妃嫔这职业 ว่าด้วยอาชีพนางสนม...(นิยายแปล)

ตอนที่ 18 : บทที่18 ไร้หัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    29 ต.ค. 57



บทที่18 ไร้หัวใจ

 

         ในสวนหลวง หวงโฮ่วทรงจัดงานชมบุปผาคลายร้อนขึ้นและเรียกเหล่าสนมทั้งหลายมาร่วมงาน จวงลั่วเยียนเดินมองไปทั้งสี่ด้านเห็นต้นไม้ใหญ่หน้าตาคล้ายกันหลายต้นและกระถางกระเบื้องบรรจุก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ถูกวางไว้รอบงาน เมื่อถวายความเคารพองค์หวงโฮ่วแล้วก็เลือกที่นั่งลงผ่อนคลาย

         พรุ่งนี้ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของชูกุ้ยเฟยแล้ว เหตุใดหวงโฮ่วถึงทรงจัดงานนี้ขึ้นทั้งยังเรียกสนมทุกคนเข้าร่วมอีก เอาหลังพิงพนัก ด้านหลังนางมีทิงจู๋และหยุนซียืนโบกพัดให้อย่างไม่เร็วไม่ช้า ขณะนี้จวงลั่วเยียนรู้สึกได้ว่าที่นี่เย็นสบายกว่าในหอท้อหยกของนางจริงๆ

         “ชูกุ้ยเฟยมาถึงแล้ว ซูชิวอี้มาถึงแล้ว”

         จวงลั่วเยียนหันไปมอง เป็นชูกุ้ยเฟยและซูชิวอี้ที่เดินเข้างานมาด้วยกัน ต่อหน้าของชูกุ้ยเฟย ซูชิงอี้มักจะระมัดระวังกิริยาเป็นอย่างมาก เงาของชูกุ้ยเฟยทาบทับลงมาจนทำให้นางด้านหลังไม่อาจสัมผัสได้ถึงแสงสว่าง

         นางสนมทยอยกันเข้ามาถวายคำนับ ไม่นานนักคนที่ควรมาก็มากันครบแล้ว จวงลั่วเยียนเดิมทีก็เป็นคนที่มีความอดทนสูง นางมองดอกไม้งามกระถางแล้วกระถางเล่าถูกยกเข้ามาตั้งให้เหล่านางสนมได้ยล เมื่อทุกนางได้ชื่นชมกับดอกไม้จนพอใจ คนรับใช้ก็ย้ายกระถางดอกไม้เดิมออกไป แล้วยกชุดใหม่เข้ามา ดอกไม้แม้ต่างพันธุ์ แต่ที่เหมือนกันคือล้วนมีชื่อเรียกที่เป็นมงคล

         “ดอกหมู่ตันเขียวกระถางนี้หาพบได้ยากยิ่งนัก บัดนี้ดอกบานสวยสดใส โหรวเฟยเจ้ามีความเห็นเช่นไร”  หวงโฮ่วเห็นดอกหมู่ตันสีเขียวถูกยกเข้ามา ก็ยิ้มแล้วเอ่ยปากถาม

         “โหรวเฟยยืนขึ้นแล้วย่อตัวหนึ่งครั้ง “แน่นอนว่างดงามมากเพคะ”

         หวงโฮ่วยิ้มรับแต่ไม่ได้ตอบอะไร สะบัดมือครั้งหนึ่งแล้วดอกไม้ชนิดใหม่ก็ถูกยกเข้ามา กระถางนี้กลับเป็นดอกจู๋ฮวา(ดอกเก็กฮวย)ที่สมควรจะบานแต่ในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น

         จวงลั่วเยียนแอบมองไปที่โหรวเฟย เห็นหน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา ก็ได้แต่ยิ้มแล้วก้มหน้าจิบชาต่อ วันนี้ร้อนระอุจริงๆด้วยสินะ

