妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 4 : บทที่4 พบปะเหล่าสนม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    20 ต.ค. 57


บทที่4 พบปะเหล่าสนม


 

สนมที่ได้รับราชโองการให้ปรนนิบัติหวงช่าง ในเช้าวันต่อมาต้องเข้าเฝ้าหวงโฮ่วตามกฎของวัง แน่นอนว่ามีบ้างที่หวงช่างทรงถนอมหญิงงามยกเลิกกฎประเพณีนี้เป็นครั้งคราวไป

จวงลั่วเยียนได้ยินรับสั่งเหมือนกันตอนสะลึมสะลืออยู่เมื่อคืนว่าเฉิงซวนตี้ยกเลิกการเข้าเฝ้าหวงโฮ่วให้นาง แต่นางไม่ใช่จวงลั่วเยียนคนเดิมอีกแล้ว และรู้ว่าในวังหลังนี้ผลของการเป็นที่โปรดปรานแล้วหยิ่งยโสเกินขอบเขตจะมีจุดจบร้ายแรงเช่นไร ถ้าไม่สามารถเท่าต๋าจี่[21] ก็ไม่ควรเดินตามทางเดียวกับต๋าจี่ ยิ่งเมื่อสุดท้ายแล้วต๋าจี่ไม่ได้มีจุดจบที่ดีด้วยแล้ว

แต่งตัวตามยศของหว่านอี้ โดยไม่ให้ดูโดดเด่นมากไป แต่ก็ไม่ได้ยอมจืดจาง  ในวังหลังนี้กดตัวเองให้ต่ำหรือดันทุรังมากเกินไปล้วนเป็นที่รำคาญตาของผู้อื่น


 

หวงโฮ่วพำนักที่ตำหนักจิ่งยาง และเป็นตำหนักประจำตำแหน่งของหวงโฮ่วมาแต่สมัยก่อร่างสร้างราชวงศ์ หวงโฮ่วมีพระชนมายุมากกว่าหวงช่างหนึ่งชันษา แม้ไม่ได้เป็นที่รักโปรดปรานแต่ก็ยังเคารพในตัวหวงโฮ่ว ดังนั้นฐานะในวังของหวงโฮ่วถือว่ามั่นคง เพียงเสียดายหวงโฮ่วให้กำเนิดเพียงราชธิดาองค์เดียว แถมยังสิ้นไปแต่พระชนม์สองชันษาเท่านั้น ถึงทำให้สนมที่ได้รับความโปรดปรานอื่นได้โอกาสแย่งหน้าแย่งตาไป

ในวังหลังตกต่ำไป ง่ายกว่าได้คืนอันดับกลับมามากนัก เพราะฉะนั้นเมื่อเหล่าสนมเห็นจวงหว่านอี้มาเข้าเฝ้าหวงโฮ่ว ภายในใจล้วนไร้รสชาติสิ้นดี เป็นเพียงแค่หญิงที่มีเพียงรูปเป็นทรัพย์แท้ๆ ใช้มนต์อะไรฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้

 “สนมขอคำนับหวงโฮ่ว ขอหวงโฮ่วสุขสมบูรณ์หมื่นปี” จวงหว่านอี้มาในเวลาไม่เช้าไม่สายเกินไป ถือว่ารู้จักกฎดี เคารพอย่างอ่อนน้อมแล้วจึงถูกนางกำนัลข้างกายของหวงโฮ่วพยุงขึ้น เสมือนลืมหมดแล้วซึ่งความบาดหมางเคืองใจครั้งอดีตที่ผ่านมาไม่นาน

 “เมื่อครู่หวงช่างได้ทรงรับสั่งขันทีน้อยมาบอกเปิ่นกงว่ายกเลิกการเข้าเฝ้าของเจ้าวันนี้ ไม่คิดว่าเจ้ามาก่อนเสียแล้ว รีบลุกขึ้นเถิดนะ” พระสิริโฉมของหวงโฮ่วเมื่อเทียบกับเหล่านางสนมทั้งหลายแล้วไม่อาจนับว่าอยู่แถวหน้าได้ แต่ด้วยทั้งองค์ดั่งมีสภาวะกดดันพอที่จะแสดงแสนยานุภาพแห่งจักรพรรดินี และเมื่อพระนางแย้มสรวลก็รักษาความใจกว้างอารีย์ไว้ได้อย่างงดงาม

