แผนลับจับรัก

ตอนที่ 2 : บทนำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    4 เม.ย. 63









 

ภายในศูนย์การค้าชื่อดังกลางกรุงสถานที่ซึ่งรวบรวมร้านค้าไว้มากมายหลากชนิดสินค้า ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ รวมถึงอาหารหลากเชื้อชาติที่ขนมาเปิดกันจนแน่นทุกพื้นที่ และที่สำคัญวันนี้มีนัดของเจ้าสัวธนพัฒน์และเพื่อนสนิทผู้ที่คาดหวังจะมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน

“พร้อมนะ”

“พร้อมค่ะปะป๊า” ปรางรวีตอบพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด

ขณะที่ธีรเทพยื่นมือมาตรงหน้าและเฝ้ารอ เมื่อหญิงสาวตกลงใจวางมือลงไปเขาก็กุมมั่นดั่งสัญญาว่าจะร่วมลงเรือลำเดียวกันไปจนสุดหนทาง

เท้าเล็กในรองเท้าส้นสูงสีขาวก้าวตามร่างสูงใหญ่มุ่งหน้าสู่จุดหมายอันเป็นร้านอาหารจีนชื่อดังที่ธีรดากระซิบบอกเอาไว้ ร้านที่บิดามักใช้เป็นสถานที่พบปะเพื่อนฝูงและเลี้ยงรับรองลูกค้า

ธีรเทพหยุดยืนที่เคาน์เตอร์ของพนักงานต้อนรับเพื่อสอบถาม และเมื่อได้คำตอบเขาก็หันมามองคนข้างกายที่ตอนนี้หน้าซีดจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามแนวผมด้วยความตื่นเต้น มือเล็กกำมือเขาแน่นจนรู้สึกเจ็บแต่ด้วยรู้ถึงสาเหตุดีธีรเทพจึงปล่อยให้เธอทำอย่างนั้นต่อไป

“เราจะเข้าไปกันแล้วนะ”

"ค่ะ

เมื่อปรางรวีพยักหน้ารับ ชายหนุ่มก็จับจูงหญิงสาวให้ก้าวตามไป ภายในร้านมีกลิ่นอายความเป็นจีนตามเอกลักษณ์ โต๊ะแต่ละตัวถูกกั้นด้วยฉากไม้ระแนง มุมในสุดมีห้องอาหารอยู่สองถึงสามห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบริเวณด้านนอก เสียงพูดคุยในช่วงใกล้เที่ยงของลูกค้าในร้านทำให้ธีรเทพเริ่มชินเมื่อก้าวผ่านเข้ามาจนถึงที่หมาย

ถึงจะบอกว่ามีความเป็นส่วนตัวสูงแต่ก็มีทางเข้าออกที่เปิดโล่งเพื่อสะดวกแก่บริกรที่คอยดูแลประจำโต๊ะ สาวสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงลายดอกโบตั๋นปักเลื่อมสีทองโค้งคำนับให้ชายหนุ่มและหญิงสาวก่อนเดินออกมา เสียงพูดคุยของเจ้าสัวธนพัฒน์ ธีรพงษ์และธีรพลยังคงดังขึ้นเบาๆ โดยมีอาหารว่างอย่างติ่มซำวางอยู่เต็มโต๊ะ

ธีรพลเป็นคนแรกที่เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาในห้อง ร่างของน้องชายถูกเคียงข้างด้วยหญิงสาวใบหน้าสะสวย มือที่กุมกันแน่นบอกได้ดีว่าคนทั้งคู่ไม่ได้ความสัมพันธ์กันอย่างเพื่อนธรรมดา อาการนิ่งแล้วเงียบเสียงไปนานของบุตรชายคนรองทำให้เจ้าสัวธนพัฒน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องเงยหน้าขึ้นมองไม่ต่างกับธีรพงษ์ซึ่งมีอาการอย่างเดียวกัน

“นี่มันอะไรกันอาตี๋เล็ก!

