妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 8 : บทที่8 รุกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    23 ต.ค. 57



บทที่8 รุกใจ
 

 “หวงช่าง ดอกไม้พวกนี้...” เกาเต๋อจงมองเก๋อจินจื่อหลายกระถางที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ดอกไม้พวกนี้สวยก็จริง แต่เมื่อเทียบเป็นมูลค่าแล้ว เก๋อจินจื่อนั้นไม่นับเป็นอะไรได้ เหตุใดวันนี้หวงช่างเกิดทรงโปรดดอกไม้นี้ขึ้นมา

    “เจิ่นเห็นว่าเก๋อจินจื่อก็ดูงามไปอีกแบบหนึ่ง” เฉิงซวนตี้ยื่นมือไปช้อนกลีบดอกสีม่วง กระแสความเย็นช่ำมันลื่นให้ความรู้สึกผ่อนคลาย “นำกระถางเหล่านี้ขนไปที่หอท้อหยก”

    เกาเต๋อจงก้มศีรษะเหลือบดูเก๋อจินจื่อที่กำลังบานเต็มที่ ถ้าจำไม่ผิด เจ้าของหอท้อหยกนั้นมีชั้นผินเล็กๆเท่านั้น หวงช่างทรงประทานหมู่ตันกี่กระถางนี้ไป มิใช่เป็นการยกระดับฐานะของเจาผินในวังหลังหรือไร

    ถ้าประทานดอกไม้ชนิดอื่น คงไม่เป็นปัญหา แต่หมู่ตันไม่ใช่ดอกไม้ทั่วไป มีพังเพยที่ว่า “หมู่ตันผู้สูงศักดิ์” สิ่งใดหรือใครที่มีคำว่าสูงศักดิ์มาเกี่ยวข้องล้วนไม่ธรรมดา

    สำหรับสนมในวัง หวงช่างทรงใคร่แต่ไม่มีรัก ถึงแม้จะโปรดมากแต่ไม่เคยเกินขอบเขต เจาผินเป็นใครหวงช่างอาจทรงจำไม่ได้ แต่ตนเองจำได้อย่างแม่นยำ เข้าวังแม้ไม่นานแต่ล่วงเกินเจ้านายถึงหลายท่าน พูดถึงรูปลักษณ์ผิวพรรณล้วนไม่ธรรมดา แต่อัธยาศัยกับสันดานล้วนไม่งาม เพราะฉะนั้นหวงช่างทรงเสี่ยงป้ายไม่กี่ครั้งก็ลืมนางไปหมดสิ้น วันก่อนไม่กี่วันเจาผินยังเป็นเพียงหว่านอี้ โดนคนในวังไม่รู้กี่คนรังแก ตอนนี้พลิกวิกฤตมาได้ล้วนทำให้คนคิดไม่ถึงกันทั้งนั้น หรือว่านายหญิงตระกูลจวงผู้มุทะลุและไร้ปัญญาผู้นั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากหนึ่ง

 แต่ว่าจะแกล้งทำเป็นคนเบาปัญญาถึงขนาดทำให้หวงช่างทรงระอาเลยหรือ เรื่องนี้จะมีประโยชน์แก่นางเยี่ยงไร แต่ถ้าไม่ใช่ข้อนี้ คนๆหนึ่งจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้อย่างไร

    “เจ้ากำลังคิดว่าเหตุใดเจิ่นถึงประทานหมู่ตันให้เจาผิน” เฉิงซวนตี้มองเกาเต๋อจงด้วยหางตา แต่ริมฝีปากมีรอยยิ้มสองส่วน เห็นได้ชัดว่ากำลังอารมณ์ดี

 “นู๋ไฉไม่กล้าพะยะค่ะ” ชั่วเสี้ยวเวลาทั้งหัวของเกาเต๋อจงมีเม็ดเหงื่อผุดออกมาเต็มไปหมด เดาพระหทัยจักรพรรดิแผ่นดิน ตนเองไหนเลยจะกล้าตอบรับคำข้อนี้

“เอาเถอะ” เฉิงซวนตี้เห็นสภาพของเกาเต๋อจงก็โบกมือไปมา “รีบนำไปส่งที่หอท้อหยก”

 

 “เหนียงเนี่ยง นู๋ปี้ได้ข่าวว่าวันนี้หวงช่างทรงประทานเก๋อจินจื่อให้หอท้อหยกหลายกระถางเลยเจ้าค่ะ” ฉืออู่ นางกำนัลข้างกายโหรวเฟยเดินเข้าไปใกล้นายหญิงแล้วรายงานเรื่องที่ได้สืบมา เมื่อโหรวเฟยฟังจบหน้าก็คล้ำลงทันที