         ทุกคนชมบุปผาอย่างอิ่มอกอิ่มใจ จวงลั่วเยียนก็กรอกน้ำชาเข้าร่างจนอิ่มท้องแล้วเช่นกัน เมื่อหวงโฮ่วทรงวางจอกน้ำชาลง ก็เป็นทีให้เอ่ยพระโอษฐ์เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับดอกไม้บ้างแล้ว 

         “วันพรุ่งนี้ก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของชูกุ้ยเฟยแล้ว แม้สนมวังหลังมิควรจัดงานอย่างเอิกเกริก แต่ชูกุ้ยเฟยนั้นได้ปรนนิบัติหวงช่างมาเป็นเวลาก็มิใช่น้อยแล้ว หวงช่างและเปิ่นกงต่างรักและถนอมนาง ดังนั้นจึงได้จัดงานฉลองให้ชูกุ้ยเฟยในวันพรุ่ง เจี่ยเม่ยที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ก็ควรมาร่วมงานเพื่อสนุกรื่นเริงร่วมกันด้วย” เมื่อหวงโฮ่วตรัสจบ สนมทุกนางต่างขานรับอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็ตรัสต่อไปว่า “งานชมบุปผาสิ้นสุดเพียงเท่านี้ ต่างแยกย้ายกันไปได้”

         จวงลั่วเยียนได้ยินประโยคสุดท้ายนี้ก็รีบลุกขึ้นยืนถวายคำนับทูลลา จากนั้นก็เดินตามสนมคนอื่นเพื่อส่งเสด็จหวงโฮ่ว

         หวงโฮ่วเสด็จกลับก่อน ตามด้วยขบวนพระสนมของชูกุ้ยเฟยและสนมที่เป็นพรรคพวกของนาง จวงลั่วเยียนมองไปรอบๆ นางสนมคนอื่นไม่ได้มีสีหน้าแปลกใจแต่อย่างใด

         “ชูกุ้ยเฟยเหนียงเนี่ยงเป็นที่ทรงรักและโปรดปราน วันเกิดทั้งทีก็สมควรแล้วที่จะจัดงาน” เสียนเฟยยิ้มพลางกล่าวกับชูกุ้ยเฟย “วันพรุ่งนี้ต้องขอดื่มกับเจ้าสักหลายจอก”

         “เสียนเฟยเจี่ยเจี๊ย ประโยคนี้เม่ยเม่ยไม่กล้าสู้หน้ารับได้” เสียนกุ้ยเฟยเดินไปข้างหน้าเพื่อพยุงมือของเสียนเฟย “เจี่ยเจี๊ยดูแลเม่ยเม่ยด้วยดีตลอดมา อย่าพูดถึงจอกหนึ่งเลย จะเจ็ดหรือแปดจอกย่อมสมควรดื่มให้เจี่ยเจี๊ย”

         ชูกุ้ยเฟยกล่าวจบ สนมคนอื่นต่างพากันเดินไปข้างหน้าเพื่อร่วมวงสนทนาพูดหยอกล้อด้วย จนทำให้จวงลั่วเยียนที่มองภาพนี้อยู่ต้องรำพึงครุ่นคิด หรือนี่จะเป็นอนิเมชั่นเวอร์ชั่นพี่น้องวังหลังรักกันไว้เถิด

         นางไม่มีความสนใจจะแสดงละครให้ใครชม จวงลั่วเยียนจึงย่อตัวคำนับลากลับไปก่อน เพียงไม่คิดว่าชูกุ้ยเฟยจะเรียกหยุดนางไว้

         “ได้ยินมาว่าเจาผินเม่ยเม่ยก็มีวันเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เช่นกัน” เสียงของชูกุ้ยเฟยนุ่มนวลอ่อนหวาน “เมื่อถึงวันเกิดของเจ้า พวกเราต้องให้เจ้าดื่มหลายจอกเสียหน่อย”

