ชะตารักนางเซียน ภาคปลาย

ตอนที่ 5 : บทที่3 ยอมแพ้ต่อโชคชะตา1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 เม.ย. 63

3วันถัดมา ราวกับว่าคำภาวนาของหว้าอูเป็นผล ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงตีนเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหมอกหนาทึบอยู่บริเวณหนึ่ง

เมื่อเหม่ยจินเดินเข้าไปในหมอกก็พบกับทางขึ้นเขา ขณะที่หว้าอูกลับเดินทะลุผ่านไปยังอีกด้านโดยไม่พบอะไรเลย บ่งบอกว่าต้องเป็นผู้มีตบะเซียนเท่านั้นจึงจะพบได้

เหม่ยจินมองไปทางบันไดที่มองไม่เห็นทางสิ้นสุดนั้น มันลึกขึ้นไปบนเขาที่เป็นหินสลับกับต้นไม้และพุ่มไม้ ขณะเดียวกันก็มีเมฆหมอกปกคลุมไปทั่วภูเขา เขาจึงเดินออกไปจากเมฆหมอกเสียก่อนตามที่ตกลงกับหว้าอูไว้

“นายน้อย...หายไปไหนมาขอรับ ข้าหาท่านแทบแย่” หว้าอูโผล่มาทันทีที่รับรู้ได้ถึงตัวเหม่ยจิน

“ข้าพบแล้ว และข้าหวังว่าข้าจะได้พบท่านแม่ดั่งใจปรารถนาเสียที” เหม่ยจินพูดพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

“ขอให้นายน้อยสมหวัง...” หว้าอูได้แต่อวยพรก่อนจะปักดาบลงข้างกาย

“ข้าน้อยจะเฝ้ารอจนกว่านายน้อยจะลงมา” ว่าแล้วเขาก็นั่งลง ยามนี้หว้าอูดูสูงวัยขึ้นมาก เห็นอย่างนี้ตัวหว้าอูก็อายุเหยียบ50แล้วเทียว การที่เขาถูกนายน้อยเรียกว่าท่านลุงก็ไม่แปลกนัก ผมเขาก็เริ่มมีสีขาวแซมบ้างแล้ว

“ข้าจะรีบพาท่านแม่ลงมา หรือถึงท่านแม่ไม่ลงมา ข้าก็จะลงมาหาท่านตามสัญญา” สัญญาที่ว่าจะกลับไปหาท่านพ่อ อีกสักครั้ง

เหม่ยจินเดินฝ่าเข้าไปในหมอกก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นไปบนเขา ด้านบนเขาไม่มีใครอยู่สักคน เขาเดินวนไปวนมา บางครั้งก็สับสนเส้นทาง ใช้เวลากว่า10วันกว่าจะหาทางลงจากเขาได้

ฮึ่ก...เขาทรุดตัวลงที่ตีนเขาด้วยความเหนื่อยล้า

‘ท่านแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่ใดในโลกใบนี้เลย หรือท่านแม่จะจากไปยังที่ที่จากมาแล้วงั้นหรือ?’

น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินสองสามหยดด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ตัวเขาข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อตามหาท่านแม่ คาดหวังว่าจะพบเจอนางสักที่ แม้ไม่เห็นตัวแต่หากได้ยินชื่อเสียงย่อมตามหาพบแน่นอน แต่นี่...กระทั่งชื่อเสียงก็ยังไม่พบเจอ

‘ข้าคงหมดหวังแล้วจริงๆ’

หว้าอูนั่งรอนายน้อยออกมาจากม่านหมอกนั้น เป็นเวลาสิบวันพอดี ก่อนที่นายน้อยจะเดินออกมาด้วยใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก ราวกับคราแรกที่‘ท่านอ๋องต้าจินฟาง สูญเสียหวังเฟยไป’

