เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 4 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

รุ่งรุจห้อยโหนอยู่ท้ายรถสิบล้อของวงลูกทุ่งงามศิลป์พร้อมกับคนงานอีกสองสามคน รถสิบล้อวิ่งไปตามถนนที่ร้อนระอุทำให้ชายหนุ่มเหงื่อโทรม ชีวิตคนงานรากหญ้าแบกหามลำบากอย่างนี้นี่เอง เพื่อปากท้องเพื่อเงินที่จุนเจือชีวิตไปวันๆต้องอดทนทั้งร้อนทั้งหนาว เลือกงานไม่ทำกินก็มีแต่อดตาย คนงานบางคนใช้เวลานี้งีบหลับเอาแรงเพราะไหนจะต้องตั้งเวทีและต้องเก็บให้เรียบร้อยตอนงานเลิกเมื่อดึกดื่น

เต่าบอกว่าดีแค่ไหนที่งานวันนี้ไม่ไกลมากนัก บางงานเจ้าภาพอยู่ต่างจังหวัดที่ค่อนข้างไกลต้องลำบากทั้งที่กินที่อยู่ งานก็ต้องหนักเพิ่มขึ้นไปอีกเพราะคนงานรายวันมักไม่ค่อยได้ไปด้วย รถขนของมาถึงงานเมื่อตอนสายๆ รัชที่มาถึงพร้อมกันเริ่มสั่งงาน

“พวกเอ็งขนของลงมาได้เลย เฮ้ยๆ...เบาๆหน่อย รุจ...เอ็งแบกโครงเหล็กนั่นไปวางกองตรงโน้นนะ”

“พี่รัชๆ ไอ้นี่เอาไปไว้ตรงไหน” คนงานแบกกล่องหนึ่งลงจากรถ

“เอาไปไว้ข้างรถตู้นู้นเลยๆ” คนที่เหนื่อยที่สุดก็คงเป็นรัชนี่แหละ

โครงเหล็กที่รัชให้ขนลงจากรถนั้นหนักไม่ใช่เล่น ถ้าไม่ใช่ร่างกายที่ใหญ่โตกำยำอย่างเขาแล้วคงต้องเข่าทรุดแน่ๆ รุ่งรุจกวาดสายตาไปรอบๆ ตอนนี้คุณพีชกับพวกนักร้องยังไม่มา จะมาเพิ่มเติมทีหลังก็เป็นพวกช่างไฟที่ต้องมาจัดการแสงสีและเครื่องเสียงให้อลังการสมกับเป็นวงลูกทุ่งชื่อดัง

การทำงานใช้แรงท่ามกลางแดดเปรี้ยงนี่ทรมานสังขารแท้ๆ แต่คนงานอื่นดูไม่ยี่หระกับความร้อนแรงของอากาศสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น รุ่งรุจเดินไปเปิดกระติกน้ำเย็นที่รัชเตรียมมาไว้ให้ดื่มดับกระหาย ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งเรียกเบาๆ

“ผู้กองครับ ผู้กอง”

“อ้าวดาบ ไปไงมาไงครับนี่ แล้วเรื่องที่ผมให้สืบว่าไง” 

รุ่งรุจเลี่ยงออกมาคุยกับดาบบัญชาในที่ลับตา รัชกับคนงานอื่นคงกำลังยุ่งและไม่สนใจถ้าเขาจะหายตัวไปสักพัก

“เรื่องธุรกิจของคุณพีชนั่นยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสงสัยครับเพราะเพิ่งตั้งไม่นาน เป็นโมเดลลิ่งเล็กๆ มีคนทำอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่คนที่ร่วมทุนด้วยสิครับ รายนั้นน่าสงสัยกว่าอีก”

“คนที่ชื่อกลดนั่นหรือ ผมก็เคยเจอเขาเหมือนกัน เห็นเข้าๆออกๆที่บ้านครูเทือง”

“ครับ คนนั้นแหละ เขาทำธุรกิจหลายอย่างเชียว แต่ที่ทำเงินให้เขามากๆก็ธุรกิจส่งออกพวกชิปปิ้งเทือกนั้น ขนาดช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เขายังทำตัวอู้ฟู่ มีเงินถุงเงินถังไว้เลี้ยงสาวๆ”

