เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 23 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--กระดาษโรยถ่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File22 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง

 

 

กระดาษโรยถ่าน

 

                กงซุนเชอฺไปแล้ว ไปกับขบวนม้ามือปราบแห่งชวงสี มุ่งหน้าสู่ชายแดนซ่งเหลียวเพื่อสลายกองทัพของเยียลู่จุ้นไฉ สงครามฝีปากย่อมได้ประโยชน์กว่าสงครามบนสมรภูมิ ส่วนคนที่เหลืออยู่ก็ต่างมีเรื่องให้คิดเหมือนกัน อย่างเช่นเรื่องปากท้อง เสี่ยวหมานตะโกนเรียกมู่หลานตั้งแต่ยังไม่เห็นประตูห้องเพื่อนสาว และเมื่อเข้ามาแล้วก็ยังไม่เห็นเจ้าตัว เหลือบมองหาเห็นแต่จดหมายที่จ่าหน้าซองถึง กงซุนต้าเหริน เสี่ยวหมานยิ้มแย้มทันที ก่อนที่จะมองซ้ายขวาแล้วคว้าจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน

            'กงซุนต้าเหริน มู่หลานขอจากลา

            มายามอมท่านคือความรัก

            ขอข้าน้อยเพียงสลักกระดูกไว้

            ถึงคุณชายผู้เลิศลักษณ์ฉลาดล้ำ

            คือหนึ่งผู้ค้ำต้าซ่ง

            เพียงอนงค์นางตระกูลสูง

            เพียงนกยูงถึงเคียงสม

            ไม่ควรแลโคลนตมเฉกข้า

            หญิงผู้ชะตาอาภัพ

            ครอบครัวย่อยยับอัปมงคล

            อับจนอาจเอื้อมไม่ถึงท่าน

             ไม่อาจรั้นสู้ความจริงได้

            จึงขอลาจากไปไกล

            ขอให้คุณชายกรุณา

            มู่หลานข้าจะจดจำไม่เลือน

            เยือนยามวันคืนจุดธูปวันทา

            จรดวาจาอธิษฐานขอพระองค์

            จงพบรักท่านคือคู่แท้

            ควรแก่เคียงท่านเป็นศรีภรรยา

            สุขสันต์ชีวายืนนาน

            ลูกหลานเต็มบ้าน

            มู่หลานจะเป็นสุขใจ

             ไร้กังวลใดใดอีก'

            "เฮ้อ มู่หลานนี่โง่จริงๆ" ชุนเถาเอ่ยขึ้นมาอีกเมื่อเสี่ยวหมานเอาจดหมายมาให้พวกนางอ่าน

            "ใช่สิ กงซุนต้าเหรินเป็นคนดีหนึ่งในหมื่นเชียวนะ ทำไมต้องยอมแพ้ง่ายๆด้วย"

            "พวกเราก็แค่หญิงหอนางโคมเขียว จะไปคู่ควรกับคุณชายผู้สูงส่งได้อย่างไรกัน" เสียงอ่อยๆมาจากชุนเถา ก่อนที่จั่นเจาจะสวนกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้

            "พวกเจ้าเข้าใจกงซุนต้าเกอผิดไปแล้ว เขาไม่ใช่คนอย่างนั้นแน่นอน"

            "ถึงกงซุนกงจื้อไม่รังเกียจ แต่เขาจะแนะนำมู่หลานกับเพื่อนร่วมงานร่วมชนชั้นอย่างไร หรือพูดอย่างนี้ ทุกท่านนี่คือภรรยาของข้า นางคือสาวใช้หอนางโลมเล็กแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆริมชายแดน ขอพวกท่านเคารพนางด้...."

            "พอแล้ว ข้าไม่รู้จะพูดกับพวกเจ้าอย่างไร แต่ข้ากล้ารับรองเลยว่ากงซุนต้าเกอไม่ใช่พวกหัวโบราณไม่รู้เรื่องอะไรเช่นนั้น"

            "แม้เขาจะเป็นพวกโจรบ้ากาม หื่นไปนิด ลามกไปหน่อย ผิดก็ขาวไปจิ๊ด แต่ข้าก็เชื่อว่าเขาจะทำตามที่พูดได้" ต้าเปาพูดเบาๆพร้อมพยักหน้าให้กับตัวเอง

            "ผู้ชายอย่างพวกเจ้ารักหน้าตัวเอง แล้วผู้หญิงอย่างพวกเราจะไม่รักศักดิ์ศรีหรือไง แม่ตอนนี้จะพูดดีขนาดไหน แต่ก็ไม่มีประโยชน์"