 “เจ้ามองชัดแล้วใช่หรือไม่ว่าเป็นเก๋อจินจื่อ” โหรวเฟยใช้สายตาเย็นเยือกมองไปที่ฉืออู่ เสียงไพเราะนั้นเพิ่มสำเนียงเซียวสังหาร ฉืออู่ก้มตัวลงไปอีก “เจ้าค่ะ นายหญิง”

 “ดี เจาผินเจ้าดีมาก” โหรวเฟยยิ้มเยาะ “เปิ่นกงข่มนางไปประโยคเดียว นางกลับย้อนมาตบหน้าเปิ่นกงหนึ่งฉาด กล้ามากที่ขอประทานเก๋อจินจื่อจากหวงช่าง” นางใช้เก๋อจินจื่อกระทบกระเทียบเจาผิน เพียงจะบอกนางว่าเจาผินเล็กๆในวังนี้ไม่นับเป็นอะไรได้ คิดไม่ถึงว่าเจาผินถึงกับบังอาจใช้วิธีเช่นนี้มาท้าทายนาง

แต่เด็กนางก็มีฝีมือการเล่นพิณที่ยอดเยี่ยม ถึงขนาดอาจารย์พิณที่ดีที่สุดในวังยังเปรียบนางไม่ได้  พร้อมทั้งมีน้ำเสียงและหน้าตาที่ดี ฉะนั้นตั้งแต่เข้าวังมา หวงช่างก็ทรงโปรดนาง กลับไม่คิดว่าเจาผินเล็กๆคนหนึ่งจะกล้าตบหน้านางได้

    “สงสัยเจาผินจะชอบหมู่ตันมาก” โหรวเฟยพูดขึ้นช้าๆ “ไปนำผ้าต่วนวังลายหมู่ตันที่อยู่ในห้องเก็บของส่งไปที่หอท้อหยก จำไว้ หยิบชิ้นที่พิมพ์ลายเว่ยจื่อ[28]พันเถา อย่าหยิบผิดละ”

 “เจ้าค่ะ” ฉืออู่ถอยออกไปอย่างกล้าๆกลัว ออกไปแล้วถึงกล้าผ่อนลมหายใจ

 

    จวงลั่วเยียนเท้าแขนนั่งมองคนรับใช้ขนเอากระถางเก๋อจินจื่อเข้ามา เอนตัวนั่งพิงพนักอย่างเกียจคร้าน ปล่อยให้ทิงจู๋นวดขาให้ สบายตัวจนต้องหลับตาพริ้ม

 “นายหญิง โหรวเฟยตำหนักเหอเล่อประทานผ้าต่วนวังลายเว่ยจื่อพันเถามาให้เจ้าค่ะ” หยุนซีเดินเข้ามาจากด้านนอก เห็นจวงลั่วเยียนกำลังพักสายตาอยู่จึงรายงานด้วยเสียงค่อย

   “เว่ยจื่อพันเถา” จวงลั่วเยียนลืมตาขึ้นก็มองเห็นพับผ้าที่อยู่ในมือหยุนซี จึงยกมุมปากขึ้น “ผ้าต่วนนี้เป็นของดี เจ้าเอาไปวางไว้ที่ห้องเก็บของ”

 “นายหญิง นู๋ปี้คิดว่าทางด้านโหรวเฟยนั้น...” หยุนซีขมวดคิ้ว แสดงให้เห็นว่ากำลังลำบากใจ แต่ว่านางเป็นคนรับใช้ นายหญิงไม่เอ่ยปากจะให้นางต่อคำได้อย่างไร

 “ปล่อยให้นางดีดดิ้นไป จะเว่ยจื่อหรือเก๋อจินจื่อก็เป็นเพียงดอกไม้ไม่กี่ดอกเท่านั้น” นางเป็นผู้หญิงสมองปกติ จะเอาตัวเองไปเปรียบกับดอกไม้ให้ได้อะไรขึ้นมา วิธีการข่มขู่เช่นนี้ล้วนเกาไม่โดนจุดจั๊กจี้ของนาง จะเลวดีแค่ไหนก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งมอบดอกไม้ให้นางกี่กระถางแค่นั้นเอง

    หยุนซีรู้สึกว่าตนเองยิ่งนานวันยิ่งมองความคิดของนายหญิงไม่ออก เผชิญการท้าทายอย่างโจ่งแจ้งของโหรวเฟย นายหญิงกลับไม่มีอาการขุ่นข้องหมองใจซักนิด ยังมี เก๋อจินจื่อหลายกระถางที่หวงช่างทรงประทานมาให้ กลับเห็นนายหญิงอยู่ในสภาพนี้ คือไม่ได้ดีใจอย่างออกหน้าออกตา

หยุนซีได้แต่ถอยออกไป จวงลั่วเยียนยืดตัวขึ้น ให้ทิงจู๋ช่วยพยุงตัวจัดท่าทาง หันหน้าไปมองต้นไม้ใบหญ้านอกหน้าต่าง “วันนี้นางมอบสิ่งใดมา วันหน้าข้าจะจำไว้ตอบแทน”

