妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 7 : บทที่7 ผู้ชายผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    22 ต.ค. 57



บทที่7 ผู้ชายผู้หญิง
 

หลังเกิดการกระจายข่าวเย่ชูหลงตั้งครรภ์ยังไม่ถึงสองวัน ตำหนักอันชิงก็มีข่าวออกมาบ้างว่า ชูกุ้ยเฟยล้มป่วยลง เมื่อแพทย์หลวงมาตรวจชีพจรก็เพียงกล่าวว่า เพราะกลางคืนถูกลมเย็น ต้องพักผ่อนและหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องลมโดยง่าย

เมื่อหวงโฮ่วทราบเรื่องก็ทรงอนุญาตงดการเข้าเฝ้าของชูกุ้ยเฟย นางสนมตำหนักต่างๆก็พากันไปเยี่ยมถึงตำหนักอันชิง แต่ด้วยชูกุ้ยเฟยให้เหตุผลว่านางเองร่างกายอ่อนแอไม่สามารถออกมาต้อนรับได้ แขกทั้งหลายจึงถูกรั้งไว้แค่หน้าตำหนัก

จวงลั่วเยียนพร้อมทั้งทิงจู๋และหยุนซีเมื่อไปถึงตำหนักอันชิงแล้วกลับถูกรั้งไว้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียหน้า จะอย่างไรเรื่องนี้เป็นเพียงการทำพอเป็นพิธี จะพบไม่พบชูกุ้ยเฟยนางก็มาแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องนางมาหรือไม่มานี่แหละที่จะเป็นปัญหาใหญ่ได้

นางกำนัลและขันทีที่เดินผ่านขบวนของจวงลั่วเยียนต่างงุดๆหัวเพื่อแสดงความเคารพ หลายครั้งที่พบปะกับนางสนมชั้นต่ำกว่า นางพวกนั้นก็ย่อตัวทักทายโดยดี ไม่ได้เกิดเหตุการณ์พวกนางสนมทรงโปรดพึ่งพระบารมีเสนอหน้ามาท้าทายนางแต่อย่างใด

จวงลั่วเยียนไม่เคยมาสังเกตสวนหลวงอย่างจริงจังเสียทีว่าหน้าตาเป็นอย่างไร วันนี้จึงเดินช้าๆ มองช้าๆ ก็รู้สึกว่าสวนดอกไม้พวกนี้ถูกตกแต่งได้สวยงามไร้ที่ติ ไม่ได้ถูกตัดออกจนเสียความสดใสเป็นธรรมชาติ แค่เล็มจนออกดอกได้เต็มที่ ไม่เห็นใบไม้แห้งเหี่ยวสักใบเดียว ถูกดูแลอย่างดีจริงๆ

ลอบถอนหายใจคำรบหนึ่ง ตัวเองก็เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดาจึงเก็บเอาชีวิตไร้ค่านี้อยู่ในวังหลังได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรมาก ถ้าเรื่องเกิดกับนางตุ๊กตาแก้วผู้เลิศล้ำดังนางฟ้านางสวรรค์ เกรงว่าต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อย จากนั้นก็ต้องดิ้นรนอย่างเจ็บปวดในวังหลังนี้

ระลึกได้ว่าความคิดตนเองล่องลอยไปในนิยายรักน้ำเน่าอีกแล้ว จวงลั่วเยียนพยายามดึงสติที่โลดแล่นให้กลับมา หยุนซีพยุงมือนางยังไม่ทันเดินไปได้ไหนไกล ก็พบกับหญิงงามนางหนึ่งกับเหล่าบริวาร

 “คำนับเยียนกุ้ยผินเจี่ยเจี๊ย” จวงลั่วเยียนเดินมาใกล้จึงรู้ว่านางผู้นั้นก็คือเยียนกุ้ยผินผู้กำลังเป็นที่กล่าวขานที่สุดในขณะนี้ จึงยอบตัวลง ลอบสังเกตเยียนกุ้ยผินอย่างละเอียด เห็นว่านางสวมชุดกระโปรงผ้าแก้วมุกสีดอกท้อปักลายดอกขาว ผมเกล้ามวยอย่างประณีตทรงเกลียวข้าง[26] มวยด้านขวาปักปิ่นลงดิ้นทองระย้าผีเสื้อ เมื่อเยียนกุ้ยผินขยับตัว ปีกผีเสื้อสีทองจะสั่นไหวน้อยๆ ปรอยผมด้านข้างก็ปลิวไสว มองดูแล้วเข้ากันอย่างวิเศษ

