ดวงใจนิรันดร < บทส่งท้าย อัพ 100% >

ตอนที่ 12 : ตอน 10 : ตัวเลือก...ที่ไม่ได้รัก < อัพ 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ต.ค. 58

ตอน 10

ตัวเลือก...ที่ไม่ได้รัก


ชายหนุ่มออกจากห้องพักไปที่ร้านอาหาร นั่งจิบกาแฟร้อนกับรับประทานขนมปังปิ้ง ขณะเดียวกันสายตาก็สอดส่ายไปรอบๆ มองหาแขกสาวที่อาจเป็นณุตตรา


บริเวณที่นั่งกินอาหารเช้าไม่มีหญิงสาวคนที่ว่า แต่แล้วเรียวตาคมก็ปราดมองไปไกล ในครรลองสายตาที่แฝงความผิดหวังมีริ้วคลื่นม้วนตลบกับท้องฟ้าสีคราม ล่องลอยไปด้วยเมฆขาวกลุ่มใหญ่ และที่ปลายสายตานั่นเองที่ทำให้พายัพลุกพรวด เก้าอี้กลิ้งไปอีกทาง จับจ้องเขม็งไปยังจุดเล็กๆ ที่มีร่างเล็กบอบบางเดินทอดน่องบนชายหาด


ขิม!!”


คราวนี้ล่ะไม่ว่าอะไรก็หยุดเขาไม่อยู่อีกแล้ว พายัพก้าวลิ่วๆ หมายจะไปให้ถึงตัวณุตตราให้เร็วที่สุด แต่แล้วเหมือนร่างสูงโปร่งสะดุดอะไรบางอย่างจนเกือบล้มโครม ภาพเดิม ณ จุดเดิมทว่าหญิงสาวมิได้ยืนอยู่ตามลำพัง ที่ตรงนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนเคียงข้างกัน ชายหนุ่มชะงักจำต้องกลืนก้อนแข็งที่แล่นมาจุกแน่นอย่างกะทันหัน


‘ธรรศ’ คนที่เขาเคยได้ยินแต่ชื่อ คนที่เป็นหอกข้างแคร่ คอยทิ่มแทงความรู้สึกจนเจ็บชา คนที่ณุตตรากลับมาเพื่อพบ...ยืนอยู่ตรงนั้น


ความรู้สึกของคนที่แพ้ราบคาบ กลายเป็นก้อนขื่นตีตื้นขึ้นมาจุกกลางอก คนแกร่งกล้ามีความเป็นลูกผู้ชายสูงถึงขั้นพูดไม่ออก ก้าวต่อไปไม่เป็น พายัพยืนนิ่งคว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พอให้มือหนาพยุงกายไว้ ยามที่แข้งขาอ่อนแรงเกินต้านทาน


อา...


หญิงสาวได้พบเขาแล้ว หมอนั่นกับความตั้งใจเต็มเปี่ยม คิดดูดีๆ สิเพราะอะไรเธอถึงหนีจากพิธีหมั้น ปรากฏตัวอีกทีที่เมืองไทย ที่ที่หมอนั่นตั้งรกราก มิใช่เพียงแค่อยากทำงาน แต่เป็นเพราะ ‘ตั้งใจแรงกล้า’ ที่จะกลับมาพบเขาต่างหาก แน่นอนว่าชีวิตของเธอ เป็นสิทธิ์ของเธอ ทว่าคนที่อยู่ข้างหลังอีกหลายๆ คนเล่า ไม่ว่าจะเป็นพี่เขม คุณย่าคนางค์หรือกระทั่งตัวเขา...จะเป็นเช่นไร หากต้องสูญเสียคนสำคัญไป


...แล้วนี่ไอ้หมอนั่นล่ะรู้หรือยัง ว่าผู้หญิงที่ทำเพื่อเขาขนาดนี้กำลังป่วย?


