妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 19 : บทที่19 สาลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    30 ต.ค. 57



บทที่19 สาลี่

 

         “เจาผินชอบดอกอุบลชาตินั่นหรือไม่” หวงตี้เห็นว่าเกาเต๋อจงกลับมาแล้ว จึงเอ่ยปากถาม

         “ทูลฝ่าบาท เจาผินชอบดอกอุบลชาติมากพะยะค่ะ เมื่อรับพระราชแล้วก็ใช้คนให้นำไปไว้ในห้องด้านในของหอท้อหยกทันที” เกาเต๋อจงทูลตอบตามที่เห็น

         “อืม” เฟิงจิ่นได้ยินก็พยักหน้า แล้วโบกมือให้เกาเต๋อจงถอยกลับไปได้

 

         งานวันเกิดของชูกุ้ยเฟยนั้นได้ถูกจัดขึ้นที่จิ่งยาง ตำหนักที่ประทับของหวงโฮ่ว จวงลั่วเยียนถึงงานในเวลาไม่ช้าหรือเร็วเกินไป และไม่ได้ดูโดดเด่นจนเป็นที่ขัดตาของใคร นั่งลงประจำที่ข้างๆนางสนมที่มียศชั้นใกล้เคียงกัน จากนั้นก็เริ่มสัพเพเหระกับเพื่อนร่วมโต๊ะ

         “วันนี้สีหน้าของเจาผินเม่ยเม่ยดูสดใสมาก” เพื่อนร่วมโต๊ะหมายเลขหนึ่งเจียงเสียนผินเอ่ยทัก

         “เจี่ยเจี๊ยก็เช่นกัน” จวงลั่วเยียนยิ้มตอบคำ แม้ไม่รู้ว่าเจียงเสียนผินผู้นี้จะพูดตามมารยาทหรือมีความหมายอื่นใด นางก็ไม่อยากจะไปคิดมากแล้ว

         เยียนกุ้ยผินนั่งด้านหน้าถัดไปจากเจาผิน ได้ยินสองคนกำลังคุยกัน ก็หันไปมองจวงลั่วเยียน ยิ้มให้บ้างแล้วพูดว่า “เจาผินเม่ยเม่ยสีหน้าผุดผาดไม่เลว หรืออาจเป็นเพราะใกล้ถึงวันเกิด จึงอารมณ์ดีเช่นนี้”

         มาแล้วไง คำพูดประเภทฟังดูไพเราะเสนาะหูแต่แท้จริงแล้วซ่อนไว้ด้วยเข็มคอยทิ่มแทง จวงลั่วเยียนได้ยินแล้วรู้สึกเหลือรับจริงๆ นางได้แต่ยิ้มมองเยียนกุ้ยผิน “คงเป็นเพราะวันนี้งานวันเกิดของชูกุ้ยเฟยเหนียงเนี่ยงนั้นครื้นเครงยิ่งนัก เม่ยเม่ยเป็นคนคิดอะไรไม่ลึกซึ้ง เห็นบรรยากาศรื่นเริงก็รู้สึกชื่นชอบ ไม่คิดว่าได้ทำขายหน้าให้เจี่ยเจี๊ยหัวเราะเยาะแล้ว”

         เยียนกุ้ยผินมีรอยยิ้มที่ไม่ถึงแววตา “งานวันเกิดของชูกุ้ยเฟยเหนียงเนี่ยงทั้งที ใครก็ต้องรู้สึกยินดีทั้งนั้น” พูดจบก็ดึงสายตากลับ เหมือนไม่มีอารมณ์จะต่อคำกับจวงลั่วเยียนอีก อีกด้านหนึ่งเจียงเสียนผินและว่างผินหันหน้ามาสบตากัน ดั่งไม่เห็นว่าตรงนั้นมีคนคู่หนึ่งกำลังประลองกำลังลับฝีปาก

         “หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงเสด็จ”

         จวงลั่วเยียนยืนขึ้น เห็นฉลองพระองค์ลายหงส์ปรากฏในครรลองสายตา ขลิบชายผ้าสูงศักดิ์ล้อแสงเทียนเป็นประกายระยิบระยับจับตา นางสนมทั้งหมดถวายการคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน หวงโฮ่วทรงออกโอษฐ์ให้ย้ายที่นั่งของชูกุ้ยเฟยมาที่ด้านข้างของพระองค์ ส่วนชูกุ้ยเฟยหลุบตาลงมองพื้นโดยตลอด

         “วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของชูกุ้ยเฟย พวกเราเสมือนพี่น้องกัน ก็ไม่จำเป็นต้องมากมารยาทไป ร่วมสนุกกันให้เต็มที่” หวงโฮ่วคล้องแขนของชูกุ้ยเฟยให้นั่งลงพร้อมกัน สนมทุกคนก็ทยอยนั่งลงตาม พระนางส่งสายพระเนตรให้เหอหยู่ นางกำนัลคนสนิทรับรู้ โบกมือเป็นสัญญาณให้นางรำและนักดนตรีด้านนอกเข้ามาเริ่มการแสดง