            "ไม่หรอก"

            "เอาล่ะ เขาจะทำได้หรือไม่ได้ตอนนี้ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว มู่หลานจากไปแล้ว" เสี่ยวหมานบอกเสียงอ่อยๆ

            "ท่านจอมยุทธ์จั่นขอรับ" มือปราบจงวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ จั่นเจาจึงกระโดดมาจากบนขื่อแล้วทิ้งตัวลงหน้าคนส่งข่าวพอดี

            "มีอะไร"

            "กงซุนต้าเหรินถูกจับตัวไปขอรับ"

            "ทำไมเป็นเช่นนี้"

            "จากรายงานเยี่ยลู่จุ้นไฉอ้างเหตุผลว่ากงซุนต้าเหรินไม่ได้เอาหลักฐานแท้จริงมายืนยันว่าหวงเย่วเป็นคนร้ายขอรับ เป็นการหลับตาเดามั่วขอรับ ยังบอกว่าจะฆ่าต้าเหรินด้วยขอรับ"

            "แล้วจะทำยังไงล่ะ" เสี่ยวหมานยืนขึ้นถาม

            "อ้อ เยี่ยลู่ยังบอกอีกว่าจะพบต้าเปาขอรับ"

 

            ทั้งหมดประจันหน้ากันในกระโจม

            "เจ้าจะเอาซาลาเปามาให้ข้าหรือ" เยี่ยลู่จุ้นไฉนั่งเป็นประธานกลางกระโจม บนโต๊ะมีลูกท้อแดงสวย ผลไม้ที่หายาก โถอบเชย ส่วนเจ้าของโต๊ะโบกพักให้ตนเองอยู่

            "ไม่ใช่" ต้าเปาตอบแต่ตาจ้องเขม็งกงซุนเชอฺที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ แม้ดูเหมือนมีอิสระเต็มที่ แท้ที่จริงมีทหารสองคนคอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ

            "งั้นเจ้าคงมีหลักฐานอื่นที่บอกว่าหวงเย่วเป็นคนร้าย"

            "ก็ไม่ใช่"

            "งั้นอะไรล่ะ เจ้ารีบตอบมาสิ"

            "เอ่อ ในหอบุหลันลอยลมซาละเปาถูกข้ากินหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่หมั่นโถเท่านั้นแหละ ข้าให้ท่าน" ต้าเปาเดินเข้าไปติดโต๊ะแล้วยื่นห่อผ้าให้ แต่เหมือนเยี่ยลู่จุ้นไฉจะไม่โกรธ

            "เปาเจิ่ง ไม่ต้องมาล้อข้าเล่น ข้าจะเอาหมั่นโถวมาทำอะไร" แต่ต้าเปาเริ่มจะโกรธ

            "ไม่เอาหมั่นโถวแล้วเรียกข้ามาทำอะไรเล่า ไปล่ะ" ต้าเปาเหมือนจะเดินหนีไปดื้อๆ จั่นเจาก็จะออกไปเหมือนกัน

            "หยุดเดี๋ยวนี้" ต้าเปาหยุดเท้า "เปาเจิ่งข้าจะเตือนเจ้า ข้อแรก ข้าไม่ได้เชิญเจ้ามา แต่ข้าจับตัวเจ้ามา ข้อสอง ข้าจะไว้หน้าคนทั้งหมดเพื่อให้เจ้าได้อธิบายคดีนี้ให้กระจ่าง ให้คนทั้งโลกนี้รู้ว่าเจ้าไม่ใช่ผู้ที่ฉลาดที่สุดในต้าซ่ง เป็นได้ก็แค่ซาละเปาที่มีชีวิตลูกหนึ่งเท่านั้นแหละ...”

            "ข้อแรก" ต้าเปาขึ้นเสียงพูดบ้าง "ข้ามาเอง ไม่ใช่ท่านจับมา ข้อสอง ข้าไม่ฉลาด ข้อสาม ข้าไม่ใช่อะไรๆที่สุดของเจ้า ข้อสี่ ข้าไม่รู้แล้ว และข้อห้า ข้าไม่ได้ยินนนนนนน"

            "พอ เจ้าไม่ต้องมาพล่ามอะไรอีก เจ้าจะเอากระดาษเน่าๆแผ่นเดียวมายืนยันตัวคนร้ายหรือ น่าขันไปแล้ว" กระดาษที่ถูกฉีกกระจายไปทั่วกระโจม

