เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 5 : บทที่ ๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

 หลังจากงานวันนั้นชีวิตของรุ่งรุจในวงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์ก็ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนถ้ามีคนของยักษ์อยู่แถวนั้นก็จะมีเรื่องให้กระแนะกระแหนได้ตลอด ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณพีชคาดโทษครั้งสุดท้ายกับยักษ์และพวกที่ตั้งวงกินเหล้าในวันนั้น ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีกเธอคงจะต้องไล่ยักษ์และคนอื่นๆออกโทษฐานทำผิดกฎ นอกจากนี้เธอยังตัดเงินเดือนอีกเป็นการทำโทษ

เมื่อโมโหแล้วจะไปลงกับคุณพีชก็ทำไม่ได้ กรรมจึงตกมาสู่สายสืบหน้าใหม่ที่สุดท้ายตกเป้าสายตาของคนทั้งวง กฎเหล็กของการเป็นสายสืบที่ต้องทำตัวให้เนียนที่สุดเป็นอันถูกลบล้างอย่างสิ้นเชิง

“ว่าไปก็แปลกเนอะ... งานอะไรมันจะมีมากมายหนักหนาถึงได้ต้องมาที่บ้านครูทุกวัน” เสียงพูดดังพอได้ยินแว่วมากระทบหูในขณะที่รุ่งรุจเดินเข้าประตูบ้าน

“ก็คนมันชอบสอพลอไงวะ ไม่เรื่องอะไรมันก็ต้องมาอยู่แล้ว” น้ำเสียงเหยียดหยันทำให้ชายหนุ่มต้องสะกดความรู้สึกโกรธเอาไว้ ที่เขามาบ้านครูเทืองวันนี้เพราะป้าจุ๊บโทรให้มาช่วยขับรถไปซื้อของต่างหาก

“กูว่า...มีอะไรมากกว่านั้นล่ะมั้ง นี่นะ...เขาว่ากันว่าคุณพีชให้เงินเลี้ยงดูไปไม่ใช่น้อย” ประโยคหลังแม้จะฟังเหมือนกระซิบแต่ก็ดังพอให้รุ่งรุจได้ยิน อีกฝ่ายได้ฟังถึงกับตบเข่าฉาด

“นั่นไง ว่าแล้วไหมล่ะ กูนึกอยู่แล้ว อย่างว่าแหละวะ...คนมันมักใหญ่ใฝ่สูง คงอยากจะขึ้นไปชูคอบนตึกใหญ่ล่ะมั้ง”

“ถ้าเป็นผู้หญิงเขาเรียกว่าเต้าไต่ใช่ไหมวะ แล้วอย่างนี้เรียกใช้อะไรไต่วะ ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะครื้นเครงทำให้ชายหนุ่มหมดความอดทน เขาเดินอาดๆเข้าไปหาคนพวกนั้น

“เฮ้ย...เมื่อกี้ว่าใครวะ”

“ว่าอะไร ว่าใคร เมื่อกี้มึงพูดว่าใครหรือเปล่า” สมาชิกในวงโบ้ยถามไปที่คนอื่น

“กูไม่ได้พูดว่าใครสักคน ดูดิ..มีใครเดือดร้อนซะที่ไหน”

“ถ้าหมาตัวไหนอยากจะรับ....ก็ช่วยไม่ได้” หนึ่งในนั้นลอยหน้ากวนบาทาตอบ และด้วยประโยคนี้ทำให้ความอดทนของรุ่งรุจหมดลง เขาปล่อยหมัดเข้าใบหน้าของคนนั้นเต็มเปาจนหงายหลังลงกลางวงสนทนา คนอื่นจึงลุกฮือขึ้น สุดท้ายสนามหน้าบ้านครูเทืองเลยกลายเป็นเวทีมวยย่อมๆ ขนาดป้าจุ๊บกับคนในบ้านมาห้ามก็ไม่ฟัง พวกนั้นคงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าครูเทืองกับครอบครัวไม่มีใครอยู่บ้านถึงได้กล้าวางมวยแบบไม่เกรงใจ

