แผนลับจับรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 ปรางรวี ธีรเทพ (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 เม.ย. 63




บทที่ 2 ปรางรวี ธีรเทพ

ณ ห้องชุดสุดหรูบนชั้นสิบเจ็ดกลางกรุงของลูกชายรัฐมนตรีคนดัง ร่างผอมเพรียวระหงใต้ชุดคลุมสีสะอาดเยื้องย่างออกมาจากกรอบประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าขุ่นซึ่งกางกั้นห้องน้ำออกจากส่วนของห้องพักด้วยท่าทางช้าเนิบ

ปรางรวี อัครบวรเวช หญิงสาววัยเบญจเพสหยุดยืนที่หน้ากระจกบานโต ดวงตากลมโตจ้องมองภาพหญิงสาวที่สะท้อนกลับมา ใบหน้าเรียวรูปไข่สะอาดใสด้วยเพิ่งผ่านการชำระล้างมาหมาดๆ ยังมีหยดน้ำเม็ดเล็กๆ เกาะพราวอยู่ให้เห็น ภายในดวงตาคู่กลมแววหวานสีน้ำตาลคู่นั้นทอประกายแววทะเล้นเล็กๆ อย่างเด็กซุกซน เรียวคิ้วโค้งมนที่ถูกกันไว้ได้รูปรับกันได้อย่างดีกับจมูกโด่งเชิดรูปหยดน้ำ โดยเฉพาะริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่สดที่แม้จะไม่ต้องพึ่งลิปสติกมันก็มีสีระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

มือข้างหนึ่งยกขึ้นปลดผ้านุ่มที่ใช้คลุมศีรษะ ปล่อยเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ผ่านการดัดย้อมให้เป็นลอนสวยตกลงกระจายเต็มแผ่นหลัง บางส่วนระต้นคองามระหงขาวผ่อง ก่อนที่มืออีกข้างจะค่อยๆ ปลดสายคาดที่เอวคอด แล้วค่อยๆ ปล่อยเสื้อคลุมที่สวมทับอยู่ให้เลื่อนหล่นลงสู่พื้นพรม

“เรียบร้อยแล้วเหรอปราง”

เสียงทักจากด้านหลังทำให้ปรางรวีทำเพียงมองสบดวงตาคมเข้มคู่นั้นผ่านกระจกที่ตัวเองกำลังจ้องมองอยู่ ก่อนจะขานรับกลับไปเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ เดินเข้ามาหา

ร่างสูงสง่าหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามของคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กางเกงขายาวที่สวมอยู่เพียงตัวเดียวส่งผลให้ร่างนั้นน่าชมจนปรางรวีไม่อาจละสายตาจากภาพกล้ามหน้าท้องในกระจกได้ จวบจนอีกฝ่ายเดินมาถึง แขนข้างหนึ่งสอดรัดเอวขอดพร้อมกับรั้งเข้าหาตัวอย่างอ้อนๆ

ดวงตาสองคู่จ้องมองภาพนั้นผ่านกระจก ใบหน้าคมคายอย่างคนที่ดูแลตัวเองทำให้ธเนศ พิทักษ์สกุล ดูดีอย่างหาตัวจับได้ยาก ดวงตาคมเข้มใต้เรียวคิ้วหนาเป็นปื้น จมูกโด่งขึ้นสันรับกับริมฝีปากสีสดเกินสตรี

“ขอบคุณมากนะ สำหรับเรื่องเมื่อคืน”

“ปรางต่างหากที่ต้องขอบคุณ เมื่อคืนสนุกมาก” ครั้งนี้สาวเจ้าละสายตากลับมามองคนข้างกายอย่างมีความนัยแอบแฝง ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจได้ดีจึงทำเพียงแค่ส่งยิ้มกลับบางๆ

“แล้วนี่ปรางจะกลับเลยหรือเปล่า ให้ไปส่งไหม”

“ไม่ต้องหรอก คุณวินเขาเอารถปรางมาให้แล้วนี่น่า ปรางกลับเองได้” บอกพร้อมกับยักคิ้วส่งให้เมื่อเอ่ยถึงชายหนุ่มอีกคน ขณะที่ธเนศรู้สึกหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ และก่อนที่จะได้เอ่ยคำใด ปรางรวีก็ว่าขึ้นอีก “ไม่อยากเป็นกอขอคอของใครน่ะ”

