妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 9 : บทที่9 ดาบอ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    23 ต.ค. 57



บทที่9 ดาบอ่อน

 
 

บุปผาร่วงเต็มลาน ม่านศูรอัสดงเย็นฉาย เกาเต๋อจงก้มศีรษะเงียบงัน มองเงาเบื้องพระปฤษฏางค์ของหวงช่างที่ต้องแสงอาทิตย์ตกให้ลากยาวขึ้นเรื่อยๆ ลำแสงค่อยๆอ่อนลง ระบายสีภาพให้เหงาหงอย

หวงช่าง...ฟ้าเริ่มมืดแล้วพะยะค่ะ เกาเต๋อจงเดินไปด้านหน้า เอ่ยเสียงเตือนเบาๆ

เฟิงจิ่นหันหลังไปมอง เห็นเกาเต๋อจงก้มหัวอยู่ จึงพูดด้วยน้ำเสียงออกเลื่อนลอยว่า เจิ่นจำได้ว่าเมื่อปีนั้นเว่ยกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานเหนือวังหลัง เจิ่นแม้จะเป็นพระราชโอรส แต่อยู่ในวังยังต้องเกรงเสด็จพี่รองที่เป็นลูกแท้ๆของสนมเว่ยกุ้ยเฟย

เกาเต๋อจงได้ฟังคำตรัสต้องก้มหัวให้ต่ำลงอีก เขานั้นรับใช้หวงช่างมาเนิ่นนานแล้ว รู้เรื่องลับๆในวังไม่น้อยๆ ช่วงนั้นเว่ยกุ้ยเฟยถือได้ว่าเป็นที่โปรดปรานจริงๆ เสียดาย...

เฟิงจิ่นหันกลับไปดูบึงบัวที่แห้งเหือด ปีนั้นเขาโดนเสด็จพี่รองผลักตกลงไปในบึงน้ำนี้ จนป่วยหนัก เสด็จพี่รองเพียงโดนลงโทษให้คัดคัมภีร์สิบจบ สุดท้ายแล้วเว่ยกุ้ยเฟยกลับละโมบเพียงอำนาจ จุดจบของนางคือผ้าขาวสามฉื่อ[30] รวมทั้งเสด็จพี่รองก็โดนระอาไปด้วย

ก่อนเสด็จพ่อทรงเสด็จสวรรคต เคยตรัสไว้ หญิงในวังไร้ความจริงใจ ตอนนั้นเขายังรู้สึกว่าน่าขำ ตนเองไม่รู้จักดูคนกลับหวังจะให้คนอื่นมาจริงใจด้วย เคยคิดว่าเสด็จแม่องค์หมู่โฮ่วทรงรักและจริงใจต่อเสด็จพ่อ แต่เมื่อเสด็จพ่อจากไปแล้ว เสด็จแม่กลายเป็นหญิงที่มีอำนาจที่สุดในวังหลัง องค์ไท่โฮ่ว ทรงไร้แม้เพียงหยดพระอัสสุชลเดียวเพื่ออาลัยรักเสด็จพ่อ

จากนั้นมาเขาก็ไม่เคยคิดหวังจะได้รับความจริงใจจากหญิงในวัง และไม่คิดว่าความจริงใจสิ่งนี้จะเป็นสิ่งมีค่าอะไร จะซ้ายจะขวานางสนมมากมายนับไม่ถ้วน แค่เพียงปรนนิบัติเขาให้ดี เขาก็พร้อมจะโปรดให้มากขึ้น

วันนี้ได้ยินคำพูดนี้ เขาประหลาดใจ และผสมกับความรู้สึกบอกไม่ถูกที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

เมื่อครั้งวัยเยาว์ เสด็จแม่เคยตรัสไว้ว่า ผู้หญิงในวังนี้สู้กันให้เป็นที่โปรดปรานไม่ได้ทำเพื่อหวังความรักจากหวงช่าง แต่เป็นอำนาจที่เกิดจากความโปรดปราน มีแค่ผู้หญิงโง่เท่านั้นที่มีความรักแท้ให้กับหวงช่าง และผู้หญิงโง่ประเภทนี้จะอยู่ในวังได้ไม่ยืนยาว

เจาผินเมื่อเพิ่งเข้าวังมาเขาจำไม่ได้แล้วว่ามีสภาพอย่างไร แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหญิงโง่แห่งวังหลังคนหนึ่ง

วันนี้จุดโคมที่หอท้อหยก หักกิ่งดอกหลีมาช่อหนึ่ง เฟิงจิ่นพูดขึ้นมาเรียบๆ พร้อมเล่นดอกหลีในมือไปด้วย ปล่อยให้ดอกหลีหลุดจากกิ่งปลิวกระจายร่วงหล่นไป

 

 นายหญิงเจาผิน หวงช่างทรงมีบัญชา ให้จุดโคมที่หอท้อหยกพะยะค่ะขันทีตำหนักในเมื่อมาถึงหอท้อหยก ก็ทำความเคารพจวงลั่วเยียนอย่างนอบน้อม ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 ลำบากกงกง[31]ต้องมาถึงที่นี่แล้วเจ้าค่ะ หยุนซียัดกระเป๋าผ้าปักลงในมือของขันทีคนนั้น แล้วก็กล่าวคำพูดมงคลอีกหลายคำ

