(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 29 : แมวข่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

บทที่ 29 แมวข่วน


“มีบางเรื่องที่ข้าไม่อาจบอกเจ้าได้ แต่ข้าขอให้เจ้า จงช่วยอีกครึ่งนึงของข้า… นี่คือเงื่อนไขคำสัญญาของข้า”

ช่วยฮวาซางั้นหรอ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจกับคำพูดของฮเยจิน แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกสักทีว่าฮวาซามีเรื่องอะไรที่ต้องให้เธอช่วยอีก และสุดท้ายก็ต้องจำใจปล่อยความสงสัยให้มันผ่านไปก่อน

เธอล้างหน้าล้างตาก่อนเดินออกจากห้องน้ำ ยงซอนที่นอนอยู่ที่พื้นตอนนี้กลับไม่อยู่แล้วตรงนั้นอีกแล้ว และก็คงไม่พ้นอยู่ในห้องนอนกำลังเปลี่ยนชุด หรือไม่ก็หาชุดเพื่อมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอมองไปยังพื้นพรมที่เมื่อคืนนอนอีกครั้ง เห้อ… เพิ่งจะเปลี่ยนพรมไปแหมบๆ

“ยงซอน!” เธอตะโกนเรียกอีกคนเพื่อความมั่นใจ

ไม่นานยงซอนก็ออกมาจากห้องนอนแล้วเดินมาทางเธอที่ยังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ โดยถือชุดใหม่อยู่ในมืออย่างที่เธอคิด “อาบน้ำหรอ” ถึงแม้จะรู้คำตอบ แต่ปากก็อยากจะถามอยู่ดี

“อือ” ยงซอนตอบน้อยๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำไป


เธอรอจนกระทั่งอีกคนออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็พาตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดบ้าง ส่วนตอนนี้เธอกับยงซอนก็นั่งกินขนมปังปิ้ง ไส้กรอก ไข่ดาว ง่ายๆ ที่เธอเป็นคนทำ เนื่องจากในมื้อแรกที่กินอาหารฝีมือยงซอนก็แล้ว มื้อต่อๆ ไปอีกก็แล้ว แม้จะเป็นอาหารง่ายๆ แต่เหมือนอีกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลย

“เมื่อวานคุณแบกฉันกลับมาหรอ แล้วไม่มีคนเห็นรึไง” ยงซอนถามออกมาระหว่างมื้ออาหาร

“อืม… จะว่าไงดี” เธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายมันออกไปยังไง “ตอนแรกก็แบกคุณวิ่งอะนะ”

“หมายความว่ายังไง ตอนแรก แล้วตอนหลังล่ะ”

“ตอนหลังก็… ประมาณว่าหายตัวมา”

“ห๊ะ!?” ยงซอนส่งเสียงตกใจออกมาดังพร้อมทั้งหน้าที่บิดเบี้ยวไม่เข้าใจความหมายของเธอเต็มที่

“จะอธิบายให้คุณเข้าใจยังไงดีเนี่ย” เธอเผลอเอามือขึ้นเกาหัวน้อยๆ “เอาเป็นว่า คุณเห็นตาฉันไหม” เธอชี้มาที่ตาของตัวเองก่อนจะพูดต่อ “มันแปลกไปใช่ไหมล่ะ” และเมื่อยงซอนพยักหน้า เธอก็อธิบายต่อ “ตอนเด็กๆ ฉันเคยทำสัญญาไว้กับฮเยจิน”

“ฮเยจิน… ยักษ์อะนะ” ยงซอนแทรกขึ้นมา

“อืม” เธอพยักหน้ารับแล้วอธิบายต่อ “แต่ทีนี้คุณยายกับคุณพ่อฉันตัดสินใจจะสะกดพลังปิศาจของฮเยจินที่อยู่ในตัวฉันไว้ เพราะไม่รู้ว่าฮเยจินเป็นปิศาจดีหรือร้ายกันแน่ พวกท่านไม่อยากเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่แน่ใจก็เลยตัดสินใจป้องกันไว้ก่อน ที่แต่ก่อนคุณเห็นตาฉันเป็นสีน้ำตาล ก็เพราะพลังปิศาจของฮเยจินถูกสะกดไว้”

“หมายความว่าตอนนี้ไม่ได้สะกดไว้แล้วอย่างงั้นหรอ...”

