แ ค่ ที่ แ ก ง (end.)

ตอนที่ 6 : 06 - จะเป็นแกงเดียวที่ถูกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,015 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

06

"สิ่งที่สวยงามอาจเป็นเพียงฝัน

ที่อยู่ตรงนั้นตลอดไป
เหมือนดังเจ้าหญิงที่อยู่ในนิยาย
เหมือนดังดอกไม้ในภาพที่สวยงาม "


.
.



            แกงหรี่ตามองเข็มกับด้ายในมือ ตาเขาก็ไม่ได้ไม่ดีนะ ทำไมสอดด้ายเข้าไปในรูเข็มไม่ได้ซักทีวะ .. แต่เขาเชื่อแล้วจริงๆนะ ว่าเวรกรรมของเขามาในรูปแบบของเด็กมัธยมปลายปีสุดท้าย หน้าใสเหมือนไข่ปอกเปลือกและนิสัยกวนบาทายาวจากยะลามาน่าน

            เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาต้องมานั่งหน้าโง่อยู่ในรถตัวเองโดยมีเจ้ากรรมนายเวรนั่งเอาเสื้อกันหนาวปิดไข่รอเขาเย็บกางเกงให้แบบนี้

            มันอาจจะเริ่มที่

 

              ‘พี่แกง เย็บกางเกงให้เค้าหน่อยดิ โดนครูสอยอะ’

           

            “พี่แกง”

 

            ‘น้า น้า น้า เค้ามีแคสต์งานอ่า จ้างก็ได้’

            ‘กี่บาท’

            ‘ร้อยนึง’

            ‘ไม่ทำ’

 

            “เสร็จยังอะ หนาวขาแล้ว” หมูบ่นกระปอดกระแปดไม่กล้าขยับไปไหนเพราะกลัวน้องชายตัวเองจะโผล่ น่าอายจะตายห่าแต่มันจนหนทางแล้วจริงๆ จะให้คนคูลๆแบบเขาเดินออกจากโรงเรียนไปสยามทั้งๆที่ชายกางเกงลุ่ยเหรอ ฝันไปเหอะ!

 

            “ลดแอร์ดิวะ อย่าโง่ ร้อยด้ายยังไม่เข้าเลย”

            “เอามาๆ เดี๋ยวผมใส่ให้ โธ่เอ๊ย”

 

            ภาพพจน์มีไว้รักษาโว้ย

 

            ‘งั้นพันนึง!’

            ‘ตามมา’

 

            แกงส่งด้ายกับเข็มให้คนมากปัญหา นี่ถ้าวันนี้เขาไม่ขับรถมาคงต้องไปนั่งหน้าโง่อยู่ในห้องน้ำกันสองคนเพื่อเย็บชายกางเกงให้มัน ถามว่าเขาเห็นกล้วยมันมั้ย ตอบเลยว่าไม่ เพราะเขาให้มันเข้ามานั่งในรถก่อน ถอดกางเกงแล้วค่อยให้เขาเข้ามาตอนที่มันหาเสื้อกันหนาวมาปิดท่อนล่างตัวเองแล้ว

            บ็อกเซอร์ก็ไม่ใส่ แต่ใส่ไม่ไหวหรอก กางเกงแม่งสั้นฉิบหาย

            เหนื่อยใจกับแฟชั่นเด็กนักเรียนสมัยนี้จังวะ

           

            “ได้แล้ว!”

            “เออมา”

            “แก่แล้วนะเนี่ย ร้อยด้ายเข้าเข็มไม่ได้แล้ว กิ๊วๆ~”

            “เย็บเองเลย กูไม่เอาก็ได้ เงินพันนึงอะ”

            “หน้าเลือดกับเด็กตาดำๆไม่พอยังจะเทงานที่ได้รับมอบหมายอีก” เกลียดคำพูดคำจามันฉิบหาย แกงคิดในใจแต่ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำ เขาเย็บกางเกงให้อย่างคล่องแคล่ว เป็นสกิลที่แม่สอนมาตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนบ้านเขาไม่ได้มีเงินมากมาย เสื้อผ้าตัวไหนที่ยังพอใช้ได้แต่มีรอยขาดก็ต้องปะชุกันไปตามเรื่อง

            งานสบายจังวะ แค่เย็บกางเกงก็ได้เงินพันนึง

 

            “มึงไปแคสต์งานอะไรอีกล่ะ”

            “งานเดินแบบทั่วไปแหละครับ”

            “ทำไมอยากทำนัก”

            “มันจำเป็นอะพี่ .. พ่อกับแม่ผมทำงานสายนี้ เขาก็อยากให้ลองพิสูจน์ตัวเองดูบ้าง”

            “ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องทำก็ได้”

            “ไหนพี่บอกว่าพอโตขึ้นเราเลือกทำแต่เรื่องที่ชอบไม่ได้ไง” แกงกลืนทุกคำลงคอไปเพราะมันก็จริงนั่นแหละ จริงแบบที่มันพูดมาทุกคำเลย เขาเลยทำได้แค่สบตามันแล้วก้มหน้าลงไปเย็บกางเกงต่อ

 

            “แล้วปกติเวลาไปแคสต์นี่ได้ตลอดเลยมั้ย”

            “ตลอดครับ”

            “ก็ดีแล้วนี่ ไม่ลองพวกซีรีส์บ้างล่ะ”

            “ผมยังไม่มีเวลาไปเรียนการแสดงเลย กลัวไปแล้วเป็นภาระกองเขา”

            “เด็กดีจังวะ .. ทำงานหนักไปก่อน ซักวันมึงเป็นที่รู้จัก ติดลมบนแล้วก็จะสบาย ไม่ต้องไปแคสต์อะไรแล้ว เขาจะเรียกตัวมึงเอง” แกงยิ้มบางๆให้คนอายุน้อยกว่า

