เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 2 : บทที่ ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ส.ค. 63

“จะเอาอย่างนั้นจริงๆหรือครับผู้กอง ผมว่ามันจะลงทุนมากไปหรือเปล่า” ดาบบัญชาถามชายหนุ่มย้ำอีกครั้งเผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ 

รุ่งรุจนิ่งไปพักใหญ่ งานพวกนี้ไม่จำเป็นเลยจริงๆที่จะให้คนระดับผู้กองต้องลงมาทำด้วยตัวเอง แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อคนพวกนั้นเข้าใจเสียแล้วว่าเขาเป็นคนจรมาหางานทำ นึกก็อดขำไม่ได้ที่สุดท้ายก็ต้องปลอมตัวมาสืบข่าวเหมือนในละครน้ำเน่า

“ก็คงต้องอย่างนั้นแหละครับ แต่เรามาทำอะไรให้มันแนบเนียนกว่านี้อีกหน่อย เดี๋ยวดาบช่วยจัดการอะไรให้ผมสักอย่างสิ”

เช้าวันรุ่งขึ้น...รุ่งรุจยืนอยู่ตรงหน้าประตูรั้วไม้บานใหญ่ บ้านหลังนี้เป็นที่ตั้งวงดนตรีลูกทุ่งงามศิลป์และเป็นบ้านของครอบครัวครูเทือง เก๋เคยบอกว่าใครไม่มีที่อยู่ ครูเทืองก็จะมีที่พักให้เป็นเรือนแถวหลังบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกๆหลานๆทั้งนั้น แต่ถ้าใครสมัครใจจะอยู่บ้านตัวเองครูเทืองก็ไม่ขัด เวลามีงานหรือเรียกซ้อมเท่านั้นทุกคนถึงจะมารวมตัวกัน สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านก็จะมีข้าวให้กินสามมื้อและมีหน้าที่ทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ โดยมีป้าจุ๊บที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลความเรียบร้อย ส่วนพวกผู้ชายมักจะไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับหรือไม่ก็จ้างเป็นวันๆไป เรื่องนี้ทำให้รุ่งรุจโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะถ้าจะให้มาร่วมชายคากับสายหื่นอย่างคุณพีชเขาคงอึดอัดตาย

รัชนั่งตรวจดูเอกสารที่รุ่งรุจเพิ่งยื่นมาให้ เป็นสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนปลอมๆที่เขาวานให้ดาบบัญชาทำ ในระหว่างนั้นรุ่งรุจถึงได้เห็นบริเวณรอบๆตัวบ้าน ภายในดูกว้างขวางร่มรื่น บ้านตึกหลังใหญ่คงเป็นที่อยู่ของครอบครัวครูเทือง อีกฝั่งหนึ่งเป็นโรงเรือนหลังคาสูงด้านข้างเป็นห้องเก็บของล๊อคกุญแจแน่นหนา

“แล้วเรามีที่อยู่หรือเปล่าล่ะ” รัชถามเสียงเรียบๆ

“อ่อ คือ...ก็มีอ่ะครับ แต่...อยู่ไกล” ชายหนุ่มตอบแถแบบหน้าชื่น จะโกหกทั้งทีมันก็ต้องเอาให้สุด

รัชนิ่งไปอีกพักหนึ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดอะไรอยู่ จะให้ไปหาเช่าบ้านแถวนี้อยู่มันจะไหวรึ ไอ้หนุ่มนี่มันจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายทั้งค่ากินค่าอยู่ “คือ...เราไม่มีที่พักให้น่ะ ถ้าบ้านน้องอยู่ไกลมากมาทำงานลำบากจะเช่าห้องแถวนี้อยู่ไหวไหมล่ะ ถ้าลำบากใจ...น้องจะหางานที่มันใกล้บ้านกว่านี้พี่ก็ไม่ว่านะ แต่ก็เสียดายเพราะเรากำลังอยากได้คนทำงาน”

รุ่งรุจมองรัชด้วยสายตาละห้อย “ผมอยากได้งานทำครับพี่ แต่ตอนนี้ผมไม่มีเงินติดตัวสักบาท” 

