เสน่ห์ลูกทุ่ง

ตอนที่ 20 : บทที่ ๒๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 63

หลังจากนั้นสองสามวันรุ่งรุจก็เข้าไปที่กองปราบฯ เบาะแสที่เขาได้มามีความสำคัญในการวางแผนขั้นต่อไปในการทำลายขบวนการค้ามนุษย์

“ผมไปก่อนนะครับเดี๋ยวจะสาย อ้อ...ถ้าดาบรู้สึกไม่สบายจะเป็นลมขึ้นมาอีก รีบโทรหาผมเลยนะครับ”

“แต่ตอนนี้ผมรู้สึกสบายดีนะครับ แข็งแรงฟิตปั๋งเหมือนเดิม”

“ก็เมื่อวานก่อน ดาบยังเป็นลมต่อหน้าผมกับคุณพีชอยู่เลย” คราวนี้ดาบบัญชายิ้มร่าทำให้รุ่งรุจทำหน้างงหนัก

“แปลว่าผู้กองเชื่อว่าผมเป็นลมจริงๆหรือครับ ก็แหม...ผมไม่รู้จะทำยังไงนี่ครับ คุณพีชเธอก็เค้นถามผู้กองเรื่องเก๋อย่างนั้น ผมก็เลยแกล้งเป็นลมเพื่อเบนความสนใจ”

รุ่งรุจออกจากบ้านไปแล้วแต่ก็ยังอดขำดาบบัญชาไม่ได้ ดาบบัญชาพยายามช่วยเหลือแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าในแบบของเขาได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าไม่ได้ดาบบัญชาคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ป่านนี้เรื่องโกหกหลายเรื่องคงแตกไปนานแล้ว แต่ก็เป็นดาบบัญชาอีกเช่นกันที่เกือบทำให้ความลับแตกเสียหลายครั้ง และทั้งที่อายุมากใกล้เกษียณราชการเต็มทีเขาก็ยังทุ่มเททำงานนี้โดยไม่บ่นสักคำ

“เนตรอัปสรเขาบอกกับคุณอย่างนั้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะจริงไปซะทุกอย่างนะผู้กอง” ผู้การเผด็จย้ำอีกครั้งเมื่อเขารายงานเสร็จ

“ครับ เรื่องนี้คงต้องสืบอีกว่าเงินที่ซื้อบ้านหลังนั้นเป็นเงินนายกลดจริงไหม บางทีเราอาจจะได้เส้นทางการเงินของนายกลดกับพวกลูกค้าด้วยก็ได้”

“เรื่องนี้ผมจะให้ตำรวจอีกหน่วยหนึ่งช่วยสืบ คงจะได้เรื่องอะไรบ้าง แล้ว...เรื่องคุณพีชเจ้าของวงดนตรีล่ะ มีอะไรคืบหน้าไหม”

“ผมให้คนไปหาเบาะแสที่บริษัทของคุณพีช เห็นว่ามีผู้ปกครองของผู้หญิงหลายคนมาถามหา ทั้งๆที่ผู้หญิงพวกนั้นไม่เคยมาสมัครงานที่นั่นเลย ก่อนหน้านี้ที่วงก็มีคนมาถามหาแบบนี้เหมือนกันครับ” ผู้กองหนุ่มนิ่งไปหลังรายงานเรื่องนี้ให้ผู้การเผด็จทราบ เบาะแสชี้ชัดไปที่คุณพีชเต็มๆว่าเธอน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นผู้จัดหาผู้หญิงเพื่อเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ของนายกลด หรือที่เรียกง่ายๆแบบชาวบ้านๆก็ แม่เล้า ดีๆนี่เอง

“อ้อ เห็นว่าได้ตัวสายสืบของคุณแล้วใช่ไหม เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ะ”

“ตอนนี้เก๋อยู่กับผมครับ เขายังจำอะไรไม่ค่อยได้ คงต้องรักษากันอีกสักพักความจำถึงจะกลับคืนมา แต่มีบางอย่างที่ยังคาใจผมอยู่ คือ...เก๋กลัวคุณพีชมากครับ ไม่รู้ทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้น”

