เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 10 : บทที่ ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

รุ่งรุจ เต่าและน้อยช่วยกันย้ายโต๊ะตู้อยู่พักใหญ่จนหมดแรงก็เสร็จ แต่เรื่องหนึ่งที่รุ่งรุจคันปากอยากจะถามป้าจุ๊บเหลือเกินก็คือ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับภู่วารินกันแน่ คุณเธอถึงได้เหวี่ยงวีนไม่เลือกหน้าขนาดนั้น บางทีถ้าเขารู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับเธอบางสักเล็กน้อย อาจทำให้เรื่องที่เขาอยากรู้เกี่ยวกับนายกลดก็จะสืบง่ายขึ้น

“โอ้ย มันจะเรื่องอะไร๊ ก็เรื่องแฟนไปมีคนอื่น แฟนไม่สนใจ แต่เรื่องเมื่อวานนี่คงจะเป็นอย่างหลังซะมากกว่า” ป้าจุ๊บผู้รู้เรื่องราวทุกอย่างเล่าให้ฟังเป็นฉากๆ

“ทำไมล่ะครับ ผมก็เห็นนั่งอยู่หน้าบ้านดีๆ”

“เห็นว่าแฟนไม่รับเสียที ขานี้ก็โทรตามจนสายจะไหม้ก็ไม่รับ ก็เลยโมโหยกใหญ่ ใครเข้าหน้าก็ไม่ติด”อย่างนี้นี่เองภู่วารินถึงได้โกรธหนักหนา 

ขณะที่รุ่งรุจกำลังจะเดินออกจากบ้านครูเทืองก็เจอคุณพีชที่เพิ่งกลับเข้าบ้าน เธอหอบกระเช้าใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้หลากชนิดเข้ามาด้วยเหมือนกำลังจะเอาไปเยี่ยมใครสักคน

“จะกลับแล้วหรือรุจ พ่อเป็นไงมั่งล่ะ” รุ่งรุจยืนงงอยู่พักหนึ่งเมื่ออยู่ๆคุณพีชก็ถามถึงพ่อ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าพ่อของเขาน่าจะทัวร์ยุโรปอยู่กับเพื่อนนายตำรวจที่เกษียณรุ่นเดียวกันแล้วก็อีกนานกว่าจะกลับ

“พ่อ...พ่อของผม อ๋อๆ ที่อยู่โรงพยาบาล คือ...หมอบอกว่าต้องตรวจให้ละเอียดน่ะครับ คงต้องอยู่โรงพยาบาลอีกนาน”

“ถ้ายังไงจะไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลก็ได้นะ แล้วค่อยเข้ามาซ้อมที่บ้าน แล้วมีงานฉันจะโทรเรียก” ชายหนุ่มแอบดีใจลึกๆ คราวนี้จะได้กลับไปนอนที่คอนโดเสียที คิดถึงที่นอนนุ่มๆเต็มแก่แล้ว

“เออ แล้วพ่อของนายรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลไหนล่ะ ฉันจะได้ไปเยี่ยม เนี่ย...ฉันซื้อผลไม้มาแล้ว” 

รุ่งรุจทำตาโต นี่คุณพีชห่วงใยไปถึงพ่อปลอมๆของเขาที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลเชียวหรือ ถ้าคุณพีชรู้แล้วว่าพ่อปลอมของเขารักษาอยู่ที่ไหน เธอก็อาจจะเข้าไปเยี่ยมเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นถ้าเขาดอดกลับไปนอนที่คอนโดตอนที่เธอไปโรงพยาบาลความก็คงแตกกันพอดี งานนี้รุ่งรุจคงต้องลาจากที่นอนแสนนุ่มไปอีกยาว

รุ่งรุจนัดแนะกับดาบบัญชาก่อนหน้านี้ว่าให้ปลอมตัวเป็นพ่อของเขาให้ที ตอนแรกดาบบัญชาดูไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ แต่เมื่อทั้งปลอบทั้งขู่เขาจึงยอมทำตามโดยดี เรื่องอายุของดาบบัญชาดูไม่เป็นปัญหาเพราะดาบบัญชาเองก็หัวขาวโพลนเสียตั้งแต่ยังหนุ่มจากกรรมพันธุ์ ใครๆก็เห็นว่าแก่กว่าวัยทั้งนั้น 