“กลับกันเถอะ” เสียงเครือเจือปนความผิดหวังอย่างสุดซึ้งนั้น ราวกับนายน้อยพร้อมจะสลายหายไปได้ตลอดเวลา

“นายน้อย…”

“เอาล่ะท่านลุง กลับไปหาท่านพ่อ จากนั้นข้าจะออกตามหาท่านแม่อีกครา ...ไม่สิ ขอเงินทุนจากท่านพ่อและท่านน้าหานตงจากนั้นก็สร้างเรือและออกเดินทางตามหาท่านแม่ตามเกาะต่างๆทั่วโลกใบนี้ ข้าเคยได้ยินว่าทางฝั่งตะวันตกไปเรื่อยๆมีดินแดนของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ...ข้าจะไม่หมดหวังเด็ดขาด”

‘เอ่อ ขอเอาความเห็นใจเมื่อครู่คืนมาทั้งหมดนะขอรับ’ หว้าอูได้แต่ส่ายหัวพร้อมยิ้มน้อยๆ นายน้อยของเขายังเป็นคนเช่นนี้เสมอ ดั่งเช่นมารดาของนายน้อย หวังเฟยเองก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ

“ใช้เส้นทางเดิมลงเขานะขอรับ” หว้าอูชี้ไปทางเส้นทางด้านหน้า

“ไม่ล่ะ ข้าอยากจะไปทางนั้นเสียหน่อย ข้าได้ยินเสียงน้ำตกมาจากทางนั้น” เหม่ยจินชี้ไปอีกทาง ก่อนจะเดินนำหน้าไปทันที

ไม่ถึง2เค่อ พวกเขาก็มองเห็นน้ำตกอยู่ตรงหน้าดังที่เหม่ยจินว่า เหม่ยจินหันมาขยิบตาให้หว้าอูอย่างขี้เล่น ก่อนจะเปลื้องผ้าออกจนเหลือเพียงเสื้อผ้าตัวในซึ่งเป็นสีขาวแสนบางเบา

“ข้าจะอาบน้ำสักหน่อย อาบด้วยกันมั้ยท่านลุง?” เขาเดินลงน้ำก่อนจะกวักมือเรียกหว้าอู

“ข้าน้อย..จะไปอาบใกล้ๆเพื่อเฝ้าระวังให้นายน้อยด้วย อย่าเล่นน้ำไกลนักนะขอรับ” หว้าอูพูดก่อนจะเดินเข้าไปหลังโขดหินเปลื้องผ้าอย่างรวดเร็ว ลงน้ำไปไม่ถึง10อึดใจก็ขึ้นมาสวมเสื้อผ้าและขึ้นไปนั่งบนโขดหินเพื่อเฝ้าระวังให้นายน้อยเช่นเดิม

เหม่ยจินดำผุดดำว่ายเพื่อทำความสะอาดร่างกายและจิตใจที่มัวหมอง น้ำเย็นๆลูบหัวก็ระงับอาการหัวร้อนอย่างที่ท่านแม่เคยบอกจริงๆ

ตู้ม!! เสียงน้ำกระจายทำให้ทั้งสองหนุ่มตกใจ ตัวเหม่ยจินลอยตัวกลับเข้าฝั่ง ตาก็กวาดมองบริเวณรอบลำธาร แต่ก็ไม่เห็นว่ามีคนดักโจมตีหรืออะไรเลยสักคน

“นายน้อย...เสื้อผ้าขอรับ” หว้าอูรีบหยิบเสื้อผ้าให้นายน้อยก่อนจะเอาตัวเข้าบังตัวเหม่ยจินไว้ เขากวาดตาไปรอบๆแต่ก็ไม่เห็นใครเหมือนกัน

“ชะ ช่วย...ช่วย...ด้วย” เสียงดังแผ่วเบา พร้อมกับเสียงตีน้ำเบาๆทำให้เหม่ยจินโยนเสื้อผ้าทิ้งก่อนจะกระโดดลงไปในลำธารอีกครั้ง

