(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 28 : จินตนาการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ก.พ. 60

บทที่ 28 จินตนาการ


“ดี! พวกแกสองคนเป็นปิศาจใช่ไหม! งั้นก็ตายไปพร้อมๆ กันเลยแล้วกัน!”

ปัง! ปัง!

เมื่อเสียงปืนดังขึ้นก็เหมือนเวลาจะเดินช้าลง เธอมองไปที่ยังลูกกระสุนที่กำลังตรงดิ่งใกล้เข้ามา ดูจากทิศทางของกระสุนลูกนั้นคงจะตรงเข้าสู่ยงซอนเป็นแน่

“ข้าจะช่วยเจ้าเอง จินตนาการสิมุนบยอล”

เสียงที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นเสียงฮเยจินดังก้องอยู่ในหัว จินตนาการ? เธอมองไปที่ลูกกระสุนนั้น หยุด เพียงแค่เสียงคิดในหัวเบาๆ กระสุนลูกนั้นก็หยุดก่อนจะร่วงหล่นลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว เวลาทุกอย่างเหมือนกลับมาเป็นปกติ เธอหันหน้าไปมองด้านข้างในตำแหน่งที่ยงซอนอยู่ ปากก็เผยอยิ้มออกมาอย่างยินดี ฉันหยุดกระสุนได้! แต่ด้านข้างนั้นกลับว่างเปล่า ยงซอน? และแล้วก็มีแรงหนักถาโถมเข้าสู่ตัวเธอมาจากด้านหน้า แรงนั้นทับให้เธอต้องร่วงหล่นตามลงไปด้วย เธอจับดูร่างที่คุ้นตานั้น ก็พบดวงเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆ แผ่กว้างออกเรื่อยๆ จากกลางอก หน้าตาที่ยิ้มแย้มดีใจในตอนแรกของเธอไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป เธอจ้องไปยังซานดึลที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งยังคงจ่อปืนมาทางเธอ

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงกระสุนดังขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง เธอมองไปที่กระสุนลูกแรก ลูกสอง และลูกสาม หยุด เพียงความคิด กระสุนทั้งสามลูกก็หยุดลงและร่วงหล่นลงพื้นไปทันที เธอหันหน้าไปมองซานดึล และเพียงแค่จินตนาการอีกครั้ง ร่างของซานดึลก็ลอยไปกระแทกรั้วตะแกรงเหล็กข้างๆ

“โฮ๊ก โฮก” ร่างที่เพิ่งโดนกระแทกไอโขลกออกมาอย่างแรง ทำท่าจะลุกขึ้นแต่เหมือนจะเจ็บจนไม่สามารถลุกขึ้นได้

หวอ หวออ~

เสียงไซเรนรถตำรวจดังชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าตำรวจมาเจอเธอกับยงซอนในตอนนี้ต้องไม่ดีแน่ คิดได้ดังนั้นก็ละความสนใจจากซานดึลมารวบรวมแรงทั้งหมดยกยงซอนขึ้นมาแบกบนหลังก่อนจะรีบวิ่งหนีไปทางไหนก็ได้ที่จะไม่มีใครเห็น

“แฮก แฮก คุณๆ คุณยังอยู่ไหม” เธอที่กำลังแบกยงซอนวิ่งก็เอ่ยปากถามคนบนหลัง เธอรู้สึกเหมือนยังสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจจากคนทางด้านหลัง แต่มันก็แผ่วเบามากเหลือเกินจนเธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงหัวใจของตัวเธอเองรึเปล่าที่สะท้อนก้องมา

“เฮอ…” เสียงลมหายใจของยงซอน ที่เหมือนเจ้าตัวอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่มันก็บ่งบอกได้ดีว่าคนบนหลังเธอนั้นยังมีชีวิตอยู่

“โอเคๆ คุณ ถ้าเจ็บก็ไม่ต้องพูด” เธอรีบบอกออกไปหลังได้ยินเสียงเบาๆ จากคนบนหลัง

ขาทั้งสองข้างของเธอสาววิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะเคยวิ่งได้ เธอวิ่งไปเรื่อยอย่างไร้ทิศทาง เห็นทางไหนไม่มีคนก็วิ่งเข้าไป หวังว่าจะหนีไปให้ไกลจากจุดเกิดเหตุมากที่สุด แต่แล้วเธอก็มาจบลงที่… ทางตัน เอาไงดี เธอหันซ้ายแลขวามองดูให้แน่ชัดว่าไม่มีทางไปต่อแน่ๆ กำลังจะกลับตัววิ่งออกไปทางเดิมที่วิ่งเข้ามา