ทิงจู๋รู้สึกไขสันหลังเย็นเฉียบ นางเองก็อยู่ในวังนี้มาหลายปี มองเห็นเล่ห์กลมามากมาย แต่วิธีการพูดอาฆาตลอยๆเรื่อยๆของเจาผินเช่นนี้มีน้อยนัก

เมื่อก่อนกูกูนางกำนัลที่ดูแลนางเคยสอนว่า ในวังหลังแห่งนี้ หญิงที่พูดได้อ่อนหวานคือหญิงที่น่ากลัวที่สุด นางมองใบหน้าเจาผินแย้มยิ้ม จึงค่อยๆก้มศีรษะลงต่ำ

เมื่อก่อนกูกูนางกำนัลที่ดูแลนางยังสอนอีกว่า ในวังหลังแห่งนี้ ยอมตามรับใช้นายหญิงที่ร้ายเด็ดขาด ยังดีกว่าต้องเป็นทาสของนายที่จิตใจดีมือปากเท้าอ่อน เพราะที่แห่งนี้ นายไม่ร้าย คนรับใช้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมตามนาย ต้องถูกกระทำเรื่อยไป

วังหลังแห่งนี้ ซื่อสัตย์รับใช้นายเดียว ผู้ที่บิดพลิ้วไม่ซื่อล้วนมีจุดจบอนาถ ทิงจู๋ยิ้มเยาะมุมปาก วังคือโรงพนันที่ยิ่งใหญ่ วางเงินพนันหลุดมือไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้ ตอนนี้...นางได้วางเดิมพันแล้ว

 

หลังมื้อกลางวัน เฟิงจิ่นตรวจใบราชการ บ้างเป็นเรื่องในวัง บ้างเป็นใบขอพระราชทานอนุญาตดำเนินการเรื่องต่างๆ หรือในแคว้นเกิดเหตุร้ายใดขึ้นบ้าง เมื่อวางพู่กันบนโต๊ะ ก็สะบัดชุดคลุมลุกขึ้น “เรียกคนมา รับใช้เจิ่นเปลี่ยนชุด”

เมื่อรับใช้เปลี่ยนฉลองพระองค์แล้ว เกาเต๋อจงเพียงเห็นพระพักตร์นิ่งเฉยจึงเรียนถามว่า “หวงช่าง นู๋ไฉได้ยินว่าหอราชศิลป์ได้จัดเตรียมการแสดงร่ายรำเพลงใหม่ขึ้น จะทรงเรียกมาทอดพระเนตรดีไหมพะยะค่ะ”

 “แค่พวกลอกเลียนของแปลกใหม่ไม่มีอะไรน่าสนใจ” เฟิงจิ่นยังไม่แสดงสีหน้าใดให้ได้ยล “ถ้างั้นไปเดินเล่นที่สวนหลวงแล้วกัน”

  เดือนสี่เฉิดฉันละลานตา ทั้งสวนแต้มไปด้วยครามลออแดงชาด ผีเสื้อบินร่อนร่ายรำ ทัศนียภาพสุดโสภา เพียงเสียดายแต่เฉิงซวนตี้ชินชากับความพิลาสเช่นนี้แล้ว ฉากงดงามเช่นนี้เทียบได้กับก้อนหินข้างทาง

ลอดผ่านผืนสวนหลี(สาลี่) ก็พบกับบึงบัวใหญ่ คงเพราะยังเป็นต้นเดือนสี่ ใบบัวยังไม่พ้นน้ำ ถึงแม้จะมีการชะล้างใบแห้งไปแล้ว แต่ยังให้ความรู้สึกว้าเหว่อ้างว้าง เฟิงจิ่นไขว้แขนไว้ด้านหลัง มองไกลไปที่บึงบัว สีหน้าสงบงัน

“นายหญิงไม่สามารถเดินต่อไปได้แล้วเจ้าค่ะ ด้านหน้าเป็นสระบัว แต่ตอนนี้ยังไม่งอกใบอ่อนเลยนะเจ้าคะ”

 “งั้นก็ไม่ต้องไปแล้ว ผืนป่าหลีนี้ก็งามดีไม่ใช่หรือ”

 “ที่นี่เป็นป่าหลีที่ใหญ่ที่สุดในวังแล้วเจ้าค่ะ ครานี้ดอกหลีกำลังบานสะพรั่ง ลมพัดมาเบาเป่าดอกร่วงหล่นเหมือนหิมะกำลังตกเลยนะเจ้าคะ”

    เกาเต๋อจงได้ยินเสียงแผ่วเบามาจากสวนหลีก็คิดจะใช้คนให้ไปเชิญกลับไป แต่ไม่คิดว่าหวงช่างจะทรงห้ามไว้ ดูจากท่าทีแล้ว หรือว่าหวงช่างดำริจะเสด็จไปแอบฟังมุมกำแพง?