 “หวงช่างและหวงโฮ่วทรงพระกรุณา เป็นวาสนาของสนมเพคะ เพียงแต่ไม่ได้มาเข้าเฝ้าหวงโฮ่วหลายวันแล้ว ในใจรู้สึกผิดยิ่งนัก วันนี้สบโอกาสจึงขอล่วงเวลาพระองค์แล้วเพคะ ขอหวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงทรงไม่รังเกียจสนมเป็นพอ” จวงลั่วเยียนแอบหยันในใจ อะไรที่ว่าไม่ต้องให้ตนมาเข้าเฝ้า ทำไมไม่มาพูดเอาตอนก่อนหน้าที่ตนเองจะทำความเคารพ ก็แค่จะแข่งกันเอาอันดับความใจกว้างเท่านั้นแหละ เป็นหวงโฮ่วนี่มันที่สุดของความไร้สาระ

“เจ้าคิดได้เยี่ยงนี้เปิ่นกงก็เบาใจ” ตรัสไปก็ทรงสั่งคนมาประทานของให้จวงลั่วเยียนอีกหลายชิ้น เรียกความริษยาจากเหล่านางสนมชั้นน้อยได้มากโข

หญิงสาวในห้องหับพูดจากันอีกสักพัก ก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศ “ชูกุ้ยเฟย และซูชิงอี้มาถึงแล้ว”

จั่วลั่วเยียนยืนขึ้น ดูนางงามสองนางเดินชดช้อยซอยเท้าเข้ามา เดินนำหน้าเป็นหญิงสาวงามเลิศในชุดกระโปรงจีบแบบวังสีชมพู อายุไม่น่าเกินยี่สิบกว่าปี แม้ร่างจะอ่อนบางอย่างใบหลิว แต่ยังสังเกตได้ถึงความสูงศักดิ์และทระนงในตัวจากระหว่างโหนกคิ้ว มองออกไม่ยากนักว่านางคือสนมที่เป็นที่โปรดปรานที่สุดนางหนึ่ง

ช้ากว่าอยู่ก้าวหนึ่งคือนางที่มีรูปลักษณ์ไม่ธรรมดา แต่รัศมีอ่อนกว่าอยู่ส่วนหนึ่ง หน้าตาดูคล้ายและเคารพเกรงหญิงคนแรกไม่น้อย

 “สนมเคารพหวงโฮ่วเพคะ” ชูกุ้ยเฟยยอบตัวลง แต่เพียงแค่กิริยาง่ายๆท่าเดียวกลับทำได้สง่างามที่สุด จั่วลั่วเยียนอดลอบถอนหายใจไม่ได้ โทษใครไม่ได้ที่ชูกุ้ยเฟยจะเป็นที่โปรดปรานนัก ก็ถ้านางเป็นชายคงทนไม่ได้เพียงนาทีที่จะเข้าไปสนิทเสน่หาวัตถุล้ำค่าเช่นนี้

ถึงคราวต้องถามไถ่ทุกข์สุขเคารพกันไปมาอีกรอบ ขันทีก็ประกาศว่าเยียนกุ้ยผินมาถึงแล้ว

ต่ำกว่าชั้นเจาอี้ลงไปสนมทั้งหมดแทบจะไม่มีฉายาพระราชทาน จะใช้สกุลแทนคำนำหน้า มีเพียงเยียนกุ้ยผิน เสวฺยเจินเหยาเท่านั้นได้รับคำว่า “เยียน” เป็นฉายาพระราชทาน ได้ยินมาว่านางพบกับหวงตี้ครั้งแรก ณ ป่าดอกเหมย รอยยิ้มงามแรกพบสะดุดพระหทัยองค์หวงช่าง หลังจากนั้นไม่นานสนมลี่เหรินชั้นเล็กๆก็ยกระดับเป็นหลงหัว สุดท้ายก็พระราชทานชั้นจากระดับหลงหัวเป็นเยียนกุ้ยผิน คะเนได้ไม่ยากว่าหวงช่างทรงโปรดนางมากเพียงไร

หญิงที่เข้ามางามกว่าชูกุ้ยเฟยถึงสองส่วน ไม่ว่าจะขยับมือย่างเท้าล้วนทิ้งไว้ซึ่งรอยมารยาอ่อนหวาน พ้นประตูแล้วกลับชายมองไปที่เหล่านางสนมก่อนรอบหนึ่งจึ่งทำความเคารพหวงโฮ่ว

