แผนลับจับรัก

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 บุพเพหรือเล่ห์พรหม (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 เม.ย. 63




บทที่ 5 บุพเพหรือเล่ห์พรหม

“น้องปราง!

สามหนุ่มร้องเรียกปรางรวีเสียงหลงแต่กระนั้นสาวเจ้าก็หาได้สนใจหันกลับมามองไม่ปรางรวีก้าวฉับๆ ออกจากห้องนั่งเล่นได้ก็เลี้ยวตรงหัวมุมขึ้นชั้นบนไปทันที ทิ้งให้ปฐวีที่โดนหางเลขไปด้วยกุมขมับเขานึกไว้แล้วเชียวว่าทำไมเมื่อเช้าตาข้างขวาถึงกระตุกเพราะต้องโดนน้องสาวสุดที่รักโกรธนี่เอง คิดแล้วก็พาลโมโหพี่ชายและบิดาไปด้วยอีกคน พาเขาซวยแท้ๆ ตาคมตวัดค้อนทำให้พลตำรวจเอกไพโรจน์และพันตำรวจโทปฐพีสะดุ้งโหยง

“ผมบอกแล้วก็ไม่เชื่อ ยังไงล่ะ อันไลค์!” ซ้ำเติมโดยการหยิบเอาคำพูดทิ้งท้ายของน้องสาวมาใช้ต่อ ปฐพีมีสีหน้าเซ็งจัดขึ้นมาทันที ขณะที่บิดาก็พร้อมใจที่จะโยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลมาให้เขาเช่นเดียวกัน

“เพราะแกคนเดียวเลยเจ้าต้น แผนการไม่ได้เรื่อง”

“แต่เรื่องสัญญาเงินกู้นี่คุณป๋าเป็นคนออกไอเดียนะครับ” พันตำรวจโทปฐพีไม่ยอมรับผิดคนเดียวง่ายๆ เมื่อลูกชายคนโตโยนกลองมาให้คุณไพโรจน์ก็หันมาโยนต่อให้ลูกชายคนรองทันที

“เพราะแกนั่นแหละเจ้าปลายไม่ตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบ”

“ทำไมมาโยนให้ผมอย่างนี้ล่ะครับ” ปฐวีร้องโวย “ผมเตือนคุณป๋าแล้วว่าให้ลองคุยกับยายน้องดูก่อน คุณป๋าก็ไม่เชื่อ บอกแต่ว่านี่ผู้บังคับการตำรวจนครบาล นี่รองผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ แล้วยังไงครับล้มไม่เป็นท่า อย่าไปบอกใครเชียวว่าถูกลูกสาวจับไต๋ได้ภายในเวลาแค่สิบห้านาที เสียชื่อผู้การตำรวจนครบาลและรองผู้กำกับ ป.ป.ส. หมด” กล่าวจบก็ผุดลุกจากโซฟาที่นั่งเพื่อเดินหนี ปล่อยให้พี่ชายและบิดานั่งอ้าปากค้างเมื่อถูกหลอกด่า

“เจ้าปลาย!/ไอ้ปลาย!

เสียงตะโกนไล่หลังไม่สามารถทำให้ขายาวภายใต้กางเกงยีนส์สีซีดหยุดก้าวเดินลงได้ แต่เพียงแค่เดินออกมาถึงหน้าบันไดขาที่กำลังก้าวก็หยุดชะงักเมื่อเห็นน้องสาวเดินหน้าหงิกลงมาจากชั้นบน และในมือก็มีกระเป๋าถือติดมาด้วย

“น้องปรางจะไปไหน”

“ไปที่ไหนก็ได้ค่ะ ที่ไม่มีคนโกหก หลอกลวง ทำตัวไม่น่ารัก ไม่น่านับถือ บังคับขืนใจน้องปราง และคิดแต่จะกีดกันการคบเพื่อนของน้องปราง” จบประโยคกระแทกเสียงใส่อย่างไม่พอใจ ขาขาวภายใต้กางเกงยีนสีเข้มก็ขยับตบเท้าเตรียมที่จะเดินหนีแต่ถูกปฐวีคว้าแขนกลมกลึงไว้ได้ทัน

“เดี๋ยวก่อน น้องปรางยังไม่บอกพี่เลยว่าจะไปไหน นี่อย่าบอกนะว่าจะไปหานายธนาวินอะไรนั่น”

“ไปหาคุณวินหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับพี่ปลาย ปล่อยค่ะตอนนี้น้องปรางกดอันไลค์พี่ปลายอยู่” ปรางรวีกระชากแขนออกจากการฉุดดึงของผู้เป็นพี่ “น้องปรางโกรธมาก น้องปรางจะหนีออกจากบ้าน!