“ผู้กอง!! นี่คุณปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยเจอพยานปากสำคัญของเราอย่างนั้นรึ” ผู้การเผด็จขึ้นเสียงจนทุกคนในห้องประชุมสะดุ้งเฮือก บรรยากาศในห้องเงียบกริบ

“ผมไม่ได้ตั้งใจให้เจอหรอกครับ มันบังเอิญจริงๆที่วันนั้นคุณพีชไปที่บ้านผมพอดี”

“อย่างนี้คงจะไม่ได้แล้วนะ คุณจะต้องย้ายตัวพยานไปอยู่ที่ใหม่ทันที ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เราตามอยู่ก็จะเสียเปล่า เออ...แต่ก็ไม่ได้อีก คุณพีชเจอเก๋เสียแล้ว คุณนี่นะ....ไม่รอบคอบเลยจริงๆ ไอ้เรื่องไปทะเลาะกับเขาจนเกือบเสียแผนนั่นก็อีก คุณไม่ใช่เด็กวัยรุ่นแล้วนะ จะได้มีนิสัยใจร้อนจนเกือบเสียงานเสียการอย่างนี้” ผู้การเผด็จบ่นยาวเหยียด บางทีอาจบ่นแทนรุ่นพี่คนสนิทซึ่งเป็นพ่อของผู้กองรุ่งรุจอีกที

นายตำรวจหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งเพราะที่โดนบ่นนั่นถูกต้องทุกอย่าง ลองถ้าไม่มีไหวพริบดีพอจะแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ ป่านนี้เรื่องโกหกคงถูกเปิดเผยไปหมดแล้ว

“แต่ผมคิดว่าให้คุณพีชเจอกับเก๋ก็อาจจะเป็นผลดีเหมือนกันนะครับ”

“มันจะดีได้ยังไง ไหมว่ามาสิ”

“ตอนคุณพีชเจอกับเก๋ จากเป็นคนช่างสักช่างถามก็กลายเป็นไม่พูดไม่จาซึ่งไม่ใช่นิสัยของคุณพีช แถมยังดูเครียดจนผิดปกติ บางทีเราอาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติมถ้าคุณพีชได้เจอกับเก๋ คุณพีชอาจพลั้งปากพูดอะไรบางอย่างออกมาก็ได้” ผู้การเผด็จตบโต๊ะผางจนรุ่งรุจรู้สึกว่าน่าจะเงียบเสียดีกว่า

“แล้วมันจะทำได้ยังไง เกิดคุณพีชเขาเป็นพวกเดียวกับนายกลดแล้วพาคนมาปิดปากพยาน นั่นไม่ยิ่งแย่กันไปใหญ่รึ”

“ผมรับประกันด้วยเกียรติครับว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น ผมจะระวังอย่างดีที่สุดและเราต้องได้เบาะแสที่สำคัญมาประกอบการสืบสวนแน่นอนครับ”

รุ่งรุจออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาไม่แน่ใจว่าจะทำตามคำมั่นที่ให้กับผู้การเผด็จได้หรือไม่ ถ้าคุณพีชเกิดเป็นพวกเดียวกับนายกลดจริงๆ แผนการทุกอย่างที่เขาได้ทำมาก็จะเสียไปทั้งหมด มันจะเป็นการเหนื่อยเปล่าและทุกคนจะอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ผู้กองหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงก็เห็นว่าดาบบัญชาโทรหาเขานับสิบสาย แต่เขาไม่ได้รับเพราะอยู่ในห้องประชุม

"ดาบมีอะไรหรือครับ หรือว่าดาบรู้สึกไม่สบาย”

“ผู้กองครับ คือ...คือ...คุณพีชน่ะครับ” รุ่งรุจขมวดคิ้วทันที หรือจะเป็นอย่างที่ผู้การเผด็จว่า เธอเป็นคนของนายกลดและกำลังพาพวกนั้นมาปิดปากเก๋

“คุณพีชทำไมหรือครับ”

“คุณพีชมาที่บ้านตั้งแต่ตอนสายๆแล้วครับ ผมพยายามโทรหาผู้กองแต่ก็ติดต่อไม่ได้ คุณพีชมาเยี่ยมเก๋ที่บ้านครับ”