“พ่อนายเป็นตำรวจรึ ถึงได้มารักษาตัวที่นี่”

“อ๋อ เปล่าหรอกครับ แหม...คุณพีช นี่มันโรงพยาบาลนะครับ ใครๆก็มารักษาได้”

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกหลังตอบคำถามคุณพีช เขาเร่งฝีเท้าจนถึงหน้าห้องพักของดาบบัญชาโดยไม่หันมองหน้าใครทั้งนั้น รุ่งรุจรีบเปิดประตูห้องแล้วพาคุณพีชเข้าไปทันทีก่อนที่จะมีคนรู้จักเดินเข้ามาทัก

“มากันแล้วหรือครับผู้... เอ้ย รุจ แล้วนั่นพาใครมา”

“อ๋อ นี่คุณพีชน่ะพ่อ เจ้าของวงดนตรีที่ผมไปทำงานด้วย” คุณพีชยื่นกระเช้าผลไม้เยี่ยมไข้ให้ดาบบัญชา

“เป็นยังไงบ้างคะ เห็นรุจบอกว่าต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน หมอบอกหรือยังคะว่าเป็นอะไร” ดาบบัญชาเหลือบมองรุ่งรุจนิดหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนอย่างรุ่งรุจโกหกมาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว เรื่องจะมาช่วยคนอื่นโกหกนี่ดูจะเกินความสามารถของเขาไปมาก

“คุณหมอบอกว่าเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้น่ะครับ เลยต้องนอนโรงพยาบาลดูอาการ” 

“หมอบอกว่าต้องเอ็กซ์เรย์ กลืนแป้งหรืออะไรนี่แหละครับ บางทีถ้าเป็นหนักมากอาจต้องผ่าตัด” เมื่อดาบบัญชาช่วยเปิดหัวเรื่องมาแบบนี้รุ่งรุจจึงตามน้ำเท่าที่จะนึกออก

“อย่างนั้นนายก็มานอนเฝ้าพ่ออยู่ที่นี่แหละ ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกมาก็แล้วกัน แล้วว่างๆฉันจะมาเยี่ยมใหม่”

คุณพีชขอตัวกลับไปแล้ว ปล่อยให้รุ่งรุจเฝ้าไข้ดาบบัญชาตามลำพัง เรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่โตเมื่อคุณพีชเกิดมารู้จักพ่อปลอมๆ แถมมาเป็นห่วงเป็นใยมากจนเขานึกสงสารที่ต้องหลอกให้เธอหลงเชื่อเรื่องที่เขาแต่งขึ้น แต่ดาบบัญชาดูจะเป็นกังวลกว่าเขาเสียอีกคงเพราะต้องมาเกี่ยวข้องในกระบวนการโกหกคำโตของเขา

“ดาบไม่ต้องคิดมากนะครับ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะหาทางแก้ไขเอง” แม้จะพูดออกไปอย่างนั้นดาบบัญชาก็ดูไม่หายเครียดเสียที “แต่ถ้าดาบไม่สบายใจเรื่องนี้ บอกผมได้นะครับ”

“นี่ผม...ถึงขนาดจะต้องผ่าตัดเชียวหรือครับผู้กอง”

รุ่งรุจหัวเราะเสียงดังเมื่อรู้ว่าดาบบัญชากังวลเรื่องอะไรอยู่ ที่จริงอาการของเขาดีขึ้นมากแล้วแต่หมออยากให้อยู่ดูอาการอีกหน่อยถึงจะให้กลับบ้านได้

“โถ่...ดาบครับ ผมโกหกคุณพีชไปอย่างนั้นเอง อาการดาบไม่ถึงขนาดต้องผ่าตัดหรอกครับ กระดูกเหล็กขนาดนี้ แต่ให้เขาเข้าใจไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ลองถ้าออกไปสืบเรื่องนี้ทั้งที่ยังอยู่บ้านเช่า พี่น้อยกับเต่าคงจับได้สักวัน อ้างว่ามาอยู่เฝ้าดาบผมจะได้ทำงานง่ายขึ้น”

