妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 2 : บทที่2 รสนิยมของหวงตี้มีปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    17 ต.ค. 57


 

บทที่2 รสนิยมของหวงตี้มีปัญหา

 


 
















 




 




 

“เจ้าบอกว่านางสนมที่เป็นที่โปรดปรานก็คือซูกุ้ยเฟย[7] โหรวกุ้ยเฟยและเยียนกุ้ยผิน[7]?” จวงลั่วเยียนกินอิ่มนอนหลับแล้ว ทำความรู้จักพวกคนรับใช้หน้าใหม่ สุดท้ายจึงระลึกได้ว่าตนสมควรกระตือรือร้นเพื่อจุดหมายได้แล้ว

“เรียนนายหญิง เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ ยังมีอีกสามคนคือหนิงเฟย[7]  สูเจาหลง[7]และเยว่ซูอี้[7] เหนียงเหนี่ยง[8] ทั้งสามท่านก็เป็นที่เชิดหน้าชูตาขององค์หวงตี้เช่นกันเจ้าค่ะ ยังมีเสียนเฟยกับหยวนเฟย เมื่อครั้งองค์หวงช่างยังเป็นองค์ไท้จื้อ[9] ทั้งสองก็ตามเสด็จรับใช้แล้ว ไม่คล้ายกับสนมคนอื่น ช่วงนี้หวงช่างยังทรงให้ความรักใคร่กับจวงเจี๋ยอยวี่...ยังมีไป๋หลงหัว[7]  และจินเหลียงอี้[7]เจ้าค่ะ” ครั้นหยุนซีเห็นว่านายหญิงของตนไม่มีปฏิกิริยาเพียงนิดเมื่อนางกล่าวถึงจวงเจี๋ยอยวี่ ก็ทราบว่านายหญิงมีความอดกลั้นมากกว่าแต่ก่อน พวกเราชาวหอท้อหยกนับว่ายังมีความหวังอีกในภายหน้า

ที่จริงเมื่อพูดถึงรูปโฉม นายหญิงของตนนั้นนับว่าไร้ที่ติ ผิวขาวนุ่มเนียน เส้นผมดำดั่งหมึกคิ้วเข้มเยี่ยงไต้[10] ถ้าไม่ใช่เช่นนั้นด้วยนิสัยของนายหญิงกาลก่อนคงไม่อาจทำให้หวงช่างเมตตาได้ เพียงเสียดายนิสัยเช่นนั้นทำให้รูปโฉมเสียเปล่าไป

   ซูกุ้ยเฟยและเยียนกุ้ยผินงามเสน่ห์และเก่งด้านรำทั้งคู่ หนิงเฟยถนัดวาดภาพ สูเจาหลงเด่นด้านโคลงกลอน      เยว่ซูอี้บุคลิกไม่ธรรมดา แม้กระทั่งไป๋หลงหัวและจินเหลียงอี้ยังน่ารักอ่อนโยนเยี่ยงสายน้ำ เห็นได้ว่าในวังนี้สนมแต่ละนางมีฤทธิ์เดชมากเพียงไร  ถ้าเป็นชาติที่แล้วแต่ละนางคงเป็นไอดอลของพวกผู้ชายทั้งหลาย เสียดายแต่เกิดมาผิดที่ผิดทาง

แม้แต่จวงเจี๋ยอยวี่ที่ได้รับความโปรดปรานสองครั้งครา พี่สาวของเจ้าของเจ้าของร่างนี้คนก่อนก็เป็นคนรูปร่างนิสัยงดงาม คงไม่แปลกที่เจ้าของร่างคนเก่าจะถูกองค์จักรพรรดิรักใคร่ไม่กี่ครั้งก็ถูกลืมเลือนจากพระเศียรไป

สำหรับองค์จักรพรรดิที่มีนางงามมากมายในอาณัติแล้ว แค่รูปลักษณ์ภาพนอกไม่สามารถทำให้เป็นที่โปรดปรานได้ตลอดไป เพราะวังหลังที่ไม่เคยขาดเลยคือความงาม