“แล้วพาใครมาด้วยหรือเปล่าครับ” ผู้กองหนุ่มถามสวนกลับไปทันที

“ไม่ครับ มาคนเดียว เอาของมาเยี่ยมเก๋”

“อย่างนั้นหรือครับ แล้ว...คุณพีชเขามีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่าครับ” ดาบบัญชานิ่งไปครู่หนึ่ง

“ก็...ไม่นะครับ เพราะตั้งแต่มาถึงคุณพีชก็ไม่พูดอะไรเลย นั่งเฝ้าเก๋อย่างเดียว แต่ผมอยู่ด้วยตลอดนะครับ ถ้าจะถามก็มีแต่ถามว่าเก๋เป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยังอะไรอย่างนี้ แต่ก็คุยผ่านผมเพราะเก๋หลบหน้าอย่างเดียว ตอนนี้ก็ยังอยู่เลยครับ”

“โถ่...ทำไมดาบไม่รีบบอกแต่แรกล่ะครับ แค่นี้นะครับ”

รุ่งรุจรีบขับรถกลับบ้านด้วยความร้อนใจ เขาไม่คิดว่าคุณพีชจะวู่วามเอาคนมาปิดปากเก๋ภายในวันนี้ในกรณีที่เธอเป็นพวกเดียวกับนายกลด อันที่จริงถ้าเธอจะแพร่งพรายที่อยู่ของเก๋ให้พวกนั้นรู้ ป่านนี้พวกมันคงส่งมือปืนมาเอาชีวิตเก๋ไปตั้งนานแล้ว แต่...พวกนั้นก็ยังเงียบอยู่ แสดงว่าพวกมันยังไม่รู้ว่าเก๋อยู่ที่นี่และคุณพีชยังคงรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับเขา

“มานานแล้วหรือครับคุณพีช” รุ่งรุจทักทายทันทีที่เดินเข้าบ้าน เขาไม่ลืมเอารถไปซ่อนและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปกติ

“อืม...มาได้พักใหญ่แล้ว นี่นายไปทำธุระอะไร ทำไมไปนานตั้งครึ่งค่อนวัน”

“ไปธุระหลายที่น่ะครับ แล้วคุณพีช...มาเยี่ยมเก๋หรือครับ”

“ใช่ เอาของกินแล้วก็ขนมที่เก๋ชอบมาให้ด้วย แต่..ดูสิ หลบฉันท่าเดียว” คุณพีชเหลือบมองเก๋ที่ซุกตัวนิ่งอยู่หลังดาบบัญชา พอเก๋โผล่หน้ามาเห็นคุณพีชมองอย่างนั้นก็หลบวูบ

“คุณพีชไม่เห็นต้องลำบากเลยนะครับ ผมเกรงใจ”

“ไม่เป็นไรหรอก เก๋เคยเป็นคนของฉัน เจ็บป่วยก็ต้องดูแล แล้วนี่...นายมีเงินพอใช้หรือเปล่า”

“พอครับ ผมยังมีเงินเก็บไว้อยู่บ้าง”

คุณพีชจ้องหน้าของรุ่งรุจอยู่อย่างนั้นจนเจ้าตัวเริ่มอึดอัด สายตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและลึกลงไปนั้นระคนความน้อยใจอยู่ด้วย ทำไมเธอถึงไม่ปริปากอะไรออกมา ถ้าเธอถามสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเก๋ถึงได้เป็นแบบนี้หรือว่าไปเจอเก๋ที่ไหน มันจะทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่านี้ แต่..เธอกลับเงียบไปเฉยๆ คำถามจุกจิกก็ไม่มี จะมีก็แต่ความเอื้อเฟื้อเหมือนเดิมที่เขาไม่แน่ใจว่ามันเคลือบแฝงอะไรไว้หรือเปล่า

“คุณพ่ออยากคุยนายสักหน่อย นายจะเข้าไปหาได้เมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ก็ได้ครับ แล้วครูจะคุยกับผมเรื่องอะไรหรือครับ หรือว่าเรื่อง...ลาออก”