“แล้ว...แล้วเรื่องที่ให้ผมปลอมเป็นพ่อของผู้กอง อ่อ...คือ ผมกลัวคุณพ่อตัวจริงของผู้กอง ท่านอดีตผู้การน่ะครับ..จะว่าเอา” ดาบบัญชาหน้าเสียเพราะนี่หมายถึงการลบหลู่อดีตผู้บังคับบัญชาเลยทีเดียว

“เรื่องนั้นดาบไม่ต้องเป็นห่วงครับ ตอนนี้พ่อผมอยู่ต่างประเทศคงอีกนานกว่าจะกลับ หรือถ้าดาบยังไม่สบายใจ ผมโทรบอกพ่อให้ก็ได้ ท่านคงไม่ว่าอะไรหรอกครับ” ผู้กองหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดี

เมื่อคุณพีชอนุญาตให้มาเฝ้าดาบบัญชาที่โรงพยาบาลได้อะไรๆก็ง่ายขึ้นมาก วันนี้รุ่งรุจจึงได้เข้าร่วมประชุมกับทีมสืบสวนขบวนการค้ามนุษย์โดยมีผู้การเผด็จเป็นประธาน

“เราคาดว่าผู้ต้องสงสัยคงย้ายผู้หญิงไปไว้ที่ไหนสักที่ และน่าจะเป็นเขตปริมณฑล เพราะตำรวจทางหลวงรายงายว่าพบรถตู้ต้องสงสัยมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ แต่ด่านตรวจไม่พบความผิดปกติครับ”

“มันอาจจะอ้อมไปทางอื่นหรือไม่ก็อาจอยู่ในเขตปริมณฑลอย่างที่ผู้กองรุ่งรุจว่า เออ...แล้วพอรู้ไหมว่านายกลดมีเซฟเฮ้าส์หรือที่พักอะไรพอจะซ่อนผู้หญิงไว้ได้”

“นายกลดมีบ้านพักและโกดังสินค้าหลายแห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดครับ ยิ่งถ้าเป็นแถวๆชานเมืองมีไม่ต่ำกว่าสิบที่” นายตำรวจอีกคนรายงานให้ผู้การทราบ

“จะขอหมายค้นไปซะทุกที่ก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียเปล่าๆ ผู้กองรุจว่าไง มีไอเดียหรือมีแผนอะไรไหม” ผู้กองหนุ่มถอนหายใจเบาๆ แผนน่ะมีแต่จะได้เรื่องมากแค่ไหนเขาก็ไม่รู้

“นายกลดมีแฟนเป็นนักร้องในวงลูกทุ่งงามศิลป์ครับ ถ้าตีสนิทกับแฟนเขา น่าจะมีเบาะแสอะไรบ้าง ติดตรงที่ว่า...ภู่วารินเป็นคนที่เข้าถึงยากสักหน่อยน่ะครับ”

“ยากแค่ไหนก็ต้องพึ่งคุณแล้วนะผู้กอง อันที่จริงคุณก็เจ้าแผนการอยู่แล้วนี่ ไม่งั้นคงไม่อยู่กับวงนี้ได้ตั้งนาน ได้ข่าวว่าขึ้นเวทีเป็นนักร้องกับเขาแล้วรึ” รุ่งรุจได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้ใครคาบข่าวเข้ามารายงานผู้การเผด็จ

หลังจากประชุมและพบปะเพื่อนฝูงที่พากันมารุมล้อมขอฟังเพลงจากนักร้องหน้าใหม่จนหอมปากหอมคอแล้ว นายตำรวจหนุ่มเลยถือโอกาสแวะซื้อของกินเล็กน้อยไปฝากดาบบัญชา รุ่งรุจเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตอนบ่ายแก่ๆ ทันทีที่เขาจอดรถ...หางตาก็เหลือบเห็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆเดินผ่านไป มองข้างหลังคล้ายกับคุณพีชมากแต่คุณพีชจะมาเยี่ยมดาบบัญชาทำไมอีก