         จวงลั่วเยียนย่อคำนับอีกครั้ง “จอกเมรัยที่เหนียงเนี่ยงทั้งหลายประทานมา สนมจะเมาเพียงไรก็ต้องขอดื่มแน่นอน” ชูกุ้ยเฟยนะชูกุ้ยเฟย ครานี้กลับมาขุดหลุมดักนางเสียได้ ต่อหน้าเหล่าสนมทั้งหลายจงใจเอ่ยถึงวันเกิดของนาง ถ้าเป็นจอกพระราชทานของหวงช่างหรือหวงโฮ่วนางก็คงได้เชิดหน้าชูตาบ้าง แต่ถ้าถึงเวลานั้นทั้งสองพระองค์ไม่ทรงเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางคงได้กลายเป็นตัวตลกในวงสนทนาแล้ว

         ชูกุ้ยเฟยรู้ว่าจุดมุ่งหมายของนางได้บรรลุผลแล้วก็ไม่กล่าวอะไรต่ออีก ปล่อยให้จวงลั่วเยียนลากลับไปได้ จวงลั่วเยียนเองก็ไม่ได้ชักสีหน้าแต่อย่างไร เดินกลับไปอย่างเงียบๆสักระยะก็หันศีรษะกลับมามองสนมเหล่านั้น โดยเฉพาะนางที่ตำแหน่งสูงที่สุดรองเพียงหวงโฮ่วเท่านั้น

         “นายหญิง ด้านหน้าคล้ายจะเป็นหม่าเจี๋ยอยวี่และเยียนกุ้ยผินเจ้าค่ะ” เดินออกมาไม่นาน ทิงจู๋ก็สังเกตเห็นว่าพงหญ้าด้านข้างมีหลายคนยืนอยู่ สองร่างในกลุ่มนั้นเป็นของหม่าเจี๋ยอยวี่และเยียนกุ้ยผิน

         จวงลั่วเยียนมองไปก็จับสีหน้าของทั้งสองคนได้ทันที ไม่ใช่บรรยากาศพี่น้องรักสามัคคีเป็นแน่ นางกำลังจะจากไป กลับได้ยินเสียงป้าบเสียงหนึ่ง หันกลับไปมอง ก็เห็นนางกำนัลข้างกายของเยียนกุ้ยผินกำลังผละมือออกมา และใบหน้าของหม่าเจี๋ยอยวี่ก็ขึ้นริ้วเป็นรอยมือบวมแดง

         นางต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย จวงลั่วเยียนไม่ทราบว่าทั้งสองคนนั้นขัดแย้งกันเรื่องใด แต่การกระทำเช่นนี้ของเยียนกุ้ยผินออกจะโจ่งแจ้งเกินไปแล้ว

         จวงลั่วเยียนจะเดินจากไปอีกครั้ง ก็เห็นขบวนคนกำลังเคลื่อนมาทางนี้ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที จัดชุดและเครื่องประดับให้เข้าที่ เยื้องกายไปข้างหน้าเล็กน้อย “สนมถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

         “เมื่อเยียนกุ้ยผินเห็นขบวนที่ประทับ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่สนใจหม่าเจี๋ยอยวี่อีก นางปัดกระโปรงด้านหน้าแล้วก้าวเข้าไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างของจวงลั่วเยียน “สนมถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

         หม่าเจี๋ยอยวี่ก็แบกเอาใบหน้าบวมแดงของนางมาคุกเข่าด้วยเช่นกัน สายตานางกลับเล็ดลอดความสะใจบางอย่างส่งผ่านไปที่เยียนกุ้ยผิน  “สนมถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

         เฟิงจิ่นทรงยื่นพระกรไปพยุงเยียนกุ้ยผินและจวงลั่วเยียน “สนมรักพวกเจ้าลุกขึ้นเถิด” ตรัสจบก็ทอดพระเนตรผ่านไปที่ใบหน้าบวมแดงของหม่าเจี๋ยอยวี่ ทรงหรี่พระเนตรเล็กน้อย จากนั้นกลับตรัสด้วยประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดตรงหน้าพระพักตร์ “อากาศร้อนเพียงนี้ เหตุใดพวกเจ้าถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ได้”