“เฮ้ย!

ปฐวีร้องเสียงหลงเมื่อน้องสาวประกาศความตั้งใจ พอตั้งสติได้ขายาวก็ออกวิ่งตามหลังน้องสาวไปทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงไฟท้ายรถของมาสด้าคูเป้สีขาวมุกของปรางรวีเท่านั้น ผู้กองหนุ่มหันซ้ายหันขวาอย่างคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่ชายกับบิดาจะทราบแล้วหรือยังที่น้องสาวประกาศลั่นว่าจะหนีออกจากบ้าน

ร่างสูงรีบหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขา พลตำรวจเอกไพโรจน์และผู้กำกับปฐพีเดินออกมาจากพอดี ปฐวีรีบรายงานสถานการณ์อย่างไม่รอช้า

“คุณป๋า พี่ต้น ยายน้องบอกว่าจะหนีออกจากบ้านครับ”

บิดาและพี่ชายหันมามองหน้ากันอย่างขบขัน ไม่มีวี่แววของความตกใจให้เห็นแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้ปฐวีหัวเสีย “นี่คุณป๋ากับพี่ต้นไม่ตกใจเลยหรือครับ ยายน้องกำลังจะหนีออกจากบ้านนะครับ”

“ไม่เอาน่านายปลายใจเย็นๆ” ปฐพียื่นมือมาตบไหล่น้องชายเบาๆ “หนีไปได้ไม่ไกลนักหรอก”

“หมายความว่ายังไงครับ”

“ก็หมายความว่า นี่คือแผนสำรองยังไงล่ะ” ปฐพีเฉลยพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

รอยยิ้มที่ปฐวีมองแล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ นี่พี่ชายกับบิดาอยากจะได้นายตี๋เล็กอะไรนั่นมาเป็นเขยมากขนาดนั้นเชียวหรือ “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ไม่รู้จักคำว่าแผนสำรองหรือไง” พี่ชายเลิกคิ้วถามเมื่อปฐวียังคงมีสีหน้างุนงงระคนหงุดหงิดอย่างไรชอบกล

ผู้กองหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แผนสำรองน่ะผมรู้จักครับ แต่ที่ผมสงสัยก็คือไปคิดแผนสำรองกันตอนไหน ทำไมผมถึงไม่รู้”

“เมื่อกี้นี้เอง” ปฐพีตอบยิ้มๆ และยิ่งยิ้มกว้างมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นจ่าวินัยเดินสวนปรางวีกลับเข้ามาในบ้าน “เรียบร้อยไหมครับจ่า”

“เรียบร้อยครับคุณต้น”

“เรียบร้อย แผนสำรอง อะไร ยังไง คุณป๋า พี่ต้น ทำอะไรกันอีกครับเนี่ย” ปฐวีหน้าเหลอทวนทุกประโยคที่ผ่านหูเมื่อครู่ มองบิดาที พี่ชายทีอย่างต้องการคำตอบ แต่พลตำรวจเอกไพโรจน์กลับหัวเราะเบาๆ และหมุนตัวเดินหนีโดยไม่ยอมตอบคำถาม ไม่ต่างกับปฐพีที่รีบเดินตามหลังไปติด

ปฐวีหันมาจะเค้นถามจากจ่าวินัยแต่ก็ว่างเปล่าเมื่ออีกฝ่ายรู้แกวเดินหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ทำให้ผู้กองหนุ่มต้องรีบวิ่งไปถามเอาความจริงถึงแผนสำรองที่พี่ชายว่านั้นหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่

 

“หยุดคิดเรื่องนี้ไปได้เลยนะครับ”

ธีรเทพกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวออกไปจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด ความคิดอยากจะขึ้นไปหาธีรดาที่ชั้นบนต้องเปลี่ยนเป็นสาวเท้าก้าวออกไปจากตึก ประตูรถบีเอ็มดับเบิลยูสปอร์ตสีบรอนซ์ถูกกระชากออกตามแรงของผู้เป็นเจ้าของ ธีรเทพกวาดตามองเหล่าคนงานในบ้านทีละคนจนต้องพากันหลบวูบเมื่อสีหน้าและท่าทางของนายน้อยไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในตัวบ้าน บ้านศุกวณิชย์มีลักษณะเป็นตัวตึกสถาปัตยกรรมแบบจีนสี่ชั้น อาศัยอยู่กับแบบกงสีโดยมีครอบครัวของลูกชายและสะใภ้อยู่ด้วยกันทั้งหมด ชั้นบนสุดเป็นอาณาเขตของธีรพงษ์ พี่ชายคนโตและธีรพลพี่ชายคนรองกับภรรยา ชั้นสามเป็นของเขาทั้งชั้น ส่วนเจ้าสัวธนพัฒน์และธีรดาลูกสาวคนโตอาศัยอยู่ชั้นสองเพราะอายุที่กำลังก้าวเข้าสู่เลขหกสิบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทำให้ลูกๆ ทุกคนห่วงสุขภาพของเจ้าสัวไม่อยากให้เดินเหินขึ้นบันไดสูงเกรงว่าจะเกิดอันตรายธีรดาจึงรับอาสาดูแลบิดาด้วยตัวเอง ส่วนหลานสาวทั้งสามพักอยู่ที่บ้านอีกหลังซึ่งถูกสร้างขึ้นมาสำหรับทายาทรุ่นต่อไป

“ยายน้องหมูอัปลักษณ์ คิดจะจับฉันอย่างนั้นเหรอฝันไปเถอะ ฉันขอสาบานว่าจะไม่มีวันเอาเธอมาเป็นเมียเด็ดขาด”

ธีรเทพบ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งก่อนจะพาร่างที่สูงกว่าร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรแทรกเข้าไปนั่งยังที่นั่งคนขับ และเมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเสียงบดล้อก็ตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ไฟท้ายของรถปรากฏอยู่ลิบๆ เมื่อเจ้าตัวเพิ่มความเร็วจนถึงขีดสุดเพื่อระบายความอัดอั้นทั้งหมดทั้งปวงที่มีลงไป ใครไม่มาเป็นเขาไม่เข้าใจหรอกว่าการที่อยู่ๆ ถูกบอกให้ไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้น่าโมโหแค่ไหน โดยเฉพาะการที่ถูกครอบครัวรวมหัวกันสร้างเรื่องขึ้นมาโกหก คิดแล้วก็โมโหยายน้องหมูอัปลักษณ์ อะไรนั่นที่ทำให้บิดาผู้รักเขามากกว่าใครวางแผนหลอกลวงเขาได้

ศัตรูครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ธีรเทพเริ่มประมวลสถานการณ์ด้วยท่าทีที่สงบขึ้น ความเร็วผ่อนลงตามลำดับแต่ทำได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหัวเสียอีกครั้งเมื่อสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาต้องเพ่งสายตาลอดเลนส์แว่นกันแดดสีปรอทมองราวกับมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างไรอย่างนั้น

“ซ่อมท่อ”

เสียงทุ้มอ่านข้อความที่ปรากฏบนแผงกั้นสีขาวสลับแดงแล้วนึกอยากจะเอาหัวโขกกับพวงมาลัยรถขึ้นมาติดหมัด “มาซ่อมอะไรกันตอนนี้ว่ะ คนยิ่งรีบๆ อยู่”

แม้จะหัวเสียกับสิ่งที่ขัดขวางตรงหน้ามาเพียงใด แต่สิ่งที่ธีรเทพทำได้มีเพียงการเอี้ยวตัวไปด้านหลังและถอยรถกลับไปใช้เส้นทางฝั่งตรงข้าม

 

