แผนลับจับรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 ปรางรวี ธีรเทพ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 เม.ย. 63

 





สิ้นคำนั้นเสียงสัญญาณขาดหายก็เป็นสิ่งต่อมาที่ธีรเทพได้ยิน ความสงสัยจู่โจมเข้าสู่สมองส่วนซีรีบลัม พูสมองส่วนพาไรทัลโลบรีบประมวลผลอย่างด่วนจี๋ น้ำเสียงเย้ยหยันที่บิดาใช้บอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำจริงอย่างที่พูด ทั้งการตัดสัญญาณหนีราวกับไม่ให้โอกาสเขาได้โต้แย้งด้วยแล้ว ธีรเทพเชื่อเหลือเกินว่าบิดาต้องอยู่ฝ่ายพ่อเลี้ยงหน้าแป้นนั่นแล้วเป็นแน่

ความต้องการตามประสาชายวัยเจริญพันธุ์ดำดิ่งสู่จุดต่ำสุด มือที่ลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนของขวัญอุษาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นผละห่าง ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกลุกขึ้นนั่งห้อยขาที่ข้างเตียง

ขวัญอุษาเห็นท่าทางและได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็ลุกขึ้นมาซุกไซ้แผ่นหลังเปลือย ริมฝีปากอิ่มจุมพิตและทิ้งร่องรอยเอาไว้ทั่วแผ่นหลัง ส่วนมือทั้งสองข้างก็อ้อมมาลูบไล้แผ่นอกและหน้าท้องเรียบตึงเพื่อสร้างอารมณ์หวามไหวให้กับชายคู่รักไปพร้อมๆ กัน หวังดึงเขากลับมาสานต่อกิจกรรมเข้าจังหวะที่ทำค้างไว้เมื่อครู่ให้เสร็จสม

“วางโทรศัพท์แล้วมาต่อเรื่องของเรากันเถอะนะคะเทพ”

เสียงหวานฉอเลาะพร้อมกับขบเม้นเนื้อหนุ่มเบาๆ หน้าอกอิ่มบดเบียนกับแผ่นหลังกว้างอย่างต้องการทำให้เขากลับมาเป็นธีรเทพคนเดิมที่พร้อมจะกระโจนเข้าสังเวียนรักบนเตียงกับเธอทันทีที่ถูกเล้าโลม ไม่ใช่ธีรเทพท่าทางคิดไม่ตกและอารมณ์วาบหวามหดหายอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

“น้องชายไม่กลับบ้านวันเดียว แม่พี่สาวของคุณคงไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ อย่าทำตัวเป็นลูกแหง่นักเลย”

ความเงียบทำให้เธอพูดต่อและครั้งนี้สาวพริตตี้ก็เจือน้ำเสียงเยาะหยันลงไปในประโยคเมื่อเอ่ยถึงคนที่ชายหนุ่มเรียกว่า 'เจ๊หยี' แต่ทำตัวเหมือนแม่จนหลายหนที่เธอเก็บเอามานินทาในกลุ่มเพื่อนฝูง

"เป็นสิ เป็นมากด้วย"เขาบอกแล้วก้มลงคว้ากางเกงชั้นในผ้าไหมเรียบลื่นที่ตกอยู่ปลายเท้าขึ้นมาสวม ก่อนที่ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรจะยืดตัวขึ้นและหันกลับมาบอกความตั้งใจ “ผมต้องรีบกลับบ้าน”

"อะไรนะคะ" ขวัญอุษาถามเสียงคว้าผ้าห่มมาห่อกายและยืนขึ้นถามเสียงตื่น "กลับตอนนี้หรือคะเทพ"

“ใช่”

“แล้วข้าวล่ะคะ คุณจะทิ้งข้าวไว้แบบนี้ไม่ได้นะคะ”