         “ทูลฝ่าบาท หวงโฮ่วเหนียงเนี่ยงทรงชวนพวกเราเหล่าสนมไปงานชมบุปผา ครานี้กำลังจะเดินกลับตำหนักกันเพคะ” เยียนกุ้ยผินทูลตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “เพียงไม่คิดว่าจะได้พบกับฝ่าบาท”

         “หวงโฮ่วเหน็ดเหนื่อยจัดงาน ถือได้ว่าใส่ใจพวกเจ้า” เฟิงจิ่นทรงปล่อยมือเยียนกุ้ยผิน จากนั้นตบเบาๆไปที่แผ่นหลังบอบบางของจวงลั่วเยียน “พวกเจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถิด”

         “ฝ่าบาท...”

         “หม่าเจี๋ยอยวี่เจ้าไม่พอใจกับคำพูดของเจิ้นหรือ” เฟิงจิ่นทอดพระเนตรไปที่หม่าเจี๋ยอยวี่ด้วยสายตาเย็นชา ดั่งไม่ทรงทอดพระเนตรเห็นรอยแดงบวมที่หน้านาง”

         “สนม...ทูลลาเพคะ” หม่าเจี๋ยอยวี่หน้าซีดเป็นสีเทา เหมือนกับวิญญาณได้หลุดลอยไปแล้ว

         จวงลั่วเยียนหลุบตาไปมองพระหัตถ์ของเฟิงจิ่นที่ยังทรงกุมมือนางไว้ แต่ร่างของนางเหมือนจะเย็นถึงกระดูก หม่าเจี๋ยอยวี่นั้นเคยเป็นที่ทรงโปรดปราน วันนี้กลับต้องตกอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้ เห็นได้ชัดว่าหวงตี้ทรงเลือดเย็นถึงขนาดไหน ชาวโลกต่างกล่าวว่าสัตว์เดียรฉานไร้หัวใจสามารถกัดกินได้กระทั่งลูกของตัวเอง นางคิดว่าเป็นการใส่ความกันเกินไป สิ่งมีชีวิตประเภทหวงตี้ต่างหากถึงจะเหมาะสมกับคำว่าไร้หัวใจที่สุด

         เงยหน้ามองเห็นความสะใจในแววตาของเยียนกุ้ยผิน จวงลั่วเยียนดึงสายตากลับมาก้มเหมือนเดิม เพ่งสมาธิไปที่พระหัตถ์ที่โครงร่างชัดเจนและพระนขาที่ถูกตัดแต่งอย่างดี

         เฟิงจิ่นเห็นเจาผินหลุบสายตาโดยตลอด ก็นึกว่านางกำลังเขินอาย จึงปล่อยมือนางไป “สนมรักกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”

         “เพคะ ฝ่าบาท” จวงลั่วเยียนย่อถวายคำนับ “ขอทูลลาเพคะ”

         “ขอทูลลาเพคะ” เยียนกุ้ยผินก็รีบถวายคำนับเช่นกัน

         เฟิงจิ่นพงกศีรษะ อนุญาตให้พวกนางจากไป เมื่อร่างสาวงามพ้นระยะสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายไปทันที

         “ภายในสองปีนี้ไม่ต้องเลื่อนชั้นเยียนกุ้ยผินอีก” เฟิงจิ่นไขว้มือไว้ด้านหลัง เดินไปในทางตรงกันข้าม “แล้วอุบลชาติที่เจิ้นมีในตำหนักพวกนั้นส่งไปให้เจาผินหนึ่งกระถาง”

         “พะยะค่ะ”  เกาเต๋อจงพบว่าหวงช่างไม่ได้ตรัสถึงหม่าเจี๋ยอยวี่เลย ในใจก็คะเนได้แล้วว่า หม่าเจี๋ยอยวี่ท่านนี้ไร้ค่าเกินกว่าจะทรงสนพระทัยเสียแล้ว

         จวงลั่วเยียนกลับมาถึงหอท้อหยกไม่นาน คนของตำหนักฉีเจิ้งก็มาถึง นางเดินออกไปต้อนรับ

