เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 21 : บทที่ ๒๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ส.ค. 63

รุ่งรุจขยับเข้าไปใกล้อีกนิดเผื่อจะได้ยินชัดขึ้น แต่เหมือนว่าเรื่องที่คุยกันอยู่นั้นจะเป็นความลับเพราะเสียงคุยเบาแทบไม่ได้ยิน

“พี่รุจมาทำอะไรตรงนี้” ชายหนุ่มใจหายวาบ เขาใช้เวลาตั้งสตินิดหนึ่งก่อนจูงมือหมวยออกมาจากตรงนั้นและพาสาวน้อยมานั่งคุยที่โรงครัวซึ่งเจ้าตัวเองก็ดูขวยเขินจนเกินพอดี แม้จะสายป่านนี้แล้วหมวยก็ยังอยู่ในชุดนอนสีสดใสขาสั้นกุดเผยให้เห็นเนื้อต้นขาขาวนวลเนียนชวนให้ใจสั่น

“วันนี้หมวยไม่ไปทำงานรึ”

“อืม...วันนี้หมวยไม่ค่อยสบายก็เลยลาป่วย พี่รุจจับตัวดูสิ ตัวรุมๆเหมือนจะเป็นไข้ยังไงไม่รู้” หมวยจับมือชายหนุ่มแนบไปที่ซอกคอขาวเนียนแต่รุ่งรุจก็ได้สติและชักมือกลับก่อนจะเลื่อนลงไปถึงเนินอกอิ่ม

“เอ่อ ตัวร้อนนิดหน่อยนะ งั้น...หมวยไปกินยาแล้วนอนพักเถอะ”

“เนี่ย...หมวยปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืน ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด กินยาแล้วก็ยังไม่หาย” น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับตัวที่เขยิบเข้ามาชิดขึ้นเรื่อยๆทำให้รุ่งรุจต้องท่องประมวลกฎหมายอาญาในใจว่าด้วยการกระทำชำเราไม่ก็อนาจารอะไรทำนองนั้น

“พี่ว่า...หมวยไปหาหมอดีกว่านะ พี่ไปบอกป้าจุ๊บให้...นะ เดี๋ยวพี่มา” เขาผุดลุกขึ้นทันทีจนคนป่วยที่นั่งข้างๆฉุดแขนไว้แทบไม่ทัน สาวน้อยหน้างอแล้วกระเถิบออกมานั่งห่างรุ่งรุจในระยะปลอดภัย

“ไม่ต้องไปบอกป้าจุ๊บหรอก..หมวยขี้เกียจไปทำงานน่ะก็เลยลาป่วย น่าเบื่อชะมัด งานการอะไรเยอะแยะไปหมด งานที่ทำวันๆก็มากพอแล้ว ยังจะมีนู่นนี่มาให้ทำไม่หยุด เงินก็ไม่เห็นขึ้นให้สักบาท” น้ำเสียงออดอ้อนเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น...บทจะหายป่วยก็หายเอาดื้อๆ

รุ่งรุจตัดสินใจนั่งตรงข้ามกับหมวยและห่างไปอีกเล็กน้อย นึกไปแล้วก็น่าขำมาถึงโรงครัวบ้านนี้ทีไร ถ้าไม่หลงกลหญ้าอ่อนไปเสียก่อนก็ต้องโดนโคแก่เคี้ยวเล่นจนแหลกแน่ๆ

“มีงานทำก็ดีถมไปแล้วนี่หมวย งานมากบ้างน้อยบ้างก็ยังดีกว่าไม่มีงานทำนะ” คราวนี้หมวยยิ้มหวานพร้อมบิดตัวไปมา นานๆทีจะมีหนุ่มรูปงามมาสนใจเรื่องราวในชีวิตของเธอ นี่มันเหมือนสวรรค์ส่งมาชัดๆ อย่างว่าแหละ...ตื่นแต่เช้าแล้วจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ

“แล้วคุณพีชเขาให้หมวยทำงานอะไรเยอะแยะรึ”