สาวสวยยังคงไม่ยอมเข้าใจ เมื่อเขาก่อไฟปรารถนาในตัวเธอเขาก็ต้องสานสัมพันธ์ต่อให้จบ นี่อะไรกันแค่ได้รับโทรศัพท์จากที่บ้านก็วิ่งแจ้นจะกลับ คิดแล้วใบหน้างามก็งอง้ำอย่างไม่พอใจในท่าทีของคนตัวใหญ่สมกับที่เธอเรียกเขาว่าลูกแหง่ไม่มีผิด

“ผมขอโทษนะข้าว แต่ผมมีธุระต้องกลับจริงๆ” หันมาบอกเสียงอ่อนขออภัยพลางสวมเสื้อยืดคอโปโลสีเข้มเป็นลำดับสุดท้ายด้วยความรีบเร่ง รีบแม้กระทั่งไม่ยอมที่จะอาบน้ำก่อนกลับบ้านด้วยซ้ำ

แต่ใบหน้าตูมๆ ของพริตตี้สาวเป็นคำตอบได้ดีว่าเธอไม่ยอมที่จะเข้าใจ เมื่อเขาคิดที่จะทิ้งเธอไว้เพียงลำพังในเวลาที่อารมณ์หวามยังคงคุกรุ่น แม้ว่าตอนนี้มันจะมอดดับไปเพราะความโมโหในตัวคนตรงหน้าแล้วก็ตามที

ขวัญอุษาเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ เธอรู้ว่าเขาหลงใหลในตัวเธอ และนั่นคือไม้ตายที่เธอจะหยิบขึ้นมาใช้ คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ประกาศลั่นเมื่อร่างสูงคว้ากระเป๋าเงินและกุญแจรถขึ้นมาถือ

“ถ้าคุณกลับ เราเลิกกัน!

ประโยคเด็ดได้ผล ขายาวภายใต้กางเกงยีนสีซีดชะงักการก้าวเดิน พริตตี้สาวยิ้มสมใจเมื่อเห็นกิริยาดังกล่าวแต่คนฟังกลับเห็นเป็นอีกอย่าง ธีรเทพค่อยๆ หันกลับมามองคนพูด นัยน์ตาคมเข้มภายใต้คิ้วหนาดกดำไม่ฉายความรู้สึกใดกับสิ่งที่เธอเอ่ย จมูกโด่งเป็นสันผ่อนลมหายใจยาว ริมฝีปากบางเฉียบสีสดตัดผิวขาวเหลืองอย่างคนจีนด้วยแล้วยิ่งทำให้ชายหนุ่มดูหล่อเหลาราวกับเป็นนายแบบเดินออกมาจากแมกกาซีนชื่อดัง

ธีรเทพถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ ถึงแม้ว่าเขาจะเจ้าชู้เพลย์บอย เป็นพ่อปลาไหล เป็นพ่อพวงมาลัยที่ลอยไปคล้องคนนู่นควงคนนี้อย่างที่ใครขนานนามให้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งใดนั่นคือครอบครัว และเมื่อใครก็ตามที่ไม่พร้อมจะเข้าใจในตัวตนของเขา มันคงเดินไปข้างหน้าด้วยกันอีกไม่ได้ ที่สำคัญเขากำลังหาวิธีทิ้งเธออยู่พอดี

“ถ้าอย่างนั้นเราก็เลิกกัน”

"อะไรนะคะ"

"เราเลิกกัน เหมือนที่คุณว่านั่นแหละ" เขาตอบแล้วเดินออกไปจากห้องพักโดยไม่คิดแม้แต่จะเหลียวกลับมาแลคนฟังที่ยืนตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโตก่อนเสียงกรีดร้องแหลมสูงจะดังลั่นเป็นลำดับต่อมาเมื่อสมองได้ประมวลถ้อยคำครบถ้วน

“จำไว้นะธีรเทพ! ลูกแหง่อย่างคุณต้องเสียใจที่ทิ้งฉัน!