         เพลงร่ายรำชุดแรกคือหม่ากูรำอวยพร[38] นางรำร่างอ่อน ท่ารำพลิ้วไหว จวงลั่วเยียนผู้ซึ่งไม่เคยดูคนมีพรสรรค์ทางด้านนี้แสดงการร่ายรำนั้นชมดูอย่างออกรสชาติ

         “เปิ่นกงเห็นว่าเพลงรำนี้แสดงได้ไม่เลว เป็นศิริมงคลและอ่อนช้อยงดงาม” เมื่อการแสดงจบ หวงโฮ่วตรัสชม “เห่อหยู่ ให้รางวัล”

         “นู๋ปี้ขอบพระทัยหวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงเพคะ” นางรำผู้แสดงเป็นหม่ากูนั้นคุกเข่าขอบพระทัยในพระกรุณาแบบเต็มพิธีการ

         เห็นหวงโฮ่วทรงพระราชทานของแล้ว สนมคนอื่นต่างพากันออกปากให้ของรางวัล จวงลั่วเยียนชมดูอย่างชอบใจ ก็แจกของบ้าง ดูนางรำผู้นี้ อายุไม่น่าเกินสิบห้าสิบหก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดสีหน้าของชูกุ้ยเฟยดูตึงๆไป

         ปอกเปลือกเม็ดลำไยเข้าปาก รสชาติหวานหอมของมันทำให้จวงลั่วเยียนอารมณ์ดีอย่างยิ่ง หลังจากจบการแสดงหม่ากูรำอวยพร ก็มีนางรำอีกชุดถือผีผา[39] เข้ามากันคนละตัว

         “ครั้งนั้นชูกุ้ยเฟยเม่ยเม่ยบรรเลงเพลงผีผาจนเป็นที่ทรงโปรดปรานเหนือวังหลัง นางรำพวกนี้แม้ฝีมือไม่อาจเทียบเทียมเจ้า แต่ก็พอชมดูได้” หวงโฮ่วตรัสจบ ก็ทรงตบพระหัตถ์ให้นางรำเริ่มบรรเลง

         ไม่เสียทีที่เป็นถึงนางรำประจำของวังหลวง ลีลาท่วงทีชดช้อย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังบินร่ายรำอยู่ จวงลั่วเยียนมองไปที่ชูกุ้ยเฟยในชุดเต็มยศ ไม่รู้ว่าครั้งนั้นการร่ายรำชูกุ้ยเฟยจะงดงามสักเพียงใด

         ผีผาดังดั่งเสียงมุกร่วง จวงลั่วเยียนที่กำลังฟังอย่างได้อารมณ์อยู่นั้น พลันได้ยินเสียงขันทีด้านนอกประกาศร้องเสียงแหลม

         “หวงช่างเสด็จ”

         เพลงไม่บรรเลงแล้ว รำก็ไม่ร่ายอีก เหล่าสนมก็หยุดเสียงอุทานชื่นชมยกยอกันเอง แม้กระทั่งหวงโฮ่วยังต้องเสด็จออกไปต้อนรับขบวนเสด็จด้วยพระองค์เอง

         เฟิงจิ่นมาถึงตำหนักจิ่งยาง เห็นทั้งห้องเต็มไปด้วยสาวงามหลากหลาย ก็ต้องอมยิ้มเอ่ยปากว่า “สนมรักทั้งหลายไม่ต้องมากพิธี” พูดจบก็พยุงแขนหวงโฮ่วเดินไปที่ประทับเบื้องหน้า

         “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” นางสนมต่างถอยหลังไปประจำที่ เมื่อหวงโฮ่วทรงประทับนั่งแล้ว ต่างก็ทรุดตัวลงนั่งเช่นกัน เพียงแต่ขณะนี้บรรยากาศเคร่งขรึมขึ้นมาก

         จวงลั่วเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าบังปากของตนเองเพื่อคายเม็ดลำไย จากนั้นก็นั่งอย่างสงบเสงี่ยม ไม่แสดงท่าทีให้โดดเด่นเกินไป

         “วันนี้เป็นวันเกิดของชูกุ้ยเฟย เจิ้นเลยมาชมดูงานเลี้ยงด้วย” เฟิงจิ่นหันไปยิ้มให้ชูกุ้ยเฟย จากนั้นก็ออกปากถึงของพระราชทาน

         เหล่าสนมทั้งริษยาทั้งแค้น แต่เมื่อเห็นหวงโฮ่วยังไม่ทรงแสดงท่าทีไม่พอพระทัย ก็ได้แต่ยิ้มหวานๆทูลคำมงคลและแสดงความยินดีต่อชูกุ้ยเฟย ส่วนความคิดในใจก็คงมีแต่พวกนางเองที่อาจรู้ได้

