เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 3 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

รุ่งรุจตัดสินใจเอาเงินที่เหลือซื้อของกินของใช้ไปฝากน้อยและเต่าที่บ้าน ส่วนเงินที่เหลือจากซื้อของก็ให้น้อยไว้เป็นค่าเช่าบ้าน เอาเงินที่ได้จากคุณพีชไปใช้แบบนี้เสียดีกว่า ดังนั้นข้าวของมากมายจึงกองพะเนินอยู่กลางบ้าน

“โห...ของเยอะแยะเลยว่ะ ของดีๆทั้งนั้นเลยด้วย” เต่าลงมือรื้อข้าวของออกมาดู

“ผมซื้อของกินมาด้วยนะ พวกพี่ยังไม่ได้กินข้าวกันใช่ไหมล่ะ”

“ของทั้งหมดที่เอ็งซื้อมานี่ท่าทางจะหลายตังค์นะ คุณพีชให้มาเยอะล่ะสิ ใครเดือดร้อนคุณพีชเขาก็ช่วยเหลืออย่างนี้บ่อยๆนั่นแหละ เขาเป็นคนใจดี อย่างพี่กับเต่านี่ถ้าไม่ได้คุณพีชช่วย ก็ไม่รู้จะอดตายหรือเปล่า” น้อยเล่าให้ฟังขณะที่เทของกินลงชาม เรื่องราวของคุณพีชมันช่างขัดแย้งกันเสียจริง คนนั้นบอกว่าดีดั่งแม่พระ คนนี้บอกว่าร้ายตัวแม่ ตกลงแล้วเธอเป็นคนอย่างไรกัน คนอย่างคุณพีชจะเป็นอย่างไรเขาไม่สู้จะใส่ใจ ตราบใดที่เธอไม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขา และเมื่องานเสร็จสิ้นก็ทางใครทางมัน

วันรุ่งขึ้นรุ่งรุจถูกเรียกให้เข้าไปเตรียมของเพื่อออกงานครั้งถัดไป วันนี้ภายในบริเวณบ้านครูเทืองจึงคึกคักกว่าเมื่อวานมาก เหล่าสาวๆแดนเซอร์รวมตัวกันอุ่นหนาฝาคั่งสงสัยจะมาเตรียมซ้อมเพื่อขึ้นเวที เห็นแล้วก็อดคิดถึงเก๋ไม่ได้เพราะเธอนั้นภูมิใจหนักหนาที่ได้แต่งตัวสวยๆและกำลังมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกคนงานผู้ชายบางคนช่วยกันซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ บ้างก็จัดของเป็นกองๆพร้อมขนขึ้นรถสิบล้อ

“พี่ๆ มาทำงานใหม่เหรอ” สาวน้อยยื่นหน้าเข้ามาถามพร้อมหัวเราะคิกคักกับเพื่อนที่ยืนข้างๆ

“พี่ชื่อไรอ่ะ” อีกคนถามต่อ

“ชื่อรุจครับ พี่เพิ่งมาทำงานที่นี่ แล้วนี่พวกเรามาทำอะไรกัน เป็นแดนเซอร์รึ”

“ใช่ๆ พวกเราเป็นแดนเซอร์ในวงนี่แหละ หนูเห็นพี่เข้ามาที่บ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ หนูชื่อหมวยส่วนนี่ลูกหมู” สาวน้อยหน้าใสหมดจดแนะนำตัว ส่วนอีกนางที่ยืนอยู่ข้างๆหน้าง้ำเมื่อเพื่อนสาวชิงรายงานตัวแทนเสร็จสรรพ

รุ่งรุจยิ้มรับ...คราวนี้งานคงง่ายกว่าที่คิด ถามเอาจากสาวๆแดนเซอร์พวกนี้ก็คงไหว พอรู้เรื่องปุ๊บเขาจะชิงลาออกทันที ในหัวกำลังคิดว่าจะหาเหตุอะไรเพื่อออกจากงานที่เพิ่งเริ่มทำ