 

"หยีไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาป๊าจะทำถึงขนาดนี้"

"ถ้าอาตี๋เล็กมันยอมกลับมาง่ายๆ อั้วก็ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก แล้วอั๊วก็ไม่ได้คิดจะปล่อยให้ลื้อออกไปกินข้าวกับไอ้พ่อเลี้ยงนั่นเสียหน่อย" เจ้าสัวธนพัฒน์ตอบกลับ แต่ธีรดาส่ายหน้าไปอย่างผิดหวัง

"หยีไม่ได้ห่วงเรื่องคุณนพดลสักนิด แต่ที่หยีพูด หยีหมายถึง อาป๊าทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองสมหวัง โดยที่ไม่คิดถึงหัวใจของหยีหรือตาเทพเลยต่างหาก"

"อาหมวย"

"หยีคงเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานของอาป๊ากับคนบ้านนั้น" ตัดพ้อเสียงสั่น "เป็นของเล่นที่เอาไว้ปั่นหัว เป็นแค่เกมขั้นเวลาสนุกๆ แต่จำไว้นะคะ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หยีจะช่วย และไม่ว่าอาป๊าและเฮียจะวางแผนอะไรไว้ หยีจะขัดขวางทุกวิถีทาง หยีจะไม่มีวันกลับเจ็บปวดอย่างวันนั้นอีก หยีเจ็บแล้วจำ และจะจำไปจนวันตายด้วย"

สิ้นคำประกาศลั่นธีรดาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้บิดา พี่ชายและน้องชายมองตามหลังด้วยสายตาตะลึงงันเพราะน้อยครั้งเหลือเกินที่ธีรดาจะแสดงความรู้สึกออกมาโจ่งแจ้งมากถึงขนาดนี้

"แบบนี้จะดีแน่หรือครับอาป๊า เฮีย" ธีรพลกระซิบถามบิดาและพี่ชาย โดยที่สายตายังคงแอบมองตามหลังพี่สาวที่หายลับไปกับกรอบประตูไม้สลักลายมังกรบานใหญ่ "ผมสงสารเจ๊หยี"

"เราทุกคนก็สงสารยาหยีด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ เมื่อไหร่ยาหยีถึงจะยอมรับความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองเสียที สิบกว่าปีแล้วนะที่ไอ้ต้นพยายามง้อขอคืนดี

ธีรพงษ์ให้ความเห็น หนักใจอยู่ไม่น้อยกับปฏิกิริยาของธีรดาที่แสดงออกชัดว่าไม่เห็นด้วยกับแผนการคลุมถุงชนธีรเทพกับลูกสาวบ้านนั้น แต่เมื่อนึกถึงหัวใจที่ปิดกั้นของน้องสาวเพียงคนเดียวแล้ว ในฐานะพี่ชายคนโตย่อมอยากให้น้องสาวได้สมหวัง

"ปล่อยให้ฟาดงวงฟาดหางไปก่อน อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ายังมีความรู้สึกกับเขาอยู่บ้าง"

"ผมกลัวจะไม่จบแค่นั้นน่ะสิ"

"ทำไม""

"ก็ถ้าเจ๊หยีรู้ว่าใครวางแผนไว้ คราวนี้ล่ะ บ้านแตกแน่"ธีรพลหดคอเมื่อนึกถึงตัวต้นเรื่องของการวางแผนในครั้งนี้ที่ไม่รู้ว่าป่านนี้ทางนั้นจะจัดการไปถึงไหนแล้วแต่ที่รู้ดียิ่งกว่าคือสิ่งที่ทุกคนทำก็เพื่อลบล้างความผิดพลาดในอดีตและให้โอกาสคนผิดได้แก้ตัว

เจ้าสัวธนพัฒน์เหล่ตามองลูกสาวเพียงคนเดียวที่เดินหนีขึ้นชั้นบนของบ้านไปแล้วยักไหล่อย่างเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย "ก็อย่าให้รู้สิ"







ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น