妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 3 : บทที่3 อ่อนโยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    18 ต.ค. 57


บทที่3   อ่อนโยน

 

คนในวังหลังไม่มีใครเชื่อว่าจวงหว่านอี้จะตะเกียดตะกายกลับขึ้นมาผยองได้อีก ถึงจะกล่าวได้ว่านางนั้นมีกระผีกเสี้ยวของความงาม แต่นิสัยไร้ค่าเยี่ยงนั้นจะเป็นที่โปรดปรานอีกไปได้อย่างไร? แต่ไม่ทันไรกลับมีข่าวแพร่กระจายออกมาว่าหวงช่างประทานของให้นาง ข่าวนี้ทำให้หญิงอีกนางหนึ่งรู้สึกสับสนไม่น้อย

 “หวงช่างประทานปิ่นกระจกคู่นั้นแก่จวงหว่านอี้งั้นหรือ” หวงโฮ่วกำลังนับสร้อยสังวาลมุขพระพุทธ สีหน้าพระนางนิ่งเฉย “เห็นได้ว่าจวงหว่านอี้ก็มีฝีมือไม่น้อย เปิ่นกงคงจะดูถูกนางเกินไปหน่อยแล้ว แต่เอาเถิด เหอหยู่ เจ้าจงนำผ้าต่วนที่เปิ่นกงได้มาเมื่อเดือนที่แล้วส่งไปที่หอท้อหยก”

        “เจ้าค่ะ” เหอหยู่ค่อยๆถัดตัวถอยหลังอย่างระวัง จนหมุนตัวออกไปแล้วก็ไม่เห็นสีหน้าของหวงโฮ่วเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย

หอท้อหยกตอนนี้ครื้นเครงกว่าวันวาน สำนักนางกำนัลส่งของที่ควรจะส่งมาตั้งนานแล้วมาเป็นระลอก แอบทำเป็นลืมเรื่องต่างๆที่เคยปฏิบัติกับหอนี้มา จวงลั่วเยียนก็ทำลืมไหลตามน้ำกันไป เพียงให้คนเหล่านั้นวางของไว้ ไม่วางท่าโกรธขึงเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ท่าทีเช่นนี้ของนางกลับทำให้พวกขันทีรู้สึกหวาดระแวงมากขึ้นไปอีก

ถ้าเป็นที่ระบายอารมณ์ซักหน่อย เรื่องนี้ก็จะพ้นไป แต่ตอนนี้จวงหว่านอี้ที่กลับมาอยู่ในสายพระเนตรขององค์จักรพรรดิอีกครั้งกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เห็นได้ชัดว่าใจนางต่างกับแต่ก่อน ในวังหลังเจ้านายที่เป็นเช่นนี้ยิ่งไม่อาจล่วงเกิน เพราะผู้หญิงที่ดูอ่อนโยนขนาดไหน ใจก็ยิ่งอำมหิตมากขึ้นเท่านั้น

 “นายหญิง นางกำนัลเหอหยู่ คนสนิทของหวงโฮ่วมาเจ้าค่ะ บอกว่าหวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงได้ข่าวว่านายหญิงไม่ค่อยสบาย จึงได้ประทานผ้าต่วนวังมาให้” หยุนซีมายอบตัวที่ข้างกายจวงลั่วเยียน “ทั้งยังมีของประทานมาจากซูกุ้ยเฟย หนิงเฟย สูเจาหลง และเยียนกุ้ยผินอีกเจ้าค่ะ”

 “รับไว้ทั้งหมดนั่นแหละ เรื่องของตอบแทนพวกเจ้าคงรู้ว่าต้องทำเยี่ยงไรสินะ” จวงลั่วเยียนไม่คิดว่าพวกนางเหล่านั้นจะมาเอานางเข้าพวก คงจะเป็นการข่มกันซะมากกว่า และยังเตือนสตินางด้วยว่าแค่รับของประทานจากหวงช่าง ในสายตาของพวกนาง ตนเองเป็นเพียงหว่านอี้เล็กๆที่จะโดนตบตีไปมาอย่างไรก็ได้ ใครที่มอบของให้ตนเองก็ใช้คำว่า “ประทาน” ทั้งนั้น

 “เจ้าค่ะ” หยุนซีถอยออกไปแล้วส่งสายตาเตือนฝูเป่า จึงนำของทั้งหมดไปเก็บที่ห้องเก็บของแล้วจดรายการของไว้ ไม่ได้ทำตัวไร้เดียงสาอย่างเอาของพวกนี้ออกมาวางหน้าจวงลั่วเยียนให้เป็นที่รำคาญตารำคาญใจ
 


