะจำได้ล่ะเนี่ยจึงไม่ใช้บริการดีกว่า แต่นั่นเป็นความคิดของผู้เขียนหากท่านเห็นว่าหนทางนี้สะดวกและท่านยินดีจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อแลกกับอภิสิทธิ์ในการซื้อตั๋วเร็วขึ้นไม่ต้องเข้าแถวให้เมื่อยก็สุดแล้วแต่ใจ ส่วนโรงหนังเจ้าของบัตรหากท่านคิดถึงลูกค้ากลุ่มนี้บ้างเงื่อนไขให้น้อยที่สุดก็จะดีลูกค้าจะได้สบายใจในการเลือกใช้บริการของคุณ

          

3.โฆษณานะมีได้แต่ไม่ควรมากเกินไป

           เราตั้งใจมาดูหนังครับไม่ได้มาดูโฆษณา เรื่องของโฆษณาในโรงหนังหากท่านเข้าเวปบอร์ดห้องเฉลิมไทยเวปพันทิพบ่อย จะเห็นกระทู้บ่นเสียความรู้สึกบางรายถึงกับต่อว่าโรงหนังบางเครือเป็นระยะ กระนั้นหลายคนก็ยังอุดหนุนเขาจนทำให้เขาขยายสาขาไปทั่วประเทศ เหตุจากเรื่องนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้เขียนไม่ชอบใช้บริการเครือที่ตกเป็นประเด็น 
               

          ผู้เขียนเคยทำ(ไม่ได้ตั้งใจ)ทว่าให้ความรู้สึกดีมากเมื่อจำเป็นต้องดูหนังเครือนั้นคือการเข้าโรงหนังสาย เผอิญวันนั้นคนที่นัดไว้เขามาช้าเลยต้องรอเขาระหว่างรอได้ยินเต็มสองหูพนักงานตรงเคาร์เตอร์ขายของว่างประกาศ "ท่านที่จะชมหนังเรื่อง....รอบ....ไม่ต้องรีบก็ได้คะภาพยนตร์ยังไม่ฉายยังซื้อของว่างทัน" ผู้เขียนหยิบตั๋วขึ้นมองอีกครั้งนับเวลาจากที่พิมพ์ไว้บนตั๋วจะ30นาทีแล้วเนี่ยนะ เมื่อเขามาถึงเราต่อคิวซื้อของว่างอีกหลายนาทีจากนั้นผู้เขียนรีบเดินนำเขาเข้าไปในโรงหนัง "บระเจ้า"หนังยังไม่ฉายจริงๆพนักงานรู้ดีเหลือเกิน ผู้เขียนคิด "คนที่เข้าก่อนคงดูโฆษณากันจนเบื่อเป็นแน่"หลังจากเรานั่งเรียบร้อยสามสี่นาทีหนังก็เริ่มฉาย หากเราเป็นคนเห็นแก่ตัวหน่อยวิธีนี้นับเป็นวิธีที่น่าใช้แต่คงไม่ใช้เพราะผู้เขียนจองตั๋วบริเวณกลางแถวเสมอทำไม?อ่านจากเรื่อง "การเลือกตำแหน่งนั่งที่ดีที่สุด"เราจะรบกวนคนอื่นเมื่อนั่งตำแหน่งนั้นหากเข้าสาย

                จึงขอ"กราบเรียน"ไปยังท่านเจ้าของโรงหนังทั้งหลายน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าดีกว่าโฆษณาแค่หอมปากหอมคอก็พอ ผู้ชมซื้อตั๋วเพื่อดูหนังนะไม่ได้ต้องการดูโฆษณา ทุกวันนี้เครือใดโฆษณาไม่เกิน20นาทีพอรับได้แต่มากกว่าผู้เขียนจะจัดไว้เป็นตัวเลือกท้ายๆ

 
4.ทวนสอบอุปกรณ์บ้างหรือหากจะให้ดี "สร้างมาตรฐาน"ที่น่าเชื่อถือของคุณขึ้นมา
 
                เช่นที่ได้กล่าวไปหลายตอนระบบ THX เป็นระบบที่น่าเชื่อถือมากทว่าค่าธรรมเนียมคงแพงเกินไปทำให้กำไรน้อยโรงหนังเมืองไทยทุกเครือเลยไม่มีใครรักษาและขอลิขสิทธิ์เช่นเมื่อก่อน ไม่จ่ายไม่เป็นไรแต่ขอให้มีมาตรฐานบ้างผู้ชมจะได้ไม่ต้องปวดใจหงุดหงิดรำคาญใจไม่รู้จะระบายกับใครตอนหนังมีปัญหา
 