         หวงโฮ่วยกจอกเมรัยมาเบื้องพระพักตร์ของเฟิงจิ่น เฟิงจิ่นรับมาดื่มอึกหนึ่ง จากนั้นก็เห็นนางรำที่ยืนสงบนิ่งด้านข้าง “เมื่อครู่ร่ายรำเช่นไร ตอนนี้ก็ดำเนินต่อไปเช่นนั้น”

         “เพคะ” นางรำย่อกายถวายคำนับ จากนั้นก็เริ่มร่ายรำต่อ เฟิงจิ่นมองครู่หนึ่งก็วางจอกเหล้าลง “นางรำพวกนี้ยังมิอาจสู้ชูกุ้ยเฟยได้”

         หวงโฮ่วได้ยินคำตรัสก็ยิ้มยอมรับ “ชูกุ้ยเฟยร่ายรำยังไม่มีใครอาจเทียมได้เพคะ นางรำพวกนี้แค่พอแสดงท่วงทีของชูกุ้ยเฟยได้ ก็คงลำบากแทบแย่แล้วเพคะ”

         “อืม” เฟิงจิ่นพยักหน้า “เรื่องการรำ ชูกุ้ยเฟยนั้นเป็นที่หนึ่งเยียนกุ้ยผินนั้นรองลงมา” จากนั้นก็ประทานจอกเมรัยให้ชูกุ้ยเฟยจอกหนึ่ง ส่วนเยียนกุ้ยผินนั้นไม่ได้เอ่ยถึง

         จวงลั่วเยียนเห็นชูกุ้ยเฟยท่าทีเอียงอายดื่มเมรัยพระราชทานจอกนั้น เริ่มจะครุ่นคิด หวงตี้ทรงพระราชทานเมรัย แม้จะเป็นคนที่ไม่ดื่มก็คงต้องกลั้นใจกรอกลงไป”

         ฟังเพลงต่อไปอีกสักครู่ เฟิงจิ่นมองไปที่สนมแต่ละนาง ก็สังเกตเห็นเจาผินที่กำลังปอกเปลือกลำไยอยู่ พลางกินลำไยพลางชมการแสดง ท่าทีพอใจและดื่มด่ำเสมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ให้คนที่มองอยู่รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ เฟิงจิ่นหยุดสายตาที่นางมากกว่าผู้ใด

         ลำไยด้านหน้ากินไปเกือบหมดแล้ว จวงลั่วเยียนแอบเสียดายเล็กน้อยแต่ก็ยอมละมือ แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาด ตั้งใจฟังเพลงต่อไป แม้นางจะฟังไม่ออกถึงความนัยของทำนองดนตรีโบราณ แต่แค่ได้ชื่นชมเสียงใสนางงามนั้นก็เพียงพอแล้ว

         “เจิ้นเห็นว่าลำไยนี้ไม่เลวนัก” เฟิงจิ่นปอกเปลือกลำไยลูกหนึ่งเข้าปาก พลางบอกกับหวงโฮ่ว “แจกจ่ายให้แต่ละคนอีกชุดหนึ่งแล้วกัน”

         หวงโฮ่วทูลรับพระบัญชา จากนั้นที่โต๊ะด้านหน้าของทุกคนก็มีลำไยเกินมาอีกจาน

         เห็นลำไยเพิ่มมาอีกจานหนึ่ง จวงลั่วเยียนยิ้มหวานเริ่มกิจกรรมแกะเปลือกลำไยและฟังเพลงต่อ แอบมองไปทางพระที่นั่ง เห็นว่าไม่มีใครสังเกตมาที่ตน ก็ควักเอาวิทยายุทธ์ตะลุยงานเลี้ยงกินแหลกของชาติที่แล้วออกมาใช้ เหมือนจะกินอย่างเชื่องช้า แต่ช่วงที่ต้องเร็วก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร  

         ชูกุ้ยเฟยดื่มเมรัยไปหลายจอก พวงแก้มเปล่งสีแดงระเรื่อแววตาเชื่อมฉ่ำ มองไปที่การแสดงด้านล่าง พลางคิดถึงช่วงเวลาที่ตนเองถือผีผาร่ายรำต่อหน้าพระพักตร์ ทุกวันนี้สาวงามมาใหม่มากมาย จะมีวันที่หวงช่างทรงลืมเลือนนางหรือไม่

         หลังจบงานเลี้ยง เฟิงจิ่นเสด็จกลับไปพร้อมชูกุ้ยเฟยที่คล้ายจะเมามายบ้างแล้ว นางสนมคนอื่นคนต่างก็พากันกลับที่พำนักของตนเอง