ขันทีตำหนักในก็พอทราบว่าหวงช่างทรงโปรดปรานเจาผินที่พึ่งเลื่อนชั้นท่านนี้ไม่น้อย จึงกล่าวตอบคำพูดยกยอหลายคำเช่นกัน เมื่อเดินออกจากหอท้อหยก ทางตะวันตกแสงรุ้งอาทิตย์อัสดงค่อยถูกความมืดกลืนกิน หันไปมองป้ายชื่อหอท้อหยก ใครจะคิดว่านายหญิงเจ้าของหอจะพลิกฐานะกลับมาได้เล่า

 นายหญิงทิงจู๋ยกป้านชาไปด้านหน้า เห็นจวงลั่วเยียนนั่งอยู่หน้ากระจก จึงวางป้านชาไว้ด้านข้าง เดินไปข้างนายหญิง ตอนนี้เวลาเย็นแล้ว นู๋ปี้จะรับใช้นายหญิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าค่ะ

จวงลั่วเยียนขมวดไรผมบริเวณหน้าผากเล่น มองไปที่หน้าตาจิ้มลิ้มในกระจก ไปเตรียมของเถอะ

ทิงจู๋มองจวงลั่วเยียนนิ่งอีกสักพักอย่างไม่วางใจ เห็นนายหญิงสีหน้ายังปกติดี จึงถอยออกไปอย่างเงียบงัน สั่งคนให้ช่วยกันเตรียมของ

 

 กระจ่างนวลดั่งบุหลันหลบเมฆบัง พลิ้วไสวดั่งสายหิมะหลีกลมหวน

เมื่อขนวนพระที่นั่งของเฟิงจิ่นมาหยุดอยู่หน้าหอท้อหยก เขาได้เห็นภาพหญิงงามเช่นนี้

ใต้แสงโคม สาวงามในชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีโสมอ่อนห่มบ่าด้วยเส้นไหมดำขลับเสมือนหลิวโอนเอนในกระแสลม โคมเทียนในมือไหวน้อยๆ ภาพในครรลองตาทำให้เขาคิดถึงกลอนนี้ขึ้นมา

ลมราตรีพัดมา ชายแขนชุดร่ายรำ เส้นไหมดำโดนลมเข้าพันรัดกับความมืด เฟิงจิ่นเดินลงจากที่ประทับ ประคองจับมือของจวงลั่วเยียน แลคิ้วโก่งตางามสติเลือน ยอดประพันธ์เพียงเทียบลืมโลกีย์ ยังไม่พอพรรณนาสนมรักคนเดียว

จวงลั่วเยียนได้ยินแล้วรีบก้มหัวกลั้นยิ้มมุมปาก แก้มกลับมีสีแดงระเรื่อให้เห็นชัด หวงช่างทรงล้อสนมเล่นหรือตรัสจากพระทัยเพคะ

 แน่นอนว่าบอกจากใจของเจิ่น เฟิงจิ่นแย่งโคมจากมือของจวงลั่วเยียน แต่ก็ไม่ได้ส่งต่อให้นางกำนัล มือหนึ่งจูงมือจวงลั่วเยียน มือหนึ่งถือโคมค่อยๆเดินเข้าหอประตูไป ฝ่ามือนิ่มให้ความรู้สึกสบาย คิดถึงคำพูดของหญิงข้างกายเมื่อตอนบ่าย น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนโยนลงหลายส่วน มืดแล้วเย็นนัก ทำไมสนมรักถึงมายืนนอกประตู 

  หวงช่างเป็นพระสวามีของสนม สนมไม่อยากให้หวงช่างเมื่อเสด็จมาถึงหอท้อหยกแล้วทรงทอดพระเนตรเห็นแต่โคมสีแดงที่พูดจาไม่ได้เพคะ เมื่อพูดถึงประโยคหลังเสียงก็ค่อยลงจนเกือบไม่ได้ยิน สนมรอหวงช่างกลับมา

เกาเต๋อจงที่เดินตามหลังทั้งสองท่านได้ยินคำหลังก็ทอดฝีเท้าให้ช้าลง เจาผินนี่นับวันยิ่งเสียมารยาท นับตามฐานะแล้วเจาผินเป็นเพียงสนมเล็กๆ กลับกล้าใช้คำว่า กลับมาสองคำนี้ แต่เมื่อหวงช่างทรงไม่มีปฏิกิริยาอะไร คนรับใช้อย่างเขาก็ทำได้เพียงแกล้งหูหนวก

เจตนาลากฝีเท้าให้ช้าเข้าไว้ เกาเต๋อจงจึงแอบผงกหัวขึ้นมองภาพคนคู่ข้างหน้า หวงช่างทรงประคองเจาผินให้ก้าวข้ามธรณีประตู เจาผินก็ส่งยิ้มเอียงอายให้หวงช่าง

