เปาชิงเทียน ตอน ตำนานศึกเทียนหมาง

ตอนที่ 22 : ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง--วีรสตรีมักต้องเริ่มจากกินลมคลุกฝุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ย. 57

File21 ตอนที่2 คืนสู่ยุทธภพ อีกครั้ง

 
 

 

วีรบุรุษมักเริ่มจากเด็กเชือดสุนัข วีรสตรีมักต้องเริ่มจากกินลมคลุกฝุ่น
 

 

                ริ้วสีแดงปลิวไสวไปตามลม แต่ความสวยงามที่เกิดจากจำนวนของธงที่มากกว่าจำนวนของชาวหมู่บ้านชวงสีทำให้ภาพนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมของใครหลายคนหรือหลายหมื่นคน เสียงกลองรบดังสนั่นยิ่งลดทอนกำลังใจ ม้าพ่วงพีถูกควบไปตามแถวทหารเหลียวพร้อมเจ้าของม้าที่ส่งเสียงกัมปนาทจนมีฤทธาดังสะกดจิตให้หึกเหิม เสียงห้าวตวาดก้อง

            "พี่น้องของข้า ถ้าพวกมันชาวซ่ง มิอาจส่งมันผู้ฆ่าออกมาภายในเวลาอาทิตย์ตรงหัวแล้ว พวกเรา...จะเอาเลือดพวกมันละเลงให้ทั่งชวงสี ให้มันหมดสิ้นที่ชั่วชีวิตนี้ ฆ่า"

             ฆ่ามันให้หมด

            เสียงทหารสะท้อนท้องน้ำแลหุบเขา

 

            "ต้าเหริน ต้าเหริน เถ้าแก่หวง เอ่อ...ถูกพบแล้ว"

            ไม่ช้าเมื่อมือปราบจงได้เข้ามาแจ้งผลเมื่อพบหวงเย่วแล้ว ต้าเปา กงซุนเชอฺและจั่นเจาก็ได้รีบรุดไปตามที่บอก แม้สงสัยว่าเหตุใดไม่พาหวงเย่วมาที่หอก็ตาม และคำตอบก็ได้รับด้วยตาของตนเอง

            ที่ป่าชายแดนหมู่บ้าน หวงเย่วอยู่ที่นั้น บนต้นไม้ ด้วยเชือกเพียงเส้นเดียวที่รั้งคอเขาไว้เหนือพื้นสูงสองเมตร

            "เถ้าแก่ ฮือ เถ้าแก่" ต้าเปาถัดเท้าเข้าไปใกล้ต้นไม่อย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง "พวกท่านรีบเอาเขาลงมาซี รีบเอาเถ้าแก่ลงมา" เมื่อมือปราบจงหันไปทางกงซุนเชอฺที่พยักหน้าน้อยๆก็สั่งมือปราบผู้น้อยยกศพลงมา

            "ลิ้นแลบยาวออกด้านนอก ที่ตามีจุดแดง ที่เล็บมีสีฟ้าอมเทา สันนิษฐานได้ว่าถูกรั้งที่คอจนกดที่หลอดลมจนตาย ศพเย็นมากน่าจะตายได้หกถึงเจ็ดชั่วยามมาแล้ว"

            "ฮือ พวกเจี่ยเจี่ย เคยบอกกับข้าว่า อึก สองปีก่อน ได้รับบาดเจ็บหนักแล้วถูกพวกคนค้าม้าของเหลียวช่วยไว้บรรทุกมาจนถึงที่นี่ ข้าจำอะไรก็ไม่ได้ จากนั้น เถ้าแก่ไม่เคยรังเกียจที่รับข้าไว้ ข้า ฮึก ก็เคยถามเขาว่า ทำไมถึงได้รับข้าไว้ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้า เขาว่า ที่หมู่บ้านชวงสี ไม่มีอดีต แล้วใครไม่อยากลืมอดีตบ้าง ต้าเปา เจ้าโชคดีแล้ว เรื่องที่แล้วมาขอให้เจ้าว่างให้หมดไปเถิด เป็นเจ้าอย่างนี้แหละอยู่ที่นี่ ที่หอนี้เจ้าจะร่ำรวยมี