เฟิงจิ่นห้ามเกาเต๋อจงไว้ไม่ใช่เหตุใด เพราะเขาจำได้ว่าเสียงนางนั้นเป็นของเจาผินแห่งหอท้อหยก คนทั้งวังล้วนไม่ชอบดอกหลี เพียงเพราะดอกหลีมีคำว่าหลี หมายถึงการจากลา ดอกหลีมีลางร้ายเป็นเหตุให้ไม่มีใครกล้าชื่นชม เจาผินเหตุใดมาที่นี่

“ราตรีเดียวลมวสันต์พัดมา หมื่นพนาหลีผลิดอกบาน” จวงลั่วเยียนแหงนมองดอกหลีสีขาวบริสุทธิ์ “ที่นี่เงียบสงบดี”

 “นายหญิง ที่นี่ไม่ควรรั้งอยู่นานนะเจ้าคะ ดอกหลีพวกนี้...” ทิงจู๋อยากจะบอกว่าดอกหลีความหมายไม่ดี แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน

จวงลั่วเยียนอยากจะพูดเหมือนกันว่า ใจชายกับดอกไม้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน แต่นางก็ยังไม่ได้เลอะเลือนจนถึงขนาดนั้น “คนเรารักพบไม่รักจาก ข้าก็เป็นคนธรรมดา จึงไม่เว้นข้าที่จะเห็นด้วย แต่โลกนี้มีพบก็มีจาก จะกลัวการจากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เช่นนั้นแล้วทำไมไม่ถนอมช่วงเวลายามพบกันไว้ เมื่อจากก็ยังมีความทรงจำเมื่อยามอยู่ด้วยกัน ข้าไม่คิดจะรอจนดอกร่วงคนจาก กลับคิดถึงได้แต่เรื่องไม่สบายใจ”

 “นายหญิง...” ทิงจู๋สัมผัสได้ถึงเวลานายหญิงพูดอยู่นั้นมีความรู้สึกเศร้าวังเวง ระลึกได้ถึงยามนายหญิงพึ่งเข้าวังมา “แต่ว่า ถ้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่ยิ่งดีกว่าหรือ

เมื่อกี้จวงลั่วเยียนแค่แสร้งพูดให้ดูมีวัฒนธรรม เมื่อฟังทิงจู๋พูดมาอย่างนี้ ไม่อยากจะพูดจริงๆเลยว่าวังหลังผู้หญิงอยู่กันเป็นฝูง หวงตี้มีแค่องค์เดียวจะมีมันได้ยังไงเรื่องยาวนานตลอดไป สำหรับนางที่ค่อนข้างฮาร์ดคอร์รักสบายก็แค่หวังจะมั่วให้ได้ตำแหน่งดีๆสักตำแหน่งหนึ่ง เสพสุขกับการกินการ อยู่ในกฎในระเบียบเรียบๆร้อยๆ แต่ว่าเห็นหน้าทิงจู๋ที่จริงจังและออกจะเห็นใจตนเองอยู่ นางรู้สึกว่าสมควรจะเก๊กร่ายบทละครต่อไป “นั่นมันก็แค่ความคิดเขลาเท่านั้น เอาใจไปไว้ที่เขาแล้ว เข้าจากเราทุกข์ เขามาเราสุข ถ้ารอจนเขาไม่อยากอยู่กับเราแล้ว เรากลับรั้งเอาไว้ ยิ่งเหมือนมีดกรีดใจเราเอง ไม่หวังไม่มองไม่ฟัง ระลึกเพียงความทรงจำก็เพียงพอ”

วังหลังแห่งนี้มีผู้หญิงสองประเภท หนึ่งสู้เพื่ออำนาจ อีกหนึ่งคือสู้เพื่อรัก ฝ่ายหลังน่าเศร้าน่าสงสาร  ฝ่ายแรกน่าแค้นน่าสลดใจ ทิงจู๋เขยิบไปด้านหน้าช่วยปัดดอกหลีบนบ่าบางของจวงลั่วเยียน “นายหญิง ลมเริ่มแรง เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ”

จวงลั่วเยียนก็คิดว่าคงจะทนไปต่อไม่ไหวแล้ว คำพูดประเภทนี้พูดมากเข้าตนเองยังรู้สึกปวดกระเพาะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทิงจู๋ ก็เลยพยักหน้า “งั้นกลับกันเถิด”

คนที่มีชีวิตในสังคมอันเจริญรุ่งโรจน์ บอกรักไม่แน่ว่าเป็นรัก แต่สำหรับหญิงในยุคโบราณแล้ว สามีคือฟ้าของพวกนาง เพียงพูดว่าถนอมนั้นก็คือบอกรัก จวงลั่วเยียนเพียงพูดไม่ได้คิดอะไร แต่ทิงจู๋กลับฟังไว้ด้วยหูจดจำไว้ที่ใจ

กำลังหันหลังกลับ ในหมู่ทะเลดอกไม้กลับมีมุมสีเหลืองทองปรากฏให้เห็น จวงลั่วเยียนพริ้มตาลง แตะมือของทิงจู๋ให้พยุง “ทิงจู๋ วันนี้ที่ข้าพูดเป็นเพียงความคิดอันเลื่อนลอยของข้าเอง และเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งของเจ้า ฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไป ถ้าเจ้าลืมแล้ว ข้าก็คิดเช่นกันว่าคำพูดของข้าเป็นเพียงฝัน รัก...ไม่หวังรักแสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ

 “เจ้าค่ะ...”

