(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 27 : บุฟเฟต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ก.พ. 60

บทที่ 27 บุฟเฟต์


SAT 01/10/2016 (6:00 PM)

เธอที่ตอนนี้นั่งอยู่กับฮวาซารอดูโอ้เสียงเพราะลงมาจากห้องซ้อมภายในคาเฟ่บริษัท พวกเธอนัดกันไว้ว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เนื่องจากมีร้านบุฟเฟต์ชาบูมาเปิดใหม่ไม่ไกลจากบริษัทเพลงนี้นัก และมันก็เป็นทางผ่านที่ต้องกลับคอนโดพอดีด้วย วันนี้เธอเลยขออาสามารับทั้งสองคนเอง โดยตอนบ่ายๆ ก็ไปนั่งทำงานอยู่หอสมุดกับคริสตัลและซึลกิ รอจนหอสมุดเลิกก็รับฮวาซามาด้วยกัน ซึลกิที่ตอนแรกทำท่าจะฆ่าเธอนึกว่าเธอแอบไปกิ๊กกั๊กกับฮวาซาทั้งๆ ที่มียงซอนอยู่ ก็ได้ฮวีอินมาช่วยอธิบายจนเรื่องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่ก็แน่นอนล่ะ ว่าไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด

คิดถึงเรื่องที่ซึลกิหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็อดขำออกมาไม่ได้ “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าซึลกิจะคิดว่าฉันกับเธอแอบคบกันอยู่เนี่ย” เธอที่ตอนนี้สนิทกับอีกคนมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอายุน้อยกว่าก็พูดออกไปขำๆ

“นั่นสิคะ แต่ตอนแรกฉันก็แอบคิดเหมือนกันนะว่าพี่จะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนา” ฮวาซาเอ่ยตอบความรู้สึกแรกที่ได้เจอกับเธอ

เธอระเบิดหัวเราะออกมากับคำตอบจี้ใจดำของอีกคน ก่อนจะบอกเหตุผลของตัวเองออกไป “ฮ่าๆๆ โทษทีนะ พอดีเธอหน้าคล้ายคนรู้จักน่ะ” สิ้นประโยค ฮวาซาที่ดื่มกาแฟอยู่เลิกคิ้วมาให้เธอทันทีก่อนจะวางแก้วในมือลงแล้วถาม

“คนรู้จักหรอคะ”

“อืม ก็ประมาณนั้น” เธอตอบ “แต่เขาตายไปนานแล้วแหละ”

“เสียใจด้วยนะคะ”

“อ่า… ไม่เป็นไรหรอก” ก็จะว่าเธอกับฮเยจินสนิทกันก็ไม่ใช่ จะว่าไม่สนิทกันก็ไม่เชิง ก็แค่วิญญาณที่อยู่ๆ เข้ามาสิงในร่างเธอ คงไม่เรียกว่าสนิทหรอกมั้ง แต่ยังไงก็ถือว่าเราอยู่ในร่างเดียวกัน… คิดได้ถึงตรงนี้ก็เกิดขนลุกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่กลับสยิวสยองอย่างประหลาด ตัวก็เผลอสั่นเทาขึ้น มือสองข้างยกขึ้นมาลูบๆ แขนอย่างเผลอไผล

“หนาวหรอคะ” ฮวาซาถามขึ้นมาด้วยคงเห็นท่าทางที่แปลกไปของเธอ

“เปล่าหรอก”

“หรือว่า” แล้วตาเฉี่ยวของคนด้านตรงข้ามก็ส่งมาพร้อมคำถาม “แอบคิดอะไรไม่ดีไม่ร้ายฉันอยู่หรอ” พูดจบคนตรงข้ามก็เอามือมาบังตัวเองมิดชิด

“ไม่ใช่ย่ะ พูดอะไรไร้สาระ”

“อ๊ะ! พี่ยงซอนมา!” อยู่ดีๆ ฮวาซาก็พูดขึ้นเสียงดังเอาซะเธอสะดุ้งตกใจหันไปมองยังประตูทางเข้า ซึ่งก็ไร้วี่แววของคนที่โดนอ้างชื่อ

“แหนะ ไหนบอกไม่ได้คิดอะไรไง สะดุ้งเชียวนะ” ตาเหยี่ยวขี้เล่นนั่นส่งมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มร้ายๆ มุมปาก

“ฉันตกใจเสียงเธอต่างหาก ไม่มีความคิดสกปรกอะไรทั้งนั้นแหละ” ถึงแม้เธอจะพูดความจริงออกไป แต่ทำไมแม้แต่ตัวเธอเองก็รู้สึกว่าท่าทางและลักษณะเสียงที่เปล่งออกไปของตัวเองเมื่อครู่นี้เหมือนคำแก้ตัวมากกว่าเรื่องจริงก็ไม่รู้

