เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 8 : บทที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

ระหว่างที่รุ่งรุจหัดร้องเพลงย่างเอาเป็นเอาตาย ดาบบัญชาก็แฝงตัวเข้าไปในรีสอร์ตของนายกลด เขาเข้าไปทำงานเป็นคนสวนทำให้เข้าออกส่วนต่างๆของรีสอร์ตได้ง่ายดาย แต่มีอยู่โซนเดียวเท่านั้นที่ลูกจ้างทุกคนไม่มีสิทธิ์กล้ำกราย

“เอาต้นไม้ใหม่ไปลงที่สวนหน้าโซนฟอเรสต์นะ เอ้า...ช่วยกันขนไปสิ” หัวหน้าคนงานออกคำสั่ง โซนฟอเรสต์นี่แหละที่ห้ามหนักหนาไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง

ดาบบัญชาเบียดตัวเข้าไปช่วยขนต้นไม้พวกนั้นด้วย เขาคิดว่าที่นั่นต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะเขาสังเกตว่ามีรถวิ่งเข้าออกเวลากลางคืนเสมอ และยังมีการวางเวรยามมากกว่าโซนอื่นของรีสอร์ตอย่างกับว่าที่ตรงนั้นมีของล้ำค่าจนไม่อยากให้คนอื่นขโมยไปได้

คนงานเริ่มเอาต้นไม้เล็กๆลงตามตำแหน่ง ดาบบัญชาได้แต่มองไปรอบๆอย่างสังเกต แต่เท่าที่เห็นจากภายนอกมันก็เป็นโซนที่พักแต่ดูหรูกว่าโซนอื่นๆ ห้องพักแทรกอยู่ตามสวนที่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านหนาทึบ

“โซนนี้ดูเงียบๆเนาะ สงสัยยังไม่มีคนเข้าพัก” เขาคุยกับคนงานข้างๆที่เข้ามาทำงานก่อนเขาไม่นาน

“เห็นเขาว่าโซนฟอเรสต์เป็นบ้านพักของเจ้าของด้วยน่ะ คนที่มาพักเลยคัดแต่พวกวีไอพี”

“แต่จะว่าคนไม่ค่อยมาพักโซนนี้ก็ไม่ถูกนะ ฉันเห็นเมื่อวันก่อนมีรถตู้เข้ามาตั้งสองสามคัน” คนงานผู้หญิงอีกคนเล่า

“เฮ้ยๆๆ มัวแต่คุยกันไม่ทำงานทำการ เดี๋ยวปั๊ด!!”

ดาบบัญชาได้แต่แอบมองลึกเข้าไปในบ้านพักพวกนั้นด้วยความสงสัย แต่เขาเองคงทำอะไรไม่ได้มากเพราะคนสวนทุกคนต้องออกจากรีสอร์ตเมื่องานเสร็จทุกวัน  บางทีคืนนี้เขาอาจจะแอบลอบเข้ามาดู

ในส่วนของวงลูกทุ่งงามศิลป์..งานแสดงที่ต้องไปวันนี้เป็นงานฉลองไม่ใหญ่มาก แต่เจ้าภาพคงเงินหนาพอสมควรถึงได้จ้างวงดนตรีงามศิลป์ไปแสดงแบบครบเครื่อง แว่วมาว่าเจ้าภาพเป็นแฟนเพลงของครูเทืองเสียด้วย งานนี้เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

“แล้วนั่น..คุณพ่อจะไปไหนคะ” คุณพีชถามเพราะเห็นครูเทืองทำท่าจะออกไปที่งานด้วยกัน

“งานนี้พ่อจะไปกับคุณพีชด้วย นักร้องเราขาด แล้วพ่อก็เป็นนักร้อง ออกไปร้องเพลงให้กับวงของตัวเองหน่อยจะเป็นไรไป”

“โถ่...คุณพ่อ ไม่เห็นจะต้องไปร้องให้เหนื่อยเลย” เธอค้านแต่แอบดีใจลึกๆเพราะแค่นักร้องที่ไปวันนี้ก็ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า โดยเฉพาะรุ่งรุจที่ตอนนี้สั่นเป็นเจ้าเข้า