“สองคนนี่มาทำอะไรกันตรงนี้ เขารวมตัวกันซ้อมอยู่ตรงลานนู่น” สองสาวน้อยสะดุ้งเฮือกแล้วเดินทำตัวลีบๆผ่านคุณพีชไป แต่ไม่วายที่สาวน้อยหุ่นอึ๋มอย่างลูกหมูจะชายตามองคนงานหน้าใหม่ด้วยความเสียดายที่ยังไม่ได้คุยกับเขาสักคำ

“มาทำงานแล้วรึ เป็นไงบ้างล่ะ ข้าวของเครื่องใช้ได้ครบแล้วนะ”

“ครับ ครบแล้ว ขอบคุณคุณพีชมากนะครับ” ชายหนุ่มพนมมือไหว้จนหญิงสาวรับไหว้แทบไม่ทัน

“ไม่ต้องไหว้ก็ได้ ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น เอาล่ะ...ต่อไปก็ตั้งใจทำงานก็แล้วกัน” ความจริงแล้วรุ่งรุจก็รู้สึกได้ถึงความมีเมตตาของหญิงสาว ของที่เธอให้เงินไปซื้อครบครันทั้งของกินของใช้รวมไปถึงฟูกใหม่ที่เต่ายังขอนอนบ้าง “เออ ว่าจะถาม...นายขับรถเป็นไหม”

“เป็นครับ คุณพีชมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”

“ฉันไม่ได้จะใช้อะไร แค่บางทีป้าจุ๊บหรือคุณแม่จะออกไปข้างนอก จะวานให้ขับรถให้หน่อย” พูดจบก็เดินออกไปตรงที่ซ้อมเต้น

จนผ่านไปพักใหญ่จึงมีคนมาตามให้รุ่งรุจไปหาป้าจุ๊บเพื่อออกไปซื้อของที่ตลาด ตรงลานซ้อมมีสาวๆเกือบสามสิบคนกำลังรวมกลุ่มเม้าท์มอยกันอย่างออกรส บางคนมาจากบ้านส่วนบางคนอยู่ในบ้านครูเทืองอยู่แล้ว แดนเซอร์ที่อยู่ในบ้านมีเกือบสิบคน ส่วนใหญ่เป็นลูกๆหลานๆญาติครูเทืองกับแม่แขทั้งนั้น แม่แข แม่ของคุณพีชรับหน้าที่ฝึกซ้อมแดนเซอร์และดูแลสาวๆพวกนี้ ก่อนนี้แม่แขก็เป็นแดนเซอร์ในวงดนตรีของครูเทือง จนได้พบรักและแต่งงานกับครูเทืองจึงได้มาทำวงดนตรีด้วยกัน รัชบอกว่าที่คุณพีชจุกจิกจู้จี้และออกจะดุก็คงจะได้มาจากแม่แขนี่แหละ และอีกสิ่งหนึ่งที่คุณพีชได้มาจากแม่ก็คงเป็นความสวยไม่สร่าง เพราะขนาดแม่แขอายุเลยหกสิบแล้วก็ยังดูสะสวยจนเดาได้เลยว่าสมัยสาวๆคงจะสวยเด่นไม่แพ้ใคร

“เดี๋ยวพาป้าออกไปซื้อของหน่อยนะรุจ แหม...ดีจริงๆ คราวนี้จะได้มีคนช่วยหิ้วของ” พูดจบป้าจุ๊บก็ควงแขนชายหนุ่มออกไปท่ามกลางสายตาละห้อยของสาวน้อยแดนเซอร์ตรงนั้น

ป้าจุ๊บดูจะมีความสุขเมื่อได้ออกมาซื้อของแล้วมีหนุ่มเดินตามหิ้วของให้ ถึงแม้จะไม่ได้ช้อปในห้างดังแต่แค่เดินตลาดนี่ก็พอไหว ไม่รู้ป้าจุ๊บจำเป็นต้องซื้อของปริมาณมากหรือเดินซื้อจนเพลินก็ไม่รู้เพราะข้าวของที่ซื้อมามันช่างมากมายจนเขาต้องขนลงจากรถหลายรอบ