ผู้กองหนุ่มแอบอมยิ้ม ก็นายกลดเป็นเสียอย่างนี้ภู่วารินถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่เขาชอบไปวอแวกับสาวๆ แล้วยิ่งมาร่วมทุนเปิดบริษัทโมเดลลิ่งกับคุณพีชอีก นายกลดคงมีโอกาสเข้าถึงสาวๆสวยๆได้ไม่ยาก น่าลำบากใจแทนภู่วารินจริงๆ

“ผมอยากให้ดาบตามสืบเรื่องบริษัทของคุณพีชต่อนะครับ ผมเชื่อว่ามันน่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล ผมได้ข่าวมาว่าหลังจากเก๋ไปทำงานที่บริษัทของคุณพีชได้ไม่นานเท่าไหร่ เก๋ก็หายตัวไป”

“จริงหรือครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะจับตาบริษัทของคุณพีชไว้ไม่ให้คลาดสายตาเชียวครับ แล้วผู้กอง...ไม่ได้ข่าวของเก๋เพิ่มอีกเลยหรือครับ”

“ผมกำลังสืบๆจากพวกแดนเซอร์อยู่นะ งานนี้คงต้องใจเย็นๆ เดี๋ยวเขาจะจับได้เสียก่อนว่าผมเข้ามาในวงนี้เพื่ออะไร”

ดาบบัญชากลับไปแล้วรุ่งรุจจึงมาสมทบกับคนอื่นๆ จากนี้คงต้องหาเบาะแสเกี่ยวกับธุรกิจของคุณพีชและธุรกิจของนายกลดที่ดาบบัญชาสงสัย แต่คนงานอย่างเขาจะเข้าไปยุ่มย่ามเรื่องของคุณพีชที่เป็นเจ้านายคงไม่เหมาะ บางทีเขาคงต้องเริ่มจากการถามเอาจากสาวๆแดนเซอร์นี่แหละ

“หายไปไหนมาวะ พี่รัชเขาถามหา เขาจะให้ช่วยยกของหน่อย” 

รุ่งรุจเดินเข้าไปหารัชที่ด้านหลังเวที โครงเวทีบางส่วนตั้งแล้วโดยเริ่มจากส่วนฐานแล้วค่อยปูพื้นเวทีเป็นงานถัดไป ส่วนโครงสร้างด้านหลังสูงๆต้องอาศัยคนตัวเล็กคล่องแคล่วปีนขึ้นไปยึด

“เอ็งหายไปไหนมาวะ จะเรียกใช้ไม่ได้ดั่งใจเลย หรือว่า...เอ็งแอบอู้งาน” รัชบ่นอุบ

“เปล่าครับพี่ คือ...ผม ผมเหมือนไม่ค่อยสบายน่ะครับ เลยเดินไปหลบแดดอยู่ข้างโน้น”

“ให้มันจริงเถอะวะ ข้าเห็นพวกอู้งานก็พูดอย่างเอ็งทุกคน ไปๆ...ยกไม้กองนั้นมา” รุ่งรุจเดินไปทำตามที่รัชสั่งอย่างง่ายดาย ขืนทำให้หัวหน้าคนงานโมโหตั้งแต่แรก การใช้ชีวิตในวงดนตรีนี้ต่อไปคงจะลำบาก

เวลาล่วงไปแล้วหลายชั่วโมงเวทีจึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง รุ่งรุจต้องยอมรับเลยว่าทีมงานของวงลูกทุ่งงามศิลป์เป็นมืออาชีพจริงๆ การทำงานถึงแม้จะเร่งรีบแต่ก็มีมาตรฐาน เพราะมีรัชนี่แหละงานต่างๆถึงลุล่วงไปด้วยดี พอเวทีเกือบเสร็จพวกช่างที่ควบคุมแสงสีเสียงก็มาเตรียมงานทำให้เวทีการแสดงเริ่มมีชีวิตชีวา ผู้คนที่อยู่แถบนั้นเริ่มเดินมาสำรวจ คนที่รุ่งรุจยังไม่เห็นเลยก็คือคุณพีช สงสัยว่าคงงานยุ่งหรือไม่ก็ติดธุระอะไรบางอย่างทำให้เธอยังไม่ปรากฏตัวเสียที