น้ำเสียงเว้าวอนของรุ่งรุจทำให้รัชสงสารจับใจเขานิ่งไปอีกพักหนึ่ง คิดหาทางช่วยเต็มที่ “เออ...นึกออกแล้ว เอาอย่างนี้สิ...ไปอยู่กับเพื่อนพี่ มันเช่าห้องอยู่แถวๆนี้เอง มันคงดีใจที่มีคนหารค่าห้องเพิ่ม แต่ว่า...อึดอัดหน่อยนะ”

ชายหนุ่มหลิ่วตาลงเล็กน้อย หารค่าห้องเพิ่มนี่มันหมายความว่ายังไงแล้วทำไมต้องอึดอัดด้วยกะอีแค่ต้องอยู่ร่วมห้องกับคนอื่น แล้วคำถามในใจของรุ่งรุจก็กระจ่างขึ้นเมื่อรัชพาเขาเดินลัดเลาะมาในซอยที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านครูเทืองนักในซอยมีบ้านแบ่งเช่าหลายหลัง รัชพาคนงานหน้าใหม่เดินเกือบสุดซอยมาหยุดตรงหน้าบ้านหลังเล็กเก่าซ่อมซ่อแต่สภาพพออยู่ได้

“เต่า น้อย อยู่ป่าววะ เอ...ทำไมเงียบๆ” รัชตะโกนเรียกซ้ำๆอีกสองครั้งถึงมีเสียงก๊อกแก๊กจากข้างในบ้าน

“เรียกทำไมแต่เช้าเนี่ยพี่รัช” เต่ายื่นหน้าออกมาทำตาหยี คงเพิ่งตื่นนอน

“สายโด่งจนป่านนี้แล้วยังนอนกันอยู่อีกหรือวะ แล้วไอ้น้อยไปไหน”

เต่าเดินงัวเงียออกมาหน้าบ้านในสภาพสวมกางเกงบ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว “นอนอยู่ในบ้านนั่นแหละพี่ อ้าว..แล้วพี่พาใครมาล่ะเนี่ย”

“นี่คนงานใหม่ ไม่มีที่อยู่ เลยจะฝากมาอยู่กับพวกเอ็ง” เต่าเกาหัวแกรกๆท่าทางยังไม่เข้าใจหรือไม่สมองก็ยังไม่ทำงาน

รัชเดินนำรุ่งรุจเข้ามาในบ้านอย่างคุ้นเคย ข้างบ้านมีราวลวดไว้ตากผ้าแถมมีของใช้วางไว้เกะกะ ด้านในบ้านเป็นห้องโถงกว้างๆ มีห้องน้ำในตัว รัชเดินเข้าไปปลุกน้อยที่นอนเหยียดยาวอยู่บนฟูกเก่ามุมหนึ่ง และเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว รัชจึงแจ้งธุระที่มาวันนี้ให้กับเจ้าบ้านทั้งสองโดยมีรุ่งรุจยืนอยู่ข้างๆ

“แล้วพวกเอ็งจะว่ายังไงเรื่องที่จะให้ไอ้น้องนี่มาอยู่ด้วยอีกสักคน” รัชถามย้ำเมื่อทั้งสองคนนิ่งไป

“คือว่า...พวกข้าก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่น้องนี่มันจะอยู่ไหวหรือวะ บ้านมันออกจะคับแคบ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมอยู่ได้” รัชได้แต่คิดในใจ...ไอ้หนุ่มนี่คงตกอับจริงๆ อยู่ลำบากขนาดนี้ก็ยังสู้

สองคนนั้นปรึกษากันอีกครั้งจึงตกลง เป็นอันว่ารุ่งรุจต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังแคบๆนี้ร่วมกับเต่าและน้อย ทั้งสองคนเป็นญาติๆกัน มาทำงานเป็นคนงานในวงลูกทุ่งงามศิลป์ทั้งคู่ น้อยนั้นตัวเล็กปราดเปรียวดูคล่องแคล่วและเป็นเพื่อนกับรัช ส่วนเต่าเป็นน้องของน้อยอีกที ตัวโตกว่าน้อยผิวคล้ำพอกันแต่ดูจะอืดอาดสมชื่อ ทั้งสองแบ่งที่ว่างให้รุ่งรุจที่มุมหนึ่งของห้อง