            "แต่นี่มันเรื่องจริงนี่ เถ้าแก่หวงก็บอกแล้ว จากนั้นเขาก็ไปผูกคอตาย ตายอย่างน่ากลัวด้วย แล้วท่านจะให้เขาไปตายยังไงเล่า" ต้าเปายังบริหารปากต่อไป แต่เยี่ยลู่เจียงจุนไม่ทนแล้ว

            "ใครก็ได้เข้ามา แล้วจับสองคนนี้โยนออกไป"

            "เยี่ยลู่เจียงจุน" ก่อนที่ทห่ารเหลียวจะถึงตัวกงซุนเชอฺที่นิ่งอยู่นานเอ่ยปาก "หึท่านอ้างนู้นนี่มาตั้งนาน สุดท้ายทั้งหมดก็เพื่อจะได้รบอยู่ดี"

            "หึๆๆ เฮ้อ คุณชายกงซุน ไม่ผิดแม้แต่น้อย เจ้าพูดถูกแล้ว ไม่เพียงแค่รบ เจ้าทายถูกเพียงครึ่งเดียว ข้ายังต้องการจะทำลายชื่อเสียงของมันให้ป่นปี้อีกด้วย" ปลายพัดชี้ไปที่คนหน้สเอ๋อมองกระโจมด้วยความสุข ต้าเปา "ข้าต้องการหัวของเจ้า"

            "หา หัวของข้า เจ้าจะเอาไปทำไมกัน"

            "เจ้ายังจำได้ เมื่อกี่ปีก่อนยังมีชายที่ชื่อว่าเยียลู่เหลียงไฉเจียงจุน เจ้ารู้หรือไม่เขาคือพี่แท้ๆของข้า"

            "เยี่ยลู่เหลียงไฉ ใคร ยุ่งจริงเลยท่าน มีเรื่องจะพูดอีกเปล่า ถ้าไม่มีเอาเรื่องอื่นมาพูดทำไม หา"

            ปัง พัดแหลกคามือ

            "เจ้าบังอาจทำเป็นไม่รู้เรื่อง"

            "พูดไม่รู้เรื่องคือเจ้าต่างหาก พวกเราช่วยท่านหาตัวคนร้ายแล้ว ท่านยังทำเมิน" จั่นเจายืนนิ่งอยู่นานทนไม่ไหวจนต้องพูดบ้าง ถึงแม้ส่วนมากต้าเกอของเขาทั้งสองจะไม่ค่อยให้สอดเท่าไหร่เมื่อพูดกับคนยศสูงกว่า

            "ฮ่าๆๆ ข้านั่นหรือ พวกเจ้าต่างหากที่เมิน ที่พวกเจ้าพูดว่าเป็นหลักฐานน่ะ ทั้งหมดมันก็แค่เรื่องเลอะเทอะ บอกว่าในหอบุหลันลอยลมอะไรนั่นมีแค่หวงเย่วเท่านั้นที่เล่นพิณได้ แล้วคนอื่นเล่นพิณได้แต่ไม่บอกเจ้ามิได้หรอ ยังมีคนร้ายแอบอยู่หลังประตู เจ้าเอาตาข้างไหนไปมองว่าหวงเย่วเป็นคนที่ออกมาน่ะ เฮอะ สายลับของซี่เซี่ยอะไร ป้ายแบบนั้นแค่เคยเห็นใครก็ทำเลียนแบบได้ นอกจากจะให้หลี่หยวนหาวมายืนยันด้วยตัวเองข้าถึงจะเชื่อ"

            "ยังมีจดหมายนั่นไง"

            "จดหมายยอมรับนั้น ประหลาดที่สุด ตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอด ใครก็ปลอมได้"

            "ก็ได้ ถึงแม้แต่ละข้อมีช่องโหว่แต่เมื่อรวมกันมันก็คือเสื้อฟ้าไร้ตะเข็บ"

            "ยังกล้าพูดว่าเสื้อฟ้าไร้ตะเข็บ จะบอกเจ้าให้ช่องโหว่งมีมากกว่ารอยปะบนเสื้อเจ้าอีก" จั่นเจาอับจนคำพูด "คนมา เอาเจ้าพวกนี้โยนออกไปซักที"

            "เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีอีกหลักฐาน"          

            "ไหนเอาออกมาสิเปาเจิ่ง"

            "อยู่ที่หอบุหลันลอยลมข้าลืมเอามา"

            "ก็กลับไปเอาสิ"

            "แต่ว่าของนั่นอยู่ที่ที่มีกับดักมากมายต้องใช้เวลาหนึ่งวันถึงไปเอาได้" เป็นคำพูดที่ถึงกับทำให้เยียลู่จุ้นไฉหัวเราะออกมา