“เห้ย ปวดฉี่ว่ะ” เสียงเหมือนชายวัยทำงานที่กินเหล้าสติพร่าเลือนพูดอยู่กับเพื่อน และเมื่อเธอมองไปยังปากทางนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังเดินเลี้ยวเข้ามายังทางตันที่เธอยืนอยู่ ซวยละ

“จินตนาการสิ มุนบยอล หลับตาลง”

เป็นเสียงฮเยจินอีกครั้ง เธอหลับตาลงตามคำบอก ในเมื่อไม่มีวิธีอะไรที่ดีกว่านี้แล้ว การเชื่อฮเยจินในตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่มีโอกาสรอดมากที่สุด

“สัมผัสถึงสถานที่รอบๆ ตัวเจ้า”

ตาที่หลับลง รวมกับสมาธิที่แน่นิ่ง เธอสัมผัสถึงสิ่งรอบๆ ตัว เธอมองเห็นตึกอาคารสูงที่ขนาบอยู่ทั้งสองด้าน เธอเห็นร้านสะดวกซื้อในซอยถัดไป เห็นสวนสาธารณะที่เพิ่งจากมา

“รับรู้ถึงสถานที่ที่เจ้าต้องการจะไป”

สถานที่ที่ฉันต้องการไป… เธอเพ่งสมาธิเหมือนหลงวนอยู่ในแผนที่สมมติภายในหัว แต่แล้วก็เจอ… คอนโดยงซอน

“จินตนาการว่าร่างของเจ้าและยงซอนย้ายไปอยู่ที่นั่นสิ... ที่ที่เจ้าต้องการจะไป”

เธอจินตนาการถึงภาพร่างของเธอและยงซอนค่อยๆ ถูกถ่ายโอนจากสถานที่ปัจจุบันไปยังห้องคอนโดนั้น ตั้งแต่ส่วนขาไปจนถึงปลายหัวที่ค่อยๆ แตกเป็นสายธารพลิ้วไหวสีขาวบริสุทธิ์ สายธารเส้นนั้นเคลื่อนตัวไปเรียบเรียงกอปรใหม่เป็นร่างสองร่างของเธอและยงซอนที่ยืนอยู่ตรงกลางห้องอย่างพอดิบพอดี

“ลืมตาสิ มุนบยอล...”

เธอค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ และก็พบว่าตอนนี้เธอได้เคลื่อนตัวเองมาอยู่ในห้องของยงซอน และในตำแหน่งกลางห้องอย่างที่ได้จินตนาการไว้จริงๆ ขอบใจ ฮเยจิน

เธอค่อยๆ คุกเข่าแล้ววางยงซอนลงกับพื้นพรมตรงหน้า จากนั้นก็โน้มตัวลงไปฟังเสียงตรงหน้าอกของอีกคน ไม่มี มือข้างขวาก็จับหมับเข้าไปที่ตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่ตรงลำคอ ไม่เต้น สุดท้ายก็เอามือไปทาบกับจมูกของอีกคน ยงซอนตายอีกแล้ว...

เธอมองไปยังรูกระสุนตรงกลางลำตัวของยงซอน แล้วกระสุนนั้นก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาและแตกสลายไปตามความคิดจินตนาการของเธอ เหนื่อยเหลือเกิน เธอเองก็ไม่รู้ว่าอาการเหนื่อยที่รู้สึกเกิดจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเกือบโดนยิง การที่ยงซอนโดนยิง การแบกร่างตรงหน้าวิ่งหนีตำรวจ การที่พาตัวเองกับยงซอนมาที่นี่ หรือเป็นเพราะการที่เธอเห็นคนตรงหน้าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันแน่ เธอทิ้งตัวลงไปนอนกอดร่างนั้นอย่างไร้เรียวแรง ไม่แม้แต่จะคิดชำระล้างร่างกายจากคราบเลือดของอีกคนที่เปรอะเปื้อนอยู่เต็มตัวของเธอ หรือไม่แม้แต่จะรอให้อีกคนฟื้นขึ้นมาอย่างทุกครั้ง ฉันเหนื่อย…


ปัง!

