เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 9 : บทที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

แม้ว่าก่อนขึ้นเวทีรุ่งรุจได้อาราธนาพระเกจิมาทั้งประเทศแล้ว แต่เมื่อกำลังจะเริ่มร้องก็อดขาสั่นไม่ได้ มองไกลผ่านแสงไฟจ้าหน้าเวทีออกไป เขาเห็นคุณพีชยืนอยู่ตรงนั้น เธอคงมาดูว่านักร้องคนใหม่จะร้องเพลงได้ดีสมกับที่ฝึกซ้อมมาหรือไม่ เพลงลูกทุ่งเพลงแรกในชีวิตของนักร้องหน้าใหม่สำหรับเปิดการแสดงวันนี้เป็นเพลงลูกทุ่งยอดนิยม จังหวะช้าแบบที่เขาร้องขอกับครูเทืองซึ่งครูเทืองเองก็ไม่ได้ขัด บอกแค่ร้องออกมาให้ดีก็แล้วกัน

ชายหนุ่มมองไปรอบตัวที่รายล้อมด้วยแดนเซอร์สาวสวยยังเห็นหมวยส่งยิ้มให้เป็นกำลังใจ รุ่งรุจสูดหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเริ่มร้องเพลงได้จังหวะเหมาะพอดี เพลงนี้เป็นถ้อยคำคร่ำครวญของชายซึ่งอุตส่าห์สวดบริกรรมคาถาให้ผู้คนมารุมรัก แต่คนรักของเขากลับไปมีคนอื่น ที่น่าเจ็บใจก็คือคาถาพวกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย

การขึ้นร้องเพลงครั้งนี้ดูจะได้การตอบรับพอสมควรจากแฟนเพลงแม้นักร้องใหม่จะมีอาการเกร็งๆบ้างก็ตาม แต่รุ่งรุจกลับคิดแค่ว่าไม่โดนโห่ไล่ก็ดีถมไปแล้ว หลังจากร้องเพลงจบ..เมื่อเดินลงมาหลังเวทีเขาถึงรู้สึกได้ว่านัยน์ตาฝ้าฟางเหมือนจะเป็นลมอยู่ตรงนั้น ดีที่ยังพยุงตัวไหวไม่ทรุดลงไปกองลงกับพื้นเสียก่อน เพลงนี้น้อยบอกแล้วว่าต้องร้องให้ตรงห้องดนตรีแบบพอดีกันเป๊ะๆ จะมากน้อยไปกว่านี้เพลงจะเพี้ยนหนัก อาจเป็นเพราะความกังวลใจนี้เองทำให้รุ่งรุจใส่ความตั้งใจเต็มที่ถึงได้หมดแรงจนหน้ามืดอย่างนี้

“เป็นไงรุจ” ครูเทืองที่อยู่หลังเวทีปราดเข้ามาหาลูกศิษย์คนใหม่ทันที

“พอไหวครับครู ผมนึกว่าตอนแรกจะแย่เสียแล้ว”

“ครั้งแรกก็แบบนี้กันทั้งนั้น คราวหน้าก็จะหายประหม่าไปเอง ไปพักข้างหลังเสียไป๊”

“อ่อ..ครูครับ แล้วคุณพีชไปไหนเสียล่ะครับ” รุ่งรุจนึกว่าจะเจอคุณพีชข้างหลังเวทีหลังจากที่ร้องเพลงเสร็จเสียอีก เพราะเมื่อร้องเพลงไปได้พักหนึ่งเขาก็ไม่เห็นเธอที่หน้าเวทีอีก

“เอ...ไม่เห็นนะ คงอยู่แถวๆนี้แหละ”

รุ่งรุจเดินหาคุณพีชจนทั่ว เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยากเจอคุณพีชทำไมหนักหนา ตอนนี้เพียงอยากรู้ว่าคุณพีชพอใจผลงานของเขาหรือไม่ บางทีเขาก็ต้องการแค่เห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจของเธอเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มเดินลัดเลาะมาทางด้านข้างเวที ทุกคนดูสาละวนกับการแสดงบนเวทีที่ต้องเป็นไปตามคิว แต่ตรงนั้นก็ยังไม่มีคุณพีชอยู่ดี เพราะรุ่งรุจร้องเปิดวงแค่เพลงเดียวเขาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเลี่ยงออกมาทางด้านหน้าเวที คนดูมากันหนาตาและดูท่าจะสนุกสนานกับการแสดงบนเวทีไม่ว่าจะเป็นเพลงหวานหรือกระทั่งแดนซ์กระจาย