“ก็งานเอกสารทั่วๆไปแหละ ไม่มีอะไรหรอก แต่จะมีก็แต่ให้ค้นประวัติทั้งคนที่มาสมัครใหม่แล้วก็คนที่ออกไปทำงานที่อื่นแล้ว แค่นั้นไม่พอนะ...ยังจะให้โทรถามที่ทำงานใหม่ของคนพวกนั้นด้วยว่ายังทำงานอยู่ไหม”

“แล้วเป็นไง ได้เรื่องอะไรบ้าง”

“อืม...บางคนที่ย้ายไปทำงานที่อื่นก็ติดต่อได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หมวยไม่เห็นเข้าใจเลยว่าคุณพีชจะให้ทำแบบนี้ไปทำไม”

คุณพีชอาจต้องการข้อมูลอะไรบางอย่างหรือเพียงต้องการแน่ใจว่าผู้หญิงที่ส่งเข้าขบวนการค้ามนุษย์ไม่หลุดรอดออกมาได้ยกเว้น...เก๋ ไม่แน่ว่าท้ายสุดแล้วคุณพีชอาจจะทำอย่างที่เธอพูด ‘เดี๋ยวฉันจัดการเอง

รุ่งรุจรีบกลับบ้านเช่าทันที ตอนนี้ความคิดของเขาว้าวุ่นอยู่กับคุณพีช ผู้กองหนุ่มคาดเดาไม่ออกจริงๆว่าเธอเป็นคนแบบไหนกันแน่ ถ้าคิดในแง่ดี...บางทีคุณพีชอาจกำลังหาข้อมูลของผู้หญิงคนอื่นที่ออกไปทำงานแห่งใหม่และขาดการติดต่อไปเหมือนเก๋ เธออาจกำลังเป็นห่วงผู้หญิงพวกนั้นอยู่ แต่ถ้าไม่...เธอคงกำลังหาทางปิดช่องโหว่ในธุรกิจค้ามนุษย์ไม่ให้ใครหนีพ้นได้อีก แต่ขณะที่รีบสาวเท้าเพื่อเดินออกจากบ้านครูเทือง รุ่งรุจก็ต้องชะงักเมื่อคนที่ยืนขวางหน้าเขาอยู่คือภู่วาริน

“จะรีบไปไหนล่ะ”

“เอ่อ...พอดีมีธุระต้องรีบไปทำน่ะครับ ถ้ายังไงผมขอตัวก่อน” ภู่วารินหัวเราะคิกคัก

“ธุระเยอะจังนะ ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้มีลูกเมียรุงรังอยู่ที่บ้านรึ” ชายหนุ่มเบิกตาโพลงเพราะไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้อีกหรือว่าจะเป็น...คุณพีช

“คุณรินรู้มาจากไหนครับ”

“ได้ยินคนในวงเขาเม้าท์กันให้แซ่ด ว่านายน่ะมีลูกมีเมียซุกไว้ ถึงได้ไปเช่าบ้านอยู่ต่างหาก รู้ไหม...มีหลายคนถึงกับฝันสลายเลยล่ะ” รุ่งรุจหลิ่วตามองอย่างมีเลศนัย ใครกันที่ฝันสลายก็ในเมื่อเขาเกือบจะโดนทั้งหญ้าอ่อนทั้งโคแก่งาบอยู่เมื่อกี้ 

แต่ไม่ทันที่รุ่งรุจจะได้อธิบายอะไรเพิ่ม นายกลดที่เพิ่งคุยธุระกับคุณพีชเสร็จก็เดินเข้ามาสมทบ ดูท่าทางเขาไม่สบอารมณ์นิดหน่อยที่แฟนสาวมาคุยกับนักร้องหนุ่มที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน

“คุยธุระเสร็จแล้วหรือคะ”

“เสร็จแล้วครับ แล้วนี่เราจะไปกันเลยไหม รินมีงานจะต้องไปอีกไม่ใช่รึ” นายกลดโอบเอวแฟนสาวและพาเธอขึ้นรถกลับออกไป

“เมื่อกี้คุยอะไรกันรึ ท่าทางน่าสนุก” นายกลดถามเสียงเรียบทันทีที่ภู่วารินนั่งเรียบร้อย