            แต่ไหนแต่ไรแล้วที่เขาไม่ใช่คนให้กำลังใจใครเก่ง แต่มันก็อายุเท่านี้ ได้เห็นว่ามันพยายามก็ภูมิใจแทนพ่อแทนแม่มันแล้วล่ะ

 

            “เอ้า เสร็จแล้ว”

            “ขอบคุณครับ”

            “ใส่ดิ กูไม่มองหรอก เสียสายตา”

            “ใครๆเขาก็อยากดูของผมกันทั้งนั้น”

            “อันเท่าดินสอ”

            “เทียนพรรษาดีกว่า ฐานะอย่างเราๆ”

            “มึงเคยได้ยินมั้ย พวกที่ไม่ใหญ่จริงแม่งชอบโม้แบบนี้แหละ”

            “พี่ ของแบบนี้ต้องพิสูจน์”

            “สัด!” แกเบือนหน้าหนีแทบม่ทันเพราะมันเล่นกระชากเสื้อกันหนาวที่คลุมท่อนล่างตัวเองออกแล้วหัวเราะเสียงดังลั่นรถ ไอ้เด็กเปรตเอ๊ย

            แล้วกูจะมาเขินอะไรวะ ก็ผู้ชายด้วยกันแท้ๆ

            มีก็เหมือนกันแม่งทุกอย่าง

 

            “ใส่เสร็จแล้วครับ หันมามองได้แล้ว~”

            “เออๆ เหนื่อยกับมึงจริงๆ”

            “งั้นผมไปแล้วนะ นี่เงินค่าเย็บกางเกงครับ”

            “ไม่เอาหรอก .. เก็บไว้กินหนมเหอะ” คนที่นั่งอยู่เบาะคนขับใช้จังหวะนั้นออกรถ เล่นเอาหมูงุนงงไปหมดเพราะเขากำลังจะเปิดประตูลงไปแล้วเชียวแต่อีกฝ่ายล็อรถซะก่อน

           

              เดี๋ยวไปส่งใต้ดิน”

            “พี่แม่ง”

 

            หมูข่มใจ

 

            “โคตรใจดีเลย”

 

            ทำยังไงความคิดที่อยากจะดึงอีกคนมากอดแน่นๆมันถึงจะหายไปกันนะ เป็นแบบนี้ตลอดเลย บ่นแต่ก็ตามใจ ทำตัวแข็งๆแต่จริงๆแม่งโคตรอ่อนโยนเลย

 

            “หรืออยากให้กูใจร้าย?”

            “ยังไงก็ได้แหละ ผมชอบทุกอย่างเลย”

            “พูดไปเหอะมึงอะ”

            “ไม่เชื่ออะดิ”

            “.. ก็ไม่ใช่แบบนั้น” แกงไม่อยากทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายและไม่ใช่เขาไม่เชื่อ .. แต่มันก็ยาก ถ้าจะวางใจลงไปเลย พวกเขาอายุห่างกันตั้งเก้าปี มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ความคิดความอ่านของคนที่อายุห่างกันตั้งเกือบรอบหนึ่งน่ะ

           

            “ชอบพี่จริงๆนะเว้ย”

            “รู้แล้ว”

              ชอบมากขึ้นทุกวันเลย”

            “เงียบที”

            “เค้าโคตรชอบเธอเลย! จริงๆนะยัยแก .. อื้อ!” มือขาวเอื้อมไปปิดปากคนปากมาก มันดิ้นเหมือนเขาออกแรงซะมากมาย ทำตัวเป็นสาวน้อยไปได้ นี่ขนาดขับรถอยู่ไม่ได้หันไปมองยังรู้เลยว่ามันเล่นละคร

            แกงที่เอามืออุดปากหมูไปขับรถไปกลั้นยิ้มแต่ยังไม่ทันจะได้เอามือออกเพราะมันก็เงียบไปพักใหญ่แล้วก็ต้องแหวเสียงดังลั่น

 

            “ไอ้เด็กเหี้ยนี่!”

            “แงแง”

            “มึงไม่ต้องแง สัดเอ๊ย”

 

            คนตัวเล็กโวยวายลั่นรถ นี่ถ้ารถชนก็จะไม่แปลกใจเลยเพราะมันเป็นบ้าอะไรมาจุ๊บฝ่ามือเขาวะ! ไอ้ความรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตตอนที่มันกดริมฝีปากลงมาไวๆนั่นอีก ให้ตายเหอะ เขาจอดรถด่ามันซักสามชั่วโมงได้มั้ยวะเนี่ย

 

            “อย่าหัวร้อนดิ เดี๋ยวแก่ไวนา”

            “มึงไม่ต้องไปคงไปแคสต์แม่งละ กูจะขับรถชนให้ตายห่ากันไปตรงนี้แหละ”

            “ใจเย็นดิเตงงงงง”

            “ห้ามทำอีกนะมึงอะ” แกงดุ

            “ขอโทษครับบบ จะไม่จูบตรงมือถ้าไม่ได้รับอนุญาต”

            “ไม่ต้องมาลูกไม้ ตรงไหนก็ห้ามจูบอีก”

            “ก็ได้ๆ งั้นจะรอจนกว่าพี่จะอนุญาต”

 

            หมูยิ้มร่า รู้แหละว่าพี่แกงไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้นหรอก อาจจะแค่ตกใจ แล้วคนอะไรมือหอมเป็นบ้าแถมมือนุ่มนิ่มไปหมด อยากจ้างให้มานั่งปิดปากกันทั้งวัน .. ปิดด้วยปากก็แด้

 

            “หน้าระรื่นเหลือเกินมึง”