หวงโฮ่วแสดงท่าทีต่อผู้มาใหม่ไม่ต่างจากชูกุ้ยเฟยเพียงนิด จวงลั่วเยียนจึงมองไม่ออกว่าหวงโฮ่วรู้สึกต่อนางสนมทั้งสองเช่นไรบ้าง แต่นางคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะเยียนกุ้ยผินมีชาติกำเนิดที่ต่ำไป เกรงว่าขณะนี้คงไม่ได้หยุดอยู่ชั้นสามล่างกุ้ยผินแน่

 “วันนี้ที่ตำหนักหวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงคึกครื้นยิ่งนัก นี่มิใช่จวงเม่ยเม่ย(น้องสาว)ที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาอยู่หลายวันหรือไร” เยียนกุ้ยผินมีดวงตาที่สวยมาก เมื่อสายตามองมาที่จวงลั่วเยียน รอยยิ้มคลี่ออกอย่างอ่อนหวาน แต่จวงลั่วเยียนก็จับได้ว่ามีความแปลกใจซ่อนอยู่สองส่วน

 “ตอบเจี่ยเจี๊ย(พี่สาว) เป็นสนมเอง” จวงลั่วเยียนยืนขึ้นทำความเคารพแบบย่อเสมอเข่า หน้าตาประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 “ก่อนหน้าได้ข่าวว่าเจ้าป่วย ข้าไม่มีเวลาว่างไปเยี่ยมเจ้า แต่ดูตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรแล้วนี่” เยียนกุ้ยผินส่งรอยยิ้มหันไปมองที่ชูกุ้ยเฟยบ้าง “กุ้ยเฟยเจี่ยเจี๊ยลองดูหน้าหว่านอี้เม่ยเม่ยสิ ดูผอมซูบไปมากทีเดียว”

 “หว่านอี้เม่ยเม่ยดูผอมลงไปไม่น้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะสบายดีแล้วก็สมควรต้องบำรุงให้ดี” ชูกุ้ยเฟยสังเกตจวงลั่วเยียนอย่างละเอียดพร้อมส่งยิ้มบางๆไปให้ เสียงของนางนุ่มนวลปานลมฤดูใบไม้ผลิ “ถ้าขาดสิ่งใดก็เพียงเอ่ยกับหวงโฮ่วหรือพวกเราเจี่ยเจี๊ยทั้งหลายสักคำเป็นพอ อย่ากดดันตัวเองให้มากไป”

 “สนมขอขอบคุณเจี่ยเจี๊ยทั้งหลาย ตอนนี้ยังไม่ได้ขาดอะไร ทำให้เจี่ยเจี๊ยทั้งหลายกังวลแล้ว” จวงลั่วเยียนกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้วคิดว่าผู้หญิงพวกนี้ถ้านับตนเองเป็นน้องจริงๆ ใยต้องย้ำทุกคำว่า “หว่านอี้เม่ยเม่ย” ถ้าไม่ใช่ว่าต้องการเตือนสติให้ว่าตนเองมีฐานะต่ำต้อยเพียงไร อย่ามาบังอาจถือโอกาสช่วงเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาหยิ่งผยองแถวนี้

 “พวกเจ้ารู้จักปรองดองกันเช่นนี้เปิ่นกงก็วางใจ ก่อนหน้านี้ทางตำหนักคังอันได้ถ่ายทอดราชเสาวนีย์ว่างดเว้นการเข้าเฝ้า ฉะนั้นเม่ยเม่ยทั้งหลายเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็กลับกันไปได้” หวงโฮ่วกวาดสายตาไปที่หมู่หญิงงามในห้องรอบหนึ่งแล้วทรงกรีดพระหัตถ์เบาๆ

หวงโฮ่วออกโอษฐ์ขนาดนี้แล้ว นางสนมทั้งหลายก็ไม่อาจหน้าหนารั้งอยู่ต่อไป ถวายคำลาละจากตำหนักจิ่งยางพร้อมๆกัน และถึงกล้าที่จะสำแดงนิสัยที่แท้จริงออกมา

สนมคนซื่อกับพวกที่ไม่มีแม้เสี้ยวความหวังที่จะเป็นที่โปรดปรานเมื่อออกมาพ้นตำหนักจิ่งยางแล้วต่างก็เดินจากกันไปเงียบๆ เหลือไว้เพียงหญิงสาวที่มีแผนการมาดหมายในใจ