“ไหวแน่นะรุจ” คุณพีชถามด้วยความห่วงใย คงกลัวจะช๊อคตายคาเวที

“อ่า...ไหวครับ ผมไหว”

“เออ ดูหน้าซีดๆ เอาไงดีคุณพีช” ครูเทืองถามความเห็นลูกสาว อาจเพราะกลัวการแสดงล่มเสียก่อนจะเริ่ม

“ลองไปหน้างานดูก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากัน เนตรเดี๋ยวช่วยดูรุจทีนะ”

เนตรอัปสรเข้ามาประกบรุ่งรุจที่ดูท่าจะเป็นลมไปเสียก่อนจะถึงเวที ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอ่อนแอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะถูกส่งไปลานประหาร ภาพหลอนซ้ำๆกับการร้องเพลงยอดแย่วนเวียนอยู่ในหัว

“ไม่เป็นไรนะรุจ ทำให้เต็มที่ เนตรเชื่อว่ารุจทำได้” 

“ทำท่าเหมือนจะเป็นลม นักร้องใหม่นี่ไหวแน่หรือคะครู รินว่าเอาไว้งานหน้าดีกว่ามั้ง”

“ฉันตัดสินใจแล้ว ให้รุจลองร้องเปิดวงงานนี้แหละ ถ้าร้องเพลงแรกไม่ไหวจริงๆค่อยว่ากัน” คุณพีชกล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นทั้งที่เจ้าตัวเองยังไม่มีความรู้สึกนั้นเลยสักนิด

รุ่งรุจมาพร้อมกับนักร้องของวง พอเจ้าภาพรู้ว่าครูเทืองจะขึ้นร้องด้วยก็ดีใจยกใหญ่ กล่าวสรรเสริญเยินยอสารพัดแถมยังชื่นชมไปถึงบรรดานักร้องในวงที่ขึ้นร้องวันนี้ด้วย พอได้ยินคำพูดพวกนั้นก็ยิ่งทำให้รุ่งรุจคิดหนัก เขาจะข้ามผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างไร ซ้ำร้ายเขายังต้องรักษาชื่อเสียงที่สั่งสมมานานของครูเทืองอีกด้วย

การแสดงดนตรีของวงลูกทุ่งงามศิลป์ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยอีกสักครู่รุ่งรุจจะต้องขึ้นไปร้องเปิดการแสดงคนแรก ตอนนี้มือของเขาเย็นเฉียบหน้าแทบจะไม่มีสีเลือด เนตรอัปสรที่ดูแลอยู่ใกล้ๆอดสงสารไม่ได้

“รุจ สู้ๆนะ ไม่ต้องกลัว ทำให้ดีที่สุด ร้องแบบที่เราฝึกร้องกับครูมา” เนตรอัปสรกุมมือเขาไว้ รุ่งรุจได้แต่ยิ้มแหยๆ

“มัวแต่ปลอบประโลมกันอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญจริง!” ภู่วารินที่เดินอยู่หลังเวทีอดไม่ได้ที่จะค่อนขอด “ถ้าร้องไม่ไหวก็กลับไปยกของเหมือนเดิมเถอะ..ไป๊”

“ทำไมรินไปว่ารุจอย่างนั้นล่ะ”

“ฉันไม่ใช่แม่พระอย่างหล่อนี่ยะ เห็นใครอ่อนแอ ว้าเหว่เข้าหน่อยไม่ได้ ต้องถลาเข้าไปปลอบ ไม่สนใจว่าเขาต้องการให้ปลอบหรือแค่ว่าหล่อนเสนอตัวเข้าไปเอง” เนตรอัปสรได้แต่เม้มปากแน่น เธอไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับภู่วาริน...นั่นไม่ใช่นิสัยของเธอ