ถ้าจะกล่าวว่าเยียนกุ้ยผินมีรอยยิ้มงามล่มเมือง เจาผินก็คงจะมีรอยยิ้มจริงใจไร้ขอบเขตแล้ว เกาเต๋อจงระลึกถึงคำพูดพวกนั้น ก็พลอยรู้สึกเห็นใจเจาผินผู้นี้มากขึ้น

ในวังหลัง จะมีผู้ใดน่าสงสารกว่าหญิงที่มีรักแท้กัน

เมื่อตามถึงห้องหับด้านใน เกาเต๋อจงหยุดฝีเท้าลง ปิดประตูตามหลังให้ ถอยกลับสองสามก้าว ยืนนิ่งที่ขั้นบันได มองไปเห็นโคมแดงที่แขวนไว้ที่โถงทางเดิน วันนี้โคมเทียนแขวนหอนี้ ไม่ทราบวันหน้าแสงเทียนจะส่องสว่าง ณ ที่ใด

จวงลั่วเยียนตามหวงช่างไปนั่งที่ขอบเตียง เห็นสีพระพักตร์อ่อนโยน เห็นได้ชัดว่าไม่รังเกียจที่นางพูดเหมือนพระองค์เป็นสามีชนชั้นธรรมดา ก็ต้องลอบวางใจลงไป ยังดีที่การเสี่ยงหมากอันตรายตานี้ไม่วางพลาด ถ้าสามารถย้อนกลับไปชาติเดิมได้ นางจะเขียนหนังสือขายดีเรื่อง พิฆาตใจเจ็ดสิบสองกลยุทธออกมาซักเล่ม เสียดายที่อาชีพย้อนชาติย้อนเวลานี้ มีตั๋วมาเที่ยวเดียว สามารถกลับไปมีไม่กี่คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ทำงานบริษัทผลิตนมไร้จรรยาบรรณอย่างนางเลย

 ทำไม เมื่อกี้บอกว่าจะรอเจิ่นกลับมา แล้วตอนนี้กลับไม่พูดอะไรซะอย่างนั้นเฟิงจิ่นเห็นนางไม่พาที ก็เลยเอ่ยขึ้น เจิ่นมาหาไม่ได้อยากให้เจ้านิ่งเงียบไปตลอดหรอกนะ

 หวงช่างทรงไม่ทราบที่สนมคิด จวงลั่วเยียนทำท่าทีร้อนรนจนต้องจับแขนเสื้อฉลองพระองค์ หวงช่างเสด็จมาหา สนมดีใจมากเพคะ แต่เมื่อครู่กล่าววาจาล่วงเกิน ใจก็เลยยังกังวลอยู่เพคะ

เฟิงจิ่นได้ฟังแล้วต้องนิ่งไป จากนั้นก็ยิ้มให้ เจิ่นก็เป็นสามีของเจ้า เจ้ารอเจิ่นกลับมา มีตรงไหนที่ไม่เหมาะสมกัน

มือที่จับฉลองพระองค์สั่นเล็กน้อย แต่แรงนั้นเหมือนจะสั่นไปถึงใจของเฟิงจิ่น ใจของเขาเหมือนจะเต้นแรงขึ้นมา เขามองเห็นสายตาที่พยายามปิดบังความยินดีและตื้นตันอย่างที่สุด ตอนนี้ มือของเขาก็เอื้อมไปโอบศีรษะที่มีผมนุ่มของนางแล้ว

ไม่หวังรักแสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ นี่เป็นเพียงคำพูดของผู้หญิงที่มีรักแท้โง่ๆคนหนึ่งที่กำลังหลอกตัวเองเท่านั้น เพียงถนอมนางให้มากขึ้น ก็คงตอบแทนความจริงใจของนางได้แล้วละมั้ง

อาจเพียงเพราะรู้ว่าหญิงในอ้อมกอดรู้สึกอย่างไรกับตนเอง อาจเพียงเพราะหญิงในอ้อมกอดมีร่างอ้อนแอ่นลีลากระชากวิญญาณ ค่ำคืนนี้เฟิงจิ่นถึงมีความสุขที่สุด หญิงในอ้อมกอดสลบไสลลงไปแล้ว แต่มือยังพาดไว้ที่อกของเขาอย่างไม่รู้ตัว

ตามกฎแล้วหลังจากเข้าเฝ้าปรนนิบัติ สนมแม้จะได้อนุญาตเข้าพักกับเขาทั้งคืน แต่ควรนอนอย่างเรียบๆร้อยๆ มีเพียงเจาผินที่แทบจะเกยอยู่บนตัวเขาทั้งตัว ไม่รู้จักกฎระเบียบเลยจริงๆ

แต่ว่า...เฟิงจิ่นยิ้มมุมปาก กฎพวกนี้ใครจะไปเห็นเล่า เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับกฎเล็กๆน้อยๆพวกนี้อยู่แล้ว ยังดีที่นางสนมคนอื่นไม่เป็นเช่นนี้ ดังนั้นก็ตามใจนางไปแล้วกัน

