妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 ใคร่ กับ รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    20 ต.ค. 57

บทที่ 6 ใคร่ กับ รัก
 

ณ ตำหนักจิ่งยางที่พำนักของหวงโฮ่ว นางสนมน้อยใหญ่นั่งอยู่ด้วยกัน แต่ละนางมีรอยยิ้มอ่อนหวานสดใส เพียงรอยยิ้มที่งามกว่าดอกไม้แรกแย้มนั้น ซ่อนไว้ด้วยเข็มแหลมเย็นเยือก

ถ้าจะให้บอกความรู้สึกหลังจากได้เลื่อนชั้นเป็นผินว่ามีอะไรต่างจากเดิมไปบ้าง คงจะเป็นจำนวนครั้งที่ต้องทำความเคารพในวังลดลง นางพบว่าแม้หญิงในวังหลังไม่น้อย แต่ตำแหน่งสูงส่งนั้นมีอยู่ไม่มาก เฉิงซวนตี้ทรงสืบราชสมบัติแต่ทรงพระชนมายุน้อย ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุสิบแปดชันษา จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลาเกือบสิบปีแล้ว หญิงสาวที่ทรงโปรดให้ปรนนิบัติรับใช้นับรวมกันได้แท้จริงกลับไม่มากอย่างที่เคยคิดไว้

มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อย่างหลิวจื้อเย่ ทรงครองราชย์เพียงสองปี นางสนมวังหลังรวมทั้งหมดนับหมื่น เมื่อเทียบกันแล้ว เฉิงซวนตี้กลายเป็นนักบวชเคร่งวัตรอย่างหลิวเซี่ยฮุ้ย[25]ไปเลย

ถึงกระนั้นแม้นางวังหลังจะไม่เยอะ แต่แต่ละนางถือเป็นของชั้นเลิศ หน้าตากริยาล้วนเป็นของหายาก ไม่น่าละ ชาติที่แล้วพวกผู้ชายพวกนั้นล้วนอิจฉาคนเป็นหวงตี้ ไม่ต้องพูดถึงผู้ชาย นางเป็นผู้หญิงแท้ๆมองไปเห็นฝูงหญิงงามพวกนี้ ยังรู้สึกสบายตารื่นเริงใจเลย

นางสนมในห้องนี้ทั้งหมดนั่งเรียงกันตามระดับชั้น จวงลั่วเยียนนั่งด้านหน้าถัดจากว่างผิน เพราะแม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่ชั้นผินเช่นเดียวกัน ว่างผินยังอยู่ในวังนี้มานานกว่า แต่ก็รั้งจวงลั่วเยียนผู้มีฉายาไว้ไม่ไหว ดังนั้นในงานทางการเช่นนี้ผู้มีฉายาจะมีฐานะสูงกว่าสนมอื่นเล็กน้อย

ว่างผินเป็นหญิงที่พูดน้อย แม้จะนั่งหลังถัดจากจวงลั่วเยียน แต่ก็ไม่มีท่าทีไม่พอใจ นั่งอย่างสงบเสงี่ยมตรงนั้น ทำให้ผู้อื่นมองผ่านนางไปโดยง่าย

กลับกันเจียงเสียนผินที่นั่งอยู่หน้าจวงลั่วเยียนดูจะกระตือรือร้นกว่า ซักระยะก็ตอบคำหญิงสาวผู้อื่นบ้าง นับได้ว่ามีทั้งพรสวรรค์และวาสนาในการทำอาชีพนางสนมอยู่ไม่น้อย ดูๆไปก็เป็นหญิงที่ไร้เล่ห์เหลี่ยมผู้หนึ่ง

แต่ก็อีก บางครั้งหญิงที่ดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยมจะทำการใหญ่ก็ลงมือเหี้ยมกว่าใคร ตอนทำงานจวงลั่วเยียนเคยลำบากเพราะคนจำพวกนี้มาแล้ว หลังจากนั้นมาก็เรียนรู้จนเคยชิน และมีนิสัยที่ไม่ดูถูกผู้ใดอีก