         หวงโฮ่วยังทรงนั่งที่ประทับเดิม มองตำหนักที่อ้างว้างเงียบเหงา สายพระเนตรเพ่งไปที่จานอาหารผลไม้ที่เหลืออยู่ ลำไยหน้าโต๊ะพระที่นั่งที่ตรัสชมนั้นไม่ได้ลดลงไปเท่าไหร่

         “เปิ่นกงล้าแล้ว พวกเจ้าจัดการให้เรียบร้อยเถอะ” สีพระพักตร์หวงโฮ่วเรียบเฉยดั่งผืนน้ำนิ่ง เหอหยู่พยุงหวงโฮ่วที่ยังทอดพระเนตรอยู่ที่จานลำไยนั้นเสด็จเข้าที่พระแท่นบรรทม

 

         “นายหญิง หวงช่างทรงพระราชทานสาลี่มาเจ้าค่ะ ตรัสว่าให้ทานดับร้อน” ทิงจู๋ยกถาดเข้ามา ในนั้นมีสาลี่หอมวางอยู่สี่ลูก

         จวงลั่วเยียนชะงักไป จากนั้นก็เหมือนคิดขึ้นได้ อากาศร้อนเช่นนี้ทานสาลี่มาดับร้อนก็ดีไม่น้อย

         เห็นนายหญิงชอบก็เลือกสาลี่ลูกหนึ่งมาปอกเปลือก พลางคิดว่า เย็นนี้นายหญิงรับประทานลำไยไปมากมาย ช่วงนี้ร่างกายมักเกิดอาการร้อนในได้ง่าย รับประทานสาลี่แก้เหมาะสมที่สุดแล้ว

 

[38] หม่ากูรำอวยพร(麻姑贺寿) เป็นตำนานที่มีการดัดแปลงเป็นละคร งิ้ว ภาพยนตร์มาหลายครั้ง

                 กล่าวถึงหญิงสาวชนกลุ่มน้อยสมัยหนานเป่ย ชาวฮั่นทางเหนืออยู่รวมกันหลากหลายชนเผ่า มีสงครามไม่หยุด หม่ากูอยู่กับพ่อสองคน เพื่อนบ้านเป็นชาวฮั่นสอนภาษาฮั่นให้หม่ากูได้อ่านเขียนเป็น เมื่อโตขึ้นก็ถูกส่งให้เป็นคนรับใช้บ้านเศรษฐี ฝีมือการปักเย็บผ้าของหม่ากูไม่เลว ครั้งหนึ่งปักผ้าได้สวย เจ้านายก็ให้รางวัลเป็นท้อลูกหนึ่ง หม่ากูไม่กิน เก็บไว้ในเสื้อเพื่อเอากลับไปกินกับพ่อ

                ระหว่างทางกลับบ้านพบคนมุงหญิงชรานางหนึ่ง ที่กำลังหิวโซขออาหารอยู่ แต่สมัยสงครามไม่มีใครเอื้อเฟื้อพอจะแบ่งปันอาหารให้คนอื่น หม่ากูเห็นแล้วสงสารจึงมอบท้อให้หญิงชรากิน แต่หญิงชรายังขออีกว่าจะกินข้าวต้ม หม่ากูจึงพาหญิงชรากลับบ้านเพื่อทำข้าวต้มให้กิน ถึงบ้านก็เล่าเรื่องให้พ่อฟัง พ่อกลับโมโหไล่หญิงชราออกนอกบ้านไปไมให้กินข้าว และขังหม่ากูไว้ในห้อง ตกดึก หม่ากูยังกังวลเรื่องหญิงแก่นางนั้น จึงแอบออกไปตามหา ระหว่างทางเจอเม็ดท้อที่หญิงชรากินหมดทิ้งไว้ก็เก็บขึ้นมา วันรุ่งขึ้นพ่อของหม่ากูตื่นมาไม่เห็นลุกก็ออกตามหา เมื่อพบหม่ากูก็เอาเชือกมัดกลับบ้านและตีอย่างหนัก หม่ากูถูกขังอีกครั้ง แต่ตอนเย็นนางกลับเห็นหญิงชราเดินเข้าห้องมา บอกขอบคุณนางมีน้ำใจ เมล็ดท้อที่นางเก็บเป็นของดี ให้นางทานซะ และจะกลับไป หม่ากูที่ไม่เคยมีแม่และน้อยใจพ่อก็กอดหญิงชราไว้แล้วร้องไห้อย่างหนัก หญิงชราบอกนางว่าไม่ต้องร้องไห้ยังต้องได้พบกันอีก

                 เช้าวันต่อมาหม่ากูถูกปล่อยตัว นางเอาเมล็ดท้อไปปลูกหลังบ้าน จากนั้นมาทุกเดือนสามต้นท้อก็ออกผลสีแดงสดทุกปี นางเอาไปแจกคนแก่และที่เจ็บป่วย ใครได้กินก็ไม่หิวไม่เหนื่อย แถมรักษาโรค ช่วยให้อายุยืน ทุกคนพูดลับหลังนางว่าเป็นเทพธิดาจากสวรรค์ลงมาโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ จึงเรียกว่า หม่ากูผู้ประทานอายุยืน(
麻姑献寿)

