แ ค่ ที่ แ ก ง (end.)

ตอนที่ 5 : 05 - เพราะหมูใดที่ถูกเจียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,344 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

            

05

     "รู้ไหมว่ามีคนตกหลุมรักคุณกี่คนแล้ว
จากการที่คุณแค่ยิ้มให้ "


.
.


               ผมชอบโรงเรียนนี้อย่างหนึ่งคือ ช่วงที่มีงานสำคัญๆ สมาคมศิษย์เก่าจะทุ่มเงินหาร้านอาหาร ร้านขนม ร้านนั่นร้านนี่มาแจกจ่ายของฟรีให้เด็กในโรงเรียนได้กินกัน อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน ผมเป็นอีกร้านที่ได้มาทำอาหารแจกให้นักเรียนและศิษย์เก่ากินกันฟรีๆตลอดทั้งวัน

            โรงเรียนประดับประดาไปด้วยดอกไม้ ผมว่าแม่คงชื่นใจน่าดู .. แม่มากับผมวันนี้เพราะบอกว่ามีหลายคนที่แม่อยากเจอ ส่วนมากก็เป็นคนที่เคยเรียนจบจากที่นี่ทั้งนั้น รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่แม่คอยตักอาหารให้ จะข้าวเช้าข้าวเที่ยง แม่ผมนี่แหละจำเก่งกว่าใคร

           

            “น้าไก่ คิดถึงจังครับ”

 

            นั่นไงมาแล้ว กลุ่มนี้น่าจะอายุสามสิบกว่าๆ มาพร้อมกระเช้ารังนกให้แม่ค้าร้านข้าวแกงสมัยเรียนของตัวเอง ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าถ้ามีลูกชายก็คงให้เรียนที่นี่เพราะนักเรียนไม่ว่าจะเรียนอยู่หรือจบไปแล้ว มีมารยาทและเป็นสุภาพบุรุษตามสโลแกนโรงเรียนเขาจริงๆ

            ผมรับกระเช้ามา ยกมือไหว้พี่ๆก่อนจะหมุนตัวไปตักผัดไทยให้เด็กๆที่มาต่อคิวกิน ผัดไทยของแม่ผมเป็นตำนาน ใครได้กินก็ต้องติดใจกันทั้งนั้น ดูจากหัวแถวไปท้ายแถวสิ

            ชื่นใจแทนแม่ตัวเองชะมัด


            “น้าไก่สบายดีมั้ยครับ สวยไม่เปลี่ยนเลย”

            “ปากหวานจริงนะเอ็ง น้าสบายดี ปวดหลังปวดเอวไปบ้างเลยให้ลูกชายมาขายแทน” ผมหันไปยิ้มให้นิดหน่อยเป็นมารยาท มือก็ตักผัดไทยใส่ถ้วยให้เด็กๆไปด้วย คนแล้วคนเล่าก็มาถึงหน้าเดิมๆที่คุ้นเคย

            นายโมกข์ ดิลกสกุลกาล

 

              ไม่ให้แดก”

            “ไอ้แกง! ทำไมพูดกับนักเรียนแบบนั้น!” ผมโดนแม่เอ็ดก่อนจะทุบไหล่กันปั้กๆ ไอ้คนหน้าสลอนก็ยิ้มกว้างไปดิที่เห็นผมโดนแม่ฟาด แม่ลงมือตักให้หมูเองกับมือ มันทำหน้าปลาบปลื้มก่อนจะพูดแบบไม่ออกเสียงให้ผมเห็นเป็นคำว่า

 

              ‘แม่ยายตักให้ว่ะๆ’

 

            แม่ยายพ่อมึงอะ

            ผมเคี้ยวฟัน นึกอยากเอาทัพพีตบหัวมันให้รู้แล้วรู้รอด

 

            “เตง เค้าไปละน้า”
            “มึงไสหัวไปเลย ไอ้ห่า กวนตีน” ผมกระซิบเพราะกลัวแม่ได้ยิน มันยักคิ้วลิ่วตาก่อนจะส่งมินิฮาร์ทมาให้แล้วกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดหายไปในฝูงคน

            หน้าตาก็ดี ไม่น่าเป็นบ้าเลย

            อายุก็ยังน้อยแท้ๆ

 

            “แกง แม่ไปเดินเล่นนะ”
            “เดินดีๆนะแม่ ถ้ากลับไม่ไหวโทรมา เดี๋ยวแกงเดินไปรับ”

            “ไหวซี่ มีเด็กๆไปด้วย” ผมพยักหน้ายิ้มๆให้แม่ที่ควงแขนลูกค้าประจำเมื่อสิบกว่าปีก่อนไปนู่นแล้ว ผัดไทยถาดนี้หมดก็คงหมดงานของผมแล้วเหมือนกัน เพราะสมาคมศิษย์เก่าเหมาผัดไทยเป็นกิโล เราทำมาตามที่เขาบอก แจกหมดก็คือหมด

            แล้วดูสิเนี่ย หมดก่อนร้านอื่นอีก

            แม่ใครน้า ทำอาหารอร่อยจริงๆ

 

            “ไง มาต่อคิวกินผัดไทยด้วยเหรอเรา”

 

            ผมย่อตัวคุยกับเด็กมัธยมต้นปีแรกที่จำหน้าได้ดีเพราะเจ้าเด็กคนนี้ตัวเล็กกว่าเพื่อน ชื่อโฟโต้ เขาแนะนำตัวเองกับผมแบบนั้น ใส่แว่นกลมๆ ผิวขาวสะอาดและแต่งตัวเนี้ยบนิ้ง