            "เปาเจิ่ง เจ้าไม่โง่เลยแม้แต่น้อย ตอนแรกบอกว่าต้องการสามวัน ตอนนี้ยังบอกจะเอาอีกวัน รวมเป็นสี่วันแล้ว เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไงหา ไม่ได้"

            "ไม่ได้ก็ไม่ได้ จะง้อไปทำไม แต่ท่านรู้มั้ย ท่านอยากฆ่าก็ฆ่าเลย อยากเชือดก็เอาสิ ฆ่าๆๆๆเชือดๆๆๆๆ ท่านทำแล้วสบายอารมณ์ก็เอาเลยซิ วันนั้นที่หอบุหลันลอยลม ข้ายังเข้าใจว่าท่านมองไปไม่ขวางตาขวางทางข้า ดูไปก็หล่อเอาเรื่อง ยังมีทรงผมของท่าน เปียของท่านอีก หนวดของท่านดูดีไปหมด พวกข้ายังอยากจะเลียนแบบท่านเลยนะ"เสียงต้าเปาเปลี่ยนจากดุดันเป็นเสียงบ่นแบบน้อยใจ จนเยียลู่จุ้นไฉหันมามองหน้ากันเลยทีเดียว แล้วส่งชามน้ำข้างหน้าตนเองให้ต้าเปา

            "เอ้าต้าเปาเจ้ากินน้ำก่อนซิแล้วพูดต่อ"

            "ได้"

            เอือกๆๆๆ ต้าเปาได้น้ำหนึ่งชามใหญ่ตอนดื่มปากชามบังสายตาเจ้าเล่ห์มิดชิด ส่วนจั่นเจาแอบขำ กงซุนเชอฺได้แต่ทำตาเหลือกระอาสุดๆ มุขเด็กปัญญาอ่อนอ้อนของ คนถูกหลอกเด็กยิ่งกว่า

            "ขอบคุณท่าน ยังได้ยินมาอีกนะว่าพิณหมากกลอนภาพท่านล้วนสันทัด ส่วนเรื่องการทหารมีดกระบองอะไรท่านก็ศึกษาจนลึกซึ้ง"

            "เรื่องนี้เจ้าก็ได้ยินมาเหมือนกันหรือนี่ ฮ่าๆๆๆ"

            "เวลาท่านจะรบ ร้อยครั้งไม่มีพ่าย เป็นวีรบุรษของเหลียวโดยแท้"

            "เปาเจิ่งเจ้า เจ้าดูโง่ๆแต่ก็ชอบพูดความจริงนะ ถูกแล้วที่เจ้าพูดมาเมื่อกี้ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ได้ ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกวันนึง ดีมั้ย"

            "ขอบคุณท่าน ต้าเปาหมุนตัวจะเดินออก แต่กงซุนเชอฺถลาตัวเรียกไว้ ทหารเหลียวสองคนก็เอากระบี่ขวางทันที แต่ดีที่เยียลู่เจียงจุนอารมณ์ดีมากจนปล่อยตัวไปง่ายๆ

            เมื่อสามคนเดินออกมานอกกระโจมแล้ว กงซุนเชอฺดึงตัวต้าเปาที่เดินหน้าให้หันมาประชันหน้าแล้วจ้องตา

            "ข้าไปไม่ได้" เสียงนั้นเพียงกระซิบ "ฟังข้าพูดให้จบนะ พรุ่งนี้เช้าทหารเหลียวจะบุกเข้าชวงสี เจ้าต้องรีบหนีไปจากที่นั่นซะ อย่าลืมแจ้งต่อมือปราบจงด้วย ให้รีบอพยพชาวบ้านออกให้หมดภายในคืนนี้ จำไว้ ทั้งหมด ไปได้หนึ่งคนก็ต้องออกไปคนหนึ่ง จั่นเจา"

            "อืม เปาต้าเกอไปเถอะ" จั่นเจากระชากเสื้อของต้าเปาแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กงซุนเชอฺผู้มีแผนถ่วงเวลาเอาไว้แล้วอยู่ที่ค่ายทหารเหลียวนั้นเพียงคนเดียว

            "หวังว่าเปาเจิ่งจะสามารถจัดการทุกอย่างได้"

 

            ที่ม้าหินลานครัวหอบุหลันลอยลม บัดนี้มีบุรุษที่เป็นความหวังของใครหลายคนนั่งอยู่ เขาพิจารณาแผ่นกระดาษบางใหญ่สองแผ่น ทั้งยังเอามันไปส่องกับแสงแดด จั่นเจาที่เดินตามเปาต้าเกอของเขาตั้งแต่เช้าก็เฝ้าวนเวียนอยู่ด้านหลัง และแล้วต้าเปาก็ออกวิ่งไปที่ห้องครัว ตอนนี้เสี่ยวหมานกำลังแผ่แป้งซาลาเปาอยู่