                ต่อมาพ่อของหม่ากูช่วยราชการชนะสงคราม ได้เป็นแม่ทัพ กลับมาเห็นลูกสาวยังชอบช่วยเหลือชาวบ้านก็ไม่พอใจ สั่งทหารตัดต้นท้อนั้นทิ้ง แล้วบังคับให้หม่ากูไปอยู่ด้วย หม่ากูกลายเป็นคุณหนูไม่เดือดร้อนเรื่องกินนอน แต่นางไม่มีความสุข

                วันหนึ่งพาหญิงรับใช้เดินออกไปนอกจวนก็เจอเชลยศึกของพ่อทำงานหนักมากน่าสงสาร ก็ไปขอพ่อให้เชลยพักบ้าง แต่ถูกพ่อดุไล่ออกมา บางครั้งก็แอบช่วยรักษาคนเหล่านั้น จนโดนพ่อทำโทษหลายครั้ง แต่คนอื่นคิดว่าเหตุใดแม่ทัพผู้ดุร้ายถึงมีลูกสาวที่ดีเช่นหม่ากูได้ เช้าวันต่อมานางแอบไปข้างเหล้าไก่ เรียนเสียงไก่ ไก่ตัวอื่นก็ขันตาม คนงานเชลยศึกก็นึกว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้วต่างร้องดีใจ แต่เมื่อแม่ทัพรู้ก็โมโหมากจับหม่ากูไว้ในห้องอีก หม่ากูพยายามหนีออกไป กลับรู้สึกว่าในห้องมีคนอยู่ หญิงสาวในชุดสีทองอร่ามมีวงรัศมีล้อมรอบเดินเข้ามาหานาง จากนั้นก็บอกว่าเราได้พบกันอีกครั้ง วาสนาของนางกับพ่อได้หมดลงแล้ว เมล็ดท้อเซียนที่ทิ้งไว้ให้นาง นางกลับเอาไปช่วยเหลือผู้อื่น หญิงชราคนนั้นคือพระแม่หวางหมู่(ภรรยาเง็กเซียนฮ่องเต้ และเจ้าของสวนท้อสวรรค์ที่ซุนหงอคงแอบขโมยกิน)แปลงกายมาโปรดมนุษย์ เห็นว่านางเป็นเด็กดีจึงจะพานางไปประพฤติให้กลายเป็นเซียน เช้าวันต่อมาแม่ทัพจะมาปล่อยตัวก็ไม่เจอหม่ากูแล้ว หม่ากูได้ตามพระแม่หว่างหมู่ขึ้นสวรรค์เป็นเซียนแล้ว

                ทุกเดือนสามเทพธิดาหม่ากูจะลงมาจากสวรรค์ประทานท้ออายุวัฒนะให้คนชรา ชาวบ้านมีการจัดการแสดงชุดหม่ากูรำอวยพร และในวันเกิดของคนสำคัญ

[39] ผีผา เครื่องดนตรีเครื่องสายคล้ายซึง ดูรูป




 

 

Talk!!!

 

         เฮ้ยเรื่องหม่ากูยาวกว่านิยายอีก นี่แปลมาย่อๆแล้วนะ ใครอยากดูการแสดงงิ้วหม่ากูรำอวยพร ให้ไปตามลิงค์นี้เลยนะ

http://www.youtube.com/watch?v=wBzujDS58s0

 

            ตอนนี้เป็นตอนแรกที่นางเอกเดาใจพระเอกผิด เริ่มติดเชื้อมโน คิดว่าที่หวงช่างประทานสาลี่มาให้ ต้องการจะรำลึกถึงตอนที่นางไปเศร้าบอกรักหวงช่างที่สวนดอกหลี คือสวนดอกลูกสาลี่นี่แหละ และวันนี้อากาศร้อน คิดว่านางไม่รู้ว่าตอนนั้นหวงช่างแอบฟังอยู่ อยากจะปลอบใจว่าแม้จะไปสวนหลีก็ไม่ได้พลัดพรากนะ เห็นมั้ยยังทรงระลึกถึงเอาหลีมาให้แก้กระหายคลายร้อน

                 ที่จริงหวงช่างเห็นนางกระซวกลำไยไปเยอะ(ชีนึกว่าไม่มีใครเห็นแล้วนะ) เอาสาลี่มาให้กินเดี๋ยวจะร้อนในนอนไม่หลับ อันนี้เจิ้นคิดได้อย่างนี้นะ ใครคิดได้แนวอื่นมาบอกกันได้

 

            แล้วก็ยังไม่ถึงตอนเฉลยเรื่องดอกเก๊กฮวย มีคนเดาถูกด้วย แต่ชอบคนที่เดาแบบฮาๆอะ คิดได้ไง รอเฉลยแล้วกันนะ