ส่วนสนมทรงโปรดที่สุดคือซูกุ้ยเฟยและเยียนกุ้ยผินล้วนถนัดด้านการรำ...จวงลั่วเยียนคิดอย่างชั่วร้ายเล็กน้อยว่า คนที่รำเก่งส่วนมากจะเอวอ่อน องค์จักรพรรดิคงได้รับความเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในเรื่องนั้น เพราะไม่ว่าคุณสมบัติภายนอกจะมากมายเพียงไร สำหรับผู้ชายแล้วเรื่องนั้นจึงสำคัญที่สุด

จวงลั่วเยียนก็เป็นแค่หว่านอี้ลำดับชั้นที่ห้า เพราะฉะนั้นคนรับใช้ข้างกายจึงมีแค่นางกำนัลสามคน ขันธีอีกสามคน ยังไล่คนที่ไม่ซื่อสัตย์ไม่พออีก ตอนนี้จึงเหลือแค่นางกำนัลหยุนซี ทิงจู และขันธีฝูเป่า ยังดีที่หอท้อหยกไม่มีเรื่องอะไรต้องเตรียมตัวมาก เงียบสงบเยี่ยงนี้ก็ดีไม่น้อย

 “ตอนนี้คนข้างกายข้าก็เหลือแค่พวกเจ้า ที่ว่ากันว่าใช้คนไม่สงสัย คนน่าสงสัยไม่ใช้ วันข้างหน้าพวกเราเจริญก็เจริญด้วยกันจะเสื่อมก็เสื่อมด้วยกัน ถ้าข้าได้เลื่อนยศสูง ก็จะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าจมในปลัก” แน่นอนว่าจวงลัวเยียนไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีใจคนที่ไม่แปรผันตลอดกาล แต่ขณะนี้นาทีนี้คนเหล่านี้ซื่อตรงก็เพียงพอแล้ว และนางก็ไม่งกคำพูดดีๆปลุกใจพวกเขา

 “นู๋ปี้สาบานจะตามรับใช้นายหญิงจนกว่าชีวิตจะหาไม่” สามคนคุกเข่าลงหน้าจวงลั่วเยียน ในใจก็หวังจะให้ท้อหยกปีนป่ายให้ถึงศักดิ์ยศสูงสุดวันนั้น นายหญิงเป็นที่โปรดปราน คนที่เป็นคนรับใช้ถึงจะยืดอกผ่าเผยได้ เป็นคนรับใช้คนต่างก็หวังจะได้เพียงแค่นี้ไม่ใช่หรือไร?

คนคิดจะมีชีวิตที่ดีได้ต้องเรียนรู้จะปรับตัวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม เพราะฉะนั้นจะให้คุกเข่าให้ใคร หรือให้ใครมาคุกเข่าให้นางก็ยอมรับได้อย่างไม่ขัดเขิน หญิงที่ดีต้องยืดได้หดได้ วันนี้ต้องก้มหัวให้เค้า รอวันหน้าให้เค้ามาก้มหัวให้ตน

มีความงามใช่ว่าจะได้รับความโปรดปราน แต่ถ้าไร้ความงามจะให้เป็นที่โปรดปรานคงยากลำบากมากขึ้น ในวังหลังนี้ความงามไม่ใช่ข้อแม้เดียว แต่เป็นข้อแม้เดียวที่จำเป็นต้องดำรงไว้

คนสามัญชนหรือจักรพรรดิ ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นจักรพรรดิที่ร้ายหรือดี เมื่อนับว่าเป็นผู้ชายที่ไหนก็หื่นกันทั้งนั้น

จวงลั่วเยียนคิดว่าตนโชคดีที่ร่างกายนี้มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ชาติที่แล้วนางคิดว่าตนเองมีรูปโฉมพอใช้ได้ แต่ไม่อาจเทียบได้กับร่างนี้ได้เลย