หลังจากยอมรับภาพที่เห็นครู่ใหญ่ พายัพจึงก้าวเข้าไปหาทั้งสองด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยสติ ณุตตรากับชายหนุ่มผู้นั้นสถาปนิกหนุ่มที่ผู้จัดการสาวอ้างถึงคือ...คนคนเดียวกันจริงๆ


ที่เบื้องหลัง...คนทั้งสองยืนประคองกอด ท่อนแขนแข็งแรงของฝ่ายชาย ทาบลงบนเอวคอดเล็กอย่างถือสิทธิ์ เป็นกำแพงสูงเสียดที่ทำให้เขาไม่กล้าป่ายปีน ข้ามไปทำลายบรรยากาศนั่นเลย กระนั้นเขาไม่อาจวางเฉย ผู้กองหนุ่มสูดลมหายใจยาวลึก ชั่งใจ ก็ถูกที่เขาไม่ควรแทรกแซง แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อณุตตราแล้วล่ะก็...เขาต้องทำ


“...ขิม” พายัพตัดสินใจเรียกชื่อหล่อนออกไป


โดยไม่ต้องหันกลับมา ณุตตราจำได้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร นัยน์ตาพราวสวยจึงตระหนก แปลกใจที่เขามาอยู่ที่นี่


นายคนเล็ก!!” เธออุทานแผ่ว ดวงตากลมโตเบิกขึ้น ทั้งตกใจ ทั้งรู้สึกผิดจนดวงหน้าร้อนซ่านกับสภาพของตนในตอนนี้ ร้อนตัว...ทั้งที่ไม่รู้ว่าพายัพรู้อะไรมาบ้าง รอบตัวเธอเกิดการเคลื่อนไหวของคนข้างๆ อย่างรวดเร็ว ธรรศไหวตัว ก้าวเข้ามาขวางหน้า ขณะเดียวกันก็ฉุดข้อมือเล็ก รั้งหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นสีหวานไปซ่อนไว้เบื้องหลังด้วยความหวงแหน เรียวตาเข้มดุเพ่งมองพายัพอย่างเอาเรื่อง


ขิม เราต้องคุยกันนะ” พายัพเอ่ย


ไม่จำเป็น” คนข้างตัวณุตตราตัดสินใจแทนโดยไม่ถาม ชายหนุ่มกระตุกมือเล็ก กุมไว้แนบแน่น


ขอโทษเถอะ ผมขอคุยกับเพื่อนผมหน่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณเลย คุณธรรศ” เสียงของผู้กองหนุ่มห้าวหาญ เรียวตาคมกริบจ้องตอบไม่ลดราวาศอกเช่นกัน ก็ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำลายณุตตราโดยใช้ความรักมาอ้างใช้มันให้เป็นประโยชน์เพื่อฉกฉวยความบริสุทธิ์จากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งบูชาความรักเหนืออื่นใด เขาควรต้องไว้หน้าหรือ?


เห็นจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันไม่ยอมให้ขิมไปไหน โดยไม่มีฉัน” ธรรศโต้ตอบเสียงกร้าว ไขว้มือหญิงสาวไปซ่อนข้างหลัง


ผมไม่ได้ถามความเห็นของคุณซึ่งเป็นแค่...คนนอก” นายตำรวจหนุ่มชะโงกตัวเพื่อสบตาเพื่อนสาว ขอร้องทางสายตา


นะขิม ไปกับผม”


นี่เป็นเรื่องสำคัญนะขิม ขอร้องล่ะ” พายัพเอ่ยข้ามหน้าชายหนุ่มอีกคนไป ไม่แยแส ผู้ซึ่งถูกเรียกว่า คนนอก ฉุนโกรธ


ความเฉียบเย็นแล่นจากกายแกร่งมาสู่มือหนา ถ่ายทอดมาถึงณุตตราด้วยอาการสั่นๆ หญิงสาวเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี กระตุกมือเบาๆ ยื้อออกจากการเกาะกุม เอ่ยถ้อยคำที่นุ่มนวลที่สุด


ขอเวลาขิมเดี๋ยวเดียวเถอะนะ ธรรศ ขอขิมคุยกับเล็กก่อน” คนถูกขอขบกรามแน่น เรียวตาฉายแววตัดพ้อแล้วแปรเป็นดุดัน