“เจาผินเม่ยเม่ยไม่ต้องพิธีรีตองไป เจ้าและข้าก็เป็นพี่น้องร่วมสนองธุลีพระบาทเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องเกรงใจห่างเหินกันเช่นนี้” เยียนกุ้ยผินเอื้อมมือไปพยุงจวงลั่วเยียน กริยาเช่นนี้ทำให้ผีเสื้อระหว่างเส้นผมไหวไปมา เหมือนกำลังกางปีกบินจริงๆ”

 “เยียนกุ้ยผินเจี่ยเจี๊ยปิ่นชิ้นนี้งามมาก จนเม่ยเม่ยละสายตาไปไม่ได้เลย” จวงลั่วเยียนกล่าวด้วยเสียงซ่อนความอิจฉาไว้พร้อมมองตรงไปที่ปิ่นนั้น กล่าวได้ว่าปิ่นชิ้นนี้งามจริงๆ แม้จะคุ้นเคยงานละเอียดอ่อนในสมัยปัจจุบันแล้ว ก็ไม่อาจมองข้ามปิ่นชิ้นนี้ไปได้ เห็นได้ชัดว่าคนโบราณมีฝีมือในระดับที่ยอดเยี่ยม

เยียนกุ้ยผินดูเหมือนจะพอใจในสำเนียงของเจาผิน นางยิ้มทำนองเขินอายแต่ก็ไม่พ้นความภูมิใจ “เมื่อเม่ยเม่ยชอบข้าก็ควรจะมอบให้ แต่ปิ่นระย้านี้เป็นของพระราชทานจากหวงช่าง จึงไม่กล้าจะมอบให้ใคร”

 “เมื่อเป็นของที่หวงช่างทรงประทานด้วยความรักเจี่ยเจี๊ย เม่ยเม่ยจะแย่งมาได้อย่างไร อีกทั้งปิ่นนี้เข้ากับเส้นผมของเจ่ยเจี่ยยิ่งนัก มอบให้เม่ยเม่ยแล้วคงเสียของแย่เลย” จวงลั่วเยียนแสดงเป็นหญิงใจกว้าง น้ำเสียงต้องมีความอิจฉา แต่ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความริษยา

เยียนกุ้ยผินพอใจในท่าทีของจวงลั่วเยียน เดินอมยิ้มจากไป จวงลั่วเยียนมองเงาหลังของนางแล้วรอยยิ้มไม่หุบลงไปเพียงนิด ผู้หญิงนี่แหละน้า ไม่ว่าเวลาใดก็อยากจะอวดของของตน เมื่อมีคนตามน้ำชมหน่อยก็รู้สึกพอใจแล้ว นี่ใช่ไหมที่เค้าเรียกกันว่าอีกด้านหนึ่งของผู้หญิงที่ฟุ้งเฟ้อได้อย่างน่ารักและน่าชัง

ไม่ว่ายุคสมัยใด ผู้หญิงมักพอเพียงกับพอใจได้ง่ายกว่าผู้ชาย แม้จะในชาติที่แล้วของนาง ผู้หญิงหลายคนหวังเพียงแค่จะมีบ้านชีวิตธรรมดาสงบสุขและมั่นคง มีสามีคนหนึ่งที่จริงใจมั่นคงรับผิดชอบ แต่ว่าในทุกยุคสมัย ผู้ชายมีสิ่งที่ต้องการมากกว่าผู้หญิงเหลือคณานับ ทั้งอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และหญิงงาม

ผู้หญิงสมัยโบราณถูกผูกติดอยู่กับสี่คุณธรรมสามหลักปฏิบัติ[27]ชั่วชีวิต ส่วนยุคใหม่ หญิงแกร่งก็จะถูกผู้ชายมองว่าเป็นมนุษย์ประเภทที่สาม ส่วนหญิงที่อ่อนแอหน่อย พวกผู้ชายก็จะโวยวายว่าต้องรับภาระหนัก ผู้หญิงเอาแต่อยู่บ้านนอนสบาย ไม่รู้จักช่วยกันหาเงินเข้าบ้าน