ใครบอกว่าหวงตี้เป็นทั่งที่ถูกฝนจนเป็นเข็มปักผ้ากัน จวงลั่วเยียนเห็นว่าหวงตี้ทรงแรงดีไม่มีตก เมื่อเช้านางตื่นขึ้นมา เห็นหวงตี้ทรงสวมฉลองพระองค์เสร็จแล้ว หรี่ตามองชายตรงหน้า ยังโชคดีที่หวงตี้หุ่นและคุณสมบัติพอใช้ได้ ไม่งั้นคงเซ็งแย่เลย

เฟิงจิ่นหันไปมองคนบนเตียง ก็ทันเห็นจวงลั่วเยียนกำลังมองเขาด้วยสายตาหลงใหล ก็เลยเดินไปนั่งที่ขอบเตียง สนมรักเจ้าตื่นแล้ว?

 หวงช่างจวงลั่วเยียนดิ้นรนจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ก็ต้องอ่อนยวบตัวพับลงไปที่เดิม เฟิงจิ่นออกปากรั้งตามที่นางคิดไว้เปี๊ยบ สนมรักเจ้าเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาปรนนิบัติหรอกพูดจาอีกไม่กี่คำ ก็ลุกขึ้นจะจากไป

ไม่คิดว่าเพียงจะลุกขึ้น เสื้อคลุมลายมังกรกลับถูกมือขาวนิ่มดึงไว้ เมื่อหันไปมอง เห็นเจาผินมองเขาอย่างอึ้งๆ อดถามไม่ได้ว่า สนมรักร่างกายไม่สบายหรือ

จากนั้นก็เห็นเจาผินล้วงเข้าไปใต้หมอนเอาถุงหอมออกมาวางไว้ในมือเขา หวงช่างทรงประทานของให้สนมมากมาย ทุกอย่างของสนมเป็นของหวงช่าง มีเพียงถุงมงคลนี้ที่สนมไปขอมาจากวัดมาก่อนเข้าวัง ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าถุงนี้จะรักษาผู้ถือครองให้ปลอดภัยเป็นมงคล สนมขอทูลถวายให้หวงช่างนะเพคะ

ถุงหอมปักคำว่าสุขไว้ เนื้อผ้าเมื่อเทียบกับผ้าต่วนวังแล้วแลดูธรรมดา เล็กๆแต่ประณีต เฟิงจิ่นนำถุงหอมเก็บไว้ในแขนเสื้อ ความปรารถนาดีของสนมรักเจิ่นทราบแล้ว เจิ่นต้องไปว่าราชการแล้ว เจ้าไปพักผ่อนต่ออีกหน่อย

ออกมาจากหอท้อหยก เฟิงจิ่นนั่งบนที่ประทับ เอาถุงมงคลออกมาดูซักครู่แล้วก็นำเก็บไว้ที่เดิม ไม่ได้เอาออกมาห้อยไว้ที่เอว

 

จวงลั่วเยียนนั่งในอ่างอาบน้ำปล่อยให้นางกำนัลช่วยนวดไหล่เตรียมเปลี่ยนชุดสะอาดให้ จากนั้นพาทิงจู๋กับหยุนซีไปเข้าเฝ้าหวงโฮ่วที่ตำหนักจิ่งยาง

หวงโฮ่วเป็นทายาทหญิงสายตรงของตระกูลจ้าว ดำรงยศหวงโฮ่วไม่ได้อาศัยการเป็นที่โปรดปรานของหวงช่าง แต่ด้วยอำนาจของสกุลจ้าว ดีหน่อยที่ตระกูลจ้าวถึงมีอำนาจแต่ก็ไม่ได้เหิมเกริม เพราะฉะนั้นหวงช่างแม้ไม่ทรงโปรดหวงโฮ่วแต่ก็ไม่ได้ละเลยพระนาง อีกข้อหนึ่งคือหวงโฮ่วทรงดูแลจัดการวังหลังได้เป็นอย่างดี

จวงลั่วเยียนกลับเห็นว่า ไม่ว่าตระกูลจ้าวจะอยู่ในกรอบแค่ไหน เจ้าแห่งแผ่นดินจะอย่างไรก็ทรงโปรดมากกว่าที่จะให้อำนาจรวมอยู่จุดๆเดียว เพราะฉะนั้นเฉิงซวนตี้ทรงไม่ได้ไม่มีแผนสำหรับตระกูลจ้าวหรกอก เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

รอขันทีประกาศชื่อจวงลั่วเยียนถึงเดินเข้าไปในห้องโถงหลัก ขณะนี้มีสนมนั่งอยู่ก่อนหลายคนแล้ว นางเดินเข้าไปทำความเคารพหวงโฮ่ว พระนางก็ไม่ได้พูดอะไรให้นางลำบากใจ เมื่อจบพิธีการก็เข้านั่งประจำที่

 เจาผินเม่ยเม่ย วันนี้เจ้ามาสายนะเสียงของโหรวเฟยยังไพเราะเช่นเคย

 สนมผิดไปแล้ว ขอหวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงลงโทษสนมด้วยจวงลั่วเยียนยืนขึ้นทันทีหลังโหรวเฟยกล่าวจบ เพียงแต่หันหน้าไปขอพระราชทานอภัยจากหวงโฮ่ว