            “ก็คนมันมีความสุขอะ”

            “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่าหวังจะได้ขึ้นรถกูอีก”

            “โห่ ไรว้า”

            “ไม่ต้องมาไรว้า เดี๋ยวกูทุบ”

            “คนน่ารักมักใจร้ายจริงๆ”

            “นั่งเงียบๆไปเลย ถ้ามึงพูดอะไรขึ้นมาอีกนะ กูจะขับรถชนป้อมตำรวจ”

 

            โธ่เอ๊ย

            ขู่กันน่ารักจริง หมูคิดแล้วหันไปมองคนข้างๆ คิ้วของคนตัวขาวขมวดเข้าหากัน ใบหน้ายุ่งเหยิงไปหมดเพราะน่าจะหงุดหงิดที่เขากวนใจไม่เลิก รอยยิ้มกว้างๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กอายุสิบเจ็ดย่างสิบแปด .. บางทีความสุขในโลกกว้างๆมันก็แคบแค่นี้แหละ

            เท่ากับรถคันเล็กๆหนึ่งคันที่มีพี่แกง

            เท่านี้เอง

 

 




 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







 

 /

;

 

 

            “เนตร ช้าๆ เชือกรองเท้ากูหลุด” ผมบอกมันเป็นครั้งที่ร้อยแต่ผู้หญิงที่สวมส้นสูงไม่รู้กี่นิ้วกลับก้าวฉับๆไม่หยุด ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เนตรเป็นคนชอบแต่งตัว คำว่าเพราะทุกวันคือรันเวย์นั้นไม่ได้เกินจริงเลยถ้ามาย้อนดูชีวิตแต่ละวันของมัน พอเรียนจบก็เข้าทำงานกับห้องเสื้อชื่อดังที่มีบอสเป็นชาวต่างชาติ วันนี้มันได้บัตรเข้างานแฟชั่นวีคของแบรนด์เสื้อผ้าที่โคตรดังตอนนี้มาสองใบ

            บุญหรือบาปไม่รู้มาหล่นที่ผมที่ดันว่างอยู่คนเดียวพอดี ก็เลยโดนมันลากมาแบบนี้

 

            “เชิดไว้แกง เชือกหลุดก็ช่าง!”

 

            ช่างได้ที่ไหนกันล่ะวะ ถ้าล้มหัวคะมำคงอายน่าดู

 

            “มึง วันนี้นายแบบแซ่บมากๆ กูพูดแค่นี้”

            “เนตร กูขอผูกเชือกรองเท้าก่อน”

            “โอเคๆๆ!”

 

            ขอบคุณสวรรค์

            ผมพรูลมหายใจออกมาก่อนจะหลบมุมนั่งยองๆเพื่อผูกเชือกรองเท้า เพราะวันนี้งานค่อนข้างจะใหญ่โต เนตรเลยจับผมแต่งตัว เชิ้ตสีดำพอดีตัวกับกางเกงเอวสูงสีเดียวกัน นี่ถ้าคอเต่าคงเป็นสตีจอบส์ .. ถุงเท้าสีแดงเลือดหมู รองเท้าหนังและกระเป๋าแพงๆที่ไม่ใช่ของผม มันบอกว่าแบบนี้แหละโอต์ กูตูร์เหมือนผู้ดีอังกฤษ

            น้อยแต่มาก

            เรียบแต่โก้

            โอ๊ย สารพัดคำของมันล่ะ

 

            “ปากกูซีดยังแกง”

            “แดงกว่าสัญญาณจราจรอีกเนตร”

            “ขนตาเด้งมั้ย”

            “ที่สุด” ผมอยากจะกุมมือมันให้กำลังใจว่ามึงสวยแล้วเพื่อน ตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่คงไม่ต้องทำหรอก มันมั่นใจอยู่แล้วแหละถึงได้วาดยิ้มหวานแล้วเอื้อมมือมาควงแขนผมก่อนจะส่งบัตรเข้างานให้ผู้ชายใส่สูทสีดำขลับหน้าประตูทางเข้า มีแต่ดารากับไฮโซทั้งนั้นเลยว่ะ

            ผมเคยเห็นนะ ผ่านๆในเน็ตไง

 

            “โห” ผมครางออกมาเบาๆ

            “มึง! เริ่ดมากกกกก!”

 

            ผมกวาดตามองไปทั่ว .. งานยิ่งใหญ่จริงๆ ถึงผมจะไม่เคยมางานแฟชั่นวีคหรืออะไรแบบนี้มาก่อนเลย แต่ผมก็รู้แหละว่าที่ที่ตัวเองกำลังยืนอยู่แม่งถูกจัดขึ้นมาด้วยความตั้งใจและประณีตเต็มร้อย เน้นสีแนวเอิร์ธโทนซะส่วนใหญ่ มีใบเมเปิ้ลที่ไม่รู้ของจริงหรือของปลอมร่วงกราวทั่วทุกมุม

            ผมไม่เข้าใจภาษาแฟชั่นแต่เนตรกรี๊ดไม่หยุด ผมทำแค่มองทางนั้นทีทางนี้ทีเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง .. ผมว่าการเป็นคนแต่งตัวดีมันยากกว่าการเป็นคนหน้าตาดี

            มันเป็นเซนส์ เป็นเทสต์ส่วนบุคคลกันทั้งนั้น เสื้อผ้าทุกแบบไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน คนที่แต่งตัวดีคือคนที่รู้จักตัวเอง และผมนับถือทุกคนในงานนี้จริงๆในฐานะคนที่แต่งตัวห่วยแต่วันนี้ดันแต่งตัวดีเพราะเพื่อนเลือกให้

 

            “มึงงงง คุณโชนดีย์มาก”

            “ใครวะ”

            “ก็ไฮโซลูกชายเจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังนั่นไง คนที่ใส่คอเต่าสีขาวตรงนั้น”

 

            ผมมองตามนิ้วเพื่อนที่ชี้เขาโต้งๆกันตรงนี้ คุณโชนที่เนตรว่าตัวสูงโปร่ง ไหล่กว้างกับลำคอแกร่งนั่นขับคอเต่าสีขาวที่เลือกสวมมาให้ดูดีเข้าไปอีก ผมมองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเท่าไหร่เพราะระยะทาง ดูแต่รวมๆแล้วก็หล่อดี มันยากนะที่ผู้ชายด้วยกันจะชมผู้ชายเหมือนกันว่าหล่อน่ะ

           

            “ต่อไปนี้ห้ามเรียกกูเนตร ถ้าเขาเป็นคุณโชน กูจะเป็นน้องน้ำ”

            “สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักไปอีก”

            “มึง คิดให้หน่อยกูจะอ่อยเขายังไง”

            “เนตร มึงใจเย็นๆ” ผมกระชับแขนเพื่อนที่ควงผมไว้แน่น กลัวมันจะวิ่งไปกอดเขา แล้วก็ถามจริงๆเหอะ แบบผมเนี่ยนะจะคิดวิธีอ่อยใครได้

           

            “มึง เราได้ front row นะกูจะบอก”

            “โห มึงใหญ่โตขนาดนั้นเลย”

            “จริงๆเขาให้บัตรบอสกูมา แต่บอสกูไม่ว่าง บุญของเราแล้ว กูจะได้ส่องซิกแพนายแบบระยะประชิด” มันทำหน้าดีใจซะยกใหญ่ กึ่งลากึ่งจูงผมไปนั่งตามเลขบัตร ผู้คนที่เดินเล่นจิบค็อกเทลกันในงานก็เริ่มทยอยเข้ามานั่งที่เพราะโชว์ใกล้จะเริ่ม

            ผมรู้สึกยุบยิบในอก มันเป็นความรู้สึกแบบที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาผมออกไปข้างนอกแล้วจะได้เจอใครซักคนที่รู้จัก แต่บอกตามตรง นอกจากเนตร .. เพื่อนผมก็ไม่มีใครที่น่าจะมางานนี้ได้อีกแล้ว

 

            “ขอโทษนะครับ เชือกรองเท้าหลุดน่ะครับ” เขายิ้มบางๆ

            “เอ่อ .. ขอบคุณครับ”

            “แก๊ง!” น้องน้ำของคุณโชนกระแทกสีข้างผมด้วยศอก มันพูดชื่อผมซ้ำไปมาเมื่อที่นั่งข้างๆผมคือคุณโชน .. ผมอยากจะลุกขึ้นแล้วบอกให้เนตรเปลี่ยนที่กัน สานฝันให้มันได้เป็นน้องน้ำของพี่โชนตามที่มันฝัน แต่ผมลุกไม่ได้ นั่งแล้วนั่งเลยเพราะโชว์เริ่มแล้ว

            ผมไม่กล้าหายใจแรงเพราะนั่งข้างไฮโซที่เป็นถึงลูกเจ้าของกิจการที่มีมูลค่าไม่รู้กี่หมื่นล้าน และถึงแม้ว่าผมจะหายใจช้าและเบามากๆ ก็ยังได้กลิ่นน้ำหอมสุดผู้ดีจากเขาอยู่ดี

            เสียงไวโอลินดังขึ้นท่ามกลางสเปซมืดๆ ก่อนที่ไฟจะเปิดขึ้นทีละดวง นักบัลเลต์สาวกระโดดออกมาจากมุมหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเต้นเข้ากับเพลง ผมตื่นเต้นมากจนเผลอกัดปากตัวเอง

            ไม่เคยเห็นครับ จริงๆนะ เกิดมาไม่เคยดูอะไรแบบนี้เลย

 

            “มึง เริ่ดมาก”

            “อือ” ผมเอออในลำคอตอนเนตรกระซิบ มันจิกแขนผมแน่นตอนนางแบบคนแรกเดินออกมา ชุดยาวๆเหมือนหางปลาระยิบระยับ ผมสีบลอนด์ของนางแบบต่างชาติและผิวสีซีดเข้ากับทุกอย่าง

            เออ สวย

 

            “แกง กูจะร้องไห้ เลอค่ามาก” แล้วมันก็พ่นศัพท์เฉพาะออกมาไม่หยุด ผมสรุปได้แค่ว่ามันสวย เซตแรกออกแนวหรูหราแบบที่ผมไม่มีปัญญาซื้อไปให้แม่ใส่อยู่บ้านแน่ๆ

            เข้าสู่เซตที่สองที่เพลงเริ่มออกแนวสบายๆแต่ยังติดขรึมอยู่ แบบเปลี่ยนเป็นผู้ชายยกเซต เนตรบอกผมว่าคนสุดท้ายคือไฮไลท์ของงานเพราะเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าของค่ายหนังอันดับหนึ่งของไทยตอนนี้ แถมมีพี่สาวเป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ปีก่อนอีกต่างหาก

           

            “มึง! น้องจะมา! ใจแม่ก็มา!”