“ใช่ ฉันต้องการพลังของฮเยจิน”

“ทำไมล่ะ”

เพราะเธอไงล่ะ ยงซอน เสียงในความคิดที่ไม่ได้พูดออกไป เธอมองไปยังหน้าของยงซอนที่ดูจะนิ่งผิดจากเดิม “คุณคงไม่ได้กลัวฉัน… ใช่ไหม”

และแล้วใบหน้านั้นก็กลับผุดยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาทำให้ใจเธอชื้นขึ้น “ฉันบอกคุณแล้วไง ว่าคุณไม่ใช่ปิศาจ ฉันต่างหากที่เป็นปิศาจ อีกอย่าง… ตาสีแดงก็เท่ไปอีกแบบนะ”

โอย แก้มจะแตก เธอกัดปากยิ้มเขินให้กับคำชมของอีกคน ก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบจมูกมนของคนตรงหน้าเบาๆ “คุณก็เป็นปิศาจน่ารักนะ”

ติ๊ด

“ยงซอน!” เสียงผู้มาใหม่ตะโกนเรียกเจ้าของห้อง

ถึงแม้เธอจะยังไม่เห็นหน้าว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร แต่ถ้ามีคีย์การ์ดเปิดเข้ามาแล้วล่ะก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ผู้จัดการสายตาก็เหลือบไปเห็นร่องรอยที่เกิดขึ้นเมื่อคืน รอยเลือด เธอรีบพุ่งตัวออกไปอย่างเร็วหวังจะนอนทับปิดรอยเลือดนั้นด้วยร่างของตัวเองด้วยคิดอะไรดีกว่านี้ไม่ออกแล้ว เธอพุ่งลอยตัวกระโจนเข้าใส่รอยเลือดนั้นสุดตัว แต่แล้วก็กลับมีอีกร่างหนึ่งร่วงลงมาทับรอยเลือดนั้นตัดหน้าเธอ

“ยงซอน!” เธอรีบตะโกนเรียกร่างนั้นหวังว่าอีกคนจะหลบทัน เพราะเธอไม่สามารถหยุดตัวเองได้แล้ว แต่แล้วยงซอนก็เพียงหันตัวมาตามเสียงเรียกของเธอ และ…

“อ๊าาาาา” เสียงร้องแหลมของยงซอนดังขึ้นยืดยาวอย่างตกใจ สองมือก็ยกขึ้นมาบังหน้า และแล้วหน้าของเธอก็จุ้มปุ้กลงกับมือที่ขัดกันทั้งสองข้างของยงซอนพอดิบพอดี

“เอ่อ” เสียงของพี่ผู้จัดการที่ดังขึ้นทำให้เธอถอนหน้าออกมาจากฝ่ามือของคนด้านล่าง แล้วมองไปยังผู้มาใหม่ เธอเห็นพี่ผู้จัดการส่ายหัวอย่างแรงเหมือนจะไล่ความคิดในหัวตัวเอง ก่อนเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “อ้อ… ค...คือเมื่อวานยงซอนลืมของน่ะ พอดีพี่ผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอามาให้ พ...พี่ไปละนะ” พูดจบก็ยกมือขึ้นลาอย่างไว แล้วเดินจากไป

เธอก้มหน้าลงมองยงซอนที่ตอนนี้ก็มองตาปริบๆ มาที่เธอ

“เอ้อ!” เสียงที่ดังจากทิศทางเดิมทำให้เธอรีบหันไปมองยังตำแหน่งนั้นอีกครั้งอย่างเร็ว “คือ… มุนบยอล ถ้ายงซอนเขาไม่ยอมก็อย่าไปขืนใจเขาเลยนะ โกรธกันเปล่าๆ เรื่องอย่างนี้ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน พี่ไปจริงๆ ละ”

ตี๊ดด~

สิ้นเสียงล็อคประตูอัตโนมัติ เธอก็ก้มมองหน้าคนตรงหน้าที่นอนหงายอยู่ทันที เธอหันไปดูมือทั้งสองข้างของเธอซึ่งตอนนี้ยันพื้นคร่อมหัวยงซอนไว้อยู่ ส่วนขาทั้งสองก็อยู่ขนาบข้างคร่อมขาสองข้างของยงซอนเช่นกัน ถึงแม้จะไม่ถึงกับตัวทับกัน แต่สภาพก็หมิ่นเหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว

หึ หึ หึ แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนหน้าพร้อมกับความอยากแกล้งอีกคนขึ้นมา

“ไม่ต้องมาแสยะยิ้มเลย ลุก!” ยงซอนไม่พูดเปล่า แต่กลับพยายามผลักไหล่ของเธอให้ออกห่างจากตนเองด้วย

“หึ ฮือ... จะให้ลุกจริงหรอ” เธอพูดกวนอีกคนพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น