โหรวเฟยหน้าเปลี่ยนสี เหลือบมองหวงโฮ่วมิได้มีสีหน้าพิโรธแต่อย่างใด ก็หันกลับมาส่งตาขวางให้จวงลั่วเยียน

หวงโฮ่วทรงพระสรวลแลดูภูมิฐาน เจาผินมิต้องทำเช่นนี้ เจ้าต้องปรนนิบัติหวงช่างยังมีใจเข้ามาหาเปิ่นกง เรียกได้ว่ารู้มารยาทถูกต้องเหมาะสมแล้ว

เยียนกุ้ยผินอมยิ้มมองภาพข้างหน้าที่เกิดขึ้น ในใจกลับเย้ยหยัน ต่อหน้าพระพักตร์หวงโฮ่วมีสิทธิ์ให้โหรวเฟยพูดที่ไหนกัน เจาผินตบหน้าครั้งนี้ได้แรงดีจริงๆ

 หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงทรงพระกรุณา ไม่กล่าวโทษสนม สนมรู้สึกละอายใจยิ่งนักจวงลั่วเยียนกล่าวจบยังหันไปคำนับโหรวเฟยอีกครั้ง สนมยังขอขอบพระคุณโหรวเฟยเหนียงเนี่ยงที่ประทานผ้าต่วนให้ ลายเว่ยจื่อพันเถาบนผ้าต่วนวังนั้นปักได้อ่อนช้อยเหมือนจริงมาก

เว่ยจื่อพันเถา เป็นลายดอกไม้ของสูงสำหรับผู้มีศักดิ์เท่านั้น สนมชั้นธรรมดาไม่อาจใช้ได้ เว้นแต่หวงช่างหรือหวงโฮ่วจะทรงประทานให้เอง โหรวเฟยประทานผ้าต่วนวังลายเว่ยจื่อพันเถานั้นอาจมองได้ว่าทำเกินฐานะ ไม่เห็นหวงโฮ่วอยู่ในสายตา

โหรวเฟยได้ยินจวงลั่วเยียนพูดเช่นนี้ก็ทราบแล้วว่าตนเองพลาดไปแล้ว คงทำให้หวงโฮ่วไม่เป็นที่พอพระทัยเป็นแน่แท้

 หวงช่างทรงประทานผ้าต่วนวังให้โหรวเฟย เมื่อโหรวเฟยใจกว้างประทานให้เจ้า เจ้าก็รับไว้เถิด หวงโฮ่วยิ้มน้อยๆมองไปที่โหรวเฟย พวกเราเป็นพี่น้องที่สนองพระมหากรุณาธิคุณหวงช่างเช่นเดียวกัน ของเช่นนั้นเจ้าก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน

โหรวเฟยหน้าซีดสนิท รีบลุกขึ้นยอบเข่า สนมไร้มารยาท ขอทรงลงโทษสนมด้วย

 พวกเราเป็นพี่น้องรักกัน มิต้องพูดถึงคำว่าไร้มารยาทอันใด โหรวเฟยเจ้าก็ระวังไปเกินเหตุหวงโฮ่วทรงยกผ้าซับพระพักตร์มาปิดบังรอยแย้มสรวล พวกเจ้าทั้งสองคนลุกขึ้นเถิด

โหรวเฟยลุกขึ้นยืนแล้วนั่งที่เดิม แต่สีหน้ายังไร้สี และไม่กล้ากล่าวอะไรอีก

จวงลั่วเยียนพริ้มตาลงจนขนตาปรกบนโหนกแก้มมองไปที่พื้นขัดเงาจนแทบสะท้อนภาพได้ หวงโฮ่วทรงล้ำลึกนัก ทรงเตือนโหรวเฟยว่าแม้จะเป็นที่โปรดปราน แต่ต่อหน้าพระพักตร์ฐานะก็ยังต่างกันอยู่ดี เพราะพระนางคือหวงโฮ่วแห่งวังหลัง ใครก็ข้ามหลักนี้ไปไม่ได้

 เป็นดาบอ่อนที่ยอดเยี่ยม ฆ่าคนตายไม่ได้ แต่ทำให้มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย

มองใบหน้าขาวซีดของโหรวเฟย ยังเหล่มองสนมคนอื่นที่ยังยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนสีหน้า จวงลั่วเยียนถอนสายตากลับมา ใจหญิงงามแห่งวังหลังยากแท้หยั่งถึง
 

[30] ผ้าขาวสามฉื่อ เวลาหวงตี้จะประหารสนม จะประทานผ้าขาวชนิดหนึ่งที่ลื่นและมีสีขาว มีความยาวประมาณสามฉื่อหรือสามฟุต แต่อาจไม่ได้มีความยาวเช่นนี้จริงๆ สำหรับให้สนมผูกคอตายเอง ผ้าขาวสามฉื่อเป็นการลงโทษประเภทหนึ่ง

[31] กงกง คือ สรรนามแทนคำเรียกขันที บทที่แล้วมีคำว่า กูกู ไม่ได้อธิบาย กูกู หมายถึง อาหญิง
 

Talk!!!