กว่าระฆังพักยกจะมาถึงรุ่งรุจก็น่วมไปทั้งตัว แม้เขาจะสูงใหญ่สักแค่ไหน แต่ถ้าโดนรุมแบบนี้ก็สู้ไม่ได้เหมือนกัน คนที่มาห้ามทัพก็คือรัชที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สงสัยป้าจุ๊บคงได้สติให้ใครวิ่งไปตามรัช

“พวกมึงนี่นะ กัดกันยังกับหมา” รัชตะคอกตามด้วยเสียงหอบเหนื่อย

“พวกผมยังไม่ทันได้ทำอะไรมันเลย มันก็ต่อยผมก่อน”

“อ้าว...แล้วเอ็งว่าไงไอ้รุจ” รุ่งรุจได้แต่ก้มหน้านิ่ง งานนี้พูดอะไรออกไปมีแต่เสียกับเสีย เพราะความอดทนมีน้อยถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ คุณพีชห้ามหนักหนาไม่ให้มีเรื่องทะเลาะวิวาท แต่เขามีเรื่องชกต่อยกันในบ้านของเธอ เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ ดีไม่ดีเขาคงโดนไล่ออก หมดทางหาเบาะแสเรื่องเก๋แน่ๆ

“ไม่ว่ายังไง..แสดงว่าเอ็งทำผิดจริง เรื่องนี้ข้าคงต้องบอกคุณพีช แล้วแต่เธอจะตัดสินก็แล้วกัน” 

ทันทีที่คุณพีชกลับมาถึงรัชก็รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้รู้ โดยคู่กรณีทั้งหมดยืนเรียงหน้าสลอนรออยู่หน้าบ้านเพื่อฟังคำตัดสิน ผ่านไปได้พักหนึ่งคุณพีชจึงเดินนำหน้ารัชออกมา ใบหน้าแต่งไว้สวยเฉี่ยวแต่คิ้วขมวดชนกันจนจะผูกโบว์ได้อยู่แล้ว เธอมองกราดไปทีละคนด้วยสายตาที่ดุกว่าแม่เสือ

“กล้ามากนะที่มีเรื่องชกต่อยกันในบ้านฉัน” มวยหมู่ก้มหน้าหลบตานิ่ง แม้แต่รุ่งรุจก็ยังไม่กล้ามอง “แล้วต้องให้ฉันทำยังไง รู้ใช่ไหมว่าฉันห้ามเด็ดขาดไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกันที่นี่” 

“ก็ไอ้นี่มันเข้ามาต่อยผมก่อนครับคุณพีช ใครๆก็เห็น”

“แล้วไปต่อยเขาทำไม” คุณพีชหันมาถามรุ่งรุจที่ได้แต่ก้มหน้า “ฉันถามไม่ได้ยินรึ โดนต่อยหูดับไปแล้วหรือไง”

“ก็...พวกเขา เออ...ว่าผมก่อน” ชายหนุ่มกัดฟันตอบ ฝ่ายตรงข้ามส่งเสียงค้านกันขรม หญิงสาวได้แต่นิ่งและถอนหายใจเบาๆ

“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว เป็นอันว่าผิดกันทั้งคู่ นี่ก็ไปพูดจาไม่เข้าท่า ส่วนนี่ก็ใจร้อน” คุณพีชมองรุ่งรุจที่ใบหน้าเชียวช้ำด้วยความสงสาร เธอรู้เรื่องระแคะระคายมาบ้างว่า ยักษ์ไม่พอใจที่โดนตำหนิจนส่งลูกน้องให้มาคอยพูดจากระแนะกระแหนรุ่งรุจมาหลายวัน เธอหวังแค่ว่าเขาจะใจเย็นและอดทนพอจะไม่ก่อเรื่อง