“อ๊ะ! มากันละ” เธอที่คิดว่าคำพูดของฮวาซาคงแกล้งกันอีกก็ไม่หันไปมองตาม แต่แล้วกลับมีมือนึงมาแปะอยู่ที่ไหล่ เธอหันไปมองก็พบว่าเป็นยงซอนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“อ้าว มาจริงดิ” เธอพูดออกไปอย่างลืมตัว

หน้าของยงซอนขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระพริบตาปริบๆ แล้วถามกลับมา “ก็นัดกันไว้ไม่ใช่หรอ หรือคุณไม่อยากให้ฉันมา” หน้านั่นมุ้ยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ้าวๆๆๆ อย่าประกาศสงครามค่ะที่รัก

“ไม่ใช่อย่างนั้น...” เธอรีบแก้ตัวออกไปทันที ลากเสียงยาวหัวสมองกำลังคิดคำพูดอยู่ แต่แล้วฮวาซาก็โพล่งขึ้นมา

“เมื่อกี้พี่บยอลอีคิดลามกกับฉันอยู่ค่ะ” เห้ย! มั่วนิ่ม ไม่จริงซะหน่อย!

เธอรีบส่ายหัวอย่างแรงไปให้ยงซอนทันที “เปล่านะ! ไม่จริง” ยงซอนทำเพียงหรี่ตามาให้ ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกคนคิดอะไรอยู่ภายใต้หน้านั้น

โคร้กก~

“แหะๆ” มองไปตามเสียงก็เห็นฮวีอินยืนเกาหัวอย่างอายๆ “หิวอะ ไปกินกันได้ยังคะ”


***


หลังจากซัดอาหารจนเธออิ่มแปล้ไม่มีที่ว่างเหลือในกระเพาะ เธอก็วางตะเกียบลง ซึ่งก็เห็นคนอื่นมีท่าทีไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และเมื่อทุกคนพยักหน้าตกลงว่าอิ่มกันแล้ว เราทั้งสี่ก็เดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์คิดเงินของร้าน ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถคันเดิมของพ่อเธอที่เธอยืมมา และเดินทางกลับคอนโด

“พี่บยอลอีคะ ขอฉันลงตรงข้างหน้านี้ได้ไหมคะ” เสียงฮวาซาเอ่ยขึ้นมา เธอรีบจอดเทียบทันทีเพราะกลัวจะเลยจุดที่อีกคนบอกเสียก่อน

แล้วเสียงสงสัยของฮวีอินก็ดังขึ้น “อ้าว ไม่กลับคอนโดด้วยกันหรอ ไปนอนห้องฉันก็ได้นะ” ร้ายเหมือนกันนะเจ้าหมาน้อย เดี๋ยวนี้มีการชวนสาวเข้าห้อง

“โทษทีนะ พอดีพรุ่งนี้ห้องสมุดเขาจะทำความสะอาดใหญ่น่ะ ก็เลยต้องเข้าไปดูแต่เช้า” ฮวาซาพูดขอโทษขอโพยพร้อมให้เหตุผล

“อ่อ” ฮวีอินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะโบกมือลาคนผมสั้นที่กำลังลงจากรถ “งั้นกลับบ้านดีๆ นะ บ๊ายบาย”

หลังจากที่ฮวีอินบอกลาเสร็จเรียบร้อย เธอกับยงซอนก็บอกลาฮวาซาด้วยเช่นเดียวกัน แล้วเราสามคนที่เหลือก็กลับไปยังคอนโดอย่างที่ตอนแรกตั้งเป้าไว้

ตอนนี้เธอกับยงซอนก็มานั่งดูทีวีเล่นอยู่ในห้องคอนโดที่ตอนนี้เธอมาบ่อยจนเรียกว่าเป็นบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ โดยฮวีอินขอผละตัวกลับห้องไปตั้งแต่ออกจากลิฟต์ ตอนแรกเธอก็คิดอยู่ว่าจะกลับเลยดีไหม แต่พอขับรถมาจนถึงคอนโดได้นี่ต้องบอกว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ มันอิ่มจนจุก สงสัยกินเยอะไป กะมานั่งย่อยอยู่ในห้องยงซอนสักพัก แต่นี่ก็นั่งมาพักใหญ่แล้ว ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองจะดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย กินบุฟเฟต์นี่มันทรมานชีวิตจริงๆ

“คุณ” เธอสะกิดคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งยงซอนก็ทำเพียงหันมามองเล็กน้อย “อืดอะ คุณมีอะไรช่วยย่อยไหม”

“อืม…” ยงซอนทำท่าใช้ความคิดก่อนจะส่ายหัวออกมา “ไม่มีอะ ไปเดินเล่นกันไหมล่ะ ฉันก็อยากเดินย่อยเหมือนกัน”

พวกเธอตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ ถึงแม้มันจะไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่ระยะทางที่เดินมาบวกเข้ากับระยะทางที่เดินเล่นรอบสวนก็ทำให้กระเพาะของเธอรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