ผู้ชายคอยแต่บ่นว่าตนเองเหนื่อยแค่ไหน กลับมองไม่เห็นผู้หญิงข้างกายว่าเดิมทีสาวสวยน่ารักสดใสคนนั้นได้กลายเป็นยายหน้าเหลืองเมื่อไรแล้ว ชั่วคืนเดียวบ้านที่เลี้ยงดูตนเองมาหลายปีกลายเป็นบ้านทางแม่ เพื่อผู้ชายแล้วต้องตั้งครรภ์สิบเดือนคลอดลูก ยิ่งกว่านั้นลูกที่เกิดมากลับไม่ได้ใช้นามสกุลของผู้หญิง ผู้หญิงต้องเชื่อฟังแม่สามีเป็นเรื่องธรรมดาของโลก แต่ผู้ชายที่ดีกับแม่ยายพ่อตาหน่อยกลับเรียกว่าลูกผู้ชายแท้จริง หลังแต่งงานเรียกผู้ชายที่มีเล็กมีน้อยว่าหลายใจ แต่เรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไปไกลชิดกับผู้ชายคนไหนเพียงเล็กน้อยว่าหญิงดอก ทองไร้ยางอาย 

ในขณะนี้ไม่ว่าในยุคปิดประเทศหรือยุคปัจจุบัน ผู้หญิงมักไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อจวงลั่วเยียนต้องมาอยู่วังหลัง ไม่เคยรู้สึกว่าฟ้าไม่เป็นธรรมเลย ชาติที่แล้วผู้ชายระดับไดม่อนก็มีผู้หญิงมากมายแย่งชิงกันไม่ใช่หรือไง แตกต่างกันแค่ว่าเอาสงครามหลังฉากย้ายมาอยู่หน้าม่านเท่านั้นเอง ก็ไม่เห็นว่ามันจะใสสะอาดกว่ากันตรงไหน

ผู้หญิงต้องการจะอยู่สบาย ต้องรู้จักเรียนรู้มองโลกให้โปร่ง ปกติก็ใช้ชีวิตดีอยู่แล้ว เหตุใดต้องใส่ใจกับบางอย่างให้รำคาญใจ ทำลายตัวเองไปทั้งชีวิต สุดท้ายแล้วใครจะเห็นใจ ถ้ามิใช่เอาคำว่าโง่มาแปะหน้าให้

หยุนซีกับทิงจู๋มองเห็นสีหน้านายหญิงนิ่งเฉย แต่สายตากลับดูเลื่อนลอยก็รู้ว่านางกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ จึงไม่กล้าออกเสียงรบกวน ค่อยๆพยุงไม่ให้พากันล้มไป

“นายหญิง ดูดอกหมู่ตัน[28] สิเจ้าคะ ออกดอกสวยเชียว” หยุนซีมองเห็นพุ่มดอกหมู่ตันสีสด ก็อดไม่ได้จะส่งเสียงอุทานเสียงดัง

จวงลั่วเยียนดึงสติกลับมา มองเห็นข้างพุ่มหมู่ตันดอกม่วงยังมีดอกเฉาเย่า[28] ก็ทำให้คิดถึงกลอนหนึ่งสมัยราชวงศ์ถังที่บรรยายหมู่ตันว่า “เฉาเย่าหน้าจวนไร้ศักดิ์ บัวบนบึงสะอาดขาดรัก มีเพียงหมู่ตันศรีของรัฐ ยามดอกบานปลุกลั่นทั้งจิงเฉิง”

 “หมู่ตันชนิดนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่าเก๋อจินจื่อ[28]” เสียงไพเราะดังมากจากด้านข้าง เหตุด้วยเสียงนี้นั้นเสนาะหูยิ่งนัก ฉะนั้นจวงลั่วเยียนจึงจำได้ดี นางยอบเข่าลงคำนับ “คำนับโหรวเฟยเหนียงเนี่ยง”

 “ไม่ต้องมากพิธี” เสียงของโหรวเฟยนั้นพลิ้วไหวเสมือนมีน้ำหยดออกมาได้ นางมองเก๋อจินจื่อที่บานอยู่ไม่กี่ดอกตรงนั้น “ดอกหมู่ตันชนิดนี้ไม่นับว่าเป็นพันธุ์ดี สีสดหน่อยต้องนับต้าเว่ยจื่อ[28]  ถ้าพูดถึงความงามสง่าต้องเป็นเย่กวงไป๋[28]  เก๋อจินจื่อนั้นงามจริงแต่สีไม่สดพอไม่มีชีวิตชีวาพอ ในสวนหลวงแห่งนี้นับได้ว่าไม่สะดุดตาเลย ไม่คิดว่ายังเข้าตาเจาผินเม่ยเม่ยได้”