ผู้หญิงที่งามนอกจากหน้าตาที่เลอเลิศ ต้องมีผิวพรรณที่เรียบรื่นนิ่มนวล มีกิริยาที่ทำให้ผู้ชายใจเต้น แต่ต้องไม่โจ่งแจ้งจนเกินไปจนทำให้ดูดัดจริต มากไปก็ดูอ่อนแอ น้อยไปก็ดูไม่เป็นผู้ใหญ่ เจ้าของร่างกายนี้คนก่อนนอกจากรูปลักษณ์แล้วสิ่งอื่นล้วนขาดไปหมด ดังนั้นหวงตี้จึงหมดความกรุณาต่อนางอย่างรวดเร็ว

วังหลังนี้ไม่เคยขาดหญิงที่เป็นที่โปรดปราน และไม่ขาดสตรีที่ไม่เป็นที่โปรดปราน เพราะฉะนั้นครึ่งเดือนต่อมาสนมที่เคยหัวเราะจวงหว่านอี้ก็ละความสนใจจะเยาะเย้ยนางไป และเริ่มจะชินที่นางไม่ปรากฏตัวในงานรื่นเริง ไม่ช้าจวงหว่านอี้คำนี้ก็หายไปจากวงสนทนาของเหล่านางสนม


 


 

 “นายหญิง ดอกท้อภายนอกกำลังออกดอกสะพรั่ง ออกไปชมหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?” แม้จะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่เดือนสามปีนี้ยังก่ำกึ่งระหว่างฤดูแล้งและใบไม้ผลิ ทิงจูหยิบเสื้อกันลมที่ยังใหม่อยู่เก้าส่วนออกมาคลุมให้จวงหว่านอี้

จวงหว่านอี้มองออกไปนอกหน้าต่าง ขยับเสื้อกันลม แล้วส่งมือให้ทิงจู “ก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้อยู่แต่ในห้องก็น่าเบื่อเกินไปแล้ว”

ทางด้านขวาของประตูหลักของหอท้อหยกคือป่าท้อผืนหนึ่ง เหตุเพราะจวงหว่านอี้ไม่เป็นที่สนพระหทัยจึงไม่มีสนมนางในกล้ำกรายมาด้านนี้ จวงลั่วเยียนเดินจนถึงแถบสีชมพูนั้น คิดจะทำท่าทางสง่างามอ้าปากท่องกลอนซักสองสามบท แต่ต้องโกรธตัวเองที่ไม่ยอมเรียน “กลอนถังคำซ่งสามร้อยบท”ให้ดีดี คิดไปคิดมาก็ได้แค่ประโยคที่ว่า “ใบหน้านางไม่ทราบไปที่ใด เหลือดอกท้อที่ยังยิ้มรับลมใบไม้ผลิ”

แต่ว่าเห็นดอกท้อบานอารมณ์กำลังดี จะมาท่องกลอนน่าถอนหายใจฟุ้งซ่านอย่างนี้ก็คงไม่เหมาะ จึงได้แต่ส่ายหัวไม่นึกเรื่องกลอนอีก พร้อมยื่นมือไปหักกิ่งดอกมาเหน็บไว้ที่มวยผม ชาติก่อนไม่เคยทำอะไรที่อ่อนช้อยน่ารักเช่นนี้  ในที่สุดวันนี้ก็ได้สมปรารถนาความฝันจะเป็นเจ้าหญิงสมัยยังเป็นเด็กสาวซักครั้ง

 “นายหญิง ดอกท้อเสียบที่ปลายผมยิ่งทำให้ดอกยิ่งงามขึ้นอีก” ทิงจูเห็นลั่วเยียนอารมณ์ดีก็เลยเข้าไปใกล้กล่าวชื่นชม

 “อย่ามาตามใจข้าเยี่ยงนี้เลย ดอกท้อนี้งามจะให้หญิงสามัญเช่นข้าไปเปรียบได้อย่างไร แค่อาศัยความงามของดอกท้อ ทำให้ดูสดใสขึ้นมาบ้างเท่านั้น” นางมองดูดอกท้อที่บานเต็มสวน แล้วคิดถึงคำพูดของรุ่นพี่สาวคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้หญิงอย่าเรียนแบบดอกท้อ แม้จะงามงดครั้งหนึ่ง แต่เวลาที่แห้งเหี่ยวจะไม่มีใครมาสงสารเพียงนิด