โอ้ทุกคน วันหยุดเป็นไงกันบ้าง วันนี้ไปวัดเบญจฯไหว้รัชกาลที่5มาด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุดนะคะ วันนี้แปลเสร็จเร็ว ที่เม้นต์บอกไว้เมื่อคืนว่าจะลงเย็น เลยมาลงตอนนี้แทน ฮู่เล่ เห็นเม้นต์ของเจิ่นกันบ้างมั้ยเนี่ยเมื่อคืน ถูกF5กระแทกตกไปไหนแล้วไม่รู้ พวกแมวขโมยอ่านนิยายทั้งหลาย ชอบมาตีหนึ่งตีสอง ตื่นมาเห็นยอดวิวทีไรตกใจทุกที โปรดนอนเร็วกันนะทุกคน ไม่งั้นไม่สูงนะ อ่านตอนเช้าก็ทัน

 อ่านตอนนี้แล้วอย่าว่าเฟิงจิ่นกับคนแปลลิเก บริบทมันพาไปจริงๆ^^

คำถาม1 เอามาจะกล่าวบทไปถึงที่งงกัน เปลี่ยนแบบนี้ “ไม่หวังรักแสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ” แล้วงงน้อยลงมั้ย คือความหมายที่แท้จริงคือ นางเอกจะบอกว่ามันไม่มีทางอยู่แล้วล่ะเรื่องที่รักกันได้ มันไม่มีอนาคตเลย ไม่ว่าจะรักหวงช่าง หรือหวงช่างรักนาง เลยไม่หวังซะ ทำเป็นไม่รู้ว่าใจนางเองกำลังรักอยู่ และอย่างที่รู้ๆกันแล้ว นางเอกรู้ว่าหวงช่างกำลังฟังอยู่(เหลืองอ๋อยมุมตึกซะขนาดนั้น ไม่เห็นก็บ้าแล้ว จะแอบฟังยังแอบไม่มิดอีก -*-) เลยบอกไปอย่างนี้เป็นคำกลับกัน หวงช่างเลยเข้าใจว่ากำลังนางเอกหลอกตัวเอง ทั้งๆที่รักหมดหัวใจแล้ว รักขนาดทำได้ถึงขั้นนี้ เมื่อไม่รู้ว่ามีรัก ยังไงก็ไม่เจ็บเพราะรัก มันดูน่าสงสารกว่าพยายามยื้อความรักนั้นแล้วตีโพยตีพายอีก โอ้อธิบายเองงงเอง นี่มันนิยายหรือวรรณลักษณ์วิจารณ์เนี่ย (เย้ย เผลอบอกอายุไปแล้วใช่มั้ย เด็กสมัยนี้ไม่มีแล้วนี่แบบเรียนนี้)

                ถ้าใครคิดว่ามีคำแปลที่ดีกว่านี้ให้ส่งเข้ามาเลยค่ะ แต่ต้องไม่หลุดจากภาษาจีนเดิมมากนัก ไม่มีรางวัลให้ เหอๆ แต่เจิ่นจะมอบนิยายตอนใหม่ให้ (รีดเดอร์:มันก็ต้องแปลอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงเฟ้ยย) ที่จริงในตอนนี้มีเฉลยอยู่ด้วยนะ น่าจะเข้าใจมากขึ้น

คำถาม2 เรื่องนี้ไม่มีใครแปล ยังไม่มีตีพิมพ์ค่ะ ถ้ามีตีพิมพ์แล้วจริงโปรดบอก สงสัยต้องลบทิ้งแล้วอย่างนั้น และไม่มีแผนตีพิมพ์ด้วย รอไปซะถึงครึ่งเรื่องเมื่อไหร่ค่อยพูดกันอีกทีนะ

คำถาม3 คนแปลเรียนภาษาจีนมา 9 ปีแล้วจ้า (บอกเสียงเบาๆตรงตัวเลข ให้ถือว่าเรียนตั้งแต่ในท้องแม่ซะ ตอนนี้หนู9ขวบแล้ว 55+) แต่เรียนสายวิทย์นะ ไม่เก่งภาษาเท่าไหร่หรอก ปกติท่องศัพท์ตารางธาตุชีวฟิสิกส์พวกนี้นะ กลอนเกลินประวัติศาสตร์ไม่ได้เลย แปลเปเปอร์วิชาการภาษาทื่อๆตลอด แต่ชอบนิยายจีนอะ อ่านเยอะมาก จะกี่พันตอนก็ตามไปจนพระเอกตกขอบกาแล็กซี่นั่นแหละ เลยรู้ศัพท์ สำนวนกับประวัติศาสตร์พอควร ชอบนิยายแนวพี่หลินโหม่วแปล คือแฟนตาซี อภินิหาร สืบสวน เคยขอคำปรึกษาพี่เค้าตอนแปลละครเทียนหมาง เปาบุ้นจิ้น(แต่แปลไม่จบ 55+เขิน) นี่เป็นนิยายรักแนวย้อนยุคเรื่องแรกที่อ่านจบ เพราะเรื่องมันไม่ง๊องแง๊งดี แถมแฮบปี้เอ็นดิ้ง แล้วพอดีอยากสมัครเป็นนักแปลอิสระไปที่แจ่มใส แต่เขาไม่เอาเรื่องวิชาการ เลยเอาเรื่องนี้แปลสองบทส่งไป ไม่มีเมลตอบกลับเลยคิดว่าคงแย่มากจนแจ่มใสรับไม่ได้ ตัดสินใจลงเด็กดี อิอิ มีคนช่วนเม้นต์ช่วยแก้น่าจะพัฒนาขึ้นได้ คิดว่านะ