ว่าแล้วก็ฉวยกระเป๋าถือหน้าโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมาถือ ร่างสมส่วนหมุนตัวกลับมามองคนโอบเธอไว้หลวมๆ ด้วยแววตาซุกซนตามนิสัย นิ้วเรียวยกขึ้นเขี่ยจมูกอีกฝ่ายเบาๆ “ขอให้มีความสุขนะจ๊ะ”

กล่าวจบก็เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนล่ำที่โอบกอด แต่พอเดินไปถึงประตูก็พบเข้ากับลูกชายของรัฐมนตรีคนดังเจ้าของห้องชุดแห่งนี้ยืนพิงกรอบประตูพร้อมเปิดยิ้มรออยู่ใกล้ๆ

“ปรางกลับก่อนนะคะคุณวิน” ว่าพร้อมกับส่งยิ้มหวานสดใสไปให้ธนาวิน จรัสดำรงกุล ซึ่งอีกฝ่ายก็ค้อมศีรษะส่งให้เบาๆ ขณะที่สาวเจ้าส่งสายตาซุกซนมองเข้าไปในห้องมองคนที่เธอเพิ่งผละมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ก่อนกระซิบเสียงดังให้ใครบางคนได้ยิน

“อย่ารุนแรงกับเพื่อนของปรางนักนะคะ”

จบคำก็รีบผลุบหายออกไปจากห้องพร้อมกับทิ้งเสียงหัวเราะเอาไว้ให้ธนาวินมีสีหน้าปั้นยาก ทว่าดวงหน้าคมคายนั้นกลับปรากฏริ้วแดงระเรื่อบนแก้มสาก ส่วนคนที่ถูกพาดพิงถึงได้แต่นึกเข่นเขี้ยวเพื่อนสาวคนสนิทที่สู่รู้ไม่มีใครเกิน

“ยายปรางรวี!

 

“ยังไม่พออีกหรือคะเทพ”

เสียงหวานแหบพร่าจากคนใต้ร่างร้องถามเมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับกายเตรียมพร้อมเริ่มเกมรักครั้งใหม่ จมูกและปากเริ่มรุกรานขบเม้มเนื้อนวลจนเกิดรอยจ้ำสีสวย

“เราต้องเช็กเอ้าท์ออกก่อนเที่ยงนะคะ" ย้ำเตือนอีกครั้งเมื่อเขายังคงให้ความสนใจเพียงเนินเนื้ออวบหยุ่นตรงหน้า

ใบหน้าคมช้อนขึ้นมองคนในอาณัติ นัยน์ตาคมวิบวับฉายแววเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอก ริมฝีปากสีสดแย้มสรวลก่อนตอบ “ผมเช็กอินไว้สองคืน”

คำตอบที่มาพร้อมน้ำเสียงเร่าร้อนทำให้คนฟังรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือเรียวแกล้งทุบไหล่หนาแก้เขินก่อนจะเปลี่ยนเป็นขยุ้มผมดกดำระบายความเสียวซ่านครั้งใหม่เมื่อเขาถูไถแก้มสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดเคราเขียวครึ้มกับหน้าอกอวบอิ่ม

“คนบ้า จะไม่ให้ข้าวได้พักผ่อนเลยหรือคะ”

ขวัญอุษาแกล้งต่อว่าพร้อมกับห่อตัวรับท่าทีหยอกเย้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแอ่นรับเมื่อถูกเขาเลื่อนหน้าขึ้นมาครอบครองดูดดื่มความหอมหวานจากดอกบัวตูมอวบอิ่มราวกับตนเป็นภมรหนุ่มที่กำลังหิวโหยก็ไม่ปาน

เสียงครวญครางจากร่างเล็กทำให้ธีรเทพขยับยกมุมปากขึ้นยิ้ม มือไม้เริ่มไต่ยุบยับไปตามร่างบางทั้งด้านบนด้านล่างอย่างย่ามใจ ไม่มีจุดใดเลยที่เขาไม่ได้สัมผัสและคนในอาณัติก็ยินยอมพร้อมใจให้เขาสัมผัสและฝากรักด้วยอีกต่างหาก