รุ่นพี่สาวคนนี้เป็นนักศิลปะรุ่นเยาว์ ตามความคิดของจวงลั่วเยียน ผู้หญิงแค่ไม่เอาความหวังของตนไปฝากไว้กับความรักของผู้ชายคนหนึ่ง จะเรียนแบบดอกไม้อะไรก็ได้ จะอย่างไรก็อิสระไร้พันธนาการใดๆ

 “ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของดอกท้อคงเป็นตอนที่ออกผลมาหน้าร้อน รสชาติหอมหวานลื่นคอมากนัก” พูดถึงตอนนี้จวงลั่วเยียนมองต้นท้อด้วยสายตาเฝ้ารอ ผลไม้ที่ปราศจากสารเคมีล้วนเป็นของมีค่ายิ่ง

 “ถ้านายหญิงโปรด รอให้ผลสุกก่อนพวกเราจะเก็บไว้ทำท้อแห้งดีไหมเจ้าคะ” ทิงจูคอยพยุงจวงลั่วเยียนอย่างระวัง ด้วยเกรงจะล้มพับไป

 “เรื่องนี้คงไม่ต้อง ข้าชอบทานท้อก็ชอบตรงที่มันยังสดใหม่ ถ้าไปทำเป็นของแห้ง จะมีรสชาติอะไรอีก” จวงลั่วเยียนส่ายหน้า ยกกระโปรงขึ้นมาพร้อมยกมือขึ้นปัดกิ่งดอกท้อให้พ้นศีรษะ

วันนี้นางใส่ชุดขาวหิมะลายดอกท้อ ถึงแม้จะกล่าวได้ว่าเหมาะสมกับบรรยากาศอย่างยิ่ง แต่ขยับตัวลำบาก บางครั้งมีกลีบดอกล่วงบนคอของนาง ทำให้คันจนรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว

ชุดชาววังของหญิงงามโบราณในสายตาคนยุคปัจจุบัน ถือเป็นของประณีต ข้อเสียเพียงข้อเดียวก็คือเดินเหินไม่สะดวก แต่ว่าผู้หญิงทุกคนล้วนต้องฝ่าฟันทุกความลำบากเพื่อความงาม จวงลั่วเยียนก็กำลังพยายามเดินตามจุดมุ่งหมายนี้เช่นกัน

นายบ่าวสองคนกว่าจะเจอโต๊ะหินในสวนท้อยังไม่ได้ทันนั่งลงก็พบกับลมแรงสายหนึ่งเสียก่อน สายฝนดอกท้อลอยละล่อง ในสายตาคนมองคงอดกล่าวชื่นชมหนึ่งประโยคไม่ได้ว่า ดอกไม้งามนางนั้นงามกว่า ขณะนี้จวงลั่วเยียนกลับปิดตาจนเกือบจะกดแน่นจนตาแดง นางเอกในทีวีพวกนั้นเดินยิ้มท่ามกลางดอกไม้สวยหยดย้อย ทำไมนางกลับต้องมาโดนฝุ่นเข้าตาจนสภาพดูไม่ได้เยี่ยงนี้

 “ทิงจู พยุงข้ากลับเถอะ” ขยี้ตาอีกครั้ง ตากลับแย่ลงเรื่อย สุดท้ายจึงตัดสินใจจะกลับไปหาผ้าหมาดมาเช็ดตา

ยื่นมือไปนานแต่กลับไม่มีคนพยุงจึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “ทิงจู?” เมื่อทิงจูไม่ได้ขานรับจึงต้องลืมตาที่ไร้ฝุ่นแล้ว เมื่อมองแว๊บเดียวก็ต้องคุกเข่าลงไป