 

ตอนนี้ลงเพลง  ยิ้ม – Jetseter แบบตอนแปลแล้วเปิดไปด้วยมันเข้าอะ คู่พระนางแบบนี้เลย ลองเปิดฟังดูนะ

 


ตอบคำถาม

 

ขอบคุณทุกคนที่บอกเรื่องตีพิมพ์นะคะ เดี๋ยวลองยื่นไปให้แจ่มใสอีกที ถ้าไม่ได้ค่อยหาทางอื่นเอานะ  

เรื่องนี้จบแฮปปี้เอ็นดิ้ง เหมือนเคยตอบไปแล้ว ไม่ต้องกังวล แล้วก็ไม่ได้หลุดโลก เป็นตอนจบที่ดี ตอบทุกประเด็นของปม ไม่มีให้คั่งค้างนะคะ มีตอนพิเศษอีกตอนด้วย

 

makuro อยากบอกว่ารูปเพอร์เซอร์เนลแพนด้ากวนมาก เห็นแล้วนึกถึงแพนด้าเชิ๊บๆในไลน์ที่น้องชอบส่งมาเยาะเย้ย อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องแต่อยากบอก เมื่อคืนผ้าห่มเจิ้นตกไปที่พื้นให้นอนหนาวครึ่งคืน บอกมาซะดีๆว่าฝีมือmakuroใช่มั้ย

 

RB_annaliz อันนี้ออกแนวคุณไสย 55+ แต่ตั้งนิยาม#ได้ให้กำลังใจคนแปลมาก ขอบคุณค่ะ

 

กรณิกา ไปอ่านเวปไหนมาคะ ลองไปเสิร์ชดูเว็บอื่น มีที่ให้อ่านฟรีหลายเว็บนะ ถ้าไม่ได้จริงๆบอกเว็บมาเดี๋ยวดูให้นะคะ

 

say จัง ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวไปแก้นะ เจิ้นเองก็เริ่มสับสนกับสนมตัวเอง มึน เยอะเกิน โพสซ้ำไม่เป็นไรจ้า นิดๆหน่อยๆ เจอ้นก็เคยหลายครั้ง เด็กดีมันดีเลย์นานอะ

 

SoleilLe กำลังคิดอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่รู้จะเปลี่ยนยังไงดีนะ เพราะที่เยอะเพราะชั้นสนมนี่แหละนะ ไม่งั้นต้อง

บัญญัติศัพท์เองเป็นภาษาไทย และต้องไม่ยาวไปด้วย แต่บางคนก็ชอบที่คงไว้แบบนี้นะ ขอลองคิดก่อนจ้า

 

Lemita Zsan อันนี้เดาได้สรรพคุณทางยามาก ฮาอะ ชอบ แต่ไม่ถูกนะ

 

ยัยบ๊อง555 คนนี้เห็นชื่อเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า แน่นอนละ ก็ไปอ่านที่ไหนเจิ้นก็อ่านเรื่องนั้นเหมือนกัน เห็นไปโพสคอมเม้นต์ตลอดเลย ทั้งอาหมวย เซวีน่า อื่นๆอีกมากมาย 55+

 

ปล. ตอนนี้อารมณ์ไม่ดี เพราะไอติมวนิลาชอคชิพหลุดลอยไปพระขนิษฐาสุดที่รักบอกอาทิตย์นี้กลับบ้านไม่ได้ มีออดิทที่โรงงาน ออดิทมันเป็นใครฟะ!!! 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #4418 PIE_KIM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 00:19
    การกระทำเล็กๆน้อยของหวงช่วง ลำไยเป็นผลไมร้อน ก็ส่งสาลี่มาดับร้อน
    #4,418
    0
  2. #4000 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 23:21
    นางเอกเรามีงานหลักคือกินและนอนจริงๆ
    #4,000
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #2726 omyimbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 18:39
    คิดเหมือนกับไรท์ค่ะ กินลำไยมากไปจะร้อนในได้
    #2,726
    0
  6. #2276 Praowwii Vithayapat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 01:26
    เล้าไก่ หรือเปล่าคะ ^^
    #2,276
    0
  7. #1769 RayGuard (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 19:28
    หวงตี้แอบน่ารักเบาๆ นะคะ
    #1,769
    0
  8. #1584 amnesiac (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 18:01
    ให้ดอกอุบลชาตินางคงไม่ดีใจเท่าได้ลำไยหรอกมั้ง ตอนนี้หวงช่างใจดี ให้ทั้งดอกไม้และผลไม้เลย เริ่มใส่ใจมากขึ้นสินะ
    #1,584
    0
  9. #1538 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 09:58
    อ่านแต่ละเม้นในนี้แล้ววิเคราะห์กันเพียบ