 “จวงหว่านอี้กลับมาเป็นที่โปรดปรานอีก คนที่จะดีใจที่สุดคงเป็นจวงเจี๋ยอยวี่สินะ ข้าพูดถูกหรือไม่” หม่าเจี๋ยอยวี่พูดเสียงไม่ดังไม่ค่อย แต่ก็เพียงพอให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน ไม่ว่าใครก็รู้ว่าจวงเจี๋ยอยวี่เข้าวังมาก่อนจวงหว่านอี้ถึงสองปี อีกทั้งจวงหว่านอี้ยังเป็นลูกสาวสายตรงของตะกูลจวง ส่วนจวงเจี๋ยอยวี่เป็นเพียงลูกของภรรยาน้อยเท่านั้น หลังจากที่จวงหว่านอี้เข้าวังมา ไม่เคยเคารพพี่สาวเลยสักครั้ง  หม่าเจี๋ยอยวี่จงใจพูดลักษณะนี้ ก็เพียงต้องการให้พี่น้องคู่นี้ทวีความรู้สึกขุ่นข้องหมางใจเท่านั้น

จวงเจี๋ยอยวี่ก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งน้องสาวของนางคนนี้จะปีนป่ายกลับขึ้นมาได้ ถึงแม้นางอยากจะให้น้องสาวคนนี้ประสบเหตุให้ต้องพลัดตกจมลงไปในบึงโคลนจนตะกายขึ้นมาไม่ได้อีกแค่ไหน แต่นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างสองพี่น้อง ไม่ต้องใช้ให้หม่าเจี๋ยอยวี่ที่มีบิดาเป็นเพียงนายอำเภอตัวเล็กๆมายุแยง ดังนั้นเมื่อได้ยินก็ยิ้มเยาะกลับไป “เม่ยเม่ยสามารถสนองพระมหากรุณาให้ทรงเกษมสำราญได้ หม่าเจี๋ยอยวี่ไม่ยินดีหรือไร”

หม่าเจี๋ยอยวี่สีหน้าเปลี่ยนพลัน ได้แต่ร้องหึ “พวกเจ้าพี่น้องรักกันจริงนะ”

การใช้วลีพี่น้องรักกันมาเปรียบกับพี่น้องตระกูลจวงก็คือการแดกดันกันดีๆนี่เอง จวงลั่วเยียนทราบอยู่แล้วว่าจวงเจี๋ยอยวี่ไม่มีความรู้สึกที่ดีกับนาง แน่นอนละว่าใครก็ตามที่ต้องเจอกับน้องสาวลูกเมียหลวง ผู้ที่นอกจากมีเพียงหน้าตางามไปวันๆแล้วล้วนไม่มีอะไรที่สู้ตนเองได้เลย แถมยังขัดแย้งกับตนไปเสียทุกทาง ไม่พอนิสัยนางยังดื้อด้านเอาแต่ใจ แล้วยังอยากเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดบ้าง

จวงเจี๋ยอยวี่สีหน้าไม่ดีนัก จึงไม่ยื้อการสนทนานี้ไว้อีก

จวงหว่านอี้หันกลับมามองหม่าเจี๋ยอยวี่ แล้วเหมือนจะยิ้มจะบึ้งว่า “หม่าเจี่ยเจี๊ยก็เข้าวังมานาน กล่าวกับใครน้องคนไหนแล้วไม่ออกตัวว่าเป็นพี่น้องรักกันบ้าง”

 “เจ้า” หม่าเจี๋ยอยวี่หน้าแหลกเหลวเหมือนน้ำ นางทุกวันนี้ก็อายุไม่น้อยแล้ว เข้าวังมาก็ก่อนใครอื่น แต่เป็นเพียงเจี๋ยอยวี่ชั้นสี่ล่าง เมื่อเทียบกับหญิงงามดั่งดอกแรกแย้มตรงหน้า นางสิ้นไปแล้วซึ่งความอ่อนเยาว์

 “พวกข้ากำลังสนทนากัน ใครใช้ให้หว่านอี้เล็กๆเข้ามาแทรก” หม่าเจี๋ยอยวี่สายตาเย็นยะเยือก “นางกำนัล ตบปากให้แก่ข้า”

 “นายหญิง...” นางกำนัลข้างกายของหม่าเจี๋ยอยวี่แสดงสีหน้าลำบากใจ ตัวเริ่มสั่นระริก ไม่กล้าแม้จะขยับตัว

 

 

“เม่ยเม่ยเสียมารยาทแล้ว ขอให้เจี่ยเจี๊ยกรุณา แค่เหตุเพราะเจี่ยเจี๊ยกล่าวว่าพวกเราพี่น้องรักกัน สนมถึงกล้าต่อคำ เพียงไม่ทราบว่าเจี่ยเจี๊ยไม่ได้หมายความอย่างที่กล่าวไป” จวงลั่วเยียนยะยอบตัวลง มองเห็นหม่าเจี๋ยอยวี่หน้าม้านกว่าเดิม มุมปากที่แย้มยิ้มไม่เพิ่มหรือลดแต่อย่างใด