ความร้อนของสงครามบนเตียงภายในห้องเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นหลายองศาแต่แล้วทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักราวกับพายุน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือมาเยือน เมื่อเสียงเพลงจากโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบของธีรเทพดังขึ้น ใบหน้าคมที่กำลังซุกไซ้ต้นคอขาวผ่องเงยขึ้นมองหาที่มาของเสียงและไม่ยอมปล่อยให้มันส่งเสียงร้องอีกต่อไปเมื่อเพลงที่ตั้งไว้นั้น มันเป็นเพลงสำหรับคนพิเศษที่หากเขาไม่รับสายละก็อาจมีเรื่องวุ่นวายตามมาทีหลังอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มเบี่ยงกายออกจากร่างงาม แล้วรีบคว้าโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมากดรับก่อนจะกรอกเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุดลงไป

“ครับ ยาหยี”

เสียงปลายสายไม่ได้มีท่าทีร้อนรนอย่างที่นึกกลัว ธีรเทพจึงล้มตัวลงนอนพิงพนักเตียงด้วยท่าทางสบายๆ ข้างกายขวัญอุษาขยับร่างเปล่าเปลือยขึ้นมาซุกไซ้กับหน้าอกแกร่ง มือเล็กบางลูบไล้ตามหน้าท้องเป็นลอนสวยจนกระทั่งมันเลื่อนหายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนาที่กองอยู่เหนือเอวสอบ

ธีรเทพอมยิ้มน้อยๆ เมื่อสาวข้างกายเข้าใจในสถานการณ์ได้ดีและไม่คิดที่จะตีโพยตีพายเมื่อเขาต้องผละจากเธอในจังหวะที่กำลังเข้าได้เข้าเข็ม

“ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ตอนนี้เราทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร แล้วเมื่อไหร่จะกลับ”

คำถามหนึ่งชุดใหญ่ทำให้ชายหนุ่มหลุดหัวเราะ

ยาหยีหรือ ธีรดา ศุภวณิชย์ที่บางครั้งเขามักจะเรียกติดปากว่า เจ๊หยีพี่สาวที่อายุห่างจากเขาถึงแปดปีเต็มทำหน้าที่ดูแลเขาแทนมารดาที่เสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุได้เพียงหนึ่งเดือน ธีรดาจึงเป็นทั้งพี่สาวและมารดาคนที่สองที่เขาทั้งเคารพรัก เทิดทูนและเกรงใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงคิดว่าเขาคือลูกชายของตัวเองไปแล้วกระมัง เพราะนับวันยาหยีก็ยิ่งทำตัวเหมือนแม่เข้าไปทุกที

“ทีละคำถามสิครับ” ชายหนุ่มแกล้งรวนคนในสาย มือข้างที่ว่างก็ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการลูบไล้แผ่นหลังขาวนวลไม่ยอมห่างโดยเฉพาะเมื่อสาวน้อยขวัญข้าวใจกล้าเลื่อนจุมพิตผ่านหน้าท้องแกร่ง เป้าหมายคือเบื้องล่างที่ทำให้เขาเสียวซ่านจนต้องระบายความรู้สึกเหล่านั้นด้วยการออกแรงขย้ำสะโพกกลมมนของเจ้าหล่อน และส่งเสียงครางอือเบาๆ แต่นั่นก็มากพอที่จะให้คนในสายได้ยินชัดเจนจนต้องร้องแว้ด

“นะ...นั่นเสียงอะไรน่ะตาเทพ น่าเกลียดจริงเชียว” ต่อว่าเสียงขุ่น “แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน บอกพี่ว่าจะออกไปกินข้าวตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่าย จนจะเที่ยงอยู่แล้วพี่ยังไม่เห็นเรากลับมาอยู่ที่บ้านเลยนะ ไปกินข้าวที่ไหนของเรากันแน่หา”