‘…จัดการเรื่องนายธนาวินให้เรียบร้อยด้วยนะจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง

คำพูดของพี่ชายคนโตและสายตาของบิดาทำให้ปรางรวีที่ขับรถออกมาได้สักพักต้องปล่อยน้ำตาแห่งความน้อยใจออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สุดท้ายทุกคนก็ห่วงชื่อเสียงและหน้าที่การงานของตัวเองมากกว่าหัวใจและความรู้สึกของเธอ

‘…เป็นลูกสาวที่ป๋ารักและห่วงมากที่สุด

โกหกและหลอกลวงคือนิยามศัพท์ที่เธอมอบให้บิดาบังเกิดเกล้าได้ดีที่สุดในตอนนี้

“คุณแม่ขา คุณป๋าไม่รักน้องปรางแล้วค่ะ” นอกจากจะไม่รักแล้วยังไม่ถามเหตุผลหรือความรู้สึกจริงๆ ของเธออีกต่างหาก

ปรางรวีคร่ำครวญถึงมารดาผู้ล่วงลับตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมาความรักและความเอาใจใส่อย่างเดียวที่เธอได้รับมีเพียงจากจ่าวินัยลูกน้องคนสนิทของบิดาเท่านั้น เมื่อบิดาเอาแต่โหมทำงานและทดแทนเวลาที่ควรจะอยู่กับเธอด้วยข้าวของเงินทองหรือแม้แต่ส่งคนอื่นไปเป็นตัวแทนในงานวันพ่อวันที่คนเป็นพ่อแท้ๆ ควรจะไปไม่ใช่ลูกน้องคนใดคนหนึ่ง

ส่วนพี่ชายทั้งสองที่อายุห่างกับเธอหลายปีก็เจริญรอยตามบิดาด้วยการก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อเธออายุได้เพียงแค่หกขวบ และนั่นยิ่งทำให้ระยะห่างของเธอและครอบครัวเพิ่มมากยิ่งขึ้นโรงเรียนที่เธอมีสิทธิ์ไปหาได้แค่เดือนละหนึ่งครั้ง

หลังมือบางปาดหยาดน้ำตาที่ไหลเปรอะแก้มเนียนอย่างไม่คิดที่จะใส่ใจว่ามันจะทำให้ผิวหน้าถูกแรงเสียดสีมากเพียงใด เท้าเล็กกดส้นสูงกว่าสองนิ้วลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อระบายความอัดอั้นทั้งน้อยใจและเสียใจที่มีอยู่เต็มอก เธอเคยคิดเสมอว่าเมื่อเธอโตขึ้นเธอจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดของตัวเองเพื่อทดแทนความอ้างว้างในวัยเด็ก เธอจึงเลือกทำงานแบบฟรีแลนซ์เพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เลือกที่จะใช้ชีวิตไร้แก่นสารอย่างที่บิดาว่าก็เพื่อที่ท่านจะได้หันมาสนใจเธอบ้าง แต่เวลานี้เธออ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอมากจนคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังจะไปที่ไหนเธอรู้เพียงว่าต้องการออกจากบ้านหลังนั้น บ้านที่เธอฝืนทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าทุกคนแต่แอบร้องไห้ทุกครั้งเมื่อต้องอยู่เพียงลำพัง และเวลานี้บ้านหลังนั้นกำลังผลักไสเธอออกไปอยู่ที่อื่น

ปรางรวีหลับตาลงและผ่อนหายใจออกช้าๆ น้ำตาที่รินไหลยังคงไม่เหือดหายแต่อย่างน้อยมันก็ระบายความอัดอั้นของเธอออกมาได้บ้าง เบื้องหน้าสัญญาณไฟจราจรยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างที่ควรจะเป็น ตัวเลขบนแผงดิจิตอลสีแดงค่อยๆ ลดระดับลงบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานรถของเธอก็จะเคลื่อนต่อไปได้ ใบหน้าสวยซุกซบลงบนพวงมาลัยเมื่อคำนวณดูแล้วเหลือเวลาอีกเกือบสองนาที เธอขอร้องไห้ให้หนำใจก่อนที่จะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายว่าตอนนี้ไม่มีใครต้องการเธอเลยสักคน