อย่างน้อยผู้ชายจะปฏิบัติต่อผู้หญิงที่ใจผูกอยู่กับตนเอง ด้วยความทะนุถนอมมากขึ้น สำหรับหวงตี้ที่ต้องดูแลวังหลังที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลชิงดีชิงเด่น ความจริงใจของสนมคนหนึ่งหายากมากเพียงใด แม้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่ไม่ได้ทรงรัก แต่ก็ต้องทรงให้ความสำคัญมากขึ้นสองส่วน นี่คือลูกตุ้มในพระหทัยของหวงตี้

บางครั้งสัมพันธ์ทางกายเพียงพอ ความสัมพันธ์ทางจิตใจก็ต้องไม่น้อยไปกว่ากัน

เดินย่ำออกไปจากสวนดอกหลี จวงลั่วเยียนหันไปมองป่าผืนนี้อีกครั้ง ใครบอกว่าดอกหลีคือการลาจาก วันนี้มิใช่ประสบเหตุไม่คาดฝันช่วยเหลือ ทำให้เกิดผลลัพธ์ไม่คาดคิดหรอกหรือ

“นายหญิง อย่ามองอีกเลย” ทิงจู๋นึกว่าจวงลั่วเยียนกำลังสะท้อนใจ จึงบังอาจเอ่ยคำเร่ง

 “ไม่เป็นไร แค่มองเท่านั้น” จวงลั่วเยียนละสายตามา จัดปิ่นกระจกดอกท้อระหว่างเส้นผม เดินต่อไปช้าๆ

บึงบัวแห้งตรงนั้น เกาเต๋อจงและบรรดาคนรับใช้คุกเข่าลงบนพื้น แม้เจาผินจะเป็นเจ้านายน้อยๆ แต่ก็ถือเป็นเจ้านายท่านหนึ่ง พวกเขาเป็นแค่ข้ารับใช้ เรื่องพวกนี้ไม่สมควรได้ยิน

เฟิงจิ่นตั้งสติอยู่นาน ถึงค่อยเอ่ยปาก “ลุกขึ้นเถิด”

รัก...ไม่หวังรักแสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ

 

Talk!!!

ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษค่ะ จะขอเปลี่ยนชื่อนางสนม “หล่วนเฟย” เป็น “โหรวเฟย” ทั้งหมดนะคะ บทที่สองเคยพูดถึงชื่อสนมคนนี้ไปแล้ว แต่ตนเองอ่านคำนี้ผิดไปเอง รู้สึกตะหงิดๆเปิดพจนานุกรมแล้ว อ่านว่า “โหรว หรือ โหยว” ก็ได้ค่ะ แล้วอีกคำคือ ชื่อโบตั๋น “ต้าขุยจื่อ” เปลี่ยนเป็น “ต้าเว่ยจื่อ” นะคะ ปกติแปลสดไม่ได้หาศัพท์เลย เพราะส่วนมากรู้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เอ๋อไปเองค่ะ ดูไม่ชัดอ่านมั่ว ขอโทษอีกครั้ง เดี๋ยวจะกลับไปแก้ทั้งหมดเลย

 ตอบคำถาม

คำถาม 1 ก่อนอื่นของคุณ #219 xeliilex ก่อนเลย ถามแต่ละครั้งนี่ต้องกลับไปคิดดูตัวเองว่าจะทำยังไงให้พัฒนาการแปลของตนได้บ้าง ชอบนะคะ ถามได้อีก คิดว่าคุณ xeliilexคงมีพื้นฐานภาษาจีนแล้ว หรือไม่ก็อ่านหนังสือประเภทนี้มาเยอะเหมือนกัน เค้ากลับเอาไปคิดแล้วค่ะ งั้นขอเล่าหลักการแปลชื่อเฉพาะโดยส่วนตัวให้ฟังแล้วกันนะคะ

1 จัดลำดับความสำคัญตัวละคร ตัวเอกเท่านั้นถึงจะพยายามแปลชื่อเป็นไทยมากที่สุด หรือมีชื่อเรียกต่างๆกัน ตัวรองๆลงไปจะใช้พินอินหรือการออกเสียงแทน หอของนางเอกชื่อเถาหยู่เก๋อ แปลเป็นหอท้อหยก