         “คำนับนายหญิงเจาผิน” เกาเต๋อจงเห็นเจาผินเดินออกมา ก็โค้งคำนับ “ฝ่าบาททรงสั่งให้ข้าน้อยนำอุบลชาตินี้มาให้นายหญิงไว้ดูเล่นขอรับ”

         จวงลั่วเยียนกล่าวขอบพระทัยในพระมหากรุณาแล้ว ก็ให้คนนำกระถางไปไว้ในห้องด้านในของตนเอง จากนั้นก็จัดชาให้เกาเต๋อจง “เกากงกงเดินมาเหน็ดเหนื่อย อากาศร้อนเช่นนี้ดื่มชาดับกระหายก่อนเป็นอย่างไร” พูดจบก็ส่งถุงเงินผ่านหยุนซีไปให้

         เกาเต๋อจงรักษามารยาทกล่าวว่าเกรงใจหลายคำ จากนั้นก็รับถุงเงินไว้ แล้วดื่มชาหนึ่งอึก “นายหญิงเจาเกรงใจไปแล้ว ข้ารับใช้รองพระบาท สมควรทำเช่นนี้อยู่แล้ว นายหญิงกล่าวเช่นนี้จะทำให้ข้าน้อยอายุสั้นนะขอรับ”

         “กงกงจงรักภักดีเยี่ยงนี้ มิน่าฝ่าบาทถึงให้ความสำคัญยิ่งนัก” จวงลั่วเยียนตั้งใจแน่วแน่เจรจาภาษาดอกไม้ต่อไป ยิ้มแล้วพูดต่อว่า “ฝ่าบาททรงระลึกถึงสนม ก็ถือเป็นบุญของสนมแล้ว”

         เกาเต๋อจงปฏิบัติต่อจวงลั่วเยียนอย่างเกรงใจยิ่งนัก สนทนาอีกสองสามประโยคก็ยืนขึ้นขอตัวกลับ จวงลั่วเยียนก็ไม่อาจรั้งตัวเอาไว้ เดินออกไปส่งสองสามก้าว จากนั้นก็เดินกลับไปในห้อง

         อุบลชาติถูกปลูกไว้ในกระถางกระเบื้องเคลือบลงลายสีน้ำเงิน บัวพึ่งแย้มกลีบลอยเหนือใบเขียวสด มองไปให้ความรู้สึกสดชื่น จวงลั่วเยียนยื่นมือไปลูบกลีบดอกเบาๆ รับถ้วยน้ำจากทิงจู๋ หยดน้ำให้กลิ้งไปบนกลีบ “อุบลชาติ...งดงามจริงๆ”
 

สงสัยวันนี้ต้องมีการตัดพ้อต่อว่าเจิ้น ว่าทำไม่สั้นจัง แถมตอนเดียว เจิ้นขอออกตัวไว้เลยว่า สมองไม่แล่น เลยไปหาอะไรทำ เช่นเข้าเฝ้าพระอินทร์เป็นต้น อ่านนิยายเรื่องอื่นบ้าง แล้วนำมงกุฎหัวใจมาอ่านอีกรอบจะได้คุ้นกับราชาศัพท์ (ที่จริงก็แค่สนองความอยาก กรี๊ดพระเอกผู้กองเชน เฟิงจิ่นตกขอบไปอรัญประเทศเลย)

         วันนี้คำถามไม่มากส่วนมากเป็นแก้คำผิด กับทวงตอนต่อไป-*- ขอบคุณทุกคนมากเลย เรื่องแก้คำไม่ใช่เรื่องทวง ไปแก้ในต้นฉบับแล้วนะจ๊ะ ในเนตผิดไม่มากขอคงวันที่อัพไว้ก่อนแล้วกันนะ คนเข้ามาอ่านใหม่ยินดีต้อนรับ ใครอยากให้ตีพิมพ์นี่ยังไม่รู้จะไปยังไงดี ใครเคยทำเรื่องของตีพิมพ์งานแปลนี้ให้คำแนะนำมาได้นะ แต่นิยายมันยาวอะ สำนักพิมพ์คงไม่ชอบเท่าไหร่มั้ง จะขอลิขสิทธิ์เองก็เริ่มไม่ถูก ยังงงๆแถมอ.หน้าเริ่มงาน แปลในนี้ให้ได้ยลไปก่อนแล้วกันนะ