อนาคตแน่นอน แต่ความจริงข้ารู้ดี เขาก็แค่อยากปลอบข้าเท่านั้น เพราะว่า ข้าก็เป็นแค่คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีที่มาที่ไปเท่านั้น ข้าก็แค่คนปัญญาอ่อนเท่านั้น เขาให้ข้าวข้ากิน เขาต่อชีวิตให้ข้า"

            กงซุนเชอฺฟังเรื่องที่ต้าเปาเล่าแล้วไม่กล้าศพตาต้าเปาและหวงเย่วอีก จึงลดสายตามาที่คอศพที่มีเอ็นที่รัดไว้คลายออกจนเห็นรอยเลือด

            "จั่นเจาเจ้าดู"

            "นี่มันเหล็กเส้น"

            "ไม่นี่ไม่ใช่เหล็กเส้นธรรมดา"

            "แล้วคืออะไร"

            "คือ สายพิณ"

            "หา สายพิณ งั้นฆาตรกรรมทั้งสี่อย่างต่างครบแล้ว พิณ หมาก กลอนและภาพ"

            "ต้าเหริน กระดาษพวกนี้ถูกพบที่ใต้ต้นไม้ด้านล่างที่หวงเย่วถูกแขวนไว้ขอรับ"

            กงซุนเชอฺรับเศษกระดาษพวกนั้นมาวางเรียง กระดาษถูกฉีกขอบเรียบอย่างจงใจ แบ่งครึ่งกลางตามยาวก่อน ค่อนไปทางด้านบนถูกแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าอีกสองชิ้น และค่อนยาวด้านล่างถูกแบ่งตามแนวทะแยง

            "ภารกิจแม้สำเร็จแล้ว" กงซุนเชอฺนำกระดาษมาเรียงต่อกันแล้วอ่านข้อความนั้น "แต่ตัวตนถูกเปิดเผย กฎของซีเซี่ยนั้นเข้มงวดนัก กลับไปเช่นนี้สู้ตายอยู่ที่นี่"

            "ที่แท้เขากลัวการรับโทษ ดังนั้นจึงฆ่าหวางไฮ่ปาก่อน จากนั้นค่อยฆ่าตัวตาย เช่นนี้ก็ไม่ต่องกลับไปรับโทษ" จั่นเจาสรุป

            "ดูเหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นดังน้ำลดตอผุดแล้ว"

            "พิณ หมาก กลอน ภาพ ไม่คาดคิดเลยว่า สุดท้ายต้องเอาสายพิณมาจบชีวิตของตนเอง"

            "ผู้ที่ฆ่าคนต้องได้รับผลกรรมนั้น เจ้าก็อย่าได้เสียใจมากไปเลย" กงซุนเชอฺหันไปมองต้าเปาที่ยังนั่งกอดเข่าอยู่ข้างศพหวงเย่ว

            "อืม" ต้าเปาเหมือนระงับอารมณ์ได้ก่อนจะมองไปรอบกายอีกครั้ง "แต่ข้าคิดว่า สถานที่นี้ดูคุ้นๆนะเหมือนกับเคยมาแล้วเลย"

            "เอ๊ะ ก็ข้างหน้าไม่ใช่บ้านเก่าของหม่าปิงหรือไง พวกเราเคยมาแล้วหนหนึ่ง" จั่นเจาโยกชะเง้อตัวมองไปข้างหน้าเห็นเป็นบ้านของหม่าปิง ต้าเปาเลยลองยืนขึ้นบ้าง

            "ไม่ ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นสภาพแวดล้อม อ๊ะ ข้านึกออกแล้วเคยเห็นในภาพของไฉ่เตี๋ยไง" ทุกคนมองตาม