                ท่านเคยเจอหรือเปล่า?เมื่อหนังดังเข้าฉายเราคาดหวังความมันเต็มพิกัดอุตส่าห์รอมาเป็นปีจึงยอมซื้อตั๋วราคาแพงกว่าปกติหนังเริ่มฉายเพียงไม่กี่นาทีจอมืดเราทำหน้าเหวอคนฉายจะรู้ไหมเนี่ย?ครู่เดียวภาพก็มาโล่งใจไปได้ระยะหนึ่งถึงฉากแอ็คชั่นเท่านั้นเสียงเซอร์ราวน์ไม่ออกเบสก็บวมไม่กระชับ บางโรงหนังเลวร้ายกว่านั้นลำโพงรอบทิศทางเสียงแตกพร่าฉากระเบิดแต่ละครั้งอยากจะอุดหู "ยังปล่อยให้ใช้งานอยู่ได้ไง"  ซวยแล้วหลวมตัวซื้อตั๋วเข้ามาแล้วทำไงดีละเวลาก็ใช่ว่าจะมี"จึงดูแบบเซ็งๆไป" รอดูซ้ำตอนหนังออกมาเป็นแผ่นเราก็รู้เนื้อหาแล้วความสนุกหดหายไปเกินครึ่ง

     เหตุการณ์ประมาณนี้จะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดน้อยมากหากโรงหนังมีการทวนสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด ปัจจุบันบ้านเราไม่มีมาตรฐานแน่ชัดในการควบคุมระบบในโรงหนัง ภาครัฐเขาเน้นเรื่องระดับความดังเสียงไม่ใช่ระบบเสียงส่วนเอกชนเท่าที่ทราบไม่มีมาตรฐานใดเป็นที่ยอมรับนอกจาก THX แต่เมื่อเขาไม่จ้างไม่ขอลิขสิทธิ์ก็ไม่มีใครมาตรวจสอบแทนเรา ไม่จ่ายไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็ตรวจสอบหน่อยหรือจะให้ดีก็คิดมาตรฐานของตนเองขึ้นมาและทำให้เราเชื่อใจในคุณภาพท่านก็ทำให้เราติดใจได้ไม่ต้องพึ่งมาตรฐานจากเมืองนอก


 
                ผู้เขียนจำได้ว่ายุคหนึ่งโรงหนังบางเครือเขาสร้างมาตรฐานขึ้นมาเช่นกันแม้จะห่างชั้นกับ THX ก็ตามกระทั่งระยะหลังก็หายไปแต่ยังดีที่คิดทำ ขณะที่ปัจจุบันไม่มีใครสนใจทำคนไทยง่ายๆสบายๆไม่ชอบยุ่งยากจนเกินไปใครพิถีพิถันจะโดนหาว่า "เยอะ"เรื่องมากให้คุณภาพพอรับได้ก็เพียงพอทำให้เข้าทางเขา แต่ช่วยเราสักนิดเถิด(ถือว่าเป็นน้ำใจตอบแทน)เพียงท่านทวนสอบอุปกรณ์บ้างและกล้า "รับประกันความพอใจ"ให้เราหน่อยเช่นหากระบบภาพเสียงเกิดปัญหา "ยินดีคืนเงินเต็มจำนวน"อะไรประมาณนี้จะยอดเยี่ยมมาก คนไปดูหนังโรงเราคาดหวังความบันเทิงเต็มที่หนังหลายเรื่องทุนสร้างสูงฟอร์มโคตรยักษ์เรารอชมร่วมปีรอตั้งแต่ทราบข่าวว่าเขาประกาศสร้าง หนังเข้าฉายจริงเราหาโอกาสดูแต่ดูแล้วภาพเสียงกลับมีปัญหาอย่างเสียอารมณ์

     โรงหนังเครือใดทำมาตรฐานขึ้นมาและมั่นใจว่าดีพอแจ้งข่าวกันสักนิดผู้เขียนจะหาโอกาสพิสูจน์หากดีพอรับปากว่าผู้เขียนจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยเชียร์ท่านเต็มที่

 
 