เสียงเปิดประตูเหวี่ยงกระแทกอย่างแรง ก่อนฮวีอินจะก้าวเท้าเข้ามาในบ้านไม้ของเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ข้าไปยืนรอเจ้าอยู่ตรงโขดหินนั่นตั้งนาน ไหนเจ้าคุยนักคุยหนาไงว่าขอแค่ข้ามา เจ้าจะออกไปหาข้าที่นั่นเอง แล้วไหงวันนี้เจ้าไม่ออกไป” เสียงฮวีอินที่ยังคงติดหยิ่งนิสัยเสียไม่หายเอ่ยถามออกมา และมันก็ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าอีกคนเข้ามาในป่าแล้ว แต่เหมือนเธออยากต่อเวลาให้กับตัวเองเสียมากกว่า เธอรับรู้ถึงทุกย่างก้าวของฮวีอินที่เกิดขึ้นในป่า รู้ว่าฮวีอินไปยืนรอที่โขดหินนั่น และก็รู้ว่าฮวีอินกำลังเดินมาหาตนเองที่บ้านไม้หลังเล็กนี้ รู้แม้กระทั่ง… เจ้าได้เป็นแม่มดเต็มตัวแล้วจริงๆ ด้วย ใจนึงเธอก็คิดอยากจะหนี แต่อีกใจนึงก็อยากจะเจอคนนิสัยเสียตรงหน้า แต่แล้วเธอก็ได้ตัดสินใจปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปตามทางของมัน

“เจ้าเป็นอะไร ดูเงียบๆ ถามอะไรก็ไม่ตอบ หรือว่าที่ไม่ออกไปรับข้า... เจ้าป่วยงั้นหรอ” ฮวีอินถามพร้อมเดินเข้ามาหา เธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ก็มองร่างนั้นที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และในที่สุดร่างนั้นก็เดินมาประชิดตัวพร้อมกับเอาหลังมือแตะลงมายังหน้าผากของเธอ หน้านั้นก็โน้มต่ำลงมาใกล้เธอเหมือนต้องการจะคุยด้วย แต่แล้วหน้าที่โน้มต่ำลงมาได้เพียงแค่ครึ่งทางก็หยุดชะงักลง ฮวีอินเหยียดตัวขึ้นเต็มความสูงอีกครั้งก่อนจะก้าวถอยห่างออกจากเธอไปก้าวหนึ่ง “เจ้า…” รู้แล้วสินะ

เธอลุกขึ้นยืนก้าวเข้าไปหาฮวีอิน แต่ยิ่งเธอก้าวเข้าไปเท่าไหร่ ฮวีอินก็ถอยรักษาระยะห่างเท่านั้น เธอมองท่าทีก้าวถอยของฮวีอินแล้วจึงตัดสินใจหยุด เธอหยุดที่จะเดินเข้าไปใกล้อีกคน และก็ถือเป็นโชคดีของเธอ ที่ฮวีอินก็หยุดถอยหลังออกห่างด้วยเช่นกัน เธอค่อยๆ ปลดผ้าคลุมของตัวเองออก ตาก็จับจ้องไปยังตากลมของอีกคน เธอบรรจงพับผ้าคลุมนั้นแล้วยื่นมันออกไปให้ฮวีอิน

น่าแปลกที่ฮวีอินยอมยื่นมือมารับผ้าคลุมจากเธอ สายตาของฮวีอินมองไปยังเหนือหัวเธอ เขาบนหัวนี่สินะ

“เจ้า…” ฮวีอินเพียงพึมพำออกมาไม่ยอมขยับตัวไปไหน เธอที่อึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้า จึงเป็นคนเอ่ยสรุปออกมาเอง

“ข้านี่แหละ ยักษ์ที่เจ้าตามหา” ตาของเธอจ้องลึกไปยังตาอีกคู่ที่มีแววเว้าวอนเหมือนต้องการให้เธอหยุดพูด “ข้านี่แหละ ยักษ์ที่เจ้าอยากฆ่า”

ฮวีอินกลับตัวหันไปทางประตูที่เพิ่งเดินเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ก่อนจะพูดเสียงเรียบสั้นๆ “ข้ากลับก่อน” แล้วก็เดินออกจากประตูนั้นไป

เธอที่เห็นฮวีอินเดินออกจากประตูไปแล้วก็กลับมานั่งยังเก้าอี้โยกไม้ตัวเดิม มองออกไปนอกหน้าต่างนั่นอย่างไม่รู้จะมองอะไรดี เจ้าจะไม่กลับมาอีก… หรือเจ้าจะกลับมาฆ่าข้ากันล่ะ ฮวีอิน


เธอลืมตาตื่นขึ้น และตอนนี้ทั้งห้องก็สว่างไปด้วยแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่สาดแผ่นำไออุ่นๆ เข้ามากระทบตัว เธอและยงซอนยังคงนอนอยู่บนพื้นที่เดิม ที่ต่างคือตาคู่นั้นของคนในอ้อมกอดที่ส่งมอบมายังเธอ ยงซอนกระพริบตาน้อยๆ แต่แล้วก็ยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเอง จากนั้นก็มองตรงกลับมายังเธอพร้อมถาม “คุณใส่คอนแทกเลนส์ด้วยหรอ”