ส่วนคำถามเรื่องเนื้อเรื่องไม่สปอยนะ รออ่านเอง จำพวกจะคู่กันมั้ย จะรักกันหรือเปล่า เฟิงจิ่นนี่พระเอกจริงงะ (โปรดอย่าสงสัยในความเป็นพระเอกของเฮีย) เม้นต์ถามลอยๆได้ แต่ไม่ตอบ เกรียนซะอย่างนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4370 Sirikan Kt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 20:29
    สนุกมากค่ะ แปลดีมากด้วย อ่านเข้าใจง่ายค่ะ
    #4,370
    0
  2. #4342 Mew_Mew (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 22:14
    สนึกมว๊สกกกกกกกก
    #4,342
    0
  3. #4305 ชอบนิยายจีนแปล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 00:36
    ลองส่งไปห้องสมุดดอทคอมสิคะ
    #4,305
    0
  4. #4153 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 14:31
    สนุกจังเลยค่ะ ไม่ผิดหวังที่ตามมาจากเรื่องเสี่ยวหยูเลยค่ะ เลิฟๆ
    #4,153
    0
  5. #3984 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 16:23
    นางเอกเอาคืนได้ซะใจสนมจริงๆ
    #3,984
    0
  6. #3533 eanfang_tip (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 07:41
    ชอบอ่านแนวนี้อะ ไม่ว่าจะจีนหรือเกาหลีหรือไทย ย้อยยุคที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ชอบหมด เพราะอยากรุว่าธรรมเนียมสมัยก่อนเป็นไง พระราชาฉลาด ผู้หญิงของพระราชายิ่งฉลาด เชือดเฉือนกันด้วยคำพูดที่ดูธรรมดาแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง (ซึ่งถ้าคนแปลไม่แปลอธิบายว่าคำพูดธรรมดานั้นจริงๆแล้ว สื่ออะไร เราก็ไม่รุหรอก ให้เดาเองยังเดาไม่ออกเบย555) เป็นกำลังใจให้คนแปลนะคะ อธิบายเยอะๆ คนอ่านบางทีก็คิดลึกซึ้งไม่เป็นจ้า ถ้าได้ย้อนไปเหมือนนางเอกมั่ง เราคงจะเป็นสนมโลกสวยเลยแหละ จะไปรุเรอะว่าเค้าด่า555
    #3,533
    0
  7. #3248 little-red-cap (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 19:10
    หวงตี้โดนหลอกซะแบ้ว
    #3,248
    0
  8. #3111 NutCh@ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 19:07
    ในวังหลังจะมีใครน่าสงสารกว่าหญิงมีรักกัน...
    น่าจะเปลี่ยนเป็น...
    ในวังหลัง จะมีใครน่าสงสารกว่าท่านหวังตี้ผู้โดนหญิงมีรักหลอกกัน...
    มากว่านะค่ะ 55555555 โธ่ ท่านราชาผู้ยิ่งใหญ่ มาใจอ่อนเพราะเรื่องนี้เอง
    แนะนำว่าเวลาอยากแอบฟังนี่ไปเปลี่ยนชุดก่อนะเพคะ (ไม่เอาไม่กัดพระเอก)5555555
    ส่วนตัวเรียนจีนด้วย แต่ไม่อ่านเวอร์ชั่นภาษาจีน 
    เพราะเวลาแปลไม่ออกแล้ว เบื่อมัวแต่หาศัพท์ มันเสียอารมณ์(เด็กเลว 555555)
    แต่เรื่องนี้ชอบบบบบบบบบบบบ เป็นเรื่องที่อ่านเพลินจนมากกกกก 
    ขอบคุณนะค่ะที่แปลมาให้อ่านกัน จะติดตามต่อไปค่าาา สู้ๆค่าาาาาาาาาาาา
    #3,111
    0
  9. #2711 omyimbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 13:26
    พระเอกอยู่แล้วล่ะ ถ้าเฟิงจิ่นไม่ใช่ก้คงเป็นเกากงกงแล้วละ
    #2,711
    0
  10. #2325 ฝนธารา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 15:50
    ขอบคุณค่ะที่ช่วยอธิบายให้เข้าใจยิ่งขึ้น
    #2,325
    0
  11. #2072 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 17:28
    " ไม่หวังรัก แสร้งไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่เจ็บ "  ---> ประโยคนี้ดีกว่าค่ะ รู้เรื่องกว่า แถมมีคำอธิบายด้วย อิอิ