“นายน้อย!!” หว้าอูไม่รอช้ารีบกระโดดลงไปอีกคน ก่อนจะว่ายไปที่ร่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว

เหม่ยจินพยายามประคองร่างที่อยู่ใต้น้ำเอาไว้ แต่เพราะแรงน้ำพัดพาร่างทั้งสองลอยไปทางน้ำตกมากขึ้น ตัวเขาไหลไปตามทางน้ำตก ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับหินหลายจุด ก่อนจะถึงจุดที่น้ำนิ่ง

“นายน้อย!!” เสียงหว้าอูดังขึ้นทำให้เหม่ยจินคืนสติ เขาดิ้นรนดึงตัวเองกับร่างอีกคนกลับเข้าฝั่ง ก่อนที่หว้าอูจะมาช่วยดึงพวกเขาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“นายน้อย ท่านเป็นแผล...” หว้าอูหน้าซีดเผือดรีบถลกเสื้อของเหม่ยจินขึ้น พบแผลโดนหินครูดเลือดซิบหลายแห่ง แต่ที่น่ากลัวคือรอยม่วงช้ำเลือดช้ำหนองจากการกระทบหินต่างหาก

“นายน้อย ท่านต้องได้รับการรักษา ...” เขาพูดอย่างร้อนรน

“แค่กๆๆ” เสียงไอเรียกความสนใจของคนทั้งสอง

“ช่วยเขาก่อนเถอะ ดูเหมือนจะโดนพิษ...อะไรสักอย่าง ฮึ่ม... ทำไมข้าต้องหัวทึบด้วยนะ ทั้งที่พี่สาวหนี่หลิงก็บอกสอนมาอย่างดีแท้ๆ” เหม่ยจินบ่นให้ตัวเองที่จำตำรารักษาแทบจะไม่ได้เลย

‘เพราะสมองท่านจำแต่ท่านหญิงเหมยฮวายังไงล่ะ’ หว้าอูแค่นหัวเราะในใจ เป็นเรื่องตลกร้ายสุดๆไปเลย

“พิษนี้... ลองผงร้อยพิษสิขอรับ ถึงจะไม่ค่อยคุ้มค่าที่ช่วยเจ้าคนนี้ก็เถอะ” ผงร้อยพิษคือตัวยาที่ท่านแม่มอบให้เหม่ยจินพร้อมกับจดหมาย นอกจากนี้ยังมีสูตรจดบอกไว้ด้วย ซึ่งสมุนไพรที่มีอยู่ในสวนถ้ำหลังน้ำตกก็มากพอจะทำเก็บไว้

“ท่าน...ทานนี่ลงไปก่อนขอรับ” เขาค่อยๆยกหัวคนที่นอนนิ่งขึ้น ก่อนจะบีบปากแล้วกรอกผงร้อยพิษลงไป

“แค่กๆๆๆ อ่อกกก อ้วกกก” ราวกับเสียงตีกรองรัวๆ คนๆนั้นทั้งสำรอก ทั้งกระอักเลือด และไอพร้อมๆกัน แต่ไม่นานตัวของคนๆนั้นที่เคยมีตุ่มหนองก็ค่อยๆหายไป

“ได้ผล?” เหม่ยจินมองด้วยความประหลาดใจ ผงร้อยพิษนี่เป็นยาครอบจักรวาลจริงๆ

“ได้ผลแน่นอนขอรับ ซ้ำยังไม่มีผลกระทบอื่นๆอีกด้วย” หว้าอูปิดปากพร้อมกลั้นหัวเราะเต็มที่เมื่อนึกถึงครานั้น ที่แม่นางเหม่ยเสี้ยว(เหมยฮวา)เคยฝากยาแก้พิษให้ท่านอ๋อง และยานั้นมีผลเป็นยาปลุกกำหนัดอีกด้วย

