แผนลับจับรัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 : จุดเริ่มต้นของแผนการ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 เม.ย. 63


 

“อือ...เทพคะ พอก่อนค่ะ ข้าวไม่ไหวแล้ว”

เสียงห้ามปรามดังกระเส่าแข่งกับเสียงหายใจหอบของคนเหนือร่างที่ถูกเรียกว่า เทพ ชายหนุ่มผ่อนจังหวะการเคลื่อนไหวลงเล็กน้อยตามคำร้องขอ ก้มมองร่างระหงอิ่มอวบเต็มไม้เต็มมือในอ้อมแขน กวาดสายตามองดวงหน้าเรียวคมแบบวีเชฟหมาดชื้นด้วยหยาดเหงื่อจากกิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างกัน ทว่าใบหน้างามนั้นกลับแย้มยิ้มสมใจในรสรักที่เขามอบให้

ขวัญอุษา หรือที่ในวงการพริตตี้เรียกเธอว่า ขวัญข้าว เงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนเหนือร่างด้วยท่าทางเซ็กซี่ที่ฝึกปรือมาเป็นอย่างดี เธอมั่นใจในรูปร่างหน้าตาที่ผ่านมีดหมอจนเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทุกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นดวงตาสองชั้นกลมโต จมูกโด่งมน ริมฝีปากสักสีระเรื่อสดฉ่ำ หน้าอกอวบอิ่ม ช่วงเอวขอดกิ่ว ผิวขาวปานหยวกกล้วยจากการบำรุงด้วยเครื่องประทินผิวนานาชนิด ขวัญอุษามั่นใจว่าชายที่กำลังเชยชมเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของเธออยู่นี้จะต้องหลงใหลในตัวเธอ

ธีรเทพ ศุภวณิชย์ ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวธนพัฒน์ เจ้าของศุภวณิชย์ผ้าไทย โรงงานทอผ้าส่งออกรายใหญ่ของประเทศ เขาและเธอสานสัมพันธ์กันมาร่วมเดือน ควงคู่ออกงานด้วยกันบ่อยเสียจนใครต่อใครก็ออกปากว่าเธอนี่ละว่าที่สะใภ้เล็กของศุภวณิชย์ เพียงแค่คิดขวัญอุษาก็เนื้อเต้นจนอดไม่ได้ที่จะขยับกายเข้าหา

ธีรเทพครางอู้ ซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น “บอกให้ผมพอ แต่ขยับเข้าหาเองแบบนี้ จะให้ผมหยุดได้ยังไงล่ะหืม”

“แต่ข้าวไม่ไหวแล้วนะคะ”

เสียงออดอ้อนอย่างตั้งใจทำหวานหูคนที่หลงในห้วงดำกฤษณาจนแยกไม่ออก ธีรเทพขบเม้มเนื้อนวลจนขึ้นสีระเรื่อ มือที่ว่างลูบไล้ร่างงามเพื่อสร้างอารมณ์หวามไหวให้คงอยู่

“ทนอีกนิดนะครับ ผมยังกินข้าวไม่อิ่มเลย” กระซิบบอกเสียงหอบ เพียงแค่นั้นก็ทำให้ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนหลงเพริดไปกับไฟพิศวาสที่เขามอบให้ ใบหน้าเรียวเชิดสูงเมื่อความสุขสมแห่งรสกามากำลังมาเยี่ยมเยือน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับแวววาวด้วยความสาสมใจ

ในที่สุดเขาก็เป็นของเธอ

จังหวะดนตรีร้อนถูกขับขานด้วยการประสานเสียงร่วมสิบนาทีก่อนที่โน้ตเพลงตัวสุดท้ายจะถูกบรรเลงโดยวาทยกรหนุ่มผู้ช่ำช่องธีรเทพฟุบกายลงข้างร่างระหงอวบอิ่มโดยที่ริมฝีปากยังคงตอดเล็มเนื้อนวลทั่วทั้งซอกคอและไหล่มน สำหรับเขาแล้วขวัญอุษาเป็นผู้หญิงที่ไม่ต่างจากเปลวไฟ เร่าร้อนด้วยมนต์เสน่หาแสนรัญจวนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเข้ากันได้ดีในทุกท่วงท่าของกิจกรรมรัก แต่ไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะหยุดเขา

“เทพคะ” เสียงแหบพร่าจากอาการคอแห้งเพราะใช้เสียงไปมากเอ่ยเรียก คนข้างกายขานรับในลำคอเบาๆ ให้รู้ว่าเขาฟังอยู่ “เมื่อไหร่คุณจะพาข้าวไปเปิดตัวเสียทีละคะ”

“เปิดตัวกับใครละหืม?” ปากถามแต่มือยังขยับลูบไล้เนื้อนวล “กับผมนี่ก็เปิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วยังไม่พออีกเหรอ”

“อย่าพูดเล่นสิคะ ข้าวอยากให้คุณทำความสัมพันธ์ของเราให้ชัดเจนค่ะ”

ธีรเทพหลับตาพลางผ่อนลมหายใจแผ่วยาวอย่างไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น ในใจเขาสบถผู้หญิง! เหมือนกันหมด กระนั้นเขาก็มีคำตอบที่ดีสำหรับพวกเธอเสมอ

“รออีกนิดนะครับ ที่บ้านของผมเป็นครอบครัวใหญ่ อยู่กันหลายคน ผมจะค่อยๆ ทยอยแนะนำข้าวกับครอบครัวดีไหม ข้าวจะได้ไม่ตื่นเต้นไง”

“จริงหรือคะ”