 



 

ณ ตำหนักฉีเจิง เฟิงจิ่นเมื่อเสวยพระกระยาหารเที่ยงแล้วก็เปิดอ่านใบราชการ ขันทีผู้ดูแลตำหนักในคลายเข่ามาถวายป้ายงาช้าง[14]ของสนมทั้งหลายของวังหลัง ป้ายงาช้างนั้นที่จริงมีทั้งป้ายเงินป้ายทองแดงรวมทั้งป้ายไม้ แสดงถึงชนชั้นที่แตกต่างของเจ้าของป้ายเอง วัสดุที่ทำก็แตกต่างกันออกไปด้วย เช่นนั้น

        เดิมทีไม่มีใจจะพลิกป้ายใดๆ เฟิงจิ่นยังไม่ทันจะออกปากไล่ ก็พลันระลึกถึงการพบกันยามบ่ายหลังจบว่าราชการที่ป่าท้อแห่งนั้น ท่าทีของจวงหว่านอี้ที่ดูอับอายขายหน้า ทำให้สัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติและน่าเอ็นดู สายเนตรหนึ่งที่มองมาให้ความรู้สึกสบายใจมากกว่ารอยยิ้มของหญิงงามล่มเมือง

หยิบป้ายที่ทำด้วยไม้บนถาดขึ้นมามอง แล้วคว่ำลง “วันนี้จุดโคมที่หอท้อหยก”

 “พะยะค่ะ” ขันทีตำหนักในมองไปที่ป้ายเช่นกัน เห็นเพียงป้ายไม้ธรรมดาที่สลักว่า “หอท้อหยกจวงหว่านอี้ ลั่วเยียน” คิดในใจว่า หอท้อหยกคงมีหน้ามีตาไปซักพักใหญ่แล้ว
 

เมื่อจวงลั่วเยียนได้รับสาส์นโองการจุดโคมจากขันทีตำหนักในกลับรู้สึกคิดไม่ถึงอย่างเดียวเลย แต่ว่าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกับการที่ต้องมีความสัมพันธ์กับหวงตี้ มองไปที่นางกำนัลขันทีที่รับใช้ต่างแสดงออกชัดเจนว่าดีใจมากเพียงใด มือไม้ขาแข้งวุ่นวายจะจัดเตรียมนู่นนี่ นางถอนหายใจคำรบหนึ่ง ใครจะระลึกไม่ได้ว่าสภาพนางสนมตกกระป๋องนั้นน่ากลัวมากเท่าไร

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอบน้ำหอมเรียบร้อย เมื่อฟังทิงจู๋กับหยุนซีจะเริ่มแต่งหน้า จวงลั่วเยียนจึงต้องออกปาก “พวกเจ้าวางของไว้ข้าจะจัดการต่อเอง”

ชายคนไหนที่กำลังตื่นตัวอยู่ กลับได้รสเครื่องสำอางแทนแล้วจะไม่ลดทอนความอยากลงบ้าง อีกทั้งแป้งตะกั่วที่มีกระบวนการผลิตซับซ้อนพวกนี้ล้วนสะท้อนผิวให้ดูขาวกระจ่าง แต่การพอกเครื่องประทินโฉมไว้ทั้งคืนเป็นศัตรูอันอับหนึ่งของความงามผู้หญิง ร่างกายนี้มีผิวที่ดีอยู่แล้ว เติมแป้งธรรมดาบางๆก็เพียงพอ

คิ้วใบหลิวใต้แสงเทียนจะเสริมความนุ่มนวล ยิ่งพาให้เพศชายรู้สึกอยากทะนุถนอม วาดเติมดอกท้อสีชมพูดอกเล็กที่กลางหน้าผาก ให้เข้ากับบรรยากาศเมื่อยามบ่าย แค่นี้ก็เพียงพอให้หวงตี้ชิวๆพระทัยได้แล้วละมั้ง