“ไง ดีขึ้นยัง” ยงซอนถาม

“ดีขึ้นละ” เธอยิ้มกว้างตอบกลับไป แต่แล้วก็ยื่นหน้าทะเล้นของตัวเองไปใกล้อีกคนมากขึ้นแล้วเอ่ยบอก “ขอบใจนะ”

“ยงซอน!” เสียงหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อยงซอนขึ้นมาภายใต้ความมืด แฟนคลับ? โรคจิต? เธอพยายามกวาดตามองหน้าต้นเสียง แต่แล้วกลับไม่พบ แต่คนข้างๆ เธอนี่สิ ที่ตาดีผิดมนุษย์มนา เออ… จริงๆ ก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดานั่นแหละ กลับเรียกชื่อบุคคลปริศนานั้นออกมาคลายความสงสัยของเธอ

“ซานดึล” เสียงเบาเปล่งออกมา เธอมองตามไปยังปลายสายตาที่ยงซอนทอดไปก็พบว่าเป็นซานดึลจริงๆ ที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามา

ซานดึลที่เดินเข้ามาถึงตัวยงซอนก็ไม่รีรออะไร จับแขนยงซอนแล้วดึงกระชากไปข้างตัวเองทันที

“คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!” ยงซอนโวยวาย

“นี่! ซาน-”

“หุบปาก!” เธอที่กำลังจะเข้าประสมโรงกลับโดนซานดึลสั่งให้เงียบปาก แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ โต้กลับไปเช่นกัน

“ทำไมฉันต้องเชื่อนาย! ปล่อยยงซอนนะ! ไม่เห็นหรอว่าเธอเจ็บน่ะ”

ซานดึลไม่สนใจเธอแต่กลับลากยงซอนออกห่างตัวเธอเข้าไปอีก “คุณยงซอนครับ มากับผมเถอะ ผมหวังดี ผมไม่อยากให้คุณได้รับอันตราย”

เธอที่ตอนนี้สามารถจับมือข้างที่เหลือของยงซอนได้ ก็พยายามยื้อและแกะมือของซานดึลออกจากแขนยงซอน

“ปล่อย!” ยงซอนสะบัดมืออย่างแรงจนหลุดการเกาะกุมของซานดึล เธอที่เห็นยงซอนเซเล็กน้อยก็ดึงแขนข้างที่เธอจับเอาไว้พร้อมกับช่วยซ้อนประคองตัวอีกคนให้ตั้งหลักได้

ในเมื่อสะบัดหลุดแล้วความคิดแวบแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือ... หนี แต่ขาที่กำลังก้าวเดินออกจากซานดึลก็ถูกชะงักด้วยแรงรั้งของยงซอน ยงซอนไม่ยอมหนีแต่กลับยืนจังก้าเผชิญหน้ากับซานดึลอยู่อย่างนั้น เธอเห็นดังนั้นก็กลับไปยืนข้างอีกคนทันทีแล้วกระซิบบอก

“คุณ ไปเหอะ”

“ไม่ปงไม่ไปไหนทั้งนั้นอะ!” ยงซอนสะบัดมือของเธอออกด้วยอีกคน

“ฉันสุดจะทนละ! นายจำไว้เลยนะซานดึล ไม่ต้องมาเรียกมุนบยอลว่าปิศาจให้ฉันได้ยินอีก เพราะมุนบยอลไม่ใช่ปิศาจ! ฉันเนี่ยแหละ… ปิศาจ!” เห้ย!! จากนั้นยงซอนก็กางกงเล็บของตัวเองแล้วยกขึ้นให้ซานดึลดูให้เต็มตา แล้วก็เหมือนจะมีแสงสีเหลืองสะท้อนอยู่ที่นัยน์ตากลมโตของเจ้าตัว

“คุณ! คุณมัน…” ซานดึลถอยกรูกับภาพตรงหน้า ร่างนั้นร่วงหล่นยังพื้นเหมือนในวัยเด็กที่ซานดึลเห็นเธอออกมาจากป่า แต่ก็มีสิ่งที่ต่างกัน…

     ซานดึลล้วงมือไปข้างหลังของตัวเอง ทันใดนั้นก็หยิบวัตถุสีดำขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือไม่มากขึ้นมา ปืน! ซานดึลที่แววตาเหมือนเสียสติไปแล้วจ่อปืนไปทางยงซอนทีทางเธอทีอย่างบ้าคลั่งพร้อมพูดออกมา “ดี! พวกแกสองคนเป็นปิศาจใช่ไหม! งั้นก็ตายไปพร้อมๆ กันเลยแล้วกัน!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #45 wyve (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:33
    ซานดึลนี่ฝังใจเรื่องตอนเด็กๆไปแล้วไง
    #45
    0