            โตขึ้นเป็นหมอแน่ๆ ทรงนี้

            ฮ่าๆ

 

            “อร่อยมั้ยพี่ เห็นคิวยาวเลยมาต่อ”

            “กับข้าวร้านพี่เคยไม่อร่อยด้วยเหรอ”
            “นั่นสิครับ”

            “เอ้า! กินเยอะๆนะ ไม่ต้องปรุงเลย อร่อยแล้ว” ผมยิ้มกว้างให้ถ้วยสุดท้ายของวัน พลางขอโทษคนที่อยู่ในแถวที่เหลือ เดินคอตกกันไปเป็นกลุ่มเลยอดกินของอร่อยของป้าไก่

            ผมเริ่มต้นเก็บถาด เตรียมตัวเอาไปล้างเพราะไม่อยากเก็บไปล้างที่บ้าน กลัวแม่แย่งล้าง อาศัยจังหวะที่แม่ไปเที่ยวเล่นนี่แหละล้างซะให้หมดเลย

 

            “น้องแกง กินอะไรหน่อยมั้ยลูก เดี๋ยวพี่เก็บไว้ให้”

            “ไม่เป็นไรครับพี่ ให้เด็กๆเขากินเถอะ” ผมยิ้มบางๆบอกป้าซุ้มข้างๆเพราะไม่อยากแย่งนักเรียนกินจริงๆ อุส่าห์สละเช้าวันเสาร์มาร่วมพิธีสำคัญของโรงเรียนทั้งที ให้ได้กินอะไรอร่อยๆแถมฟรีกันเต็มที่เถอะ

            ผมยกสารพัดถาดที่กองจะสูงท่วมหัวอยู่แล้วไปด้านหลังโรงอาหารเพื่อล้างให้เรียบร้อย ระหว่างทางเจอเด็กนักเรียนเยอะแยะไปหมด บางคนยกมือไหว้ผมปลกๆน่าเอ็นดู

            ว่าแต่ไอ้เราก็แก่แล้วจริงๆนั่นแหละนะ

            เฮ้อ

 

           

/

 

 

            “หมู มึงจะกลับเลยปะ?”
            “ต้องไปเจียว”

            “เจียวไม่หยุดไอ้เหี้ย”
            “จะได้ถูกใจไง หยุดไม่ได้เลย” ศัพท์เฉพาะที่รู้จักอย่างการเจียวนั้นทำเอาเพื่อนๆส่ายหัว ถึงมันจะดูเล่นๆไม่จริงจังกับชีวิตอะไร แต่จะบอกให้รู้ไว้ว่านายโมกข์ ดิลกสกุลกาลนี่แหละที่เอาจริงเอาจังกับความฝันของตัวเองที่สุดในรุ่นแล้ว

 

            “แต่ก่อนไปเจียว จะไปเจอเธอก่อน”

            “ไม่พักเลยน้าาา เต๊าะเขาอะ”

            “มึง กูทำเป็นอาชีพ”

            “เต๊าะพี่แกงอะ?”
            “รักพี่แกง กูจะแก้ให้” หมูฟังเสียงเพื่อนโห่ร้องอย่างชอบใจ เขาไม่รู้สังคมโรงเรียนอื่นเป็นยังไง แต่พ่อเขาเรียนที่นี่และยังสนิทกับเพื่อนมัธยมของตัวเองแบบเหนียวแน่น แรกๆเขาก็เซ็ง อยากเรียนโรงเรียนสหศึกษามากกว่าหรือจะนานาชาติแบบที่แม่อยากให้เข้าก็ได้

            แต่พ่อก็คือพ่อ สุดท้ายเขาก็ต้องมาเรียนโรงเรียนชายล้วนกางเกงสีกากีที่โดนไอ้เด็กโรงเรียนแถวสะพานพุทธล้อว่าเด็กวัด ปัดโธ่เอ๊ย วัดไม่วัดก็มาวัดกันได้ว่ะ

 

            “อาทิตย์หน้าก็สอบละ ใจหายว่ะ”

            “กูขี้เกียจเรียนพิเศษแล้ว เข้าเอกชนได้มั้ยวะ”

            “แม่กูก็ปลงแล้ว นี่กูก็กะเข้าเอกชน แล้วไอ้ม่อนมึงจะไปต่อนิวซีแลนด์จริงดิ?”

            “เออ กูสอบไอเอลส์อยู่”
            “มาว่ะ”

 

            หมูฟังเพื่อนๆคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จะให้พูดยังไงดี พวกเขาอยู่ห้องเดียวกันมาหกปี ต่างจากห้องอื่นๆที่ทุกปีจะต้องมีการโยกย้ายคนไปห้องนั้นห้องนี้ตามเกรดหรือการสุ่ม พ่อให้เขาสอบเข้าห้องกิฟต์ของโรงเรียน โชคดีที่ตอนประถมเขาเป็นเด็กหัวไว สอบเข้ามาได้ก็ได้อยู่ห้องเดิมจนถึงมอสาม พอมอสี่ก็ต้องสอบเข้าห้องกิฟต์เหี้ยอะไรนี่อีกครั้งแล้วก็บุญหัวจริงๆที่เพื่อนกลุ่มเดิมตามกันมายกกลุ่ม

            อาจจะมีบางคนที่ย้ายไปเรียนโรงเรียนอื่นบ้างเพราะไม่อินกับชายล้วน

            แต่เขาแม่งโคตรอินเลย .. ไอ้คนในห้องที่เห็นๆกันแล้วคบกันกลุ่มโตๆเนี่ยก็คบกันมาตั้งหกปีแล้วนะเว้ย

 

            “เฮ้ย กูไปละ พี่แกงน่าจะเก็บซุ้มอยู่”
            “อะไรจะแสนดีขนาดนั้นวะ จะไปช่วยเขาออ?”