ว่ากันว่าคนคือตุ๊กตาไม้ พึ่งความงามสามส่วนเสื้อผ้าสามส่วนแต่งหน้าสี่ส่วน ถ้าสวมเสื้อผ้าสดเกินพาลจะเป็นนางมาร เปิดเผยไปก็ดูดาษดื่น อย่างน้อยต้องไม่ทำให้หวงตี้ส่งสายพระเนตรมาครั้งแรกแล้วอยากพาปีนขึ้นเตียงทันที ดังนั้นชุดรัดเอวแขนกว้างกระโปรงจีบสีแสงจันทร์ชุดนี้เมื่อปรากฏท่ามกลางคืนสีมืด คงจะสะท้อนร่างงามเหนือปุถุชนได้ไม่มากก็น้อย

ถ้าจะคิดตามความรู้สึกของจักรพรรดิ ไม่แน่ว่ายิ่งเป็นลักษณะนี้ยิ่งทำให้รู้สึกความปรารถนาจะพิชิต ชายส่วนมากที่คิดการใหญ่ล้วนมีข้อเสียข้อนี้เหมือนกันหมด

โบกมือปัดทิงจู๋กับหยุนซีที่พยายามจะหมกเครื่องประดับใส่หัวนาง จวงลั่วเยียนประคองสางเส้นผมยาวนิ่มสลวย แล้วให้ทิงจู๋เปลี่ยนเป็นทำทรงเซียนเหิน[15]แทน ประกอบกับปิ่นกระจกที่ได้พระราชทานมาวันนี้ แลดูเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก

ทิงจู๋กับหยุนซีเมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของนายหญิงเช่นนี้ ต่างตกตะลึงว่าไม่มีส่วนใดที่ไม่ได้ซ่อนไว้ด้วยอุบายอย่างแยบยล ยิ่งดีใจที่นายหญิงมีกลเม็ดฝีมือ มองไปที่ขอบฟ้าที่เริ่มมืดลง สองคนรอยามดึกด้วยใจลุ่มๆดอนๆ

 

 “ปลิวกระจายล่วงวังเก่า ดอกไม้งามเงียบเหงาดอกไม้แดง”[16] ขบวนเสด็จผ่านไป นำไปซึ่งด้วยความหวังของหญิงกี่นางกัน และยังมีอีกเท่าไหร่ที่คืนแล้วคืนเล่า ความงามยังไม่ทันโรยรา ความเสน่หากลับวางวายพลัน

        แต่ถึงอย่างนั้นจะมีอีกกี่นางที่ไม่ใคร่ในความหรูหราในวัง ทุกคนล้วนหวังจะเป็นคนที่หัวเราะคนสุดท้ายทั้งนั้น กลับไม่คิดว่าชะตาของตนเหมือนแหนลอยน้ำ จะอย่างไรก็หยั่งรากไม่ลึกลงดิน

เฉิงซวนตี้เป็นจักรพรรดิผู้ทรงคุณ เพราะฉะนั้นถึงจวงหว่านอี้จะมีรูปลักษณ์ให้พระองค์ตื่นพระเนตรพระหทัยชั่วครู่ แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้พระองค์ละงานราชการมาที่หอท้อหยกก่อนเวลา ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงงานราชการเสร็จเสด็จมาหอท้อหยกก็เลยเวลาซู(สามทุ่ม)มากมากแล้ว

ขันทียกแท่นพระที่นั่งเดินไปตามทางหินเขียว[17] เกือบจะไม่ส่งเสียงใดให้ได้ยิน เมื่อพระองค์ทรงได้กลิ่นหอมละมุนของดอกท้อ ก็รู้ว่าใกล้ถึงหอท้อหยกมากแล้ว  เลิกม่านด้านหน้าออก ทรงทอดพระเนตรเห็นโคมไฟโหนสูงอยู่หน้าหอน้อย ในยามดึกสงัด มีร่างกระโปรงจีบรัดเอวสีแสงจันทร์ของหญิงสาวกำลังถือโคมกระจกวังหกเหลี่ยมยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ระหว่างเส้นผมมีปิ่นกระจกสะท้อนแสงเทียนเรืองเป็นแสงสีรุ้ง ทำให้คนที่มองไปกังวลว่าลมเย็นยามดึกจะทำให้นางตกใจหรือไม่ จนอยากปกป้องไว้ในอ้อมกอดอย่างอดใจไม่ไหว

เฟิงจิ่นหว่างคิ้วต้องตื่นกระตุกเล็กน้อย แท่นพระที่นั่งหยุดลง พระองค์เห็นหญิงนางนั้นย่อตัวคำนับจึงยื่นพระหัตถ์ไปพยุงมือนิ่มคู่นั้น “สนมรักไม่จำเป็นต้องพิธีมากไปเช่นนี้” จากนั้นก็ยื่นพระหัตถ์อีกข้างไปโอบนางเข้าในผ้าคลุมของตน