“ซื้อมาซะเยอะเชียวจุ๊บแจง ตั้งร้านขายได้เลยนะเนี่ย” แม่แขชวนคุยขณะเดินเข้ามาในโรงครัว รุ่งรุจถึงได้รู้ว่าป้าจุ๊บนี่เรียกชื่อเต็มๆว่าจุ๊บแจง...ถึงว่าเบอร์ใครไม่รู้อยู่ในมือถือของเขาเขียนว่าจุ๊บแจง

“แหมก็...วันนี้อะไรๆก็น่าซื้อไปหมด เดี๋ยวจะทำของโปรดคุณพีชด้วยน่ะค่ะ”

แม่แขแอบอมยิ้ม วันนี้ป้าจุ๊บช่างสดชื่นเหมือนสาวๆไม่ผิด “แล้วนี่เราเป็นคนขับรถไปให้รึ ดีแล้วล่ะ..วันหลังจะได้วานให้พาไปไหนมาไหนบ้าง จะใช้คุณพีชเขาบ่อยๆก็เกรงใจ”

“น้าแขคะ ครูเทืองให้มาตามค่ะ” เสียงเนตรอัปสรดังมาจากข้างหลัง แม่แขจึงเดินผละออกไป 

“นี่เธอ...ชื่อรุจใช่ไหม ดีจังนะที่ได้งานทำแล้ว เหนื่อยหน่อยนะ โดนใช้นู่นนี่ทั้งวันเลย” เนตรอัปสรเดินจากไปแล้วแต่เขาก็อดมองตามไม่ได้ รูปร่างอ้อนแอ้นและกิริยาเรียบร้อยน่ามอง แล้วยังเสียงหวานๆนั่นอีกอยากรู้จริงว่าตอนเธอร้องเพลงจะเพราะขนาดไหน เธอเรียกแม่แขว่าน้า..สงสัยคงเป็นญาติกับคุณพีช เท่าที่รู้เนตรอัปสรก็อยู่ที่บ้านครูเทืองเหมือนกัน เสียงดนตรีดังแว่วมาจากห้องซ้อมในบ้านหลังใหญ่ วันนี้ครูเทืองคงเรียกนักร้องในวงมาซ้อมด้วย

ชายหนุ่มเดินออกจากโรงครัวเพื่อกลับไปทำงานต่อ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเขามีสิทธิพิเศษเหนือคนงานทั่วไป แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงไหนรถเก๋งคันงามสีดำวาววับก็ขับเข้ามาจอดบริเวณบ้าน ท่าทางสองคนในรถจะทะเลาะกันมาเพราะดูเหมือนคนขับจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกือบจะชนเขาแล้ว

“ริน...อย่างี่เง่าน่ะ ผมบอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรสิ” หนุ่มลูกครึ่งหน้าคมรีบเปิดประตูรถลงมาตามหญิงสาวที่เพิ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากรถ

“กลดอย่ามาพูดเลย รินเห็นกับตา กลดอยู่กับนังนั่น นี่สองครั้งแล้วนะ” เธอกระฟัดกระเฟียด

“โถ่...ริน เขาเป็นหุ้นส่วนของผม รินมีเหตุผลหน่อยสิ”

“หุ้นส่วนบ้าอะไรถึงต้องนั่งชิดกันขนาดนั้น แล้วไอ้สร้อยข้อมือนั่นอีก กลดบอกจะซื้อให้ริน แต่กลับเอาไปให้มัน” หญิงสาวโวยเสียงดังลั่น

“เสียงดังอะไรกัน” เสียงแม่แขดังออกมาจากในบ้านก่อนตัวจะออกมาเสียอีก “จะทะเลาะกันก็ไปที่อื่น รินมาแล้วก็รีบเข้าไปซ้อม ครูเทืองเขาคอยนานแล้ว ส่วนคุณกลด...คุณพีชเขารออยู่ที่ห้องรับแขกน่ะ” สองคนนั่นนิ่งกริบแล้วเดินแยกย้ายไปคนละทาง รุ่งรุจเดินเลี่ยงออกมาดูเหตุการณ์ห่างๆ หญิงสาวขี้โมโหคนนี้คงเป็นหนึ่งในนักร้องในวง ส่วนผู้ชายคนนั้นอนุมานว่าคงเป็นแฟนหนุ่มของเธอ ดูจากการแต่งตัวของเขาแล้วคงจะมีฐานะไม่น้อย แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นจะต้องมาพบคุณพีชด้วย