รุ่งรุจตัดสินใจนั่งดูการแสดงอยู่ที่มุมหนึ่งไม่ไกลนัก ระหว่างที่กำลังดูการแสดงอย่างเพลินเพลิน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคุณพีชกำลังคุยกันอย่างออกรสกับชายวัยกลางคนดูภูมิฐาน เธอกำลังคุยกับผู้ชายคนนั้นดูท่าคุ้นเคยกัน บางทีเขาอาจเป็นคนรู้จัก ไม่ก็มาติดต่อจ้างงาน หรือแม้กระทั่งอาจเป็นแฟนคลับของครูเทือง แต่เท่าที่เขาดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่สันนิษฐานเลยสักนิด เพราะนอกจากปากจะคุยกับคุณพีชแล้วสายตาของหมอนั่นดูกะลิ้มกะเหลี่ยจนน่าเกลียดแถมมือไม่ก็ดูยุบยับอยู่ไม่เป็นสุข ไม่รู้ว่าคุณพีชคุยอะไรกับผู้ชายคนนั้นอยู่ได้ตั้งนาน

พอผ่านไปได้สักพักรุ่งรุจก็เริ่มทนไม่ไหวที่จะต้องทนดูคุณพีชคุยกับไอ้แก่ตัณหากลับนั่น กลัวว่าถ้ามากไปกว่านี้คุณพีชคงโดนลวนลามเสียเอง

“อ่อ...คุณพีชครับ ขอโทษครับ ผมมีเรื่องจะถามอะไรหน่อย” ชายหนุ่มเข้าไปขัดการสนทนา

“งั้นรึ ถ้าอย่างนั้นพีชคงต้องขอตัวก่อน ถ้าทางคุณพี่ตกลงใจยังไง ติดต่อพีชได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องนั้นที่คุณพี่ขอไว้...พีชจะจัดการให้ค่ะ” ไม่รู้คุณพีชคิดอะไรอยู่ถึงเรียกคนแก่อายุคราวพ่อขนาดนั้นว่าพี่ได้ลง แต่ที่น่าทุเรศที่สุดคงเป็นสายตาวิบวับดูมีเลศนัยของผู้ชายคนนั้น...มันน่าสงสัยบอกไม่ถูก

“ว่าไง มีอะไรหรือรุจ”

“อ่า..คือ...ผมอยากจะถามคุณพีชว่า เมื่อกี้...คุณพีชดูผมร้องเพลงหรือเปล่าครับ เป็นไง ใช้ได้ไหมครับ” คุณพีชยิ้มด้วยความเอ็นดูนักร้องใหม่

“ดูสิ ฉันว่าใช้ได้แล้วนะ แต่อาจต้องปรับปรุงอะไรอีกนิดหน่อย เดี๋ยวคุณพ่อคงบอกเองแหละ ว่าแต่...จะมาถามฉันแค่นี้น่ะรึ”

“อ๋อ...ก็แค่นี้แหละครับ แหม....ผมก็อยากจะรู้ว่าคุณพีชพอใจกับการร้องเพลงของผมไหม ถ้าคุณพีชพอใจแล้วผมก็ดีใจ” คุณพีชหัวเราะคิกคักกับความคิดของนักร้องน้องใหม่ที่คงขาดความมั่นใจอยู่โข ถึงเที่ยวถามคนนั้นคนนี้เกี่ยวกับการแสดงของตัวเองจนวุ่นวาย

“ก็....พอใจ แต่...อยากให้ฉันพอใจมากกว่านี้ไหมล่ะ” คำตอบของหญิงสาวทำให้รุ่งรุจกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขาไม่รู้จริงๆว่าต้องทำอย่างไรถึงจะให้เธอพอใจจนถึงที่สุด

ดาบบัญชาตัดสินใจเข้าไปในเขตหวงห้ามในคืนนั้น หลังเลิกงานและคนงานทุกคนกลับไปกันหมดแล้ว เขาแอบลอบเข้ามาที่แนวรั้วต้นไม้หนาทึบแต่พอจะแทรกตัวได้ ยามสองสามคนเดินลาดตระเวนอยู่แถวนั้น รถตู้หลายคันจอดเรียงอยู่ด้านนอก ดาบบัญชาตัดสินใจซุ่มอยู่ที่พุ่มไม้ตรงนั้นเพราะเสี่ยงเกินที่จะแอบเข้าไปตอนนี้

