เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 7 : บทที่ ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

ข่าวที่รุ่งรุจได้มาเป็นนักร้องถูกซุบซิบไปทั้งวง หลายคนลงความเห็นว่าที่เขาได้ดิบได้ดีขนาดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รุ่งรุจกับคุณพีชหายกันไปทั้งคืน ไม่ต้องเดาเลยว่าคนพวกนั้นคงคิดกันไปถึงไหนต่อไหน แต่ไม่ว่าจะคิดแบบไหนก็ไม่เป็นผลดีกับนักร้องหน้าใหม่อย่างเขาทั้งนั้น เนื่องจากรุ่งรุจร้องเพลงได้ไม่เอาอ่าว ครูเทืองจึงต้องเรียกให้มาฝึกร้องเพลงทุกวันและนั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำความคิดของคนพวกนั้นเข้าไปใหญ่

“เห็นไหมล่ะ กูว่าแล้ว...ไอ้นี่มันใฝ่สูง คุณพีชรู้ไม่ทันมันหรอก”

“กูก็คิดเหมือนกัน แต่เรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกวะ มึงอย่าเอ็ดไป...กูว่าคุณพีชก็คงชอบใจไอ้หมอนั่นอยู่แล้วล่ะ ก็อย่างว่าแหละว้า...สาวโสดค้างบนคานมานาน ก็คงจะมีเหงาบ้างอะไรบ้าง”

สำหรับคุณพีชแล้ว คำนินทาเหล่านั้นดูไม่เป็นผลต่อความมุ่งมั่นของเธอที่จะทำให้รุ่งรุจได้เป็นนักร้อง อย่างเช่นวันนี้...คุณพีชมาแปลกกว่าทุกวันเพราะเรียกให้รุ่งรุจมาที่ลานซ้อมเต้นไม่ใช่ห้องซ้อมร้องเพลง สาวๆแดนเซอร์หลายคนกำลังเตรียมตัวซ้อมเต้นกันอย่างคึกคัก

“คุณพีชให้ผมมาทำไมที่นี่ล่ะครับ”

“ในเมื่อนายจำจังหวะไม่ได้สักที ฉันเลยลองคิดหาวิธีใหม่ ฉันว่าพวกแดนเซอร์เนี่ยจังหวะเขาแม่น นายลองมาหัดนับจังหวะกับพวกเขาดู ถึงมันจะไม่ค่อยเหมือนกับจังหวะเวลาร้องเพลง แต่ฉันว่ามันอาจจะทำให้นายหัดนับจังหวะง่ายๆเป็นก็ได้”

ชายหนุ่มนั่งมองสาวๆแดนเซอร์ซ้อมเต้นอย่างเพลิดเพลิน แดนเซอร์พวกนี้เก่งจริงๆ สามารถเต้นและเปลี่ยนท่าทางได้อย่างพร้อมเพรียง เขาพยายามนับจังหวะตามพวกเธอไปด้วย แต่บางทีก็ลืมนับบ้างเพราะทรวดทรงอวบอิ่มกับต้นขาขาวๆมันยั่วตายั่วใจให้หลงเคลิ้มไปเสียอย่างนั้น

“อ้าว....นั่งมองตาเยิ้มอย่างนั้นมันจะได้เรื่องไหมน่ะ” เสียงแม่แขทำให้เขาสะดุ้งเฮือกตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก

“เออ ไม่ไหวแล้วล่ะ มานั่งเฉยๆไม่ได้อะไรเลย เสียเวลาเปล่า มาๆ...เดินมาตรงนี้ มาหัดเต้นไปกับเขาเนี่ยแหละ”

สาวๆดึงรุ่งรุจให้ขั้นไปบนลานแล้วสอนให้เต้นไปพร้อมๆกัน นั่นทำให้คุณพีชอดขำไม่ได้เพราะร่างกายใหญ่โตของรุ่งรุจมันช่างเป็นอุปสรรคต่อการเต้นเสียจริง ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวาก็ดูขัดไปเสียหมด