    ข้าน้อยขอไม่วิเคราะห์อะไรก็แล้วกัน

    แค่รู้สึกว่าบทนี้หวงช่างแอบน่ารักเบาๆ มีมองแบบห่วงๆ ห่วงแบบห่างๆ

    แต่ข้าน้อยยังไม่เชื่อใจห่วงช่างหรอกนะ เพราะหวงช่างเป็นพวกขี้ลืมนี่น่ะสิ!!
    #1,538
    0
  10. #1506 ยัยบ๊อง555 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 01:18
    ยินดียิ่งคะที่ได้เจอเพื่อนเก่า ><

    แบบนี้มันบอกอายุเราๆท่านๆหรือไม่ 

    อาหมวยมันก็นาน อยู่นะ สักเจ็ดปีได้แล้วหรือเปล่า

    ยังจะมีเซวีน่าอีก โฮฮฮฮฮ

    กาลเวลาช่างทำร้ายคนนัก แต่ทำให้พบปะสิ่งดีดีเช่นกัน 

    ดีใจจังเลยคะ ได้เจอคนคุ้นๆเคยๆ พบๆแว๊บๆ ตามนิยายต่างๆ ><
    #1,506
    0
  11. #1503 ฮิฮิ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 01:10
    ออดิท...ผู้สอบบัญชี
    #1,503
    0
  12. #1490 Hnontaopuy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 23:41
    อิอิ ได้ตอนใหม่อ่านก่อนนอน. ฝันดีล่ะ ขอบคุณนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ปล. ได้ความรู้มาเป็นของแถมด้วย
    #1,490
    0
  13. #1461 ~''Fanrasia''~ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:49
    เราเริ่มงงเล็กน้อย สรุปว่าตอนนี้นางเอก ยังไม่ได้ตกหลุมรักพระเอกใช่มั้ยคะ ตอนที่สวนหลีคิดว่านางเอกรู้อยู่แล้วว่าหวงช่างแอบฟังอยู่ก็พูดไปเหมือนว่ารักแต่ใจจริงไม่ได้รัก (นางมีมารยาร้อยเล่มเกวียน) แต่พอดูคนอื่นเม้นกัน ชักไม่มั่นใจ ใครรู้ก็ช่วยตอบหน่อยน้า

    ปล.สู้ๆคะ เรื่องนี้หนุกมากๆ ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ
    #1,461
    0
  14. #1460 Say จัง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:30
    รู้สึกเสียววาบๆแทนนางเลย
    หวงโฮ่วสังเกตุเห็นด้วยอ่ะ
    ลำไยนี้เพื่อใคร
    #1,460
    0
  15. #1458 Kittima LaLa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:16
    ชอบมากเลยค่ะแปลแล้วยังคงกลิ่นไอได้ดีมากค่ะ
    #1,458
    0
  16. #1457 sec_chan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:11
    มาวิเคราะห์หวงตี้ นางเอกเรารู้ว่าเค้าไงก็ไม่ได้เป็นของตัวเอง ก็กลัวผิดหวัง ไม่แปลกใจที่เธอจะมองให้หวงตี้เลว เพราะมองแบบนี้จะได้ไม่รักไม่ผูกพันด้วย ผู้หญิงนะถ้าใกล้ชิดมากๆไงก็จะมองข้อดีโดยไม่รู้ตัว และจะรัก ซึ่งนางเอกกลัวมาก



    เธอมองแบบสาวปัจจุบันที่ผู้หญิงมีคุณค่าในตัวเอง การที่หวงตี้ไม่ใส่ใจผู้หญิง จึงไม่แปลกที่นางจะมองว่าเลว ถ้ามองในมุมมองหวงตี้ มีผู้หญิงเป็นหมื่น คงไม่อยากเอาตัวไปผูกพันกับทุกคน มองเพียงเป็นสิ่งของนั้นแหล่ะ เอาใจไปตามพิธี สังเกตดีๆหลายๆอย่างเค้าก็ให้ทำตามพิธีทั่วไป ไม่ได้เอาความรู้สึกเป็นที่ตั้งนัก เว้นแต่เรื่องนางเอกหรือกุ้ยผินในเมื่อก่อน(มั้ง เรื่องยังไม่เปิดเผย)



    อย่างหวงโฮ่งก็มองเป็นเลขา(ฮา) เธอทำงานแทนเขาอยู่ เก่งดีเรียบร้อยอีกต่างหาก ก็ตบรางวัลให้ เรื่องสนมนี่หวงตี้มองเป็นหน้าที่+เครื่องบันเทิงใจ คนพูดดีเอาใจเก่ง ไงก็ชอบ ก็ตกรางวัลให้ ลองมองเป็นหน้าที่ของหัวหน้านะ แบบตำแหน่งสนมคืองาน คือการไต่เต้า มันไม่ใช้การเลียแข้งเลียขา แต่การเลียแข้งเลียขานั้นแหล่ะคืองาน



