ชะตารักนางเซียน ภาคปลาย

ตอนที่ 6 : บทที่3 ยอมแพ้ต่อโชคชะตา2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

ขณะที่หว้าอูมองทั้งสองคนสลับไปสลับมา ตอนนี้เขาเห็นชายคนนั้นเป็นเพียงตาแก่สวมชุดสีขาวถือไม้เท้าเพื่อเป็นหลักยึด ขณะเดียวกันตาเฒ่าผู้นั้นก็เหล่มองมาทางเขาเป็นระยะ

“ไม่รู้เช่นกัน โลกนี้มนุษย์มิได้บำเพ็ญเพื่อเป็นเซียนมาสัก2ร้อยปีแล้วกระมัง ดังนั้นเหล่าเซียนเลยไม่ได้เข้าร่วมสำนักใดใดเท่าไหร่ ข้าเองก็มีสำนักของตน แต่เพราะไม่มีพรรคมารรุกรานแล้วเลยไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวนัก” เหม่ยจินมองเซียนคนนั้นพูดฉอดๆ

“เฮ่อ ท่านอาการดีแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัว” เหม่ยจินหันไปพยักหน้าให้หว้าอู ก่อนจะโน้มตัวเคารพเซียนผู้มีตบะ2หมื่นปี ก่อนจะเดินกลับลงเขา

“เดี๋ยวสิเซียนน้อย...เจ้าตามหาแม่เจ้าใช่หรือไม่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเซียนเช่นเราสามารถทำอะไรได้มากมาย เช่นนั้น...เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร”

ชายคนนั้นอยู่ๆก็มาอยู่ตรงหน้าเหม่ยจินและหว้าอู หว้าอูขยับจับดาบก็ถูกทำให้ชะงักไป ไม่ว่าออกแรงอย่างไรก็ทำอะไรไม่ได้

“ท่านต้องการอะไร? ข้าก็ไม่คิดค่ายาแล้วอย่างไร” เหม่ยจินมองหน้าเซียนเฒ่าด้วยความระแวง

“มาเป็นลูกศิษย์ข้าดูไหม? ข้าจะถ่ายทอดความรู้ตลอดสองหมื่นปีให้ เมื่อเจ้าสำเร็จเป็นเซียนเต็มตัวแล้ว การตามหาแม่เจ้า...” เซียนคนนั้นพลิกฝ่ามือกลับไปมา

“ง่ายราวกับตาเห็น...” เขายื่นฝ่ามือไปตรงหน้าเหม่ยจิน ซึ่งบนฝ่ามือนั้นเป็นภาพความทรงจำเลือนลางของตัวเขาเมื่อตอนอายุ1ขวบกว่า ซึ่งได้ใช้เวลาอยู่กับท่านแม่...ไม่นานนัก

“ข้าเอา...ข้าจะเป็นศิษย์ท่าน” เหม่ยจินรีบตอบรับทันที หากว่าการเป็นเซียนทำให้เขาสามารถตามหาท่านแม่ได้แล้ว ...เขาพร้อมจะลองทำ

“นายน้อย!” หว้าอูพูดขัดขึ้นมา ไม่ใช่ไม่อยากให้นายน้อยเป็นเซียน แต่เพราะยังมีอีกหลายคนที่รอคอยนายน้อยกลับไปหา ทั้งท่านอ๋อง ทั้งเหล่าน้าๆ และเหล่าพี่สาวพี่ชาย

“แต่ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อก่อน แล้วถึงจะกลับมาเมื่อเสร็จธุระ ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่? ข้าไม่ได้พูดเพื่อเอาตัวรอดจากที่นี่หรอกนะ เพราะถึงอย่างไรท่านก็คงไม่ทำร้ายผู้มีพระคุณอยู่แล้วใช่มั้ย ท่านเซียน?” เหม่ยจินพูดยิ้มๆ ก่อนจะคลี่พัดในมือช้าๆ ร่างกายเขาก็แห้งทันที