“ลุกเลย!” ยงซอนตะโกนพร้อมเปลี่ยนมือที่ดันไหล่มาดันหน้าของเธอที่เข้าใกล้ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไอ่อุก” เธอตอบปฏิเสธเสียงอู้อี้ แค่ดันหน้าแค่นี้ ทำอะไรคนอย่างมุนบยอลอีไม่ได้หรอก จากนั้นก็พยายามฝืนแรงดันนั้นกดหน้าตัวเองต่ำลงไปอีก

“ได้… ไม่ลุกใช่ไหม”

“อ๊ากกกก!” มือสองข้างของยงซอนหายจากหน้าเธอไปเพียงพริบตา และความเจ็บปวดก็เข้าซึมมาที่หลัง เธอถอนมือที่ยันพื้นออกข้างหนึ่ง ก่อนจะนำมือนั้นลูบไปตามแผ่นหลังตัวเอง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า... หก เจ็ด แปด เก้า สิบ... “โอ๊ย! ครบสิบนิ้วเลยหรอคุณ!”

“แล้วอยากได้อีกสิบนิ้วไหมล่ะ” พูดจบก็แผ่กรงเล็กน่าเกรงขามของตัวเองยื่นมาตรงหน้าเธอ

เธอจำใจยอมหมุนตัวหลบลงนั่งยังพื้นข้างๆ ที่ว่างอยู่อย่างขัดไม่ได้ ก่อนจะเดินหลังงอไปกับความปวดแสบปวดร้อนของเล็บทั้งสิบที่ฝากรอยไว้ตรงกลางหลัง ลากสังขารตัวเองไปนอนคว่ำอยู่บนโซฟาแล้วบ่นกระปอดกระแปด “โหววว~ ชอบใช้ความรุนแรงคุณอะ เจ็บนะเนี่ย จะเป็นแผลเป็นรึเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย” ความจริงก็เจ็บจริงๆ อย่างที่ปากบ่นนั่นแหละ แต่ก็อยากเพิ่มเติมความออเซาะให้อีกคนมาดูแลกันด้วย “ดูดิเนี่ย” เอานิ้วไปชี้ซ้ำๆ ตรงแผลนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ

“ไหนๆ ข่วนเบาๆ แค่นี้มันจะอะไรนักหนา” ยงซอนพูดเสียงติดเหวี่ยงขณะเดินตรงมาทางเธอ ยงซอนยืนอยู่ข้างเธอสักพักก็พูดขึ้นเหมือนเริ่มสำนึกผิด “เดี๋ยวไปเอายามาทำแผลให้”

เธอมองไปทางยงซอนที่กำลังเดินไปทางห้องนอน “นี่คุณ” ยงซอนหยุดเท้าแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่เธอที่เรียกเจ้าตัวไป “ฉันเห็นแมวมันชอบเลียแผลตัวเองอะ คุณลองเลียแผลฉันไหม” เธอบอกออกไปหน้าตาย แต่ความจริงก็แอบกลั้นขำอยู่ในใจกับท่าทางการตอบสนองของอีกคน

สิ้นคำของเธอ ยงซอนก็อ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดแต่สมองยังคิดคำไม่ออก ส่วนหน้าก็แดงแปร๊ด และเมื่อเจ้าหล่อนเหมือนจะเริ่มตังสติได้ก็หยิบหมอนอิงบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดมาระดมตีเข้าไปที่หลังของเธอ “คุณจะบ้าเหรอ! ใครจะไปทำอย่างนั้น!”

“โอ๊ยคุณ เจ็บ… เจ็บ!” อันนี้ก็เจ็บจริง ไม่ได้โม้ ลำพังหมอนอิงเบาๆ มันก็คงจะไม่เจ็บอะไรหรอก แต่มันตีโดนแผลเนี่ยสิเจ็บ “โอ๊ยคุณ! พอ!!”


***


“นี่ คุณไม่คิดจะลุกไปไหนเลยรึไง” ยงซอนถามเธอที่นอนคว่ำอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ช่วงสายจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายแก่แล้ว ถ้าจะนับก็น่าจะประมาณ 5 ชม. ได้แล้ว สิ่งที่ทำมีเพียงหันหน้าซ้ายบ้างขวาบ้าง ขยับแขนขาดุ๊กดิ๊กๆ ไปมาบ้างให้พอไม่รู้สึกเมื่อยมาก แล้วก็ขยับปากพูดบ้าง

“ไม่อะ เจ็บหลัง ขยับไม่ไหว” เธอเอ่ยตอบ ความจริงอาการที่หลังก็ดีขึ้นมากแล้วแหละ แผลก็ไม่ได้ลึกเว่อร์วังอะไรขนาดนั้น พอทำแผลผ่านไปได้พักใหญ่ก็รู้สึกดีขึ้นมาก แต่ที่ต้องการมัน…