ประโยคยืดยาวจากพี่สาวทำให้ธีรเทพยิ้มกริ่ม มองสาวสวยผิวขาวข้างกายที่ช้อนตาหวานขึ้นมามองตอบแล้วก็นึกอยากจะรวนคนเป็นพี่ ริมฝีปากสีสดก้มลงจุมพิตที่ไหล่นวลหนักๆ

“ตอนนี้ก็กำลังกินข้าวอยู่จริงๆ นะครับ”

เสียงจูบที่มาก่อนคำตอบของน้องชายและตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงจากปลายสาย ทำให้ธีรดาในวัยสามสิบสี่แต่ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าถึงกับต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างและมองมันอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

ริ้วแดงๆ ปรากฏที่แก้มนุ่มขณะถามกลับ “นี่...นี่เราอยู่ที่ไหนกันแน่ตาเทพ และนั่นเสียงของใคร”

“ก็ผมบอกเจ๊ว่าออกมากินข้าว และตอนนี้...” เสียงทุ้มขาดห้วงเมื่อก้มลงมองสาวน้อยข้างกายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์สุดเย้ายวน “ก็กำลังกินข้าวอยู่ ส่วนเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ก็เสียงของน้องข้าวที่ผมกำลังกิน เอ๊ะ ไม่สิ กำลังกินผมอยู่ต่างหาก” ท้ายประโยคส่งเสียงครางซี๊ดในลำคอมาให้ได้ยินอีกหน

ธีรดาถึงกับตาโตกับคำบอกเล่าของน้องชาย แม้จะรักและหวงเธอมากแค่ไหนแต่ธีรเทพก็ยังคงเป็นธีรเทพน้องชายคนเล็กที่ทั้งเอาแต่ใจและยียวนกวนประสาทคงเส้นคงวา จนธีรดาเริ่มหมั่นไส้ขึ้นมาติดหมัดที่น้องชายตัวดีเล่นหนังสดผ่านสายโทรศัพท์มาให้ได้ยิน

คำสองแง่สามง่ามที่อีกฝ่ายใช้เป็นตัวเร่งชั้นดีให้สาวโสดวัยสามสิบสี่หน้าแดงก่ำ กระดากอายและนึกอยากจะวางสายเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่สายตาอีกสามคู่ที่กำลังจ้องมองมาทำให้ธีรดาทำไม่ได้อย่างใจคิด เพราะเวลานี้หน้าที่ของเธอคือเรียกตัวธีรเทพกลับมาบ้านให้เร็วที่สุด

"ธีรเทพ ไม่ว่าตอนนี้จะอยู่กับใครหรือกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม พี่ขอสั่งให้เรากลับบ้าน เดี๋ยวนี้"

"ไม่ครับ นี่เป็นเวลากินข้าว และผมไม่อยากพลาดข้าวจานนี้เสียด้วย"

"แต่ถ้าเราไม่กลับ อาป๊าจะโกรธมากๆ เลยนะ"

"อาป๊าก็โกรธผมทั้งปีนั้นแหละ" มีเสียงเหอะเบาๆ ก่อนตอบกลับ

ด้วยเป็นที่ทราบกันดีว่าแม้ธีรเทพจะเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านที่เหมือนจะถูกตามใจจนเสียคน ทว่าการตามใจเหล่านั้นมักมาพร้อมคำบ่นของบิดาและพี่ชายทั้งสองอย่าง ธีรพลและธีรภพอยู่เสมอ

"แต่นี่เรื่องใหญ่นะ"

"เกิดเรื่องที่โรงงานหรือครับ แต่ถึงผมจะกลับไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดีผมไม่กลับดีกว่า" คาดเดาสถานการณ์แล้วก็สอดมือหนุนนอนอย่างไม่ทุกข์ร้อน

ธีรดาเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อไม่สามารถทำตามคำสั่งของบิดาได้สำเร็จ น้องชายตัวดีเหมือนนกรู้ว่ามีสถานการณ์ไม่ปกติจึงหลบลี้หนีหน้าไปตั้งแต่เมื่อวาน