                     ใครถามคำว่า 捉虫นะในหน้านิยายต้นฉบับนะ 
 

捉虫 = จับแมลง = จับ BUG = จับข้อผิดพลาด = ตรวจคำผิด
 

         เดากันสิว่าทำไมหวงโฮ่วถึงเอาดอกเก็กฮวยและโบตั๋นเขียวออกมาถามให้โหรวเฟยเหงื่อผุดๆๆๆ
 

แล้วอุบลชาติคือบัวสายนะจ๊ะ แต่รูปเป็นบัวหลวง ก็มันดูสวยกว่านี่หน่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,418 ความคิดเห็น

  1. #3999 •’HeAVeN‘• (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 23:12
    ทำไมต้องประทานดอกบัวด้วยละหวงช่างงง
    #3,999
    0
  2. #3973 Time_2WP (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 19:48
    จิตใจหวงตี้นี่น่ากลัวจิงๆ ยากแท้หยั่งไม่ถึง แต่นางเอกของเราเดินเกมเก่งนะ ฉลาดด้วย อีกอย่างนางมากับดวงจิงๆ
    #3,973
    0
  3. #2725 omyimbow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 18:25
    เปรียบสนมเหมือนดอกไม้ให้วิจารณ์กันไปแล้วก็ข่มใช่แบบนี้รึเปล่าค่ะ
    #2,725
    0
  4. #2340 ฝนธารา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 19:10
    สนุกดีจ้า

    #2,340
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #1459 九尾の妖狐 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 22:19
     ภาษาดอกไม้จีน
    เก๊กฮวย
    เป็นคำมาจากภาษาจีน หมายถึง ความรักในรูปแบบต่างๆ

    ซึ่งก็เป็นความหมายของดอกไม้ชนิดนี้พอดี

    ดอกโบตั๋นเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ความเด่นความเป็นเลิศทั้งทางด้านความงามและความสามารถโบตั๋นมีอีกชื่อหนึ่งว่าฝู้กุ้ยฮวา หมายถึงดอกหมายแห่งความร่ำรวย มียศศักดิ์ ดังนั้นดอกโบตั๋นนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความงามแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรำรวยมั่งคั่งอีกด้วย

    ดอกบัวจะเรียกว่าเหอฮวา หรือเหลียนฮวาก็ได้ หากเรียกว่าเหอฮวา คำว่าเหอ จะพ้องกับเสียงเหอ ซึ่งแปลว่าปรองดองกัน รวมกัน นอกจากนั้นคำว่าเหลียนฮวา ตัวเหลียนมีความหมายถึงการต่อเนื่องที่ไม่จบสิ้น ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายสิริมงคล นอกจากนั้นต้นไม้ชนิดอื่นมักออกดอกแล้วจึงมีผล แต่ดอกบัวนั้นผลิดอกและออกผลในเวลาเดียวกัน จึงมักใช้เป็นการอวยพรให้มีบุตรในเร็ววันด้วย

    ถูกมั้ยคะ

    #1,459
    0
  7. #1408 shinosako (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 16:47
    สนุกมากค่ะ
    #1,408
    0
  8. #1394 เจ้าจันทร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 15:39
    หวงตี้ในสายตานางเอกย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แอบฮาเบาๆ

    เมื่อไหร่หวงช่างจะแสดงความดีและจริงใจให้นางเห็นสักทีเนี้ย ไหนๆ ก็ได้เป็น "พระเอก" อ่ะนะ