            "เหมือน ค่อนข้างเหมือน แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว คดีถูกเฉลยแล้ว มือปราบจงนำศพของหวงเย่วกลับไปได้"

            "ขอรับ"

            ทุกคนเคลื่อนย้ายตัวเองไปหมดแล้ว เหลือแต่ต้าเปาทำตาโตพึมพำดังกับกำลังหวาดกลัวสันชาตญาณความคิดของตนเอง "ไม่จริง เรื่องทั้งหมดคงไม่ง่ายขนาดนี้"

 

            ป้ายวิญญาณถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ชุนเถาจุดธูปสามดอกไหว้ทั้งน้ำตา "อย่างไรข้าไม่เชื่อว่าเถ้าแก่จะเป็นคนร้ายฆ่าคนไปได้ พวกท่านบอกว่า เขาคือสายของซีเซี่ย แต่หลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยเห็นเขาทำเรื่องใดที่เป็นเรื่องที่สายลับเขาจะทำกัน" มู่หลานเอามือลูบชุนเถาเบาๆเป็นการปลอบใจ

            "ฮึ คนที่เป็นสายลับเขาจะตีฆ้องร้องป่าวประกาศไปทั่วมั้ยละว่าเป็นน่ะ" จั่นเจาอดที่จะแย้งไม่ได้

            "แต่ข้ารู้สึกว่าไม่ใช่เขา" ชุนเถาเจี่ยตวาดกลับเสียงดัง

            "ชุนเถาเจี่ย ท่านพี่อย่าได้โศกเศร้าอีกเลย พวกเรารู้เรื่องของพวกท่านทั้งสองดี แต่คนก็ตายไปแล้วไม่อาจฟื้นคืนชีพได้ อดทนยอมรับสภาพเถอะนะ" เสี่ยวหมานตาแดงๆแล้วแต่ก็ยังพยายามปลอบพี่สาวตน

            "วีรบุรุษมากเริ่มจากเด็กเชือดสุนัข วีรสตรีมักต้องเริ่มจากกินลมคลุกฝุ่น" กงซุนเชอฺกล่าวขึ้นลอยๆ พร้อมตวัดพัดเก็บและลุกขึ้นยืนมาเผชิญหน้ากับชุนเถา "พวกเจ้าล้วนเป็นผู้ที่มีคุญธรรม"

            "เถ้าแก่ไม่เคยให้เราต้องรู้สึกลำบากเลย"

            "ฮึ เปิดหอนางโลม ก็คือบังคับให้หญิงบริสุทธิ์ต้องขายตัวนั่นแหละ" จั่นเจากล่าวไม่ไว้หน้าใคร ไม่มองหน้าชุนเถา แต่ดวงตาไม่ได้เหยียดหยามเหมือนคำพูด เพราะนี่คือหน้าที่ ผู้หนึ่งปลอม ผู้หนึ่งต้องยุให้คนได้พูดหรือผลั้งข้อมูลออกมา

            "ไม่ใช่" เสียงชุนเถาเหมือนจะกรีดร้อง "เถ้าแก่ไม่เคยเลยที่จะบังคับพวกเรา พวกเราต่างถูกทอดทิ้งไม่มีที่ไป ล้วนไม่ใช่เถ้าแก่ขืนใจเรา แต่ถูกชะตากรรมต่างหากที่บังคับเรา ผิดไม่ได้อยู่ที่เถ้าแก่ ผิดอยู่ที่สงคราม อยู่ที่สงคราม ฮือ"

            "แล้วไฉ่เตี๋ยเล่า มิใช่หวงเย่วบังคับหรอกหรือถึงได้ขายตัว พอไม่ยอมก็ฆ่าตัวตาย" กงซุนเชอฺถามเรื่องที่อยากรู้มานาน