“เฮ้ย...มายืนเกะกะอะไรแถวนี้วะ” เสียงใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “คนเขาจะทำงาน ไปๆ...ไปทางไหนก็ไป เดี๋ยวไฟก็ดูดตายพอดี” เจ้าของเสียงก็คือป้อง คู่หูของยักษ์หัวหน้านักดนตรีนั่นเอง ป้องทำหน้าที่ควบคุมเครื่องเสียงเครื่องไฟบนเวทีและก็มีท่าทีหงุดหงิดเหมือนยักษ์เมื่อวานเปี๊ยบ สงสัยวันนี้เหล้าสักหยดคงยังไม่ตกถึงท้อง

“รุจๆ มานี่สิ” เสียงน้อยดังมาจากทางไหนไม่รู้ทำให้ชายหนุ่มต้องหมุนหารอบตัว “บนนี้” เขาแหงนหน้ามองถึงได้เห็นว่าน้อยปีนขึ้นไปบนโครงสร้างเวทีด้านบนสุด

“ว่าไงพี่น้อย เอาอะไร”

“เอ็งเอาคีมส่งมาให้ข้าหน่อยสิวะ อยู่ในกล่องข้างเสานั่นน่ะ” ชายหนุ่มเดินไปคุ้ยหาในกล่องเครื่องมือที่ค่อนข้างรกจนได้คีมตัดเหล็กที่ต้องการ

“อันนี้หรือเปล่าพี่ แล้วจะเอาขึ้นไปไงอ่ะ”

“ก็ปีนขึ้นมาสิวะ” รุ่งรุจหน้าถอดสีเพราะจุดที่น้อยอยู่สูงใช่ย่อย เขาจำใจปีนขึ้นไปทั้งที่ขาสองข้างสั่นพั่บๆ “เป็นอะไรวะรุจ หน้าซีดเหมือนจะเป็นลม หรือว่า...เอ็งกลัวความสูง”

รุ่งรุจยิ้มแหยๆ บอกไม่ถูกว่าที่เป็นอยู่นี่เรียกว่าอาการกลัวความสูงไหม เพราะสมัยเรียนนายร้อยตำรวจก็กระโดดหอสูงอย่างสบาย แต่บนนี้มันไหวโคลงเบาๆตามแรงลมให้หวาดเสียว ทันทีที่ส่งของให้น้อยเสร็จเขาจึงรีบปีนลงมาอย่างว่องไว

“เป็นอะไรวะหน้าซีดๆ เอ...หรือว่าเอ็งจะป่วยจริงๆ” รัชเดินเข้ามาทัก

“มะ...ไม่ ผม...ไม่เป็นไรครับพี่ สบายดี”

“เออ สบายดีก็ดีแล้ว เดี๋ยวไปยกกล่องพวกของแต่งตัวแดนเซอร์ด้วยนะ ประเดี๋ยวเขาก็จะมากันแล้ว” รุ่งรุจรีบไปทำตามคำสั่งทันทีเพราะกลัวว่าน้อยจะใช้ให้เอาของอะไรขึ้นไปให้อีก

ทันทีที่ชายหนุ่มยกกล่องสุดท้ายเข้ามาวาง รถตู้ของพวกสาวๆแดนเซอร์ก็มาถึงพอดี แดนเซอร์พวกนี้นัดกันเตรียมตัวตั้งแต่สาย กว่าจะแต่งหน้าทำผมก็ปาไปหลายชั่วโมง ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้ขึ้นแสดงต้องมาแต่งกันข้างเวทีที่ล้มผ้าใบไว้อย่างมิดชิด และที่มาถึงเกือบจะพร้อมกันก็คือคุณพีชที่ขับรถมาเอง

“พี่รุจ....เหนื่อยไหม ดูสิเหงื่อโทรมเชียว เดี๋ยวหมวยเช็ดให้นะ” หมวยปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มก่อนเพื่อนเพื่อเป็นสัญญาณให้รับรู้โดยทั่วกันว่า ‘คนนี้ของฉันนะยะ

“ลงรถมาแล้วก็ไปแต่งตัวสิ มายืนทำอะไรแถวนี้” เสียงเด็ดขาดของคุณพีชเหมือนเสียงระฆังพักยก หมวยเดินก้มหน้างุดๆเข้าไปแต่งตัวโดยไม่มีข้อแม้ สาวๆพากันเดินอย่างรีบเร่งเข้าไปแต่งตัวโดยมีคุณพีชกำชับอยู่ไม่ไกล 