            “เออดิ”

            “เออๆ ไปก็ไป มีไรไลน์มาละกัน แยกกันตรงนี้เลยนะ”

            “เจอกันมึง” คนตัวสูงแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อน เดินเอื่อยๆไปตามทางเพื่อไปที่ซุ้มของพี่แกง ยังไม่ได้อวดเลยว่าวันนี้เขาแต่งตัวถูกระเบียบ จะพูดยังไงดี ปกติเขาอยู่คอนโดแวๆสามย่านเพราะบ้านไกลจากโรงเรียนฉิบหาย วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ถึงจะกลับบ้านแบบที่ต้องเจอพ่อกับแม่ การแต่งตัวผิดระเบียบเลยเป็นสิ่งที่พ่อแม่เขาไม่ได้มารู้เรื่องด้วย

            แต่วันนี้ศิษย์เก่ามากันให้เพียบ พ่อเขาก็มา เกิดเพื่อนพ่อมาเจอแล้วเอาไปฟ้องนี่บ้านแตกเลยนะขอบอก พ่อเขาน่ะเป็นศิษย์เก่าดีเด่นมาไม่รู้กี่สมัย

 

            “ป้าครับ สวัสดีครับ”
            “อ้าว น้องหมู กินอะไรดีลูก”

            “อิ่มแล้วครับป้า ขอบคุณนะครับ” หมูยิ้มให้คุณป้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่วันนี้แต่งตัวซะสวย ผูกพันกว่าครูก็แม่ค้าพ่อค้าในโรงอาหารนี่แหละ เพราะอะไรน่ะเหรอ ไม่เคยดุกันเลยน่ะซี้

 

            “มาหาน้องแกงเหรอลูก”

            “ครับป้า”

            “แหม เรานะเรา” คุณป้ายิ้มแซวมาทีแต่คนที่อยู่ในชุดนักเรียนไม่ยักเขิน ทำแค่ยิ้มหน้าบานกลับรับทุกคำแซวเพราะชอบนักล่ะ

            อยากให้รู้กันทั้งโลกเลยว่าเขาน่ะชอบพี่แกง


            “พี่เขาล้างถาดอยู่หลังครัวนู่น แอบเข้าไปสิ”

            “ขอบคุณครับป้า”

 

            แล้วก็เป็นหมูเองนั่นแหละที่เข้าไปในเขตที่นักเรียนไม่ควรเข้า แต่วันนี้วันเสาร์นะเว้ย ขอหน่อยเหอะ .. คนตัวสูงชะโงกหน้ามองแผ่นหลังบางในชุดเสื้อยืดธรรมดาๆกับยีนส์และรองเท้าแตะแบบรัดส้นมียี่ห้อก้มหน้าก้มตาล้างจานพร้อมกับฮึมฮัมเพลงในลำคอแก้เหงา


         
     แฮ่!”

            “แฮ่เหี้ยไรล่ะ!!”

 

            เนี่ย เขาชอบจริงๆนะ

            ชอบโดนพี่แกงด่า

 

            “จ๊ะเอ๋~ หมูเองจ้า”

            “กูมีตามั้ยอะ ทำไมต้องบอก”

            “ทำไมเตงชอบดุวะ”
            “ก็ดูมึงทำตัว ละเข้ามาทำไม เขาไม่ให้นักเรียนเข้า” แกงทำตาขวางใส่ไอ้เด็กที่เล่นไม่รู้เรื่อง เล่นโผล่มาจากด้านหลังพร้อมกับน้ำเสียงชวนตกอกตกใจ นี่ไม่ทุ่มถาดใส่หัวก็บุญของมันแล้ว

 

            “วันนี้วันเสาร์ ใครเขาเป็นนักเรียน”

            “แล้วเป็นอะไร นักเลง?”

            “นักรัก”

            “จะอ้วก”
            “ไม่อยากเล่นมุกท้องเลย มันเก่าแล้ว”

            “มึงน่ะรู้ทุกอย่าง แต่ก็ทำตัวน่าด่าทุกอย่างเหมือนกัน” คนอายุมากกว่าชี้หน้าพร้อมกับมือเลอะฟองไลปอนอฟ หมูหัวเราะเบาๆ หยิบฟองน้ำมาช่วยอีกคนล้างจาน


            “เฮ้ย ไม่ต้องช่วยเลย เดี๋ยวเลอะ”

            “ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์”

            “แพ้น้ำยาล้างจานปะเนี่ย เดี๋ยวมือลอกมาซวยที่กูอีก”

            “เค้าดูอ่อนแอเหรอวะ”

            “ก็ดูทำอะไรไม่เป็นอะ”
            “ทำเป็น .. ทำเป็นหลายอย่าง” แกงเกลียดตาพราวๆกับคำพูดสองแง่สองง่ามแบบที่มันต้องการจะสื่อแล้วเขาเสือกเข้าใจซะด้วย เขาทำได้แค่รักษาพลังงานด้วยการไม่ต่อล้อต่อเถียงกับมัน

            นี่หลังๆชักคิดละนะ ว่าแม่งชอบหรือเกลียดกูกันแน่วะ

            กวนตีนไม่พักเลย

 

            “คนเยอะเนอะพี่วันนี้”

            “อือ แต่ก็ดีนะ .. ได้มาเจอเพื่อนเก่าๆ กินของฟรีอีกต่างหาก”