“ตั้งแต่เข้ามา เปิ่นกงยังไม่ได้พูดจากับเจาผินเม่ยเม่ยเลย พี่เจ้าทั้งหลายชาวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” หวงโฮ่วทรงยกจอกชาขึ้นมา “เมื่อวานขันทีน้อยของตำหนักกลางบอกว่า นี่เป็นชาใหม่รับฤดูใบไม้ผลิ ถ้าพวกเจ้าถูกใจ ก็จะให้คนรับใช้ส่งไปที่พำนักพวกเจ้า”

นี่เป็นสัญญาณเตือนตนเอง ว่าแม้เวลานี้จะเป็นที่โปรดปรานชั่วคราว แต่นายหญิงของวังหลังยังเป็นพระนาง ไม่ว่าจะมีอะไรล้วนต้องผ่านพระหัตถ์ของพระนางก่อนอื้อหือจะเข้าใจอะไรสักอย่าง ต้องคิดคดลดเลี้ยวเก้าโค้งสิบแปดหักศอก เป็นงานใช้สมองโดยแท้ จวงลั่วเยียนยิ้มตอบคำ “ไม่คิดว่าวันนี้มาเข้าเฝ้าหวงโฮ่วจะได้ชิมรสชาใหม่ของปีนี้ สนมครั้งนี้ถือว่าได้พึ่งพระกรุณาโดยแท้” นางยังไม่ได้สมองฝ่อขนาดบังอาจท้าทายกับอำนาจในพระนาง ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ในสายพระเนตรของเฉิงซวนตี้นางเป็นเพียงนางสนมธรรมดาที่ทำให้ทรงพระเกษมสำราญได้เท่านั้น แม้เฉิงซวนตี้จะทรงเอนเอียงมาทางนางสองส่วน แต่นางก็ไม่เป็นหน่วยกล้าตายหรอกนะ

“ดูเจ้าสิ ปากหวานเสียจริง ถ้าเจ้าชอบก็ให้คนรับใช้มารับไป มีชาดีก็ต้องเอาออกมาแบ่งกันลิ้มรส ถ้าวางไว้นานก็จะเป็นชาเก่าไป คงน่าเสียดายทีเดียว” “หวงโฮ่วเมื่อได้ฟังจวงลั่วเยียนพูดดังนี้ก็เผยรอยยิ้มให้ได้ยล

“หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงยอมแบ่งให้เจาผินเม่ยเม่ยก็ต้องไม่ทรงลืมสนมนะเพคะ วันนี้สนมขอหน้าหนาสักหน่อยเถิด” ยิ้มของเยียนกุ้ยผินทำให้ผู้คนตื่นตาได้ทุกครั้ง นางมีชาติกำเนิดต่ำต้อย ดังนั้นถึงแม้เป็นที่โปรดปรานก็ดิ้นรนได้ถึงชั้นสามกุ้ยผินเท่านั้น ดูจวงลั่วเยียนผู้มีบิดามีหน้ามีตาในราชสำนัก ทรงโปรดเพียงไม่กี่วันก็ปีนมาถึงชั้นผินแล้ว

คิดไม่ถึงหญิงเบาปัญญาในตอนนั้น กลับกลายมาเป็นเสี้ยนหนามของตนในวันนี้ได้

นอกจากหวงโฮ่วแล้ว ชูกุ้ยเฟยเป็นสนมที่สูงศักดิ์ที่สุด มือขาวนุ่มของนางประคองจอกชาไว้ เป่าเบาๆที่ผิวน้ำจนเกิดเป็นไอหมอก จิบคำเล็กๆหนึ่งคำแล้ววางจอกลง ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปาก กึ่งยิ้มไม่ยิ้มพูดว่า “หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงทรงสำราญแท้จริง สนมยังใช้ชาชิงหลัวของปีที่แล้วอยู่เลยเพคะ”