รุ่งรุจได้แต่มองหน้าเนตรอัปสรด้วยความไม่เข้าใจ แต่ที่เขาแน่ใจที่สุดคือเมื่อกี้ภู่วารินไม่ได้ว่าเขากับเนตรอัปสรแน่นอน เธอพูดกระทบถึงใครบางคนต่างหาก ช่วงหลังนี่เริ่มมีอะไรแปลกๆ ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ามีความระหองระแหงเกิดขึ้นระหว่างสองสาว และถ้าเขาเดาไม่ผิดคนกลางของเรื่องนี้น่าจะเป็นนายกลด เพราะหลังจากนายกลดและภู่วารินทะเลาะกันคราวนั้น ฝ่ายชายก็หายหน้าไปแต่สถานการณ์กลับแทนที่ด้วยวาจากระทบกระเทียบเนตรอัปสรแทน

“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะรุจ ไปเตรียมตัวเถอะ” เนตรอัปสรยิ้มให้เขาก่อนที่จะผละออกไป

รุ่งรุจเตรียมตัวขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีที่ด้านหลัง เขาบริกรรมคาถาเชิญหลวงปู่หลวงพ่อมาแทบจะทั้งประเทศเพื่อเป็นกำลังใจให้การร้องเพลงผ่านไปได้ด้วยดี นักดนตรีหลายคนที่อยู่ตรงนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักแล้วชี้ชวนให้กันดู ไม่รู้ว่ายักษ์กับพวกนักดนตรีจะทำเรื่องอะไรให้เขาหนักใจไปมากกว่านี้หรือเปล่า

“พร้อมไหมรุจ”

“ครับ...ผมพร้อมครับครู อ้าว...แล้วนี่ครูจะขึ้นไปด้วยหรือครับ”

“เดี๋ยวครูจะขึ้นไปร้องเปิดวงให้ก่อนสักเพลง ครูบอกคุณพีชแล้ว เขาไม่ว่าอะไร” ครูเทืองคงดูรูปการณ์แล้วว่า ถ้าให้นักร้องหน้าใหม่ขึ้นไปคนแรกมีหวังคงพังทั้งเพลงทั้งคน

รุ่งรุจได้แต่ยืนรออยู่ที่หลังเวทีด้วยใจจดจ่อ เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าออกไปดูครูเทืองร้องเพลง เพลงที่ครูเทืองจะร้องเขาเองก็ไม่เคยได้ยิน แต่ใจก็อยากจะฟังเสียงขับกล่อมจากนักร้องชั้นครูสักครั้ง

ทันทีที่ครูเทืองเดินออกไปหน้าเวทีหลังจากพิธีกรประกาศ เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราว คะเนจากเสียงปรบมือแล้วคนดูคงมีไม่น้อย อาจเป็นเพราะใครก็อยากจะฟังนักร้องชื่อดังอย่างครูเทืองที่นานครั้งจะหวนคืนเวทีร้องเพลง ครูเทืองพูดจาทักทายมิตรรักแฟนเพลงเป็นการเริ่มต้น ไม่ว่าครูเทืองจะพูดอะไรออกไปก็มีแต่เสียงปรบมือและเสียงชื่นชมทั้งนั้น เมื่อการทักทายจบลงดนตรีจึงเริ่มบรรเลง

ถึงอายุของครูเทืองจะเลยหกสิบไปแล้วหลายปีแต่พลังเสียงยังไม่ตกลงเลยสักนิด เสียงหวานนุ่มและลูกคอซึ่งเป็นชั้นเชิงของเพลงลูกทุ่งยังคงครบครัน เพลงที่ครูเทืองร้องนั้นสะกดทั้งคนฟังและตัวของรุ่งรุจเอง บทเพลงขับกล่อมคนทั้งหลายไม่เว้นกระทั่งเทวดาหรือสัตว์โลกให้บรรเทาความเหงาทุกข์ แม้คนร้องจะทุกข์ใจสักแค่ไหนบทเพลงที่ขับกล่อมนั้นยังคงไพเราะเพื่อให้แฟนเพลงทั้งหลายได้รื่นรมย์ เพลงของครูเทืองจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือดังสนั่น ต่อไปก็ถึงตานักร้องหน้าใหม่อย่างรุ่งรุจแล้ว