 “ไม่ได้เจอกันหลายเพลา จวงหว่านอี้ผู้นี้ฝีปากกล้ากว่าเดิมเยอะนะ” เจียงเสียนผินที่สังเกตการณ์ละครฉากนี้อยู่ไกลๆกล่าวกับหญิงข้างกายว่างผิน “ไม่รู้ว่าฝีมือจะมากขึ้นเหมือนฝีปากหรือไม่”

  ว่างผินเหลือบมองไปที่สีหน้าของหม่าเจี๋ยอยวี่ “จวงหว่านอี้จะมีฝีมือเพิ่มขึ้นหรือไม่ข้าไม่รู้ ที่รู้คือหม่าเจี๋ยอยวี่คนนี้เสียทีที่อยู่วังมาเวลาก็ไม่น้อย สมองกลับถดถอยไปถึงเพียงนี้”

  พวกนางสามคนต่างเข้าวังมาพร้อมๆกัน เจียงเสียนผินจะมากจะน้อยก็อยู่ระดับชั้นสี่เอก นางเองก็ชั้นสี่รอง มีเพียงหม่าเจี๋ยอยวี่คนเดียวที่อยู่ชั้นสี่ล่าง คิดถึงยามหม่าเจี๋ยอยวี่เป็นที่โปรดปรานยิ่งเมื่อสามปีที่แล้ว นางก็ต้องหลุดรอยยิ้มเย้ยหยัน

  เป็นธรรมดาที่หม่าเจี๋ยอยวี่ไม่สามารถใช้ให้นางกำนัลข้างกายตบปากจวงลั่วเยียนได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าที่นี่เป็นหน้าตำหนักจิ่งยาง ถึงเป็นที่อื่นเจี๋ยอยวี่นางหนึ่งเรียกนางกำนัลตบปากหว่านอี้ที่พึ่งผ่านการถวายงานรับใช้มาหยกๆ นั่นเรียกว่าอิจฉาริษยาไร้กิริยา หาเรื่องใส่ตัว

  หม่าเจี๋ยอยวี่แม้จะโง่ไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีสมองเอาซะเลย นางใจเย็นได้อย่างรวดเร็ว มองไปที่จวงลั่วเยียนอย่างมาดร้ายแล้วหมุนตัวนำนางกำนัลจากไป

  สนมมุงมองเรื่องสนุกเริ่มจับเป็นกลุ่มสองสามคนทยอยจากไป เพียงเวลาไม่นาน ก็เหลือแต่จวงเจี๋ยอยวี่กับจวงลั่วเยียนสองพี่น้อง

“เมื่อตอนไม่สบาย เม่ยเม่ยคิดถึงเจี่ยเจี๊ยยิ่งนัก” จวงลั่วเยียนเปลือกยิ้มแต่เนื้อในไม่ยิ้ม เมื่อครั้งเจ้าของร่างคนเก่าไม่เป็นที่พอพระทัยของหวงโฮ่ว คนที่ออกแรงให้เป็นเช่นนั้นคงต้องร่วมจวงเจี๋ยอยวี่เข้าไปด้วย

จวงเจี๋ยอยวี่จ้องตอบสายตาของจวงลั่วเยียน สายตาที่เป็นประกายงดงาม งดงามจนรู้สึกขัดหูขัดตา หัวเราะร่วนเสียงหนึ่ง มือของนางวางบนนางกำนัลเสอยวี่ กล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น “เม่ยเม่ยเหตุใดต้องทำเช่นนี้” นางเข้าวังก่อนน้องสาวสองปี เพียงเป็นเพราะนางเป็นลูกภรรยารอง ต้องอดทนเพียงไรจนได้แค่ตำแหน่งเจี๋ยอยวี่เล็กๆอย่างทุกวันนี้  แต่น้องสาวของนางเพียงพึ่งตำแหน่งสายตรง แค่เข้าวังก็ถูกตั้งให้ดำรงชั้นห้าล่าง กุ้ยซี ปรนนิบัติองค์หวงช่างราตรีเดียวก็ขยับเป็นชั้นห้ารองหว่านอี้ ส่วนนางจนถึงทุกวันนี้ยังเป็นแค่ชั้นสี่ล่างเจี๋ยอยวี่