            "อะไรเหรอต้าเปา อยากกินซาลาเปาต้องรอก่อนนะ" แต่ดูเหมือนต้าเปาจะไม่สน แต่คว้าไม้ออกมาจากเตาเผาแล้วเอาเท้าเหยียบให้ไฟดับท่ามกลางเสียงโวยของเสี่ยวหมานเพราะนางกำลังต้มน้ำในซึ้งให้เดือดพร้อมจะนึ่งซาลาเปา เมื่อไฟที่ไม้ถ่านถูก (กระทืบ) ดับแล้ว ต้าเปาก็เอากระดาษวางที่พื้นครัวแล้วเอาผงถ่านดำที่แตกออกมาโปรยลูบไปที่กระดาษ เสี่ยวหมานที่หยุดโหวกเหวกและจั่นเจาที่เดินตามมาถึงก็ก้มลงดู บนกระดาษมีตัวอักษรปรากฎขึ้นมา

            'หมิงเต้าเอ้อเหนียน หรือ สมัยหมิงปีที่สอง'

            "หมายความว่าอย่างไร" ตอนนี้สาวๆทั้งหอลงมาดูด้วยเมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวหมาน

            "พบที่ห้องของเถ้าแก่ ส่วนแผ่นนี้พบที่ห้องของอันกั๋วไท่"

            "เห เหมือนกันเลยนิ รอยแบบนี้เคยห่ออะไรเอาไว้นะ" เสี่ยวหมานมองอย่างสงสัย ต้าเปาสะดุดใจเลยลองพับตามรอยของกระดาษดู

            "หืม ดูเหมือนจะเป็นทองก้อนนะ" จั่นเจาเปรย "หมิงเต้าเอ้อเหนียนน่าจะหมายถึงปีที่หลอมทองก้อนนั้นขึ้นมา"

            "ข้าจะไปดู" ต้าเปาว่าแล้วก็เดินออกไปเลย ทำเอาคนที่เหลือตามไม่ทัน เสี่ยวหมานไหวตัวได้คนแรก ส่วนจั่นเจาถูกสาวๆดึงตัวไว้ไม่ให้ตามไปอย่างมีเลศนัย

           

            ต้าเปาวิ่งมาถึงที่ทำการมือปราบ แถมบุกเข้าไปแบบยามยังจับตัวไม่ทัน แต่คนเฝ้าห้องด้านในขวางไว้ได้ก่อน "เฮ้ย พวกเจ้าสองคนบุกมาทำอะไร แล้วหาใคร"

            "จงต้าเกอ"

            "ใครมาส่งเสียงโวยวาย"

            "จงต้าเกอ"

            "ต้าเปา หรือว่าท่านกงซุนจะสั่งให้เจ้ามาทำอะไร"

            "ไม่ใช่ๆข้าอยากจะดูของที่พบที่ตัวของอันกั๋วไท่ขณะที่ตายน่ะ"

            "ไม่ได้" ยามขัดขึ้น "นั่นอาจเป็นของที่คนร้ายต้องการก็ได้ นอกจากหัวหน้ามือปราบใครก็ห้ามขอดู"

            "แต่ข้ารีบร้อนจริงๆนะ นะ"

            "ไม่ต้องโวยวาย เจ้าเข้าไปเอา" มือปราบจงที่สังเกตเห็นความสัมพันธ์ของต้าเปากับกงซุนเชอฺที่ไม่ธรรมดายอมให้ต้าเปาเข้าไปดูได้

            เมื่อเทของทั้งหมดให้ห่อผ้าออกมาก็พบเศษเงินและทองก้อน เสี่ยวหมานรีบคว้าทองดูก่อน แต่ก็ไม่ตื่นเต้นอะไร ยังบอกอย่างสนุกสนานว่า

            "อันกั๋วไท่ก็แปลกจริง ในกระเป๋าก็มีเศษเงินเยอะแยะ ยังจะพกทองก้อนเอาไว้ทำไม ทำไมไม่พกตั๋วเงินล่ะ ทองนี่ก็เงาวาวจังเลยนะ ยังกับพึ่งหลอมออกมาแน่ะ"

            ต้าเปาแย่งมาดู "หมิงเต้าเอ้อเหนียน"

            "หืม เหมือนกับรอยบนกระดาษนั่น หรือว่ากระดาษจะเคยห่อทองนี้มาก่อน"

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น