ในความทรงจำของจวงลั่วเยียนไม่มีร่องรอยของชาชิงหลัวอยู่เลย แต่เมื่อเห็นสีหน้าแค้นแกมอิจฉาของบรรดาสนมทั้งหลายที่ได้ยินชิงหลัวสองคำนี้แล้ว ก็พอรู้ว่าชาชนิดนี้คงมีค่ามาก คำของชูกุ้ยเฟยเหมือนดูถูกตนเอง ที่จริงแค่ต้องการโอ้อวดเท่านั้น นางเองก็ชอบมองนางพวกนี้บริหารกำลังสมองกำลังใจกันไปมาเหมือนกัน ดีกว่าเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในละครเองเยอะ

ตอนที่หวงโฮ่ว ชูกุ้ยเฟยและเยียนกุ้ยผินโต้กันไปมาอยู่ เย่ชูหลงที่เดิมนั่งหลังถัดจากหนิงเฟยอยู่ๆก็เป็นลมล้มลงไป ทำให้หญิงสาวทุกคนในห้องตกใจจนหน้าซีด

เรียกแพทย์หลวงเข้าเฝ้ามาตรวจชีพจรแล้วสีหน้าของหญิงสาวทั้งห้องยิ่งคล้ำลงไปอีก เพราะว่าเย่ชูหลงตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว

ถ้านางสนมยศน้อยตั้งครรภ์ หวงโฮ่วและสนมคนอื่นคงไม่มีสีหน้าย่ำแย่ขนาดนี้ เพราะนางพวกนั้นถึงจะคลอดลูกออกมาได้ก็ต้องให้สนมยศสูงเป็นผู้เลี้ยงดู

แต่เย่ชูหลงต่างออกไป นางเป็นถึงนายหญิงสนมชั้นสอง คลอดลูกออกมาก็ได้สิทธิ์เลี้ยงดูเอง ตอนนี้ทั้งวังมีเพียงองค์ชายสามองค์หญิงสี่ อีกทั้งมารดาของพระราชโอรสธิดาเหล่านั้นล้วนยศไม่สูงนัก ถ้าเย่ชูหลงให้กำเนิดพระโอรส ฐานะจะสูงสุดทันที หวงช่างก็ทรงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ แต่ถ้า...

“สำนักแพทย์หลวงทำงานกันเยี่ยงไร เย่ชูหลงมีครรภ์เรื่องนี้พวกเจ้าต้องตรวจทุกสองวัน เรื่องสำคัญเช่นนี้พวกเจ้ากลับไม่รู้เรื่อง” หวงโฮ่วทรงอารมณ์ไม่ดี พวกแพทย์หลวงจึงต้องรับรองพายุอารมณ์เช่นนี้

ทุกคน ณ ที่นี้รู้ดี ถ้าเย่ชูหลงไม่ได้เป็นลมไป เรื่องนี้คงเก็บเป็นความลับไปได้อีกซักระยะ เรื่องนี้คงเกี่ยวข้องกับตัวเย่ชูหลงเองด้วย ไม่เช่นนั้นทำไมถึงบังเอิญมาตรวจพบเอาตอนนี้

นายแพทย์หลวงสองนายที่มาตรวจชีพจร เมื่อได้ยินหวงโฮ่วทรงกล่าวโทษ ก็ตกใจจนคุกเข่าลงที่พื้น พวกเขารู้ดีถึงการสู้รบในวังหลัง วันนี้กลับต้องมาเกี่ยวพันโดยบริสุทธิ์ ถึงจะแก้ต่างอย่างไรก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินอีกแล้ว

หวงโฮ่วก็ไม่ได้จะลงโทษพวกแพทย์จริงจัง พระนางรู้ดีว่าเย่ชูหลงต้องการปิดบังเรื่องนี้เอง จึงแค่ลงโทษปรับเป็นเงินเดือนสองเดือนก็พ้นโทษเรื่องนี้ไป พร้อมทั้งใช้คนไปกราบเรียนทูลเรื่องนี้ให้หวงตี้ทรงทราบ
 