            “พี่กินอะไรบ้างอะ”

            “ไม่ได้กินเลย” หมูมองอีกคนตาโต
            “ไปหาอะไรกินเลย เดี๋ยวเป็นลมไปทำไงอะ”

            “มึงอย่าเว่อร์ได้ปะ ขอร้อง”
            “กินบ้างดิพี่ มีเป็นร้อยซุ้ม นาทีทองทั้งนั้น”

            “ไม่เอาอะ ให้เด็กๆกินแหละ เดี๋ยวกูไปหากินแถวบ้าน”

 

            ถาดแล้วถาดเล่าที่ช่วยกันล้างไหนจะทัพพีกับของใช้ในครัวเล็กๆน้อยๆเล่นเอาเหงื่อตก หมูมองหน้าพี่แกงไปล้างจานไป โคตรเพลิน .. คนอะไรหน้าตาจิ้มลิ้ม ถึงเพื่อนเขาจะบอกว่าพี่แกงน่ะโคตรหล่อ แต่สำหรับเขาแม่งโคตรน่ารัก ปากเล็กๆ จมูกน่ากัด

            โอ้โห ใจ

 

            “มองอะไรนักหนา”

            “พี่ไม่อยากรู้หรอก”

            “ไม่อยากรู้จะถามเหรอ”
            “โดนถาดฟาดมันจะเจ็บปะ” แกงหัวเราะออกมาเบาๆเพราะมันคงรู้นั่นแหละว่าถ้าชมเขาว่าน่ารักหรืออะไรออกมาจต้องโดนถาดที่เขากำลังสะบัดไล่น้ำในมือตอนนี้ฟาด

 

            “แน่ะ มีหัวเราะ .. ให้ความหวังกันปะเนี่ย?”

            “หัวเราะก็นับเหรอวะ”

            “ด่ายังนับเลย นาทีนี้อะ”

            “มึงนี่มันเกินคนจริงๆ”
            “พี่แกง”

            “หือ” เจ้าของชื่อานรับตอนที่สะบัดช้อนส้อมก่อนจะตากไว้บนตะแกรงที่โรงเรียนจัดไว้ให้ พอคนเรียกไม่ยอมพูดต่อก็ทำให้ต้องหันไปสบตา  

            แกงสบตากับคนที่ยืนยิ้มรออยู่คล้ายจะแกล้งกัน

            เคยมีคนบอกมันรึยังนะ


            “ถ้าผมร้องเพลงใส่แฟลชไดร์ฟมาให้”

 

            ว่ามันมีรอยยิ้มที่สวยและเป็นธรรมชาติมากๆ

            เขี้ยวเล็กๆนั่นเข้ากับนิสัยกวนๆของมันมากๆอีกเหมือนกัน

           

            “พี่แกงจะฟังมั้ย?”

            “ … ”

 

            แกงไม่ได้ตอบ แต่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกระเป๋ากางเกงตัวเอง วันนี้เขาก็เอาแฟลชไดร์ฟมาให้มัน ไม่คิดหรอกว่าจะเจอ .. แต่ลึกๆก็คิดว่ารู้

              รู้ว่ายังไง มันก็จะพาตัวเองมาเจอเขาอยู่ดี

 

            “พี่แกง .. ”

            “อือ .. ฟัง”

 

            หมูยิ้มจนตาหยี นึกอยากดึงอีกคนเข้ามากอดแต่ทำได้ซะที่ไหน

            ความรู้สึกของเขาน่ะเหมือนกราฟของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลเลย .. มันจะไปสิ้นสุดตรงไหนวะ ไม่มีหรอก ให้ตายเหอะ เขาชอบพี่แกงมากขึ้นทุกวัน


            “แล้วก็นี่แฟลชไดร์ฟมึง”

            “เหนื่อยเลย”

            “อะไร? ล้างจานแค่นี้ก็เหนื่อย”

              ไม่ .. คือพี่อะ น่ารักจนผมเหนื่อย”

 

            เออ กูก็เหนื่อยเหมือนกัน

            แกงคิด

 

            “ขอบคุณที่มาช่วยล้าง”
            “อยากช่วยล้างตลอดไปเลย”

            “ตลอดไปแม่งโคตรนาน เลิกพูดไปเลยคำนี้น่ะ”
            “งั้นล้างแค่พรุ่งนี้ก็ได้ แล้ววันพรุ่งนี้ก็จะมาบอกอีกว่าวันมะรืนก็จะอยู่ช่วย” คำพูดคำจาแบบเด็กๆนี่แหละที่ทำให้แกงเหนื่อย .. ใจเขาเต้นแรงไม่เป็นส่ำเพราะอะไรแบบนี้จากมันเสมอ

            เอาเหอะ

            ก็ปล่อยให้มันเป็นไป

 

            “ไปแล้วนะพี่แกง”

            “เออ กลับบ้านดีๆ”

            “ไม่ได้กลับหรอก ผมต้องไปเจียว”

            “เจียวเหี้ยอะไรอีก”
            “ก็หมูใดที่ถูกเจียว จะเป็นหมูเดียวที่ถูกใจ”

            “ … ”

            “ไปทำอะไรบอกไม่ได้หรอก รู้แค่ผมทำแล้วจะเป็นคนที่ดีกว่าเดิมก็พอได้มั้ยครับ?”