“นี่เอ็งไม่มีอะไรติดตัวมาเลยหรือวะ” น้อยบ่นเบาๆ รุ่งรุจยิ้มแหย ถ้าจะขนของใช้ส่วนตัวมาทั้งหมดห้องนี้คงใส่ไม่พอ

“ขาดเหลืออะไรก็บอกมา เดี๋ยวจะได้ไปหามาให้ อ้อ...เอ็งอย่าเพิ่งไถลไปที่ไหนนะ เดี๋ยวต้องเข้าไปหาคุณพีช บ่ายๆคงจะกลับ”

            รัชกลับไปแล้ว ส่วนรุ่งรุจปล่อยให้เพื่อนร่วมบ้านทั้งสองนอนต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ในบ้านดูรกรุงรัง เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวกองไว้อย่างลวกๆ พื้นที่ของรุ่งรุจอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องโถง กว้างพอจะวางของใช้และฟูกเล็กๆเท่านั้น

            เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนนั้นหลับสนิท รุ่งรุจจึงปลีกตัวออกมาหาดาบบัญชาที่จอดรถคอยอยู่หน้าปากซอย ผู้กองหนุ่มกระโดดขึ้นรถมาด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

            “จะอยู่ไหวหรือครับผู้กอง พัดลมสักตัวก็ไม่มี” ดาบบัญชาถามด้วยความห่วงใยในขณะที่รุ่งรุจดื่มน้ำเย็นด้วยท่าทางกระหาย

            “ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละครับ ไม่งั้นก็เสียแผนกันพอดี แล้วนี่ทางดาบได้ข่าวเก๋บางไหม” ดาบบัญชาส่ายหน้าแทนคำตอบ คนทั้งคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันจะเป็นไปได้อย่างไร

“เรื่องเก๋ผมไม่ได้ข่าวเพิ่มหรอกครับผู้กอง ถามคนแถวนี้เขาก็บอกเหมือนกันหมด แต่ผมว่าผู้กองเหมือนจะต้องเข้าไปพบผู้การนะครับ ท่านสั่งให้ไปพบ...ด่วน”

รุ่งรุจเข้ามาพบผู้บังคับบัญชา ป่านนี้คงรู้แล้วว่าเขาทำงานนี้โดยพลการ มันก็น่าให้โดนเรียกมาอบรมอยู่หรอกว่างานไหนควรทำ งานไหนไม่ควรทำ แต่เขาก็มีคำตอบให้กับ ผู้การเผด็จ ไว้อยู่แล้ว

“คุณตกลงใจจะทำแบบนี้จริงๆรึผู้กอง ผมว่าให้เป็นหน้าที่ของสายสืบคนอื่นดีกว่ามั้ง”

“ผมเข้าใจครับว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของผม แต่...เด็กของผมหายไปทั้งคน ผมต้องรับผิดชอบแล้วผมก็ได้เข้าไปในแหล่งข่าวแล้วด้วย ผมจึงขออนุญาตท่านทำงานนี้ต่อครับ”

ผู้การเผด็จถอนหายใจเพราะหนักใจในความรั้นและไฟแรงของผู้กองหนุ่ม “ถ้าคุณยืนยันจะทำ งั้นผมก็จะไม่ขัด คุณไปประสานงานกับตำรวจท้องที่ไว้ เผื่อมีอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทัน”

ผู้กองหนุ่มโล่งใจขึ้นอีกโข คราวนี้เขาจะได้ทำงานอย่างที่เขาตั้งใจ เก๋จะหายไปแบบไร้ร่องรอยอย่างนี้ไม่ได้ และถ้าเป็นอย่างที่เขาคาด บางทีเก๋อาจตกอยู่ในอันตรายซึ่งเขาไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเป็นอันขาด อีกอย่างเขาจะต้องสืบให้รู้ชัดว่า วงลูกทุ่งงามศิลป์มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์จริงหรือไม่

รุ่งรุจกลับมาที่บ้านเช่าหลังจากสะสางธุระเสร็จเมื่อตอนบ่ายแก่ๆโดยรัชมานั่งคอยอยู่แล้ว เขาลืมไปเสียสนิทว่าต้องไปพบกับคุณพีชบ่ายนี้ 