 “สนมเป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา มองเห็นว่าดอกงามแค่นั้นก็ชอบแล้ว ไม่คิดว่าหมู่ตันยังมีที่งามกว่าอีก” จวงลั่วเยียนยิ้มตอบคำ “แค่แต่ละคนมองเห็นไม่เหมือนกัน”

โหรวเฟยมีรอยยิ้มบนใบหน้า “มีเพียงคำพูดนี้ของเม่ยเม่ย ดอกเก๋อจินจื่อนี่จะไม่สะดุดตาอย่างไรก็คงจะงามขึ้นไม่มากก็น้อย”

โหรวเฟยเดินจากไปแล้ว จวงลั่วเยียนหัวเราะเสียงเบา โหรวเฟยผู้นี้เหมือนจะพูดเรื่องหมู่ตันกับตนเอง ที่จริงเพียงจะใช้เก๋อจินจื่อมาข่มขู่แค่นั้น บอกนางว่านางหน้าตาไม่ได้งามที่สุด รูปลักษณ์ก็ไม่ได้ดูบริสุทธิ์เหนือโลกีย์ อย่าคิดเลยว่าจะทรงโปรดได้อีกนาน

โหรวเฟยฉายานี้ตั้งได้เหมาะสมยิ่งนัก โหรวคืออ่อนโยน อ่อนโยนซ่อนเข็ม(สุภาษิต) มิใช่หรือไง ใช้เสียงที่ไพเราะขนาดนั้นพูดเรื่องลักษณะนี้ ช่าง...ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน

 “นายหญิง...” ทิงจู๋และหยุนซีไม่ได้ไร้เดียงสา แน่นอนว่าฟังออกว่าโหรวเฟยต้องการจะสื่ออะไร จึงมองจวงลั่วเยียนด้วยความเป็นห่วง

 “บอกตำหนักกลางด้วยว่า ดอกไม้ที่จัดมาที่หอท้อหยกให้เตรียมเก๋อจินจื่อมาด้วย ข้าชักจะชอบดอกไม้นี้เสียแล้ว”

 “เจ้าค่ะ” หยุนซีและทิงจู๋หันหน้ามามองกัน พลางคิดว่านายหญิงคงฟังไม่ออกว่าโหรวเฟยข่มขู่ตนเอง
 

หลังจากเย่ชูหลงมีครรภ์ หวงช่างทรงเสี่ยงป้ายของเยียนกุ้ยผิน โหรวเฟยและชูกุ้ยเฟยคนละครั้งสองครั้ง บัดนี้ชูกุ้ยเฟยป่วยเสียแล้ว คนวังหลังจึงสันนิษฐานว่าหวงช่างจะเสี่ยงป้ายของเยียนกุ้ยผินหรือโหรวเฟย กลับกลายเป็นหวงช่างทรงเลือกป้ายของหอท้อหยก

ตอนนี้หอท้อหยกถือเป็นเจ้านายที่ทรงโปรดปรานท่านหนึ่ง แต่ก็ด้อยกว่าพวกโหรวเฟย ดังนั้นหวงช่างเลือกป้ายครั้งนี้จึงไม่เป็นที่สะดุดตาเท่าคืนวันตรวจครรภ์ของเย่ชูหลงแล้วทรงเสด็จไปที่พำนักของเยียนกุ้ยผิน

เมื่อเฉิงซวนตี้มาถึงหอท้อหยกก็เห็นแจกันหยกขาวทรงแคบปักไว้ด้วยดอกเก๋อจินจื่อ ก็เอ่ยปากถามไปเช่นนั้นว่า “สนมรักก็ชอบดอกหมู่ตันหรือ พรุ่งนี้เจิ่นจะสั่งให้ตำหนักกลางนำโต้ลู่[28] มาให้”