“คงอย่างนั้นมั้ง เป็นอันว่าพรุ่งนี้นายเข้าไปคุยกับคุณพ่อนะ สักสายๆ ฉันจะนัดให้”

คุณพีชกลับไปแล้วแต่ทิ้งความสงสัยไว้ให้รุ่งรุจมากมาย เธอไม่ถามซอกแซก เธอไม่จู้จี้อย่างที่ควรเป็น ที่เธอถามดาบบัญชาเรื่องเก๋คงถามเป็นมารยาทเท่านั้น หรือว่าที่จริงคุณพีชรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเก๋ และที่เก๋ติดยาจนจำอะไรไม่ได้เธอก็คงรู้ด้วย ส่วนที่มาเยี่ยมเก๋ก็คงมาเพื่อให้รู้ว่าเก๋จำอะไรได้บ้าง บางที....ของกินนั่น

รุ่งรุจวิ่งพรวดพราดขึ้นมาบนบ้านแล้วคว้าถุงขนมของคุณพีชทิ้งลงถังขยะ พอเก๋เห็นขนมของชอบโดนทิ้งแบบนั้นก็เริ่มงอแงแบบเด็กเอาแต่ใจ

“ผู้กองเอาขนมทิ้งทำไมล่ะครับ” ดาบบัญชามองขนมพวกนั้นด้วยความเสียดาย

“ผมไม่ไว้ใจ บางทีขนมพวกนี้.... เอาเป็นว่าอย่ากินดีกว่าครับ” ส่วนเก๋ที่ยังอาลัยอาวรณ์ขนมถึงกับลงทุนคุ้ยถังขยะเพื่อเอาของโปรดขึ้นมากิน

“เก๋...เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ใหม่ ส่วนขนมพวกนี้..ทิ้งมันไปเถอะ” เก๋ยอมหยุดอย่างว่าง่าย เดี๋ยวนี้ดูเก๋เข้าใจอะไรๆขึ้นมาก แต่ตลอดทั้งเย็นเก๋ไม่ยอมพูดอะไรกับเขาเลย คงจะงอนที่โดนทิ้งขนมลงถังขยะอย่างไม่ไยดี จนถึงตอนค่ำจะเข้านอน เก๋ก็ยังไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ ทำไมเก๋กลัวคุณพีชล่ะ” เก๋หันหลังและยังเล่นตุ๊กตาโดยไม่สนใจรุ่งรุจเลยสักนิด

“เก๋เคยเจอคุณพีชมาก่อนหน้านี้รึ” คราวนี้เก๋วางตุ๊กตาในมือลงแล้วคว้าเอาตุ๊กตาที่ชื่อ ‘ฟ้า’ มากอดไว้แล้วนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

“เก๋กับฟ้า เคยเจอคุณพีชมาก่อนหรือ เคยเจอที่ไหน” เธอกอดตุ๊กตาตัวนั้นไว้แน่นแล้วล้มตัวลงนอนคลุมโปงโดยไม่ตอบคำถาม ที่เขารู้สึกได้คือความกลัวของเก๋เพราะเธอนอนตัวสั่นเทาภายใต้ผ้าห่มและในความกลัวนั้นมีคนชื่อฟ้าอยู่ด้วย

วันรุ่งขึ้นรุ่งรุจเข้าไปหาครูเทืองที่บ้าน แต่เหมือนว่าครูจะลืมนัดเลยออกไปธุระข้างนอกแต่เช้า รุ่งรุจจึงเดินไปคอยครูเทืองที่ในครัวแต่ที่นั่นก็เงียบกริบ ไม่รู้ว่าป้าจุ๊บกับคนอื่นๆหายไปไหน

“อ้าว...รุจ มาทำไมแต่เช้าล่ะนี่” เสียงป้าจุ๊บดังมาจากในครัว

“ผมมาหาครูน่ะครับ”

“เอ...ครูเขาออกไปทำบุญที่วัดกับครอบครัวตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ แต่ว่า..เขานัดรุจไว้ตอนสายๆไม่ใช่รึ” พอป้าจุ๊บพูดเขาก็นึกขึ้นได้ คุณพีชนัดให้เขามาตอนสายๆ เขาเองนี่แหละที่มาผิดเวลาเอง

