[Fic B1A4] My Hyung Neighbor นี่ผมไงจะใครล่ะฮะพี่ [JinChan]

ตอนที่ 12 : Chapter 12 : Baby I'm sorry

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.พ. 60


Chapter 12 : Baby I’m sorry




“You and I…You and I love you , you and I love you girl~”

เสียงทุ้มนุ่มหยุดลงพลางวางสมุดแต่งเพลงลงบนตัก ชินดงอูมองเพื่อนสนิทที่กำลังจรดปากกาเขียนมาร์คอะไรต่อมิอะไรเพิ่มเติมลงในสมุดรูปหมาจิ้งจอกก่อนที่หน้าใสของจองจินยองจะเงยขึ้นมา

เนื้อเพลงก็มีประมาณเท่านี้แหละ นายพอจะมีไอเดียแต่งแร็พให้ฉันบ้างหรือเปล่า?” ปากสีส้มอ่อนเอ่ยถามเพื่อนใหม่ที่เพิ่งผูกมิตรทำความรู้จักกันได้ไม่นานมานี้ ประธานนักเรียนขยับแว่นเล็กน้อยพร้อมกับดึงสมุดบนตักจินยองมาทวนเนื้อเพลงอีกครั้ง

นายนี่แต่งเพลงเก่งเนอะชมจากใจระหว่างที่ใช้สายตากวาดดูเมโลดี้และเนื้อเพลงคร่าวๆ

เอาไปออดิชั่นหรือไม่ก็ทำเดโม่เองได้สบายเลย

ขอบายล่ะ ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้นแม้จะรู้ว่าตัวเองหน้าตาดีมีพรสวรรค์แบบโคตรเทพประทานแต่จินยองก็ไม่เคยสนใจที่จะทำอาชีพหรืองานประเภทนี้เลย ทั้งที่ความจริงแล้วก็มีแมวมองมาชวนเขาหลายต่อหลายคน แต่ถ้าเลือกได้เขาก็อยากที่จะเล่นดนตรีอย่างอิสระไม่มีการผูกมัดตามอารมณ์ศิลปินของตัวเองมากกว่าจึงได้เลือกทำอาชีพเปิดหมวกเป็นงานเสริม

เพลงดีๆอย่างนี้เก็บไว้คนเดียวไม่เสียดายแย่เหรอ

ไม่หรอกคนผมแดงแอบอมยิ้มคนเดียวเมื่อนึกถึงใครบางคนที่เขามักจะร้องเพลงที่แต่งให้ฟังก่อนเสมอเวลาจะเอาไปเล่นที่เมียงดง

เพลงนี้นายแต่งซะหวานเลย ตอนแต่งได้นึกถึงใครเป็นพิเศษหรือเปล่า?”

เพลงไหน

เพลงที่นายให้ฉันเอาไปแต่งแร็พไงชินวูพลิกแผ่นกระดาษไปที่หน้าสุดท้าย

“Sweet girl แค่ชื่อก็หวานแล้ว…” ประธานนักเรียนอ่านชื่อเพลงที่เขียนอยู่บนหัวกระดาษให้คนแต่งรู้ จินยองชำเลืองมองเนื้อเพลงที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆของตัวเองแล้วคลี่ยิ้มบางออกมาอีกครั้ง

อืมจะว่าอย่างนั้นก็ใช่นะ

“…?”

นึกถึงลูกหมาข้างบ้าน

เด็กน้อยที่แสนหวาน ฉันอยากจะโบยบินไปพร้อมกับนายเหมือนผีเสื้อ ทั้งวันนี้ วันหน้าและตลอดไป

 

        ปัจจุบัน

        “จินยอง

        “…”

        “จองจินยอง

        “หะฮะ!?” คนผมแดงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนสนิทที่แอบคิดไม่ซื่อกับตัวเอง ชินวูก้าวขาเนิบๆเดินเข้ามาหาคนที่กำลังยืนเหม่อใจลอยอยู่หน้าประตูโรงเรียนพลางเอื้อมมือมาแตะไหล่ให้ได้สติ บ่อยครั้งที่พักนี้เพื่อนร่วมชั้นของเขามักจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ฉันลองไปถามบาโรกับซานดึลมาให้แล้ว

อะ..อื้ม

พวกนั้นบอกว่ากงชานมาโรงเรียนตามปกติ แต่ตอนนี้กลับไปนานแล้วล่ะ

“…”

นายโอเคอยู่หรือเปล่า?”

งั้นเหรอขอบใจนะ

เหมือนมีค้อนปอนด์หนักๆมาทุบที่หัวของจินยองเป็นรอบที่สี่ของอาทิตย์นี้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่แยกกันตอนพักกลางวันกงชานก็ไม่เคยมาปรากฎหน้าให้เขาเห็นอีกเลย เย็นวันนั้นจินยองก็มารอคนผมดำไปเล่นดนตรีเปิดหมวกด้วยกันตามปกติ แต่ไอ้ลูกหมากลับเบี้ยวนัดไม่ยอมมาซะเฉยๆ ไม่มีการส่งเมสเสจหรือโทรมาบอกก่อนล่วงหน้า ตอนเช้าก็ไม่มีเสียงหวานมาออดอ้อนขอติดรถไปโรงเรียนด้วยเหมือนเคย หรือแม้แต่ตอนพักกลางวันที่ปกติจะเป็นช่วงเวลาโปรดของไอ้หมาน้อยก็ยังไม่มีแม้แต่เงาเดินเฉียดเข้ามาในห้องหรือกระแซะขอกินข้าวด้วยจนผิดวิสัย

ก็เลยกลับกลายเป็นว่าสี่วันที่ผ่านมานี้จินยองต้องนั่งกินข้าวกับชินวูโดยไม่มีทางเลือก ถามว่าดีมั้ย…? เขาก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าก็เป็นเรื่องดีที่จะได้มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกคน แต่จะให้รู้สึกดีเหมือนเวลาที่อยู่กับกงชานก็คงจะเป็นไปไม่ได้จินยองยอมรับว่าตัวเองค่อนข้างเคยชินกับการที่ต้องมานั่งป้อนข้าวให้คนตาแป๋วทานแทบทุกมื้อทั้งที่มือไม้ก็ยังมีครบสามสิบสอง การที่มีรุ่นน้องมาทำตัวน่ารักใส่หรือชอบเอาหน้ามาถูไถกับส่วนต่างๆของร่างกายก็กลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน หรือแม้แต่โยเกิร์ตผสมโกโก้ครันช์ในตอนเช้าคนผมแดงก็รู้สึกหวิวๆที่ไม่มีใครมาแย่งกินเหมือนเดิมอีกต่อไป

หลายครั้งที่จินยองชะเง้อมองข้ามรั้วบ้านไปอีกฝั่งหนึ่งก็มักจะเห็นแต่แสงไฟสีส้มที่เปิดสว่างโร่อยู่ในห้องนอนชั้นบน แต่บริเวณริมรั้วและสวนข้างบ้านกลับว่างเปล่าราวกับว่ากงชานตั้งใจจะหลบหน้าเขา

ไอ้ลูกหมามันเป็นบ้าอะไรของมัน คิดจะเล่นซ่อนหาสงครามประสาทกันรึไง -*-

ชินดงอูเหลือบมองจองจินยองที่ลอบถอนหายใจด้วยแววตากังวล ก่อนจะดึงหูฟังข้างหนึ่งออกจากหูเพื่อนแล้วนำมาเสียบเข้ากับหูตัวเองด้วยความใคร่รู้ว่าตอนนี้คนผมสีไวน์กำลังฟังอะไรอยู่

ฟังเพลงนี้อีกแล้วชินวูว่ายิ้มๆเมื่อได้ยินทำนองคุ้นหูดังขึ้นมา ใบหน้าหันไปมองคนผมแดงที่กำลังทำหน้ายับยู่ยี่เหมือนในใจกำลังคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นัก

ฉันยืนอยู่ตรงนี้แต่นายกลับมองหาใครกันน่ะจินยอง

ไม่ใช่ว่าชินวูจะไม่รู้ซะทีเดียวว่าเพลงที่เพื่อนชอบฟังบ่อยๆนั้นเจ้าตัวตั้งใจจะแต่งให้ใคร แต่อย่างน้อยช่วงเวลาที่อยู่กับเขาขอแค่ไม่มีชื่อกงชานชิคอยู่ในหัวใจของคนข้างๆบ้างก็พอขอแค่เวลานั้นเวลาเดียว

วันนี้นายจะไปเปิดหมวกมั้ย?” เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวคนเป็นเพื่อนจะไปทำงานไม่ไหว

ไม่ดีกว่า วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน เจอกันวันจันทร์นะไอ้หมีเป็นจริงอย่างที่คิด จินยองสะพายเคสกีตาร์ให้กระชับกับแผ่นหลังมากขึ้นก่อนจะหันมาดึงสายหูฟังออกจากหูประธานนักเรียนแล้วเดินไปยังลานจอดรถใกล้ๆ ชินวูมองร่างสูงสมส่วนที่ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกนอกโรงเรียนไปจนลับสายตา ดวงตาในกรอบแว่นพยายามที่จะฝืนยิ้มให้แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน

นานแค่ไหนฉันก็จะรอจองจินยอง

ร่างสูงโปร่งของคนผมแดงตั้งขาตั้งมอเตอร์ไซค์ไว้หน้าประตูบ้าน มือขาวออกแรงเลื่อนเปิดประตูเพื่อเตรียมนำรถเข้าสู่เคหสถานแต่ก็ยังไม่ลืมเดินไปสำรวจดูกล่องจดหมายที่ติดไว้หน้ารั้วตามกิจวัตรประจำวัน คิ้วหนาพันขมวดมุ่นเมื่อเห็นกล่องสีขาวประหลาดตาถูกร้อยเข้ากับเชือกเส้นเล็กๆแขวนไว้ที่กล่องใส่จดหมาย

อะไรวะใครส่งระเบิดมาป่ะเนี่ย! -_-;;

เหมือนคนที่ส่งมาจะรู้ทันความคิดถึงได้ติดโพสต์อิทสีชมพูเรืองแสงแสบตาเอาไว้หน้ากล่องพร้อมเขียนหนังสือตัวขนาดเท่าหม้อแกงกำกับไว้ ทันทีที่เห็นจินยองก็รู้ได้ทันทีว่าใครส่งมาโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

แกะไปเถอะฮะ มันไม่ใช่อะไรอย่างที่ฮยองคิดหรอก

พออ่านจบก็เบาใจที่มันไม่ใช่ปืนหรือระเบิดอย่างที่จินตนาการไว้ จินยองเอื้อมมือไปแกะฝากล่องดูด้วยความข้องใจ กงชานชิคคิดจะเล่นอะไรของเขาอีกล่ะทีนี้ ส่งแต่กล่องมาและไอ้ตัวแสบมันหายไปไหน

เฮดโฟนสีดำเหลือบแดงดูเข้ากับสีผมรุ่นพี่ที่เป็นคนรับของถูกหยิบขึ้นมาจากกล่องขนาดกระทัดรัด ตามด้วยกระดาษโน้ตอีกแผ่นที่ติดไว้ข้างๆกันในกล่อง เรียกรอยยิ้มจากคนผมแดงได้เป็นครั้งแรกในรอบสี่วันที่ผ่านมา

ตาเรียวคมตวัดมองไปที่รั้วข้างๆบ้านทันทีที่อ่านข้อความในนั้นจบก่อนจะระบายหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน อารมณ์หงุดหงิดค้างคาใจที่สะสมมาหลายวันหายเป็นปลิดทิ้งเพียงเพราะแค่กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆสองแผ่นกับข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมา มือใช้คล้องเฮดโฟนอันสวยเข้ากับต้นคอตัวเองพลางอมยิ้มอยู่คนเดียวจนตาเรียวเล็กหยียิ่งกว่าเดิม หากจะให้จินตนาการถึงสีหน้าและน้ำเสียงของคนที่ส่งของมาให้ตอนที่พูดประโยคนี้ล่ะก็ปากบางสีชมพูใสคงจะงุ้มลงพร้อมช้อนตาแป๋วสีดำขลับขึ้นมามองด้วยอารมณ์น้อยใจก่อนจะเอ่ยเสียงหวานห้วนๆอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

ใช้ด้วยนะฮะ จะได้ไม่ต้องไปแบ่งหูฟังใช้กับใครอีก

เด็กน้อยกงชานชิคดูเหมือนว่าจะยังไม่โตซะทีแฮะถึงได้ทำตัวน่ารักแสนงอนไม่เลิกอย่างนี้ ที่แท้ไอ้หมาน้อยก็แอบมองเขาอยู่ตลอดเวลาไม่ได้จากไปไหนเลย

ตอนนี้ฮยองพอจะเข้าใจนายแล้วล่ะเด็กดี

 

05.56 PM.

ร่างบางของหนุ่มน้อยผมดำเดินหิ้วถุงขนมพะรุงพะรังขึ้นมากินบนห้องนอนพลางบิดลูกบิดประตูแล้วปิดลงด้วยความยากลำบาก โยนถุงขนมลงบนเตียงอย่างเซ็งๆก่อนที่ร่างวัยกำลังโตจะทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วใช้ส้นเท้ากระแทกลงกับฟูกนุ่มอย่างหัวเสียเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็นมาสดๆร้อนๆเมื่อเย็นก่อนจะกลับบ้าน

ฮยองบ้า!ฉีกซองขนมมาร์ชแมโล่ออกอย่างแรงแล้วยัดเข้าปากระบายอารมณ์ พอหันไปเห็นตุ๊กตาหมีตัวยักษ์ที่วางประจำอยู่ตรงปลายเตียงมานานแล้วตาใสก็เริ่มขวางด้วยความพาล

ตุ้บ!

ตุ๊กตาหมีกลิ้งหลุนๆก่อนจะลงไปนอนจูบกับพื้นเพราะโดนกำปั้นคนผมดำทุบใส่หัวยัดนุ่นเสียเต็มแรง สมน้ำหน้า! อยากเกิดมาหน้าตาเหมือนพี่ชินวูทำไมล่ะ -*-

ระบายอารมณ์กับผู้เคราะห์ร้ายได้แล้วมือก็หันไปฉีกมาร์ชแมโล่อันต่อๆไปเข้าปากไม่ยั้ง แก้มใสป่องออกเพราะถูกบรรจุด้วยขนมอยู่เต็มอัตรา แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจยังคงเคี้ยวของหวานตุ้ยๆก่อนจะกลืนลงคอไปทั้งหมด

กินอย่างนั้นระวังติดคอนะ

เสียงคนที่กำลังนึกถึงอยู่ดังมาจากทางหน้าต่างของห้อง จินยองเอามือลูบหยอกล้อกับกลีบกุหลาบขาวที่ปลูกใส่กระถางไว้ตรงริมหน้าต่างพลางหันกลับมาเท้าแขนมองรุ่นน้องอย่างขำๆ

กงชานเอามือขยี้ตาพร้อมกระพริบถี่ๆเพื่อให้แน่ใจว่าภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอนที่สร้างขึ้นมาเอง นี่เราคิดถึงพี่จินยองจนเก็บเอามาคิดได้เป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฉายเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติซะด้วย ดูจากคำพูดท่าทางนี่เหมือนเชียว =_=;;

ฝุ่นเข้าตาเหรอคนตรงหน้าวางกระถางกุหลาบลงแล้วเดินเข้ามานั่งขัดสมาธิข้างๆกันบนเตียง มืออุ่นที่มีสัมผัสคุ้นเคยใช้เกลี่ยเปลือกตาสวยให้รุ่นน้องอย่างอ่อนโยน ไม่ใช่ละ! ภาพหลอนบ้าอะไรขนาดสัมผัสยังเหมือนขนาดนี้ ยิ่งมีกลิ่นหอมเลม่อนอ่อนๆโชยมาจากร่างสูงของรุ่นพี่ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กงชานชิคได้ว่าตอนนี้จินยองได้อยู่ในห้องเขาจริงๆ

ฮยองเข้ามาได้ยังไงร่างบางผงะออกเล็กน้อยด้วยความตกใจปนประหลาดใจไปพร้อมๆกัน ตาสีดำขลับแอบสังเกตเห็นเฮดโฟนที่ตัวเองซื้อให้ถูกคล้องอยู่บนต้นคอขาวทำให้คนผมแดงมองตามสายตาอย่างรู้ทัน

เท่ใช่มั้ยล่ะ”  จินยองเอียงคอเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งมาวางไว้ใต้คางทำท่าเก๊กหล่อให้ดู ก็มีแต่ไอ้ลูกหมานี่แหละที่ได้เห็นมุมปกติที่ดูเป็นกันเองแบบนี้ของเขา

ผมถามว่าเข้ามาได้ยังไง

"เอาคอปเตอร์ไม้ไผ่แปะบนหัวแล้วบินเข้ามา"

"..."

"โอเคๆ บอกก็ได้ ฉันก็ปีนหน้าต่างขึ้นมาน่ะสิเด็กโง่"  จินยองตอบติดยิ้ม ท่าทางชิลๆที่แสดงออกมาทำให้กงชานถึงกับต้องขมวดคิ้วสวยเป็นโบว์อีกรอบ

เดี๋ยวก็ตกลงไปคอหักตายหรอก ทีหลังห้ามทำอย่างนี้อีกนะฮะ

ทำไม? เป็นห่วงฉันด้วยหรือไง?” ตาหยีหันไปยิ้มให้รุ่นน้องพลางหันไปประจันหน้ากันตรงๆ ไอ้หมาน้อยเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะตอบคำถามด้วยคำตอบสุดเบสิคที่กวนทีนระดับท็อปเท็นของโลก

ไม่รู้ตอบเสร็จหน้าใสก็เบือนไปทางอื่นพลางทำท่าจะลุกขึ้นเดินหนีออกจากห้องไป มือของรุ่นพี่รีบออกแรงดึงคว้าข้อมือให้คนผอมเพรียวกลับมานั่งที่เดิมส่งผลให้กงชานเสียหลักลงไปกองแหมะอยู่บนตักนุ่มของจินยองแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงสภาพหน้าปั้นปึ่งเอาไว้

งอนรึไงฮึไอ้ลูกหมา

“…” แขนยาวโอบรอบเอวคนผมดำไว้อย่างเคอะเขินเพราะบทจะหื่นหรือหวานทีไรกงชานชิคก็มักจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกรอบ จนจินยองรู้สึกไม่เคยชินเมื่อตัวเองต้องมารับบทบาทนี้บ้าง

เรื่องชินวูหรือเปล่า?” คนผมแดงพยายามจะเดาทางรุ่นน้อง

อืมคราวนี้หัวทุยของคนบนตักยอมผงกรับ แม้จะเป็นคำตอบสั้นๆแต่ก็ยังดีกว่าไม่พูดอะไรเลย