5.เฟ้นและให้ความชัดเจนเรื่องระบบเสียงบ้างก็จะดีไม่น้อย
 
                ระบบเสียงในโลกของภาพยนตร์หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าหนังนั้นในอดีตประกอบด้วยระบบจากค่าย dolby จำนวน 2 ระบบจากค่าย DTS 1 ระบบและ SDDS อีก1 ระบบดังที่กล่าวไว้ในบทที่2 ปัจจุบันเช่นที่สัมผัสกันโรงหนังบ้านเราไม่มีโรงใดฉายระบบ DTS และSDDS อีกแล้ว(หากที่ใดยังมีแจ้งมาได้จะรีบไปพิสูจน์และนำมาแก้ข่าว) ผู้เขียนชื่นชอบระบบเสียงทั้งสองมากกว่าระบบ dolby digital โดยปกติโรงหนังเมืองไทยเราฉายอยู่ 3 ระบบจากหนึ่งค่ายซึ่งก็คือค่าย Dolby ภายใต้ระบบชื่อ Dolby digital, Dolby digital surround EX และล่าสุด DOLBY ATMOS(โรง12 SF CENTRAL WORLD กับที่สยามพารากอนโรง...เปิดให้บริการ)

     โดยจำนวนช่องสัญญาณของระบบ surroundEX จะมากกว่าระบบ dolby digital 1ช่องสัญญาณด้วยการเพิ่มช่อง back surround ขณะที่ระบบ DOLBY ATMOS ให้ช่องสูงสุดถึง 64 ช่องสัญญาณและได้ติดตั้งลำโพงตรงเพดานห้องด้วยเพื่อเพิ่มความสมจริงให้กับหนังหากบางฉากหนังบันทึกเสียงเหนือศีรษะเอาไว้

 
         ความสมจริงของหนังแตกต่ากันตามจำนวนช่องสัญญาณแน่นอน ระบบที่ดีจะทำให้ไม่เกิดช่องโหว่ของเสียงเช่นระบบ surroundEX จะอุดช่องโหว่เสียงด้านหลัง แต่ระบบ Dolby ATMOS จะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านั้นซึ่งผู้เขียนสัมผัสมาแล้วกับหนัง STAR TREX IN TO THE DARKNESS 

     ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเขาไม่แจ้งเราจะรู้ได้ไงว่าหนัง(น่าจะ)ฉายระบบเสียงใด?ให้ใช้การสังเกตลำโพงในโรงหนังว่า "ติดตั้งตรงผนังด้านหลังด้วยหรือไม่หรือในระบบที่ดีกว่านั้นมีลำโพงตรงเพดานห้องติดตั้งไว้จำนวนหนึ่งหรือไม่ "หากโรงใดมีลำโพงด้านหลังแสดงว่ามีโอกาสเป็นระบบ surroundEX หากโรงใดมีลำโพงเพดานมีโอกาสเป็น Dolby ATMOS หากโรงใดมีเฉพาะด้านข้างเป็น Dolby Digital ธรรมดา สิ่งที่น่าเจ็บใจคือเราจะสังเกตได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปในโรงหนังเขาฉายระบบใดไม่มีโอกาสเปลี่ยนใจ 
 
                จึงจะเป็นการดียิ่งกรุณายิ่งหากท่านเจ้าของโรงหนังจะ "ประกาศระบบเสียงโรงหนังแต่ละโรงไว้บนบอร์ดแจ้งรอบฉายหรือบนตั๋ว"ผู้ชมจะได้เลือกได้และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ นานมาแล้วผู้เขียนเคยเจอโรงหนังเมเจอร์ปิ่นเกล้าติดโลโก้ระบบเสียงควบคู่กับโรงฉายแต่ละโรง (แต่เหมือนจะไม่ได้พิมพ์ไว้บนตั๋ว) ใครต้องการดูหนังระบบเสียงอื่นที่ไม่ใช่ Dolby Digital จะสามารถเลือกได้ ไม่ได้ไปใช้บริการนานแล้วจึงไม่ทราบว่ายังเหมือนเดิมหรือไม่?
 
                การกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ดีเรียกร้องให้โรงหนังทุกแห่งทุกเครือทำเช่นเดียวกัน ใครทำเรายกให้เป็นโรงหนังเจ้าประจำได้เลยแสดงว่าเขาใส่ใจระบบเสียง
 
 
6.ให้โอกาสหนังคุณภาพหรือหนังทางเลือก




MY SWEET ORANGE TREE หนังทางเลือกคุณภาพน่าจะดีที่ผู้เขียนรอคอย หนังสร้างจากวรรณกรรมสุดคลาสสิคที่ชื่อ "ต้นส้มแสนรัก"

 
                หนังทางเลือกคือหนังอย่างไร? หนังที่บทเด่นการเดินเรื่องดีทว่าไม่ค่อยสร้างความบันเทิงหรือเป็นที่นิยมสักเท่าไร อาทิหนังเข้าชิงรางวัลออสการ์ที่ไม่ใช่ตัวเต็งจ๋าหรือหนังที่มีรางวัลจากต่างประเทศการันตีผลงานผู้ชมกลุ่มใหญ่ยอมรับว่าหนังเป็นหนังดีแม้รายได้ไม่ค่อยดี จัดรอบฉายให้เขาบ้างผู้สร้างจะได้มีกำลังใจผู้ชมจะได้ดูหนังที่หลากหลายมากขึ้น
 
                เฉพาะอย่างยิ่งหนังจากผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีรางวัลการันตี หนังเป็นศาสตร์ที่ผู้กำกับมีผลต่อตัวหนังอย่างยิ่งยวด(เช่นที่คุณบรรจง ปิสัญธนะกูล ทำให้เห็นกับพี่มากพระโขนง) ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่เช่นเขาและอีกหลายคนต้องการพื้นที่พิสูจน์ผลงาน การส่งหนังเข้าประกวดตามเวทีประกวดเขาสามารถทำได้แต่หลังได้รางวัลแล้วมีคนยอมรับแล้วเขาย่อมต้องการเสียงตอบรับจากประชาชนบ้าง ให้โอกาสเขาอย่างน้อยแบ่งรอบฉายในช่วงหนังดังยังไม่เข้าฉายเช่นช่วงก่อนหรือหลังซัมเมอร์เป็นต้นหนังไทยจะก้าวไกลยิ่งขึ้นหากเราส่งเสริมผู้กำกับคลื่นลูกใหม่อย่างจริงจัง
 
 
                ผู้เขียนจะใช้เงื่อนไขทั้ง 6ข้อนี้นี่ล่ะเป็นตัวช่วยในการตัดสินเลือกโรงหนังเสมอขึ้นอยู่กับว่าในเวลานั้นจะให้ความสำคัญกับข้อใดมากกว่า สำหรับผู้เขียนเครือโรงหนังใดผ่านข้อ1 ราคาตั๋วไม่แพงเกินไปและไม่ถือโอกาสขึ้นราคาเมื่อหนังดังกระแสแรงเข้าฉาย ผ่านข้อทวนสอบอุปกรณ์บ้างหรือหากจะให้ดี "สร้างมาตรฐาน"ที่น่าเชื่อถือของเขาขึ้นมา และข้อ5 เฟ้นและให้ความชัดเจนเรื่องระบบเสียง ผู้เขียนจัดเป็นเครือที่ดีจะพยายามใช้บริการเขาบ่อยๆ เครือชั้นดีเช่น APEX อาจไม่มีระบบจองออนไลน์แต่เขาก็มีหน้าเวปให้เราตรวจสอบรอบฉายยอดเยี่ยมกว่านั้นคือเขา(แทบ)ไม่มีโฆษณา เดินเข้าโรงหนังตรงเวลาก่อนหนังจริงฉายเราได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องอื่นกันจุใจ
 
                ถึงแม้นเช่นนั้นเจอบ่อยว่าหลายคนใช้เหตุผลง่ายมาก "ก็เครือนั้นอยู่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานมากกว่าจึงเลือก" ก็ว่ากันไปตามสะดวกความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกันเงินก็เป็นเงินของเขาจะดูที่ใดขึ้นอยู่กับความพอใจของเขา แต่สำหรับคนรักหนังอย่างผู้เขียนต้องการให้หนังและวงการหนังไทยพัฒนาอย่างเป็นระบบจึงวางเงื่อนไขเพิ่มขึ้น หากเราทำเช่นนี้กันเยอะๆวงการหนังไทยและธุรกิจโรงหนังในเมืองไทยจะก้าวไปอีกระดับ ร่วมด้วยช่วยกันครับ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #14 ต. ตาล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 18:52
    รักเลยค่ะ โดนใจทุกข้อเลย >w
    #14
    0
  2. #10 smminhorin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 20:42

    เยี่ยมไปเลยค่ะ ^^

    #10
    0