 “หวงช่างทรงไม่ต้องลำบากนำดอกไม้เพาะพันธุ์ดีมาให้สนมหรอกเพคะ สนมเพียงเห็นว่าดอกไม้พวกนี้ออกดอกกำลังงามเลยเรียกให้คนนำมาให้ ถ้านำกระถางเพาะอย่างดีมาจริงๆ ใช้เวลาไม่นาน หวงช่างเสด็จมาทอดพระเนตรเห็นอีก มันก็คงแห้งเหี่ยวแล้วเพคะ”

เฉิงซวนตี้ชะงักเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเจาผินจะปฏิเสธตนเองอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ ถ้าเป็นสนมคนอื่น ไม่ว่าจะประทานอะไรคงจะดีใจจนขอบพระทัยเป็นพันครั้ง

 “สนมรักไม่ชอบดอกไม้พันธุ์ดังหรือไร” เฉิงซวนตี้เห็นเจาผินตอบเช่นนี้ก็เริ่มกระตือรือร้นล้น สนใจจะถามถึงที่สุดขึ้นมาบ้าง

“หวงช่างอย่าทรงหัวเราะสนมนะเพคะ” หญิงงามมองค้อนนี่ เป็นทัศนะที่แปลกตางดงามจริงๆ จวงลั่วเยียนท่าทางเป็นธรรมชาติ ยิ่งน่ารักสดใสกว่าพวกที่แกล้งทำจริตมากนัก “สนมเป็นเพียงคนธรรมดา จะให้ไปทำร้ายดอกไม้งามๆได้อย่างไร”

 “สนมรักพูดยอมรับได้ตรงจริงๆ” เฟิงจิ่นโดนลูกค้อนเมื่อครู่กระแทกให้ใจคันยิบๆ แอบลักจูบหอมที่มุมปากจวงลั่วเยียนทีนึง “แต่ว่าในสายตาของเจิ่น สนมรักนั้นงามกว่าหมู่ตันพวกนั้นหลายเท่า ไม่เชื่อก็ให้เจิ่นลองชิมดูคำหนึ่งเป็นอย่างไร”

จะเชื่อหมื่นพันสิ่งใดก็อย่าเชื่อคำตรัสของหวงตี้เด็ดขาด เชื่อเมื่อไรก็แพ้ราบคาบเมื่อนั้น

หึ มีหน้ามาบอกเหล่าเหนียง[29]ว่างามกว่าดอกไม้ แต่มือไม้นี่เหมือนอดอยากมากี่เดือนอย่างไรอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคำพูดที่บอกว่าอยากลองชิมนี่คงจริง แต่ที่บอกว่างามกว่าหมู่ตันจำพวกนี้...กลางดึกนอนหลับฝันไปก็คงเป็นจริงได้ยาก

สู้รบกับเทพเป็นภารกิจที่เหนื่อยแสนสาหัส โดยเฉพาะเทพที่มีร่างแปลงเป็นหมาป่าหิวโซ

เช้าวันถัดมาเมื่อตื่นขึ้น เฉิงซวนตี้ทรงสวมฉลองพระองค์เสร็จแล้ว กำลังยื่นแขนออกให้นางกำนัลคุกเข่าจัดริมให้ เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว เฉิงซวนตี้พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี “สนมรักนอนหลับลึกจริงๆ”

“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของสนมคนเดียวเสียหน่อย” จวงลั่วเยียนงุบงิบกัดริมฝีปากพูด คล้ายกำลังงอนอะไรซักอย่าง แต่ทำให้เฉิงซวนตี้มีรอยยิ้มที่มุมปากกว้างขึ้นกว่าเดิม

จวงลั่วเยียนเหลือบตามองเห็นรอยยิ้มมุมปากนั้น ก็มุดลงไปถูตัวกับผ้าห่มสองที นี่แหละผู้ชาย ผู้หญิงพูดดีๆด้วยไม่ชอบฟัง กลับรักที่จะให้บึ้งบอนงอนใส่