“วันนี้พี่รุจสนุกไหม พรุ่งนี้จะมาอีกหรือเปล่า” หมวยปรี่เข้ามาถามหลังจากที่เลิกซ้อม

“เห็นจะไม่แล้วล่ะ ร้องเพลงว่ายากแล้ว...พี่ว่าเต้นแบบหมวยเนี่ย ยากกว่าอีก”

“ก็พี่รุจนับจังหวะไม่เป็นไง ถึงได้เต้นมั่วไปชนคนนั้นคนนี้ เอางี้สิ...เดี๋ยวเย็นๆ หมวยสอนพี่รุจให้เอง” สาวน้อยเสนอความช่วยเหลือแต่รุ่งรุจจำเป็นต้องปฏิเสธจากใจจริง

“แต่ก่อนตอนพี่รุจยังไม่มา นังเก๋เพื่อนหมวยน่ะ เต้นเก่งที่สุดเลย จังหวะเป๊ะมาก”

“อ๋อ...คนที่หมวยบอกว่าออกไปทำงานที่อื่นน่ะหรือ วันนั้นหมวยยังเล่าให้พี่ฟังไม่จบเลยว่าเขาหายไปไหน”

“มันก็ไม่ได้ไปแล้วไปลับหรอก ช่วงแรกที่ไปทำงานกับคุณพีชมันก็อยู่ที่นี่แหละ แต่พอมันเปลี่ยนงานก็หายไปเลย เห็นว่าไปทำงานไกลแถวๆ ราชบุรีประมาณนั้นแหละ” รุ่งรุจหูผึ่ง วันนี้ไม่เสียแรงเต้นเปล่าจริงๆ

“แล้วเขาไปทำงานอะไรที่ราชบุรีล่ะ เขาได้บอกหมวยไหม”

“เห็นว่าไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับในรีสอร์ตหรืออะไรนี่แหละหมวยจำได้ไม่ถนัด มันบอกตอนมาเก็บข้าวของที่นี่ หลังจากนั้นมันก็เงียบไป ไม่ได้ข่าวอะไรอีก”

เก๋หายไปหลังจากได้งานใหม่ที่ราชบุรี ช่างสอดคล้องกับผู้หญิงที่เขาเห็นในคืนวันนั้น ตอนนี้เขาปักใจแน่แล้วว่าหญิงสาวคนนั้นจะต้องเป็นเก๋อย่างแน่นอน เรื่องนี้เขาคงต้องบอกดาบบัญชาให้รู้เผื่อการทำงานจะง่ายขึ้น เรื่องหนักใจที่สุดก็คือไม่รู้ว่าตอนนี้เก๋เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง เพราะจากสภาพหญิงสาวคนนั้นที่โรงพยาบาลทำให้คาดเดาได้ว่าเก๋คงจะโดนทำร้ายหนักหนาไม่แพ้กัน

เสียงนินทามีมาหนาหูไม่ซ้ำแต่ละวัน แต่คุณพีชเลือกที่จะไม่ใส่ใจ เธอยังคงเคี่ยวเข็ญให้เขาฝึกร้องเพลงให้ได้ แม้ครูเทืองจะสอนแล้วรุ่งรุจก็ยังร้องกระท่อนกระแท่น ร้องตรงจังหวะบ้างไม่ตรงบ้างเหมือนเดิม

“เฮ้อ...รุจเอ้ย ครูให้ไปหัดนับห้องเพลง จับจังหวะให้ได้ แบ่งลมเวลาร้อง ได้ไปทำตามมาบ้างไหมเนี่ย”

“ทำสิครับครู แต่พอร้องทีไรลืมหมดทุกที” ครูเทืองมองชายหนุ่มสีหน้าปลง

“เราร้องเพลงเหมือนคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างนั้น อยู่กับเนื้อร้องกับอารมณ์เพลง ตั้งใจหน่อย”

รุ่งรุจได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เขาตั้งใจอย่างดีที่สุดแล้วแต่ก็ยังทำไม่ได้ อย่างที่ครูเทืองบอกก็คงจริงเพราะเขายังคงกังวลเกี่ยวกับการสืบสวนขบวนการค้ามนุษย์ ดาบบัญชายังรายงานความคืบหน้าจากพื้นที่มาให้รู้เป็นระยะแม้ตำรวจที่นั่นจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม

“ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะลองเข้าไปสืบในรีสอร์ตนั่นดู”

“ถ้าดาบเห็นว่าไม่อันตรายเกินไป ก็แล้วแต่ดาบเถอะครับ ผมอยากจะไปช่วยเต็มที...แต่ก็ไปไม่ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกครับผู้กอง ผมเข้าใจ...เป็นอันว่าถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแจ้งไปนะครับ” รุ่งรุจทำหน้าเซ็ง นี่เขามาทำอะไรอยู่กันแน่ หน้าที่ของเขาคือการตามจับขบวนการค้ามนุษย์และกำจัดให้สิ้นซาก ไม่ใช่มาหัดร้องเพลงบ้าๆบอๆไปวันๆ สุดท้ายจะเหลวทั้งสองอย่างหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่เรื่องที่หนักใจยังไม่จบแค่นั้นเพราะอีกไม่กี่วันรุ่งรุจจะต้องไปหัดร้องเพลงกับนักดนตรีของวง ถ้าไม่เคยมีเรื่องกับยักษ์มาก่อนเรื่องมันคงง่ายกว่านี้เยอะ

“แล้วอย่างนี้พี่ยักษ์เขาจะเล่นให้หรือวะ ไปมีเรื่องกับเขาซะขนาดนั้น”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะเต่า แต่คุณพีชสั่งก็คงต้องทำตามมั้ง”

“แล้วร้องแบบนักร้องนำอย่างเอ็งนี่นะ จะไปร้องกับวงใหญ่ ท่าจะแย่ซะล่ะมั้ง” น้อยบ่นขึ้นมาดังๆทำเอารุ่งรุจและเต่าเกาหัวพร้อมกัน

“ไอ้รุจเนี่ยนะพี่น้อย ฝึกแค่ไม่เท่าไหร่ มันร้องดีขึ้นขนาดนั้นเชียวรึ” น้อยหัวเราะขำๆ

“แบบไอ้รุจเนี่ยเขาเรียกนักร้องนำ คือร้องนำคีย์ไปหลายขุม ร้องทีไรไม่เคยถูกโน้ตถูกห้องเพลงซะที มาๆ...อย่ามัวชักช้าร่ำไร มาเล่าให้ฟังสิว่าครูเขาหัดอะไรให้เอ็งอีกบ้าง”

แล้วน้อยก็ฝึกรุ่งรุจให้ร้องเพลงตามแบบครูเทืองและตามแบบตัวเองจนดึกดื่น เพราะเขารู้ดีว่ายักษ์คงไม่พอใจที่ต้องมาเล่นดนตรีให้รุ่งรุจร้องเพลง ยิ่งถ้าถูกคุณพีชบังคับด้วยแล้ว ยักษ์คงจะหาเรื่องให้รุ่งรุจเป๋ได้ง่ายๆ ยิ่งร้องเพลงไม่ถูกจังหวะคร่อมไปคร่อมมาแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งเข้าทางยักษ์ไปใหญ่ ไม่ต้องคาดหวังหรอกว่านักดนตรีคนอื่นจะคอยช่วยเพราะใครก็คงไม่กล้าหือกับยักษ์ และเท่าที่เขารู้พวกนักดนตรีเกลียดรุ่งรุจเข้าไส้

เหมือนยักษ์เองก็ไม่ยินดีที่จะเล่นดนตรีให้รุ่งรุจซ้อมเท่าไหร่นัก เพราะพวกนักดนตรียังบ่ายเบี่ยงไปมาจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ซ้อมกับวงเสียที ในระหว่างเวลาที่ยืดเยื้อเป็นโอกาสที่รุ่งรุจจะได้ซ้อมร้องเพลงให้คล่องก่อนจะไปโดนยักษ์และนักดนตรีทั้งหลายเชือดตายคาเวที เรื่องนี้ครูเทืองก็หนักใจไม่แพ้กันเพราะจนแล้วจนรอดนักร้องใหม่ก็ร้องไม่ถูกใจเสียที