    ส่วนเรื่องดอกไม้น่าจะเปรียบเทียบกับคนนี่แหละ เห้อ คนวังหลังนี่จะพูดจะจากันทีอ้อมไปครึ่งโลก

    ดีนะที่เกิดในยุคนี้ - -" 55555



    รออ่านตอนต่อไปจ้า
    #1,394
    0
  9. #1393 entask (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 14:50
    หวงช่างก็ช่างมโน เห็นก้มหน้าก็ว่าเค้าเอียงอายหมดแหละ 

    เจาผินเธอมองหวงช่างแย่ไปนะ เศร้าแป๊บ จริง ๆ เราว่าหวงช่างเก่งนะ

    ดูแต่ละตอนต่อหน้า ลับหลัง วางแผนไว้หมด กับคนไหนต้องพูดยังไง

    ต้องประทานอะไรให้ใคร เห็นมั้ย ๆ อย่ามาว่าหวงช่างใจดำนะ

    เสียอย่างเดียวตรงช่างมโนนี่แหละ^__^



    นิยายจีนก็เห็นแต่ต้องยื่นแจ่มใส ห้องสมุด แต่ถ้าทำเองต้องติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์จากเจ้าของบทประพันธ์

    แล้วก็สั่งพิมพ์เอง ใครอยากได้ก็โอนเงินไปแล้วผู้แปลค่อยสั่งพิมพ์ เสร็จก็ค่อยทยอยส่งให้ค่ะ 
    #1,393
    0
  10. #1392 คนอ่าน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 14:35
    หวงช่างแสบจริงๆ นี่คงหาทางลงโทษหม่าเจี๋ยอยวี๋ที่ทำโทษเจาผินคุกเข่ารอบแรก

    เลยสบโอกาสแกล้งว่าทรงโปรดให้ท้ายเยี่ยนกุ้ยผินรังแกซะเลย
    #1,392
    0
  11. #1391 เจ้าจันทรา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 12:18
    ให้ดอกบ้ว งั้นหรอ ดีนะที่นางเป็นคนจีนเพราะว่าถ้านางเอกเป็นคนไทย
    ละก็ หึหึหึ