    ปอลิง มีแต่คนสงสารสนมเจาที่รัก ไม่รู้อะไรซะบ้างเล้ยยยยยยยยย  55555+
    #2,072
    0
  12. #1877 Sasiprapha Suphagij (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 18:05
    สมความปราถนารอมาทั้งวัน ขอบคุณค่ะ
    #1,877
    0
  13. #1543 นัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 10:19
    คนแปลเก่งจัง.รีดเดอร์อายจังเลยเป็นคนจีนแต่ไม่สมเป็นลูกหลานจีนเลย.ขอบคุณจ้าที่แปลนิยายดีๆออกมาให้. ขอบคุณค่า
    #1,543
    0
  14. #1266 จันทรามรกต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:56
    นางเอกฉลาดร้ายมาก
    ชอบ มาก
    อยากให้หลงรักนางเอกบ้างเนาะ
    #1,266
    0
  15. #1143 6579 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 13:58
    ชอบไรเตอร์ค่ะ นิยายก็ชอบด้วย สมัครเป็น FC แล้วนะ ^-^
    #1,143
    0
  16. #1032 ( . * M o O Y o N g * . ) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 19:28
    เจาผินจะเลื่อนขั้นเป็นอะไรนะ... ลุ้นๆ น่าจะชู.. ขึ้นเยอะๆเดี๋ยวคนอิจฉา.. ว่าแต่นางเอกเราจะไม่ทำอะไรนอกจากนอนเลยเรอะ ..
    #1,032
    0
  17. #837 -(Q)'daily (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 16:15
    ชอบนางเอกเจ้าเล่ห์ รู้หลีกรู้ถอย ><
    #837
    0
  18. #451 ramona'ma (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:16
    ชอบมากค้า สู้ๆๆนะ
    #451
    0
  19. #402 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 17:25
    สนุกมากค่า อารมณ์พระเอกนี่ยังดูยากนิดๆ เหมือนจะอ่อนลงให้นางเอกแล้ว

    แต่เปิดใจนี่ยังดูยากเพราะเฮียแกยังไงก็ไม่รู้อ่ะ คือเฮียตกหลุมพรางนางเอกแน่ๆ

    ที่ลุ้นคือพระเอกจะรักนางเอกจริงๆ อย่างที่เข้าใจ(ผิด)ว่าลั่วเหยียนรักตัวเองป่าว

    ส่วนตัวคิดว่านางเอกไม่รักพระเอกก็ได้ สะใจดีเพคะ 55555+ เพราะตอนอ่านตอนแรกๆ

    นางเอกเคยบรรยายไว่ว่าคนแบบฮ่องเต้รักไปก็ไม่คุ้ม ซึ่งมันก็จริงและโดนใจคนอ่านมาก

    เรื่องนี้คำบรรยายดี ดำเนินเรื่องสนุกมีสีสันไม่ฉูดฉาด อ่านแล้วไม่เบื่อหรือเคลียดอ่ะค่ะ



    ยังไงก็อัพต่อเรื่อยนะคะ ขอบคุณนะคะ ^^
    #402
    0
  20. #396 entask (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 16:33
    ชอบอ่านนิยายจีนค่ะ เห็นเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มแรก แอบคิดในใจ เรื่องอะไรเนี่ย มีแต่ตบตีแย่งชิงกันแน่ ๆ 
    มาดูอีกทีขึ้นอันดับ  1 ค่า เรื่องนี้มีดีอะไรต้องดูซะหน่อย 

    ดีใจที่เปิดมาได้อ่านนิยายที่สนุก แย่งชิงกับแบบแยบยลชิงไหวชิงพริบ พระเอกก็ไม่ได้ติงต๊อง
    นางเอกไม่ง๊องแง๊ง นางร้ายไม่ร้ายเวอร์ออกนอกหน้า สรุปคือชอบค่า ยกนิ้วโป้งให้ 2 มือเลย

    #396
    0
  21. #394 rung-dao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 15:26
    สนุกมากๆค่ะ รอติดตามนะคะ
    #394
    0
  22. #393 shinosako (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 15:07
    สนุกมากค่าา

    เห็นนางเอกเงียบ ๆ กินเพียบนะจ๊ะ

    ฮ่า ๆ ๆ 

    ติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ
    #393
    0
  23. #391 คอกำลังภายในจ้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 14:41
    มาอ่านแบบนี้ก็เร้าใจไปอีกแบบ นางเอกมีสติดี

    ค่อยสูสีกับพระเอก มเหสีใหญ่ มีพัฒนาการขึ้นทุกตอน

    ชอบอ่านนิยาย แปล แปลบ่อยๆเด่วก็อัพเลเวลเองละ
    #391
    0
  24. #390 อัลโตนิโอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 14:38
    สนุกมาก อ่านรวดเดียวเลย
    #390
    0
  25. #388 ดรัลพร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 13:35
    เป็นนิยายที่ฉีกแปลกดีแท้ นางเอกฉลาดแบบเข้าใจสัจธรรมนะนี้
    #388
    0