ไม่นานนักก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินมาขึ้นรถ ตามมาด้วยหญิงสาวอีกหลายคนแยกกันไปขึ้นรถตู้แต่ละคัน แล้วรถตู้ทุกคันก็ขับออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว ดาบบัญชาไม่สามารถสังเกตได้เลยว่ามีเก๋อยู่ในกลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นหรือไม่เพราะค่อนข้างมืด จะมีแสงสว่างก็เพียงแต่ไฟฉายจากคนตรงนั้น

“เฮ้ย...ไปกันได้แล้ว แยกย้ายๆ ล๊อตใหม่มาค่อยว่ากัน”

“แหม เสียดายนะพี่ มีแต่สวยๆทั้งนั้นเลย ผมนี่ยังไม่ทันได้...” ผู้ชายคนนั้นพูดไม่ทันขาดคำก็โดนตบจนหน้าหันแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“ก็ไม่เพราะพวกมึงรึ ที่ปล่อยให้มันหนีออกไปได้ ถึงได้ต้องรีบย้ายกันให้วุ่นวายอย่างนี้ มึงรู้ไหมว่านายเขาเสียรายได้มากแค่ไหน” ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าคงหัวเสียน่าดู และดาบบัญชาก็แน่ใจแล้วว่ารีสอร์ตคงแอบเปิดโซนนี้พิเศษไว้ให้ลูกค้าวีไอพีเพื่อค้าประเวณี แต่เมื่อมีคนหนีออกไปได้ก็ไม่แน่ว่าอาจแจ้งให้ตำรวจเข้ามาตรวจค้น พวกมันถึงได้ขนย้ายสินค้าในสต๊อกออกไปเสียก่อนความจะแตก

“โถ่..พี่ หนีไปได้แค่สองคนเอง แล้วก็ติดยางอมแงมขนาดนั้น”

“แต่อีกคนมันใจเด็ดน่าดูนะพี่ สู้ยิบตาเชียว ดิ้นหลุดมือผมไปได้แต่ก็คงเจ็บไม่น้อยล่ะ ดีไม่ดีตายอยู่ในป่าข้างหลังนี่แหละ” ดาบบัญชาได้แต่ฟังเงียบกริบถ้าหนีไปได้สองคน หนึ่งในนั้นถูกชาวบ้านช่วยไว้และอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหนหรือว่าจะ....

“ขนไปหมดแล้วนะ” เสียงหนึ่งถามมาจากทางด้านหลัง แต่มันลับตาเหลือเกินจนดาบบัญชาไม่เห็นว่าเป็นใคร

“ครับนาย เรียบร้อยแล้ว”

ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในแสงไฟสลัว ต่อให้ต้องเดาก็หาคำตอบได้ไม่ยากว่าเขาคือใคร นายกลดยืนต่อหน้าลูกน้องส่วนในมือสวมอะไรบางอย่างมีความวาวเหมือนโลหะ ทันใดนั้นเขาก็ชกเข้าที่ท้องของลูกน้องคนหนึ่งจนตัวงอลงไปนอนกับพื้น ส่วนอีกคนก็โดนชกเข้าที่หน้าจนเลือดกบปากเซไปอีกทาง ต่อจากนั้นนายกลดก็ปล่อยให้ลูกน้องคนอื่นรุมซ้อมสองคนนั่นจนปางตาย ข้อหาทำให้เขาเสียโอกาสและรายได้

ผู้หญิงคงถูกย้ายไปหมดแล้ว ดาบบัญชาจึงไม่คิดจะเข้าไปอีกแต่ด้วยความสงสัยและเป็นห่วงเก๋ เขาจึงตัดสินใจเลี่ยงไปจากตรงนั้นเพื่อเข้าไปดูให้แน่ใจว่า เก๋เคยมาที่นี่หรือไม่ เพราะเธอเป็นคนฉลาดน่าจะมีอะไรทิ้งไว้ให้เห็นได้บ้างว่าตัวเคยอยู่ที่นี่แม้ตอนนี้จะจากไปแล้ว