“โอ้...ใช่ ข้าไม่ได้ตั้งใจบังคับอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องกราบข้าเป็นอาจารย์เสียก่อน ข้าจึงจะปล่อยเจ้าและ..คนผู้นี้ไป”

“ใจร้ายเหลือเกินนะท่านอาจารย์ ท่านเบื่อรอภรรยาแล้วเลยมาหาเรื่องเล่นกับข้าน่ะสิไม่ว่า” เหม่ยจินพูดดักทาง

“โอ้ เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ชายคนนั้นมองไปรอบๆ เหม่ยจินมองตามสายตาของเขา รอบๆเป็นข่ายอาคมทั้งหมดบ่งบอกว่าป่านี้อยู่ในการจับตามองของคนๆนี้ทั้งสิ้น

“ท่านตั้งใจอยากได้ข้าเป็นศิษย์อยู่แล้ว แต่จัดฉากเหมือนตัวเองตกน้ำและโดนพิษ นอกจากนี้...ท่านยังไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ด้วย ใช่หรือไม่?” เซียนที่ถูกจองจำ?งั้นเหรอ? เหม่ยจินได้แต่ครุ่นคิดในใจ

“อืม...เจ้าคงสังเกตเห็น ภูเขานี้ทั้งลูกคือของข้า ส่วนข้าเป็นเพียงวิญญาณที่สิงสถิต แต่เมื่อภรรยาข้ากลับมาเกิดและบำเพ็ญเซียนเมื่อใด เมื่อนั้นข้าถึงจะได้ขึ้นสวรรค์จริงๆ ข้ามิได้โกหก ปัญหาคือนางเป็นคนพรรคมารน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ” ชายคนนั้นระเบิดหัวเราะออกมา เสียงดังก้องไปก้องมาจนนกกระพือปีกบินหนีไปหมด

“เอาล่ะขอรับ เลิกเล่นเถิด ข้าน้อยตั้งใจจะบูชาท่าน หมายถึง คารวะท่านเป็นอาจารย์จริงๆ ข้าน้อยต้องทำยังไง” เหม่ยจินเหลือบมองท่านลุงหว้าอูที่ยังกระดิกตัวไม่ได้สักนิด

“ไปที่หลุมศพข้า และบูชากราบไหว้ข้าเสีย... เอ้อ! เอาเหล้าจากเจ้าหมอนั่นมาเซ่นข้าด้วยล่ะ ข้าไม่มีคนเซ่นมาหมื่นกว่าปีแล้ว หิวเหลือเกิน...” เหม่ยจินมองไปทางหว้าอู

“ปลดอิสระให้เขาก่อน...และนำทางไป” เมื่อเห็นว่าหว้าอูกลับมาขยับได้แล้วเขาก็เดินตามวิญญาณไป

ชิ้ง... เสียงชักดาบดังขึ้น เขาเลยแตะที่ข้อมือหว้าอูไว้ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“แต่นายน้อย..”

“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นวิญญาณเซียน...ว่าแต่ท่านเซียน วิญญาณเซียนจะไม่หายไปจริงๆรึ แล้วถ้ามาเกิดใหม่ท่านจะจำความเมื่อชาติที่แล้วได้หรือไม่” เมื่อเห็นว่าหว้าอูเก็บดาบแล้ว เหม่ยจินก็เอ่ยถามวิญญาณเซียนตนนั้นทันที

“คงสงสัยเรื่องแม่เจ้าล่ะสิ เจ้ามีไอเทพปกคลุมร่างกายบางๆ บ่งบอกว่าเกิดมาด้วยลักษณะพิเศษ คล้ายแม่เจ้าได้รับพลังเซียนระหว่างตั้งครรภ์เจ้า ...นางอาจจะเป็นญาติของพระเจ้า หรืออะไรเทือกนั้นกระมัง...” (ระบบโกงนั่นเอง)

“ท่านตอบไม่ตรงคำถาม ฮึ่บ!” เหม่ยจิน ปีนขึ้นไปตามที่วิญญาณนั้นนำพาไป เวลานี้ร่างนั้นสลายไปแล้วกลายเป็นเพียงวิญญาณบางเบา