 “สนมขอคารวะหวงช่างเพคะ” อะไรเนี่ย มันควรจะเป็นในสถานการณ์ที่พิเศษสุด  เพียงร้องกลอนหนึ่งบทก็ทำให้หวงตี้หลงรัก แป๊บเดียวมลายหายไปคลายฟองของน้ำเดือด ขณะนี้หน้าย่นยับจับจีบอย่างนี้ คนงามจะงามไปได้ซักพันหมื่นแค่ไหนกัน

 “ลุกขึ้น” เฉิงซวนตี้ยังไม่ครบสามสิบชันษา รูปลักษณ์ภายนอกค่อนข้างจะสอดคล้องกับบทพระเอกนิยายรัก ข้อเดียวที่ขาดก็คือพระเอกจะต้องทั้งรักทั้งหลงนางเอกหัวปักหัวปำ

 “เจ้าคือ...” คงประมาณว่าดอกไม้งามรอบกายหวงตี้มากเกินไป หรืออาจเพราะแก่นกลางของจวงลั่วเยียนเปลี่ยนไปแล้ว องค์หวงตี้จึงทรงจดจำนางไม่ได้ทันที จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง จวงลั่วเยียนเข้าใจแล้วว่า “จวงลั่วเยียน”คนที่ทรงโปรดไม่กี่ครั้งถูกลืมไปจากพระเศียรจนหมดแล้ว

ถ้านางจำไม่ผิด องค์เฉิงซวนตี้[11] มีชื่อที่เหมาะจะเป็นพระเอกนิยายรักว่า “เฟิงจิ่น”

พร้อมทั้งฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ขนาดนี้ไงเล่า ไม่น่าสาวๆวังหลังตบตีแย่งกันดุเดือดเลือดพล่าน ยังไม่ต้องพูดถึงหวงตี้คือฐานะที่คนทั้งหมดในสมัยนี้ต้องให้ความเคารพ หญิงที่ถูกเลี้ยงในห้องหอแต่เล็กคนใดได้เจอชายที่งามพร้อมทั้งความสามารถและรูปโฉมแล้วจะไม่พึงใจ

จะตบตีหึงหวงหรือแย่งยศอำนาจ คนที่หัวเราะท้ายสุดมีไม่กี่คนเท่านั้น หวงตี้สามารถอยู่สุขสบายชั่วชีวิต มีผู้หญิงมากมายได้ชั่วชีวิต ฉะนั้นผู้ชายอย่างนี้แม้จะงามกว่าพานอัน[12]  เก่งกล้าสามารถแค่ไหน ก็ไม่คุ้มที่จะรัก

 “เพคะหวงช่าง สนมคือหอท้อหยกจวงหว่านอี้ตระกูลจวงเพคะ” จวงหว่านอี้อยากจะยิ้มให้ แต่ตาระคายเคืองมาก ที่ส่งให้กลับเป็นสายน้ำตาแทน ดูน่าอับอายยิ่งนัก

ตอนนี้เฉิงซวนตี้ถึงทรงระลึกได้ว่าหญิงตรงหน้าเป็นใคร ที่แท้เป็นน้องสาวของจวงเจี๋ยอยวี่ แต่ก่อนก็เห็นเป็นของดี เสียดายที่เข้าหานางสองครั้งก็รู้สึกระอาเบื่อหน่าย จึงไม่สนพระทัยนางอีก วันนี้เจออีกครั้ง ก็ดูไม่ได้จืดจางอย่างที่เคยดำริ

 “พยุงนายหญิงของเจ้ากลับไป ดูแลให้ดี” เฉิงซวนตี้ทรงยื่นพระหัตถ์มาเช็ดรอยน้ำตาบนแก้มของลั่วเยียน พระสุรเสียงอ่อนโยน และไม่ได้แลดูรังเกียจนาง

ลั่วเยียนถึงค่อยเบาใจลง นางไม่อยากให้ความทะเยอทะยานของตนยังไม่ได้เริ่มออกจากท่าก็ถูกตบตายอยู่บนฝั่งชายหาด