ผู้กองรุ่งรุจเดินขึ้นตึกพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อีกไม่กี่วันดาบบัญชาก็ต้องออกจากโรงพยาบาล แล้วเขาจะดำเนินเรื่องราวโกหกนี้ต่อไปอย่างไรดี ถ้าจะกลับไปอยู่บ้านเช่าอีกก็คงทำงานลำบาก นายตำรวจหนุ่มเดินผ่านห้องพักคนไข้รายอื่นจนมาถึงหน้าห้องของดาบบัญชาที่เขาขอร้องให้พยาบาลเปลี่ยนป้ายชื่อหน้าห้องเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาเปิดประตูห้องเข้าไปทันทีโดยไม่คิดว่าจะมีใครมาเยี่ยม

“มาแล้วหรือรุจ....” ดาบบัญชาทักตามด้วยตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นรุ่งรุจอยู่ในเครื่องแบบนายตำรวจเต็มยศและที่สำคัญคือมีคุณพีชนั่งอยู่ข้างๆเตียง

รุ่งรุจยืนงงอยู่ไม่กี่วินาทีก็ก้มมองเครื่องแบบที่ตัวเองสวมอยู่ เดชะบุญที่คุณพีชไม่ได้หันหลังกลับมามองทันทีหลังจากที่ดาบบัญชาทัก นายตำรวจหนุ่มถึงได้หลบเข้าไปในห้องน้ำข้างๆได้ทัน

“อ้าว รุจ...เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างนั้นล่ะ”

“ผะ...ผม ผมไม่เป็นไรหรอกครับ”

“จะไม่เป็นไรได้ไง เห็นอยู่ๆก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ นายเป็นอะไร....ให้ฉันตามหมอไหม” คุณพีชยืนถามรุ่งรุจอยู่หน้าประตูห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง หารู้ไม่ว่าคนในห้องน้ำเดินวนไปมาเป็นเลขแปดเพื่อประวิงเวลาและหาทางแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า

“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ พอดีจู่ๆปวดท้องก็เลยเข้าห้องน้ำ” รุ่งรุจพูดไปพลางถอดเครื่องแบบตำรวจไป

“มันปวดยังไงล่ะ ปวดบิดๆไหม ท้องเสียหรือเปล่า เข้าห้องน้ำมากี่หนแล้ว ฉันว่าตามหมอดีกว่า” ชายหนุ่มถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก คุณพีชจะมาช่างถามอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้

“มะ..ไม่ครับ ไม่ต้องตามหมอหรอก ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ แล้ว....คุณพีชมานี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“แต่เสียงนายดูไม่ดีเลย ไม่เป็นอะไรแน่นะ” เครื่องแบบท่อนบนถอดเรียบร้อยแล้วแต่ท่อนล่างจะทำอย่างไรดี ในห้องน้ำจะไปหากางเกงได้ที่ไหนแล้วยังเสื้อยืดชั้นในอีก ดันหยิบตัวที่มีตราตำรวจหราบนอกมาใส่ สงสัยวันนี้คงเป็นจุดจบแน่แท้เพราะอะไรๆก็ดูไม่เป็นใจหรือว่าสวรรค์กำลังลงโทษคนโกหกอยู่

“รุจ ทำไมเงียบไป เป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่เป็นอะไรก็ออกมาคุยกับฉันหน่อย” เสียงชักโครกดังออกมาจากห้องน้ำเพื่อให้คุณพีชสบายใจ อย่างน้อยจะได้หยุดถามเสียทีว่าเขาเงียบอยู่ในห้องน้ำทำไมตั้งนาน

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมออกไปนะครับ” 

“ทำไมแต่งตัวอย่างนี้ล่ะ” คุณพีชมองสารรูปรุ่งรุจด้วยความสงสัยเพราะเขาตัดสินใจถอดกางเกงออกแล้วใช้ผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้แทน ลองถ้าออกไปครึ่งท่อนแบบนี้ความก็แตกกันพอดี