เฟิงจิ่นได้ข่าวว่าเย่ชูหลงตั้งครรภ์ตอนที่กำลังจะเสด็จกลับวัง มีราชขันทีเป็นคนมาทูลเอง เฟิงจิ่นมีสีหน้าดีใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ยินดีอะไรมาก รับสั่งให้ประทานของฉลองข่าวดีนี้ออกไป แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบไปหาเย่ชูหลง

เกาเต๋อจงเห็นว่าหวงช่างทรงแสดงอาการเช่นนี้ก็รู้ว่าไม่ได้ทรงห่วงใยอะไรในตัวเย่ชูหลงมากมาย จึงก้าวตามเสด็จไปเงียบๆ ไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อซักคำ

เฟิงจิ่นอ่านใบราชการไปไม่น้อยก็เงยหน้าเรียกหาขันที “เสี่ยวเกาจื้อ(ชื่อเล่นของเกาเต๋อจง) ไปเบิกแจกันเขียวมรกตคอสูงออกมาจากคลังแล้วนำไปให้หวงโฮ่ง บอกว่าเจิ่นห่วงใยนางต้องดูแลงานวังหลังจนเหน็ดเหนื่อย จึงมอบเป็นพิเศษให้ไว้ดูเล่น”

“นู๋ไฉรับบัญชา”  เกาเต๋อจงไม่ทราบว่าหวงช่างทรงมีพระดำริอย่างไร ได้แต่ปฏิบัติตามทรงรับสั่ง ส่วนเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องที่คนรับใช้ควรรู้

เมื่อเห็นว่าเกาเต๋อจงถอยออกไปแล้ว ก็วางพู่กันลง สีหน้าไร้ความยินดี

ตั้งแต่เย่หว่านเกอเข้าวังมาก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของเขาเท่าไหร่ และก็ไม่ได้ตั้งใจเย็นชาใส่ แต่เป็นเพราะว่าในวังนี้ต้องไม่มีองค์ชายสายเลือดของตระกูลเย่อีก คิดไม่ถึงตระกูลเย่บัดนี้กลับตั้งครรภ์ได้

อ่านใบราชการและอนุมัติเรื่องคำขอไปอีกฉบับ เฟิงจิ่นก็ตะโกนเสียงดัง “ถ่ายทอดราชโองการออกไป วันนี้จุดโคมที่หลินเย่ซวน”

ตามกฎอย่างไม่เป็นทางการแล้วคืนนี้หวงตี้ควรเสด็จไปที่พำนักของเย่ชูหลง แต่นี่กลับไปที่พำนักของเยียนกุ้ยผิน เสมือนตบหน้าเย่ชูหลงอย่างใดอย่างนั้น และแน่นอนว่าทำให้นางในวังยิ่งเกลียดเยียนกุ้ยผินมากขึ้นไปอีก

เกาเต๋อจงที่อยู่นอกตำหนักกำลังคิดว่า หวงช่างทรงโปรดเยียนกุ้ยผินจริงหรือไม่

ถ้าไม่ทรงโปรด หญิงสาวลูกขุนนางเล็กๆเหตุใดจึงใช้เวลาสั้นๆเพียงหนึ่งถึงสองปีก็มาอยู่ชั้นสามกุ้ยผินได้

แต่ถ้าทรงรักใคร่จริง เหตุใดจึงทรงโปรดอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ เมื่อนางไร้ซึ่งความงามพระเมตตาจางหายไปแล้ว เยียนกุ้ยผินจะดำรงอยู่ที่หนใด

คิดไปคิดมาก็นึกได้ว่าตนเองคิดมากไป เกาเต๋อจงสะดุ้งตกใจชั่วครู่แล้วจึงถอยหลังจากไป
 

“หวงช่างวันนี้เสด็จไปที่พำนักของเยียนกุ้ยผินหรือ” จวงลั่วเยียนได้ยินข่าวที่ฝูเป่านำมาบอกก็หรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มขำ “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปเถอะ”