แต่ว่าหวงตี้พระมัตถลุงค์(สมอง)ทรงปกติดีแน่นะ จะอย่างไรก็คนที่เคยโปรดปรานเมื่อแค่เดือนกว่าๆมานี้เอง ทำไมลืมได้รวดเร็วขนาดนี้

วันนั้นช่วงบ่าย เมื่อจวงลั่วเยียนกำลังรับประทานข้าวเย็นๆอยู่นั้น ฉีเจิ้งกง[13] ก็นำของพระราชทานมาส่ง

ประทานของไม่มากมาย แค่ปิ่นกระจกสีดอกท้อและผ้าไหมวังลวดลายดอกท้อสองผืน

หยิบปิ่นขึ้นมาเล่นในมือ เป็นงานฝีมือประณีตมาก ในสมัยนี้นับว่าเป็นของสูงค่า แต่นางเห็นจนชินกับคริสตัลกระจกพวกนี้แล้วจึงไม่ได้ตื่นเต้นมากมาย แค่สงสัยเล็กน้อยเท่านั้น หรือว่าเมื่อเช้าท่าทางน่าอับอายเช่นนั้นของตนเองสามารถทำให้หวงตี้ทรงสนพระทัยขึ้นมา?



 

[7] กุ้ยเฟย; กุ้ยผิน; เฟย; เจาหลง; ซูอี้; หลงหัว; เหลียงอี้ หมายถึง ตำแหน่งของสนม กุ้ยเฟยคือสนมระดับชั้นหนึ่งรอง; กุ้ยผินสนมระดับชั้นสามล่าง; เฟยสนมระดับชั้นหนึ่งล่าง; เจาหลงสนมระดับชั้นสองหลัก; ซูอี้สนมระดับชั้นสองรอง; หลงหัวสนมระดับชั้นห้าหลัก; เหลียงอี้สนมระดับชั้นหกหลัก

[8] เหนียงเหนี่ยง หมายถึง สรรพนามบุรุษที่สองใช้เรียกแทนสนม

[9] ไท้จื้อ หมายถึง รัชทายาทลำดับที่หนึ่ง

[10] ไต้ หมายถึง สีเขียนคิ้ว สีออกดำเขียว

[11] เฉิงซวนตี้ หมายถึง ฉายาของจักรพรรดิแต่ละรัชสมัย

[12] พานอัน หมายถึง ชื่อของบุรุษที่ได้ชื่อว่างามอันดับแรกในสิบอันดับชายงามของยุคจีนโบราณ เมื่อมีบทชมชายที่หน้าตางดงามมักใช้ชื่อพานอันในการเปรียบเทียบ
 


 

 Talk: ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับคอมเม้นต์ ไม่น่าเชื่อเลยวันเดียวก็มีคนเข้ามาอ่านแล้ว วันนี้เลยตัดสินใจลงอีกตอน เมื่อวานลงตอนแรกอัพยูทูปไม่ติด เลยเพิ่มเข้าไป ไม่ได้แก้เนื้อหาอะไรนะคะ ข้างล่างของทุกตอนเป็นเพลงประกอบละครที่เคยดูแล้วชอบเป็นพิเศษเลยเอามาแชร์นะคะ

 

เพลง花落(ดอกไม้ร่วง)ประกอบละคร美人心计(เล่ห์กลนางงาม)
http://www.youtube.com/watch?v=C2wsb6przQI