            “เออ”

 

            แกงยิ้มออกมา

 

            งั้นก็ไปเจียว”

 

            ยิ้มอีกครั้ง

            ยิ้มเหมือนกับว่ายิ้มที่หมูให้มามันเป็นเหมือนโรคติดต่อ

        
         
     เผื่อจะได้เป็นคนเดียวที่ถูกใจ”

 

            และมันก็คงเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

 



 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







 

 /

;

 

 

              ผมป่วย

            เป็นการป่วยครั้งแรกในรอบปีที่ทำเอาแม่บ่นไปทั้งวันเพราะผมไปขายข้าวแกงไม่ได้ แม่ไม่ได้ห่วงเรื่องเงินหรอก ทุกวันนี้ที่ยังขายๆอยู่เพราะแม่รักการทำอาหารและรักเด็กๆที่โรงเรียนทั้งนั้น

            ผมขยับตัวอย่างหงุดหงิด อาการครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะเป็นไข้มันน่ารำคาญจริงๆ แล้วผมโตแล้ว เวลาป่วยก็ต้องดูแลตัวเองแถมไม่อยากให้แม่เข้าใกล้อีกต่างหาก นี่ก็จะถึงเวลากินข้าวเที่ยงแล้ว ผมควรเช็ดเนื้อเช็ดตัวแล้วหาอะไรกิน จะได้กินยาตาม

            แล้วนี่แม่ไปไหนกันนะ คงไม่พ้นไปเล่นกับลูกหลานบ้านใครในซอยอีกสิท่า

            ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูเป็นผู้เป็นคน จัดเผ้าผมตัวเองแล้วก็หยิบเงินกับโทรศัพท์เดินออกไปหาอะไรกิน เวียนหัวนิดหน่อยแต่คงไม่หน้ามืดแบบนางเอกละครหรอกมั้ง แค่เป็นไข้นะเว้ย

 

            “เอาอะไรดีเจ้าแกงวันนี้”
            “ป่วยๆครับลุง ข้าวต้มหมูสับแล้วกัน”

            “กระเทียมเจียวเยอะๆ ลุงไม่ลืม”

            “น่ารักจังครับ จำได้ทุกอย่างเลย” ผมยิ้มกว้างๆให้คุณลุงร้านอาหารตามสั่ง เวลาแม่ไม่ทำกับข้าวก็มีร้านนี้นี่แหละที่ผมฝากท้อง แกก็ชอบมาซื้อข้าวแกงร้านแม่ผมสมัยที่เรายังยืนขายข้างถนนบนรถเข็น

            เกื้อกูลกัน มันสำคัญตรงนี้

 

            “เป็นไข้เหรอแกง หน้าแดงแต่ปากซีดเชียว”

            “ครับลุง สงสัยนอนดึกไปหน่อยแล้วอากาศก็เปลี่ยน”
            “เป็นไงบ้างล่ะ ไปขายแกงแทนแม่เขาน่ะ”

            “สนุกดีครับ เหมือนได้ไปดูลูกหลานตัวเอง ฮ่าๆ”

            “นั่นซี่ ลุงก็ว่าน่าสนุก มันดื้อกันมั้ย เด็กโรงเรียนชายล้วนน่ะ” ผมส่ายหัวให้เป็นคำตอบเพราะก็นั่นแหละ ตามวัย ไม่เกเรจนต้องโดนเรียกผู้ปกครองก็คงไม่ดื้อหรอกมั้ง

              พอพูดถึงเด็กโรงเรียนนั้น ผมก็เผลอนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาอัตโนมัติ

            มันเหมือนกับเวลาที่ถ้าคนพูดถึงผัดไทย ผมจะคิดถึงแม่เพราะแม่ทำอร่อย หรือถ้าพูดถึงเครื่องสำอาง ผมจะคิดถึงเนตรเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัย .. กลายเป็นว่าหมูโดนฝังในความทรงจำผมไปแล้วและทุกครั้งที่ผมนึกถึงโรงเรียนชายล้วน กางเกงสีกากีหรือแม้กระทั่งเมนูไข่ตุ๋น

            ก็คงจะเป็นมันอยู่ร่ำไป

           

            “ลุงไปเอาของหลังร้านนะแกง รอแป๊บนึง”

            “รอได้ครับลุง ไม่ต้องรีบเลย”
            “กินที่นี่เนอะ จะได้คุยกับลุงนานๆ”

            “ได้เลยครับ” ผมยิ้มเพราะเข้าใจว่าลุงน่าจะเหงา ลูกหลานไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด ภรรยาแกก็เสียแล้ว ผมน่ะชอบคุยกับคนแก่ซะด้วย สนุกจะตาย

            มันเป็นตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ผมสั่นครืด เบอร์แปลกๆที่ไม่ได้เมมไว้ทำให้ต้องย่นคิ้ว .. หรือจะเป็นเคอรี่ แม่ผมน่ะชอบแอบสั่งของในอินเตอร์เน็ตแล้วใช้เบอร์ผมให้เคอรี่ถามทางทุกที

 

            “สวัสดีครับ?”