“พี่รุจๆ” เสียงหวานดังอยู่ใกล้ๆ

“ครับ อ้อ...ลูกหมูใช่ไหม” สาวน้อยยิ้มเอียงอายพลางยื่นถุงขนมให้

“ลูกหมูเห็นขนมมันน่ากินเลยซื้อมาฝากค่ะ ไปนะคะ” จากนั้นลูกหมูก็รีบเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆก่อนจะมีใครสังเกตเห็น

ถ้าเป็นในภาวะปกติ...มีสาวๆเอาของกำนัลมาให้แบบนี้เขาคงปลื้มไม่น้อย แต่ตอนนี้เขาต้องระวังตัวอย่างมากเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเกินควร งานสายสืบจะต้องทำอย่างลับๆและเงียบกริบ การทำตัวโดดเด่นกว่าคนอื่นนั่นยิ่งจะทำให้งานที่ทำเสียทั้งหมด ชายหนุ่มเดินถือถุงขนมเลี่ยงออกมาข้างนอกตั้งใจว่าจะเอาไปทิ้ง แต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินสวนทางมา

“คนงานมาทำอะไรแถวนี้ แล้วนั่นถุงอะไร..ไหนมาดูสิ” ผู้ชายตรงหน้าพยายามยึดเอาถุงขนมในมือของรุ่งรุจ “อ๋อ ขนมนี่เอง นี่ขโมยมาใช่ไหม ฉันรู้...คนงานอย่างแกไม่มีปัญญาซื้อขนมแบบนี้กินหรอก”

ถ้อยคำเหยียดหยามที่ออกจากปากของชายหนุ่มหน้าตาดีช่างขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาจริงๆ รุ่งรุจได้แต่นิ่งเงียบเพราะต่อให้เขาพูดอะไรออกไปก็คงเป็นการแก้ตัวไปเปล่าๆ

“ไม่ปฎิเสธ...แสดงว่าขโมยมาจริงๆด้วย ไหนบอกมาสิ...ว่าไปขโมยมาจากไหน” เขาเค้นเสียงดัง

“เปล่า...มีคนให้มา ผมไม่ได้ขโมย”

“โกหกหน้าด้านๆ หลักฐานก็มีอยู่เห็นๆ” เขาชูถุงขนมนั่นใส่หน้ารุ่งรุจ ผู้กองหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาเป็นคนขโมยขนมถุงนี้ เขาคงจะต้องจับตัวเองเข้าคุกล่ะมั้ง

“มีอะไรกันน่ะพี ทำไมไม่ไปเตรียมตัวเสียที” เสียงคุณพีชเปรียบเหมือนระฆังพักยกที่สอง

“ก็ไอ้หมอนี่สิครับ ไปขโมยขนมนี่มาจากไหนก็ไม่รู้”

“จะอะไรก็ช่าง เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง ไปเตรียมตัวได้แล้ว อ้อ...คุณปรุงทิพย์เขาแวะมาหาน่ะ ไปพบเขาหน่อยสิ”

ผู้ชายคนนั้นออกไปแล้ว ดูจากท่าทางการแต่งตัว นี่คงเป็นนักร้องอีกคนหนึ่งของวงลูกทุ่งงามศิลป์ผู้โด่งดัง พีรภัทร คนที่เต่ากับน้อยเล่าให้ฟังว่าขึ้นร้องเพลงทีไร พวงมาลัยล้นคอโดยเฉพาะพวงมาลัยแบงค์งามๆ

“นายจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ อ้อ...ถ้าเจอรัช บอกให้มาหาฉันด้วย”

“แล้วคุณพีชไม่....”

“ไม่ล่ะ เรื่องไร้สาระ แล้วไอ้ขนมถุงนี้ฉันก็เห็นว่าลูกหมูยื่นให้นายกับมือ” ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง นี่ขนาดลูกหมูกระมิดกระเมี้ยนให้ขนาดนั้นยังไม่รอดพ้นสายตาของคุณพีช

รุ่งรุจเดินเลี่ยงมาด้านหลังเวทีเพื่อตามหารัช แต่เวลาก่อนเริ่มการแสดงเป็นช่วงโกลาหลที่สุด ทั้งนักร้องนักดนตรีและเหล่าแดนเซอร์ต้องรีบเร่งเพื่อให้ทันเปิดการแสดง เมื่อมองหาจากกลุ่มคนที่สับสนวุ่นวายนี่แล้วก็ยังไม่เห็นรัช ชายหนุ่มจึงหันหลังกลับออกมาทำให้เขาชนกับภู่วารินอย่างจัง

“โอ้ย...ยืนเกะกะขวางทางอยู่ได้ เอ๊ะ..!!”