พระหัตถ์องค์จักพรรดิถูกดูแลอย่างดี อาจจะเป็นเพราะทรงเคยหัดทรงม้ายิงธนู จึงรู้สึกสากอยู่บ้าง จวงลั่วเยียนก้มหน้าลงเล็กน้อย ปล่อยให้หวงตี้กอดตนเข้าไปในห้องด้านใน โคมกระจกแกว่งไปมาพร้อมจังหวะการเดิน เงาด้านหลังสั่นเล็กน้อยตามไป

นำโคมไปแขวนไว้ที่ชั้นไม้แพรสลักบุปผา สังเกตเห็นหวงตี้กำลังมองภาพรูปลูกหมูน้อยน่ารักของตนที่วาดเล่นแก้เบื่อเมื่อกลางวัน ก็ยกถ้วยชาดอกไม้ร้อนไปข้างวรองค์ของหวงตี้ “หวงช่าง กลางคืนเย็นนักเสวยชาร้อนอุ่นพระวรกายก่อนเพคะ”

 “สนมรักภาพนี้...”(- -‘’’) เฉิงซวนตี้อยากจะบอกไปว่าภาพนี้ดูหัวมังกุท้ายมังกรอย่างไรไม่รู้ เทียบกับหนิงเฟยที่ถนัดการวาดภาพ เรียกได้ว่าห่างไกลกันเป็นโยชน์ แต่เมื่อทรงเห็นเอวเล็กแทบไม่พอหยิบมือของนางแล้วก็ทรงสรวลขึ้นเล็กน้อย “...ดูพิเศษอยู่หลายส่วนทีเดียว”

 “จริงหรือเพคะหวงช่าง สนมเองก็ฝึกอยู่หลายวันเหมือนกัน วันนี้พวกเขายังบอกเลยว่าภาพวาดของสนมพัฒนาขึ้นมาก” เมื่อกล่าวจบสีหน้าก็แสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด

เฟิงจิ่นรับถ้วยชามา มองหน้าจวงลั่วเยียนที่ดีใจขนาดนั้น ก็ดำริในใจว่าเป็นหญิงที่เข้าวังมาไม่นานจริงๆ  ปากที่แย้มตาที่ยิ้มนั้นยังมีรอยอ่อนหวานของสาวน้อย แต่ว่าร่างกลับสะโอดสะองเหนือธรรมดา คิดว่าต้องมีรสชาติเด่นเฉพาะตัว

วางถ้วยชาลง กุมมือที่เย็นเล็กน้อยนั้น “ดึกมากแล้ว ควรจะรีบพักผ่อนได้แล้ว” ก้มหัวลงเห็นสาวน้อยที่ก่อนหน้านี้ยังยิ้มอ่อนหวานบัดนี้มีสีแดงระเรื่อแต้มบนใบหน้า มีเสน่ห์เหลือล้น เพิ่มความอยากให้คนที่มองได้มากมาย

ปลดปิ่นเปลื้องผ้าในมุ้งกลับอุ่นหอมกรุ่น คู่นกยวนยาง[18]เกรงราตรีนี้สั้นเกินไป สำหรับผู้ชายแล้วผู้หญิงจะสวยอย่างไรถ้าอยู่บนเตียงแล้วนิ่งเป็นปลาตายตัวหนึ่งก็คงไร้รสชาติ

        จวงลั่วเยียนเดิมก็คิดด้วยใจจะเสพสุข จึงปล่อยตัวปล่อยใจเล่นพลิกผ้าห่มแดงกับหวงตี้ไปหนึ่งสนาม เสร็จสิ้นการแข่งขันทั้งสองต่างพอใจกับการออกกำลังกายครั้งนี้

เฟิงจิ่นโอบนางเข้าในอ้อมแขน สัมผัสที่มือนุ่มลื่น จนตนไม่อยากปล่อยมือไป จวงลั่วเยียนรสชาติไม่ธรรมดาจริงๆ เวลาทำกิจกันเกือบทำให้เขาอดไม่ไหวไปก่อนแต่แรก ยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย เรียกน้ำย่อยให้เขาได้มากมาย