แค่คำว่า “โรคจิต” นี่ไม่พออธิบายอาการจริงๆ
 

[26] ทรงเกลียวข้าง ทรงผมตามรูปค่ะ

[27] สี่คุณธรรมสามหลักปฏิบัติ หมายถึงหลักปฏิบัตของหญิงยุคโบราณ เพื่อครอบครัวที่สงบสุข ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของพ่อและสามี ตามหลักของ”เรื่องในบ้านนอกบ้านต่างกัน” และ “ชายเป็นใหญ่หญิงเป็นผู้ตาม” ลัทธิหลู่รวมรวมไว้เป็นหลักคำสอน สามหลักปฏิบัติคือเชื่อฟังพ่อเมื่อยังไม่แต่งงาน แต่งงานแล้วเชื่อฟังสามี สามีตายเชื่อฟังบุตร สี่คุณธรรมคือคุณธรรมของผู้หญิง วาจาของผู้หญิง หน้าตาของผู้หญิง ความสามารถของผู้หญิง

 [28] ดอกหมู่ตัน หรือดอกโบตั๋น มีหลากหลายพันธุ์ที่เอ่ยถึงในบทนี้มี เฉาเย่าหรือเก๋อจินจื่อ ต้าเว่ยจื่อ เย่วกวงไป๋และโต้ลู่ ดูตามภาพได้เลยค่ะ ตามลำดับ

[29] เหล่าเหนียง แปลตรงตัวว่า แม่แก่ เป็นคำที่หญิงสาวเรียกตนเองเพื่อต้องการเน้นว่ากำลังอารมณ์ขึ้น เหมือนกับที่คนไทยใช้คำว่าเจ้ คือให้ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามีประสบการณ์มากกว่า ออกแนวแดกดัน แม้ตัวเองจะอายุน้อยกว่าก็ตาม

 

Talk!!!

ตอนนี้แปลช้ามากไม่รู้ทำไม แต่ไม่ทราบมีท่านชายมาอ่านหรือเปล่านี่ หวังว่าไม่มี จะได้ไม่ดราม่านะ นี่เป็นบทที่ชอบที่สุดเลย ฮาๆ นางเอกกล่าวได้ถูกใจมากๆ เรื่องผู้หญิงกับผู้ชายนี่ เจรจาเถียงกันยังไงก็ไม่จบนะ ใครอยากระบายอารมณ์ บ่นสามีหรือแฟนมาเม้นต์ได้

เรื่องต่อไปขอบคุณที่เม้นต์ตอบคำถามให้ พึ่งรู้ว่าคนชอบอ่านแนวนี้เยอะนะ ปกติจะหาเอาตามคนอ่านมากตอนมากแล้วเข้าไป ไม่ค่อยดูเรื่องใหม่เท่าไหร่ คำโปรยที่ถูกใจกันเป็นของคนแต่งนะคะ เจิ่นเอามาแปลเท่านั้นแหละ ไม่รับความดีความชอบแต่อย่างใด ชื่อเรื่องนี่คิดนานมากจะแปลไงดี ถ้าทุกคนเห็นแล้วเข้ามาอ่านได้นี่แปลว่าแปลได้ไม่เลวร้ายนัก พยายามให้ตรงที่สุดแล้ว เห็นคนไทยแปลชื่อหนังชื่อหนังสือไปคนละทางเลย ค่อนข้างรับไม่ได้

คำผิดประจำตอนที่แล้ว...หวงโฮ่ง ใครเห็นมั้ง อับอายขายขี้หน้า ที่จริงนึกแล้วว่าต้องผิดซักวันคำนี้ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้ ยังไม่แก้แล้วกันเก็บเป็นเครื่องเตือนใจ สาธุ ส่วนทิงจูเปลี่ยนเป็นทิงจู๋นี่ทุกคนคงรู้ ตอนแรกกลัวโดนกากบาทเลยตั้งใจไม่ใส่วรรณยุกต์ ที่จริงต้องอ่านว่าทิงเจอร์ เอ้ยทิงจู๋เนี่ยแหละถูกแล้วนะ

ตอบเรื่องอายุนางเอก ชาติที่แล้วเหมือนไม่ได้บอกในเรื่องนะ จำไม่ค่อยได้ แต่ชาติปัจจุบัน...ใกล้เฉลยละ อันนี้สปอยไม่ได้เดี๋ยวไม่หนุก เพราะนางเอกเป็นคนบอกพระเอกเองด้วย...บนเตียง โอ้ ไม่สปอยๆๆๆๆ