“รุจ ครูถามจริงๆเถอะ ร้องเพลงเนี่ยเข้าใจเนื้อเพลงบ้างไหม” รุ่งรุจหัวเราะแหะๆ

“เข้าใจสิครับครู เนื้อเพลงนี่ก็ภาษาไทยทั้งนั้น”

“ไม่ใช่ๆ ครูเหมือนถึงเข้าใจอารมณ์ของเพลง ว่าเพลงมันเศร้า มันซึ้ง มันสนุก นี่ร้องเพลงเศร้าก็ไม่เศร้า ร้องเพลงสนุกก็สนุกไม่สุด” ครูเทืองบ่นพร้อมกับมองหน้ารุ่งรุจเหมือนคบคิดอะไรบางอย่าง

“ผมพยายามแล้วครับครู แต่...มันไม่ได้จริงๆ ผมว่าเราซ้อมกันอย่างนี้เสียเวลาเปล่า ผมว่าให้คนอื่นร้องดีกว่าครับ อย่างพี่...” รุ่งรุจยังพูดไม่ทันจบครูเทืองก็โบกมือห้าม

“เราต้องพยายามซิ ไม่ใช่พอทำไม่ได้แล้วก็เที่ยวโบ้ยให้คนอื่นมาทำแทน เท่าที่ครูฟัง...เสียงเรานี่จะร้องเพลงช้าเศร้าๆหวานๆคงไม่รอด ยิ่งต้องร้องให้เข้าถึงอารมณ์เพลงแล้วเราคงเอาไม่อยู่  ลองเพลงที่มันง่ายกว่านี้หน่อยคงพอไหว เดี๋ยวยังไง...ให้ครูคุยกับคุณพีชก่อนนะ”

จากนั้นมาน้อยจึงเพิ่มตารางการฝึกร้องเพลงให้รุ่งรุจแบบจริงจังจนบางวันเสียงแหบแห้งไปเลยก็มี แต่การฝึกหนักของรุ่งรุจก็ดูเหมือนจะได้ผลเพราะการร้องเพลงเริ่มดีขึ้น น้อยใช้คำว่าร้องเป็นเพลงขึ้น แต่อาจจะยังไม่พอถ้าไปร้องกับวงใหญ่ที่มียักษ์คอยคุม

แล้วเวลาทองที่รุ่งรุจได้ฝึกร้องเพลงก็หมดลงเมื่อยักษ์บอกคุณพีชว่าเขาและวงพร้อมแล้วที่จะเล่นให้นักร้องใหม่ซ้อมในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นรุ่งรุจนอนไม่หลับ...ถ้าเขาทำไม่ได้คุณพีชคงหมดหวัง นี่ยังไม่รวมถึงครูเทืองและน้อยที่เฝ้าฝึกเฝ้าสอนเขามาแรมเดือน อันที่จริงถ้าเขาร้องให้ห่วยไปเลยก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องวุ่นวายอีก บางทีถ้าคุณพีชไม่พอใจมากเข้า อาจไล่เขาออกจากวงเลยก็ได้ ดีเหมือนกัน...เขาจะได้ไปสืบเรื่องเก๋ที่ราชบุรีเสียที

“นอนไม่หลับหรือวะรุจ” เต่าเดินเข้ามานั่งข้างกัน

“อืม...ถ้าพรุ่งนี้ร้องแย่มากๆขึ้นมาจะทำไง”

“ก็ไม่ทำไงหรอกมั้ง อย่างมากก็แค่กลับมาหัดร้องใหม่ หรือว่าเอ็งกลัวคุณพีชไล่ออก” ชายหนุ่มนั่งเงียบจนเต่าต้องปลอบใจ “คุณพีชไม่ทำอย่างนั้นหรอก เขาไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน กลับไปนอนเถอะ..พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า ไม่ต้องกลัวข้ากับพี่น้อยจะไปกับเอ็งด้วย” 