“นี่เอ็งมายืนลับๆล่อๆอะไรตรงนี้วะ ไปช่วยกันขนของขึ้นรถได้แล้ว” เต่าเดินมาสะกิดหลัง

“นั่นใครกันน่ะเต่า”

“อ๋อ นั่นคุณริน เขาเป็นนักร้องในวงนี่แหละ ส่วนนั่นคุณกลดแฟนเขา”

“แล้วเขาเข้าไปหาคุณพีชทำไมล่ะ ผมเห็นเขาเดินเข้าบ้านไปเมื่อกี้”

“ไอ้นี่ก็ถามซอกแซก จะไปรู้ไหมล่ะ...ไปเร็วๆเข้า” รุ่งรุจจึงต้องจำใจเดินตามเต่าไปขนของ

อุปกรณ์สำหรับตั้งเวทีมีมากพอดูทำให้ต้องใช้เวลาจัดเรียงพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นโครงเหล็กกับพื้นเวทีที่ต้องใช้คนงานหลายคนช่วยกันยกขึ้นรถ ส่วนเครื่องไฟเครื่องเสียงต้องจัดแยกไว้ต่างหาก แต่ด้วยความไม่ระวังทำให้ลำโพงอันหนึ่งร่วงลงมา

“เฮ้ย...ทำให้มันดีๆหน่อยสิวะ เสียหายขึ้นมาเงินค่าจ้างพวกเอ็งก็จ่ายไม่ไหวหรอก” ผู้ชายตัวโตที่ยืนตรงนั้นโวยวายเสียงดังจนคนงานอื่นๆหน้าเสีย

“เด็กมันไม่ได้ตั้งใจน่า” รัชเกลี้ยกล่อมแต่เขาก็ยังดูโมโหเห็นได้ชัด ผู้ชายคนนั้นเดินลงส้นปึงปังไปหยิบลำโพงแล้วเข้าไปเช็คในห้องเก็บของ

“นั่นใครหรือเต่า ท่าทางขี้โมโหจริง” รุ่งรุจกระซิบถาม

“พี่ยักษ์น่ะ เป็นหัวหน้านักดนตรี แกก็ขี้โมโหอย่างนี้แหละ สงสัยเหล้ายังไม่ตกถึงท้องเพราะยังไม่เห็นไอ้ป้องมาเลย” รุ่งรุจทำหน้ายุ่งทำไมผู้คนที่นี่มันช่างมากมายจำกันไม่ไหว เต่าแอบนินทาลับหลังเบาๆว่ายักษ์เป็นนักดนตรีมือหนึ่งของวง เพียงแต่เหล้าเข้าปากเมื่อไหร่ฝีมือการเล่นดนตรีก็จะพลิ้วไหวดังสายลม

“เอ้า รีบๆขนเขา จะได้ไปกินข้าวกัน เสร็จแล้วจะได้แยกย้าย บ้านใครบ้านมัน” รัชสั่ง ทุกคนได้แต่มองหน้ากันแล้วทำงานต่อไปเงียบๆ

กว่างานทุกอย่างจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเย็น คนงานอื่นที่รับจ้างรายวันหลังจากกินข้าวเสร็จก็รับเงินแล้วแยกย้ายกลับไป ส่วนคนที่ยังอยู่ก็เก็บกวาดส่วนที่เหลือจนเรียบร้อยแล้วจึงกลับ วันรุ่งขึ้นวงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์จะไปเปิดการแสดงที่จังหวัดใกล้ๆ รัชจึงกำชับทุกคนให้มาแต่เช้า เสียงดนตรียังดังมาจากห้องซ้อม ส่วนผู้ชายที่ชื่อกลดกลับไปแล้วตั้งแต่บ่ายๆ