“ก็เรื่องที่เขาลือกันในวงน่ะสิ เขาว่ากันว่า...นายรุจเนี่ยมีลูกมีเมียแล้ว และก็ซุกไว้เงียบๆอยู่ที่บ้านเช่า คงเห็นว่าเป็นนักร้องพอมีเงินแล้ว ถึงรับมาอยู่ด้วยกัน ตอนแรกนึกว่าโสด สาวๆในวงมองกันตาเป็นมัน”

“อย่างนั้นหรอกรึ ดีนะที่รินไม่เป็นหนึ่งในสาวๆพวกนั้นด้วย”

“รินไม่ตกหลุมพรางใครง่ายๆหรอก เว้นแต่ว่าหลุมพรางนั้นรินจะเต็มใจตกไปเสียเอง” ชายหนุ่มยิ้มแห้งเพราะคนอย่างภู่วารินฉลาดเสียจนรู้ทันไปทุกเรื่อง

“แล้วรินเคยเห็นลูกเมียนายรุจบ้างไหม”

“ยังไม่เคยเห็นค่ะ แต่รินว่าอีกไม่นาน....เดี๋ยวจะต้องมีคนไปสืบมาจนรู้แหละว่าลูกเมียของรุจหน้าตาเป็นยังไง”

นายกลดกับภู่วารินออกรถไปแล้ว คุณพีชถึงเดินมาหารุ่งรุจ เธอเตรียมตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกอีกครั้งทั้งที่เพิ่งกลับมาจากวัดเมื่อตอนสายๆ

“เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายที่บ้าน แต่ฉันจะพานายไปซื้อของก่อน จำพวกของใช้ส่วนตัวของผู้หญิง”

“ของใช้ส่วนตัว...อะไรหรือครับ”

คุณพีชพารุ่งรุจมาเดินซื้อของกินของใช้โดยเฉพาะของส่วนตัวอย่างที่เธอว่า คุณพีชละเอียดลออในการเลือกของให้เก๋แถมยังไม่เกี่ยงเรื่องราคา กว่าจะซื้อของครบก็ใช้เวลาพอควร ระหว่างนั้นเธอก็ถามไถ่เกี่ยวกับอาการป่วยของเก๋และการรักษา รวมถึงเรื่องการดูแลเก๋และเรื่องจิปาถะอื่นๆ

“ของใช้พวกนี้นายมีตุนเอาไว้ที่บ้านบ้างก็ดีนะ ส่วนอาหารเสริมนี่ก็กินบำรุงสมอง กินยากหน่อยแต่เขาว่าดีมากนะ แล้วก็นี่...ของพ่อนาย คนแก่เป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะลำไส้ต้องกินของที่ย่อยง่ายแล้วก็รสไม่จัด” ชายหนุ่มมองคุณพีชจัดแจงข้าวของพลางคิดว่าที่เธอทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร ด้วยความจริงใจหรือทำให้ตายใจ คุณพีชเป็นคนเอาใจใส่คนอื่นอย่างนี้เสมอและจดจำเรื่องราวทุกอย่างของทุกคนได้ดี ดีขนาดที่ว่าเรื่องโกหกที่เขาลืมไปแล้วคุณพีชก็ยังอุตส่าห์จำได้ แต่การถามเรื่องการรักษาเก๋ทำให้รุ่งรุจใจชื้นว่าอย่างน้อยเธอก็กลับมาเป็นคนช่างซักถามเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เขาอยากจะให้เธอถามใจจะขาดกลับไม่หลุดออกมาจากปากของเธอแม้แต่คำเดียวนั่นก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับเก๋

รุ่งรุจอาสาขับรถให้คุณพีชแทนคำขอบคุณ สิ่งที่เขาเห็นคือคุณพีชยิ้มน้อยๆและเดินอ้อมไปที่นั่งข้างคนขับโดยดี ในขณะที่เขาถอยรถออกจากที่จอด...สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งผลุบๆโผล่ๆอยู่ข้างหลังรถอีกคัน นายตำรวจหนุ่มไม่สามารถเจาะจงได้ว่าคนๆนั้นคือใครหรือทำไมต้องทำลับๆล่อๆหรือแม้กระทั่งเขาคนนั้นจงใจสะกดรอยตามเขามาหรือไม่