รุ่งรุจยืนอยู่หน้าวงดนตรีด้วยใจที่หวาดหวั่น ให้ไปไล่จับผู้ร้ายเป็นฝูงยังไม่สั่นเท่านี้เลย ดูๆแล้วยักษ์ก็ยังไม่ยินดีที่จะเล่นเหมือนเดิมเพียงแต่ว่าผลัดคุณพีชไม่ได้อีกแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงนักดนตรีอื่นที่ท่าทีไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เมื่อครูเทืองและคุณพีชมาแล้วรุ่งรุจจึงได้เริ่มซ้อมร้องเพลงกับวงใหญ่ ทั้งที่ครูเทืองบอกแล้วว่าเขาควรจะร้องเพลงง่ายๆแบบไม่ต้องเข้าใจอารมณ์เพลงให้ยุ่งยาก แต่รุ่งรุจกลับเลือกร้องเพลงรักหวานซึ้งเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวที่เหมือนดั่งพรหมลิขิตขีดไว้ให้มีบุพเพสันนิวาสร่วมกัน

“เอาเพลงนี้จริงๆหรือวะรุจ เอ็งไหวแน่นะ”

“ไหวสิพี่น้อย แล้วอีกอย่างนะ...ลองว่าครูกับคุณพีชมานั่งฟังด้วยแล้ว พี่ยักษ์คงไม่กล้าตุกติกหรอก” อีกคนหนึ่งที่เป็นห่วงรุ่งรุจก็คือครูเทือง เพราะเพลงนี้ต้องแม่นจังหวะและต้องใช้ลูกคอเอื้อนถึงจะเพราะ แล้วความเพราะก็ขึ้นอยู่กับนักร้องคนนั้นว่าจะเลือกเอื้อนเลือกลงจังหวะอย่างไรให้หวานซึ้งถึงอารมณ์เพลงรัก

วงดนตรีเริ่มบรรเลงช่วงอินโทรแล้วยิ่งทำให้รุ่งรุจเหงื่อแตกซิก แต่มาถึงขั้นนี้แล้วเป็นไงเป็นกัน เขาตั้งสมาธิอยู่ครู่หนึ่งพลางเหลือบมองคุณพีช แม้เธอจะดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะเคลียร์งานที่โมเดลลิ่งเสร็จก็เกือบเช้า แต่เธอก็ยังจะมานั่งตาปรือฟังเขาร้องเพลงอีก...คงตั้งความหวังไว้น่าดู จะว่าไปคุณพีชก็เป็นคนทั้งผลักทั้งดันให้เขามาเป็นนักร้อง จะทำให้เธอผิดหวังอีกก็ดูใจร้ายไปหน่อย

“เฮ้ย เมื่อไหร่จะร้องวะ อินโทรไปสองรอบแล้วเนี่ย” ยักษ์ท้วง

“ไม่เป็นไรๆ เอาใหม่อีกรอบละกัน คงยังตื่นเต้น รุจ...ตั้งใจให้ดี” ครูเทืองกล่าวพร้อมสีหน้าหนักใจ

ดนตรีเริ่มบรรเลงอีกครั้งและคราวนี้เขาจะไม่พลาดอีก จะทำให้คุณพีชผิดหวังไม่ได้ อย่างน้อยถ้าวันนี้ทำได้ดีเขาก็ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอก็พอ เต่ากับน้อยที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆจับมือกันแน่นเหมือนกำลังลุ้นมงกุฎนางงามจักรวาล ครูเทืองนั่งจ้องรุ่งรุจอย่างตั้งใจส่วนคุณพีชนั้นพยายามฝืนตัวเองไม่ให้สัปหงก แล้วจังหวะเริ่มเนื้อร้องก็มาถึง...รุ่งรุจเริ่มได้เหมาะเจาะพอดี

รุ่งรุจจำเนื้อเพลงได้อย่างแม่นยำเพราะร้องเพลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาออกจะชอบเพลงนี้เป็นพิเศษไม่รู้ทำไม อาจเป็นเพราะเนื้อหาของเพลงพูดถึงความรักที่บังเอิญเกิดขึ้น มันเหมือนมีสัญญาณอะไรบางอย่างบอกว่าเธอคนนี้อาจเป็นเนื้อคู่ที่เคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน คิดไปแล้วก็คงคล้ายกับเรื่องของเขาที่อยู่ๆก็จับพลัดจับผลูเข้ามาในวงนี้ ได้เจอคุณพีช ที่ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมกำหนดให้ต้องมาเจอกัน