น้อยเล่าให้ฟังว่านอกจากเนตรอัปสรแล้ว นักร้องประจำในวงยังมีอีกสองคนคือภู่วารินที่เขาเจอเมื่อตอนกลางวัน เธอเป็นนักร้องคุณภาพแชมป์มาจากหลายเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง เสียงดีจนมีค่ายเพลงมาทาบทามเพื่อเป็นนักร้องในสังกัด ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายชื่อพีรภัทร รายนั้นเสียงดีใช้ได้ แต่ที่ดียิ่งกว่าคือลีลาการแสดงบนเวทีที่แพรวพราวจับจิตจับใจบรรดาแม่ยกสาวน้อยสาวใหญ่ เรียกได้ว่าขึ้นเวทีคราวใดต้องได้พวงมาลัยแบงค์พันจนเต็มคอ

“แล้วเขาไม่มาเหรอวันนี้ ผมเห็นมีมาซ้อมแค่สองคน”

“พีรภัทรเขาไม่ค่อยจะมาซ้อมเท่าไหร่หรอก รายนั้นน่ะเขาถือว่าเป็นนักร้องดัง ไม่ต้องซ้อมอะไรมากก็มีคนมาดูเป็นก่ายเป็นกอง”

“ผิดกับคุณเนตรนะพี่น้อย คุณเนตรน่ะ...นิสัยดี๊ดี เรียบร้อย น่ารัก ร้องเพลงก็เพราะ เออ..เมื่อกลางวันเขาก็มาคุยกับเอ็งนี่ ใช่ไหม” เต่าหันมาถาม

“อืม...แต่ผมสงสัยคนนึงอ่ะ แฟนของภู่วาริน ที่ชื่อกลดอะไรนั่นน่ะ เขามาทำอะไรที่นี่รึ ผมเห็นเขาเข้าไปคุยกับคุณพีชด้วย”

“คุณกลดเป็นนักธุรกิจส่งออกอะไรนี่แหละ เห็นว่ากำลังจะทำธุรกิจกับคุณพีช” รัชที่เพิ่งตักข้าวเสร็จเดินมานั่งร่วมวงด้วยกัน

“ท่าทางเขารวยเนอะ แต่เมื่อกลางวันผมเห็นเขาทะเลาะกัน”

“โอ้ย...คู่นี้ทะเลาะกันประจำ รักๆเลิกๆกันอยู่อย่างนี้แหละ คุณรินน่ะเขาขี้หึงแล้วคุณกลดเขาก็ทั้งหล่อทั้งรวย จะเลิกก็เลิกไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นอย่างนี้แหละ”

ผู้คนในบ้านหลังนี้ช่างหลากหลายน่าสนใจจริง แต่ที่เขายังไม่รู้จักดีสักคนก็คือเป้าหมายเหล่าแดนเซอร์สาวๆโดยเฉพาะหมวยที่อาศัยอยู่ในบ้าน เธอคงต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเก๋แน่ๆ แล้ววิธีไหนกันที่จะเอาข้อมูลพวกนั้นมาได้ แต่ดูแล้วสาวเจ้ามีท่าทีสนใจตัวเขาอยู่ไม่น้อย...แบบนี้จะตีสนิทคงไม่ยาก

“มีอะไรหรือครับคุณเนตร” รัชถาม

“อ๋อ...ผลไม้น่ะค่ะ น้าแขบอกว่าให้เอามาแบ่งให้พี่ๆทาน” เธอยื่นจานผลไม้ให้กับรุ่งรุจทั้งที่เขาไม่ได้อยู่ใกล้เธอเลยสักนิด หญิงสาวอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไป

“ลาภปากแล้วเว้ย...คราวนี้ ทั้งข้าวปลาอาหาร เงินทอง  มีมาให้ไม่ได้ขาด สบายแล้วล่ะ...ไอ้รุจเอ้ย”

รุ่งรุจอยู่ช่วยป้าจุ๊บเก็บล้างข้าวของในครัวจนเย็นส่วนคนอื่นกลับไปพักผ่อนที่บ้านนานแล้ว เขาตั้งใจจะช่วยป้าจุ๊บทำงาน แต่ทำไมคนอื่นกลับแซวไม่หยุดว่าที่เขาประวิงเวลาอยู่ในบ้านหลังนี้เพื่อจะได้พบกับคุณพีชหรือไม่ก็เนตรอัปสร พวกนั้นเดาผิดจนหมด...นอกจากอยากช่วยป้าจุ๊บทำงานให้เสร็จแล้ว เขายังอยากจะใช้เวลาตีสนิทกับหมวย