              [ที่นั่นที่ไหน .. ใช่ที่รักรึเปล่าครับ]

            ไอ้หมู”

 

            ฆ่าไม่ตายจริงๆ

            ไอ้บ้าเอ๊ย


            “เอาเบอร์กูมาจากไหนเนี่ย”

            [เจอตกอยู่หน้าร้านข้าวแกงครับผม]

            “เอาดีๆ”

            [เอาดีทุกรอบ ไม่เคยมีท่ายากอะไรหรอกนะยัยแกง]
            “มึงคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายแจ่มใสเหรอ ยัยๆอยู่ได้ ไอ้เด็กเหี้ย” เนี่ย พอป่วยแล้วปากดีจังวะผม .. แต่ถามว่ามันสะท้านมั้ย บอกเลยว่าไม่เพราะเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงที่ปลายสายนั่นมันฟ้องว่าอีกฝ่ายอารมณ์ดีทุกครั้งที่โดนผมด่า

 

            [เตงเป็นไรอะ]

            “มึงนั่นแหละเป็นอะไร เอาเบอร์กูมาจากไหนดีกว่า”

            [ขอป้าๆแถวนี้แหละหน่า เค้าน่ารักนะเว้ย ใครจะไม่ใจอ่อน]

            “ใครกันนะที่มันสร้างความเข้าใจแบบผิดๆอย่างนี้ให้มึง กูจะไปทุบมันด้วยไม้หน้าสาม”

            [มาเฟียตลาดพลูว่ะ]

            “โอ๊ย ปวดหัวโว้ย ป่วยอยู่นะ อย่ากวนดิ”

           

            ถ้ามันอยู่ตรงหน้า ผมคงจะกราบมัน

            จริงๆนะครับ คนอะไรกวนตีนเก่งฉิบหาย

 

            [มียายัง?]

            “มีแล้ว”

              [ละมีใจยัง?]

            “ ... ”

 

            โว้ย

 

            [ล้อเล่นก็ได้ แหมมมมม เงียบเลยน้า]

            “มึงจะเอาอะไรพูดมา .. ห้ามตอบว่าเอากู”

            [ตัดมุคนอื่นมันบาปนะแกง]

            “เรียกซะเป็นเพื่อนเลยนะหมู”

            [เนี่ย น่ารักจังวะ]

            “อะไรนักหนา”

            [มีคนดูแลยัง อาสาได้ปะ ทำดีไม่หวังผลไรเลยนะคนแบบหมูอะ]

 

            ผมยิ้มออกมา นึกขอบคุณที่มันไม่อยู่แถวนี้เพราะผมยิ้มมาตลอดบทสนทนานั่นแหละ แม่งเอ๊ย ไข้ขึ้นแน่ๆ เพี้ยนไปหมดแล้ว ทั้งตัวทั้งใจเลย

            เวรจริงๆ

 

            “ดูแลตัวเองได้ มึงน่ะเรียนไปเหอะ”

            [แจ็คพ็อตมันลงที่เธอแล้วน่ะแกง ฉันไม่มีเรียนเลยตอนบ่าย]
            “เลือกซักสรรพนาม กูงง คือมึงจะกูมึงเลยก็ได้นะ ทุกวันนี้ทำเหมือนกูเป็นเพื่อนอะ”

              [ผอสระอัวเพื่อนเหรอ]

            “อันนี้เกินไปละๆ”

            [ขอโทษจ้า]
            “อยากชกหน้ามึงว่ะ ไข้กูขึ้นเพราะคุยกับมึงเลยเนี่ย” มันหัวเราะ หัวเราะแบบที่ผมคิดภาพออกเลยว่าริมฝีปากมันจะยกแบบไหน รูปตาของมันจะเป็นยังไง .. แล้วผมมันก็เริ่มยาวแล้วด้วย ยิ่งดูโตเข้าไปใหญ่

            จะว่าไปจะสิบแปดมันก็โตแล้ว เพราะตอนนั้นผมก็คิดว่าตัวเองโต

            โตแบบโลกทั้งใบเป็นของผมเลยล่ะ

 

            “แล้วนี่กินข้าวยัง”

 

            แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย เจออะไรหลายๆอย่าง ทั้งคน ทั้งงาน ก็รู้แล้วว่าเราน่ะตัวเล็กนิดเดียว

            นิดเดียวจริงๆ

 

            [บอกไปเดี๋ยวจะหาว่าเว่อร์ แต่ผมไม่กินข้าวร้านใครนอกจากร้านพี่!]

              โอ้โห รักตายเลย”

              [ไอ้เหี้ยต่อ พี่แกงบอกว่ารักกู!!!]

 

            สัด

            กูประชดมั้ยล่ะ

 

            [มึง! จริงๆ! เขาพูดจริงๆ กูไม่มโน]

            “หยุดๆ มึงใจเย็นๆ”

            [เย็นไม่ได้แล้วพี่ บอกรักเลยนะเว้ย ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำดิ]

            “ไปกันใหญ่แล้ว” ผมหลุดหัวเราะออกมาจนได้ ได้ยินมันเถียงกับเพื่อนเจี๊ยวจ๊าว นั่งยันนอนยันว่าผมบอกรักมันจริงๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อเพราะนิสัยขี้มโนของมันนั่นแหละนะ

 

            [ท้อว่ะ]
            “อายุเพิ่งสิบแปด จะมาท้อเหี้ยไรล่ะ”

            [จิบเหล้าก็เพ้อ จีบเธอก็แพ้]

            “มึงไปเอามุเสี่ยวๆแบบนี้มาจากไหน”

            [ก็ตามชื่ออะพี่ ในเฟซไง .. สมาคมนิยมมุเสี่ยว]

            “สาวชอบเหรอวะแบบนี้”

            [แค่หล่อก็พอแล้วมั้ยอะ ไม่ต้องเยอะแยะ]

            “ไม่เยอะเลยเนอะ ที่เป็นอยู่เนี่ย” ผมยิ้มๆ เล่นกับนิ้วมือตัวเองเหมือนคนที่กำลังประหม่า แต่พอคิดได้กับตัวเองว่าเฮ้ย นี่เรากำลังประหม่าเพราะคุยโทรศัพท์กับเด็กอายุสิบแปดเหรอวะ มันก็จะตึงๆหน่อย

 

            [ก็แค่กับเตงปะวะ]

            “เอางี้ มึงไปตกลงกับตัวเองก่อนว่าจะใช้สรรพนามอะไรแล้วค่อยคุยกัน”

              [ที่รักได้ปะ]

            “มึงเคยตายมั้ยอะหมู”

 

            ผมล่ะเหนื่อยใจกับมันจริงๆ

           

            [ชอว์ตี้อะ]

            “กูรู้ภาษาอังกฤษ”

            [ยอโบ?]
            “อันนี้เกาหลี”

            [ฉิบหายละ! คนหรือกูเกิ้ลทรานส์สเลชั่นวะ!]