    แล้วมาตอนนี้ ที่นางเอกเธอขุดหลุมสำเร็จ หวงตี้ตกไปในหลุมแล้วข้างนึง เค้าเริ่มชอบเธอแล้ว เห็นได้จากที่นักอ่านหลายๆคนก็เริ่มฟิน ที่เห็นเธอกระซวกลำไยไม่ใช่การเซ้นส์ดีอะไรหรือจับผิด แต่เค้าเริ่มใส่ใจแล้ว แบบทำอย่างอื่นไปก็มีนึกถึง มองคนเยอะๆ ก็จะหันกลับมาดูเธอบ่อยๆ



    นางเอกนี่ยศสูงสุดยังไงก็ไม่ใช่ได้เป็นหวงโฮ่ง ไม่รู้ที่หวงตี้เลื่อนขั้นให้นี่คิดไว้แล้วหรือทำไปตามใจตัวเอง เพราะดูค่อยๆมาก เหมือนไม่อยากให้เธอลำบากโดนคนอื่นมาหาเรื่อง ให้ค่อยเป็นค่อยไป เวลาไปหา หรือให้อะไร ก็มักจะไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่ ข้ามหน้าตาตาสนมสูงๆให้เป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ในรั่วในวังมาก



    สรุป เพราะแค่เป็นหวงตี้ นางเอกก็ไม่ควรรักแล้ว ไม่ว่าเค้าจะมีข้อดียังไงอีก
    #1,457
    0
  17. #1456 Belake (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:09
    ประโยคที่2 พิมพ์ผิดเปล่า
    รับพระราช   =》รับพระราชทาน
    #1,456
    0
  18. #1455 onihana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 21:35
    ชอบมากค่ะแกติจะไม่ค่อยอ่านนิยายรักๆใคร่ๆเท่าไหร่ จากชื่อเรื่องนึกว่าเรื่องนี้เป็นพวกบทความให้ความรู้เรื่องนางสนมนะค่ะเนี๊ยเลยหลงเข้ามาอ่าน หลงแล้วออกไม่ได้ด้วย เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะคะ
    #1,455
    0
  19. #1454 NNN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 21:26
    เย้ยยยยยย อย่า'รมณ์เสียก่อนน๊า เค้าก็เป็นออดิทแหละ แหะๆ

    ชอบตอนนี้อ่ะ หวงช่างใจดีจัง แอบสังเกตนางเอกด้วย แต่ดูท่าหวงโฮ่วจะเริ่มจับได้แล้วนะ อยากเห็นตอนนางเอกเราประลองฝีปากกับหวงโฮ่วจัง น่าจะมันส์ดีแท้

    ขอบคุณมากนะคะ ที่แปลนิยายสนุกๆมาให้อ่านกัน
    #1,454
    0
  20. #1453 bonut (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 21:21
    เฟิงจิ่นเค้าดูแลเอาใจใส่ทุกคนเท่าเทียมกัน..ผิดถูกว่ากันไปแต่เอ็นดูเจาผินมากหน่อย..สรุปยังไม่หลงงมงายหญิงใดหัวใจยังว่าง
    #1,453
    0
  21. #1451 นางฟ้าอักษรา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:56
    ตอนนี้สั้นจัง คืนนี้ถ้าหวงช่างอัพอีกตอนสนมจะจัดแสดง หม่ากูรำอวยพร ถวายเพคะ 
    #1,451
    0
  22. #1450 MidnightCello (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:48
    แอบกลัวหวงโฮ่วอ่ะ นางเซ้นดีเว่อร์ จ้องลำไยเขม็ง ลั่วเยียนจะอยู่รอดปลอดภัยดีมั้ยเนี่ย ไม่ได้รู้ตัวเลย หวงช่างเริ่มทำตัวมุ้งมิ้งอ่ะ
    #1,450
    0
  23. #1449 maple_lemon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 20:31
    ชอบนิยายเรื่องนี้ค่ะ แบบอ่านรวดเดียวเลย ปกติชอบแปลจีน  เห็นเรื่องนี้แบบนางเอกรู้จักเอาตัวรอด เจ้าเล่ห์ แถมมีมารยามากกว่า 100 เล่มเกวียนอีก  แถมชอบหวงช่าง แต่แอบสงสารนิดหน่อย ตามนางเอกไม่ค่อยทันเลย  แถมดูท่าจะตกหลุม (รัก ) ซะแล้ว รอติดตามค่ะ
    #1,449
    0
  24. #1445 yun yun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 19:33
    ห่วงช่างแอบน่ารักนะตอนนี้ ฮ่าๆ
    #1,445
    0
  25. #1309 cup (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 19:58
    หวงโฮ่วจะเห็นนางเอกกระซวกลำไยไหมนะ โดนเพ่งเล็งแล้วแหงเลย O_O
    #1,309
    0