            “ชู่ว์ .. เบาๆ”

 

            ผู้หญิงสมัยนี้แม่งน่ากลัวจริงๆ

            แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดออกมาเพราะเหมือนเป็นมารยาทของคนในงานที่ต้องนั่งดูแบบผู้ดีหน่อยๆ มันเป็นตอนนั้นเองที่เนตรสะกิดผมด้วยศอกของมันอีกครั้งเหมือนเตือนให้รู้ว่ามาแน่ๆ มาแน่ๆไอ้คนที่มันตั้งใจจะมาดู

            วินาทีนั้นเอง ผมเห็นแค่เด็กผู้ชายในชุดนักเรียนยับๆ กางเกงขาสั้นสีกากี รองเท้าผ้าใบเหยียบส้นและรอยยิ้มที่คุ้เคยเท่านั้น .. หัวใจผมเต้นช้าลงเรื่อยๆคล้ายจะหยุดก่อนจะเต้นรุนแรงเหมือนถูกตบสวิตช์ตอนที่สายตาเราประสานกัน

 

            “ … ”

 

            พอผมกะพริบตาอีกที มันไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนเหมือนเก่า

            แผ่นอกกว้างที่โผล่พ้นเชิ้ตปลดกระดุมหลายเม็ด ผมที่ยาวกว่าเดิมโขและดูเปียกตามประสา wet look แบบที่เพื่อนบอกผมเข้ากับใบหน้ามันดี .. ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันดูดีตั้งขนาดนี้และขาของมันยาวตั้งขนาดนั้นตอนที่สวมกางเกงผ้าซาตินและรองเท้าหัวแหลม

           

            “กูขอพูดเลยนะว่าถ้าไม่ใช่น้องหมูใส่ คือตาย”

            “ … ”

            “ตายจริงๆมึง เบ้าไม่ดี หุ่นไม่เป๊ะขนาดนี้ทำไม่ได้ แกงเอ๊ย นี่แค่มอหกนะมึง คิดดูถ้ามหาวิทยาลัย โอย! น้ำลายสอ มึงว่าไงๆๆๆๆ”

 

            ไอ้เด็กเหี้ย

            ผมด่ามันในใจ

 

              กรี๊ดดด น้องยิ้มอ่า ไหนเขาให้คีพลุคนิ่งไง!”

 

            มันหลุดยิ้มให้ผม ยิ้มแบบโคตรขี้เล่น ทำเอาสาวๆแถวนั้นกรี๊ดกร๊าดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เท่านั้นไม่พอยังขยิบตาให้อีกต่างหาก เนตรมันทุบไหล่ผมจนผมเจ็บแต่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกไป มันแหกปากบอกไม่หยุดว่าน้องยิ้มให้มัน น้องหมูคนนั้นน่ะยิ้มให้มัน

            พอผมนั่งทบทวนกับตัวเองพักใหญ่ .. นี่พ่อแม่มันเป็นเจ้าของค่ายหนังเลยเหรอวะ แบบนี้สินะมันถึงต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรแบบที่บอกผมไว้ เป็นธรรมดาของคนที่เกิดมาพร้อมทุกอย่างจนรู้สึกว่าตัวเองต้องขวนขวายให้ได้ทุกอย่างมาด้วยความสามารถ

            มันก็คงลำบากอยู่ไม่น้อย

 

            “ใจกู๊”

            “มึง .. ”

            “อะไรๆๆๆ มึง น้องหมูดีมาก แบบทุกคนเหมือนหมาเมื่อเทียบกับน้องหมู!” ผมอยากจะขำใส่หน้าเนตร ไหนเมื่อกี้มันยังให้คุณโชนที่นั่งปรบมืออยู่ข้างผมเป็นที่หนึ่งอยู่เลย ใจคนหรืออินดิเคเตอร์วะเนี่ย เปลี่ยนสีไวฉิบหาย

 

            “เออ! กูคิดออกละ น้องเขาเรียนโรงเรียนที่มึงไปขายข้าวแกง เคยเจอบ้างมั้ยวะ”

 

            ผมเงียบไปพักหนึ่ง ไม่อยากตอบ เพราะเดี๋ยวยาว

            ผมยิ่งโกหกไม่ค่อยเก่งอยู่ด้วย

 

            “หล่อดีๆ” ผมตอบตัดปัญหาทุกอย่าง ปล่อยให้เพื่อนพล่ามรอโชว์เซตที่สามที่มันบอกว่าน้องหมูจะออกมาอีก คราวนี้ใส่แค่กางเกงก็พอเพราะขายลุคฤดูร้อน .. ผมยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยงงๆ

            รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น

 

            “กล้ามต้องปั๊วะ บอกแค่นี้”

 

            หวงเหรอวะ

            บ้า

 

            “ขาดเงินหมุนเวียน ใส่ชุดนักเรียนมาหาพี่”

            “มึง พรากผู้เยาว์ ใจเย็นๆ”

            “ถ้าเด็กมันยอม อะไรก็เกิดขึ้นได้!”

            “แล้ว .. พ่อแม่น้องเขาไม่มาดูเหรอ?” ผมถามลองเชิง มันนั่งคิดพักหนึ่งก่อนจะกระซิบบอกเหมือนไม่อยากให้ใครได้ยิน

            “ไม่มามึง เขาไม่ถูกกับคนจัดงาน”

            “เอ้า แล้วลูกเขามาเดินได้ไง”

            “สมัยนี้เขาวัดกันที่ความสามารถมึง น้องมันเก่งจะตาย ทำได้หลายอย่าง ไว้โม้ให้ฟัง กูชอบมาก ตามไอจีตั้งแต่คนฟอลหลักพัน”

            “แล้วตอนนี้เท่าไหร่”

            “สองหมื่นต้นๆมึง น้องกำลังจะดัง”

            “เหรอ”

            “เออออ เชื่อกูดิ ความพยายามไม่เคยทรยศใคร!” ผมพยักหน้าหงึกหงัก พยายามปะติดปะต่อที่มันบอกว่าตัวเองไปเจียว ไอ้เจียวๆที่มันว่าก็คงออกแนวเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านที่มันชอบนี่แหละมั้ง ผมเหนื่อยจะเดา