ดาบบัญชาหลบมาด้านหลังที่คาดว่าเป็นที่พักของผู้หญิงพวกนั้น ตัวอาคารเป็นบ้านชั้นเดียวมีเหล็กดัดติดหน้าต่างและประตูมิดชิด ตรงนั้นไม่มีใครอยู่สักคนคงเพราะย้ายผู้หญิงไปหมดแล้ว ดาบบัญชาเดินดูรอบๆโดยใช้ความมืดพรางตัวในมือมีไฟฉายแรงต่ำพอให้แสงสว่างในวงแคบๆ แล้วเขาก็สะดุดกับสิ่งหนึ่งที่ตกอยู่ข้างหน้าต่าง มันเป็นสายสร้อยเล็กๆที่วาววับในความมืด ดาบบัญชาจำได้ทันทีที่เห็นเพราะเขาเป็นคนซื้อให้เก๋ด้วยตัวเอง

“พ่อๆ สร้อยนี่สวยจัง” เก๋หยิบสร้อยอันนั้นขึ้นมาทาบกับตัวด้วยความพอใจ

“อยากได้รึ แต่สร้อยเส้นเล็กอย่างนี้มันขาดง่ายนะ เอาเส้นใหญ่กว่านี้สักหน่อยสิ แล้วพ่อจะซื้อให้” ดาบบัญชากล่าวกับสาวน้อยด้วยความเอ็นดูเหมือนลูกสาวในไส้

“ไม่เอาอ่ะ มันไม่สวย หนูเอาเส้นนี้แหละ เล็กๆน่ารักดี ดูสิ..มีจี้รูปนางฟ้าด้วย”

ไม่นึกเลยว่าสร้อยเส้นนั้นกลับตกอยู่ตรงนี้ แสดงว่าเก๋อยู่ที่นี่จริงๆด้วยแต่จะถูกย้ายออกไปเมื่อกี้หรือว่าหนีออกไปได้ก็สุดจะเดา ดาบบัญชาเก็บสร้อยไว้ในกระเป๋ากางเกง มันจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเพื่อตามหาตัวสายสืบที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย...สร้อยที่เธอรักอยู่นี่ แล้วเจ้าของไปอยู่เสียที่ไหน

“นั่นใครวะ!!” เสียงวิ่งตรงมาทางดาบบัญชาซึ่งกระชั้นมากจนเขาหลบไม่ทัน

“คนงานทำสวนนี่หว่า เข้ามาทำอะไรในนี้วะ...บอกมา!!!” ชายคนนั้นกระชากคอเสื้อจนดาบบัญชาจนล้มลงกับพื้น

“กูไม่อยากกระทืบคนแก่นะเว้ย บอกมา...เข้ามาทำไมที่นี่”

“มันเข้ามาขโมยของหรือเปล่าพี่ ไม่ก็อาจเป็น...สายตำรวจ” อีกคนกระซิบคำหลังเบาๆ

“ปล่อยผมไปเถอะครับ..ปล่อยผม ผมไม่ได้เอาอะไรไปทั้งนั้น” ดาบบัญชาคร่ำครวญพร้อมยกมือไหว้

“โถ่...ไอ้หัวขโมย เข้ามาขโมยของที่ไหนไม่เข้า ดันเข้ามาในนี้ ไม่อยากแก่ตายหรือไง”

“เอาไงดี มันเห็นอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บมันซะเลยดีไหม” ดาบบัญชายังคงไหว้ขอชีวิตอยู่อย่างนั้นพลางคิดในใจว่าเขาจะต้องรอดเพื่อออกไปส่งข่าวให้ผู้กองรุ่งรุจรู้ให้ได้

“เสียกระสุนเปล่าๆวะ แก่ๆอย่างนี้จะทำให้ตายมันไม่ยากหรอก เดี๋ยวมึงลากมันไปทางโน้น เมื่อกี้กูยังกระทืบไอ้พวกนั้นไม่หนำใจเลย ขอกระทืบไอ้แก่นี่ให้สะใจต่อดีกว่า”

พวกมันลากดาบบัญชาออกไปจากตรงนั้นแล้วรุมทำร้ายจนดาบบัญชาสลบไป เขาฟื้นขึ้นอีกทีในโรงพยาบาลโดยมีผู้กองรุ่งรุจอยู่ข้างๆ

“ฟื้นแล้วหรือดาบ งานนี้น่วมไปทั้งตัวเลยนะ”