“พี่รุจยังไม่กลับอีกหรือ เย็นป่านนี้แล้ว” หมวยยื่นหน้ามาถาม

“พี่ช่วยงานป้าจุ๊บอยู่น่ะ นี่ก็เสร็จแล้ว เอ...พี่ไม่เห็นหมวยมากินข้าวเลย ออกไปไหนมารึ”

“หมวยออกไปกินข้าวกับเพื่อนข้างนอกน่ะ กินข้าวบ้านทุกวันเบื่อจะตาย” หมวยเดินเข้ามานั่งคุยใกล้ๆ

“นั่นสินะ ที่เรือนพักนี่ก็ดูเงียบๆ”

“ใช่พี่ เขาออกไปอยู่ที่อื่นกันหมด ไปทำงานที่อื่นบ้าง หมวยนะ...เหง๊าเหงา ไม่มีเพื่อนคุยเลย” สาวน้อยขยับเข้ามาใกล้อีกนิดหุ่นทรงกะทัดรัดได้รูปกับผิวขาวเนียนของหมวยทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง

“แล้ว...เอ่อ เพื่อนสนิทของหมวยล่ะ คนที่ชื่อลูกหมูนั่นน่ะ”

“นังลูกหมูมันอยู่บ้านเช่ากับครอบครัวพี่ชายก็เลยไม่ได้อยู่ที่นี่ ส่วนคนอื่น พอได้ทำงานที่ดีๆเข้าหน่อยก็พากันลาออกไป อย่างนังเก๋นั่นไง...บอกจะอยู่เป็นเพื่อนกันๆ รีบแจ้นไปก่อนเพื่อนเชียว”

“แล้วเขาลาออกไปทำงานอะไรกันหรือ หมวยรู้บ้างไหม”

“ก็หลายอย่างอ่ะ แต่ที่ไปกับเยอะๆก็เห็นว่าไปทำงานที่บริษัทเปิดใหม่ของคุณพีช” ได้การล่ะ...งานนี้ง่ายกว่าที่คิดเป็นกอง จากที่ว่าตอนแรกต้องต้องมาสืบสาวด้วยตัวเอง พอมาเจอหมวยที่เป็นพยานปากสำคัญ คราวนี้เขาจะได้รู้เสียทีว่าเก๋หายไปไหนกันแน่

“คุณพีชน่ะ เขาชวนเพื่อนๆหมวยไปทำงานพวกพริตตี้ หรือถ้าใครพูดเก่งๆก็ไปทำงานเอ็มซี พวกนั้นนะ ได้เงินทีเยอะแยะ เลยย้ายออกไปอยู่ที่อื่นบ้าง เปลี่ยนงานบ้าง ก็เลยเหลือเป็นแดนเซอร์อยู่ไม่กี่คนเนี่ยแหละ”

“แล้วคนที่ชื่อเก๋ล่ะ เขาออกไปทำงานที่ไหน”

สาวน้อยนิ่งคิดพักหนึ่ง “พี่จะถามถึงนังเก๋มันทำไม พี่รู้จักมันเหรอ”

“เปล่าๆ ก็เมื่อกี้ หมวยพูดชื่อเพื่อนคนนี้ขึ้นมาไง พี่ก็เลยถาม”

“นังเก๋น่ะ ก็ไปทำงานบริษัทเปิดใหม่ของคุณพีชนั่นแหละ ตอนแรกๆก็ว่างานดี เงินเดือนก็โอเค หนูนะยังอยากจะลาออกไปทำงานกับมันเลย”

“แล้วยังไงต่อ” รุ่งรุจตาวาว เบาะแสสำคัญกำลังจะปรากฏ

“พ่อกับแม่ของหมวยไม่อยากให้ไปน่ะสิ บอกว่าอยู่กับครูเทืองดีแล้วเพราะพ่อกับแม่ก็รู้จักครอบครัวของครูเทืองมานาน แต่นังเก๋น่ะอยู่ๆก็เงียบไป สงสัยได้ดีแล้วลืมหมวยแน่ๆ”