ไม่พอใจก็ดี จะแค้นก็ดี ขอเพียงให้น้องสาวของนางถูกปลดเข้าวังเย็น หรือแม้กระทั่งถูกทำให้หายไปจากวังหลังอย่างไร้เสียงไร้ร่องรอย นางจะยินดีเป็นที่ยิ่ง แล้วเหตุใดจวงลั่วเยียนไม่เป็นที่โปรดปรานไปแล้วแท้ๆ กระทั่งหวงโฮ่วยังไม่ชอบนาง กลับใช้เวลาเพียงชั่วคืน พลิกวิกฤตกลับมาได้ ท่าทีหวงโฮ่วต่อนางยังเปลี่ยนไปด้วย

อาศัยรูปลักษณ์ที่งามกว่านางเพียงเล็กน้อย หรือเพราะพึ่งคำว่าตระกูลสายตรงกัน

จวงลั่วเยียนมองเห็นความแค้นในสายตาของจวงเจี๋ยอยวี่ หลุบสายตาเล็กน้อย แล้วยื่นมือปล่อยให้หยุนซีพยุง “วันนี้เม่ยเม่ยเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับก่อน”

มองสองร่างนายบ่าวของจวงลั่วเยียนจากไป จวงเจี๋ยอยวี่เกร็งหน้าเหี้ยม “ทางด้านหอท้อหยกมีข่าวอะไรบ้าง”

 “นายหญิง ได้ความว่า...” เสอยวี่ยิ่งกล่าวเสียงเบา “เมื่อเช้าราชขันทีเกาจงเต๋อไปเลือกคนรับใช้ที่ตำหนักกลางด้วยตัวเองถึงหกคนส่งไปที่หอท้อหยก ได้ข่าวว่าหวงช่างทรงห่วงว่าหอท้อหยกจะมีคนรับใช้น้อยเกินไป ไม่เป็นธรรมกับจวงหว่านอี้

“ไม่เป็นธรรม?!” จวงเจี๋ยอยวี่แค่นหัวเราะ “หว่านอี้ที่ไหนก็มีคนรับใช้เพียงเท่านั้น ทำไมไม่เป็นธรรมเพียงแค่นาง” เมื่อพูดถึงตรงนี้ถึงรู้สึกตัวว่าพูดสิ่งไม่ควรออกไปแล้ว จึงพยายามกล้ำกลืนความไม่พอใจลงไป หมุนตัวเดินกลับที่พักของตน

  “นายหญิง คุณหนูใหญ่เขา....”

“หยุนซี นางไม่ใช่คุณหนูใหญ่ แต่เป็น จวงเจี๋ยอยวี่ เจ้าอย่าลืมเสีย” จวงลั่วเยียนหัวเราะเบาๆ วังหลังนี้ยังเหลือสายใยพี่น้องอะไรได้อีก

“หวงช่าง วันนี้ทรงโปรดจะเสี่ยงป้ายหรือไม่พะยะค่ะ” เกาเต๋อจงนำขันทีวังในเข้ามา เมื่อเห็นหวงตี้ทรงกำลังก้มพระเศียรอ่านใบราชการอยู่ จึงลดเสียงลงรายงาน

เฟิงจิ่นหยุดมือที่กำลังตวัดพู่กันชั่วครู่ เหลือบตามองไปที่ถาดป้าย ยื่นมือไปแตะป้ายที่ทำด้วยหยก สลักคำว่า “ตำหนักอันชิง ชูกุ้ยเฟย สกุลซู ซินจื่อ” ปลายนิ้วพึ่งสัมผัสความเย็นเยือกของหยก กลับหยุด แล้วพลิกป้ายงาช้างที่ทำด้วยไม้แผ่นหนึ่ง

เกาเต๋อจงมองไปที่ป้ายงาช้างแผ่นนั้น แลเห็นหวงช่างทรงก้มลงไปอ่านราชการต่อ จึงนำขันทีตำหนักในคนนั้นถอยหลังออกไปด้านนอกตำหนัก

“ถ่ายทอดราชโองการไป ราตรีนี้จุดโคมที่หอท้อหยก”

 