“หายไปไหนมาวะ นี่ข้ามารอตั้งกะบ่ายโมง” รัชบ่นด้วยความหงุดหงิด “ไปกันเถอะ ป่านนี้คุณพีชรอจนเหงือกแห้งแล้ว”

รัชพาชายหนุ่มเร่งเดินมาจนถึงบ้านหลังใหญ่ด้วยท่าทีรีบร้อน “พี่รัชๆ เดี๋ยวสิจะรีบร้อนไปไหน”

“คุณพีชเธอกลับมาตั้งแต่เที่ยง นี่รอเอ็งจนถึงบ่ายสามครึ่ง วันนี้ข้ากับเอ็งต้องโดนบ่นหูชาแน่ๆ”

“คุณพีชขี้บ่นขนาดนั้นเลยหรือพี่”

“วันๆคุณพีชงานเยอะ ไปนู่นนี่ไม่ได้หยุด ยิ่งช่วงนี้งานชุกคุณพีชก็แทบไม่ได้พัก รีบเดินเข้าเถอะ”

ก่อนขึ้นบ้าน รัชจัดแจงเอาเสื้อใส่ในกางเกงให้เรียบร้อยแล้วยังเลยไปช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้เด็กใหม่อีกด้วย เขาสูดหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเดินนำรุ่งรุจขึ้นบ้าน

ภายในบ้านหลังใหญ่ดูโอ่โถง มีชุดรับแขกชุดใหญ่สมฐานะ ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้โชว์ถ้วยรางวัลและแผ่นเสียงเก่าที่ครูเทืองเคยอัดไว้ตอนเป็นนักร้อง ด้านบนตู้โชว์มีรูปครอบครัว รัชเดินตัวลีบมานั่งคอยที่เก้าอี้ ท่าทางจะกลัวคุณพีชจริงจัง

“บ้านใหญ่โตดีเนอะ”

“อืม แต่ก่อนครูเทืองแกดัง อัดแผ่นเสียงเยอะแยะ แกเก็บเงินไว้มากโขก็เลยมาตั้งวงดนตรีนี่แหละ”

“งี้ใครได้เป็นลูกเขยครูเทืองก็เรียกว่าตกถังข้าวสารเลยดิพี่” ชายหนุ่มถามซอกแซก

“เอ็งอย่าพูดดังไป คุณพีชไม่ค่อยชอบให้คนอื่นยุ่งเรื่องของเธอ แต่ว่าก็ว่าเถอะวะ...ใครจะกล้า อีกอย่างนะ ผู้ชายแบบที่คุณพีชเธอชอบน่ะ...จะมีสักกี่คน”

ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากถามว่า ผู้ชายแบบไหนกันที่คนอย่างคุณพีชจะสนใจ ถ้าจะให้เขาเดาก็คงไม่พ้นสเปคแบบที่สาวๆสมัยนี้ชอบ คือถ้าไม่หล่อออร่าแบบโอปป้าเกาหลี ก็ต้องกล้ามแน่นซิกแพ็คเน้นๆนั่นแหละ ทีนี้ก็ต้องเดากันว่าคุณพีชจะมาสายไหน อีกเรื่องหนึ่งที่เขาคันปากอยากจะถามเหลือเกินก็คือเรื่องเก๋ แต่ถ้าถามไปตอนนี้คงจะดูแปลกๆ เพราะเขาเพิ่งเข้ามาทำงานแต่กลับรู้เรื่องของคนในวง

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านในบ้านพร้อมด้วยเสียงคุยกันเบาๆ น่าจะเป็นคุณพีชไม่ผิดแน่เพราะรุ่งรุจจำเสียงเธอได้ตั้งแต่วันแรก

“มากันแล้วรึ นึกว่าจะต้องให้คอยไปจนถึงเย็น”

“ครับ...คือว่า...ก็เจ้านี่สิครับ ออกไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะเจอตัวแล้วเอามาหาคุณพีชได้ก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมง” ผู้กองหนุ่มหน้าเหวอ...นี่โยนความผิดให้กันซะอย่างนั้น