“มีอะไรหรือเปล่า”

“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกครับ” เขามองไปทางกระจกหลังอีกครั้งก็เบาใจเมื่อคนน่าสงสัยเพียงแค่หยิบของที่ตกลงบนพื้น

รุ่งรุจขับรถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน ส่วนเก๋ที่นั่งเล่นอยู่กับดาบบัญชาพอเห็นรถของคุณพีชมาจอดก็รีบวิ่งเข้าบ้านทันที

“ฉันคงไม่ลงไปกับนายนะ ฝากสวัสดีพ่อนายด้วย”

“ขอบคุณคุณพีชมากนะครับ สำหรับของและที่มาส่ง” คุณพีชเงียบไปครู่หนึ่งแต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของรุ่งรุจ

“ฉันอยากให้นายคิดให้ดีเรื่องลาออก คำตอบของนายสำคัญกับฉันมากนะ”

รุ่งรุจลงจากรถไปพร้อมกับของกินของใช้เต็มมือ ส่วนเก๋เมื่อไม่เห็นคุณพีชลงมาก็กระโดดกอดรุ่งรุจตัวลอยแถมยังตื่นเต้นกับข้าวของในมือของเขา คุณพีชมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกจุกบอกไม่ถูก นี่เธอบ้าหรือโง่กันแน่ที่ทุ่มเททำแบบนี้ เธอไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียวว่าเก๋เป็นน้องสาวของรุ่งรุจ สัญชาติญาณของผู้หญิงบอกว่าอย่างนั้น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ตัดใจจากเขาไม่ได้เสียที ทั้งที่รู้ว่าเขากำลังหลอกแต่ก็เต็มใจยอมทน ลองใครรู้เข้าคงจะเหน็บแนมว่าเจ็บไม่รู้จักจำ แต่เธอยอมทุกอย่างเพื่อให้เขาได้อยู่กับเธอต่อ ไม่ว่าจะในฐานะอะไร ขอแค่...มีเขาอยู่ใกล้ๆก็พอ

ผู้กองหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ลาออกและจะตามเรื่องค้ามนุษย์ที่เขาสงสัยต่อ การที่คุณพีชขยับเพื่อทำอะไรบ้างอย่างเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตามเรื่องนี้ต่อไป 

“ดีแล้วล่ะครับที่ผู้กองอยู่ต่อ นอกจากจะดีต่อการทำคดีนี้แล้ว ผมว่ายังดีกับตัวผู้กองเองด้วยนะครับ”

“ดียังไงครับ”

“ก็....ผู้กองจะได้ไม่เครียดเรื่องลาออกแล้วก็จะได้เจอคุณพีชทุกวัน”

“คุณพีชมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะครับ” รุ่งรุจยิ้มเก้อ

“ไปทำงานกับคุณพีชก็ต้องเจอกันทุกวันไงครับ ผมพูดผิดตรงไหน หรือว่า...”

“อ๋อ...งั้นหรือครับ ผมก็...คิดเหมือนดาบแหละครับ ถ้ายังไง...ผมขึ้นไปข้างบนก่อนนะครับ” ชายหนุ่มเลี่ยงออกไปปล่อยให้ดาบบัญชายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปคนเดียว 

คนอย่างผู้กองรุ่งรุจดูออกง่ายจะตายว่าชอบคุณพีช ฝ่ายคุณพีช...เธอคงทำทุกวิถีทางที่จะรั้งชายหนุ่มไว้ แม้อายุจะห่างกันไปหน่อยแต่สมัยนี้ก็คงไม่เป็นปัญหา ที่สำคัญก็คือชายหนุ่มเป็นฝ่ายตกหลุมรักคุณพีชเข้าแล้วเต็มเปา แต่ปัญหาอยู่ที่...คุณพีชคือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในขบวนการค้ามนุษย์และรุ่งรุจก็เป็นตำรวจที่ทำคดีนี้ ตำรวจและผู้ร้าย...จะรักกันได้อย่างไร