 

ธีรเทพเคลื่อนรถเข้ามาต่อท้ายคูเป้สีขาวสัญชาติญี่ปุ่นหลังจากที่ใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีในการขับรถอ้อมเส้นทางที่พร้อมใจปิดกันถ้วนหน้าทั้งซ่อมท่อ ซ่อมถนน ปิดประท้วง หรือแม้แต่พร้อมใจจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนกันอีกสามงาน วันนี้คงเป็นวันดีฤกษ์สวยแต่ไม่ใช่กับเขา

มือหนาหยิบโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดของตัวเองขึ้นมากดหาใครสักคนที่จะทนฟังเรื่องบ้าบอคอแตกของเขาได้แต่ก็พบว่าไม่มีใครเลย ขวัญข้าวแฟนสาวคนล่าสุดเพิ่งถูกเขาบอกเลิกไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนด้วยเหตุผลที่เขาต้องมาถูกบิดาหลอกให้แต่งงานกับยายน้องหมูอัปลักษณ์ เพื่อนสนิทและเพื่อนสมัยเรียนก็พร้อมใจละทิ้งชีวิตโสด บ้างก็แต่งกับงานจนแทบจะไม่ได้เจอกัน เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวก็ไม่มีใครเลยที่พอจะพูดคุยเรื่องนี้ได้ ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะคุยกับใครสักคนที่ไม่รู้ว่าเขาคือธีรเทพ ศุภวณิชย์ ใครสักคนที่ไม่รู้จักเขาเลย แต่ใครจะบ้ามานั่งฟังเรื่องไร้สาระนี้กัน

สัญญาณจราจรเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวแต่รถคันหน้ายังคงจอดสนิท ธีรเทพกดแตรไล่ด้วยความหงุดหงิดแต่คูเป้คันดังกล่าวก็ยังคงจอดนิ่งไม่ไหวติง กำปั้นใหญ่ทุบลงบนแผงพวงมาลัยเพื่อกดสัญญาณไล่รถคันหน้าอีกครั้งแต่มันก็ยังไร้ผลคงเดิม รถของเขาจอดใกล้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไปทำให้ไม่สามารถเบนหลบไปใช้เลนอื่นได้ และเสียงที่ทำให้เขาโมโหยิ่งขึ้นก็ดังมาอีกระลอกใหญ่ เสียงบีบแตรไล่ของรถคันหลังที่มีมากกว่าสิบคัน แม้จะเป็นถนนย่านชานเมืองแต่เมื่อถนนพร้อมใจปิดกันขนาดนั้นทำให้บริเวณนี้มีรถจำนวนไม่น้อยและรถคันหน้าก็ทำตัวงี่เง่าได้อย่างน่าโมโห ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเปลี่ยนไปใช้เลนที่อยู่ข้างๆ แต่เพียงแค่เลื่อนตัวถังรถออกไปเท่านั้นรถคันหลังสี่ห้าคันก็แล่นแซงขึ้นไปก่อนทำให้เขาต้องถอยกลับและนั่งรอให้ถนนว่าง ณ ตำแหน่งเดิม

“จะไฟแดงอีกรอบแล้วนะคุณ” เสียงทุ้มก่นด่ารถคันหน้าแต่เหมือนรถจะมีปัญหาเพราะเขาเห็นเงาผู้หญิงดูลุกลี้ลุกลนชอบกล หรือไม่ก็พวกมือใหม่หัดขับธีรเทพคิด

เมื่อถนนเริ่มว่างธีรเทพก็ถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อเลี้ยวรถออกไปใช้เลนอื่น แต่แทนที่ระยะห่างจะเพิ่มขึ้น คูเป้สีขาวมุกกลับร่นระยะด้วยการถอยหลังตามมาและทำให้ทันทีที่เร่งเครื่องเพื่อเบียดแซงขึ้นไปกระโปรงหน้ารถของบีเอ็มดับเบิลยูสีบรอนซ์ก็เสยเข้าท้ายรถของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง เสียงดังโครม





พระนางเขาจะเจอกันแล้วค่ะคุณผู้โชม >/////<

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น