         ถามหน่อยอีกเรื่อง พอดีลงรูปเยอะ ถ้าจะเอารูปที่ลงไปแล้วในแกลลอรี่ออก แล้วภาพที่หน้าเวปจะหายไปมั้ยค่ะ ใครรู้ช่วยตอบที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4132 Sylvan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 00:24
    แม่นาง... จิกได้แต่ละคำ ดาเมจรุนแรงจริงๆ
    #4,132
    0
  2. #3982 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 15:37
    ละครวังหลังกำลังดำเนินไปอย่างสนุกเลย
    #3,982
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #3272 U И I Q U E (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:49
    ชอบตรงความไม่เท่าเทียมของเพศ ดอกไม้ แล้วก็ความหิวของผู้ชาย หุหุ สนุกจัง
    #3,272
    0
  5. #3242 865 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 17:39
    ผู้ชายมารายงานตัวครับ lol

    อ่านมุมมองแบบนี้ได้ไม่มีปัญหาครับ แต่แอบแย้งความคิดนางเอกนิดนึงว่าแค่ผู้หญิงส่วนนึงแหละ (เมื่อดูจากผู้หญิงหลายๆคนในปัจจุบันแล้ว =. =)
    #3,242
    0
  6. #2793 dark_DAdoa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 23:34
    นางเอกเรื่องจิตวิทยามาใช่มั้ยยยยย ทำไมใช้เก่งขนาดนี้ 555
    คือเป็นผู้หญิงเข้าใจโลกมากกกกกกกก แล้วตอนนี้เราก็๋ชอบเหมือนกัน
    ตอนนางวิจารณ์ผู้หญิงหรือหวงตี้ ทำให้นึกถึงฟิคที่อ่านๆเลยอะ แบบเอ่อ..ผู้ชายคงชอบแบบนี้จริงๆ
    สนุกมากกกกกกกกกกกกก อ่านแล้วติดใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ปกติถ้าเป็นแบบแปลอ่านแต่แฟนฟิค เนื้อเรื่องไม่น่าเบื่อ มันลุ้นไปเรื่อยๆ ลับสมองด้วยยย 
    เลิฟมากกกกกกกกกกก 
    #2,793
    0
  7. #2509 1964 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 04:03
    ขอบคุณค่ะ รอติดตามเรื่องสนุกต่อนะค่ะ
    #2,509
    0
  8. #2384 ( . * M o O Y o N g * . ) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 22:26
    ที่สงสัยมีนิดเดียว นางตกใจจริงหรือเฟค ?
    #2,384
    0
  9. #2322 ฝนธารา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 15:01
    สนุกดีจ้า
    #2,322
    0
  10. #2063 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 15:00
    ทำงอนน่ารักนะ หวงตี้เลยเอ็นดู 555+  

    ปอลิง ดอกโบตั๋น ต้าเว่ยจื่อกับเย่วกวงไป๋ สวยกว่าเก๋อจินจื่อจริงๆนั่นแหละ
    #2,063
    0
  11. #1264 จันทรามรกต (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:52
    55556
    คำโปรยหากเป็นแนวจีนธรรมดาก็ไม่คิดจะอ่าน

    แต่มีคำสมัยใหม่เลยติดใจ
    ตอนแรกไม่ได้หวังอะไร
    พออ่านจบบทแรกเท่านั้นล่ะ
    แม่เจ้าเอ้ย
    ติดงอมแงม
    55555
    #1,264
    0
  12. #1126 amnesiac (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 08:51
    ชื่อเรื่องภาษาจีนนี่ตามความเห็นเราเองนะคะ คนแต่งตั้งมาได้ไม่สะดุดตาเอามากๆ แต่ดันสะดุดใจชวนสงสัยให้เปิดเข้ามาดูแฮะ ส่วนเรื่องคำโปรยนี่ต้องชมคนแปลค่ะ พอเห็นคำว่านั่นดริ้งนี่ก็รู้เลยว่าไม่ใช่นิยายจีนยุคโบราณธรรมดาแล้ว เพราะมีการใช้คำสมัยใหม่เข้ามาปนอยู่ด้วย หวงโฮ่งนี่อย่างฮาอะ แต่เราไม่สะดุดเห็นนะคะ สงสัยจะอ่านเพลิน 555 หวงตี้พลิกป้ายทุกวันนี่เรื่องอย่างว่าคงเป็นเรื่องรองไปแล้วละมั้ง จะเข้าตาได้คงต้องเอาบุคลิกนิสัยเข้าสู้
    #1,126
    0
  13. #1124 amnesiac (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 08:40
    ชื่อเรื่องภาษาจีนตามความเห็นเรานะคะ คนแต่งตั้งมาแบบดูไม่สะดุดตาอย่างยิ่ง แต่ดันสะดุดใจชวนสงสัยให้เข้ามาดูแฮะ ส่วนคำโปรยต้องชมคนแปลเลยค่ะ เห็นคำว่านั่งดริ๊งปุ๊ปก็รู้ชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องในยุคโบราณปกติ เพราะมันมีคำสมัยใหม่ปนเข้ามาด้วย หวงโฮ่งนี่อย่างฮาเลยจริงๆ เราไม่สะดุดเห็นนะ สงสัยอ่านเพลิน 555
    #1,124
    0
  14. #830 -(Q)'daily (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:59
    พระเอกคือ หวงตี้ ใช่มั้ยคะ TwT
    #830
    0
  15. #518 เคที่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 18:58