“คุณพีชต้องไล่ไอ้หมอนี่ออกนะครับ มันทำผิด” หนึ่งในนั้นเสนอด้วยใบหน้าเย้ยเต็มที่

“ถ้าจะให้ไล่ออก ก็ต้องไล่ออกกันหมดนี่แหละเพราะทำผิดด้วยกันหมด ฉันจะคาดโทษเอาไว้ก่อน ถ้ามีเรื่องกันอีก เตรียมออกไปหางานใหม่ได้เลย” เสียงโห่ไม่พอใจดังขึ้น จนคุณพีชทำตาเขียวใส่นั่นแหละถึงหยุดได้ ที่เธอทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าพิศวาสอะไรในตัวรุ่งรุจหนักหนา เพียงเพราะช่วงนี้คนงานหายาก แล้วคนพวกนี้ก็ทำงานกับเธอมานาน ฐานะของคนพวกนี้ก็ไม่ได้ดีนัก บางคนเป็นหนี้เป็นสินหาพอกินไปวันๆ จะไล่ออกก็สงสารต้องออกไปเตะฝุ่นหางานอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้

คุณพีชไล่พวกนั้นกลับไปแล้ว เรื่องกระทบกระทั่งกันแบบนี้เป็นธรรมดาของคนหมู่มากที่ทำงานร่วมกัน แต่เธอก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องอย่างนี้จะไม่จบเอาง่ายๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคนพวกนั้นพูดว่าอะไรออกไปบ้าง นอกจากเรื่องของรุ่งรุจแล้วคนพวกนั้นก็ว่ากระทบมาถึงเธอด้วย

“คุณพีชครับ ผม...ผม ขอโทษ” รุ่งรุจพูดเสียงอ่อยๆ

“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะไม่โกรธคนพวกนั้น แต่ถ้านายทำได้มันก็จะไม่เกิดเรื่อง ไอ้ที่เขาพูดๆกันน่ะ ถ้าเก็บมันมาเป็นอารมณ์ก็พาลให้อยู่ไปเป็นสุขไปเสียเปล่าๆ แต่ก็...ช่างมันเถอะ นายกลับบ้านไปล้างหน้าล้างตาทำแผลซะ”

เขามองตามหลังคุณพีชที่เดินส่ายหัวช้าๆเข้าบ้านไป บางทีพออยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้นานเข้า รุ่งรุจก็พอจะเห็นตัวตนของเธอขึ้นมาบ้าง นอกจากเธอจะเป็นคนเด็ดขาดถึงขั้นเรียกได้ว่าดุ เธอยังเป็นคนมีเมตตาอย่างที่น้อยบอกและยังมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะมองโลกและตัดสินสิ่งใดๆด้วยความเป็นธรรมตามครรลองของมัน

หลังจากนั้นสองสามวันคุณพีชก็ให้คนมาตามรุ่งรุจไปหาที่บ้าน ขนาดเต่าเองยังอดแซวไม่ได้ว่าสงสัยคุณพีชอยากจะรู้ว่ารุ่งรุจหายดีหรือยังถึงได้ตามให้ไปหา นั่นยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจแทนที่จะซาบซึ้ง คุณพีชรอเขาอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน หญิงสาวแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงขาสั้นสีสดใสตัดกับสีเนื้อขาวๆที่ต้นขา ใบหน้าหมดจดไร้เครื่องสำอางทำให้เธอดูเปล่งปลั่งกว่าสาวรุ่นๆเสียอีก

“คุณพีชมีอะไรจะให้รับใช้หรือครับ ถึงให้คนไปตามผม”

“ไม่ได้มีเรื่องจะใช้สอยอะไรหรอก นั่งลงก่อนสิ” ชายหนุ่มนั่งลงตรงม้านั่งฝั่งตรงข้าม เพราะถ้าไม่นั่งลงให้เร็วกว่านี้ สายตาของเขาคงจะมองลึกลงไปในเสื้อยืดที่คว้านทั้งลึกและกว้างของคุณพีช

“นายขับรถทางไกลได้หรือเปล่า ฉันหมายถึงขับกลางคืนด้วยน่ะ”

“อ่อ ครับ ได้สิครับ คุณพีชจะไปไหนหรือครับ”