            ดนตรีเปลี่ยนเป็นแนวป็ๆน่าเต้น ผมมองนางแบบคนแรกที่ถักเปียหลวมๆสองข้างมากับลุคฤดูร้อนอย่างสนอกสนใจ ซักพักผมเริ่มคิ้วกระตุกเพราะนางแบบสวมบิกินี่สีสดใสออกมา ดีไซน์น่ารักดีแต่ .. งี้ไอ้หมูก็ต้องใส่กางเกงว่ายน้ำดิ

           

            “เป็นไร คิ้วขมวดเชียว”

            “เปล่าๆ”

            “มึงอย่ามาอนุรักษ์นิยมกันตรงนี้นะ ใส่บิกินี่ไม่ได้ผิดกหมาย”

            “เออๆ รู้แล้ว”

            “มึ้ง! น้องหมู!” ผมหันไปมองน้องหมูของเนตรอีกครั้ง ปล่อยให้มันนั่งจีบมือเหมือนคนเจ้าเข้า ขอบคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่มันไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำรัดติ้วออกมาแบบที่ผมคิดในหัว แค่กางเกงสามส่วนที่จะใส่เกาะสะโพกต่ำไปถึงไหน มันมีกล้ามเนื้อที่สวยสมส่วนจริงๆ แถมหมวกเหมือนไปเดินป่าสีเหลืองนั่นกับสารพัดของที่สไตลิสต์จัดมาให้มันใส่ทำให้มันดูสดใส เป็นอีกลุคที่ทุกคนดูชอบเพราะมันเข้าถึงได้

            พอมานั่งอยู่ตรงนี้ มองมันแบบมีระยะห่าง .. ผมก็รู้ว่ามันโตตั้งขนาดนั้นแล้ว

            ดูไม่งอแง ดูจริงจัง

 

            “ดูดีจริงๆนะครับ อายุก็เท่านี้”

 

            ดูเหมาะสมกับแสงไฟ

 

            “ครับ” ผมตอบคุณโชนที่จู่ๆหันมาพูดกับผมไปเบาๆ

            “ผมโชนครับ คุณล่ะ?”

            “แกงครับ”

            “ไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลยครับ”

 

              เคยเห็นก็แปลกสิวะ

            ผมบังคับตัวเองไม่ให้ขมวดคิ้วเพราะรอยยิิ้มนิ่มนวลบนใบหน้าเขาทำให้ไม่อยากเผลอทำอะไรไร้มารยาทออกไป ผมทำแค่ยิ้มบางๆกลับไปก่อนจะหันกลับมาสนใจกับโชว์ต่อ

 

            “ผมชอบสีถุงเท้าคุณนะครับ”

 

            ผมเม้มปาก

            คำพูดแบบนี้จากคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มันหมายความว่ายังไงกันวะเนี่ย แล้วก็นะ ถุงเท้าดันเป็นอย่างเดียวในตัวที่ผมเลือกเองซะด้วยสิ

           

            “ขอบคุณครับ”

              คุณน่ารักจังครับ”

 

            ไอ้เหี้ย

            ผมหันไปมองเขาตาโต คุณโชนของน้องน้ำข้างตัวผมที่ไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์คับขันหัวเราะเบาๆอย่างกับคุณชายในละครที่ผมดูตอนอนุบาล

            ผมขยับตัวออกห่างเขานิดหน่อยจนเพื่อนหันมาเอ็ดว่ามันจะตกเก้าอี้ตัวยาวที่เรานั่งกันอยู่แล้ว

 

            “เนตร”

            “อะไรของมึ้ง”

            “กูไม่ชอบคุณโชน” ผมกระซิบ

            “อีบ้า มึงต้องชอบ!”

            “มึงสิบ้า กูไม่ชอบ”

            “อ๊ย! อย่าดัน!”

 

            เวรกรรมอะไรของผมนักหนาวะเนี่ย

            ยี่สิบหกแล้วนะโว้ย ไม่ใช่เบญจเพซักหน่อย!

            ซวยไม่เว้นวันจริงๆ พับผ่าสิ

 

 

/

           

 

              “มึง ไม่รอแล้วได้มั้ย .. ปวดฉี่”

            “ไม่ได้! อั้นไว้แกง!”

 

            คนตัวเล็กขบกรามแน่น ต่อยผู้หญิงนี่ผิดมากมั้ยวะ มันเป็นอะไรนักต้องมาต่อคิวถ่ายรูปกับนายแบบ แล้วคิวไอ้เด็กคนนั้นมันจะยาวไปถึงไหน ไม่น่าตกลงมากับเนตรมันวันนี้เลย ไม่งั้นคงไม่ต้องมาเจอสถานการณ์ที่บีบคั้นอะไรแบบนี้หรอก

            แล้วไอ้คุณโชนอะไรนี่ก็เดินประกบเขาแจเลย หันไปทำตาขวางใส่ก็ยิ้มให้

            เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว!

 

            “จะถึงคิวแล้ว อย่างอแง”

            “ไม่เห็นจะหล่ออะไรขนาดนั้นเลย” แกงบ่น

            “แกง กระจกอยู่ทางนู้น มึงลองส่องดู”

            “เนตร”

            “พอๆ โตแล้ว ห้ามงอแง .. เอ้า! ถ่ายให้กูด้วยนะ”

 

            แม่งเอ๊ย แกงอยากตีอกชกหัวตัวเอง ลืมคิดไปเลยว่าต้องเป็นคนถ่ายให้เนตรมันเพราะมันไม่มีทางเซลฟีแน่ แต่งตัวมาซะสวยขนาดนี้ ยังไงมันก็ต้องหวังให้มีรูปเต็มตัวของตัวเองนั่นแหละนะ

            คนตัวเล็กหน้าบูดเข้าคิวที่สั้นลงเรื่อยๆจนได้ยินเสียงคุ้นเคยพูดคุยกับแฟนคลับตัวเอง

 

            “น้องหมู ผอมลงรึเปล่าเนี่ย?”