ชายหนุ่มเพลินเพลินไปกับอารมณ์เพลงแต่ก็ไม่ลืมที่ครูเทืองสอนไว้เสมอว่าอย่าเพลินจนลืมจังหวะและห้องเพลงที่เปลี่ยนโน้ตไปเรื่อย บางทีเขาอาจจะเพลินจนไม่ทันสังเกตสีหน้าของครูเทืองที่ค่อยๆดีขึ้น สายตาฉายแววพอใจกับลูกศิษย์คนใหม่ที่ร้องเพลงพัฒนาขึ้นมาก เขารู้ว่ารุ่งรุจมีความอดทนและมานะพยายามซ่อนอยู่ในตัว นี่คงเฝ้าฝึกซ้อมอยู่เสมอจนทำให้ร้องดีขึ้นขนาดนี้ น้อยและเต่าแทบกอดกันกลมเมื่อรุ่งรุจร้องเพลงได้ถูกต้องแถมใส่ลูกเอื้อนแบบที่น้อยสอนไปให้อีกด้วย ส่วนคุณพีชนั้นนอกจากจะดีใจที่รุ่งรุจร้องเพลงดีขึ้นแล้วถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าแก้มเธอแดงระเรื่อขึ้นมานิดหน่อยด้วย

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบลงทำให้รุ่งรุจรู้ว่าคนฟังคงพอใจกับเพลงที่เขาร้อง ชายหนุ่มไม่ลืมหันกลับไปไหว้ขอบคุณบรรดานักดนตรีที่เล่นอยู่ด้านหลัง เขาขอบคุณด้วยใจจริงเพราะถ้ายักษ์จะแกล้งเขาก็คงทำไปแล้ว แต่นี่ยักษ์เลือกที่จะเล่นอย่างสุดฝีมือทำให้ดนตรีออกมาดีและคอยประคองให้รุ่งรุจร้องได้จนจบเพลง ยักษ์คงไม่อยากให้ใครดูถูกว่านักดนตรีอย่างเขาเล่นผิดๆเพี้ยนๆหรือไม่ก็คงกลัวคุณพีชหรือครูเทืองดุ

“เฮ้ย...รุจ เจ๋งมากเลยว่ะ ไม่เสียแรงที่อดทนซ้อมมา” เต่าเข้ามาตบไหล่

“ก็เพราะเต่ากับพี่น้อยแหละ แล้วนี่พี่น้อยไปไหนเสียล่ะ เมื่อกี้ยังอยู่”

“เออ...ไปไหนก็ไม่รู้ว่ะ คงจะไปหาพี่รัชมั้ง เมื่อกี้เห็นเดินไปทางหลังบ้าน”

รุ่งรุจอดคิดไม่ได้ว่าน้อยอาจจะน้อยใจที่พรสวรรค์ไม่สามารถพาตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้อย่างที่ต้องการ แต่น้อยก็ไม่เคยคิดแค้นในโชคชะตา ไม่แน่ว่าโอกาสของน้อยคงต้องมาถึงสักวัน

“ร้องดีขึ้นมากเลยนะรุจ แต่ยังต้องหัดต้องซ้อมเรื่อยๆนะ อ่ะ...วันนี้ครูให้รางวัลไปพักได้หนึ่งวัน”

“ขอบคุณครับครู เอ่อ...ครูครับ แล้วคุณพีชไปไหนล่ะครับ”

“ขึ้นบ้านไปแล้ว แต่เขาฝากบอกว่ารุจร้องดีขึ้นมาก ถ้ายังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ คงจะขึ้นเวทีได้เร็วๆนี้” รุ่งรุจได้แต่ยืนนิ่งมองตามหลังครูเทืองที่เดินขึ้นบ้านไป เขาจะต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีจริงๆหรือนี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น