[21] ต๋าจี่ หมายถึง หวางโฮ่ว(ราชินี) แต่สมัยสงครามชุนชิว ในขณะนั้นผู้หญิงจะเรียกสกุลขึ้นหน้า ชื่อตามหลัง ดังนั้นต๋าจี่ จึงชื่อต๋า สกุลจี่ นางเป็นหญิงงามล่มเมือง โจ้วหวางหลงใหลความงามของนางจนเชื่อฟังทุกอย่าง จนมีคำกล่าวถึงขนาดที่ว่า”คำของต๋าจี่คืออาญาสิทธิ์ ผู้ใดที่ต๋าจี่เกลียดให้กุดหัวมัน” เป็นเหตุให้ราชวงศ์ชางล่มสลาย

 

Talk!!! สนมที่รักทั้งหลายไม่คิดเลยว่าจะมาปูเสื่อรอกัน เห็นประกาศไหมว่าลงทุกวันพฤหัสเนี่ย เจิ่นวันนี้ประพาสหลายที่ติดฝนลงช้าหน่อย

ตอนนี้ Cat fight หาภาษาให้พวกนางจิกกัน(อย่างมีมารยาท)

ตอบใครก่อนดี เอาเป็น #50 วิเคราะห์ได้แฟนพันธุ์แท้นิยายจีนมาก รู้จริง นับถือๆ แต่นางเอกเรื่องนี้ต่างออกไปหน่อยนะคะ ไม่รักจริงหรือ เพื่อนหรือเปล่า ลองอ่านดูไปหลายๆตอน เมื่อพูดถึงความธรรมดาของนางเอกแล้วเรื่องนี้ดูจริงดี ไม่ต้องเป็นสายลับ นักฆ่าอะไรก็แล้วแต่ แค่สาวประชาสัมพันธ์บริษัทผลิตนมแพะผู้หาเช้ากินค่ำก็สร้างเรื่องได้ จริงที่ภาษาของนิยายสนุกบางเรื่องในภาษาจีนไม่ได้เรื่องจริงๆ ถ้าอยากอ่านต้องเฟ้นหน่อย พวกหวงอี้อะไรเช่นนี้ ตามเนตนี่หาดียาก แปลไทยก็ประมาณพันธมิตรมาเองเลยสนุกได้ขนาดนั้น ฟลูอ๊อบชั่นเสริมเติมเข้าไปค่ะ เรื่องนี้แปลตรงๆหน่อย เคยแต่แปลวิชาการมั่วไม่ได้ ต้องเกลาภาษาอีกเยอะค่ะ

อีกเม้นต์นึง หายไปไหนแล้วที่บอกว่าอ่านที่ต้นฉบับ คนที่พึ่งเริ่มเรียนภาษาจีนลองไปหานิยายที่สั้นๆภาษาง่ายๆอ่านก่อนนะค่ะ จะได้ไม่เสียกำลังใจ จริงๆ ด้วยความหวังดี นิยายที่อ่านเล่นอยู่ตอนนี้แนวพระเอกเป็นเซียนย้อนชาติมาเกิด กวนมาก นิยายสามพันกว่าตอน ยังแต่งไม่จบด้วย ใกล้ออกอวกาศละพระเอก ไม่แน่จริงอย่าลองของกับนิยายเนตจีน 121 ตอนนี่อนุบาลค่ะ(แล้วตรูจะแปลจบเมื่อไหร่เนี่ย)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4369 Sirikan Kt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 13:03
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่แปลให้อ่านกันนะคะ
    #4,369
    0
  2. #4199 Gilf Gilf (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 09:18
    เฮ่้อๆๆๆๆๆๆ
    #4,199
    0
  3. #3928 แมงป่องน้อย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 15:13
    สนุกค่ะถ้าแปลเป็นเล่มจะซื้อทันทีค่ะ
    #3,928
    0
  4. #3265 U И I Q U E (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:03
    ชอบฮะเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดไม่กี่คำ ฮาา
    #3,265
    0
  5. #3237 กินนร-กินรี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 16:05
    นิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ควรอ่าน*ก่อน ถึงจะเข้าใจ 555 //สนุกมากค่า
    #3,237
    0
  6. #2703 omyimbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 11:24
    จริงค่ะที่นางเอกดูธรรมดาดี แต่ก็มีความคิด ในวังหลวงนี่ให้อารมณ์เชือดเฉือนดีนะคะ
    #2,703
    0
  7. #2685 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 03:19
    นิยายจีนนี่แต่งกันได้สุดยอดเลยเป็นพันๆตอน อ่านได้เรื่อยสนุกไม่ขัดเลยครับผม
    #2,685
    0
  8. #2637 วันคืนที่ผ่านพ้น (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 20:04
    คำว่า เจี่ยเจี๊ย ต้องเป็น เจี่ยเจีย หรือเปล่าคะ
    #2,637
    0
  9. #2320 ฝนธารา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 14:07
    สนุกดีจ้า
    #2,320
    0
  10. #2058 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 12:49
    ใช่ค่ะ อาชีพเก่า(ในชาติก่อน)ของสนมเจาที่รักต่างจากเรื่องอื่นๆจริงๆนั่นแหละ แต่ดูจากการรำลึกอดีตโรงงานนมปลอมนั่น อาชีพหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็คงเป็นการฆ่าคนทางอ้อมด้วยการกล่อมฝีปากเหมือนนั่นแหละกระมั้ง หุๆๆ เพราะงั้นก็ถือว่าสนมเจาที่รักมีความสามารถติดตัวยิ่งนักอยู่นะ 555+
    #2,058
    0
  11. #2050 Sel2aMOon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 07:59
    แหมมมม ติดใจนางเอกของเราซะแล้ววว 55
    #2,050
    0
  12. #1260 จันทรามรกต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 09:46
    สนมแต่ล่ะนาง
    ชิงดีชิงเด่นกันซะเหลือเกิน
    5555
    เข้มข้นมาก
    #1,260
    0
  13. #1052 Pokky Love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 19:53
    ไร้หัวจิตหัวใจมากเลยยยย
    #1,052
    0
  14. #944 Chiro (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 11:22
    สนุกมากๆ
    #944
    0
  15. #827 -(Q)'daily (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:47
    สนุกคะ ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่า
    #827
    0
  16. #825 -(Q)'daily (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 15:43
    นางเอกสุดยอดดด~
    #825
    0
  17. #460 Honey moon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 22:10
    ขอบคุณมากเจ้า
    ชอบมากๆเลย
    #460
    0
  18. #398 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 16:45
    สนมเยอะเกิ๊น สาวสวยเต็มวังขนาดนี้น่าอิจฉาฮ่องเต้ที่ไม่เดือดร้อนใจนี่จริงๆ