“คือว่า....ไม่ทันจริงๆครับ มันก็เลย...ราด” ชายหนุ่มตอบเสียงอ่อยๆ

“ไม่เป็นไรก็ดี แต่หน้านายยังดูซีดๆอยู่เลยนะ ฉันว่าเรียกหมอดีกว่า” รุ่งรุจฝืนยิ้ม แน่ละ...เกือบโดนจับได้ซึ่งหน้าขนาดนี้ เป็นใครก็หน้าซีดทั้งนั้น

“ผมไม่เป็นไรจริงๆครับคุณพีช แล้วเมื่อกี้คุณพีชว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือครับ”

“ฉันจะถามนายเรื่องงานแสดงอาทิตย์หน้านี้ นายจะไปได้ไหม ถ้าไปได้ฉันจะได้บอกคุณพ่อ แล้วนายก็จะต้องเข้าไปซ้อมร้องเพลงที่บ้านด้วย” รุ่งรุจคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยิ่งเขาทำตัวเหินห่างกับทุกคนในวงมากเท่าไหร่ เรื่องนายกลดที่ต้องสืบก็จะยากขึ้นเท่านั้น

“ไปได้สิครับ ที่ไหนหรือครับ”

“ไม่ไกลหรอก ก็ที่ราชบุรีนั่นแหละ เออ...แล้วนี่เงินทองพอใช้ไหม”

“พอใช้ครับ คุณพีชไม่ต้องเป็นห่วง ที่จริงเรื่องไปร้องเพลงคุณพีชโทรมาก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องลำบากมาเลย” คราวนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายอ้ำอึ้ง...เธอไม่จำเป็นต้องถ่อมาถึงที่โรงพยาบาลเพื่อจะมาบอกเขาเรื่องเท่านี้ แต่เป็นเพราะเธออยากเจอรุ่งรุจเท่านั้นเอง ใครรู้เข้าคงได้นินทากันสนุกปากเพราะเท่านี้คนในวงก็ซุบซิบกันแล้วว่าเธอทำตัวเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ที่ดีคอยดูแลว่าที่พ่อสามีไม่ห่าง

“ฉันมาธุระแถวนี้ก็เลยแวะมา ว่าแต่....เสื้อนั่น”

“อ๋อ...เสื้อนี่หรือครับ เสื้อยืดไง ใครๆก็ใส่กัน” คุณพีชหลิ่วตาเหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง

“เสื้อยืดตราตำรวจเนี่ยนะ ใครๆก็ใส่กัน”

“ใช่น่ะสิครับ แหม...มันก็แค่เสื้อยืดเอง ผมเห็นเขาขายอยู่ข้างล่างเลยซื้อมาใส่ คุณพีชไม่รู้อะไร...ตอนเด็กๆนะผมอยากจะเป็นตำรวจ เท่ห์ออก” รุ่งรุจประมวลผลแล้วโกหกต่อไฟแลบ คุณพีชคงไม่ทันสังเกตว่าไอ้เสื้อตัวนี้เขาใส่จนหมองเพราะเก่าเต็มที

“อืม...งั้นรึ  แต่ฉันว่าเขาเอาเสื้อล๊อตเก่ามาขายแน่เลย ถ้างั้น...พรุ่งนี้นายเข้าไปซ้อมที่บ้านด้วยนะ”

รุ่งรุจถึงกับปาดเหงื่อหลังจากคุณพีชกลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าการช่างซักถามและช่างสังเกตของคุณพีชมันจะรุนแรงขนาดนี้ ถ้าไม่โกหกให้แนบเนียนป่านนี้ความลับคงแตกไปแล้ว