เสียงกัมปนาทของบิดาร้องถาม ทว่าธีรเทพกลับทำเพียงกระตุกยิ้มบางๆ เพราะได้เตรียมตัวเตรียมใจมาพร้อมเป็นอย่างดีแล้ว

ขณะที่ปรางรวีแม้จะตกใจไม่น้อยกับประโยคแรกแห่งการทักทาย แต่ก็ไม่ลืมดึงมือออกจากอุ้งมือหนาเพื่อยกขึ้นไหว้ทำความเคารพบุคคลทั้งสามด้วยท่าทางตามที่ได้ซักซ้อมไว้ และเพียงแค่หญิงสาวก้มหน้าลงตะเกียบไม้ในมือของประมุขแห่งศุภวณิชย์ก็ลอยหวืดมากระทบโต๊ะไม้ประดับมุกลวดลายมังกรจนเกิดเสียงดังไปทั่ว ท่าทางที่บอกได้ดีว่าบิดากำลังไม่พอใจทำให้ธีรเทพต้องรวบรวมสติ ตีสีหน้าให้เรียบสนิทแล้วกล่าวต่อ

“ขอผมนั่งด้วยนะครับ”

ขออนุญาตแล้วเดินเข้ามาใกล้ โดยไม่ใส่ใจสีหน้าตกตะลึงของพี่ชายทั้งสองและสีหน้าที่กำลังโกรธจัดของเจ้าสัวธนพัฒน์ผู้เป็นบิดาเลยแม้แต่น้อย

“พวกลื้อมาทำอะไรที่นี่”

น้ำเสียงที่ไม่มีความเป็นมิตรทำให้ปรางรวีสะดุ้ง แต่ธีรเทพยังคงยืนยิ้มหน้าระรื่น

“เห็นเจ๊หยีบอกว่าอาป๊าออกมากินเหลา ผมก็เลยพาลูกสะใภ้กับหลานมาทักทายไงครับ” ไม่ว่าเปล่าธีรเทพยังโอบหญิงสาวเข้ามาแนบชิดในท่าแนะนำตัวเสร็จสรรพอีกต่างหาก

ปรางรวีหน้าซีดแล้วซีดอีกเพราะใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับธีรเทพทั้งสามบัดนี้จ้องมองมาที่เธอตาเขม็ง และยิ่งสิ้นคำสุดท้ายของเขาด้วยแล้วทุกคนก็พร้อมใจหลุบตาลงมองที่ช่วงกลางลำตัวของเธอทันทีราวกับมันคือเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

“ลื้อหมายความว่ายังไงอาตี๋เล็ก” เจ้าสัวธนพัฒน์เค้นเสียงถามอย่างสงวนท่าที ดวงตาคู่เรียวหากผ่านอะไรมามากประเมินคนทั้งสองอย่างเงียบๆ

“ขอให้น้องปรางนั่งก่อนนะครับยืนนานๆ มันไม่ดีกับลูกในท้อง” ธีรเทพยังคงไม่สะทกสะท้านกับคำถาม เขาเลือกที่จะเลื่อนเก้าอี้ตัวใกล้ๆ ออกมาบริการคนข้างกาย ราวกับต้องการประกาศให้คนทั้งหมดรู้ถึงความสัมพันธ์ที่กำลังแสดงอยู่

“มามี้นี่อาป๊าของปะป๊านะ ส่วนคนซ้ายมือน่ะเฮียพงษ์เป็นตั่วเฮียของปะป๊า มามี้ต้องเรียกอาแปะนะ และขวามือเฮียพลเป็นหยี่เฮีย พี่ชายคนที่สองของปะป๊ามะม๊าก็ต้องเรียกอาแปะเหมือนกัน” คำแนะนำที่มาพร้อมลำดับญาติให้เสร็จสรรพทำเอาคนทั้งสามนั่งนิ่งไม่ไหวติง

ปรางรวีระบายยิ้มบางๆ เมื่อไม่มีปฏิกิริยารุนแรงอย่างที่นึกกลัว จึงยกมือขึ้นทำความเคารพบุคคลทั้งสามอีกหน ก่อนที่ธีรเทพจะแนะนำตัวหญิงสาวให้บิดาและพี่ชายทั้งสองรู้จักบ้าง

“นี่น้องปรางครับ ปรางรวี อัครบวรเวช ผมกับน้องปรางเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” ท้ายประโยคดวงตาคู่คมหันมาสบประสานกับเจ้าของชื่อ ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นอาการของพี่ชายและบิดาที่ขมวดคิ้วในตอนแรกก่อนจะแอบยกมุมปากขึ้นนิดๆ จะมีก็แค่ปรางรวีคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น เธอเลือกเก็บความสงสัยนั้นไว้และเตือนตัวเองให้อยู่กับบทละครที่กำกับร่วมกับชายหนุ่มต่อไป