    กลับมาอ่านใหม่ระหว่างรอตอนต่อไป เเล้วสะดุดตากับคำว่า "กระตือรือร้นล้น" ไม่ควรจะมีคำว่า "ล้น" อยู่ในประโยคนี้นะ
    #518
    0
  16. #464 Honey moon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 22:41
    รสนิยมหวงตี้ชัง..........
    #464
    0
  17. #400 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 17:09
    อะไรนะคะ นางเอกจเป็นคนบอกกับพระเอกด้วยตัวเอง....บนเตียง!?

    นี้คือคำสปอยอันร้ายกาจเลยทีเดียวค่ะไรเตอร์ แทบจะลืมที่อ่านไปเลย 55555

    หวงตี้นี้ก็ช่างปากหวานเสียกระไร สนมรักอย่างนู้นสนมรักอย่างนี้

    แต่ฮาตรงพระเอกในสายตานางเองก็ยังดูไม่ได้เลยจริงๆ โธ่ๆ



    ลืมบอกไปว่าส่วนตัวเป็นคนอ่านนิยายจีนแปลค่ะ
    #400
    0
  18. #275 BooBie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 20:07
    ชอบๆๆๆๆ อ่านสนุก ได้ความรู้ อัพอีกนะคะ
    #275
    0
  19. #270 Treerainbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 19:49
    หวงตี้(แลท่านชายทั้งหลาย)เป็นสายMจริงๆสินะเจ้าคะ
    #270
    0
  20. #264 ramona'ma (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 19:23
    สนุกมาก แปลเก่งมากนะคะ สู้ๆค้า
    #264
    0
  21. #254 Mind Poochan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 18:14
    ชอบจังเลย
    #254
    0
  22. #229 คิดถึงเว้ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 14:11
    สนุกมากๆค่ะ แปลได้เก่งค่ะ

    ปกตินิยายแปลส่วนมากมันจะทื่อๆ

    อ่านดูรู้เลยว่าแปลแน่

    แต่มาอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าแปลได้ลื่นไหลมากๆ

    ปกติชอบอ่านนิยายจีนที่แปลอยู่แล้ว

    อยากได้เรื่องนี้เก็บไว้จัง จะตีพิมพ์มั้ยคะ

    ชอบตรงทัศนคติของนางเอกนี่แหละสุดยอด
    #229
    0
  23. #227 Dream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 13:28
    ชอบมากๆ นางเอกฉลาดน่ารัก ส่วนหวงตี้นี่ เอิ่มมมม อารมณ์ดีเหลือเกิ๊นนนน
    #227
    0
  24. #224 รักหวานแหวว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 12:37
    หนังสือ How to survive ในวังหลังชิมิ

    นางเอกนี้งำประกาย ตอบโต้แต่ไม่รุกจนอีกฝ่ายจนหนทาง ยืดได้หดได้โดยแท้

    ส่วนหวงซ่างไปอดโซจากไหนมา...เห็นว่าเสี่ยงป้ายทุกวัน อดอยากหิวโหยมาแต่ใด
    #224
    0
  25. #223 So"CrY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 11:27
    จริงๆจากที่ผ่านมาไม่ว่าแฟน หรือเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันเวลางอนจริงๆมันก็จะเครียดนะ

    แต่พองอนหยอกๆเนี่ยนะ โหแบบว่าไงว่าตามกัน ตามใจเราสุดๆ ท่านชายทั้งหลายคงฟินในสายM สินะๆ
    #223
    0