ทำไม…? เรื่องที่เขาเช็ดปากให้ฉันแล้วนายเผลอทำช้อนหักอ่ะนะพอคิดถึงเรื่องนี้จินยองก็อดที่จะขำก๊ากไม่ได้ เห็นกงชานชิคหน้าตาบ้องแบ๊วอย่างนี้แต่เวลาหึงทีก็แรงใช่ย่อยเหมือนกันนะ

ก็ฮยองทำเหมือนเห็นเขาสำคัญกว่าผมนี่สีหน้ารุ่นน้องผมดำไม่มีแววตลกด้วย คนผมแดงจึงหยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งฟังคนหน้ามุ่ยระบายเงียบๆทั้งที่ในใจอยากจะยิ้มแก้มแทบแตกด้วยความขำ

คุยอะไรกันก็ไม่รู้อยู่สองคน ผมยืนอยู่หน้าห้องตั้งนานรุ่นพี่ยังมองไม่เห็นเลยเอาเข้าไปยิ่งพูดหน้ายิ่งหงิกกว่าเดิมอีก สงสัยคงจะงอนจริงจังแฮะ

แล้วก็เห็นซาซิมิของเขาดีกว่าต๊อกโบกีของผมด้วย ผมเห็นนะตอนฮยองเปิดกล่องนี่ทำตาวาวเชียว ถ้าฮยองชอบกินผมจะทำให้ซักร้อยกล่องก็ได้กงชานหน้าคว่ำทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องวันนั้น กลับบ้านมาก็ต้องเอาออกมาเททิ้งอีก เสียดายของชะมัด

ก็ไหนนายบอกว่าไม่ได้เก็บเอาไว้ให้ฉันไง ฉันจำได้ว่านายบอกว่าเพิ่งซื้อมาใหม่ตอนพักกลางวันไม่ใช่เหรอ

ก็ตอนนั้นผมน้อยใจอยู่นี่ฮะเสียงหวานโพล่งอย่างสุดกลั้นเมื่อรู้ว่าคนที่งอนเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ร่างจินยองสั่นเล็กน้อยเพราะพยายามกลั้นหัวเราะกับคำสารภาพตรงๆ เด็กน้อยเอ๊ยเรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ ^^

รุ่นพี่ไม่ปฏิเสธเวลาที่เขาเข้ามานั่งใกล้ๆ ยอมกินข้าวกับเขาสองคนในห้องก่อนที่ผมจะเดินมาถึงซะอีก แถมยังชวนเขาไปเล่นดนตรีเปิดหมวกด้วยกันทั้งที่เพิ่งสนิทกันได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ทีตอนผมขอกินข้าวด้วยรุ่นพี่ก็ถอยหนี พอผมขอไปที่เมียงดงด้วยก็ยังปฏิเสธแทบตายกว่าจะยอมให้ไป ทำไมฮะ? แค่พี่ชินวูเขาช่วยแต่งเพลงให้นิดหน่อยก็ถึงกับต้องตอบแทนน้ำใจเขาด้วยวิธีนี้หรือไง กับแค่แต่งท่อนแร็พผมก็แต่งให้ฮยะ…”

เสียงบ่นขาดห้วงไปเพราะถูกปากนุ่มอุ่นของรุ่นพี่กลืนคำพูดนั้นไปเสียก่อนที่จะพูดอะไรยืดยาวไปมากกว่านี้ จินยองกดสัมผัสดูดริมฝีปากหวานของรุ่นน้องอยู่ซักพักจึงค่อยปล่อยออกเพราะรู้ว่าคนผมดำชอบจูบที่ไม่หวือหวาเท่าไหร่นัก ใบหน้าหวานใสของกงชานดูขึ้นสีมาเล็กน้อยหลังจากที่ได้รับสัมผัสนั้นไปแล้ว เสียงเรียบเอ่ยถามคนอายุมากกว่าในขณะที่ใบหน้ายังอยู่ใกล้ชิดกันท่าเดิม

ฮยองรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าทำอะไรลงไป

ฉีดวัคซีนให้นายไง จะได้หายบ้าซะที” ดวงตาเรียวรีหลุบต่ำ ใบหน้าของจินยองเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากกงชานเท่าไหร่นัก ออกจะแดงมากกว่าเสียด้วยซ้ำเพราะครั้งนี้เป็นจูบแรกที่เขาตั้งใจ ไม่ได้เผลอไผลไปตามอารมณ์แบบที่แล้วๆมา

"ฉีดวัคซีน?" ปากสีชมพูทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

"ฉันทำอย่างนี้กับนายแค่คนเดียว ฉีดเข็มนี้เสร็จแล้วก็เลิกบ้าหันกลับมาคุยกันดีๆซะที นายไม่อ้อนฉัน ไม่ได้อยู่กินข้าวกับฉันมานานกี่วันแล้วห๊ะไอ้ลูกหมา ไหนสัญญาว่าจะขึ้นมาหาฉันทุกวันไง" จินยองรีบก้มหน้าก้มตาพูดสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานสี่วันด้วยความอาย

"รุ่นพี่คิดถึงผมเหรอฮะ?"

"เออสิ ไม่งั้นฉันจะลงทุนปีนหน้าต่างขึ้นมาฉีดวัคซีนให้นายทำไมล่ะ น่าอายชะมัด" กงชานระบายยิ้มด้วยความขำที่รุ่นพี่ผมแดงสามารถหาคำอื่นมาใช้อ้างแทนคำว่าจูบได้ทุกครั้งไป บวกกับได้ยินคำว่าคิดถึงออกมาจากปากของรุ่นพี่จอมปากหนักอย่างจินยองด้วยแล้วคนผมดำก็เลยอดที่จะดีใจไม่ได้

ฮยองรู้มั้ยฉีดอย่างนี้ผมยิ่งบ้าหนักกว่าเดิมอีกริมฝีปากสีชมพูหวานกดทับกลับลงมาตักตวงความหอมละมุนจากคนที่ให้ตัวเองนั่งตัก ปากบางใช้ขบเม้มริมปากสีส้มของจินยองเบาๆแต่เนิ่นนานให้คุ้มกับระยะเวลาที่พลาดโอกาสไม่ได้ตรวจการบ้านนานถึงสี่วัน คนรุ่นพี่เองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ปล่อยให้คนผมดำได้ทำตามใจเต็มที่แม้ว่าตัวเองจะอายจนอยากแทรกหมอนกับตุ๊กตาส้มบนเตียงหนีได้แล้วก็ตาม สัมผัสหวานเริ่มเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ของรุ่นน้องที่เป็นคนคุมเกม

อื้ออออ~” เสียงจินยองครางอื้ออึงออกมาจากลำคอเบาๆเมื่อคนบนตักเฟ้นปากตามอารมณ์อย่างเอาแต่ใจ ตาหวานสวยค่อยๆปรือขึ้นมามองรุ่นพี่ที่ส่งเสียงทักท้วงขึ้นมาเพราะกำลังจะหมดลมแล้วจึงปล่อยริมฝีปากได้รูปสวยคู่นั้นให้เป็นอิสระ จินยองหอบหายใจเอาลมเข้าปอดแต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตารุ่นน้องตรงๆอยู่ดี จนกงชานต้องเป็นฝ่ายแซวขึ้นมา

แล้วทำอย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรเหรอฮะพี่จินยองโทนเสียงรุ่นน้องเริ่มกลับมาน่ารักเหมือนเดิม แสดงว่าเจ้าตัวคงเริ่มอารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว

ก็คงคิดค่าดอกเบี้ยทบต้นหรือไม่ก็ค่าต้นทุนเสียโอกาสของนายล่ะมั้ง -///-ตอบเสร็จคนผมแดงก็ก้มหน้ามองฟูกเตียงอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกงชานถึงกับปล่อยขำออกมา

แค่พูดคำว่าจูบมันยากนักเหรอฮะฮยองทำตาวิบวับใส่คนผมแดงอย่างล้อเลียนจนจินยองทำหน้าไม่ถูกไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้คนที่กัดริมฝีปากตัวเองอยู่จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

"นายอย่าหายไปไหนอย่างนี้อีกนะกงชาน"

คนผมแดงยังคงไม่จ้องหน้ารุ่นน้องเวลาที่พูดอยู่เหมือนเดิม แต่น้ำเสียงที่พูดครั้งนี้แสดงออกถึงความจริงจังจนกงชานได้เพียงแต่นั่งอยู่บนตักนิ่งๆรอฟังคนรุ่นพี่พูดต่อไป

"ที่ตอนแรกฉันไม่อยากให้นายเข้าใกล้ก็เพราะฉันไม่ชอบเวลาที่ตัวเองคิดเรื่องนายทั้งๆที่ในใจยังมีเด็กน้อยอีกคนอยู่ตลอดเวลาเก้าปีที่ผ่านมา"

"..."

"ฉันไม่ชอบให้นายเข้ามาอ้อนหรือพูดคุยกับฉันเพราะนายชอบทำให้ฉันเสียศูนย์ ในขณะที่คนอื่นไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน นายเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ ฟังดูบ้าใช่มั้ยล่ะ"

"..."