“ไปสวนผึ้งน่ะ เพื่อนๆของฉันจัดงานเลี้ยงรุ่นแล้วก็อาจจะต้องค้างคืน” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อคุณพีชก้มลงหยิบเอกสารข้างๆตัวขึ้นมาดู “แต่ฉันว่าจะไม่ค้าง เสร็จงานแล้วจะกลับเลย ที่จริงฉันก็ขับเองได้แต่คุณพ่อไม่ยอม ท่านว่าไม่ไว้ใจ ก็เลยบอกให้หาคนขับรถไปด้วย ฉันก็เลยจะถามนายว่าไปได้ไหม ถ้าไม่ได้จะได้หาคนอื่น” หญิงสาวอธิบายแต่เหมือนว่าสายตาของรุ่งรุจไม่ได้จับที่หน้าของเธอสักเท่าไหร่

“เอิ่ม...ดะ...ได้สิครับ แล้ว...คุณพีชจะไปเมื่อไหร่ล่ะครับ”

“มะรืนนี้ แต่เพื่อความไม่ประมาท นายเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวไปด้วยก็ดีนะ เผื่อฉันจะเปลี่ยนใจค้างเสียที่นั่น”

รถเก๋งคนงามของคุณพีชขับลดเลี้ยวมาตามถนนปลายทางเขตอำเภอสวนผึ้ง ตลอดเส้นทางมีรีสอร์ตเล็กบ้างใหญ่บ้างตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะ อากาศข้างนอกสดชื่นสบายตาด้วยสีเขียวของต้นไม้และไม้ดอกหลากสีสัน รีสอร์ตที่คุณพีชจะไปอยู่ค่อนข้างไกล เป็นรีสอร์ตเปิดใหม่ของนายกลด คุณพีชจึงได้ราคาพิเศษในการจัดงานครั้งนี้ ขับรถมาได้พักใหญ่ก็ถึงตัวรีสอร์ตใหม่เอี่ยม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เวลาที่มาถึงยังไม่เย็นมากนัก คนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็ยังไม่มาถึง

“เดี๋ยวนายเอากระเป๋าของฉันไปไว้ในห้องให้ด้วยนะ คุณพนักงานคนนั้นจะเป็นคนพาไป” รุ่งรุจหูผึ่ง ไหนว่าจะไม่ค้างไง แต่ทำไมเปิดห้องไว้ด้วยล่ะ แต่ดูเหมือนว่าคุณพีชจะไม่สังเกตหน้าของคนขับรถสักเท่าไหร่เพราะมัวแต่ไปอี๋อ๋อกับบรรดาเพื่อนสาวกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งมาถึง

รุ่งรุจลากกระเป๋าของคุณพีชมาไว้ในห้องพัก ห้องถูกจัดไว้อย่างสวยงาม มีช่อดอกไม้ปักแจกันหอมกรุ่น แต่ที่สะดุดตาก็คงเป็นผ้าขนหนูพันเป็นรูปหงส์คู่บนเตียงพร้อมกลีบกุหลาบโรยเป็นรูปหัวใจ ชายหนุ่มหน้าเครียดขึ้นมาทันที ไม่นึกเลยว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ จุดที่ต้องพลีพรหมจรรย์เพื่อสังเวยให้กับความงามอมตะของคุณพีช เสียงเปิดประตูแกร๊กทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น

“อืม ห้องที่เขาจัดให้สวยดีจริงๆ” คุณพีชเดินเข้ามาชื่นชมทั่วห้องโดยมีรุ่งรุจยืนแข็งทื่ออยู่มุมหนึ่ง

“ไหนว่า...ไม่ค้างไงครับ”

“ก็ไม่ได้ค้างนี่ ฉันเปิดห้องไว้แต่งตัว แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าติดใจฉันอาจจะค้างที่นี่ก่อนค่อยกลับ ดูสิ...จัดห้องสวีทไว้ให้เสียด้วย” คุณพีชเดินเข้ามาชมหงส์คู่บนเตียง แต่รุ่งรุจถอยกรูดออกจากห้องโดยอัตโนมัติ

จนแล้วจนรอดงานก็ไม่เลิกเสียที รุ่งรุจเริ่มเบื่อที่จะนั่งคอยอยู่เฉยๆจึงออกมาเดินสูดอากาศข้างนอก ที่ริมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่จัดแต่งไว้สวยหรู จากตรงนั้นสามารถมองเห็นห้องจัดเลี้ยงซึ่งดูแล้วทุกคนจะสนุกสุดเหวี่ยงเรียกได้ว่าลืมอายุกันเลยทีเดียว