2. ถ้าแปลแล้วยาวมากไม่เข้ากับชื่อที่คนใช้แทนตัวจะไม่แปลใช้พินอินแทน

3. ถ้าไม่มีภาษาไทยรองรับเช่นลำดับชั้นสนมจะไม่แปล หรือชื่อพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ

4. แปลแล้วไม่เข้ากับบริบทหรืออาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปได้จะไม่แปล

5.  แยกชัดเจนไม่ใช้ภาษาแต้จิ๊วกวางตุ้ง ต้องจีนกลางเสมอกัน ไม่ใช่แป๊บนึงหวงตี้ เดี๋ยวฮ่องเต้

                มาถึงที่ถามนะคะ โหรวเฟย(ขอโทษอีกทีแปลผิดไปตอนที่แล้ว) เป็น ฉายา โหรว ที่แปลว่าอ่อนโยน เพราะเสียงของนางหวานๆนะคะ เพราะฉะนั้นการุณย์ใช้ไม่ได้เพราะความหมายไม่ตรงกับที่มา และพยายามหาคำอื่น ก็เป็นสองพยางค์หมด ยาวไป แปลแล้วฟังทะแมงๆดูเหมือนเรื่องในยุทธภพไป ไม่ใช่เรื่องในวัง แถมต้องต่อท้ายด้วยชั้นของสนม เรื่องอื่นไม่มีลำดับชัดเจนเลยใช้สนมหวาง สนมจาง อะไรงี้ได้ แต่เรื่องนี้เน้นมาก แถมไม่มีคำไทยแปล ฉะนั้นแปลไทยไม่ได้เลย แถมสนมคนอื่นแปลไม่ได้ก็ต้องไม่แปลเหมือนกันหมด ให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันนะคะ

ให้ทุกคนจำเป็นชื่อเฉพาะเอา เหมือนเป็นชื่อคน เอาหน่าตัวละครไม่เยอะเหมือนสามก๊ก น้อยกว่าเซวีน่า และคาเลนดาร์อีกนะ(แอบบ่น) ยังพอได้อยู่ อีกเดี๋ยวนางเอกจะกำจัดทีละคน ตัวละครเหลือนิดเดียว อิอิ

หรือไม่ก็จำอย่างนี้นะ เยียนกุ้ยผิน คือ ยัยชาติกำเนิดต่ำปิ่นผีเสื้อ โหรวเฟยคือใยขี้อิจฉาเสียงหวาน ชูกุ้ยเฟยคือรองจากหวงโฮ่วคนเดียว เย่ชูหลงคือยัยท้องแกล้งเป็นลม   เฟิงจิ่นคือฮ่องเต้สุดชิว อะไรงี้ ใครจำไม่ได้เม้นมาเดี๋ยวบอกให้ว่าต้องกลับไปอ่านตอนไหน

เค้าจัดตารางด้วยเอาให้ดูเลย ใครปรากฎตัวตอนไหน
 

 

แล้วก็มีปัญหาตรงไหนถามได้หมด จะอธิบายให้ละเอียดน้า เค้าชอบ ถ้าเห็นด้วยจะแก้ให้นะคะ

คำถาม2 มีคนถามหลายคนหวงตี้จะชิวไปไหน จริงๆเฮียแกมีงานเยอะ ฉลาดและร้าย มีปมจากแม่ด้วย เลยเป็นแบบนี้แล อีกหน่อยนางเอกจะค่อยตลบเฮียให้เข้ารูปเข้ารอยนะ เฮียแกเป็นพระเอกจริงๆนะเออ ไม่มีใครแย่งตำแหน่งแก เป็นผู้ชายหนุ่มคนเดียวในเรื่อง ตำแหน่งพระเอกมั่นคงมากๆ ถ้าสนมไม่มาดี้กันเอง ปากหวานคาสโนว่าไปหน่อย แต่สนมก็น้อยแล้วนะถ้าเทียบกับหวงตี้ในประวัติศาสตร์ แถมชอบเล่นเกมให้วังหลังตีกันจะได้ไม่มายุ่งกับแกมาก ส่งของให้คนนู้นคนนี้ รู้ก็รู้ว่าเค้าจะตีกันตาย แต่ก็ยังทำ นี่เป็นเรื่องการเมือง ที่บอกเสี่ยงป้ายทุกวันนี่ รอหน้าร้อนเฮียแกจะไม่ชอบเสี่ยงป้ายละ ช่วงนี้ใบไม้ผลิหนาวอยู่ ต้องการห่มเนื้อนางอุ่นๆ

คำถาม3 นางเอก หลายคนชอบนะ ชีนี่แหละตัวแม่ ใครก็สู้ไม่ได้ อ่านไปอาจนึกว่าคนเขียนเรื่องผู้ชายเลวกว่าหมาฯ แต่เรื่องนี้เหมือน ฮาวทูจริงๆนั่นแหละ สำหรับผู้ต้องการย้อนเวลาฉบับพกพา ฮาๆ