“ผมยังไหวครับผู้กอง แล้วนี่ผมมาอยู่นี่ได้ไงครับ” ดาบบัญชาพยายามลุกขึ้นแต่ก็เจ็บจนขยับไม่ไหว

“อย่าเพิ่งลุกเลย นอนพักก่อนเถอะ ตำรวจท้องที่บอกว่าขาดการติดต่อกับดาบ เขาเลยตามหาตัวรอบๆรีสอร์ต ไปเจอตัวดาบก็เลยเอาเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพ เขากลัวว่าคนพวกนั้นจะตามไปทำร้ายดาบถ้าไปรักษาที่โรงพยาบาลแถวนั้น” ดาบบัญชาถอนหายใจ โชคดีแค่ไหนที่เขาไม่ตาย

“ผู้กองครับ ผมมีหลักฐานว่าเก๋อยู่ที่รีสอร์ตนั่น สร้อยครับ...สร้อยเส้นนั้น”

“ผมเห็นแล้ว เป็นของเก๋จริงๆแหละ ผมจำได้ เขารักสร้อยเส้นนี้มาก...ใส่ติดตัวตลอด” 

“แต่ผมไม่รู้ว่าเก๋หนีออกไปได้หรือว่าโดนย้ายไปที่ไหน ทะเบียนรถผมก็ไม่เห็นเพราะมันมืดเหลือเกิน” ดาบบัญชาน้ำตาซึม สงสารและเป็นห่วงเก๋สุดหัวใจ

ผู้กองรุ่งรุจถอนหายใจเบาๆ งานนี้พวกมันไหวตัวทันเสียแล้ว ดาบบัญชาก็มาเจ็บหนักเสียอย่างนี้จะสืบเรื่องนี้ต่อไปได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆก็คือนายกลดเป็นตัวการสำคัญและไม่แน่ว่าคุณพีชก็อาจมีส่วนร่วมด้วย เพราะผู้หญิงพวกนั้นบางส่วนก็เคยทำงานกับคุณพีชมาก่อน

“เราน่าจะค้นที่นั่นเสียตั้งแต่แรกนะครับ คงเจอเก๋แน่ๆ” ดาบบัญชาพูดเสียงอ่อยหลังจากเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ผู้กองหนุ่มฟัง

“กว่าจะขอหมายค้นได้พวกมันก็หนีไปหมดแล้วล่ะครับ ลองถ้ามีคนหนีออกไปได้อย่างนี้ มันไม่เก็บผู้หญิงพวกนั้นไว้ที่รีสอร์ตนานหรอก นายกลดนั่นท่าทางหัวหมอ เขาคงคิดทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว ถ้าไม่จับพร้อมหลักฐานคามือจริงๆคงยาก ที่สำคัญก็คือไม่รู้ว่าเก๋หนีไปได้หรือถูกย้ายมาพร้อมผู้หญิงพวกนั้น”

“เราจะทำยังไงต่อดีครับผู้กอง”

“นายกลดจะต้องย้ายผู้หญิงไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ผมจะลองหาทางสืบข่าวจากภู่วาริน บางทีเขาอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้ ส่วนคุณพีชนั่น...ผมว่าเขาอาจจะเป็นคนหาผู้หญิงพวกนั้นส่งให้นายกลด” รุ่งรุจกัดฟันแน่น ใจจริงเขาไม่อยากให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้เลย แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อหลักฐานมันเห็นชัดๆ

“แล้วผู้กองออกมาเยี่ยมผมได้ยังไง พวกที่วงเขาไม่สงสัยหรือครับ”

“ผมบอกครูไว้ล่วงหน้าว่าพ่อป่วยต้องมารักษาตัวที่กรุงเทพ วันนี้ก็ออกมาเฉยๆ ไม่ได้บอกใคร ดาบพักรักษาตัวให้หายเถอะครับ จากนี้ผมจะสืบต่อเอง”

รุ่งรุจเข้ามาในบ้านของครูเทืองตอนเย็นเพราะป้าจุ๊บวานให้มาช่วยย้ายตู้หลังใหญ่ ส่วนเต่ากับน้อยสัญญาว่าจะตามมาทีหลัง ภายในบ้านดูเงียบเชียบเห็นป้าจุ๊บบอกว่าแม่แขและคุณพีชออกไปธุระข้างนอก ส่วนครูเทืองหลังจากกินข้าวเย็นแล้วก็เก็บตัวทำงานอยู่ในห้องซ้อมจนกว่าจะเข้านอน ชายหนุ่มจึงเดินเลยเข้าไปทางหลังบ้านทันที