รุ่งรุจมาให้คำตอบกับครูเทืองตามสัญญา แม้ว่าต่อไปจะต้องเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ขนาดไหนเขาก็จะอดทนไว้ อย่างที่ผู้การเผด็จว่า...เขาจะทำตัวเป็นวัยรุ่นอารมณ์ร้อนไม่ได้อีกต่อไป บางครั้งคนเราก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่เสียที ชายหนุ่มมาที่บ้านของครูเทืองในเวลาสายพอควรเพราะต้องเข้าไปจัดการธุระที่กองปราบฯ โดยเฉพาะความเข้มงวดในการคุ้มครองพยาน

“มาแล้วรึ คุณพ่อรออยู่ในห้องซ้อมแน่ะ” คุณพีชยิ้มรื่นแต่คำพูดหนึ่งของคุณพีชมันฟังอยู่ในหัวและดังวนเวียนอยู่อย่างนั้น “ฉันดีใจนะที่นายกลับมา

ในห้องซ้อม...ครูเทืองกำลังให้พีรภัทรซ้อมร้องเพลงที่จะใช้ขึ้นแสดง เพลงนี้รุ่งรุจก็เพิ่งได้ยินพีรภัทรร้อง ปกติเขานึกว่าพีรภัทรจะร้องเพลงเรียกมาลัยจากแม่ยกเป็นอย่างเดียวเสียอีก แต่เพลงที่ร้องอยู่นี่เป็นเพลงช้าจากใจของหนุ่มชาวประมงที่ฝากคำถามไปกับลมทะเลถึงแฟนสาวที่มาเรียนในเมืองหลวงว่า เธอนั้นลืมเขาไปแล้วหรือยัง เพลงเก่าอย่างนี้เป็นที่รู้กันว่าร้องยากพอควร แต่ทุกท่อนยากที่ใช้เสียงต่ำหรือทุกลูกเอื้อนพีรภัทรก็เก็บได้หมดไม่มีผิดเพี้ยนทำให้เพลงที่ร้องนั้นหวานซาบซึ้งกินใจและเข้าถึงอารมณ์น้อยอกน้อยใจได้เป็นอย่างดี เพราะพีรภัทรร้องได้ดีทั้งเพลงช้าและเร็วแบบนี้ ครูเทืองและคุณพีชถึงได้ยอมตามใจทุกอย่างเพื่อให้เขาอยู่ในวงต่อไป

“มาแล้วรึรุจ เข้ามาสิ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งข้างครูเทืองในห้องซ้อม “ว่ายังไง จะอยู่หรือจะไป”

“ผม...จะอยู่ต่อครับ” พีรภัทรชายตามองแต่ก็ยังซ้อมร้องเพลงต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในใจคงนึกโมโหเพราะไม่สามารถกำจัดรุ่งรุจไปได้เสียที ไม่ก็คงกำลังคิดหาทางที่จะเขี่ยรุ่งรุจไปให้พ้นหน้าพ้นตา

“อย่างนั้นก็ดี มีรุจอยู่อีกคนจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันมากเวลาขึ้นแสดง งั้นก็มาซ้อมกันเลยดีไหม เอาเพลงเก่าที่ครูให้เราร้องนั่นแหละ...ยังร้องไม่เข้าปากไม่ใช่รึ”

“เพลงอะไรหรือครับครู” พีรภัทรที่เพิ่งร้องเพลงเสร็จเดินเข้ามาถาม...จะอยากรู้เรื่องคนอื่นไปทำไมกัน

“ก็เพลงที่ให้รุจลองร้องคราวที่แล้วนี่แหละ วันนั้นพีก็อยู่ด้วยนี่”

“อ๋อ...เพลงนั้นน่ะเอง เพลงเพราะดีนะครับ ถ้าครูไม่ว่าอะไรผมอยากลองร้องดูบ้าง” คงเพราะครูเทืองเห็นว่าเพลงเมื่อครู่พีรภัทรก็ร้องได้ดีจึงให้เขาลองร้องเพลงที่ตั้งใจจะให้รุ่งรุจร้องแต่แรก