“งั้นก็นั่งรอครูอยู่ในครัวนี่ก็ได้ แล้วกินอะไรมาหรือยังป้าจะได้หาให้ ดูสิ...ผอมไปเป็นกอง” ป้าจุ๊บใช้มือลูบกล้ามเนื้อแน่นทั่วแผ่นหลังก่อนจะไล้เรื่อยลงไปคว้าหมับเอาที่บั้นท้ายทำเอารุ่งรุจสะดุ้งโหยง

“มะ..ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยวผม...อ่อ..ไปนั่งคอยครูที่หน้าบ้านดีกว่า เดี๋ยว...ครูมาจะไม่เจอ” รุ่งรุจพูดจบก็เดินดุ่มๆไปหน้าบ้านทันทีโดยไม่หันกลับไปมองป้าจุ๊บที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่ในครัว

ชายหนุ่มนั่งรออยู่พักใหญ่พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ถ้าออกจากวงนี้ไปจริงๆชีวิตของเขาคงสบายขึ้นมาก ไม่ต้องคอยโกหกใครรายวัน ไม่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่พอนึกถึงหน้าครูเทืองและทุกคนที่คอยเคี่ยวเข็ญให้เขาฝึกร้องเพลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร้องได้ก็นึกระอาใจ คนพวกนั้นไม่รู้เลยสักนิดว่าความพยายามนั้นสูญเปล่าเพราะอย่างไรเสีย เขาก็คือตำรวจไม่ใช่นักร้องและไม่คิดว่าจะทำสองสิ่งนี้ได้ดีในเวลาเดียวกัน

เสียงรถครูเทืองเลี้ยวเข้ามาในบ้าน รุ่งรุจตัดสินใจแน่แล้วว่าวันนี้คงต้องลาออกจากวงอย่างแน่นอน ไม่ว่าครูเทืองหรือคุณพีชจะขอร้องอย่างไรก็ตาม ถ้ายังคาราคาซังอยู่อย่างนี้ยิ่งทำให้ทุกคนเสี่ยงต่ออันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ

“อ้าว มาแล้วรึรุจ เข้ามาในบ้านก่อนสิ” ชายหนุ่มเดินตามหลังครูเทืองไปเงียบๆโดยมีคุณพีชมองตามด้วยความหนักใจ

ในห้องซ้อม...รุ่งรุจนั่งลงตรงหน้าครูเทือง สีหน้าของครูเรียบกริบไม่แสดงความกังวลหรือหนักใจเลยสักนิด บางทีครูคงคิดว่าเขาไม่เหมาะกับการเป็นนักร้องแต่แรก และการลาออกครั้งนี้เหมาะสมแก่เวลาแล้ว

“คุณพีชเขาว่าเราจะลาออกหรือรุจ”

“ครับครู”

“ทำไมถึงจะลาออกเสียล่ะ” รุ่งรุจมองหน้าครูเทืองนิดหนึ่ง คุณพีชคงบอกครูเทืองถึงเหตุผลทุกอย่างแล้ว แต่ที่ครูถามคงอยากรู้จากปากของเขาเองมากกว่า

“มีปัญหาทะเลาะกับคนในวงครับ หลายครั้งแล้ว แล้วก็เป็นเพราะผมใจร้อนเอง เลยคิดว่าคงอยู่ต่อไม่ได้ ก็เลย....”

“จะลาออก”

“ครับ” 

ครูเทืองมองลูกศิษย์ตรงหน้าพลางคิดอะไรบางอย่าง ที่จริงรุ่งรุจก็ไม่ได้ร้องเพลงดีจนขนาดจะต้องรั้งเอาไว้ในวง เรียกได้ว่าไม่มีสักคนก็ไม่เดือดร้อนเพราะพีรภัทรก็กลับมาร้องเพลงและไม่เหลวไหลเหมือนก่อน ส่วนเนตรอัปสรก็ฝึกซ้อมจนร้องได้ดีเทียบเท่าภู่วาริน สองคนเท่านี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับการแสดงดนตรี แถมในบางครั้งภู่วารินก็ยังกลับมาช่วยร้องเพลงให้อีก แต่คนอายุเจนโลกอย่างครูเทืองรู้ดีว่ามีเหตุผลอะไรที่รุ่งรุจจะต้องอยู่ในวงนี้ต่อไป แม้ว่าเหตุผลนั้นจะไม่ถูกใจครูเทืองนัก แต่ก็เอาเถอะ....คิดเสียว่ามีเขาไว้ก็ไม่ได้เสียหาย