“ดวงวิญญาณเหมือนเดิม แต่ความทรงจำของมนุษย์ไม่สามารถเก็บความทรงจำได้หลายชาติภพหรอกนะ ส่วนมากมักจะจำไม่ได้ทั้งนั้น แต่ว่า...เพราะดวงวิญญาณดวงเดิม ข้าจึงได้บอกว่า เจ้าสามารถตามหานางได้ ยิ่งเจ้าเป็นสายเลือดของนางด้วยแล้ว…”

“หากเจ้าสำเร็จเซียน เจ้าสามารถฝืนกำหนดสวรรค์และผูกดวงวิญญาณของแม่เจ้าไว้กับมือเจ้า ข้าหมายถึงมันเป็นเพียงเสี้ยววิญญาณเท่านั้น ซึ่งมันจะนำทางเจ้าไปหานางเอง... แต่นั่นคือการฝืนกำหนดสวรรค์ เจ้าจะได้รับโทษทัณฑ์และหากร่างเจ้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับได้....ร่างเจ้าจะแหลกเหลวและวิญญาณเจ้าจะกลับไปเกิดใหม่”

“หากจำไม่ได้ แล้วจะจำได้ได้อย่างไรว่าต้องบำเพ็ญตบะต่อ” เหม่ยจินออกจะขัดใจเรื่องแปลกๆเช่นนั้น

“เพราะหากเป็นลิขิต เจ้าจะได้เป็นเทพเอง และเมื่อเป็นเทพแล้ว ทุกชาติภพที่ผ่านมาเจ้าก็จะจำได้ทั้งหมด แต่ยามเป็นมนุษย์ เจ้าจะจำไม่ได้หรอก”

วิญญาณตนนั้นหยุดยืนอยู่บนหน้าผา เหม่ยจินเหล่มองหว้าอู ก่อนจะแบมือขอสิ่งที่วิญญาณต้องการ

“นายน้อย คิดดีแล้วหรือขอรับ...การเป็นเซียน หากขัดบัญญัติสวรรค์แม้สักนิด ต้องได้รับโทษทัณฑ์อันแสนทรมาน..” หว้าอูยังพยายามขัดจนถึงที่สุด

“คิดดีแล้ว ถ้าเพื่อตามหาท่านแม่ เพื่อบรรลุเงื่อนไขของชีวิต ข้าพร้อม...แม้ต้องตายแล้วกลับมาเกิดใหม่อีกซักร้อยรอบ ข้าก็จะตามหาท่านแม่ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

แปะ แปะ“ช่างมีความมุ่งมั่นเหลือเกิน ความมุ่งมั่นเช่นนี้แลจะทำให้เจ้าสำเร็จผล แต่ว่านะเจ้าหนุ่ม กว่าจะสำเร็จวิชา อย่างต่ำก็300ปี หากเจ้ายังมีห่วงจากทางโลก ก็เชิญใช้ชีวิตก่อนเถิด ข้าไม่รีบ...แต่ต้องเซ่นไหว้บูชาข้าเป็นอาจารย์ก่อนนะ ประเดี๋ยวจะมีคนมาแย่งเจ้าไปซะก่อน”เสียงแทรกขึ้นมา

“ข้ายังไม่รู้เลยว่าท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร”

“อ่านหลุมศพดังๆสิเจ้าหนู” มันว่า

“ท่านอาจารย์กู่เจิง...”

...

ความสัมพันธ์ของพ่อลูกนั้นเป็นอย่างไร เหม่ยจิน แม้จะเข้าใจว่าท่านอ๋องต้าจินฟางเป็นท่านลุงเขยมาตลอด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขาดพ่อเลยสักนิด

คงเพราะท่านพ่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเขาคือ ลูกชาย ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แต่คงอยากทรงรับโทษที่ได้กระทำไม่ดีต่อท่านแม่กระมัง ถึงได้ไม่พยายามเปิดโปงว่าตัวเขาเป็นลูกชายแท้ๆของพระองค์