            "พูดไปท่าอาจไม่เชื่อ แต่เรื่องนี้ไฉ่เตี๋ยเป็นคนออกปากเอง เถ้าแก่ก็ไม่รู้ว่าเหตุใด ไฉ่เตี๋ยพูดแค่ไม่ว่าเถ้าแก่จะเรียกเก็บเท่าไหร่ก็ขอให้นางแค่ห้าร้อยตำลึงเท่านั้นพอ จากนั้นหวางไฮ่ปาก็เอาเงินมาให้ห้าร้อยตำลึง เถ้าแก่ไม่เก็บไว้แม้แดงเดียว ล้วนมอบแก่ไฉ่เตี๋ยหมด แต่ว่าหวางไฮ่ปายังไม่ได้ตัวไฉ่เตี๋ย นางก็แขวนคอตายเสียก่อน ฮึก"

            ต้าเปาอุทานเบาๆ "ห้าร้อยตำลึง ห้าร้อยตำลึงอีกแล้ว"  ก่อนจะได้ยินเซี่ยซางพูดบ้าง

            "ไฉ่เตี๋ยแรกๆนั้นวันๆก็วิ่งไปยื่นเหม่อที่ริมแม่น้ำ จากนั้นพอคุ้นเคยกับพวกเราแล้วถึงได้สดใสขึ้นมาบ้าง อยู่ๆวันนึงนางก็วิ่งมาบอกข้าว่านางจะเก็บเงินเพื่อไถ่ตัวเอง ส่วนนางทำไมถึงคิดจะขายตัวนั้นข้าเดาไม่ออกจริงๆ"

            "คงเป็นเพราะนางงามมักอายุสั้นกระมัง พวกเจ้าล้วนเป็นหญิงงามที่ดีพร้อม สักวันต้องได้ครอบครัวที่ดีแน่นอน"

            "ครอบครัวอะไรล่ะ เถ้าแก่ไม่อยู่แล้ว หอบุหลันลอยลมแห่งนี้ก็คงอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน ข้าว่าเราแยกย้ายกันไปเถอะ" น้ำตาหยดลงมาไม่ขาดสาย คำพูดของชุนเถาตอกย้ำความคิดของพวกนางแล้ว

           

            เมื่อแยกย้ายกันไป กงซุนเชอฺเรียกสติตนเองอยู่นานที่ห้องก่อนที่จะเดินไปหาหัวใจที่เขาพบที่นี่ เมื่อหอแห่งนี้ต้องแตกแล้วเขาก็จะต้องพาหัวใจเขากลับไป เมื่อมาถึงลานครัวกงซุนเชอฺก็ได้พบเงาด้านหลังที่จำได้แม่นยำ เมื่อเดินไปใกล้นางอีกหน่อยผ่านประตูทางเข้า เหล่าสาวที่เหลือก็มาออกันที่ขอบประตูลานครัว เงี่ยหูฟังหนุ่มงามคุยกับสาวน้อยอย่างใจจดใจจ่อ(ก็คงเป็นกงซุนเชอฺที่ได้พูดอยู่ฝ่ายเดียวอะนะ"

            "มู่หลานเจ้ากวาดพื้นหรอ"

            "ก็กวาดพื้นน่ะสิ เห็นว่านางร้องเพลงอยู่หรือไง" เสี่ยวหมานกระซิบเบาๆทำให้พวกเจี่ยเจี่ยได้ขำกันเสี่ยวหมานชอบพากษ์เสียงให้มู่หลานเป็นที่สุด

            มู่หลานหันกลับมาเผชิญหน้าด้วยแล้วพยักหน้ายิ้มเขินๆ แต่กงซุนเชอฺหน้าเริ่มแดง

            "มู่หลาน อีกซักครู่ข้าจะออกจากหมู่บ้านไปไกล่เกลี่ยไล่เลียงความกับเยียลู่จุ้นไฉให้เรียบร้อย จากนั้นข้าจะรีบกลับมา"