เหมือนจะคุยยาวกว่าตอนนิยาย เอาละ อยากถามอะไรเม้นต์ไว้เลย อ่านทุกอันนะจะสนมที่รักทั้งหลาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4408 bunluepa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 14:47
    อ่านสวนหลวงแล้วชอบนึกถึงแถวราชดำเนิน5555
    #4,408
    0
  2. #4392 SSK[a]wt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 00:19
    ไม่เข้าใจค่ะ!!! 
    #4,392
    0
  3. #4099 เมมฟิส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:46
    นางเอกเจ๋งสุดๆ ชายและหญิงโบราณหรือจะสู้ผู้หญิงยุค 2015
    #4,099
    0
  4. #3983 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 15:56
    นางเอกนี่แบบว่าโอ๊ยยยยยอธิบายไม่ถูก นางหลากหลายมากชอบตรงที่บอกว่า จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับดอกไม้ทำไม อยากรู้จังจี้ตรงไหนถึงตรงจุดนาง
    #3,983
    0
  5. #3969 Lucius (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 17:38
    ตอนนี้อ่านแล้วสะเทือนอารมณ์แปลกๆ
    #3,969
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #3274 U И I Q U E (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:59
    หวงตี้ก็น่าสนใจดีนะครับ ฮาาาาา จแอบมีปมด้วยแฮะ
    #3,274
    0
  8. #3113 The Spy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 19:08

    ชอบความคิดนางเอกเรื่องนี้ เฉียบและฮามาก  เจ๊แกเด็ดจริงๆ จะเก่งไปไหนเนี่ย


    ฝ่าบาทอยู่ในกำมือนางดิ้นไม่หลุดแน่นอน555


    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกันนะคะ  เป็นเรื่องที่มีแนวคิดน่าสนใจมากค่ะ

    งงประโยค ' รัก...ไม่หวังรักแสร้งไม่รู้  เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ'

    เลยลองพยายามช่วยคิดว่าจะเขียนยังไงให้คนอ่านครั้งแรกไม่งง

    'ไม่หวังท่านรักตอบ  แม้ใจรักแสร้งไม่รู้  ไม่รู้ย่อมไม่เจ็บ'

    ไม่รู้ว่าใช้ได้รึเปล่า  แต่ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ  ถ้ามีข่าวหนังสือย่าลืมแจ้งนะคะ ซื้อเก็บแน่นอน^_^


     

    #3,113
    0
  9. #2982 sweetrainbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 13:24
    นางเอกมองเกมเฉียบส์ขาดไปไหน เหมือนคนวางตัวเองไว้นอกเกมส์ ดังนั้นเลยไม่เดือดร้อนอะไร ชอบบบ
    #2,982
    0
  10. #2798 dark_DAdoa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 23:58
    ชอบความคิดนางมากก ตั้งแต่ประโยค "คนเรารักพบไม่รักจาก"
    เราว่ามันแสดงตัวตนนางเอกได้ดีมาก มันกึ่งๆไม่ได้จะสร้างภาพลิเกให้หวงตี้ทีเดียว
    แต่อารมณ์คนปลงและเข้าใจเรื่องความรัก เรื่องความเป็นไปของโลกนี้ 
    แล้วไม่อยากผูกใจเจ็บ ไม่อยากคิดลึกซึ้งผูกพัน ยึดติด อะไรให้มากมาย ปล่อยมันเป็นไปตามที่ควรเป็น
    ไม่คิดมากเรื่องความสัมพันธ์ที่จะเกิดในอนาคต ซึ่งพอเฮียได้ยินมันก็ให้อารมณ์แบบว่า ..

    ผู้หญิงคนนี้ไม่อยากจะครอบครองเค้า ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำให้รัก ไม่หวังผล 
    โอ๊ยย แบบนี้ผู้ชายที่ไหนก็อยากจะครอบครอง ตามที่นางบอกตอนก่อนโน้นแหละ 555
    ยิ่งไม่อยากจะรักเค้า ไม่อยากผูกมัด เค้าก็ยิ่งอยากมัด อ๊ากก นี้เรามโนอะไร กร๊ากกก 