“ขอโทษครับคุณริน เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาประคองเธอให้พอทรงตัวได้ ใบหน้างามถูกแต่งไว้ดูอ่อนหวานขึ้นเป็นกองแล้วยังชุดสีฟ้าอ่อนวิบวับนี่อีก มันช่างส่องประกายให้เธอดูโดดเด่นและหวานล้ำจนสะกดผู้พบเห็นให้อยู่หมัด

“ไม่หรอก ปล่อยฉันได้แล้ว...ฉันรีบ”

“มาหาใครหรือเปล่ารุจ” เสียงหวานของเนตรอัปสรดังมาแต่ไกล

“อ๋อ ครับ...ผมมาหาพี่รัช....” คำตอบช่วงท้ายแผ่วไปเพราะภาพที่เห็นตรงหน้าคือเนตรอัปสรในชุดนักร้องสีแดงเปรี้ยวจี๊ด ใบหน้าแต่งเฉี่ยวแพรวพราวแถมกระโปรงสั้นกุดถ้าไม่มีกางเกงซับในไว้ก็เดาไม่ออกเลยว่าจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน

“เนตรไม่เห็นเลยนะ ลองไปตรงเครื่องเสียงข้างเวทีหรือยัง”

“อ่ะ...คะ...ครับ เดี๋ยว...ผมจะลองไปหาดู” เธอยิ้มอ่อนหวานให้เขาแบบเดิมก่อนเดินเข้าไปหลังเวที

เสียงดนตรีดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มเปิดการแสดง ผู้คนเริ่มมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง รัชคงอยู่แถวๆนี้แหละ แต่ถ้าเขาไปเดินเกะกะหาตามข้างหรือหลังเวทีก็จะโดนไล่ตะเพิดมาอีก

“เฮ้ย..รุจ ไปหาข้าวหาปลากินก่อนเถอะวะ แล้วนี่....เอ็งมองหาใครอยู่รึ” เต่าช่วยชะเง้อมองหาอีกคน

“หาพี่รัช คุณพีชให้มาตาม”

“ป่านนี้คงเจอกันแล้วมั้ง หรือไม่เอ็งลองไปหาตรงที่คุมเครื่องเสียงดูสิ บางทีเขาอาจจะอยู่ตรงนั้น เออ...เจอพี่รัชแล้วก็ตามไปกินข้าวหลังเวทีนะ”

รุ่งรุจทำตามที่เต่าแนะนำคือเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของเวที ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของเครื่องไฟเครื่องเสียง คนที่อยู่ตรงนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกช่างคุมแสงสีเสียงและนักดนตรี ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้พอที่จะสังเกตได้ว่ามีใครอยู่บ้าง รัชไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ที่เขาเห็นคือยักษ์และป้องกับนักดนตรีอีกสองสามคนกำลังตั้งวงเหล้า น้อยเคยเล่าให้ฟังว่าคุณพีชห้ามหนักหนาไม่ให้กินเหล้าตอนทำงาน อย่างว่า...คนติดเหล้าอย่างยักษ์มีหรือจะอดใจได้ ฉะนั้นก่อนขึ้นแสดงก็ต้องดื่มสักกรึ๊บสองกรึ๊บให้พอชื่นใจ คนอื่นๆรู้ดีเพียงแต่ช่วยกันปิดไม่ให้คุณพีชรู้ ชายหนุ่มเดินออกมาเงียบๆไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่แล้วไม่รู้จะไปยุ่งทำไม

“มาทำอะไรแถวนี้วะ” รัชเรียกเสียงดัง

“อ่อ คือ...คุณพีชให้มาตามพี่รัชน่ะครับ”

“อ้าวเหรอ เออๆ..ไปๆ ส่วนเอ็งก็ไปกินข้าวกินปลาแล้วก็พักผ่อนเอาแรงซะ” พูดจบก็เดินหายไปทางไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รุ่งรุจรู้แน่ๆก็คือ สายตาของสมาชิกวงเหล้าที่จับจ้องเขาอยู่

การแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์เริ่มขึ้นแล้ว และคงเป็นที่ถูกอกถูกใจมิตรรักแฟนเพลงลูกทุ่งหนักหนาเพราะมีทั้งเสียงกรี๊ดเสียงปรบมือเกรียวกราว รุ่งรุจยอมรับเลยว่าชีวิตนี้เขาไม่เคยได้ข้องแวะกับเพลงลูกทุ่งเลยสักนิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ท่ามกลางการแสดงสดของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดัง เสียงดนตรีกระหึ่มเร้าใจกับลีลาโยกย้ายของนักร้องและแดนเซอร์มันช่างน่าตื่นตาจนเขายืนดูอยู่ตรงนั้นได้ตั้งนาน

“และบัดนี้ ผมขอเชิญแฟนเพลงทุกท่านพบกับ นักร้องสาวสุดเซ็กซี่ที่ทุกท่านประทับใจในลีลาและน้ำเสียง ขอเสียงปรับมือให้กับ เนตรอัปสร งามศิลป์”

เนตรอัปสรบนเวทียิ่งต่างไปจากที่เขาได้รู้จักอีกเป็นกองเพราะลีลาการแสดงบนเวทีกับเสียงร้องที่ทรงพลังน่าประหลาด มันสะกดทุกคนให้สนุกไปกับการแสดงของเธอ และทำให้เชื่อได้จริงๆว่าเธอคือสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่มีลีลาร้อนแรง

ส่วนภู่วารินก็เป็นอีกคนที่ต่างจากที่รุ่งรุจเคยได้สัมผัสอย่างสิ้นเชิง สาวสวยขี้โมโหแถมอารมณ์ร้อนสุดๆ กลับมีน้ำเสียงหวานซึ้งเข้ากับเพลงรักปนเศร้าที่เธอถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ ไม่รู้ว่าเอาชีวิตจริงมาถ่ายทอดบ้างหรือเปล่า อย่างนี้สิค่ายเพลงถึงได้จองตัวไปร่วมงาน อีกคนหนึ่งที่จะไม่สนใจก็ใช่ที่ พีรภัทรที่หาเรื่องเขาเมื่อตอนหัวค่ำ บนเวทีเขาเป็นชายหนุ่มผู้สง่างามพร้อมกับเสียงหวานนุ่มทรงเสน่ห์ คำพูดคำจาอ่อนหวานหยอดตรงนั้นนิดหยอดตรงนี้หน่อยก็ได้พวงมาลัยคล้องเต็มคอ แต่เรื่องร้องก็เป็นอย่างที่คนเขาว่า ‘ก็งั้นๆ’

รุ่งรุจเดินเลี่ยงไปที่ด้านหลังเวที ที่นั่นคนงานหลายคนกำลังกินข้าวไม่ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย แต่ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นคุณพีชกับรัชคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“มีอะไรกันหรือเต่า ดูพี่รัชกับคุณพีชคุยกันเครียดเชียว”

“เรื่องพี่ยักษ์กับพวกนักดนตรีกินเหล้าเวลาทำงาน แล้วยังบอกอีกนะว่า...คราวนี้คุณพีชจะเอาเรื่อง” เต่ากระซิบ มันก็แน่อยู่แล้วสิ...คุณพีชเป็นคนเด็ดขาดเรียกได้ว่ากฎต้องเป็นกฎ จะแอบแหกกฎเหล็กที่เธอตั้งไว้ก็ต้องโดนดีกันบ้าง

“อืม..ที่จริงเมื่อกี้ก็เห็นนั่งก๊งกันอยู่ข้างเวทีนะ ว่าแต่...ใครเป็นคนมาฟ้องล่ะ” รุ่งรุจถามขณะกำลังตักข้าวเข้าปาก

“ก็เอ็งไงไอ้รุจ เขาว่าเอ็งเป็นคนมาฟ้องว่าพี่ยักษ์แอบกินเหล้า” เต่าทำหน้างงหนัก แต่ที่งงหนักไม่แพ้กันก็คือรุ่งรุจ เขาเองก็เพิ่งเห็นยักษ์กินเหล้าแล้วก็เดินเลยมาหลังเวที ชายหนุ่มมั่นใจว่าตลอดทางไม่เจอคุณพีช แล้วใครกันเป็นคนปล่อยข่าวว่าเขาฟ้องคุณพีชว่าพวกยักษ์กินเหล้า แต่ที่รู้แน่ๆก็คือเรื่องนี้เขานี่แหละจะซวยที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น