“คิดว่าเป็นคนโปรดของคุณพีชแล้วจะมาซ้อมมั่ง ไม่มาซ้อมมั่งอย่างนี้น่ะรึ” น้ำเสียงกระทบกระเทียบจนเขาต้องหยุดหันไปมอง ภู่วารินนั่งอยู่ตรงนั้นโดยที่เขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ

“อ้าว คุณรินเองหรือครับ ผมไม่ทันเห็น”

“วันหลังก็หัดมองเห็นคนอื่นบ้างสิ อย่านึกว่าตัวเองสำคัญจนมองข้ามคนอื่นไปซะหมดโดยเฉพาะครู” รุ่งรุจงงหนักเมื่ออยู่ๆภู่วารินก็อารมณ์เสียใส่เขาชุดใหญ่

“คุณรินครับ วันนี้ที่ผมไม่มาซ้อมเพราะผมไปเยี่ยมพ่อแล้วผมก็บอกครูไว้แล้ว”

“จะโดดซ้อมก็อ้างได้สารพัดแหละ คิดว่าเก่งจนได้ขึ้นเวทีแล้วไม่ซ้อมก็ได้อย่างนั้นสิ พวกอวดดี” พูดจบเธอก็สะบัดหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้านครูเทือง ไม่รู้ว่าภู่วารินไปกินรังแตนที่ไหน ขนาดเขาไม่ค่อยได้สุงสิงกับเธอเท่าไหร่ยังโดนเหวี่ยงได้ถึงขนาดนี้

รุ่งรุจเดินเลี่ยงมาทางหลังบ้านจนเจอป้าจุ๊บกำลังเก็บกวาดอยู่ที่โรงครัว โดยมีสาวๆที่อาศัยอยู่ในบ้านช่วยอีกแรง

“พี่รุจมาด้วยรึ ดีจังช่วยกันทำหลายๆคนจะได้เสร็จไวๆ” หมวยตรงรี่เข้ามาหารุ่งรุจเป็นคนแรกทำเอาสาวๆอีกหลายคนตรงนั้นมองค้อนกันเสียวงใหญ่

“รุจ มาทางนี้นี่มา ช่วยป้าย้ายโต๊ะตัวนี้หน่อย ส่วนตู้นั่นรอเต่ากับน้อยมาก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มเดินไปทำตามคำขอของป้าจุ๊บโดยมีหมวยมองตามตาละห้อย

“ทำไมวันนี้ทำความสะอาดยกใหญ่เลยล่ะครับ”

“อ๋อ คุณแขสั่งน่ะ คงเห็นว่ารกล่ะมั้ง เลยจัดแจงทำความสะอาดบ้านเสียยกใหญ่” ป้าจุ๊บบอกพลางช่วยรุ่งรุจยกโต๊ะไปไว้อีกทาง

“สงสัยจะรับคนมาเพิ่มอีกล่ะมั้ง” เด็กสาวคนหนึ่งพูดลอยๆระหว่างเดินเอาไม้กวาดเข้ามาเก็บ

เรื่องรับคนเพิ่มดูจะสอดคล้องกับการย้ายผู้หญิงพวกนั้นออกจากรีสอร์ต เมื่อพวกผู้หญิงถูกย้ายหรือขายไปที่อื่นแล้ว พวกค้ามนุษย์นั่นดูจะใจร้อนจนต้องรีบหาผู้หญิงกลุ่มใหม่เข้ามาแทน ทางเดียวที่เขาจะหยุดขบวนการนี้ได้คือการเปิดโปงพวกมันทั้งหมด ผู้กองหนุ่มหวังเพียงอย่างเดียวว่าเก๋จะยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งและรอเพียงเวลาที่จะให้เขาไปช่วยเธอออกมาจากขุมนรก ส่วนคุณพีช...เขาไม่อยากคิดเลยว่าเธอก็เป็นหนึ่งในขบวนการนี้ด้วย ถ้าถึงเวลาที่เขาต้องจับเธอเข้าคุกจริงๆเขาจะทำได้หรือเปล่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น