คอนแทกเลนส์? หรือว่า… เธอรีบผละตัวออกจากยงซอนก่อนจะวิ่งไปยังห้องน้ำ เปิดประตูเข้าไปอย่างแรง แล้วเดินรี่ตรงไปยังกระจกทันที แขนทั้งสองข้างค้ำยันเข้ากับกระจกบานใหญ่ที่แขวนติดอยู่ที่ผนังบนอ่างล้างหน้า ตามองจ้องเข้าไปยังภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจก นิ้วเรียวค่อยๆ เกลี่ยตาคู่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกอย่างลืมตัว สีแดง

และแล้วเธอก็นึกถึงเรื่องในวัยเด็กขึ้นมาได้อีกครั้ง... “ฮเยจิน” เธอลองเรียกชื่อนั้นออกไปเบาๆ ตาก็ส่ายส่องมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเห็นร่างของชื่อที่เพิ่งเรียกขึ้นมา

“มุนบยอล” เสียงนั้นดังตอบกึกก้องอยู่ในหัว เธอไม่แม้แต่จะได้ยินมันผ่านหูของตัว แต่กลับรับรู้ถึงมันได้อย่างชัดแจ้ง

“เป็นเธอใช่ไหม ที่ฉันทำสัญญาด้วยในตอนเด็ก” แม้เธอจะมั่นใจว่าวิญญาณปิศาจตนนั้นจะต้องเป็นฮเยจินแน่ๆ แต่ก็อยากจะได้ยินคำตอบให้ชัดเจน

“ใช่ ข้าเอง อันฮเยจิน”

“ขอถามได้ไหม ว่าเงื่อนไขสัญญาของเธอมันคืออะไร” เธอถามเนื่องจากในตอนเด็กนั้นตนได้เลินเล่อบุ่มบ่ามตกลงออกไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ฟังความต้องการของอีกฝ่าย

“ข้าต้องการให้เจ้าช่วยอีกครึ่งชีวิตของข้า หญิงที่มีหน้าตาเหมือนข้า หญิงผู้นั้นที่เจ้าได้พบ หญิงที่ชื่อ… ฮวาซา จงช่วยตัวข้าให้หลุดพ้นจากบ่วงบาปแห่งความเศร้าโศก”

“เธอหมายความว่ายังไง ตอนนี้ฮวาซาก็ดูมีความสุขดีหนิ” เธอนึกถึงหน้าที่ยิ้มแย้มของฮวาซาที่ทุกวันนี้เธอได้เห็นมันบ่อยๆ

“มีบางเรื่องที่ข้าไม่อาจบอกเจ้าได้ แต่ข้าขอให้เจ้า จงช่วยอีกครึ่งนึงของข้า… นี่คือเงื่อนไขคำสัญญาของข้า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #50 kop49 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:08
    ยงซอนตายไปกี่รอบละเนี่ย
    มุนบยอลพอตาแดงแล้วเก่งขึ้นยังกับฝึกมาตั้งแต่เด็ก สนุกมากเลย ชอบมาก
    #50
    0
  2. #49 hajingsuky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:07
    ยงซอนตายกี่ครั้งแล้วเนี้ย 
    #49
    0
  3. #48 fumake (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:11
    โอ้โห พอไม่สะกดปุบ มุนบยอลก็เมพขึ้นมาในบัดดลเลยอะ ชอบ55555555
    ฮเยจินนี้เองที่สิงร่าง(?)มุนบยอล แต่สงสัยจังค่ะว่าพอมุนบยอลใช้พลังแล้วตาจะแดงเหรอ5555
    เราชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากค่ะ สู้ๆต่อไปนะค่ะไรท์!!
    #48
    1
    • #48-1 mosedoc(จากตอนที่ 28)
      7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:06
      มุนบยอลจะตาแดงตลอดเวลาถ้าไม่ได้สะกดพลังฮเยจินแล้วค่ะ
      #48-1
  4. #47 mfate87 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:11
    ขอให้ช่วยครึ่งชีวิตของฮเยจิน อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
    มันจะเกิดอะรัยขึ้น แล้วยงซอนเมื่อไหร่จะหยุดตายซักทีสงสารบยอลนอนกอดร่างไร้วิญญาณตลอด
    ทรมานจิตใจเหลือเกิน???????
    #47
    0
  5. #46 wyve (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:54
    ฮเยจินออกมาแล้วววววว
    5555555555 เด๋วคงได้เห็นบยอลออกโรงปกป้องยงซอนบ้างคราวนี้ โอ๊ยดีใจ ช่วยอะไรไม่ได้มาตลอด
    #46
    0