สายตาของชายหนุ่มกวาดไปเรื่อยเปื่อยจนมาหยุดนิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นเดินลับๆล่อๆอยู่ตรงพุ่มไม้หนาข้างห้องเก็บของ ด้วยสัญชาติญาณของตำรวจเขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปดูใกล้ๆ เหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่เห็นเขาเพราะเธอยังเดินสะเปะสะปะผ่านพุ่มไม้ทึบไปอีกทาง รุ่งรุจเร่งความเร็วเพื่อให้ถึงตัวผู้หญิงคนนั้น แต่ด้วยความมืดทำให้เขาต้องหยุดมองว่าร่างนั้นหายไปทางไหน เสียงเดินสวบสาบดังมาอีกทางทำให้เขาแน่ใจว่าไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่กำลังตามหาหญิงสาวปริศนานั่นอยู่

ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวอีกครั้งห่างจากเขาไปสักสิบเมตร เธออยู่ตรงลานกว้างทำให้มองเห็นได้ถนัด หญิงสาวคนนั้นดูอ่อนแรงและผอมโซ แสงจันทร์ฉายให้เห็นใบหน้าอิดโรยอย่างชัดเจน...’นั่นเก๋นี่นา’ ผู้องหนุ่มตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาเธอ แต่หญิงสาวคนนั้นกลับตกใจสุดขีดและวิ่งหนีหายเข้าไปในเงามืดของป่ารกทึบ

รุ่งรุจตัดสินใจโทรหาดาบบัญชาและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เขาคิดว่าพรุ่งนี้อาจจะประสานตำรวจท้องที่ให้เข้ามาตรวจบริเวณรอบๆนี่เผื่อจะเจออะไรต้องสงสัย แต่ในขณะที่คุยกับดาบบัญชา คุณพีชก็โทรเข้ามาพอดีเสียงอ้อแอ้แบบนี้คงกำลังเมาได้ที่

“นายอยู่ไหนน่ะ....มารับฉันได้แล้ว เดี๋ยวฉัน....ไปคอยที่ห้องนะ” ถ้าหยุดข้อความไว้ที่ ‘มารับฉันได้แล้ว’ รุ่งรุจคงไม่คิดอะไรมาก แต่ประโยคต่อไปนี่ทำให้เขาต้องคิดหนัก ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องของคุณพีช เขาทำใจอยู่พักหนึ่งถึงได้เคาะประตูเรียก คุณพีชที่เมาแอ๋แต่ยังทรงตัวได้เดินมาเปิดประตู

“นาย...เอิ๊ก มาแล้วหรือ เข้ามาสิ....มาๆ เอากระเป๋าฉันไปไว้ที่รถ” คุณพีชเดินเป๋ไปเป๋มากว่าจะถึงกระเป๋าขาก็พันกันยุ่ง

“แล้วนี่ คุณพีชไหวนะครับ”

“ไหวสิ ฉันไม่ได้เมาสักหน่อย พรมนี่มันปูไม่ค่อยดี พื้นก็เลยไม่เรียบ เดินๆเลยสะดุดเรื่อย” 

“ผมว่าคุณพีชนอนพักที่นี่ดีไหมครับ เมาขนาดนี้นั่งรถกลับอีกจะไม่ไหว” ชายหนุ่มเข้าพยุงคุณพีชที่ยืนแทบไม่อยู่ให้นอนบนเตียง แต่ยังไม่ทันจะถึงเตียงดีคุณพีชก็อ้วกออกมาจนเหม็นคลุ้ง รุ่งรุจมองด้วยความอ่อนใจ อย่างนี้นี่เล่าครูเทืองถึงไม่ยอมปล่อยให้มาคนเดียว

รุ่งรุจเรียกพนักงานผู้หญิงมาจัดการเปลี่ยนเสื้อให้คุณพีชที่พออ้วกจนพอใจแล้วก็ผล็อยหลับไป ส่วนชุดที่เปื้อนชองคุณพีชเขาให้พนักงานช่วยจัดการซักรีดให้ ตอนนี้คุณพีชจึงเปลือยเปล่ามีเพียงชุดคลุมของทางรีสอร์ตใส่แทนไว้ให้เท่านั้น