"ฉันกลัว...กลัวว่าจะต้องผูกพันกับนายเข้าซักวันหนึ่ง ก็เลยต้องทำท่าเก๊กใส่นายไว้ก่อนตอนที่เจอกันแรกๆ แต่นายก็ประหลาดพอกันนั่นแหละ...ขนาดฉันแกล้งทำตัวเพี้ยนยังจะเข้ามากระแซะอยู่ได้" ทั้งคนอธิบายและคนฟังหัวเราะออกมาพร้อมกัน กงชานส่งยิ้มให้จินยองอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมดแล้วพลางตอบคนผมแดงไปสั้นๆ

"ฮะ ผมเข้าใจแล้ว"

นายยังงอนอะไรฉันอยู่อีกหรือเปล่า?”

ดูเหมือนพี่อยากเคลียร์ให้หมดทุกประเด็นเลยนะสายตาเจ้าเล่ห์เหลือบขึ้นมามอง

ฉันก็แค่ไม่อยากเห็นนายทำหน้าเป็นลูกหมาลำไส้ตันเหมือนเมื่อสี่วันที่ผ่านมาเท่านั้นเองก็เลยเล่าให้ฟังคนผมแดงพอจะรู้แกวจึงตอบแบบเลี่ยงๆไป ความจริงก็อายอยู่เหมือนกันที่ต้องมาสารภาพความในใจจนหมดเปลือกก็เพื่อจะมาง้อไอ้ลูกหมานี่ตัวเดียว แต่ถ้าแลกกับการได้กงชานกลับคืนมาล่ะก็...จองจินยองก็ยอมทำ

ก็ที่พูดมาเมื่อกี้ก็น่าจะหมดแล้วมั้งฮะดวงตาบ้องแบ๊วเหลือบขึ้นมองข้างบนเหมือนคนกำลังครุ่นคิด แต่ที่หงุดหงิดที่สุดก็เรื่องต๊อกโบกีนี่แหละ

ไอ้เรื่องไม่เป็นเรื่องเนี่ยนะที่ทำให้นายงอนฉันไปตั้งสี่วัน -0-;;”

“ฮะ เพราะถ้าเป็นเรื่องหูฟังกับที่ฮยองโดนพี่ชินวูหลอกเช็ดปากล่ะก็ผมบอกเลยว่าผมไม่ได้งอน

อ้าว ทีอย่างนี้ทำไมนาย…”

ผมหวงเลยต่างหากกงชานจ้องตาเรียวรูปสระอิของรุ่นพี่จริงจัง คนผมแดงเกิดอาการหน้าร้อนฉ่าเมื่อจมูกโด่งของคนรุ่นน้องโน้มเข้ามาดุนๆกับปลายจมูกตัวเองอย่างออดอ้อน หวงมากๆเลยด้วย

อะ..อืม ฉันก็พอจะรู้อยู่หรอก เห็นตอนนั้นนายทำหน้าอย่างกับลูกหมาหวงเจ้าของไม่มีผิด

ขนาดนั้นเลย?”

อีกนิดเดียวคือกระโดดงับคอชินวูได้แล้วล่ะ

ฮ่าๆ หมากับแวมไพร์มันต่างกันอยู่เยอะนะฮะรุ่นพี่

ก็นายทำหน้าอย่างนั้นจริงๆนี่

ฮะ แต่ดูรุ่นพี่พูดเปรียบเทียบเข้าสิปากสีชมพูยู่เล็กน้อยก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆไถลตัวเองลงไปนอนหงายหนุนตักคนรุ่นพี่แทน นั่งแช่บนตักนานๆอย่างนี้ฮยองคงจะเมื่อยแย่แล้ว ตอนนี้น้ำหนักตัวเขาก็ใช่ว่าจะเท่ากับเด็กน้อยเมื่อเก้าปีก่อนซะเมื่อไหร่ จินยองมองดูรุ่นน้องที่กำลังเปลี่ยนอริยาบถอย่างน่ารักพลางใช้มือลูบผมดำขลับสุขภาพดีด้วยความเอ็นดู กงชานหลับตาพริ้มรับสัมผัสอ่อนโยนที่ไล้วนอยู่หัวอย่างสบายใจ นี่เขากำลังจะกลายเป็นลูกหมาของจินยองไปแล้วจริงๆสินะ

นายกลัวว่าฉันจะชอบชินวูมากกว่านายงั้นเหรอกงชาน

เรื่องแบบนี้ฮยองก็ต้องคิดเองบ้างสิฮะเสียงหวานตอบรับเบาๆขณะที่กำลังใช้หน้าใสซุกไซ้อยู่บนตัก

เด็กดีฉันรักนายที่สุดแล้วหน้าคนพูดแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดยามเมื่อพูดสิ่งที่ตรงกับความคิด แม้หัวใจของจินยองจะไม่ได้อยู่ที่ตักแต่กงชานก็รู้ว่ามันกำลังทำงานอย่างหนัก รอยยิ้มละไมฉายอยู่บนหน้ามอบให้คนรุ่นพี่ก่อนสัมผัสนุ่มจะเปลี่ยนมาเป็นซุกไซ้ที่หน้าท้องอุ่นแทนเหมือนเป็นการขอบคุณ

นานๆพี่จินยองจะพูดอะไรหวานๆออกมาได้ทีหนึ่ง โอกาสแบบนี้หาได้ยากจะตายไป

แต่พี่ก็ยังชอบซาซิมิเขามากกว่านี่นาเหมือนว่ากงชานจะเพิ่งนึกขึ้นได้

ถ้านายเอาต๊อกโบกีมาให้ก่อนฉันก็จะกินของนาย"

"ทั้งที่รุ่นพี่ชอบกินซาซิมิมากกว่าน่ะเหรอฮะ"

"อืม"

แต่ลายกล่องข้าวของพี่ชินวูเขาน่ารักกว่านี่ ฮยองชอบอะไรน่ารักๆไม่ใช่เหรอ

ฉันไม่สนใจกับไอ้แค่กล่องข้าวสีชมพูลายแพนด้าหรอกน่าคนผมแดงว่ายิ้มๆ ไอ้ลูกหมาคงจะง่วงแล้วสิท่าถึงได้พูดจาเลอะเทอะออกนอกทะเลไปซะไกลเชียว

“…” ไร้เสียงตอบรับจากคนบนตัก จินยองก้มลงมองคนผมดำที่นอนหนุนต้นขาตัวเองอยู่พลางยิ้มออกมา ขนตายาวสวยเรียงเป็นแพอยู่บนใบหน้าใส เปลือกตาบางหลับพริ้มลงรับกับจมูกและปากจิ้มลิ้มน่ารัก กงชานชิคคงหลับไปแล้วจริงๆ วันนี้ก็น่าจะเหนื่อยจากที่โรงเรียนมาทั้งวันถึงได้หมดแรงง่ายดายขนาดนี้

ฉันสนคนที่เคยนั่งกินอยู่ด้วยกันทุกวันมากกว่า นายน่ารักกว่าแพนด้านั่นอีกจะกลัวอะไรฮึ?” คนผมแดงพูดออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าสบโอกาสเหมาะ มือขาวใช้ยีผมนุ่มสีดำด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะโน้มตัวลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างไม่ขัดเขินอีกต่อไป

จริงนะจู่ๆตาแป๋วก็ลืมขึ้นมาจ้องตาเรียวสวยที่กำลังโน้มอยู่ใกล้สายตาตัวเอง จินยองเบิกตาโตด้วยความตกใจก่อนจะรีบถอนริมฝีปากออกจากหน้าไอ้ลูกหมาตัวแสบแทบไม่ทัน

นายยังไม่หลับนี่! O///O”

ถ้าหลับผมก็ไม่ได้ยินอะไรดีๆน่ะสิมือซนเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยแก้มแดงจัดของจินยองพลางหัวเราะร่า ตาของจินยองตวัดค้อนพยายามจะเก๊กทำเป็นดุแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะยังไงก็ยังได้สายตาล้อเลียนจากรุ่นน้องอยู่เหมือนเคย

แสบนักนะนิ้วเรียวดีดเป๊าะลงกลางหน้าผากคนที่นอนหนุนตักอยู่

ไม่เท่าฮยองหรอก มาลักหลับผมทำไมก็ไม่รู้

ชานชิค!

เขินเหรอฮะ กิ๊วๆ ^^”

เออ!ยอมรับง่ายๆอย่างนี้แหละ กิ๊วบ้านนายสิไอ้เด็กบ้า

สงสัยจังว่าพี่จินยองจอมท่ามากคนก่อนหายไปไหนแล้ว

ปากบางใช้ขบหน้าท้องคนผมแดงเบาๆเลยได้รับสัมผัสแรงๆที่ตีลงบนแขนดังแป๊ะไปหนึ่งที

"นี่! นอนเฉยๆอย่าซนได้มั้ย"

"โอ๊ะ! ดูเหมือนว่าจะยังมีฟอร์มเหลืออยู่บ้างนะฮะเนี่ย" กงชานไม่เลิกแซวง่ายๆ ท่าขรึมๆและความฟอร์มเยอะของจินยองมันหมดไปกับรุ่นน้องข้างบ้านคนนี้จนไม่รู้จะเอาอะไรมาให้เสียอีกแล้ว

ฟอร์มพี่เริ่มหายแล้วนะรู้ตัวมั้ย แต่ก่อนฮยองออกจะเล่นตัวกับผมจะตายนิ้วโป้งใช้ลูบจมูกโด่งของรุ่นพี่ผมแดงเล่นพลางหัวเราะคิกคัก ก็ใช่แต่นั่นมันก่อนที่จินยองจะรู้ว่ากงชานชิคคือเด็กที่ร้านหนังสือคนนั้น พอรู้แล้วก็เหมือนว่าจะมีอะไรหลายอย่างที่เปลี่ยนไปและเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