คิดถึงตอนนี้มือก็อยู่ไม่สุขเลื่อนลงต่ำ อยากจะชิมรสอาหารอร่อยจานนี้อีกครั้ง

“หวงช่าง สนม..สนมไม่มีแรงแล้วเพคะ” เสียงอ่อนๆนุ่มๆคงไม่อาจทำให้เฟิงจิ่นทรงหยุดกระทำการใดได้ ทั้งยังปลดปล่อยสัตว์ร้ายออกมา หลังจากนั้นก็เป็นฉากสะเทือนเลื่อนลั่นอีกฉากหนึ่ง

จวงลั่วเยียนคล้องพระศอของหวงตี้ ยอบรับปรนนิบัติของหวงตี้ ตาปรือพร้อมคิดอย่างสบายว่า นั่นไงล้วนชอบให้ผู้หญิงชมว่าอึดถึกทั้งนั้น แต่ว่าหวงตี้ก็ลีลาเหลือร้ายจริงๆ ทำให้นางพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ด้านนอกห้องนางกำนัลขันทีต่างก้มหัวสงบคำ ปานไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องหับ เกาเต๋อจงผู้ครองตำแหน่งหัวหน้าราชขันทีส่งสัญญาณให้ขันทีน้อยทั้งหลายเตรียมของสรงน้ำ แล้วเงยหน้ามองไปรอบหอท้อหยกที่เยือกเย็นเงียบเหงา ถ้าไม่เกิดเหตุอุบัติใด หอท้อหยกนี้คงครื้นเครงไปอีกหลายวันแน่นอน

เฟิงจิ่นมองไปที่หญิงที่เหนื่อยจนสลบไปในอ้อมกอด แล้วอุ้มไปที่ถังน้ำที่เตรียมไว้ด้านนอกอย่างอารมณ์ดี เห็นรอยแดงที่ประทับอยู่บนผิวขาวหิมะแล้วต้องยกมุมปาก

 “หวงช่าง ปวดเอวจัง” คนในถังน้ำขยับอย่างเกียจคร้าน ดึงหัตถ์กว้างใหญ่มาวางที่เอวตนเอง สะลึมสะลือจนไม่รู้แน่ว่าตัวเองกำลังเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์

เฟิงจิ่นอึ้งไปสักพัก มุมปากก็ยกในองศาที่ชัดกว่าเดิม ถูกหญิงขอร้องให้นวดเอว ก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีไม่ใช่หรือไง

ฝีมือการนวดของหวงตี้ที่จริงไม่ดีนัก แต่ชนะเลิศตรงหลักจิตวิทยานี่แหละ ให้หวงช่างยอมบริการนวดให้ โคตะระสุดยอดของความพอใจในศักดิ์ศรีจอมปลอมของลูกผู้หญิงคนหนึ่งเลยทีเดียว

อุณหภูมิของน้ำกำลังดี โดนออกกำลังกายไปอีกรอบ จวงลั่วเยียนถึงหาวแล้วหลับไปจริงๆ

ฟ้าเกือบสางแล้ว เฟิงจิ่นปล่อยให้เกาจงเต๋อปรนนิบัติสวมชุด หน้าที่นี้เดิมทีเป็นของนางสนมที่รับใช้ในวันนั้นๆ แต่เกาจงเต๋อเห็นจวงหว่านอี้นอนหลับฝันหวาน ไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมาเลย และเห็นหวงช่างทรงยั้งพระหัตถ์พระบาทให้เบาเหมือนไม่ต้องการจะปลุกจวงหว่านอี้ขึ้นมา จึงระมัดระวังเขยิบตัวไปทำหน้าที่แทน

กำลังจะก้าวเท้าพ้นประตู เฟิงจิ่นเห็นคนรับใช้มีเพียงสองนางกำนัลกับหนึ่งขันทีเท่านั้น ต้องขมวดคิ้ว “พวกเจ้ารับใช้จวงหว่านอี้ใช่หรือไม่ แล้วคนอื่นไปไหนกัน?