    ***ดอกบัวสำหรับคนไทยเอาไว้บูชาพระ นี้ห่วงซางให้สนม= บูชาสนม(เมีย)
    555+ แค่ความคิดของเด็กอย่าได้เอาเป็นอารมณ์ก้นนะ
    #1,391
    0
  12. #1390 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 11:50
    ไยนิยายเรื่องนี้ช่างลึกลับซับซ้อนเสียจริง
    มีปริศนาให้ขบคิดทุกระบวนความ
    ข้าน้อยจนปัญญาจะไขปริศนาเหล่านั้นเหลือเกิน
    ฮ่าๆๆ เรื่องนี้จบแฮปปี้ใช่มั้ยคะ แอบลุ้น แอบเครียดตามเหลือเกิน
    #1,390
    0
  13. #1389 รักคนแปล ^_^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 11:36
    ที่หม่าเจี๋ยอยวี่จะถูกหวงช่างเมิน เป็นเพราะเคยแอบได้ยินว่านางทำร้ายจวงลั่วเยียนหรือปล่าวน้อ
    #1,389
    0
  14. #1388 Icedragon Firebird (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 11:11
    ให้ดอกบัวมาทำไมอ่า
    #1,388
    0
  15. #1386 คนอ่านนะคร้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 10:39
    หัวเราะทีหลังดังกว่าแน่ๆ ๕๕ มีเซอร์ไพรส์ให้พวกนางสนมทั้งหลายได้เงิบแน่ๆ ไม่ใช่แค่จัดงานฉลองวันเกิดให้นางเอกอย่างเดียว ยังมีเลื่อนขั้นให้ด้วยย งานนี้เกรงว่าแม้แต่นางเอกก็คงจะสตั๊นไปหลายวิเหมือนกันแหละ ๕๕
    #1,386
    0
  16. #1385 Black_Lab (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 10:35
    เปิดตอนไร้หัวใจนี่ ใครเอ่ย ตีคลุมเหมาทั้งวังเลยละกัน :-))
    #1,385
    0
  17. #1382 ผักกาดหอม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 08:20
    ขอบคุณค่ะ ตอนหวงซ่านไม่โปรดแล้ว นางเอกจะโดนดักตบไหมอ่ะ
    #1,382
    0
  18. #1381 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 08:05
    ในตอนนี้ก็ยังคงไม่วายที่นางเอกจะแอบต่อว่าเฟิงจิ่นในใจ ก๊ากๆ
    พระเอกเราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองแทบจะโดนคำด่านางเอกทับตายแล้วมั้งนั่น
    #1,381
    0
  19. #1380 Mailand (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 08:02
    เข้าใจความคิดของนางเอกว่าเหมือนขึ้นขี่หลังเสือเลยจริงๆ น่ากลัวรอบตัวเลยแม้กระทั่งความรักก็น่ากลัว จะเอาตัวรอดไปวันๆได้อย่างไรน่าติดตามมากค่ะ
    #1,380
    0
  20. #1379 amnesiac (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 08:00
    อัยย่ะ ข้าพเจ้าเขียนชื่อหม่าเจี๋ยอยวี่เป็นเสียนเฟยไปเสียฉิบ ผิดไปแล้วจ้า ยศต่างกันลิบ ส่งคอมเมนท์เสร็จเพิ่งนึกออก
    #1,379
    0
  21. #1378 amnesiac (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 07:55
    การเมืองเรื่องวังหลังนี่ซับซ้อนเสียจริง แค่คุยเรื่องดอกไม้ก็ทำเอาเหงื่อผุดๆเสียแล้ว อะไรจะลึกซึ้งขนาดนั้น ข้าพเจ้าว่าเอาอย่างเจาผินละกัน คนไม่ใช่ดอกไม้นะจ๊ะ จะมาเปรียบเทียบอะไร (แหะๆ จริงๆมโนต่ำ ตีความไม่ถูก) เสียนเฟยไปทำอะไรมา อยู่ๆก็ตกแป้กถูกเมินเสียขนาดนี้ หวงช่างนี่ทรงไร้หัวใจจริงๆ
    #1,378
    0
  22. #1377 ข้าน้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 06:31
    ต่ืนมาอ่านเลย งานยุ่งเช่นกัน

    อ่านแแล้วมีกำลีังใจทำงาน ขอบคุณ

    ดอกโบตั๋นเข้าใจว่าดี ดอกอีกอย่างหนึ่งบานผิดเวลา

    คงหมายว่าสนมคนนี้อยู่ผิดที่ผิดทาง?

    หวงตี้ดูเหมือนไม้ใส่ใจ แต่จริงๆเก็บรายละเอียดไว้หมด

    อาฆาตด้วยอะเปล่า ร้ายลึก แต่ก็ดีดูแลพระสนมจริงๆจังๆ

    #1,377
    0
  23. #1376 makuro (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 05:54
    หวงช่างติด Top ด้วยนะเพคะ น่ายินดี๊ ... น่ายินดี (*_*)

    หวงช่างสมองไม่แล่น สนมไม่ว่า

    หวงช่างเถลไถล สนมไม่สน

    ขอแค่หวงช่างประทานเมตตาเหล่าสนมสักบท สองบทก็พอเพคะ

    // กัดชายผ้าเช็ดหน้า น้ำตาไหลนอง T_T

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 ตุลาคม 2557 / 06:03
    #1,376
    0
  24. #1375 ข้าวปั้น (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 05:29
    ขอบคุณค่ะที่มาอัพเดท



    ยังไงช่วยบอกด้วยนะคะว่าเรื่องนี้จบแฮ้ปปี้หรือเปล่า ถ้าจบแฮ้ปปี้ เราจะเข้าไปเฟซแจ่มใส ลองเสนอดูค่ะ
    #1,375
    0
  25. #1374 Master-D (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 05:07
    สนุกมากเลยคะ จะรอนะคะ
    #1,374
    0