 

            เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ที่ผมหัวเราะและยิ้มออกมาจากใจจริงๆทั้งๆที่นอนเบื่อๆเปื่อยๆมาตั้งแต่เช้าเพราะป่วย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความรู้สึกแบบนี้มันนิยามตัวเองว่าอะไร

 

            “ไปเรียนได้แล้ว เลิกคุย”

            [ไล่อีกละ นี่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาท้อไปแล้วนะ]

 

            แต่ผมแฮปปี้ไปกับมันนะ

 

            “แค่นี้ก็ท้อเหรอ”

            [ป้าไก่เขารู้มั้ยอะ ว่าลูกชายเขาชอบให้ความหวังชาวบ้านอะ]

            “แม่บอกกูตายด้าน ไม่มีแฟนซักที”

            [ขอเป็นแฟนได้มั้ย คิดซะว่าผมทำเป็นจิตอาสาก็ได้]

            [โห่ไอ้หมู! ไอ้สัดหน้าด้าน!]

            [ทุเรศ!]

 

            เสียงเพื่อนของมันที่รุมด่ามันทำให้ผมอารมณ์ดี มันจะรู้ตัวมั้นะว่าทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนที่ไม่ป่วยทั้งๆที่กำลังป่วยอยู่ มันเป็นตอนนั้นเองที่ผมยิ้มๆให้กับคุณลุงที่เพิ่งไปเอาของมาเตรียมทำข้าวต้มเสร็จ

 

            “สดชื่นเชียวนะแกง ใครโทรมาล่ะ”
            “น้องครับลุง”

            [ปัจจุบันเป็นน้องครับ อนาคตเป็นผัวแน่นอน]

            “ปากมึงนะหมู”

            [ปากดีใช่ปะ]

            “เออ”

            [ของงี้ต้องลองก่อน เคยลองรึยังล่ะเรา]

            “ตีนกูนี่” มันหัวเราะชอบใจอยู่ที่ปลายสาย งุ้งงิ้งฟ้องไปเรื่อยว่าเบื่อจะแย่แต่ก็ออกจากโรงเรียนไม่ได้หรอกแม้จะไม่มีเรียน บ่นว่าอยากมาเฝ้าไข้ผมจะแย่ น่าจะป่วยแบบเข้าโรงพยาบาลไปเลยจะได้มาหาสะดวก

            เอ้อ ก็แช่งกูไปอีกเนอะ

 

            “วางได้แล้ว จะกินข้าว”

            [พี่ก็วางดิ]
            “มึงโทรมา มึงก็วางดิ” ผมบอก

            [ทำใจให้พี่ได้ยินเสียงตัดสายไม่ลงว่ะ]

            “ละครมากมั้งไอ้เหี้ย”

            [พี่วาง นะ .. พี่ต้องเป็นคนวาง]

 

            น้ำเสียงอ่อยๆของมันจากปลายสายทำใจผมอ่อนยวบ นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ทำไมเราต้องมารู้สึกแบบนี้แค่เพราะเด็กคนเดียวบอกให้เราวางสายไปก่อนวะ ผมงงตัวเองฉิบหายเลย


            “ขนาดนั้นเลย”

            [ใช่ดิ อย่าลืมกินยาด้วยนะพี่ ถ้าตัวร้อนมากๆลองเอาเจลลดไข้แปะหน้าผากดู]

            “เออ รู้แล้ว”

 

            ผมนั่งเล่นหลอดสีชมพูที่ตัวเองปักไว้ในแก้วน้ำไปมา .. อาการแบบนี้เหมือนตอนเห็นลูกสาวของน้าคุยโทรศัพท์กับแฟนเลยว่ะ แต่รายนั้นนั่งดึงผมตัวเองจนผมหายเกือบทั้งหัว

              สรุปผมแม่งกำลังเขินเหรอวะ

 

            [เป็นห่วงนะครับ]

            “อือ”

            [รักนะครับ]

            “อันนี้เกินไปนิดนึงนะกูว่า”

              [โอเคๆ แกงนะครับ]

            “ไม่ได้ดีขึ้นเลยหมู”

            [ห้ามอะไรก็ห้ามได้ ยกเว้นห้ามใจว่ะ นาทีนี้]
            “จะวางแล้วนะ วันนี้ไปเจียวมั้ย”

            [เจียวไม่พัก]

            “โอเค .. ตั้งใจเจียว”

 

            ผมมองออกไปด้านนอก ท้องฟ้ามีเมฆเยอะไปหมด .. ไม่รู้หรอกว่าไอ้เจียวๆที่มันว่าเนี่ย คืออะไร แต่คงเป็นเรื่องดีๆที่มันพยายามมาตลอดล่ะมั้ง

            ผมยิ้มบางๆให้คุณลุงร้านอาหารตามสั่งตอนที่แกวางข้าต้หมูสับหอมฉุยโรยกระเทียมเจียวเยอะๆของโปรดผมลงบนโต๊ะ ตอนแรกก็คิดนะว่าต้องกินข้าวไม่อร่อยแน่ๆ เวลาป่วยน่ะ มันเฝื่อนๆไปหมดทุกอย่างเลย ทั้งอาหารที่กิน ทั้งโลกที่มอง