            "เหอะ รีบกลับมา เขายังต้องขี่ม้าเร็วอีกสองชั่วยามถึงจะกลับมาได้ ฮ่าๆๆ" ชุนเถาที่น้องลากพามาสนุกยังอดหัวเราะตามไม่ได้ แล้วส่งเสียงให้เสี่ยวหมานเงียบๆ

            "มู่หลาน" กงซุนเชอฺคว้ามือนางขึ้นมากำไว้ "ข้ารู้ใจเจ้าดี พรุ่งนี้ข้าก็ต้องจากไปแล้ว เจ้าเก็บของทุกอย่างแล้วไปกับข้าได้มั้ย" มู่หลานยังมีสีหน้าสับสน "เจ้าวางใจ ข้าจะทะนุถนอมเจ้าอย่างดี เจ้าป่วยข้าจะป้อนยาเจ้า...." สีหน้าพวกที่อยู่หน้าประตูเคลิ้มไปแล้ว และคงจะกลับไปจัดกระเป๋าแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่ที่กงซุนเชอฺบอกว่าให้ไปกับเขา แต่พวกนางกำลังจะละลายเมื่อได้ยินประโยคต่อไป "...ถ้าเจ้าเหนื่อย ข้าจะให้เจ้านอนซบบนอกข้า เจ้าแก่แล้ว ข้าจะจูงมือเจ้าไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ระลึกถึงความหลัง คิดถึงเรื่องที่หมู่บ้านชวงสีนี้ คิดถึงตอนที่ลูกของเราเกิด ตอนที่หลานของเราเกิด เจ้าวางใจ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่เป็นอะไรไปก่อนเจ้าแน่ จะดูแลเจ้าถึงลมหายใจสุดท้าย และจากไปด้วยดี เมื่อเจ้าจากไปแล้ว ข้าจะตามเจ้าไปทันที ไม่ให้เจ้าได้รู้สึกเหงาเดียวดาย......มู่หลาน...ไปกับข้าเถิด" กงซุนเชอฺกำมือนางแน่นขึ้น และตาเป็นประกายเมื่อนางยิ้ม ก่อนที่จะ....

            "ไม่อาววววววววววววววว" ต้าเปามาจากไหนไม่รู้รวบเอวหยิบมือของมู่หลานแล้วเหวี่ยงไปซุกไว้ด้านหลังตนเอง "เจ้าห้ามไปกับเขานะ เขามันโจรโรคจิต" ขณะนั้นเองสาวๆที่ลงไปกองที่พื้นแล้วทั้งหลายเข้ามาแวดตบหัวต้าเปาทันที "ต้าเปา คนเขาออกจะจริงใจ มีอะไรไม่ดีเล่า"

            "ก็เขามันโจรใจทรามลามก ถ้าอยู่กับมู่หลานแล้วเกิดทำอะไรขึ้นมาล่ะ โอ้ย" คนหวงพี่ไม่เข้าเรื่องโดนไปอีกสองป้าบ "คนเขาเข้าหอกันแล้วจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขาแล้วตอนนั้นน่ะ" และก่อนที่ต้าเปาจะได้โวยวายอะไรต่อไป สาวๆก็ทั้งลากทั้งดึงทั้งทุบต้าเปาออกจากลานครัว มีเซี่ยซางดึงมู่หลานเข้ามาไว้ที่เดิมหน้ากงซุนเชอฺ ยิ้มล้อเลียนตามพี่น้องไปสังคายนาต้าเปาต่อ ยังไม่ทันที่กงซุนเชอฺจะได้พูดอะไรอีก มือปราบจงที่ซุ่มอยู่นานแล้วถือโอกาสเข้ามารายงาน

            "ต้าเหริน ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วขอรับ"      

            "ดี ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" เมื่อก้างทั้งหลายออกไปหมดแล้ว กงซุนเชอฺก็คว้ามือมู่หลานขึ้นมาแล้วจ้องตา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น