“ท่านพ่อ” เหม่ยจินมองหน้าท่านพ่อที่ตอนนี้ดูแก่ชราลงมากๆแล้ว เขาจากไปไม่ถึงสิบปีท่านพ่อก็เริ่มล้มป่วยลง หลังจากที่เสด็จย่าสิ้นใจท่านพ่อก็ทรุดหนัก ทั้งๆที่ผ่านงานพระศพของเสด็จย่ามาไม่นานเท่านั้นเอง

โชคดีที่เขากลับมาได้ทัน เพราะตัดสินใจเดินทางทางเรือจึงใช้เวลาแค่15วันเท่านั้น ได้ทันมาดูใจเสด็จย่า ได้เห็นฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ รวมถึงได้เข้าร่วมงานพิธีมอบเกียรติยศท่านอ๋องให้พี่ชายใหญ่ ซึ่ง อย่างหลังนี้เขาไปตามมารยาทจริงๆ

พี่น้องคนอื่นๆล้วนเกลียดชังเขา แต่จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ เมื่อเขารู้ความจริงแล้วว่าท่านแม่ของพวกพี่ๆเป็นผู้วางแผนฆ่าท่านแม่ จนท่านแม่ต้องหนีไปและได้คลอดเขาออกมา ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีโอกาสได้เกิดมากระมัง แต่นั่นก็เป็นผลทำให้แม่ของเหล่าพี่น้องต้องโทษประหารในที่สุด

“ลูก...รัก” เสียงแหบแห้งของท่านพ่อทำให้เหม่ยจินรู้สึกเศร้า

“ข้าไปตามหาท่านแม่มา...แต่ไม่พบเจอเลย ข้าคงจะคว้าน้ำเหลวเช่นเดียวกับท่านแล้ว...” เขาไปนั่งข้างเตียงก่อนจะจับมือหนาที่เคยกวัดแกว่งดาบในสนามรบอย่างห้าวหาญของท่านพ่อเอาไว้

“งั้นรึ? เจ้ารู้แล้วหรอกหรือ? เจ้าช่างแสนเดียงสา... ราวกับแม่ไม่มีผิด...” แววตาของต้าจินฟางตอนนี้มีแต่ความสุขใจ ลูกชายแสนรักผู้ถือกำเนิดจากชายารักของเขา ในที่สุดก็ยอมเรียกเขาว่าพ่อเสียที

“เวลาที่ผ่านมา...พ่อไม่เสียดายเลยสักนิด...พ่อสมหวังแล้ว พ่อได้ใช้เวลาร่วมกับเจ้า ได้ฟูมฟักเจ้าจนเติบใหญ่ แม่ของเจ้า ต้องมองอยู่เป็นแน่ ดังนั้น ...อย่าท้อใจไปเลยลูกรัก แม้แม่ของเจ้าจะมิใช่คนเดิม ก็ยังคงเป็นแม่ของเจ้าเสมอ...จำคำของพ่อเอาไว้”

“ท่านรู้อะไรมารึ?...ท่านพ่อ...เสด็จพ่อ...เสด็จพ่อ!!”

แค่กๆๆต้าจินฟางไอจนหน้าดำคล้ำ ราวกับว่าชีวิตนี้ใกล้จบสิ้นลงแล้ว...

“ตามหมอหลวง ตามหมอหลวงมาเร็ว!” เหม่ยจินตะโกนเรียกคนด้านนอก

“ท่านอ๋องน้อย ขณะนี้รถม้าหมอหลวงติดหล่ม เดินทางมาไม่ได้ขอรับ...ท่านหมอหญิงหนี่หลิงเองก็เช่น...กัน”

“หลบไป ข้าจะไปรับพวกเขามาเอง” เหม่ยจินผลุบออกจากห้องไป โดยที่หลังจากนั้นไม่นานในห้องก็มีบรรยากาศแปลกไป วงเวทย์มิติถูกเปิดออก....

 

 

...

ซื้อนิยายคลิก!!!

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคต้น

 

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคปลาย ท่านหมอเซียนบุตรชายท่านมาตามหาแล้วขอรับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น