            “ไม่นะครับพี่ ผมโด๊ปข้าวแกงที่โรงเรียนเช้าเที่ยงเลย”

            “กินเยอะๆน้า คิดถึงสมัยเป็นเจ้าโมจิ”

            “นั่นมอต้นเลยนะพี่ ที่อ้วนๆแก้มห้อยๆอะ” เด็กผู้ชายตัวสูงที่สวมเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสองสามเม็ดกับกางเกงขากระบอกเอวสูงสีดำและรองเท้าหนัหัวเราะจนตาหยี

 

            “น่ารักกับแฟนคลับตลอดแหละเราอะ”

            “โหย อย่าเรียกแฟนคลับเลยพี่ จั๊กจี้อะ .. คนกันเองทั้งนั้น”

 

            มันเป็นเด็กน่ารัก แกงรู้มาตลอด

            ความอ่อนน้อมถ่อมตนคือสิ่งที่มันมีติดตัว รอยยิ้มจริงใจ คุยกับใครเป็นกันเองแต่พอทำงานมันก็ทำ เวลาจริงจังมันก็เต็มที่ คนแบบนี้แหละน่านับถือ .. มันเป็นคนที่เติบโตขึ้นมาอย่างดีจริงๆนั่นแหละนะ

            ว่าแต่มันมีผู้จัดการด้วย เพราะแกงเห็นมีคนจัดคิวและคอยดูเวลาในการพูดคุยและถ่ายรูปกับมัน โอ้โห ไม่ธรรมดาจริงๆว่ะ นี่มันเด็กหัวเกรียนที่โรงเรียนจริงๆรึเปล่าวะเนี่ย

 

            “คนต่อไป เชิญเลยครับ”

            “แกง เร็ววววๆ!”

            “เออๆ” แกงรับโทรศัพท์จากเพื่อนมาก่อนจะขมุบขมิบปากด่าทุกอย่างเพราะมันเขินหน่อยๆรึเปล่าวะที่ต้องมาทำแบบนี้กับคนที่จะพูดยังไงดีล่ะ ตามจีบเหรอ?

            เออนั่นแหละ มันประหม่านะโว้ย!

 

            “อ้าว .. คุณแฟนคลับ :)”

            “ไหนบอกจั๊กจี้ไง” คนตัวบางอดไม่ได้เลยที่จะเถียงออกไป มันห้ามปากไม่ได้หรอก คนเคยด่ากันทุกวันจันทร์ถึงศุกร์แล้วพอเขาโพล่งออกไปแบบนั้น เพื่อนก็ทำตาโตอ้ำๆอึ้งๆ

 

            “พี่แกง”

            “อะไร ตั้งใจถ่ายรูปสิ เพื่อนกูรอเนี่ย”

              วันนี้แต่งตัวน่ารักจังครับ”

 

            เนี่ย

            มันอะไรกันนักกันหนาวะ ตั้งแต่ไอ้คุณโชนนั่นแล้ว แกงชูกำปั้นใส่ไอ้เด็กหมูอย่างลืมตัวเพราะเขาทำประจำเวลาต้องการให้มันรู้ว่ากวนตีนต่ออีกนิดมึงเจอหมัดกูแน่

           

            “แอบมาดูกันปะเนี่ย”

            “ถ้ารู้ว่ามึงเดินนะ กูจะฉีกตั๋วทิ้งหน้างานแม่งเลย”

            “แก๊งงงง” เนตรทำตาโตร้องเสียงหลงเมื่อถ่ายไปหลายรูปและเพื่อนที่ตัวพอๆกันเดินเข้ามาคุยกับน้องนายแบบ ไอ้การจ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใครกับสายตาอ่อนโยนเหมือนน้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นของน้องหมูเป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบเห็น

              แล้วไอ้ออร่าสีชมพูแบบนี้นี่มันคืออะไรกันนะ

 

            “พี่แกง”

            “อย่าเรียก จะไปแล้ว”

            “พี่แกง”

            “อะไรนักหนาวะ”

            “เชือกรองเท้าหลุดครับ”

 

            รองเท้าเวร

            รองเท้านรก

            แกงก่นด่าในใจเป็นพันครั้ง เขาหงุดหงิดชะมัดแต่ยังไม่ทันจะก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้ตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน .. คนตรงหน้าก็ก้มลงไปทำหน้าที่นั้นซะแล้ว

            แกงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนสาปให้เป็นหิน เขาขยับไปไหนไม่ได้ หายใจก็ยังลำบาก มีแค่ตาที่ยังมองเห็นว่ามือใหญ่ๆนั่นกำลังผูกเชือกรองเท้าให้เขาอยู่และใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเด็กอายุสิบเจ็ดย่างสิบแปดประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

            “ … ”

            “เดี๋ยวล้มแล้วเจ็บตัว ผมจะเสียใจแย่เลยนะ”

 

              เกลียดมัน

 

            “วันนี้โคตรดีเลย .. ผมมองเห็นพี่ก่อนทุกคนเสมอเลยนะ พี่รู้ตัวมั้ย”

 

              โคตรเกลียดมันเลย

            แกงก้มหน้าลงมองปลายเท้า เพราะเขาไม่สามารถทนสบตาคนพูดได้ทั้งๆที่ใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกจากขั้ว แกงรู้สึกถึงมือเย็นๆของเนตรที่เอื้อมมาว้าแขนเขาเพราะทุกคนเริ่มซุบซิบ เผลอๆถ่ายรูปกันไปแล้วหลายรูป .. แม่งเอ๊ย มาผูกเชือกรองเท้าให้ทำไมในที่ที่คนเยอะขนาดนี้วะ