    #2,798
    0
  11. #2710 omyimbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 13:03
    จริงอ่านไปก็รู้สึกพระเอกชอบวางแผนอ่ะ ตัวละครก้อจำหลักๆเอา ตอนนี้จำได้แล้วจ้า
    #2,710
    0
  12. #2323 ฝนธารา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 15:27
    สนุกดีจ้า
    #2,323
    0
  13. #2263 Riprim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 23:35
    เจิ้นมาแล้ว สนมเฝ้ารอจนตาค้างเลยเพคะ แต่ว่านะ นางเอกนี่ช่างค่อนแคะไม่พอ ยังไร้ความโรแมนติกสิ้นดี สาวๆทั่วไปถ้าไม่หวั่นไหวก็ต้องแอบปลื้มบ้างนะนี่ สนุกจริงๆ ไม่อยากนินทาแต่ก็อดไม่ได้ พระเอกดูหน้าโง่ไปเลยเมื่อเทียบกับความเจ้าเล่ห์ของเจาชงอี้
    #2,263
    0
  14. #2167 ~.~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 15:35
    เอ่อ แอบไม่ค่อยชินสำนวน ช่วงที่นางเอกพูดในป่าสาลี่ เราแอบไม่เข้าใจค่ะ แหะๆ



    แต่เนื้อเรื่องสนุกมากค่ะ จะตามต่อไปเรื่อยๆนะ
    #2,167
    0
  15. #2096 shiro-neko (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 21:30
    สนุกอ่าาาาาาาา เจาผิน ชีโชคดีอะไรอย่างเน้ กำลังร่ายลิเกดูสวยๆอยู่ดีๆ อาเฮียยังอุตส่าห์โผล่ม่แอบฟังแบบไม่เนียนอีก
    #2,096
    0
  16. #2066 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 15:26
    หวงช่างถึงกับอึ้งความในใจของสนมเจาที่รัก  



    " รัก..ไม่หวัง รักแสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ " 



    อยากจะบอกว่าอ่านแรกๆไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าความหมายอะไร 555+



    จะเรียกว่าสนมเจาที่รักมีโชค+จังหวะดีใช่ไหมเนี่ย ตอนแรกก็แกล้งเก๊กพูดลิเกเล่นกับนางกำนัล พอแอบเหลือบไปเห็นชายผ้าหวงช่าง ก็เล่นประโยคลิเกต่อเลย โฮะๆๆๆ ^O^
    #2,066
    0
  17. #1723 RayGuard (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 16:18
    ประโยคสุดท้ายสะเทือนไปทั้งตับไตจริงๆค่ะ
    #1,723
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #1265 จันทรามรกต (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:54
    อ่านไปอ่านมา
    ลุ้นสุดยอด
    ไม่ได้ลุ้นอะไรหรอก
    ลุ้นเพราะกว่าจะถึงบทสุดท้าย
    อยากอ่านยาวๆ
    อิอิ
    #1,265
    0
  20. #1252 เจ้าจันทรา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 08:12
    รัก...ไม่หวัง รัก...แสร้งไม่รู้  เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ 
    เราตกหลุมรักประโยคนี้จัง
    #1,252
    0
  21. #1127 amnesiac (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 09:16
    ชอบอ่านท้ายบทตรง Talk สำนวนฮาสะใจดีค่ะ ก็ว่าอยู่ว่าหวงตี้นี่เหมือนจะยุให้หญิงตีกัน ดูเจตนาไม่ออกว่าทำทำไม นี่เพื่อที่หญิงจะได้ไม่มายุ่งกะแกมากเนี่ยนะ?! เอิ่ม...
    #1,127
    0
  22. #974 oxygirl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 14:43
    จาก คห.240 ถ้าคุณอ่านนิยายที่คุณหลินโหมวแปล จะงงกว่านี้อีกในตอนแรกๆ แต่พอชินแล้ว การเรียกหรือคำที่ใช้จะทำให้อ่านเรื่องอื่นได้ลื่นไหลเลย อย่างคำที่เราคุ้นเคยเช่น ฮูหยิน จะใช้เป็นเหนียงเหนียงแทน อะไรแบบนี้ หรือ ฟูเหริน ฟูจวิน แต่แบบนี้เราว่ามันทำให้ได้อรรถรสมากกว่านะ อ่านแล้วมันดูเป็นนิยายจีน บางเรื่องอ่านแล้วคิดว่านี้นิยายไทยใช้ชื่อตัวละครจีนหรือนิยายแปลกันแน่ เราขอบคุณคนที่แปลเรื่องนี้มาก แปลได้สนุกลื่นไหลเป็นที่สุด คำผิดมีก็น้อย อย่าเก่งภาษาบ้างจัง กดfav เรียบร้อยแล้ว
    #974
    0
  23. #872 Dark Girls (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 19:17
    คือนางเอกรู้หรอคะว่าพระเอกแอบฟังอยู่-.,-?
    #872
    0
  24. #834 -(Q)'daily (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 16:05
    ชอบมาก ชอบคำพูดของนางเอก สัจธรรม ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่า
    #834
    0
  25. #522 เคที่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 19:11


    "เอาใจไปไว้ที่เขาเเล้ว เข้าจากเราทุกข์ " ต้องเป็น "เขา" นะคะ



    ปล. วันอาทิตย์นางไม่ทำไรนั่งอ่านจับผิดนิยายย้อนหลัง 5555++
    #522
    0