“ไม่มีงานมีการอะไรทำหรือยะแม่คุณ มานั่งเบียดเสียดสีผู้ชายอยู่ได้ ไปไป๊...คุณพีชเขาเรียกพวกหล่อนให้ไปเตรียมชุดแดนเซอร์งานพรุ่งนี้” หมวยผุดลุกขึ้นหน้างอ เธอค้อนป้าจุ๊บเสียหนึ่งวงใหญ่ก่อนจะเดินลงส้นเข้าไปหลังบ้านครูเทือง

“ป้าเอากับข้าวใส่ถุงมาให้ เผื่อเก็บไว้อุ่นกินพรุ่งนี้หรือถ้าดึกๆหิวก็เอามากินได้นะจ๊ะ” ป้าจุ๊บกระบิดกระบวนอยู่พักหนึ่งจึงได้ยื่นกับข้าวถุงโตๆหลายถุงให้รุ่งรุจ ชายหนุ่มซึ้งใจแทบแย่ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าป้าจุ๊บไม่มาขัดคอเสียก่อนจะได้เบาะแสสำคัญ

รุ่งรุจเดินหิ้วถุงกับข้าวกลับมาที่บ้านเช่าก็เจอเต่ากับน้อยกำลังจะตั้งวงเหล้ากันพอดี ดังนั้นกับข้าวของป้าจุ๊บบางส่วนจึงกลายเป็นกับแกล้ม รุ่งรุจทำใจร่วมวงอย่างเสียไม่ได้

“ตั้งแต่ไอ้รุจมาอยู่นี่มันดีจริงๆ มีของกินมาให้ไม่ได้ขาด ไหนจะของคุณพีชเมื่อวาน ไหนจะผลไม้คุณเนตรเมื่อตอนบ่าย แล้วยังกับข้าวป้าจุ๊บนี่อีก เสน่ห์แรงใช่เล่นนะเอ็งเนี่ย ลาภปากเลยตกถึงพวกข้าด้วย”

“ไม่หรอก วันนี้เขาคงทำเยอะล่ะมั้ง”

“คงจริงอย่างที่ไอ้รุจบอกนั่นแหละ เดี๋ยวนี้คนน้อยลงเยอะ นี่เห็นว่าคุณพีชต้องรับนักร้องกับแดนเซอร์เพิ่มอีกแล้ว” น้อยบ่นเบาๆ

“รับแดนเซอร์กับคนงานเพิ่มนี่ผมพอเข้าใจนะ แต่คุณพีชเขาจะรับนักร้องเพิ่มด้วยรึ” เต่าสงสัย

“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อเย็นรัชก็เพิ่งมาคุยกับข้า ก็นะ...มีกันอยู่แค่สามคน อีกคนนึงก็มามั่งไม่มามั่ง เขาถือว่าเขาดัง ส่วนอีกคนก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คุณเนตรเลยเหนื่อยอยู่คนเดียว”

“พี่น้อยก็ไปสมัครเป็นนักร้องสิ พี่น้อยเสียงดีจะตาย”

“เต่าเอ้ย...คนเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ต่างกันว่ะ สำหรับข้า...เป็นคนงานยกของนี่เหมาะสมที่สุดแล้ว จะเป็นนักร้องน่ะรึ...คงได้แค่ฝันเท่านั้นล่ะ”

รุ่งรุจนั่งฟังทั้งสองสนทนาก็พอเข้าใจถึงสถานการณ์ในวง และที่เข้าใจไปมากกว่านั้นคือความเจียมตัวของน้อยและเต่าที่ไม่อาจเผยอขึ้นเทียมใครได้ จำเป็นต้องทำงานเป็นคนงานยกของไปอย่างนี้ ทั้งที่จริงเขาก็ยอมรับเลยว่าน้อยนั้นเสียงดีอย่างที่เต่าว่าจริงๆ เพียงแต่ถ้าน้อยได้โอกาสดีๆเท่านั้น ไม่แน่...น้อยอาจได้เป็นนักร้องอย่างที่เคยฝันไว้ก็ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น