ละครวังหลังนี่มันช่างสนุกยอดเยี่ยมจริงๆ
 

[25] หลิวเซี่ยฮุ้ย หมายถึง เป็นบุคคลก่อนประวัติศาสตร์กงหยวน720-621ปี เป็นผู้ที่เคร่งครัดในประเพณีดั่งเดินของจีนอย่างมาก มีฉายาว่าพ่อพระ นักบวชแคร่งครัด หรือ “กอดในอกไม่ลวนลาม” เหตุเกิดเมื่อเขาออกนอกสถานที่แล้วพบเจอหญิงสาวไร้บ้านนางหนึ่ง ในคืนอากาศหนาวกลัวนางหนาวตายจึงโอบนางไว้ในอกใต้เสื้อคลุม แต่ไม่ขยับทำการไม่ดีต่อหญิงสาวนางนั้น ต่อมาคนที่อ่านประวัติศาสตร์ก็เปรียบเทียบชายที่เคร่งครัดในประเพณีว่าเป็นหลิวเซี่ยฮุ้ย แต่ปัจจุบันบางทีความหมายก็เพี้ยนไปว่าเป็นชายไร้น้ำยา(- -“””)
 

Taik!!! ขอบคุณมากค่ะทุกๆคน วันนี้คนอ่านเยอะเลย ดูจากยอดวิว ไม่ใช่ว่าคนอ่านไม่กี่คนแต่กดรีเฟรซกันทั้งคืนนะ(- -“””)

เนื่องจากถูกเรียกว่าเม่ยเม่ยดีใจอัพอีกตอน หุหุหุ ไม่ได้บ้ายอย้ำอีกครั้ง มัวแต่จะผ่านด่านมิวเซียมโปโกะแปงอยู่เลยลงดึกเลย กดมันทุกชั่วโมง ส่งใบโครฟเวอร์

ตอนนี้สมใจละสิ รู้อายุหวงตี้สุดหล่อแล้ว หนุ่มกำลังกินเลย 28 ปี สนมทั้งหลายค่อยๆเล็ม อย่ารุมทึ้งกันนะ #เช็ดน้ำลายผสมเลือดกำเดา

แล้วก็ใครเห็นที่ผิดบอกมาได้เลยนะค่ะ ถ้ายังเป็นวันนั้นอยู่หรือผิดมากไม่น่าให้อภัยจะแก้เลย ถ้าเลยไปนานมากหรือผิดนิดๆหน่อยๆจะแก้ที่ต้นฉบับ สำนวนไม่ดีก็บอกได้นะคะ คนแปลจะได้พัฒนาฝีมือขึ้น

อีกหน่อย อยากถามว่าคนที่อ่านแรกๆนี่เข้ามาอ่านเพราะอะไรเหรอค่ะ เรื่องนี้มันอยู่อันดับสุดท้ายเลยนี่หว่า เค้าเองก็ไม่เคยลงนิยายดังด้วย เลยสงสัย ลงไม่กี่ตอนมาหากันจนเจอได้ไง ตอนแรกคิดว่ารอซักเดือนถึงมีคนอ่านซะอีก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4391 SSK[a]wt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 23:28
    - -" ชายไร้น้ำยา ตลกสิ!!
    #4,391
    0
  2. #4217 Nongnan (อะโอะ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 17:42
    นางเอกรู้ทันคนเก่งจัง ไช่จิตวิทยา เเละสังเกตุคนเป็น รู้เล่ห์เหลี่ยม โอ้ววว หานางเอกนิสัยเเบบนี้มานาน ต้องอ่านๆ
    #4,217
    0
  3. #4188 mellowshroom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 22:04
    สนุกสุดๆ ชิงไหวพริบสุดยอด
    #4,188
    0
  4. #4073 moonlight (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 13:20
    กลับมาย้อนอ่านแก้คิดถึง พอเอาไปรวมกับความเคลื่อนไหวของไท่โฮ่ว เลยเข้าใจชัดละว่าทำไมหวงช่างไม่ปลื้มที่เย่ชูหลงท้อง เฮ้ออออ... การเมืองวังหลังช่างปั่นป่วนซะจริง