เท่าที่ดูแล้วรัชน่าจะอายุมากกว่าคุณพีชเสียด้วยซ้ำ ทำไมถึงได้ยำเกรงคุณพีชถึงขั้นที่เรียกได้ว่ากลัว แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ดูน่ากลัวใช่ย่อย ท่าทางคุณพีชจะเป็นคนดุและเอาจริง ท่วงท่าทรงอำนาจและน้ำเสียงเฉียบขาดคงทำให้ใครต่อใครหงอ คิดดูแล้วถ้าเธอไม่มีคุณสมบัติอย่างนี้คงคุมคนหลายสิบไม่ไหว แต่ถ้าตัดความน่าเกรงขามออกไป คุณพีชก็เป็นคนสวยเตะตาไม่น้อยทีเดียว

“แล้วนี่รัชตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้วนะ เซ็นเอกสารครบแล้วหรือยัง แล้วบ้านช่องอยู่ไหน บอกเขาหรือยังว่าเราจะจ้างเดือนละเท่าไหร่” รัชกลอกตามองบนโดยที่คุณพีชไม่ทันเห็น คงเบื่อที่เธอมักจะถามย้ำกับเขาบ่อยๆ

“เรียบร้อยแล้วครับ หรือคุณพีชจะถามเจ้าตัวเขาเองก็ได้”

หญิงสาวนั่งไขว่ห้างตรงหน้าทั้งสองแล้วจ้องรุ่งรุจเขม็งจนเขาอดคิดไม่ได้ว่า บางทีเธออาจจะจ้องเขาเพื่อคิดคำถามหรือว่าจ้องเพื่อ... สำหรับชายหนุ่มแล้วสายตาไม่ได้จับจ้องที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของคุณพีชเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมองหลุบต่ำลงไปยังต้นขาขาวๆที่โผล่ล้ำออกมาจากกระโปรงสั้นฟิต

“ชื่อรุจงั้นรึ ก่อนหน้านี้ทำงานอะไร แล้วทำไมถึงออกมา มีครอบครัวแล้วหรือยัง”

“ครับ...คือ ก่อนหน้านี้ผมทำงานก่อสร้าง รับจ้างเขารายวันเงินไม่พอใช้ ส่วนครอบครัว...คือ ผม” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น...โกหกนี่มันลำบากจริงๆ “คือว่า....เคยมีแฟนครับ เลิกกันไปแล้ว”

“งั้นรึ ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เดี๋ยวจะมาวุ่นวายกันที่นี่ ฉันรำคาญ” ถ้าหมายความตามนั้นรุ่งรุจก็เบาใจ แต่ถ้าไม่ใช่....งานนี้เขาคงต้องอยู่ภายใต้กรงเล็บแม่เสือสาวนี่แน่ๆ

“แล้วนี่อยู่ที่ไหน มีเงินทองติดตัวมาบ้างหรือเปล่า”

“พี่รัชให้ผมไปอยู่กับพี่น้อยครับ ส่วนเงิน...ผมไม่มี” เขาตอบเสียงอ่อยโดยหวังจะเรียกคะแนนความสงสารแบบที่เคยทำกับรัช แล้วก็ได้ผลเมื่อหญิงสาวยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้รัช

“รัชเอาเงินนี่ไปซื้อข้าวของส่วนตัวให้เขาไว้ใช้นะ เหลือเท่าไหร่ก็ให้เขาติดตัวไว้ เรื่องอาหารการกิน...ถ้าช่วงนี้ยังไม่มีเงินก็มากินข้าวที่หลังบ้านนี่ได้ รัชไปจัดการบอกป้าจุ๊บให้ที” เมื่อสั่งการเสร็จคุณพีชก็เดินออกไป รุ่งรุจเดาว่าเธอคงออกไปข้างนอก ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองตามบั้นท้ายงอนงามไปจนลับตา 