“ลื้อว่าอะไรนะอาตี๋เล็ก”

คำถามอย่างคนยอมเล่นตามเกมไม่สะกิดใจคนเป็นลูกแม้แต่น้อย เพราะยามนี้ธีรเทพกำลังกระหยิ่มในใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนอย่างไม่น่าเชื่อ

“ผมบอกว่า ผมกับน้องปรางเรากำลังจะมีลูกด้วยกันครับ” น้ำเสียงฉะฉานเอ่ยตอบ และเมื่อเห็นสีหน้าที่เพ่งมองมาเหมือนกินยาขมของบิดา ธีรเทพจึงรีบพูดถึงจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้ทันที “ผมคงแต่งงานกับผู้หญิงที่อาป๊าหาให้ไม่ได้”

สิ้นคำว่า แต่งงานคนรับบทต่อก็รีบก้มหน้างุดราวกับน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองยิ่งนักที่สามีต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น

"พี่เทพกับน้องปรางเรารักกันค่ะคุณพ่อสามีขา และตอนนี้น้องปรางก็ท้องได้สองเดือนแล้วด้วย คุณพ่อสามีขาจะกีดกันโดยการให้พี่เทพไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้นะคะ น้องปรางไม่ยอม" เอ่ยพร้อมกับแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับที่หน่วยตาเบาๆ ราวกับสะเทือนใจในเรื่องดังกล่าวเหลือคณา

"จริงหรือเปล่าอาตี๋เล็ก"

คำบอกเล่าของหญิงสาวหนึ่งเดียวทำให้เจ้าสัวธนพัฒน์หันไปถามทางลูกชายตัวดีที่นั่งเป็นไม้ยืนต้นให้ไม้เลื้อยอย่างปรางรวีเกาะเกี่ยวไม่ยอมปล่อย ดวงตาคมเรียวจ้องตอบผู้เป็นบิดานิ่งก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

"จริงครับอาป๊า ผมกับน้องปรางเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ดังนั้นผมคงแต่งงานกับผู้หญิงที่อาป๊าหาให้ไม่ได้ เพราะผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วยมีเพียงแค่น้องปรางเท่านั้น อีกอย่างนะครับเราไปอัลตราซาวด์กันมาแล้วว่าในท้องนี้อาจจะเป็นอาตี๋ อาป๊าไม่อยากได้ตี๋เล็กมาเรียกอากงเหรอครับ"

ธีรเทพแสร้งยกมือขึ้นลูบหน้าท้องภรรยากำมะลอด้วยสีหน้าเป็นสุขจนคนถูกถึงเนื้อถึงตัวทำอะไรไม่ถูก เพราะเรื่องอัลตราซาวด์นั้นเขาเพิ่งคิดขึ้นมาสดๆ จึงไม่ทันนึกว่าการอัลตราซาวด์เด็กที่มีอายุครรภ์แค่สองเดือนมันจะไม่เห็นอะไรมากไปกว่าถุงน้ำสีขาวใบเล็กๆ เท่านั้น

แต่กับคนที่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างพี่ชายทั้งสองต้องลอบอมยิ้มกับท่าทางของน้องชายที่ลงทุนมากถึงเพียงนี้เพื่อทำให้บิดาเชื่อ

"หมายความว่า ไม่ว่าจะยังไงก็จะแต่งงานกันแน่ๆ ใช่ไหม"

ยังไม่ทันได้คิดให้ถี่ถ้วนว่าสรรพนามและน้ำเสียงนั้นผิดแผกแตกต่างจากที่เคย นักแสดงทั้งสองอย่างธีรเทพและปรางรวีซึ่งลิงโลดไปแล้วกับความหมายของประโยคคำถามก็รีบตอบรับกลับเสียงใส

"ใช่ค่ะ/ใช่ครับ"

คำตอบชัดถ้อยชัดคำของสองหนุ่มสาวก็ทำให้คนที่เอ่ยถามกระตุกยิ้มสมใจ

"ถ้าอย่างนั้นแต่งกันเดือนหน้าเลยเป็นอย่างไรเจ้าสัว"













"แต่งเลยม่ะ" เสียงใครกันนะ
เดี๋ยวอีบุ๊คมาค่ะ กำลังแก้ไขเนื้อหาอยู่ โปรดใจเย็นกันแปบนึงนะคะ
ป.ล. เรื่องนี้ไม่มีแพลนทำเล่มนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น