 “ตอบหวงช่าง คนรับใช้ของจวงหว่านอี้มีเพียงพวกนู๋ปี้เท่านั้นพะยะค่ะ” ฝูเป่าคุกเข่าลงกับพื้นแล้วตอบอย่างระมัดระวัง

เมื่อได้ยินดังนั้นเฟิงจิ่นต้องขมวดคิ้วมากกว่าเดิม แล้วหมุนตัวไปพูดกับเกาจงเต๋อ “เจ้าไปเรียกตำหนักกลางให้จัดเตรียมคนสองสามคนมาที่หอท้อหยก เจ้านายดีๆคนหนึ่งจะมีคนรับใช้แค่สามคนได้อย่างไร”

 “พะยะค่ะ หวงช่าง” เกาจงเต๋อก้มหัวลงมองไปที่เท้าที่สวมรองเท้าผ้าต่วนลายถวนฝู[19] คล้ายชินกับการที่นางสนมคนไหนเป็นที่โปรดปราน นางสนมคนนั้นเป็นใหญ่

แท่นประทับเคลื่อนจากไปแล้ว จวงลั่วเยียนที่เดิมนอนหลับลึกบนเตียงลืมตาขึ้น ยกมุมปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

พวกผู้ชายก็เป็นซะแบบนี้ ไม่ว่าจะสามารถเก่งกาจจากไหน ลึกๆในกระดูกแล้วก็ล้วนมีแนวโน้ม M [20]กันทุกราย
 

 

[14] ป้ายงาช้าง-หมายถึง ไพ่โบราณที่สำรับหนึ่งมี32ใบ เป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ส่วนมากทำจากไม้ไผ่ที่จะทำจากงาช้างจริงๆนั้นมีแค่ในวังหรือขุนนางหรือผู้มีอันจะกินเท่านั้น เวลาองค์จักรพรรดิจะเลือกว่าไปหานางสนมคนใด จะทำป้ายเช่นนี้ขึ้นมามีลักษณะคล้ายเกมเปิดแผ่นป้ายเสี่ยงทาย แต่ด้วยป้ายมีวัสดุต่างกันก็พอจะรู้ว่าเป็นสนมคนใด แต่เดิมการจะไปหานางสนมจะเป็นการเคลื่อนแท่นประทับไปหยุดที่ไหนก็เข้าห้องคนนั้น ส่วนการแขวนโคมนั้นไม่ได้เป็นประเพณีในวังเท่านั้นในเรือนขุนนางที่มีภรรยามากมายก็จะมีการแขวนโคมเช่นเดียวกัน

[15] ผมทรงเซียนเหิน- หมายถึงผมทรงแบบนางฟ้า ตามภาพเลย

[16] “ปลิวกระจายล่วงวังเก่า ดอกไม้งามเงียบเหงาดอกไม้แดง” เป็นกลอนสมัยราชวงศ์ถัง โดยนักกวีชื่อดังหยวนเจิ่น กลอนยังมีต่ออีกสองวรรค บรรยายถึงสภาพนางในวังว่าดอกไม้แดงที่สดใสภายนอกวังเมื่อเดือนสาม (ตรงกับฤดูใบไม้ผลิเวลารับนางใน) ตกมาอยู่วังหลังแล้วว้าเหว่เพียงใด เป็นกลอนที่สมบูรณ์แบบโดยบอกทั้งสถานที่บุคคลเวลาบรรยากาศได้ครบถ้วนในประโยคสั้นๆสี่วรรค

[17] หินเขียว หมายถึงหินแกรนิต ที่ประเทศจีนมีผลิตมากมายหลากสี

[18] นกยวนยาง หมายถึง นกเป็ดน้ำแมนดาริน ปกติใช้เปรียบคู่รัก เพราะถือว่าเป็นสัตว์ที่ครองแต่คู่ตนเองจนตาย

[19] ลายถวนฝู หมายถึง ลายตัวอักษรฝู ที่แปลว่าสุข มีการออกแบบเป็นลายต่างๆเพื่อพิมพ์หรือปักบนเสื้อผ้า ถ้วยชาม ผนังต่างๆเพื่อความมงคล ตามภาพนี้

[20] M สั้นๆว่า มาโซคิสม์-masochism ไม่ไหวแล้วองค์จักรพรรดิเราโดนนางเอกว่าซะหมดเลย เด็กจีนก็ใช้S&M มาใช้ตรงๆเหมือนกัน

 


 

Talk!!!: หลังจากอ่านมากสองตอนเริ่มมีคำถามมาบ้างแล้ว เริ่มตอบจากเรื่องนี้ไม่มีภาษาอังกฤษแปลค่ะ ทำหนังสือก็ยังไม่มีโครงการอะไร แต่คิดว่าไม่มีการมาทำเองแน่ ถ้ามีสำนักพิมพ์ติดต่อมาก็ไม่แน่ค่ะ