จากที่รักอยู่แล้ว...ก็กลายเป็นรักมากกว่าเดิมจนไม่รู้จะหยุดยังไง

มั่วแล้วนายน่ะ

เหลือก็แต่ปากแข็งกับขี้อายนี่แหละ ไม่รู้จะแก้ยังไงดี

"ฉันบอกว่าไม่ต้องพูดแล้ว

แน่ะ ยังจะทำหน้าแดงอีก สงสัยต้องสร้างความเคยชินทุกวันแล้วล่ะมั้ง ^^” คนหน้าหวานบนตักยิ้มพราวเจ้าเล่ห์

ใครมันจะไปหน้าด้านหน้าทนอ้อล้อได้ทุกสถานการณ์แบบนายล่ะพูดจบจินยองก็รีบถอดเฮดโฟนที่คล้องอยู่บนคอแล้วจัดการครอบใส่หูกงชานไปทันทีเพื่อแก้เขิน

ฟังซะ จะได้หยุดพูดมากซะทีบอกระหว่างที่เลื่อนมือเลือกไฟล์เพลงที่กดเล่นเป็นประจำ นิ้วชี้อีกข้างแตะอยู่บนริมฝีปากของรุ่นน้องเพื่อไม่ให้พูดอะไรมากกว่านี้ กงชานยิ้มด้วยความขำแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งเพลงเล่นไปได้ซักพักตาแป๋วจึงช้อนขึ้นมาสบตาเจ้าของตักนุ่ม

เพราะจังหมาน้อยกระพริบตาปริบๆ

นายชอบมั้ย

ฮะ ทำนองหวานมากเลยมือบางใช้ครอบเฮดโฟนเพื่อให้ฟังเสียงได้ชัดมากว่าเดิม แถมความหมายก็ดีด้วย

มันชื่อเพลง Sweet girl” คนผมแดงว่ายิ้มๆ

ใช่เพลงนี้หรือเปล่าที่ฮยองให้พี่ชินวูแต่งท่อนแร็พให้

อืม ฉันแค่อยากให้เพลงนี้มันออกมาดีที่สุดน่ะ เพราะมันสำคัญกับฉันมากจินยองอธิบายเมื่อเห็นกงชานทำหน้ามุ่ยอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อตัวการที่ทำให้ไม่สบอารมณ์

นายรู้มั้ยว่าทำไมต้องเป็นเพลงนี้มือนุ่มเกลี่ยเส้นผมสีดำที่ระหน้าผากคนขี้งอนไปด้วยในขณะที่พูด

ฮยองอยากเล่าก็เล่าไปสิฮะ มาถามผมทำไม

เพลงนี้ฉันแต่งให้ลูกหมาข้างบ้าน

“…!”

แต่ไอ้ลูกหมานั่นดันงอนตุ๊บป่องไปไหนซะก่อนก็เลยไม่ได้อยู่ฟังจินยองลอยหน้าลอยตาพูดเมื่อเห็นกงชานแทบจะกระเด้งตัวขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองก็แอบมีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งเพลงนี้ด้วย

ฮยองแอบไปแต่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ร่างบางยุกยิกยันตัวขึ้นมานั่งบนตักเหมือนเดิมทำให้คนอายุมากกว่านิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะน้ำหนักตัวที่กดทับอยู่บนหน้าขามันหนักไม่ใช่เล่น

นานแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนายเลย

เมื่อเก้าปีก่อนเหรอ?”

บ้าหรือไงหัวเราะร่วนพลางเอามือดันหัวรุ่นน้อง

“อ้าว ก็ฮยองบอกครั้งแรกที่เจอกัน

สิบขวบฉันจะมีปัญญาแต่งได้เท่านี้มั้ยล่ะไอ้ลูกหมา ฉันหมายถึงตอนที่นายมาแอบดูฉันเล่นกีตาร์ให้แกะฟังต่างหาก -_-^”

“อ่อ ทำไมถึงได้ใจง่ายจัง เจอกันครั้งแรกตอนนั้นพี่ก็ตกหลุมรักผมแล้วเหรอกงชานพูดติดตลกแซวคนผมแดงที่กำลังทำหน้าแยกเขี้ยวใส่ตัวเองอยู่ ดูยังไงหน้าของรุ่นพี่ก็ไม่มีแววน่ากลัวเลยซักนิดกลับออกจะเท่แบบน่ารักซะมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่ความจริงตอนนั้นฉันก็แต่งได้ไม่เยอะเท่าไหร่

แล้ว…?”

เพิ่งจะมาแต่งเสร็จทีเดียวเลยก็วันนั้น…”

วันไหนฮะ?”

วันที่นาย... เอ่อ..วันที่นายเข้ามาช่วยฉันแปะดาวในห้องระดับเสียงของจินยองเริ่มลดลง

อ๋ออออ~” เสียงหวานลากยาวพลางเอียงใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจ้องดวงตาเรียวได้รูปที่พยายามหลบสายตาพลางกระซิบล้อเลียนเพราะรู้ว่าคนรุ่นพี่กำลังอายเรื่องอะไร

ครั้งแรกที่เราตรวจการบ้านกันนี่เอง ^^”

ทะลึ่ง!

ทะลึ่งกว่านี้เราก็เคยทำมาแล้วนี่นากงชานแกล้งขยับสะโพกมนที่อยู่บนตักเล็กน้อยพอให้ยั่วประสาทคนตรงหน้า หน้าจินยองแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที

ไอ้ลูกหมานี่! ลงไปจากตักฉันเลยไปมือขาวพยายามจะผลักหัวรุ่นน้องออก

ไม่ลง เขินก็อย่าพาลสิฮะพี่จินยอง

ฉันหนักต่างหากเล่า! ไม่ได้เขินซะหน่อยรุ่นพี่ยังคงเถียงไม่เลิกตามนิสัยฟอร์มจัดพลางก้มหน้าซ่อนความเขินอาย คิ้วสวยของกงชานกระดกขึ้นเล็กน้อยอย่างกวนอารมณ์

เพิ่งมาหนักตอนที่พูดเรื่องตรวจการบ้านเนี่ยนะ

"ลงไปได้แล้วชานชิค"

"ทำไมล่ะ" ไม่ถามเปล่าแต่รุ่นน้องกับแกล้งเบียดแก่นกายของตัวเองเข้าหาตักรุ่นพี่มากกว่าเดิม

ละ..ลงไปเดี๋ยวนี้

ไม่ลง~ ^0^

เอ๊ะ! ชักดื้อใหญ่แล้วนะนายนี่มือหนักตีดังแปะลงที่ไหล่ของคนรุ่นน้อง พยายามเอาหน้าสีแดงเรื่อออกจากหน้าใสที่กำลังโน้มเข้ามาใกล้ตัวเอง

ฮยองหายฟอร์มเยอะเมื่อไหร่เดี๋ยวผมก็หายดื้อเองนั่นแหละคนผมดำแปะหน้าผากของตัวเองไว้กับหน้าผากกว้างของรุ่นพี่ จรดริมฝีปากนุ่มลงที่สันจมูกโด่งก่อนจะยิ้มใสให้คนที่กำลังเขินจนทำตัวไม่ถูก

ผมหวานเหรอฮะ?”

ถะ..ถามบ้าอะไรของนาย!

ก็เห็นแต่งทำนองเพลงกับความหมายออกมาซะหวานขนาดนั้น แถมยังตั้งชื่อเพลงว่า Sweet girl อีก

“…!”

ผมหวานสำหรับฮยองเหรอ? ^^” กงชานโน้มหน้าใสเข้ามาใกล้พลางเอียงคอคลี่ยิ้มน่ารักก่อนจะย้ำคำถามอีกครั้ง

ก็ก็คงอย่างนั้นมั้งจินยองไม่อยากแม้แต่จะมองตารุ่นน้องตอนที่ตอบ ถามอะไรของมันเนี่ย! จั๊กจี้จั๊กกะเดียม 

ส่วนไหนที่ว่าหวานแขนยาวเกาะเกี่ยวต้นคอขาวพลางเบียดใบหน้าและสะโพกเล็กเข้าไปใกล้คนผมแดงอีกระดับ เล่นเอาจินยองหัวใจเต้นรัวกระหน่ำทำอะไรไม่ถูกมากกว่าเดิม

รุ่นพี่อย่าเงียบสิฮะ ตอบคำถามผมก่อนกงชานยิ้มละไมที่มุมปากยั่วยวนพลางทาบริมฝีปากนุ่มลงบนหน้าผากหอมอุ่นๆของจินยองอีกครั้งและอีกครั้ง...

กะ..ก็ ริมฝีปะ..อื้มมมพูดยังไม่ทันจบปากสีกุหลาบสวยก็เบียดเข้ามาแทนที่คำพูดของจินยองก่อนที่คนแกล้งจะผละออกเล็กน้อยแล้วยิ้มทะเล้นใส่

ให้ชิมเฉยๆว่าหวานจริงหรือเปล่าโอ๊ย! ณ จุดนี้จองจินยองแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายด้วยความเขินอายที่ทะลุปรอทแตกไประดับเลเวลสิบ อย่างนี้มันไม่ได้เรียกหวานอย่างเดียวแล้ว...ไอ้ลูกหมาหื่นนี่มันกำลังยั่วเขาชัดๆ

ส่วนไหนอีกฮะ?” เหมือนไอ้หมาน้อยอยากจะเห็นฮยองตรงหน้าพูดจาตะกุกตะกักหน้าแดงก่ำมากกว่าเดิมจึงได้แกล้งถามต่อ

เอ่อสะ..เสียง กลิ่นแชมพู หน้าผาก รอยยิ้ม สายตา (.///.)