“ครูถามรุจอย่างนึงได้ไหม เราชอบร้องเพลงไหม”

“คือ...ผม ก็ชอบครับ”

“งั้นครูเปลี่ยนคำถามใหม่ ทำไมเราถึงอยากเป็นนักร้องล่ะ” คราวนี้รุ่งรุจเป็นฝ่ายนิ่งไป อยากจะบอกครูเทืองไปใจจะขาดว่าในชีวิตนี้อย่างเดียวที่ไม่อยากเป็นก็คือนักร้องนี่แหละ

“ครูไม่รู้หรอกนะว่ารุจอยากเป็นนักร้องเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นนักร้องแล้วได้ร้องเพลงที่ชอบ มีความสุขกับมันแล้วจะลาออกไปทำไม”

“ผม...ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะผมอีกครับ” เขาตอบเสียงแผ่วก้มหน้านิ่ง

“คนเรามันก็มีเรื่องเดือดร้อนกันได้ทุกวันนั่นแหละ ไม่ได้มาจากตัวเองก็มาจากคนอื่น ถ้าคนอื่นที่รุจคิดว่ากลัวเขาเดือดร้อนน่ะ เจ้าตัวเขาคงยินดีจะเดือดร้อนเพื่อเราอยู่ล่ะมั้ง” เสียงครูเทืองตอนท้ายฟังแปร่งๆจนรุ่งรุจต้องเงยหน้าขึ้นมอง 

“เอาเถอะ...ครูไม่บังคับจะเอาคำตอบวันนี้หรอก กลับไปคิดดูให้ดีๆว่าจะอยู่หรือจะไป อ้อ...วันมะรืนครูจะนัดซ้อมนะ ถ้าตัดสินใจได้แล้วยังไงก็....ตามใจนะ” พูดจบครูเทืองก็ลุกออกไปจากห้อง เสียงทักทายเจรจาดังเจื้อยแจ้วอยู่ข้างนอก ภู่วารินคงมารอพบครูเทืองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเธอรู้หรือยังว่าเขาจะลาออกจากวง และเธอก็คงเป็นอีกคนหนึ่งที่ผิดหวังในตัวเขาที่ยอมแพ้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนี้

รุ่งรุจเดินเลี่ยงออกมาทางหลังบ้าน ตอนนี้เขาไม่พร้อมจะพบหรือให้คำตอบอะไรกับใครทั้งสิ้น หลายคนคงจะผิดหวังในตัวเขา ร้องเพลงก็ไม่ได้เรื่อง แถมยังขี้แพ้หนีปัญหา หนีแม้กระทั่ง...หัวใจของตัวเอง เสียงพูดคุยทำให้เขาต้องหยุดฟัง นั่นคุณพีชกำลังคุยกับนายกลดหน้าดำคร่ำเครียดและดูไม่พอใจอย่างมาก เหมือนกับว่ากำลังเค้นเธอคำตอบบางอย่างจากนายกลด

“จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้หรอก ก็เด็กมันอยู่กับคุณแท้ๆ”

“โธ่...คุณพีช เด็กที่ทำงานกับผมมีตั้งหลายคนแล้วผมจะไปตามรู้ตามเห็นหมดทุกคนได้ยังไงล่ะ” หน้าสวยงอง้ำบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์อย่างแรง

“ไม่รู้ก็แล้วไป ยังไงคุณกลดก็ทำงานให้ละเอียดหน่อย เพราะเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาธุรกิจของเราก็จะเสียหายกันหมด”

“แล้วเรื่องเด็กคนนั้น คุณพีชจะเอายังไงครับ”

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น