“รุจ นายอยู่ไหนน่ะ” เสียงคุณพีชเรียกเบาๆ “นายอย่าทิ้งฉันไว้นะ ฉันไม่อยากอยู่นี่คนเดียว” รุ่งรุจมองคุณพีชด้วยสายตาอ่อนโยน ที่พูดนี่คงละเมอมากกว่า พอหมดฤทธิ์อย่างนี้แล้วก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน ที่จริงคุณพีชก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ลึกๆแล้วต้องการการปกป้องคุ้มครองจากคนที่เธอไว้ใจ...เท่านั้นเอง คืนนั้นรุ่งรุจออกมานอนในรถ เขาไม่อยากให้ใครนินทาได้ว่าเขาและคุณพีชมาค้างอ้างแรมกันสองต่อสอง

ชายหนุ่มตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเข้าไปดูว่าคุณพีชสร่างเมาหรือยัง และเขาก็อยากจะอาบน้ำให้สดชื่นสักหน่อยก่อนเดินทางกลับ รุ่งรุจบรรจงเปิดห้องอย่างเงียบกริบ ภายในห้องยังปกติเหมือนเมื่อคืน เขาไม่ลืมที่จะเอาชุดของคุณพีชที่แม่บ้านแขวนไว้หน้าห้องเข้ามาด้วย ชายหนุ่มยกชุดสวยขึ้นดูอย่างสงสัย ไอ้สายระโยงระยางกับแถบผ้าทบไปทบมาแบบนี้มันจะใส่อย่างไร

เสียงอาบน้ำดังมากจากในห้องน้ำทำให้คุณพีชค่อยๆลืมตาขึ้น รู้สึกว่าโลกหมุนและยังประติดประต่ออะไรได้ไม่ถนัด เธอจำได้แต่ว่าเมื่อคืนเมามาก พอกลับมาที่ห้องพัก ในห้องก็มีรุ่งรุจอยู่ แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก คุณพีชปิดตาลงอีกครั้ง บางทีคนที่อาบน้ำอยู่นั่นอาจเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งที่เมาจนกลับไม่ไหวเหมือนกัน เสียงน้ำหยุดลงแล้วคุณพีชถึงได้ลืมตาอีกครั้ง ‘เอ๊ะ...นั่นกระเป๋านายรุจนี่นา งั้นที่อาบน้ำอยู่นั่นก็....

“อ้าว ตื่นแล้วหรือครับ เป็นไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่ไหม เมื่อคืนเมาหนักเลยนะครับ” รุ่งรุจถามทันทีที่เห็นคุณพีชตื่น เธอพลิกตัวเพื่อจะลุกขึ้นทำให้รู้สึกโล่งๆบอกไม่ถูก รุ่งรุจเดินไปหยิบกระเป๋าทำให้คุณพีชเห็นเต็มสองตาว่าร่างกำยำนั้นมีแค่ผ้าขนหนูผืนใหญ่พันตัวไว้ผืนเดียว เธอจึงก้มลงมองสิ่งที่เธอสวมอยู่...นี่ไม่ใช่ชุดเมื่อคืน แล้วชุดเมื่อคืนหายไปไหน แล้วทำไมเธอถึงอยู่ในชุดคลุมไม่มีแม้กระทั่งชุดชั้นใน

“คุณพีชหาชุดนี่อยู่หรือครับ นี่ครับ...ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว แหม....ชุดแบบนี้ถอดยากจริงๆ” เขาชูชุดที่เธอใส่เมื่อคืน ‘ชุดนั่นไปอยู่ในมือนายรุจได้ยังไง!?!!’ ใบหน้าของคุณพีชซีดเผือด สายตาจับจ้องระหว่างชุดนั่นกับรุ่งรุจ

“รุจ หรือว่า นาย...นายทำอะไรฉัน”

“เปล่านะคุณพีช ผมไม่...” ยังไม่ทันที่รุ่งรุจจะพูดจบ คุณพีชก็ลุกพรวดกระโจนเข้าบีบคอเขาจนหายใจไม่ออก