เหรอฮะ ^^” อยากจะตอบว่าเออเหลือเกินเมื่อคนรุ่นน้องแทบจะส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจและสายตาหวานฉ่ำกลับมาให้เดี๋ยวนั้น จินยองก้มหน้างุดๆรับอย่างไม่มีทางเลือก กลายเป็นว่าหมาจิ้งจอกเลยตกอยู่ในกำมือไอ้ลูกหมาตัวน้อยไปโดยปริยาย

มีอีกหรือเปล่าคนบนตักใช้มือลูบตามโครงหน้าคนผมแดงแผ่วเบา

ก็จมูก..ใบหน้า แก้ม อ้อมกอด ทุกส่วนที่เป็นนายก็หวานหมดจินยองรีบสรุปรวบยอดด้วยความเบลอเพราะกลัวจะแพ้ใจตัวเองไปมากกว่านี้ ตาใสแป๋วมองหน้าแดงระเรื่อเหมือนอยู่ในอากาศร้อนจัดของรุ่นพี่ยิ้มๆ ฮยองของเขากำลังทำตัวน่ารักอีกแล้ว

"ผมชอบเวลาพี่เขินจัง" จมูกโด่งจิ้มลิ้มกดแนบลงกับแก้มร้อนอย่างอ้อยอิ่งเหมือนจะช่วยซึมซับอุณหภูมิสูงปรี๊ดของคนตรงหน้าให้ แต่กลับทำให้รุ่นพี่ผมแดงออกอาการหนักขึ้นกว่าเดิม

"อื้ออออ กะ..กงชาน"

"ฮะจินยองฮยอง" ว่าพลางย้ายจมูกมาฝังแก้มหอมอีกข้างหนึ่งเมื่อเห็นคนรุ่นพี่เอียงหน้าหลับตาปี๋

"ฉันจั๊กจี้"

"จั๊กจี้แล้วหน้าแดงทำไม" คนแกล้งว่าอย่างรู้ทัน

"ก็ฉะ..."

"หัวใจเต้นแรงอีกต่างหาก"

"..." คนผมแดงเงียบไปเมื่อมือของคนบนตักกุมมือเย็นเฉียบชื้นเหงื่อของตัวเองไปทาบไว้บนอก

"เหมือนหัวใจผมเลย" คนผมดำตาแป๋วยิ้มร่า

“ลูกหมาบ๊องเอ๊ย แกล้งฉันอยู่ได้

อย่าว่าคนอื่นกลบเกลื่อนสิฮะพี่จินยอง

“…” ไม่ว่าก็ได้วะ ตัวจะแตกอยู่แล้วเนี่ย!

"ถ้าผมหวาน..." ช้อนสายตามองหน้าแดงๆของฮยองพลางพูดประโยคที่ทำให้หัวใจคนฟังสูบฉีดเลือดมากกว่าเดิม "ฮยองก็ชิมผมเยอะๆสิฮะ"

"..." ก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายเต้นถี่เร็วมากกว่าเดิมเมื่อคนรุ่นน้องประคองใบหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกันพลางยิ้มใสทำหน้าบ้องแบ๊วใส่เหมือนรู้ว่าจินยองมักแพ้แววตาและท่าทางแบบนี้

"ฮยอง~" กงชานยิ้มขำพลางใช้จมูกเล็กดุนจมูกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าแทบจะไม่พูดอะไรเลยเพราะมัวแต่เขินอยู่

"ยังอยู่มั้ยฮะ" เป็นเบาหวานตายไปแล้วโว้ยยย 

“Please I need your love~” เสียงหวานของกงชานกระซิบร้องเพลงที่เพิ่งฟังจบไปเมื่อกี้ให้คนขี้อายฟัง จินยองหลุดขำกับท่าทางขี้อ้อนพลางปล่อยให้คนรุ่นน้องโอบรอบคอไว้อย่างนั้น ความจริงมีกงชานมานั่งอยู่บนตักมันก็สบายดีเหมือนกัน คล้ายๆว่ามีลูกจิงโจ้มาเกาะที่กระเป๋าหน้าท้องทั้งที่ตัวเองเป็นหมาจิ้งจอก

“Please I need your smile” จินยองผลัดกันร้องคนละท่อนให้คนผมดำได้ฟังบ้างเมื่อรู้สึกผ่อนคลายลงแล้ว ร่างสูงยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกดคางลงบนไหล่รุ่นพี่ตามนิสัยของลูกหมาจอมอ้อล้อ

ไว้ผมจะยิ้มให้ฮยองทุกวันเลยดีมั้ย

ที่นายทำอยู่มันก็เกินพอแล้วจินยองว่าพลางซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมของรุ่นน้องอย่างสิ้นฤทธิ์

เพลงนี้รุ่นพี่ให้ผมแล้วนะฮะ

อืม แต่งให้นายแล้วฉันจะเอาไปให้ใครที่ไหนล่ะ เอาไว้ไปร้องที่เมียงดงด้วยกันนะกงชาน

คราวนี้เปลี่ยนมาร้องตรงหน้าร้านหนังสือร้านนั้นดีมั้ยฮะ ที่ที่เราเจอกันครั้งแรกเมื่อเก้าปีก่อน

จัดเป็นคอนเสิร์ตเปิดหมวกไปเลยแล้วกัน

เชิญแกะเจ็ดตัวในสวนฮยองไปฟังด้วยนะ ฮ่าๆ

เด็กบ๊อง บอกว่าตอนนั้นฉันแค่ซ้อมร้องเพลงเฉยๆไงกะจะล้อเขาเรื่องนี้ไปยันแก่เปลี่ยนฟันปลอมเลยหรือไงนะ

ฮะ ผมไม่ล้อรุ่นพี่แล้วก็ได้"เสียงกระดิ่งจากสร้อยข้อมือดังกรุ๋งกริ๋งยามที่รุ่นน้องผมดำขยับตัว จินยองเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากงชานยังใส่ของสิ่งนั้นติดตัวอยู่แม้ว่าก่อนหน้านี้ไอ้หมาน้อยตัวแสบจะงอนเขาอยู่ก็ตาม

พี่จินยอง ผมขอถามอะไรหน่อยสิจู่ๆกงชานก็ทำหน้าขรึมขึ้นมา รุ่นพี่จึงพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงอนุญาต

วันนั้นพวกสภานักเรียนเรียกพี่ไปทำไมฮะ?” คำถามของกงชานทำให้จินยองหยุดนิ่งครุ่นคิดอย่างหนักเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในตอนนั้นซักเท่าไหร่เช่นกัน

พวกนั้นชวนฉันให้เป็นคณะกรรมการนักเรียนพิเศษในสภาคิ้วของกงชานถึงกับย่นเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำตอบ

ให้ฮยองเนี่ยนะเป็นคณะกรรมการนักเรียน?” เหลือบตามองดูผมสีไวน์แดงของรุ่นพี่พลางขมวดคิ้วหนักขึ้นอีก เหมือนคนอายุมากกว่าจะรู้ทันถึงสิ่งที่รุ่นน้องกำลังคิดมือแข็งๆเลยแจกมะเหงกให้กลางกบาล

มองอย่างนี้หมายความว่ายังไงห๊ะไอ้ลูกหมา -_-;;”

ฮ่าๆ ผมก็แค่แปลกใจอ่ะ นึกภาพรุ่นพี่ตอนเดินตรวจเครื่องแบบคนอื่นทั้งที่ผมตัวเองยังแดงเถือกอยู่ไม่ออกจริงๆดูมันเปรียบเปรย สีผมคนนะเฟ้ยไม่ใช่รอยแผลถลอกเลือดไหลซิบ!

แล้วฮยองตอบเขาไปว่าไง

ไม่ได้ว่ายังไง ก็แค่เสียบหูฟังตอนที่พวกนั้นยังพูดไม่จบแล้วก็เต้นท่าเจ้าหญิงกระรอกออกมาจากห้องปกครองจินยองขำเมื่อนึกถึงสีหน้าพวกคณะกรรมการนักเรียนตอนที่โดนเขาปฏิเสธใส่อย่างไม่ไยดี ก็คนในโรงเรียนรู้จักเขาในนามจองจินยองคนเพี้ยนนี่นางานนี้เลยขอเล่นให้สมบทบาทหน่อยแล้วกัน

นี่สรุปว่าจะแกล้งทำตัวเพี้ยนไม่เลิกใช่มั้ยฮะ?"

"ทำไมล่ะ สนุกดีออก ฉันทำตัวปกติให้นายดูคนเดียวก็พอแล้ว" จินยองตอบอย่างไม่ยี่หระ

"ฮยองเนี่ยน้า..." คนผมดำส่ายหน้าแต่ก็อดยิ้มกับประโยคคำตอบไม่ได้ "แต่ก็ดีแล้วล่ะฮะที่ปฏิเสธไป"

"แหงล่ะ พวกนั้นต้องรับผิดชอบทำงานในโรงเรียนหนักจะตายไป ฉันไม่หาเหาใส่หัวตัวเองหรอก"

"ผมหมายถึงดีแล้วที่คณะกรรมการนักเรียนพวกนั้นไม่ได้คนติสท์แตกอย่างพี่ไปอยู่ในสภา ไม่งั้นโรงเรียนโซลฮวาอะคาเดมี่คงระส่ำระส่ายน่าดู ฮ่าๆ ^^"

"พูดอย่างนี้อยากโดนดีใช่มั้ย -*-"

"แล้วฮยองจะทำอะไรผมล่ะฮะ~" เพียงแค่ยื่นหน้าใสเข้าไปใกล้และขยับส่วนนั้นเบียดเข้าไปบนตักนิดหน่อยรุ่นพี่ก็ต้องถอยหนีอย่างยอมแพ้ แต่ถ้ายกข้ออ้างอื่นมาไฝ้แทนล่ะก็ไม่แน่...