    ปอลอ...คิดถึงเจิ้นมากๆๆๆๆ อ่า T___T
    #4,073
    0
  5. #3267 U И I Q U E (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:18
    ละครวังหลังสนุกจริงนั่นแหละครับ หุหุ
    #3,267
    0
  6. #3108 Janjira Rattanawichai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 19:03
    รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆนะ
    #3,108
    0
  7. #2963 sweetrainbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 10:19
    อาชีพนางสนม!! +5555 ชอบค่ะ ทั้งกัดจิกกัน ต้องวางแผนระวัดระวังทุกการกระทำ ทุกอย่างต้องซ้อนสองชั้นเสมอ เหนื่อยบ้างไหมนะ
    #2,963
    0
  8. #2785 dark_DAdoa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 23:14
    หวงตี้ทรงร้ายกาจ มีวิธีปราบปรามวังหลังโดยที่ตัวเองไม่ต้องลงแรงอะ 
    คือ เราว่างเปิดมาในเด็กดีสะดุดชื่อ เลยกดเข้ามาอ่าน 555
    จริงๆปกติเราอ่านพวกแฟนฟิค แล้วชอบแนวพีเรียดนะ เรื่องนี้หลงเข้ามาเพราะชื่อ
    แต่พออ่านตอนแรกแล้วติดใจมากกกกก ก็เลยอ่านต่อมาเรื่อยๆ 
    เป็นกำลังใจให้นะคะ คนแปลสู้ๆนะ คนอ่านก็จะสู้ไปด้วย 
    #2,785
    0
  9. #2713 แมว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 14:57
    ติดตามๆ สำนวนยังตกร่องแปลกบ้าง แต่เริ่มชินแล้วค่ะ ไม่ถึงกับไม่เข้าใจ
    #2,713
    0
  10. #2707 omyimbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 11:54
    นางเอกดูละครแนวนี้มากเลยทำให้เดาอารมณ์ของตัวละครได้ รวมถึงเดาสถานการณ์ได้ใช่แบบนี้รึเปล่าค่ะ
    #2,707
    0
  11. #2687 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 03:37
    เป็นนิยายที่ต้องคิดตามให้ทันแบบสุดๆไมงั้นอาจมึนกว่าเดิม พูดอย่างนี้คืออะไร ชอบที่นางเอกทันเกมส์จัง
    #2,687
    0
  12. #2094 shiro-neko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 21:06
    ชอบที่นางบรรยายลักษณะความ "โรคจิต" อะ 5555
    #2,094
    0
  13. #2062 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 14:35
    นั่นสิ เยียนกุ้ยผิน นี่ตกลงโปรดมาก หรือไม่โปรดมากกันแน่ แต่ที่สนมเจาที่รักเคยบรรยายไว้ว่างามกว่าชูกุ้ยเฟยถึงสองส่วน ทั้งๆที่บอกว่าชูกุ้ยเฟยนี่สง่าสมบูรณ์แบบ ก็อาจจะงามล่มเมืองมากกกกกก จนโปรดมากจริงๆก็ได้นะ
    #2,062
    0
  14. #1919 ดาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 13:37
    สนุกมากค่ะ ชอบชอบ
    #1,919
    0
  15. #1904 reflection (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 22:54
    เข้ามาอ่านครั้งแรก อ่านรวดเดียวเลยเพิ่งได้เม้น สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณมากที่มาแปลให้ได้อ่านกัน
    #1,904
    0
  16. #1845 จิ๊กโก๋ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 09:26
    เข้ามาอ่านเพราะชอบนิยายจีนอยู่แล้วค่ะ ถ้าไปร้านนิยายส่วนใหญ่ก็ยืมแต่แนวนี้ค่ะ
    #1,845
    0
  17. #1771 เมฆร่าเริง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 19:46
    เข้ามาอ่านเพราะอ่านเรื่องอื่นมีคนเม้นบอกเรื่องนี้สนุกมากเลยตามมาอ่านค่ัะ อ่านตั้งแต่ยังไม่ติดอันดับแต่มะได้เม้นเพราะตะลุยอ่าน