รัชเดินนำคนงานใหม่มาที่หลังบ้านตามคำสั่งของคุณพีช บริเวณนั้นสร้างเป็นเรือนยาวแบ่งเป็นห้องย่อยเกือบยี่สิบห้อง คงจะเป็นที่พักให้กับคนที่ทำงานในวงแบบที่เก๋บอกและก็เคยอยู่ที่นี่ ตรงข้ามเป็นลานปูนกว้างยกพื้นมีหลังคาสร้างคลุมไว้ ถัดไปเป็นโรงครัวขนาดย่อมสามารถทำอาหารเลี้ยงคนได้สักสามสี่สิบคน

“นี่เรือนนอนของพวกสาวๆ แต่ก่อนอยู่กันเยอะเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมด ตอนนี้เงียบๆอยู่กันไม่กี่ห้อง”

“เขาไปไหนกันหมดล่ะครับ”

“บางคนไปมีครอบครัว บางคนก็ออกไปอยู่ข้างนอก แต่ส่วนใหญ่ออกไปทำงานอื่น” แต่ก่อนที่รุ่งรุจจะถามต่อว่าคนพวกนั้นไปทำงานที่ไหน รัชก็พาเขามาพบกับป้าจุ๊บพอดี

ป้าจุ๊บดูยังสาวเกินกว่าจะเรียกว่าป้า เธอเป็นคนใจดียิ้มเก่ง แถมช่างเจรจาพอๆกับชอบถามซอกแซกแบบเดียวกับคุณพีช...สงสัยโรคช่างถามนี่มันคงเป็นโรคติดต่อ

“ถ้าป้ามีอะไรจะให้เจ้ารุจช่วยก็บอกได้นะ เขาอยู่กับน้อยที่บ้านเช่าใกล้ๆนี่”

“แหม...ดีจริงๆ ป้านะเห็นทีแรกก็ถูกชะตาเลย วันหลังถ้าจะมากินข้าวก็เดินเลยมาที่โรงครัวนี่ได้เลยนะ ป้าจะเตรียมไว้ให้ อ่ะ...นี่เบอร์มือถือป้านะ มีอะไรโทรหาได้หรือว่าถ้าจะใช้อะไรป้าจะโทรไปเรียก” ชายหนุ่มรับปากแบบงงๆ สมองสั่งการช้าเหมือนโดนของเพราะป้าจุ๊บจัดการเพิ่มเบอร์มือถือของตัวใส่ลงในเครื่องของรุ่งรุจพร้อมๆกับเก็บเบอร์ของเขาไว้ในรายชื่อต้นๆ

รัชพาชายหนุ่มออกมาซื้อของข้างนอก เงินที่คุณพีชให้ไว้เยอะมากพอที่จะซื้อข้าวของส่วนตัวรวมไปถึงเครื่องนอน ในระหว่างนั้นรุ่งรุจถึงได้มีเวลาถามเรื่องต่างๆจากรัช

“พี่รัชบอกว่า คนที่ทำงานในวงเขาออกไปทำงานที่อื่นหมดหรือ เขาไปทำอะไร”

“เยอะแยะ ไปค้าขาย ไปทำงานห้าง ไปทำงานร้านอาหาร..โอ้ยสารพัด เด็กสาวๆหน้าตาดีๆบางคนก็ไปทำงานกับวงอื่นบ้างก็มี รับงานเองก็เยอะ ถามทำไม”

“ถามไปอย่างนั้นแหละครับ ผมก็นึกว่ากลัวคุณพีชจนออกไปเสียหมด” รัชหัวเราะคิกๆคงเพราะถูกใจ

“ว่าไปก็อาจจะจริงนะ คุณพีชเขาก็เป็นอย่างนั้นเอง แต่ที่จริงใจดีมากนะ ดูสิ...ให้เงินมาตั้งเยอะ ซื้อของไปแล้วยังเหลืออีกบาน”

“คุณพีชนี่เขาดูจริงจังเนาะ แล้วก็ดุด้วย ขนาดพี่รัชยังไม่กล้าเลย”

“ก็ใช่ไง ขืนไปหือกับแก โดนด่าเปิง ใครก็รู้กิติศัพท์ทั้งนั้นว่าคุณพีชน่ะ..แรงแบบไม่ไว้หน้าใคร แล้วที่พี่ไม่กล้ากับคุณพีชเพราะเขาแก่กว่าพี่ อันที่จริงเราก็เป็นญาติห่างๆกัน”