วันรุ่งขึ้นรุ่งรุจจึงมาซ้อมร้องเพลงที่บ้านครูเทือง แต่สิ่งที่เขาแปลกใจก็คงเป็นรถเก๋งป้ายแดงใหม่เอี่ยมที่จอดอยู่หน้าบ้าน จะว่ารถของบ้านครูเทืองก็คงไม่ใช่...แล้วนี่รถของใครกัน คนงานกับเหล่าสาวๆแดนเซอร์มารวมตัวกันเหมือนเคย เห็นคุณพีชว่างานนี้เป็นงานใหญ่เจ้าภาพสั่งให้จัดการแสดงแสงสีเสียงเต็มที่ ทุกคนจึงวุ่นอยู่กับการเตรียมงานในส่วนของตัวเอง น้อยกับเต่าก็มาแล้วเหมือนกันเพราะเขาเห็นเดินผลุบๆโผล่ๆอยู่แถวโรงเก็บของ

“มาแล้วหรือรุจ แหม...มาแต่เช้าเชียวนะ” วันนี้เนตรอัปสรหน้าตาแจ่มใสยิ้มแป้นมาแต่ไกล

“วันนี้คุณเนตรอารมณ์ดีเชียว แล้วคุณรินมาแล้วหรือครับ”

“มาแล้วล่ะ รถของเขาก็จอดอยู่โน่นไง แต่ครูคุยโทรศัพท์อยู่เลยยังไม่เริ่มซ้อม เออ...พ่อเป็นยังไงบ้างล่ะรุจ หายดีหรือยัง”

“ดีขึ้นมากแล้วครับ อีกไม่กี่วันคงออกจากโรงพยาบาลได้” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองรถคันใหม่ของภู่วาริน ถ้าเธอออกรถใหม่ป้ายแดงแจ๋ขนาดนี้มีหรือคนในวงจะไม่รู้ “คุณรินออกรถใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือครับ ผมไม่เห็นรู้เลย”

“เนตรก็เพิ่งเห็นวันนี้เอง เห็นว่าแฟน...คุณกลดน่ะเพิ่งซื้อให้” สงสัยเป็นเพราะวันนั้นนายกลดปล่อยให้ภู่วารินคอยนานเกินควร เขาถึงได้ถอยรถคันใหม่ให้ใช้ได้ตามอำเภอใจ

“ใจดีจังนะครับ แฟนคุณรินเนี่ย”

“มาอยู่กันที่นี่เอง ครูเรียกให้ไปหาน่ะ” แม่แขเรียกนักร้องทุกคนให้ไปรวมตัวกันในบ้าน ที่นั่นภู่วารินนั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว และเธอดูอารมณ์ดีไม่ต่างจากเนตรอัปสร ทำไมใครๆก็ดูอารมณ์ดีไปเสียหมด...น่าแปลกจริง

“พอดีครูมีธุระด่วน เรื่องซ้อมร้องเพลงวันนี้คงต้องงดไปก่อนนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะครู รินก็มีธุระกับค่ายเพลงวันนี้ กำลังจะขออนุญาตครูอยู่พอดี”

“งั้นรึ ตกลงเป็นอันว่าแยกย้ายกันไปทำธุระเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” ทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว แต่คนหนึ่งที่ไม่เห็นเลยก็คือคุณพีช เนตรอัปสรบอกว่าคุณพีชออกไปธุระแต่เช้ามืดท่าทางเร่งรีบ..คงเป็นธุระสำคัญ แต่ธุระนั่นจะเกี่ยวกับพวกผู้หญิงที่ถูกขนย้ายมาจากราชบุรีหรือเปล่าก็ไม่รู้

“มาอยู่นี่เองรึ ตามหาเสียทั่ว” 

“คุณรินมีอะไรหรือครับ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่จะชวนออกไปข้างนอกด้วยกัน พอดีฉันขับรถไม่ค่อยแข็ง...อยากให้นายขับรถให้หน่อย” รุ่งรุจมองด้วยความสงสัย วันนี้เธอมีท่าทีเป็นมิตรต่างจากเมื่อก่อนที่เจอหน้ากันต้องมึนตึงใส่ทุกครั้ง ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ การเข้าถึงเบาะแสของนายกลดก็คงไม่ยากเท่าไหร่และหวังว่าเบาะแสนั้นจะทำให้เขาทลายแก็งค์ค้ามนุษย์ได้ในเร็ววันนี้แน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น