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4390 SSK[a]wt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:46
    ว่าแต่ นางเอกเคยเสียตัวให้หวงตี้ยัง... (หมายถึงก่อนนางเอกมาสิง//อยากให้ร่างนางเอกบริสุทธิ์~~)
    #4,390
    0
  2. #4355 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 01:41
    สรุปว่าชอบของแปลก???? //โดดหลบฝ่าเท้าพระสนม ฮ่าๆๆ
    #4,355
    0
  3. #4339 Mew_Mew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 18:08
    เเปลได้ดีเลยค่ะ เนื้อหาเหมือนจะสนุกด้วย ตามต่อๆ
    #4,339
    0
  4. #4203 เด็กดีไม่เด็ดดอก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 23:15
    บรรทัดแรก เป็น โหรวเฟย เฉยๆ รึเปล่าเจ้าคะ เจิ้น
    #4,203
    0
  5. #4097 เมมฟิส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:40
    นางเอกคิดถูกคนอย่างหวงตี้ไม่ควรไม่มีค่าที่จะรัก
    #4,097
    0
  6. #4005 นาราริน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 20:35
    เพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมากค่ะ ชอบแนวนี้อยู่แล้วเสียดายตอนท้ายๆ แต่ก็จะอ่านให้ครบทุกตอนที่มีอยู่
    #4,005
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #3927 แมงป่องน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 14:13
    ลองอ่านดูชอยค่ะเนื้อหาดีมาก อยากอ่านต่อเห็นบอกจะไม่แปลแล้วเหรอค่ะ ลองทบทวนดูก่อนไหมค่ะถ้าเป็นไปได้แต่งต่อไปให้จบได้หรือเปล่า
    #3,927
    0
  9. #3561 yuy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 15:46
    ชอบค่ะ
    #3,561
    0
  10. #3252 U И I Q U E (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 19:40
    ชอบนิสัยกับความคิดนางเอกจัง ^^
    #3,252
    0
  11. #2944 sweetrainbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 08:42
    น่าสนใจความคิดนางเอกมาก แหวกแนวและฮาได้ใจ +555
    #2,944
    0
  12. #2700 omyimbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 10:36
    หวงตี้อายุไม่เยอะเหมาะกับการเป็นพระเอกพอดี ^^
    #2,700
    0
  13. #2683 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 02:48
    ชอบนางเอกจังนางดูมีเอกลักษณ์ความคิดเหมาะไปบู๊ในวังหลัง
    #2,683
    0
  14. #2315 ฝนธารา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 13:23
    สนุกดีจ้า
    #2,315
    0
  15. #2055 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 11:19
    ชื่อตอนตลกดี แอบคิดลึกๆว่ารสนิยมS/Mซะอีก 555+
    #2,055
    0
  16. #1738 ผู้ส่งมอบความตาย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:00
    สนุกมาก
    #1,738
    0
  17. #1530 นัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 09:07
    ขอบคุณจ้า.น่าอ่านมากๆมีนิยายจีนหลายเรื่องน่าอ่านแต่อ่านภาษาจีนไม่ออก. ขอบคุณไรท์กะคนแปลมากคะ่. จะรออัพ
    #1,530
    0
  18. #1256 จันทรามรกต (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:01
    นางเอกฉลาด และมีมิติมากคะ
    สนุกค่ะ

    #1,256
    0
  19. #948 Gift hahaha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 12:25
    ชอบอ่ะ สนุกมากค่า
    #948
    0
  20. #716 -(Q)'daily (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:32
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณที่แปลนิยายๆสนุกๆมาให้อ่านคะ
    #716
    0
  21. #455 Honey moon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 21:37
    นุก นุกๆๆ
    #455
    0
  22. #246 Mind Poochan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 18:02
    สนุมากเลย สู้ๆนะ
    #246
    0
  23. #226 Treerainbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 13:05
    นางเอกมีคาแลคเตอร์เป็นเอกลักษณ์จริงๆ

    ทั้งความคิดความอ่านของนางเองก็เป็นแบบไม่ยึดติด

    ขังตัวเองในกรอบประเพณี

    โดยส่วนตัวชอบนางที่เป็นแบบนี้นะ

    ขอบคุณไรท์เตอร์ที่แปลและลงให้อ่านค่ะ
    #226
    0
  24. #168 kikza_kung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 17:47

    นางเอกเรื่องนี้มีบุคลิกโดดเด่นจริงๆ

    #168
    0
  25. #58 shinosako (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 13:53
    น่าสนกมาก ๆ เลยค่ะ 
    ชอบนางเอกมาก ๆ 

    รอแปลลงอีกนะคะ ><
    #58
    0