"งั้น...ถ้าฉันไปกินข้าวกับชินวูทุกวันนายคงไม่ว่าอะไรสินะ"

"ฮยอง! -*-" พูดจบไม่ทันไรเสียงหวานแง้วๆก็สวนขึ้นมาทันควัน ยิ่งทำให้รุ่นพี่ผมแดงได้ใจเข้าไปใหญ่

"แล้วก็อะไรอีกนะ...อ้อ! กินซาซิมิกล่องใหญ่ๆน่ากินที่เขาซื้อมาให้~"

"พี่จินยอง! ไม่สนุกเลยนะ -^-"

"อืมมมม...แบ่งหูฟังกันคนละข้างให้เขาฟังเพลงที่ฉันแต่งด้วยเลยเป็นไง" จินยองชักสนุกเมื่อเห็นปากเล็กค่อยๆงุ้มลง กงชานเริ่มหน้าตึงขึ้นเรื่อยๆเมื่อคนอายุมากกว่ายังสาธยายเรื่องไร้สาระต่อไปพลางยักคิ้วให้เขากวนๆ

"นายว่าดีมั้ยกงชาน ^^"

"ก็แล้วแต่ฮยองเลย" คนผมดำพูดเสียงขุ่นแล้วพยายามจะลุกขึ้นจากตัก

"จะไปไหนล่ะชานนี่" จินยองใช้มือแข็งแรงล็อคเอวกงชานให้นั่งอยู่กับที่ จนถึงขนาดนี้แล้วหมาจิ้งจอกคงไม่ปล่อยให้ไอ้หมาน้อยไปไหนง่ายๆหรอก แค่ตอนนี้กำลังสนุกกับการเป็นฝ่ายได้เปรียบบ้างก็เท่านั้นเอง

"ไปไหนมันก็เรื่องของผม พี่จินยองนิสัยไม่ดี" แขนบางผลักไหล่กว้างของคนที่ให้นั่งตักอย่างหัวเสีย

"นี่...นายทำหน้าเหมือนเด็กกำลังถูกแย่งอมยิ้มเลยนะ" จินยองขำเมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของอีกฝ่าย ก็การที่ได้เห็นกงชานชิคหึงมันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาเหมือนกันนี่นา

"ผมโตแล้วนะฮยอง เลิกว่าผมเป็นเด็กซะที"

"ก็ไอ้ที่นายทำอยู่นี่แหละเขาเรียกว่าเด็ก"

"เหรอ" ไม่รู้ว่าร่างบางอ้อนแอ้นไปเอาแรงมาจากไหนมากมายถึงได้ดันร่างรุ่นพี่ผมแดงให้ลงไปนอนหงายกับเตียงนุ่มได้ ลำตัวเพรียวสมส่วนกึ่งคร่อมกึ่งคุกเข่าอยู่ข้างบนพลางโน้มหน้าใสที่มีแววไม่พอใจอยู่เข้าไปใกล้

"นี่...! จะทำอะไรน่ะ" จินยองร้องด้วยความตกใจเมื่อมือของรุ่นน้องได้ลากมือของตัวเองไปรูดซิปกางเกงลง

"เด็กที่ไหนทำอย่างนี้ได้บ้างฮะ" กงชานหยุดถามในขณะที่ยังจับมือของฮยองวนอยู่แถวนั้นพลางเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเข็มขัดของตัวเองแทนหากรุ่นพี่ยังไม่รีบตอบ

"กงชาน...ปล่อยก่อน"

"ผมยังเป็นเด็กสำหรับฮยองอยู่หรือเปล่า" ผมสีดำตกลงมาปรกหน้าคนพูดจนจินยองต้องเอื้อมมือช่วยเกลี่ยให้เข้ารูปเข้าทรงก่อนที่ตาเรียวจะยิ้มอ่อนโยนให้ เขารู้ว่ากงชานไม่มีวันทำอะไรอย่างนั้นแน่นอน ตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่ในสถานะที่ยังไม่พร้อม คนผมดำก็แค่โกรธตามประสาคนที่โดนยั่วเลยอยากจะเอาชนะด้วยวิธีการบ้าๆที่เจ้าตัวไม่มีวันทำเท่านั้นเอง

"อืม โตแล้ว" ปากสีส้มสวยเอ่ยปลอบโยน

"..."

"โตขึ้นกว่าเมื่อเก้าปีก่อนเยอะเลยแหละ" แววตาอบอุ่่นพิจารณาโครงหน้าน่ารักของอีกฝ่ายที่ค่อยๆคลายอารมณ์โมโหลงพลางผงกหัวขึ้นมาจูบเปลือกตาสวยของหมาน้อย ลมหายใจยาวๆถูกถอนออกมาจากจมูกก่อนที่เด็กน้อยจะทิ้งตัวลงนอนใกล้ๆฮยองข้างบ้านพลางรูดซิปกางเกงนักเรียนของตัวเองขึ้นให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

"ฮยองอย่าพูดอย่างนี้อีกนะ" เมื่อพอจะระงับอารมณ์คุกรุ่นได้แล้วกงชานก็กลับมาพูดเสียงอ้อนเหมือนเดิมพลางซุกหน้าลงกับอกกว้างของจินยอง

"นายพูดถึงเรื่องไหนเนี่ย" มือของรุ่นพี่ยกขึ้นลูบผมสีดำเบาๆ

"ผมจะทำตัวให้น่ารักกว่านี้...แต่อย่าไปหาพี่ชินวูเลยนะ"

"...."

"ผมจะเป็นเด็กดี จะเชื่อฟังที่รุ่นพี่พูดทุกอย่าง ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่งอแง ไม่ทำตัวงี่เง่า ขอแค่อย่างเดียว...พี่อย่าทิ้งผมไปหาพี่ชินวูเลยนะฮะ" ตาแป๋วผงกขึ้นมามองหน้าจินยอง

"พูดอะไรของนาย ฉันเนี่ยนะจะทิ้งนายไปหาชินดงอู"

"พี่ชินวูน่ะ...เขาชอบพี่จริงๆนะพี่จินยอง" กงชานทำเสียงเหมือนเด็กที่โดนแกล้งแล้วกลับบ้านมาฟ้องผู้ใหญ่ คนผมแดงยิ้มแล้วใช้คางเรียวกดลงบนผมหอมนุ่มเบาๆ ที่แท้ก็กลัวว่าจะโดนแย่งเจ้าของไปนี่เอง

"แล้วไง ฉันไม่ได้มีรสนิยมชอบหมีซะหน่อย"

"แล้วฮยองชอบอะไร"

"ชอบลูกหมา" จินยองจ้องตากับรุ่นน้องที่นอนอยู่ข้างๆราวกับจะยืนยันว่าพูดความจริง

"แล้วก็ต้องเป็นลูกหมาขี้อ้อนที่ชื่อกงชานชิคด้วย ตัวอื่นฉันก็ไม่ชอบ" กระชับอ้อมกอดให้กงชานเข้ามาใกล้อย่างหวงแหน กว่าจะหาเจอก็ตั้งหลายปีจะให้เปลี่ยนใจไปชอบใครได้ไงเล่า

"เดี๋ยวนี้พูดได้ไม่อายปากเลยนะฮะรุ่นพี่" ลูกหมานอนยิ้มแฉ่งอยู่ในอ้อมกอดอุ่นพลางหัวเราะหึๆ

"ถ้าฉันไม่พูดเดี๋ยวนายก็ต้องหาวิธีบังคับให้ฉันพูดออกมาอยู่ดีนั่นแหละ"

"ก็ถูกของฮยอง" กงชานพลิกตัวกลับให้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นม้วนกระดาษอะไรบางอย่างที่วางพิงอยู่ตรงผนังห้องจึงนึกขึ้นได้

"โปสเตอร์ที่ซื้อฝากไว้กับผมพี่อย่าเพิ่งเอากลับบ้านเลยนะฮะ" คนผมแดงเหลือบมองตามสายตารุ่นน้อง

"โพโรโร่กับผองเพื่อนน่ะเหรอ?"