“นี่ก็บ่ายสามแล้ว จะไม่ลุกมากินข้าวกลางวันหน่อยหรอ อุตสาห์เดินลงไปซื้อข้าวมาให้เนี่ย” ยงซอนพูดจบก็ชี้ไปทางโต๊ะกินข้าว

“เจ็บหลังอะ ลุกไม่ไหว~ ก็บอกคุณแล้วไงว่าป้อนหน่อยๆ คุณทำฉันเจ็บนะเนี่ย ไม่ช่วยดูแลกันเลยอะ” เธอทำปากบู้ตื้ออีกคนออกมาอีกรอบเมื่อเอ่ยถามถึงข้าวกลางวัน จริงๆ เธออ้อนให้ยงซอนมาป้อนเธอตั้งแต่ยงซอนซื้อข้าวขึ้นมาแล้ว ก็ตั้งแต่ประมาณบ่ายโมงเห็นจะได้ แต่ยงซอนน่ะสิ เล่นกินคนเดียวแล้วก็เมินเธอเฉยเลย ไหนๆ เธอก็ไม่ได้หิวอะไรมากมาย นอนตื้อต่อไปจะเสียหายอะไร ต้องสนใจกันบ้างล่ะน่า จะใจแข็งขนาดนั้นเลยหรอ

“อะๆๆ ยอมแล้วค่า คุณมุนบยอลอี” เธอเองก็ไม่รู้ว่ายงซอนทำท่ายังไงเพราะมองไม่เห็น แต่เดาเอาจากน้ำเสียงกระแนะกระแหนนั้น ก็อาจจะกำลังยกมือสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ส่วนตาสองข้างก็กรอกมองบนอยู่ก็เป็นได้ และไม่นานยงซอนก็เดินมาในระยะสายตาของเธอพร้อมถือจานข้าวมาด้วย ยงซอนยืนนิ่งสักพักก่อนเอ่ยพูด “ลุกขึ้นมาสิ ใจคอจะนอนคว่ำหน้ากินอย่างนั้นรึไง”

“ช่วยพยุงลุกหน่อยสิคุณ ขยับตัวเยอะมันเจ็บ” โอดโอยต่อไปค่ะ มุนบยอลอี เธอคิดคำสั่งให้ตัวเองอยู่ในใจ

“ฉันว่าแผลที่คุณล้มครั้งนู้นยังจะดูร้ายแรงกว่านี้เลย ตอนนั้นเห็นเดินปร๋อไม่บ่นสักกะคำ” ยงซอนพยายามพูดรื้อฟื้นความหลัง

“โห คุณไม่เคยโดนแมวข่วนอะ คุณไม่เข้าใจ” พูดจบก็ทำท่าเจ็บหลังยังกะกระดูกหลังหัก

“โอเคๆ ก็ได้” ยงซอนวางจานข้าวแล้วมาช่วยพยุงเธอให้นั่งดีๆ อยู่บนโซฟาตัวเดิม จากนั้นเจ้าตัวก็นั่งลงข้างๆ แล้วหยิบจานข้าวขึ้นมาป้อนอย่างที่เธอต้องการ

“นี่คุณ หลังคุณเจ็บไม่ใช่หรอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแขน” ยงซอนประท้วงขึ้นแต่ก็ยังยกช้อนขึ้นป้อนต่อไป

“คุณนี่ก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว จะยกแขนมันก็ต้องใช้กล้ามเนื้อตรงหลังด้วย มันเกี่ยวเนื่องกัน” เธอตอบอย่างคนมีหลักการ ซึ่งเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจริงรึเปล่า บอกส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง แต่ยงซอนก็มีท่าทีพยักหน้าตามเหมือนเข้าใจ แล้วไม่ทักท้วงอะไรอีก

ไม่นานเธอก็กินอาหารเรียบร้อย แต่ก็กินไปได้แค่ครึ่งจานเท่านั้นแหละก็ต้องขอยอมแพ้ คงเป็นเพราะกินอาหารไม่ตรงเวลา กระเพาะมันเลยไม่เปิดรับอย่างเต็มที่

กริ๊ง กริ๊งงงงง~

“ยงซอน โทรศัพท์” เธอเรียกยงซอนที่กำลังล้างจานอยู่ เมื่อเสียงโทรศัพท์เจ้าหล่อนที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเธอดังขึ้น

“ใครโทรมา” ยงซอนถามขณะยังไม่ละออกจากภารกิจตรงหน้า

เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ยงซอนขึ้นมาดู ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วเอี้ยวตัวไปทางห้องครัวที่ยงซอนยืนอยู่ “ฮวีอิน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น