 

            “ไว้เจอกันอาทิตย์หน้า”

            [นานจัง แต่จะรอนะครับ]

            ครับ”

            [พี่แกง อย่าครับดิ น้วยแล้วเนี่ย]

            “เออๆ เรื่องมากจริง .. บ๊ายบายหมู”

 

            ผมกดวางสาย แต่รอยยิ้มยังไม่หายไปจากใบหน้า เช่นเดียวกันกับหัวใจที่เต้นระรัวแบบคุมไม่อยู่ ผมไม่กล้าแม้แต่จะเอามือทาบอกเพราะกลัวคุณลุงที่ไม่รู้อิโหน่อิหน่อะไรในร้านรู้ว่าผมกำลังเขินมากๆ

              แต่ให้ตาย


            “กินให้อร่อยนะแกง ลุงทำสุดความสามารถเลย”

            “ครับลุง”

 

            ถ้าบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นเหมือนยาชูกำลัง จะเว่อร์ไปมั้ยนะ

            .. แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆนะเว้ย

            มันเป็นคนแบบนั้นสำหรับผมจริงๆ





tbc.
























เพราะหมูใดที่ถูกเจียว จะเป็นหมูเดียวที่ถูกจัย (。♥‿♥。)

ถูกใจน้องหมูกันมั้ย บอกต่อด้าย ส่วนใครจะ cf พี่แกง ห้าม cc

แซ่บน้าาาาาา จะขยันอัพ ถ้าทู้กคนขยันให้พลังน้อง

เอ้า! สู้! เวรี่กู๊ด รักทุกคนเลยนะ ขอบคุณเสมอเลย

มะเหมี่ยวเอง

#แค่ที่แกง

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.344K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16,756 ความคิดเห็น

  1. #16737 เล็กน้ำตก-// (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 12:56
    เด็กมันร้าย แงแง
    #16,737
    0
  2. #16727 ppannita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 23:49
    น่ารักเท่าโลกกก
    #16,727
    0
  3. #16715 akiyama3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 21:10
    ก็คืออ่านไปยิ้มไป ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูละ เป็นเรื่องแรกเลยที่เป็นแบบนี้ แม่งน่ารักโว้ยยยยย 🥺
    #16,715
    0
  4. #16692 MiniMonkey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 12:36

    น่ารักเปนบ้าาา ฮึ้ยย
    #16,692
    0
  5. #16636 Yinggi11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:02
    ชั้นไงชั้นเอง ผู้ที่อ่านเรื่องนี้ ละยิ้มอยู่คนเดียว บ้าเอ้ยยย
    #16,636
    0
  6. #16606 เพอซิโฟเน่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:58
    ยิ้มจนจะบ้าเเล้ว น่ารักที่ซู๊ดดดดดดด
    #16,606
    0
  7. #16603 wingz:) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 01:26
    เด็กมันน่าร้ากกกกก
    #16,603
    0
  8. #16576 cblove614 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 19:39

    อ่านไปยิ้มไปเลยนาทีนี้
    #16,576
    0
  9. #16568 keawalee2596 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 14:04
    น่าร้ากกกกกกกก รู้สึกละลายตายไปกับนิยายละ55
    #16,568
    0
  10. #16548 DDDoubleD (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 00:46
    แกงงง เทอตกหลุมเด็กหมูแล้วว
    #16,548
    0
  11. #16499 Deuxnxay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:22
    มันเป็น งุ้ยงุ้ย นะคะ .....อร้ายยย
    #16,499
    0
  12. #16484 dusita361 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:44

    แื่กนกนำนำๅจำยยๅยำบำบๅ
    #16,484
    0
  13. #16456 gxisimp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 21:08
    เด็กนี่มันแพรวพราวจังเว้ย
    #16,456
    0
  14. #16443 B3erry (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 09:22
    หมูเอ้ยย ขยันหามุขมาเต๊าะพี่แกง น่าร๊ากมากก
    #16,443
    0
  15. #16414 MildYJ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:36
    กรี๊ดดดดดด ยัยแกงงงตกหลุมหมูแน้วววว น่ารักก
    #16,414
    0
  16. #16401 oneperson2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 14:59
    พี่แกงงงงงงงงง ต้านทานนายหมูไม่ไหวอะดิ๊
    #16,401
    0
  17. #16389 fayfai2302 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 11:20
    หมูกะคืองานดีย์
    #16,389
    0
  18. #16388 fayfai2302 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 10:44
    เริ่มหลงเด็กแล้ววว
    #16,388
    0
  19. #16379 งุงิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 03:06

    อ่านกี่รอบก็ชุ่มชื่นหัวใจ!

    #16,379
    0
  20. #16367 ponestm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:27
    สรรหามุขมาเล่นว่ะแก
    #16,367
    0
  21. #16364 Srptt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 21:06
    น่ารักโว้ยยยย ยัยแกง
    #16,364
    0
  22. #16356 plengparty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 18:32
    เกลียดคำว่า’ยัย’ 5555555
    #16,356
    0
  23. #16333 gnawkezi~* (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:47
    คุยโทรศัพท์กันน่ารักจังว้อยยยยย
    #16,333
    0
  24. #16317 你我 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:23

    ททำไมไอคู่นี้น่ารักมุ้งมิ้งบวกกาวจังงง

    #16,317
    0
  25. #16298 Tampholy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:13
    ชอบความหมู งื้อออ
    #16,298
    0