    ตอนนี้มาเก็บรายละเอียดและมาอ่านเม้นของเพื่อนๆๆค่ะ.
    #1,771
    0
  18. #1263 จันทรามรกต (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:49
    อ่านรอบแรก สบสนกับชื่อ และตำแหน่ง
    งงฝุดๆ
    สงสัยต้องกลับไปอ่านใหม่สัก สาม สี่ รอบ
    5555
    #1,263
    0
  19. #1121 amnesiac (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 08:07
    หวงตี้นี่ดูแอบร้ายลึกเจ้าแผนการอยู่เหมือนกันเนอะ อ่านเรื่องราชบุตรเขยเจ้าสำราญเจอคอมเมนท์คนแนะนำเลยตามมาดูเจ้าค่ะ สนุกดี ชอบนิยายจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ร้อยกว่าตอนนี่ถึงจะเบบี๋ก็คงจะแปลกันจนเหนื่อยเลยนะเนี่ย เป็นกำลังใจและขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ
    #1,121
    0
  20. #1009 Gift hahaha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 18:01
    ชอบ นางเอกฉลาด ปลื้มๆๆๆ 555
    #1,009
    0
  21. #829 -(Q)'daily (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:54
    นางเอกฉลาดคะ เลอค่า อยากให้นางเอกแสดงความสามารถบ้าง อิอิ
    #829
    0
  22. #674 Merinya Punsoun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 10:07
    แจกันคอแคบทรงสูงที่หวงช่างส่งให้หวงโฮ่มีความหมายซ่อนเร้นไหมคะ เห็นบรรยายลักษณะเฉพาะเยอะ
    #674
    0
  23. #463 Honey moon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 22:32
    ชอบนางเอกคนนี้จัง
    #463
    0
  24. #399 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 17:02
    นางเอกเราคือผู้ชมละครน้ำเน่าอยู่สินะ ฮาาา

    หวงตี้ท่าทางจะชอบป่วนวังหลังสินะ

    หึ...อยากเห็นตอนนางเอกปราบหวงตี้ไวๆ



    ตอนแรกที่เข้ามาอ่านเพราะว่าว่างค่ะ (กวนไปไหน) ว่างจริงๆ ค่ะ นานๆ ทีจะเปิดเด็กดีหนหนึ่ง

    เพราะช่วงนี้ค่อนข้างอินดี้จัด 5555 ที่เลือกเปิดนิยายเรื่องนี้เพราะเห็นคำนี้ "(นิยายแปล)"

    เราก็เอ๊ยยย! มีของแปลก ปกติไม่เคยเห็นในเด็กดีมีนิยายจีนแปลมาลงซะเท่าไหร่เลยกดเข้าไป

    อืม...หน้าปกเรื่องสวย ผ่าน เลยกดแต่ละตอนอ่านสักพักนึง เฮ้ย ก็สนุกดีใช้ได้เลย

    นางเอกแทบไม่มีอะไรเลยเป็นแค่คนธรรมดาหลงยุค แต่ชีร้ายลึกมากกก

    นั้นแหละค่ะคือจุดเริ่มต้นทั้งหมดนี้ ยังไงก็แปลเรื่อยๆ นะคะ :)
    #399
    0
  25. #292 geny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 22:21
    ระหว่างรอกลับมาอ่านซ้ำ

    ตอนนี้แอบคิดว่าหวงตี้ฉลาดร้ายว่ะเฮ้ย!

    กะจะให้วังหลังตบกันตายสินะ

    ดูท่าแล้วคงไม่ได้รักเยียนกุ้ยผิน
    #292
    0