“ขอบคุณแฟนๆมากครับสำหรับเสียงปรบมือและมิตรไมตรีที่มีให้ต่อผมมาตลอด ตอนนี้ผมมีนักร้องคนใหม่มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก” ครูเทืองผายมือมาทางรุ่งรุจที่ยืนแอบอยู่ข้างหลังเวที ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับมีแรงผลักอะไรบางอย่างจากด้านหลังทำให้เขาต้องเดินออกไปหน้าเวที

“นี่ครับ นักร้องคนใหม่ของวงเรา รุ่งรุจ งามศิลป์ ยังไงผมฝากลูกศิษย์คนนี้ไว้ในอ้อมใจของแฟนๆด้วยนะครับ”

รุ่งรุจยืนข้างครูเทืองด้วยความประหม่าและทำอะไรไม่ถูก รู้สึกตาลายไปหมดมองไม่เห็นอะไรสักอย่างนอกจากแสงไฟที่ส่องจ้าอยู่หน้าเวที ใจได้แต่คิดว่าเขาคงเป็นสายลับคนแรกที่เปิดเผยตัวเองขนาดนี้...กฎการแฝงตัวของสายลับถูกเขาทำลายจนยับเยิน

“เอ้า ไหว้คนดูเสียสิรุจ อย่ามัวตื่นเต้น” ครูเทืองตบไหล่จนเขารู้สึกตัว ชายหนุ่มพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมพร้อมๆกับยิ้มหวานสุดชีวิต เขารู้สึกได้ทันทีว่าเป็นที่จับตาของคนดูทุกคนที่อยู่หน้าเวที รุ่งรุจรู้สึกว่าจะต้องพูดหรือทำอะไรบางอย่างเช่นคำทักทายเป็นต้น...คำกล่าวสวัสดีง่ายๆก็คงพอ

แต่แล้วคำทักทายจากนักร้องหน้าใหม่ก็เงียบกริบ รุ่งรุจเคาะไมค์ในมือเบาๆแต่ทุกสิ่งก็ยังเงียบฉี่...หรือว่านี่เขาโดนป้องที่คุมเครื่องเสียงแกล้งเอาเสียแล้ว ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองไปทางข้างเวทีที่ป้องและทีมเครื่องเสียงทำงานอยู่ ไม่ผิดจากที่เขาคิดจริงๆ...พวกนั้นกลั้นหัวเราะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“เอ้ารุจ เอาไมค์อันนี้ก็ได้” แต่ไม่ทันที่รุ่งรุจจะรับ ไมค์ในมือของเขาก็หอนดังจนแสบแก้วหู

รุ่งรุจได้แต่เก็บอาการโมโห อย่างไรเสียวันนี้ก็จะต้องผ่านไปให้ได้ แต่ตอนนี้เขาต้องแก้เหตุการณ์ข้างหน้านี่ก่อน

“โหลๆ สวัสดีครับทุกท่าน แหม...จะขึ้นร้องเพลงครั้งแรกไมค์ก็ไม่ดังเสียแล้ว แล้วต่อไปผมจะดังไหมล่ะครับครู” เขาหันไปหยอกเอินกับครูเทืองที่ยังยืนดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆ คงคิดว่าถ้ารุ่งรุจเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นเวที ครูเทืองจะได้ลากเข้าไปข้างหลังได้ทัน

“เอาละครับ เพลงแรกของผมบนเวทีนี้ ผมขอมอบให้แฟนเพลงทุกท่าน และผมก็หวังว่านักร้องหน้าใหม่อย่างผมจะได้รับความรักและเมตตาจากแฟนเพลงทุกท่านนะครับ” เขาจบการทักทายด้วยยิ้มหวานจนสาวน้อยสาวใหญ่หน้าเวทีแทบจะละลายอยู่ตรงนั้น

ครูเทืองคงแน่ใจแล้วว่ารุ่งรุจจะ ‘รอด’ จากการร้องเพลงในวันนี้ได้เขาจึงเลี่ยงไปด้านหลังเวที ที่นั่น..คุณพีชยืนดูอยู่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นว่ารุ่งรุจแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เธอก็โล่งใจ ที่จริงเธออยากเอาผิดพวกป้องที่เกือบทำให้นักร้องใหม่เขว แต่ถ้าไปเอาเรื่อง คนพวกนั้นก็คงเอาคืนกับรุ่งรุจไม่ยอมเลิก บางทีนักร้องหน้าใหม่ก็ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง

“ท่าจะไปไหวนะคุณพีช”

“ก็น่าจะไหวนะคะคุณพ่อ หวังว่าพีชคงมองคนไม่ผิด”

“ดูเข้าท่าเหมือนกันนะคะคุณพีช ตอนแรกเนตรนึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว” คุณพีชหันมายิ้มกับเนตรอัปสรที่แต่งตัวเตรียมพร้อมอยู่ข้างๆ

“เอาไว้ดูตอนลงจากเวทีดีกว่า ว่าจะต้องหิ้วปีกลงมาหรือเปล่า” พูดจบคุณพีชก็เลี่ยงออกไปด้านหน้าเวที เธออยากจะเห็นกับตาว่านักร้องหน้าใหม่ที่เธอเลือกมาเองกับมือ พออยู่หน้าเวทีแล้วจะเป็นอย่างไร

คุณพีชเลือกตำแหน่งเหมาะๆเพื่อจะดูการร้องเพลงครั้งแรกของรุ่งรุจ ชายหนุ่มดูโดดเด่นเมื่ออยู่บนเวที รูปร่างสูงใหญ่ไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย เพราะจากที่เห็นด้วยตาเขาดูสง่างามและน่าดึงดูด แม้ผิวแทนของเขาอาจดูขัดตาไปบ้าง แต่บุคลิกเขินอายและขี้เล่นพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เธอเห็นตั้งแต่วันแรกเจอทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่ยาก...อย่างน้อยก็เธอคนหนึ่งล่ะ

หลังจากเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากความขี้เล่นของนักร้องหน้าใหม่จนพอใจแล้ว รุ่งรุจจึงได้เริ่มร้องเพลงลูกทุ่งเพลงแรกในชีวิต ดนตรีเล่นนำมาแล้วพร้อมกับบรรดาแดนเซอร์ที่เรียงแถวขึ้นมาบนเวที อย่างน้อยบนเวทีนี้ก็มีหมวยกับลูกหมูที่เขาคุ้นเคย...อย่างนี้ค่อยอุ่นใจหน่อย

อีกคนที่จะพลาดการแสดงของรุ่งรุจไม่ได้ก็คือน้อย เขาแอบมายืนดูอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน นึกภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่เป็นส่วนหนึ่งในการปั้นนักร้องคนใหม่ให้กับวง

“มาทำอะไรตรงนี้วะน้อย” รัชเดินเข้ามาถาม

“ก็มายืนฟังนักร้องใหม่ร้องเพลงไง ถามได้”

“เอ็งนี่จริงๆเลยนะ ข้าบอกไม่รู้กี่รอบว่าลองไปร้องเพลงให้ครูเขาฟัง จะได้เป็นนักร้องกับเขาเสียที ดูอย่างไอ้รุจนั่นปะไร ร้องเพลงไม่เอาอ่าว มันยังได้ขึ้นไปร้องบนเวทีเลย แถมเอ็งยังเป็นคนสอนมันด้วยซ้ำ” น้อยส่ายหัวช้าๆซึ่งก็เป็นแบบเดิมที่เขาทำเมื่อมีคนบอกให้ไปเป็นนักร้อง

“เอ็งบอกข้าแบบนี้มาเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้ง ไม่เบื่อบ้างรึไง”

“ตราบใดที่เอ็งยังไม่ได้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ข้าก็ไม่ละความพยายามหรอก” น้อยได้แต่หัวเราะเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้น เอ็งก็คงจะต้องทำแบบนี้ไปทั้งชาติแหละวะ...รัช”

รัชมองตามน้อยที่เดินกลับไปหลังเวที เขาอยากให้น้อยมีโอกาสสักครั้งที่จะแสดงความสามารถให้ครูเทืองได้เห็น ไม่อยากให้น้อยรู้สึกต่ำต้อยในโชคชะตาที่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งให้พรสวรรค์อันเป็นเลิศด้านการร้องเพลงมาอยู่กับคนรูปร่างหน้าตาอย่างน้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น