 

            “กลับบ้านดีๆนะครับพี่แกง”

            “อือ”

            “เจอกันวันจันทร์นะครับ”

 

            แกงไม่รู้แล้วว่าเขาโดนเนตรลากออกมาเมื่อไหร่ จำได้แค่หางตาเห็นมันส่งยิ้มมาให้ก่อนจะหันไปคุยกับแฟนคลับคนต่อไปที่เข้ามาถ่ายรูป ลมร้อนปะทะกับผิวกายตอนที่เขากับเนตรเดินออกมานอกห้างที่เป็นสถานที่จัดงานแล้ว .. แกงกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดคล้ายคนที่ดำน้ำมานาน

            มันเป็นตอนนั้นเองที่เพื่อนสนิทมายืนประจันหน้า มันเท้าสะเอว ลิปสีแดงเลือดหมูบนปากมันนั่นให้ลุคนางร้ายแบบกิ๊ก สุวัจนี

 

              มึงคายออกมาให้หมดเลยนะ! อีแกง!”

           

            เอ้อ

            ขึ้นอีเลยว่ะเฮ้ย

 


 




tbc.























หวาดดีค้าบบบบ ชื่อหมูค้าบบ รักแต่พี่แกงค้าบบบบ



จะรักคนน้องหรือคนพี่ ก่ให้บอกกันตรงนี้ว่ารัก
ขอบคุณสำหรับกะลังใจคับ จะขยันอัพ ไม่ต้องกลัวโดนเทอะไร
เพราะแต่งจบแน้ว LOL
รักและขอบคุณเสมอคับ ʕ•ᴥ•ʔ
(hny kaaaaaa)
#แค่ที่แกง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.015K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16,756 ความคิดเห็น

  1. #16693 MiniMonkey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 13:14

    ยิ่งอ่านยิ่งเขินโว้ยยยยย
    #16,693
    0
  2. #16673 Toy777 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 20:42

    55555🐷🐷พี่แกงงงงงง
    #16,673
    0
  3. #16637 Yinggi11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:18
    น่ารักอ่ะเเงเเง
    #16,637
    0
  4. #16628 Ppppllllyyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:53
    น่ารักกก
    #16,628
    0
  5. #16604 wingz:) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 01:36
    เด็กมันน่ารักอะเนอะ
    #16,604
    0
  6. #16549 DDDoubleD (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 01:20
    โห ชั้นสูงนะนายลูกหมู
    #16,549
    0
  7. #16500 Deuxnxay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:24
    เด็กมันเอาวะ
    #16,500
    0
  8. #16449 Hitomi Ooy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 01:16
    จิกหมอนนนนนนนนนน แต่มาสะดุดตรงรูปนี่แหละ ตกใจปาหมอนทิ้งเลย แงแง
    #16,449
    0
  9. #16415 MildYJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 23:00
    ฉันเขินนน ยิ้มตั้งแต่เริ่มอ่านจนจบ ปากแห้งแล้วววว
    #16,415
    0
  10. #16402 oneperson2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 16:25
    น้อง น่าร้ากกกกกกกกกก
    #16,402
    0
  11. #16334 gnawkezi~* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 16:33
    พี่แกงเสน่ห์แรงน่าดู
    #16,334
    0
  12. #16318 你我 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:33

    นน้องรีบรุกลูกก พี่จะโดนจีบแน้ว

    #16,318
    0
  13. #16309 TN27 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 15:58
    น่ารักไปหมดไม่ไหวอ่ะ..
    #16,309
    0
  14. #16301 nattida29 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:46
    หมู! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ชั้นเขิลลลลลลลลลลลลเเทนพี่เเกงว้อนยยย
    #16,301
    0
  15. #16270 chercher1997 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 19:11
    เราขำ6555555 โอ้ยอะไรขนาดนั้นอะ ขำมากก
    #16,270
    0
  16. #16226 kunkyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 10:52
    คีพลุคไม่ไหวแล้ว!! พี่แกงน่ารักมาก!
    #16,226
    0
  17. #16184 HolyCat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 17:34
    น้องงงงง
    #16,184
    0
  18. #16170 puppywang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 20:06
    ระหว่างน้องหมูกับพี่แกงใครน่ารักกว่ากัน!!?
    #16,170
    0
  19. #16162 finnjae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 01:35
    อ่านไปยิ้มไปปปป ฮื่อออออด หมูน่ารัก พี่แกงก็น่ารักกก น่ารัก!!!!! แงแง
    #16,162
    0
  20. #16147 tangthaiparichat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 09:45
    ชอบนังหมู
    #16,147
    0
  21. #16121 zcincia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:58
    อยากมีน้องหมูเป็นของตัวเองจังเลย
    #16,121
    0
  22. #16112 XYUYUS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 18:01
    ยัยน้องงงงงงง แง้เขินจะแย่
    #16,112
    0
  23. #16061 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:55
    😊😊😊
    #16,061
    0
  24. #16046 BB.boo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:20
    โอ้ยยยย เด็กมันน่ารักๆๆๆๆๆ
    #16,046
    0
  25. #16036 -MILDร้อนนนน- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:43

    คายออกมาให้หมดเลยค้าบ คุณเเกงงง โป๊ะเเล้วจ้า 5555-- หึงก็บอกว่าหึง หวงก็บอกว่าหวง ทำไมต้องบอกว่าเกลียดน้องหมู~~ พี่เเกงงง 555 --พี่โชนนนน พี่เเกงไม่รับรักมารักกับหนูก็ได้นะคะ อ่ะจึ๊ยยยย
    #16,036
    0