ทว่าหญิงสาวคิดผิดว่าไม่มีทางทำให้ธีรเทพยอมกลับมาง่ายๆ เพราะเพียงแค่เธอหันไปส่ายหน้าให้กับบุพการีที่นั่งอยู่ไม่ใกล้นัก ประมุขใหญ่แห่งบ้านศุภวณิชย์ก็ลุกขึ้นมาประชิด คว้าโทรศัพท์เครื่องบางนั้นไปแนบหูก่อนกรอกเสียงทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยคำสั่งลงไป

"ลื้อต้องกลับเดี๋ยวนี้อาตี๋เล็ก"

"อาป๊า"

"เออ อั๊วเอง" บิดารับคำเมื่อลูกชายตัวดีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตกใจเต็มพิกัด "ลื้อจะกลับหรือจะกลับ"

"ผมไม่กลับ"

"ไม่กลับแน่นะ"

"แน่ครับ" คราวนี้ธีรเทพลุกขึ้นนั่งหลังตรงแน่วเพื่อยืนยันในคำตอบของตน แต่เหมือนเขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นว่าที่ปลายสายนั้น บิดากำลังกระตุกยิ้มพอใจกับคำตอบหนักแน่นดังกล่าว

"ดี ถ้าอย่างนั้นอั๊วจะอนุญาตให้พ่อเลี้ยงนพดลพาอาหมวยออกไปดินเนอร์คืนนี้"

"อะไรนะครับ อาป๊าจะยอมให้นายพ่อเลี้ยงนั่นพาเจ๊หยีไปกินข้าวอย่างนั้นเหรอ"

ผิดจากที่คิดเสียที่ไหน ธีรเทพหวงพี่สาวอย่างกับอะไรดี แค่แหย่ว่าพ่อเลี้ยงนพดลชายหนุ่มที่มาติดพันบุตรสาวมาชวนธีรดาไปดินเนอร์ แค่ได้ยิน น้ำเสียงหนักแน่นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นร้อนร้นในทันที

"ใช่อั๊วไม่ใช่แค่อนุญาตให้ไปกินข้าวเย็นเท่านั้นนะ อั๊วจะยอมให้อาหมวยไปดูหนัง ฟังเพลง ไปทำอะไรๆ ..."

"ไม่ครับ ผมไม่ยอม อาป๊าห้ามอนุญาตให้เจ๊หยีออกไปกับนายพ่อเลี้ยงนั่นเด็ดขาดนะครับ"

"อยู่ที่ลื้อแล้วล่ะอาตี๋เล็ก เพราะตอนนี้พ่อเลี้ยงนพดลเขาก็มารออยู่ที่บ้านแล้วด้วย เหลือแค่อั๊วเอ่ยปากอนุญาต"

"ไม่นะครับ อาป๊าห้ามอนุญาตเด็ดขาด" ธีรเทพเริ่มร้อนร้นจนนั่งไม่ติด

เขาไม่ชอบพ่อเลี้ยงนพดล หนุ่มใหญ่ที่มาข้องแวะกับพี่สาวคนนี้เลยให้ตาย สาเหตุก็เพราะเสือมักจะมองเห็นเสือด้วยกันเสมอ แต่เหมือนยิ่งเขาแสดงออกว่าไม่ชอบอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ บิดาก็เหมือนจะรู้สึกตรงกันข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิง เพราะหลายหนที่บิดายกชื่อนายคนนี้มาขู่เขาไม่เว้นแม้แต่ครั้งนี้

"แต่อั๊วว่า..."

"ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยครับ" รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่บิดาจะทันได้เอ่ยให้จบประโยค "แต่อาป๊าต้องไม่ให้เจ๊หยีไปกับมันนะครับ และก็ห้ามมันเข้าใกล้เจ๊หยีเกินห้าเมตรด้วย"

คำสั่งจากปลายสายทำให้บิดาพยักหน้ารับหงึกหงัก แต่ไม่วายสำทับลงไปอีกหนเพื่อกระตุ้นลูกชายตัวดีที่ไม่เอาอ่าวกับใครเขาเสียที

"ถ้าลื้อคิดว่ากลับมาทัน ก็รีบมาแล้วกัน"

"อาป๊า!"






ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ  บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น