เรื่องนี้ของจีนคนแต่งให้อ่านฟรีบางเวบ บางเวบเก็บตังค์ งงๆอยู่เหมือนกัน และแต่งจบนานแล้ว ก็เลยเอามาแปลคิดว่าน่าจะแปลจนจบได้นะคะ

มีคนให้สปอยบอกเลยว่าแนวค่อนข้างไม่งุ้งๆ นางเอกฉลาดเอาตัวรอด และจะไม่รักพระเอกเลยจนตอนจบ เพราะนางเอกไม่เชื่อในความรัก ช่วงแรกจะเซอร์ไวเวิลสำหรับนางเอกซักหน่อย แต่จบแฮบปี้ค่ะ สองคนนี้คู่กันแน่นอน มีฉากสวีทตลอด บอกแบบนี้มันขัดกันแต่จะเป็นอย่างไรคอยอ่านกัน มีทั้งหมด 121 ตอน แต่ละตอนยาวประมาณเดียวกันนะคะ อันนี้เป็นแนวที่ชอบและถือว่าไม่ยาวมากสำหรับนิยายจีนเลยเอามาแปลให้อ่าน

เรื่องคำผิดบอกมาได้เลย จะแก้ที่ต้นฉบับ ที่ในเวปเอาไว้ก่อนนะ คำว่าขันทีแก้ไปแล้ว ขอบคุณมากค่ะ ตรงดัชนีอยากรู้อะไรถามมาได้จะหาข้อมูลมาให้

ที่มีปัญหาอีกเรื่องคือคำราชาศัพท์จะใช้ตอนคนอื่นพูดถึงหวงช่างกับหวงโฮ่วนะ กับตอนบรรยาย ส่วนตอนที่หวงช่างพูดถึงตัวเอง เช่นมือของตัวเองหรือกำลังคิดอยู่จะใช้คำธรรมดา ไม่งั้นมันจะดูเกร่อลิเก ลองแปลดูแล้วชะเอิงเอยมาก

ภาพตอนนี้อยากบอกหาอยากมาก แม่นางเอกจะแต่งตัวให้มันอะไรกัน พิมพ์คำ(จีน) ชุดสีแสงจันทร์ ผมทรงเซียน เอามีโคมกับพระจันทร์ด้วย ได้......เซเลอร์มูนมา ป๊าดดดด เอาภาพที่เห็นไปก่อนนี่แหละนะคะ ใครหาเจอที่ดีกว่าส่งมาด้วยนะสนมที่รักทั้งหลาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4404 rosayrai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:53
    ตรงเวลาเปลี่ยนไปใช้เป็นยามน่าจะดีกว่านะคะ
    #4,404
    0
  2. #4340 Mew_Mew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 18:21
    สนุกมากค่ะ นางเอกก็เเอบร้ายก็อย่างว่าการจะเอาตัวรอดในวังหลวงมันก็ต้องมีเล่ห์กลบ้าง
    #4,340
    0
  3. #4218 Moda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 01:11
    คิดถึงมากๆ ต้องกลับมาอ่านซ้ำๆ เมื่อไหร่รูปเล่มจะออกมาคะ
    #4,218
    0
  4. #4098 เมมฟิส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:10
    ชอบนางเอกร้ายๆแบบนี้มากๆ เรื่องนี้ไม่มีพระเอกแน่ๆ เพราะหวงตี้ไม่มีค่าที่จะรัก ที่ทำไปก็เพราะว่าด้วยอาชีพนางสนม
    #4,098
    0
  5. #4065 hellalin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 12:15

    สนุกมากเลยค่ะ รายละเอียดเยอะ และที่สำคัญได้ความรู้(???)
     .กดแอด Fav ไว้ในมันที