“แน่นอน นี่เป็นสูตรยาของท่านแม่เชียวนะ ท่านแม่ข้าย่อมเก่งกาจ”เหม่ยจินพูดยืดๆอย่างอวดๆ

‘เอ่อ ก็ช่วงที่ได้ชื่อว่าหมอเทวดาแล้วล่ะนะขอรับ แต่ก่อนท่านหญิงก็ยังต้องลองผิดลองถูกมาเยอะ’ เขาได้แต่ตอบนายน้อยในใจพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม จะไปพูดอย่างนั้นต่อหน้าลูกชายผู้คลั่งท่านแม่ได้อย่างไรกัน

“แค่กๆๆๆ ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้า” คนที่ถูกช่วยเหลือลุกขึ้นมาทำลายบรรยากาศแปลกๆไป

“ไม่เป็นไร แต่ยานั้นใช้แต่สมุนไพรราคาแพงและล้ำค่า...สัก300ทองแล้วกัน” เหม่ยจินพูดยิ้มๆ ราวกับว่าในหัวเขาเริ่มนับตังค์ยิกๆแล้ว

“เอ่อ...ข้าไม่มีเงินทองหรอก เอ๊ะ เจ้าที่เดินวนอยู่ในยอดเขาของข้านี่? ยังไม่กลับไปยังถิ่นของตนอีกรึ?” เหม่ยจินมองหน้าชายคนนั้นอย่างแปลกใจ

“ยอดเขาของท่าน? ท่านคือเซียน?อยู่ที่ภูเขาเซียนงั้นรึ?”เขามองชุดของชายคนนั้น สวมใส่ชุดธรรมดาๆซ้ำยังสวมสีดำสลับกับสีขาว หน้าตารุ่นราวๆ30ปี ใบหน้าดูงดงามเช่นชายงามทั่วไป แต่...นี่คือเซียนงั้นรึ

“อ่า ข้าก็ไม่ได้คิดจะปิดบังล่ะนะ แต่พอดีตอนที่เจ้ามาถึง ข้ากำลังเสี่ยงชีวิตเข้าไปในบ่อสารพัดพิษน่ะสิ เลยไม่ได้โผล่หน้าไปให้เห็น...ว่าแต่ เจ้ามีธุระอันใดรึ? ตบะเจ้าก็ไม่ใช่น้อย แต่พลังเวทย์และลมปราณช่างอ่อนด้อยเสียเหลือเกิน”

“ข้า...ข้ามาตามหาแม่ของข้า..” เหม่ยจินพูดหน้าตาตื่น

“ไม่มีหรอก ส่วนมากเซียน เมื่อตบะสัก500หรือ1000ปีก็จะขึ้นไปเป็นเทพกันหมดแล้ว ส่วนข้าอยู่เฝ้าที่นี่มา2หมื่นปีแล้วล่ะ พอดีข้ารอให้ภรรยาของข้าบำเพ็ญตบะเสร็จสิ้น... เมื่อขึ้นไปเป็นเทพแล้วจะได้นับบำเพ็ญเทพพร้อมๆกัน”

เหม่ยจินขมวดคิ้วด้วยความมึนงง เซียนตรงหน้าพูดราวกับว่าเขาเข้าใจหมดแล้ว แถมยังบอกว่ารอภรรยามา2หมื่นปีแล้วอีก ...มิใช่ว่าบำเพ็ญเพียง500ปีก็เป็นเทพได้หรอกรึ นั่นมิใช่ว่าภรรยาคนนั้นบำเพ็ญไม่เสร็จสิ้นเสียทีหรอกรึ?

“ละ แล้ว...ข้าจะตามหาเซียนคนอื่นๆได้ที่ไหน?” เหม่ยจินได้แต่สงสัย

 

 

...

ซื้อนิยายคลิก!!!

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคต้น

 

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคปลาย ท่านหมอเซียนบุตรชายท่านมาตามหาแล้วขอรับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น