พีรภัทรขยับตัวไปจับไมค์อีกครั้ง เขาหันไปมองรุ่งรุจด้วยสายตาเฉยเมยแฝงความดูหมิ่นเล็กๆ ใครจะร้องเพลงลูกทุ่งแท้ๆได้ดีเท่าเขาคงไม่มี ถ้าจะให้ดีต้องบอกว่าในวงนี้ใครก็ร้องเพลงเทียบเขาไม่ได้ ส่วนรุ่งรุจ...เมื่อนึกได้ว่าตัวเขาก็ไม่ได้เป็นนักร้องมาแต่ไหนแต่ไร ใครอยากร้องเพลงไหนก็ให้ร้องไป ที่จริงเขากลับนึกขำในใจด้วยซ้ำว่าพีรภัทรคงรู้สึกพอใจที่เอาชนะได้ทั้งที่จะได้ร้องเพลงนี้หรือไม่ มันไม่ได้สำคัญกับเขาเลย 

และก็เป็นไปดังคาดเพลงเดิมแค่เปลี่ยนไปให้พีรภัทรร้องก็เพราะกินใจ ซาบซึ้งถึงอารมณ์เหงาจนน้ำตาจะไหล ครูหันมามองรุ่งรุจหน่อยหนึ่งแล้วเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง แต่อาจจะเกรงใจรุ่งรุจที่ต้องเปลี่ยนตัวคนร้องเพลงนี้

“ร้องเพราะดีนะครับครู”

“อืม...ร้องได้ดีทีเดียว”

“ถ้าอย่างนั้น...ครูก็ให้เขาร้องเพลงนี้ด้วยเถอะครับ คนฟังคงชอบมากกว่า” ครูเทืองถอนหายใจเบาๆ รู้สึกโล่งใจและหนักใจไปพร้อมกัน เพราะทำแบบนี้เท่ากับยิ่งทำให้พีรภัทรได้ใจมากขึ้นไปอีก แต่งานยังไงก็ยังเป็นงานและครูเทืองก็มีหน้าที่เลือกสรรงานชิ้นเอกเพื่อผู้ฟังหน้าเวทีทุกคน

รุ่งรุจขอตัวออกมาจากห้องซ้อม เพราะยิ่งนั่งในนั้นนานเข้าสายตาของพีรภัทรยิ่งทำให้เขาอารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้น พีรภัทรคงตั้งใจจะเอาชนะเขาไปเสียทุกเรื่อง ไม่รู้จะเกลียดขี้หน้ากันไปถึงไหน

“อ้าว...รุจ คุยกับครูเสร็จแล้วรึ” เนตรอัปสรที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านทักทายอย่างอารมณ์ดี หลายครั้งที่เขามาบ้านนี้มักจะไม่เห็นเนตรอัปสร เห็นว่าไปรับงานข้างนอกบ้าง ไม่ก็ไปช่วยคุณพีชที่บริษัท

“คุยเสร็จแล้วครับ แต่ครูดูคุณพีซ้อมอยู่ ผมเลยออกมาเดินเล่นข้างนอก”

“อย่างงั้นรึ” เนตรอัปสรอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่คงกลัวจะเป็นการเสียมารยาท สุดท้ายเธอคงอดไม่ได้จริงๆ 

“นี่ๆ...เนตรถามหน่อยได้ไหม เรื่องเมียของรุจน่ะ ได้ข่าวว่าเป็นคนในวงเรานี่น่ะรึ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที คนพวกนี้รู้เรื่องมาจากไหนกันหรือว่า...คุณพีช

“คุณเนตรไปรู้มาจากไหนครับ”

“ไม่เห็นต้องรู้จากไหนเลย ใครๆในวงเขาก็เม้าท์กันเรื่องนี้ทั้งนั้น เห็นว่าเคยเป็นแดนเซอร์ของเราใช่ไหม...เด็กที่ชื่อเก๋น่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น