    #4,065
    0
  6. #3946 Nunthana Puy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 05:13
    เพิ่งลองอ่าน สนุกมากๆ เลยค่า เห็นตอนท้ายๆ ผ่านการพิจารณาจากแจ่มใสแล้วด้วย ยินดีด้วยนะคะ ส่วนเรื่องคำผิด ตอนแรกไม่กล้าทักค่ะ 55555 โครต ที่ถูกคือ โคตร รังควาญ ที่ถูกคือ รังควาน ปรับปรำ ที่ถูกคือ ปรักปรำ ป.ล. ลองค้นหาเพื่อความถูกต้องอีกครั้งก็ได้ค่ะ
    #3,946
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #3254 U И I Q U E (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 19:51
    สนุกทีเดียว หุหุ -..- ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะฮะะ
    #3,254
    0
  10. #3226 little-red-cap (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 13:18
    สนุกมากกก
    #3,226
    0
  11. #2761 dark_DAdoa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 22:31
    เพิ่งมาตามอ่าน ตอนแรกเราคิดว่าแวะมาอ่านดู ชอบแนวๆนี้ ปรากฎว่าติดเลยยยย 
    อ่านแล้วติดมากกกกกกกกกกกก คาดว่าคืนนี้จะลุยอ่านจนไม่ไหว ชอบนางเอกมากกก
    หัวสมัยใหม่ เป็นผู้หญิงมีความคิดอะ ขอบคุณมากๆที่แปลมาให้อ่านนะคะ ติดใจสำนวนมากก คือชอบอะ
    หลงเข้าตำหนักทอหยกแบบหาทางออกไม่เจอแล้ว ฮ่าๆ 
    #2,761
    0
  12. #2701 omyimbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 10:55
    นางเอกเจ้าเล่ห์ แต่อย่างว่าถ้าซื่อๆก็เอาตัวรอดไม่ได้นะจ้า อ่านแล้วสนุกดีค่ะถึงแม้บางช่วงจะงงๆ แต่โดยรวมเข้าใจได้ค่ะ
    #2,701
    0
  13. #2684 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 03:03
    นางเอกนี่ฉลาดสุดยอดเลย ชอบค่ะ รอ......
    #2,684
    0
  14. #2319 ฝนธารา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 13:46
    สนุกดีจ้า
    #2,319
    0
  15. #2216 โคะโฮะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 17:28
    อ้อ ย่อหน้าอื่นในพาร์ทสุดท้าย ชื่อเกาเต๋อจงสลับผิดหมดเลยค่ะ
    #2,216
    0
  16. #2215 โคะโฮะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 17:27
    พาร์ทสุดท้าย ย่อหน้าแรก เกาเต๋อจง พิมพ์ผิดเป็น เกาจงเต๋อค่ะ
    #2,215
    0
  17. #2080 shiro-neko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 18:28
    กลับมาอ่านอีกรอบ เด๋วรอบนี้ตามเม้นให้ เพราะะรอบแลกติดลม อ่านรวดเดียวเลย 555
    #2,080
    0
  18. #2056 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 12:27
    อยากเห็นจัง ถึงจะพอนึกออกแต่ก็อยากเห็นรูปชุดเหมือนกันค่ะ สนมคนไหนเคยใส่(?)ก็เอาออกมาโชว์กันหน่อยสิคะ 

    ว่าแต่... ออกมายืนถือโคมคอยกันแบบนี้ ไม่หนาวหรือเมื่อยบ้างเหรอคะสนมเจาที่รัก
    #2,056
    0
  19. #2048 Sel2aMOon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 07:40
    ชอบนางเอกกก 55 //คำผิดจ้า มากมาก-->มามาก
    #2,048
    0
  20. #1740 ผู้ส่งมอบความตาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:09
    สนุกมาก
    #1,740
    0
  21. #1557 Lullaby (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 13:11
    อ่านแล้วอยากรื้อฟื้นภาษาจีนที่ห่างหายไปเกือบ4ปีของตัวเองขึ้นมาเลยค่ะ

    อยากอ่านต่อมากๆ อ่านซ้ำ4 รอบแล้ว ลุ้นนางเอกจัง

    สู้ๆค่ะ
    #1,557
    0
  22. #1475 หุงอุ่นต้มนึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 23:21
    ชอบมากค่ะ ตอนแรกอ่านสำนวนโบราณแบบนี้รุสึกหงุดหงิดมากเรยค่ะไม่ค่อยเข้าไจหลังๆรุสึกเคลิ้มไปกับมันค่ะ
    #1,475
    0
  23. #1259 จันทรามรกต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:44
    ชอบมากคะ
    แปลได้ดีมาก
    นางเอกก็ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง
    #1,259
    0
  24. #906 shxxxx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 22:11
    ไรต์แปลเก่งมากกกกก ซูฮกปวารณาเป็นศิษย์แปป55555 แปลออกมาเรื่อยๆนะคะ121ตอนรีดคนนี้จะตามอ่านเอง555
    #906
    0
  25. #820 -(Q)'daily (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:37
    นางเอกร้ายกาจ สนุกมากๆคะ ชอบนางเอกรู้ทันคนแบบนี้ ><
    #820
    0