รุ่งรุจตาโตเมื่อรู้ว่าคุณพีชอายุมากกว่ารัช จากที่เขาดูด้วยสายตา..รัชน่าจะอายุสัก 35 ไม่เกินนี้ แล้วถ้าคุณพีชยังอายุมากกว่ารัช แล้วเธอจะอายุเท่าไหร่กันเพราะดูจากหน้าตาและการแต่งตัวของคุณพีชแล้ว อายุน่าจะไล่เลี่ยกับเขาด้วยซ้ำ

“จะตกใจไปทำไม คนมีตังค์เขาก็หน้าเด็กแบบนี้แหละ ประทินผิวเข้าหน่อย ดูแลตัวเองดีๆอีกนิด อายุมากแค่ไหนก็ดูไม่แก่ อย่างคุณพีชนี่ไง...อายุจะเหยียบเลขสี่แล้ว ยังดูเด็กจนสาวๆบางคนอิจฉา”

“แล้วทำไมเขาไม่มีครอบครัวเสียทีล่ะพี่รัช” คราวนี้รัชระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นจนคนหันมามอง

“อยากรู้ก็ไปถามเอาเองสิวะ พี่ไม่กล้าหรอก แต่ถ้าให้พี่เดานะ...แกคงช่างเลือกล่ะมั้ง หรือไม่ก็....ไม่มีใครเอา”

รุ่งรุจได้แต่ยิ้มเพราะเขาเองก็ไม่กล้าเหมือนกัน มาคิดๆดูแล้วผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างคุณพีชไม่น่าจะไม่มีใครสนใจเพราะเงินทองก็มีมากมาย รูปร่างหน้าตาก็สะสวยแบบที่เดินผ่านต้องหันกลับมามอง แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ตอนนี้เธอก็ยังอยู่บนคานทองอย่างมั่นคง บางทีอาจด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบหรือไม่ก็คงรอคอยใครสักคน หรือว่าเลี้ยงเด็กหนุ่มๆไว้กินกรุบกริบแก้เหงาก็พอใจแล้ว

รัชส่งเงินที่เหลือให้รุ่งรุจ เงินจำนวนนั้นมากพอดูจนรัชอดออกปากไม่ได้ “เงินนี่เอ็งจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเอ็ง คุณพีชเขาให้แล้วหรือเอ็งจะเก็บไว้ใช้สอยยามจำเป็นก็ได้ แหม...คุณพีชนี่ใจดีกับเอ็งจริงนะ รู้ไหม คุณพีชให้เงินเอ็งไว้ใช้นี่มากกว่าคนอื่นเลยนะ”

“เขาเคยให้เงินคนอื่นด้วยหรือพี่”

“อืม...ยิ่งหนุ่มๆหน้าตาดีๆนี่คุณพีชจ่ายไม่อั้น แต่เอ็งเนี่ย...เยอะสุดเท่าที่พี่เคยเห็นมาเลยนะ พี่ว่าต่อไปเอ็งก็คงสบายแล้วล่ะ ทำตัวดีๆก็แล้วกัน”

รุ่งรุจอึดอัดกับคำพูดของรัช เขาพูดเหมือนกับว่าคุณพีชจ่ายเงินเพื่อจะซื้อเขาไว้เชยชม เรื่องนี้ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาจะยอมได้อย่างไร...น่าขายหน้าที่สุด แต่คำพูดของรัชก็ไม่ผิดกับเก๋สักเท่าไหร่ ไอ้เรื่องบ้าผู้ชายแถมทุ่มไม่อั้นนี่เขาได้ยินมาไม่รู้กี่รอบ อย่างว่าแหละสาวทึนทึกค้างอยู่บนคานมาหลายปี คงจะเปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง พอมีหนุ่มๆผ่านเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อเฟื้อทั้งเงินทองและข้าวของแบบจุใจตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่มากโข ส่วนจะตอบแทนกันแบบอย่างไรจัดเต็มถึงอกถึงใจกันขนาดไหนก็ไม่อยากจะเดา รุ่งรุจก้มมองข้าวของและเงินที่อยู่ในมือ แล้วเขาต้องตอบแทนคุณพีชขนาดไหนกันล่ะนี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น