    นางเอกเรื่องนี้ดีมากค่ะ ดูเหมือนเนื้อเรื่องจะเรียบๆ แต่อารมณ์จิกกัดของสนมวังหลัง

    ความโหดและมารยาเงียบของนาง อารมณ์ต่างๆ ของตัวละครนี่มีสีสันทำให้เรื่องน่าติดตามค่ะ



    ณ.จุดนี้ขอคาราวะนางตรงมารยาร้อยเล่มเกวียนที่แม้แต่พระเอกยังดูไม่ออก

    บอกเลยว่า สะ-ใจ!!! (นางเอกบอกว่าฮ่องเต้โรคจิต แต่คนอ่านคนนี้จิตกว่าเป็นไหนๆ)



    ปล.ไรเตอร์จะอัพทุกวันก็ได้ก็ยิ่งดีเลยเจ้าค่ะ ฮา
    #398
    0
  19. #353 ★SHIRAZ'II★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 19:22
    สนุกๆ
    #353
    0
  20. #249 Mind Poochan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 18:06
    สนุกมากเลย แปลได้สนุกมากเลยค่ะ
    #249
    0
  21. #170 kikza_kung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 18:02
    ขอบคุณนะค่ะ
    สยุกมาก
    #170
    0
  22. #122 ramona'ma (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 22:41
    สนุกมากค้า สู้ๆนะ ปูเสื่อรอ
    #122
    0
  23. #105 Xiaoyanzi [องค์หญิงหวนจู] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 15:50
    ไม่เถียงค่ะ เพราะเราเองก็แปลนิยายจีนจากเน็ตบ่อยๆเหมือนกัน แต่ไม่บังอาจแปลทั้งเรื่องแปลแค่โปรยนิยายก็หนักแล้ว สู็ๆนะคะติดตามอยู่
    #105
    0
  24. #91 รักหวานแหวว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 14:07
    เจี่ยเจี๊ยทราบดีว่า เม่ยเม่ย up ทุกพฤหัส หวังแต่เม่ยเม่ยจะเห็นใจ เหล่าเจี่ยเจี๊ยที่หน้าไม่แดงลมหายใจไม่สะดุด หวังรอตบมือเข้าจังหวะนับแต่ทราบว่า หวงซ่างทรงเลือกป้ายไม้



    โปรดปรานเยี่ยงนี้ นับเป็นอะไรได้ (จิกหมอน 555)
    #91
    0
  25. #88 oneline (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 12:53
    สนุกมากๆๆๆ ขอบคุณที่แบ่งปันความสนุก ^_^
    #88
    0