“นี่...คุณ คุณจะฆ่าผมหรือไง คุณพีช....ปล่อย” แต่หญิงสาวที่เลือดขึ้นหน้าไม่มีท่าทีจะหยุดง่ายๆ เขาไม่อยากให้เธอเจ็บตัวแต่ก็ต้องจำใจง้างมือเล็กๆนั่นออกจากคอก่อนจะหมดลมตายไปจริงๆ

“คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือ เดี๋ยวๆ...มีอะไรคุยกันได้” คุณพีชดูจะไม่ยอมหยุด เธอพุ่งเข้าหาเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาคงต้องทำบ้างอย่างก่อนที่เรื่องมันจะใหญ่โต ทันทีที่คว้าตัวเธอได้เขาจึงรวบร่างนั้นไว้แล้วกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน

“ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะทำแบบที่คุณคิดว่าผมทำกับคุณเมื่อคืนแน่ๆ อย่าลืมสิ...เราอยู่กันสองคนในห้องนี้ กว่าจะมีคนมาช่วยคุณได้ เราก็คงถึงไหนต่อไหนกันไปแล้ว” คุณพีชหยุดดิ้นอย่างว่าง่าย เออ...ขู่อย่างนี้เสียตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว รุ่งรุจค่อยๆคลายอ้อมแขนแน่นที่รัดตัวเธอเอาไว้ คุณพีชเดินไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง ผมเผ้ายุ่งเหยิงหมดสภาพคุณพีชที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเธอ

“ผมสาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยว่า เมื่อคืนผมไม่ได้ทำอะไรคุณเลย ผมเพิ่งเข้ามาในห้องนี้เมื่อเช้ามืด ส่วนชุดนั่นผมให้พนักงานผู้หญิงเขาเปลี่ยนให้ เพราะคุณอ้วกจนเลอะไปหมด คุณไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ จะได้กลับบ้านกันซะที” คุณพีชลุกขึ้นช้าๆ โดยที่รุ่งรุจไม่ทันตั้งตัวคุณพีชก็กระโจนขึ้นคร่อมเขาไว้พร้อมบีบคอชายหนุ่มสุดแรงเกิด

“แล้วถ้าใครเขารู้จะทำยังไง นายจะอธิบายยังไง พนักงานพวกนั้นจะเห็นนายตอนเข้าออกจากห้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาไม่ได้นอนเฝ้าหน้าห้องทั้งคืนนี่... เขาก็รู้แค่ว่านายกับฉันมาด้วยกันและก็คงนอนค้างด้วยกันในห้อง คนอื่นมันจะไปตรัสรู้ไหมว่า เราไม่ได้มีอะไรกัน”

“โอ๊ย...คุณ บีบคอผมให้ตายมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาหรอกนะ ดีไม่ดีคุณจะได้ข้อหาฆาตกรรมเพิ่ม เอางี้...เพื่อความสบายใจ คุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็ได้ จะได้รู้...” คุณพีชเพิ่มแรงบีบให้แน่นเข้าไปอีกจนรุ่งรุจพูดต่อไม่ได้

“ฉันไม่เคยมีลูกมีผัวนะ จะไปนั่งถ่างให้เขาตรวจภายในได้ไง ถึงจะไปตรวจ เวลาใครเขาถามฉันจะต้องเอาใบตรวจภายในไปยืนยันกับทุกคนไหมว่าฉันยังบริสุทธิ์อยู่น่ะ”

“ก็คุณ...ถ้าคุณเชื่อใจผม คุณ...ก็ไม่ต้องไปไง พนักงานที่นี่เขาก็เป็นพยานได้ กล้องวงจรปิดก็มี...น่า ปล่อยผมเถอะ ผม...หายใจไม่ออก” กว่าคุณพีชจะยอมปล่อยก็ทำให้เขาหน้าเขียว เธอคงอยากฆ่าให้เขาตายคามือจริงๆ คุณพีชขยับลุกขึ้นพร้อมกับกระชับเสื้อคลุมให้เรียบร้อย รุ่งรุจถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ก็ยังระวังตัวอยู่เผื่อแม่เสือนี่จะเปลี่ยนใจโดดมาขย้ำเขาอีกรอบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น