"อืม ขอเวลาให้ผมอารมณ์ดีกว่านี้ซักนิดแล้วรุ่นพี่ค่อยเอากลับไป"

จริงสิ...ในโปสเตอร์มันมีรูปหมีที่เป็นตัวแทนของชินวูอยู่ด้วย แถมไอ้หมีปุกปุยนั่นดันนั่งอยู่ข้างๆหมาจิ้งจอกอีก ในขณะที่ด้านซ้ายมือของหมาจิ้งจอกเป็นรูปไดโนเสาร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกงชานกำลังยิ้มแฉ่งอยู่

บังเอิญขนาบข้างกันเข้าไป...เอาที่แต่งแล้วสบายใจเลยนะไรท์เตอร์ -_-*

"ขอโทษนะฮะที่ทำให้พี่ไม่ได้ไปเล่นเปิดหมวกตั้งหลายวัน" หมาน้อยพูดขอโทษอย่างสำนึกผิด ตลอดเวลาที่เขาน้อยใจและหลบหน้าจินยองก็ไม่เห็นว่าคนผมแดงจะไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่เมียงดงอีกเลย เพราะมัวแต่เสียเวลาคอยเขาอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน

"ไม่เป็นไร ฉันเองก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกันที่ทำให้นายรู้สึกแย่" จินยองปลอบโยนรุ่นน้องด้วยการลูบหัวเบาๆ

"ผมดีใจนะฮะที่รุ่นพี่มีเพื่อนในโรงเรียนเพิ่ม แต่ก็...ระวังตัวให้มากกว่านี้ด้วย..." กงชานพูดด้วยน้ำเสียงกังวล เขากลัวจริงๆว่าจะต้องเสียคนที่รอมานานเกือบสิบปีไป ยิ่งพี่จินยองทั้งเท่ทั้งนิสัยดีแบบนี้แล้วด้วยมันก็ต้องมีระแวงกันเป็นธรรมดา

"นายพูดอย่างกับว่าชินวูจะจับฉันฆ่าหมกป่าอย่างนั้นแหละ" จินยองพูดติดขำกับกับความคิดคนรุ่นน้อง แต่ก็รู้สึกดีที่อีกฝ่ายเข้าใจและเป็นห่วงตัวเองได้มากขนาดนี้

"ผมจริงจังนะเนี่ย ฮยองดันเกิดมาเท่ทำไมล่ะ" ปากบางงุ้มลงเมื่อรุ่นพี่แกล้งเอามือมาหยิกจมูกตัวเองเบาๆ

"ฉันไปไหนไม่ได้หรอก นายเฝ้าฉันดีซะขนาดนี้"

"แล้วถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้อยู่เฝ้าฮยองขึ้นมาล่ะ"

"ฉันก็ไม่ไปไหนอยู่ดี จะอยู่กับไอ้ลูกหมาชานชิคไปจนแก่ตายเลย" จินยองแนบแก้มนุ่มลงกับหัวคนรุ่นน้องเพื่อเพิ่มความมั่นใจ กงชานซื่อสัตย์อยู่รอเขามาจนถึงป่านนี้แล้วคนผมแดงจะไปหาใครที่ไหนได้อีก...

"ในที่สุดฮยองก็กลับมา" เสียงรุ่นน้องถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก "ผมรออยู่ตั้งนานแน่ะรู้มั้ย" เอ่ยบางอย่างที่คนรุ่นพี่ไม่ค่อยเข้าใจก่อนที่ปากสีสวยจะหาวหวอดใหญ่ออกมา จินยองมองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาเอ็นดู

"นายหิวหรือยัง เดี๋ยวฉันลงไปทำอะไรให้กิน" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูเมื่อเห็นกงชานค่อยๆซุกหน้าลงกับลำตัวหอมของตัวเอง กลัวว่าเสียงดังจะทำให้คนผมดำสะดุ้งตื่น

"ขออยู่อย่างนี้ซักแป๊บนะฮะ" ดูเหมือนว่ารุ่นน้องจะง่วงแล้วจริงๆเพราะฟังจากน้ำเสียงที่ตอบดูสะลึมสะลือเต็มทน เห็นดังนั้นจินยองจึงค่อยๆใช้มือประคองหัวกงชานให้ขึ้นมาหนุนบนต้นแขนของตัวเองอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนไปถึงห้วงนิทราของไอ้หมาน้อย ริมฝีปากเบียดประทับลงบนหน้าผากที่มีผมสีดำลงมาปรกอย่างอ่อนโยน แต่คราวนี้คนโดนลักหลับไม่ได้ตื่นขึ้นมากวนอารมณ์เหมือนเคยแล้วเพราะกำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนอุ่นน่านอนของหมาจิ้งจอก เสียงลมหายใจอุ่นดังเข้าออกสม่ำเสมอรดอยู่บนต้นคอขาว รุ่นพี่ผมแดงมองภาพคนตรงหน้าพลางลูบแก้มใสและสันจมูกโด่งอย่างนุ่มนวล

กว่าจะเข้าใจกันได้ก็ทำเอาไอ้หมาน้อยสิ้นฤทธิ์ซะแล้ว สี่วันที่ผ่านมายังถือว่าเป็นแค่ประสบการณ์เริ่มต้นสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาปัจจุบันของเขาทั้งคู่ ต่อจากนี้เรื่องราวในแต่ละช่วงเวลาจะดำเนินไปอย่างไร จะมีอุปสรรคมาในรูปแบบไหน จินยองและกงชานก็พร้อมที่จะเรียนรู้และเข้าใจมันไปพร้อมๆกัน เพื่อให้คุ้มกับระยะเวลาที่ต่างฝ่ายต่างรอเก็บความรู้สึกให้กันและกันมานานเกือบสิบปี แต่ ณ เวลานี้ จินยองมั่นใจเหลือเกินว่าความรู้สึกที่เขายอมเก็บไว้มานานมันจะไม่สูญเปล่า เพียงแค่มีเด็กน้อยคนนี้อยู่ข้างๆและรอรับความรู้สึกที่สวยงามของเขาอยู่ที่ปลายทาง เสียงนุ่มแอบกระซิบบอกเบาๆกับคนที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มใสของเจ้าตัวคืนเสียบ้าง

"ฮยองรักนายนะกงชานชิค...เด็กดีของจองจินยอง"

 

*****************************

PS. แต่งตอนนี้จบเราก็จะเป็นเบาหวานตามหลีดจินไปด้วยอีกคน 55 ตอนนี้ยาวเวอร์! แต่งลงสมุดติดลมไปหน่อยเลยกะหน้ากระดาษในคอมไม่ถูก สาบานได้ว่าพยายามจะแต่งให้มันมีโมเมนต์จินชานมากที่สุด แต่ไหงกลับรู้สึกว่ามีกลิ่นอายของกงยองลอยมาประปรายมาได้หว่า T_T อาจเป็นเพราะมันมีไรขัดแย้งกันหลายๆอย่างทั้งในตัวสองคนนี้เองแล้วก็ตัวเราด้วย คือเราว่าจริงๆแล้วปู่ดูแมนนะแต่ดันเกิดมาหน้าสวย ส่วนนังก๊งก็ดูแบ๊วๆซุปเปอร์อ้อล้ออ่ะแต่ดันตัวสูงเลยดูมาดแมนกว่า -_-;; พอแต่งออกมามันก็เลยมีบางโมเมนต์ที่อารมณ์พาไปทั้งที่จริงไม่อยากให้มันออกมาเป็นแนวนี้ซักเท่าไหร่

แนะนำตอนที่อ่านตอนนี้ให้เปิดเพลง Sweet girl ท่อนที่จินยองกับกงชานร้องสลับกันท่อนแรกๆอาจจะได้อารมณ์ฟินไปอีกแบบ (เหมือนกับเราตอนที่แต่ง 555) คือสังเกตดูแล้วกันว่าเพลงในอัลบัมนี้ก๊งกับปู่จะได้ร้องท่อนติดกันอยู่แทบทุกเพลงประหนึ่งว่าคนแต่งตั้งใจกำหนดมาอย่างนั้น -///- แค่นี้ฉันก็ฟินได้จ้ะ 555 ตอนหน้าจะเป็นบาดึลละนะ รู้สึกว่าเน้นพาร์ทคู่หูหมามุ้งมิ้งหนักไปแล้ว เปลี่ยนอารมณ์กันมั่งดีกว่า #เราเมนกงชานอ่ะเวลาแต่งตอนนี้มันเลยเพลินๆผ่อนคลายดี >< ติชมกันได้ค่ะหรืออยากให้แต่งออกมาแนวไหนให้อัพประมาณเมื่อไหร่ก็ตกลงกันได้เนอะ Today my mission is completed! ขอตัวไปทำการบ้านก่อน เจอกันครั้งหน้าพร้อมกระรอกกับเป็ดนะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น

  1. #81 Mr-V (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 00:37
    แหวะ แล้วก็แหวะ จะหวานอะไรกันขนาดนี้คะคุณเกรงใจคนอ่านบ้างสิ
    ขอ เลื่อยหน่อยจะเอาไปเลื่อยนอลูกหมาออก ร้ายกาจยิ่งนัก
    #81
    0
  2. #54 น้ำตาลเทียม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:00
    โอยหวานอะไรเยอะแยะ 555 แก้มจิแตกเเล้ว ชานนี่ตอนนี้ฉันว่าแกไม่อ้อร้อแล้ว แกมันหื่นอย่างที่จินยองว่านั้นแหละถูกแล้ว!!
    #54
    0
  3. #15 Funch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 16:56
    เบาหวานขึ้นจริงค่ะไรท์เตอร์ อ่านไปแต่ละบรรทัดคือ ยื้มไม่หุบเบยย

    กงยองจินชานก็ฟินหมดเลย เค้ารักกันมาก จะเปิดตัวแล้ว 5555

    สวีทเกิร์ลหวานจริง ความรักของกงยองก็หวานมากเช่นกัน ฟินอ่ะไรท์



    สู้ๆค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะ
    #15
    0
  4. #14 aiikiko (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 11:09
    น่ารักจริงๆ
    #14
    0
  5. #13 NuttoJY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 18:35
    ขนาดปู่มีกล้ามยังไม่ช่วยอะไร หน้าหวานเกิ้นน~น
    #13
    0