แววตาวาวโรจน์สมใจของหญิงสาวคราวนี้เขามองเห็นมันได้ชัดเจน

“จริงสิครับ” ธีรเทพปริยิ้มส่งให้ขณะตอบดวงตาคู่คมฉายแววกรุ้มกริ่มยามมองเรือนร่างงามอย่างเสน่หา ขวัญอุษาสะเทิ้นอายเมื่อถูกเขาเกี้ยวทางสายตา “คราวนี้เรากลับมาพูดเรื่องของเรากันบ้างนะครับ”

“เรื่องอะไรหรือคะ”

“ก็เรื่อง...นี้ยังไงล่ะ” ลากเสียงยาวพลางกดริมฝีปากอุ่นลงแนบบนผิวเนื้อนุ่ม บดจูบกับต้นแขนมนกลมกลึงโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากดวงตาของเธอแม้แต่น้อย มืออีกข้างรั้งผ้าห่มขึ้นสูงเพื่อคลุมกายบอกเป็นนัยว่าเรื่องที่ว่าคือกิจกรรมใต้ร่มผ้าอีกครั้งนั่นเอง

 

ขณะเดียวกันภายในห้องนั่งเล่นสีครีมสไตล์โมเดิร์น ณ บ้านอัครบวรเวช ปรากฏร่างสองร่างที่กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทางเคร่งเครียด เมื่อฝ่ายหนึ่งคือประมุขของอัครบวรเวชที่เพิ่งกลับมาจากการออกรอบกับเพื่อนสนิทได้ไม่นาน ส่วนอีกหนึ่งนั้นคือลูกชายคนโต พันตำรวจโทปฐพี อัครบวรเวช หรือสารวัตรต้น ที่ลูกน้องเรียกจนติดปากกำลังนั่งฟังด้วยหัวใจที่เต้นสั่นระรัวกับข่าวที่บิดากำลังเล่า จนกระทั่งประโยคยืดยาวของบิดาจบลง สีหน้าและแววตาของผู้เป็นลูกก็เปลี่ยนไป

“อาป๊าพูดอย่างนั้นจริงๆ หรือครับคุณป๋า” เสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด นัยน์ตาคู่คมพราวระยับด้วยข่าวที่บิดาเล่ามานั้นไม่ต่างจากแสงสว่าง ณ ปลายอุโมงค์ที่เขาหาทางออกมาแรมปีและเพียงแค่บิดาพยักหน้าส่งให้ ร่างของรองผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษก็ถึงกับกระโดดตัวลอยจนบิดาต้องเอ่ยปราม

“อย่าเพิ่งดีใจออกนอกหน้าไปเจ้าต้น ให้แผนมันสำเร็จก่อนเถอะค่อยดีใจ”

“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มบอกเขินๆ “ว่าแต่คุณป๋าบอกอาป๊าไปว่ายังไงครับ”

“ฉันขอถามแกก่อน อยากให้แกทำมันด้วยหัวใจของแกจริงๆ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ”

“ไม่เลยครับคุณป๋า ไม่ใช่การบังคับอะไรเลย” ปฐพีรัวลิ้นเร็วรี่เพราะกลัวว่าหากตอบช้าไปเพียงนิด แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ตรงหน้าจะหายไปเหลือไว้เพียงแค่สิ่งที่เขาคิดไปเอง คิดไปเองว่าเจ้าสัวธนพัฒน์ให้โอกาส “ว่าแต่คุณป๋ากับอาป๊าแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้แล้วอาป๊า...ไม่โกรธผมแล้วเหรอครับ”

ท้ายประโยคมีความไม่มั่นใจแฝงอยู่ เห็นท่าทางของลูกชายเช่นนั้นก็อดที่จะปลอบใจตามประสาคนเป็นพ่อไม่ได้

“ถ้าเจ้าสัวยังโกรธแกอยู่ เขาคงไม่บอกให้ฉันมาพูดกับแกหรอก และถ้าไม่แน่ใจฉันจะมาถามแกทำไม ว่าแต่แกเถอะจะเอาด้วยหรือเปล่ากับแผนการนี้”

“เอาสิครับ ผมเอาด้วยแน่นอน” คนเป็นลูกตอบมาดมั่น “ผมไม่มีวันปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปอีกแน่ๆ มันนานเกินไปแล้วกับการรอ...รอโดยที่ไม่เคยมีความหวังอะไรเลย”

“เหอะ ขอให้มันจริงเถอะ” ผู้เป็นพ่อว่าเข้าให้ “อย่าทำพลาดอีกก็แล้วกัน เพราะคราวนี้นอกจากฉันจะไม่ช่วยแกแล้ว ฉันยังจะสมน้ำหน้าแกด้วย”

“โธ่...คุณป๋า ผมสัญญาครับว่าคราวนี้จะไม่มีคำว่าพลาด และลูกสะใภ้ของคุณป๋าต้องชื่อธีรดา ศุภวณิชย์ ไม่ใช่สิ ต้องชื่อ ธีรดา อัครบวรเวช แน่นอนครับ ผมสัญญา”

“อย่าดีแต่ปากก็แล้วกัน” บิดาว่าเข้าให้ นึกหมั่นไส้ลูกชายนักที่ฉวยโอกาสเปลี่ยนนามสกุลของสาวเจ้าเสร็จสรรพ เวลานี้คงเหลือเพียงแค่เรื่องของบุตรสาวคนเล็กเท่านั้นที่ท่านยังเป็นกังวล เพราะรู้อิทธิฤทธิ์ของปรางรวีดีว่าคงไม่มีทางเห็นด้วยกับแผนการนี้อย่างแน่นอน





ตัวละครที่เกี่ยวข้องกำลังเผยโฉม อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะยูว์

รัก



ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น