นายคนเล็กเป็นเพื่อนของขิมตั้งแต่เด็กๆ เขาเป็นห่วงขิมมากถึงได้ตามมาที่นี่ ขอให้ขิมได้คุยกับเขาสักหน่อยเถอะนะ”


ถ้าทนฟังไม่ได้ก็ถอยไปห่างๆ นู่น ชีวิตของขิมก็ยังเป็นของขิมอยู่ ไม่ใช่ของคุณไปเสียหมด ถึงจะได้กะเกณฑ์กีดกันเธอจากทุกคนแบบนี้”


พายัพปรามาส แววตาเย้ยหยันเมื่อ ‘หมาก’ ในเกมพลิก เขากลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ


หนอย...ยย ไอ้นายคนเล็ก! ปากดีนักนะ มือใหญ่กำแน่นจนเป็นกำปั้นเขื่องๆ พร้อมลุย


นี่ถ้าไม่ติดสายตาเว้าวอนของเจ้าหล่อน เป็นได้ปาดไปชกไอ้หมอนี่ให้หน้าหงายซะเดี๋ยวนี้ ฮึ้ย...


แล้วก็เพราะณุตตราที่ทำให้คนใจร้อนเป็นฝ่ายต้องยอม ธรรศก้าวห่างออกมาสองสามช่วงตัว หันหลังแล้วยืนกอดอกนิ่งเพื่อมิให้เห็นภาพบาดตาสายตาบาดใจ เมื่อพายัพก้าวเข้าไปแล้วรั้งมือเล็กไปกุมไว้ ด้วยไม่แน่ว่าถ้าเขายังมองอยู่จะอดใจไหวหรือไม่


กระนั้นก็ยังมีเสียงคำรามเหี้ยมเกรียมจากร่างแกร่งไม่ขาดสาย ณุตตราเงยดวงหน้าอ่อนใส ไร้เครื่องสำอางใดๆ แต้มแต่งขึ้นสบ จ้องมองนายคนเล็กที่ดั้นด้นมาที่นี่เพื่อเธอ


เล็ก” ริมฝีปากบอบบางอิดเอื้อน ชายหนุ่มตรงหน้าสูดลมหายใจหนัก...ยาว เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสาวอย่างหนักใจ


“ขิม”


บอกผมได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมขิมต้องพักห้องเดียวกับเขา ขิมมาทำงานไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมใครต่อใครถึงได้พูดเหมือนกับว่า...ขิมกับเขา เป็นคู่แต่งงาน แค่พูดลอยๆ หรือว่ามันเป็นเรื่องจริง?”


คำถามของเพื่อนหนุ่มทำให้หล่อนจนแต้ม ณุตตรายืนนิ่ง หน้าแดงซ่าน พวงแก้มปลั่งกลายเป็นสีผลไม้สุกแทนคำตอบ


การโกหกไม่ได้อยู่ในความคิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เป็นเขา ‘นายคนเล็ก’ หญิงสาวก้มหน้านิ่งแล้วจึงค่อยๆ เงยขึ้น แววตาคู่ซึ้งเต็มไปด้วยความผิดบาปแต่ไม่ปฏิเสธสักคำ


ขิมไม่เคยคิดว่ามันจะกลายเป็นอย่างนี้นะเล็ก เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด”


โอเค แล้วหลังจากนั้นล่ะทำไมขิมไม่แก้ความเข้าใจผิดซะที?” เสียงทุ้มนุ่มกระด้างขึ้นด้วยความเหลืออด เจ้าหล่อนเม้มปากอิ่ม ตกอยู่ใจกลางความกดดันที่มากมาย


หรือว่าที่จริงแล้ว…ขิมยินดีจะอยู่กับเขา รู้ไหมมันน่าผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าไอ้ความรักสมัยเด็กจะทำให้งมงายแล้วก้าวเดินผิดทางขนาดนี้”


เคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือเปล่าไม่ว่าจะเป็นพี่เขมหรือคุณย่า พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรที่ขิมยอมสละทุกอย่างเพื่อผู้ชายคนเดียว ยอมทิ้งลมหายใจตัวเอง มอบให้กระทั่งศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน” พายัพเอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ ลึกๆ แล้วแสนเจ็บ ที่ต้องเปล่งออกไปตอกย้ำความพ่ายแพ้ของตัวเอง


ถ้อยคำของเขาเป็นดั่งคมมีดที่กรีดลึกจนแผลยับ เพราะมันจริงทุกอย่าง...ความรักหล่อหลอมให้ณุตตราไม่คิดกลัวอะไร ไม่ลังเลและลืมนึกถึงบุคคลข้างหลัง เจ้าหล่อนกดใบหน้าซ่านไปด้วยความอับอายลงต่ำ ดวงตาคู่โตหลุบลงมองพื้นทรายละเอียดยิบ ขอบนัยน์ตาร้อนผ่าว ลำคอช่างตีบตันราวขาดน้ำหล่อเลี้ยงมาแรมปี


พูดอะไรสักคำสิ ขิม บอกผมว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมเข้าใจ”


พายัพคาดคั้น แค่ยังหวังว่าเรื่องที่คิดมิได้เลยเถิดไปกว่านั้น ความหวังยังอยู่แก่เขาแต่ริบหรี่เหลือเกิน เมื่อณุตตรายังอยู่ในความเงียบงัน


หมอนั่นรู้ซึ้งอะไรบ้างไหม? เขารู้หรือเปล่าว่าขิมกำลังเผชิญกับอะไร รู้ไหมว่าผู้หญิงที่เขาเพิ่งครอบครองกำลังจะเปลี่ยนไป ต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง แล้วตอนนั้นเขาจะยังรับได้หรือ...ถามจริงๆ เถอะ ขิมกล้าบอกเขาหรือเปล่า?”


“......!!” ดวงหน้าเล็กชาหนึบ ร่างบอบบางยืนนิ่งค้างกลางผืนทรายยวบอ่อน จนพลอยเอนไหวไปตามแรงลมกรู


ณุตตรากลืนก้อนแข็งที่กำลังเสียดแสบจนอกแปลบปลาบ นายคนเล็กพูดถูกมันเหมือนเขาเข้ามายืนกลางใจและรู้ว่าเธอไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มต้น ไม่ยอมปริปากบอกเขาก็เพราะหวั่นเกรงจุดจบของเรื่องนี้ คำพูดแทงลึกถึงใจดำจู่โจมอย่างไม่ปรานี เร่งให้หยดใสมาคลอ หางตาชื้นขึ้นช้าๆ ณุตตราส่ายหน้าอย่างยอมรับ


ขิมก็เป็นอย่างที่เล็กว่านั่นแหละ ขิมกลัว เพราะไม่มีอะไรอยู่ในการควบคุมของเราได้เลย ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ไม่อย่างนั้นขิมก็คงจะมีความสุขมากกว่า แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง เราไม่มีทางหนีมันได้อยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะรับได้หรือไม่นั่นก็คือขิม ตอนนั้นถ้าขิมจะไม่เหลือใครเลยแม้แต่พี่เขม คุณย่าหรือเล็ก ขิมก็ยินดี”


อะไรนะ ขิม!” ชายหนุ่มคำรามอย่างขุ่นเคือง


ถ้ามั่นใจนักทำไมไม่บอกเขาไปเสียเลย แล้วขิมจะได้รู้ว่าน้ำใจที่หมอนั่นมีน่ะมากน้อยแค่ไหน สมกับที่เสียสละทุกอย่าง แล้วกลับมาหาเขาหรือเปล่า ก่อนที่ขิมจะกลับมาเมืองไทยผู้ชายคนนี้ไม่ได้ซื่อสัตย์ ไม่ได้เฝ้ารอขิมคนเดียวหรือแม้แต่ก่อนหน้านี้ที่เขาจะมาที่นี่ไม่กี่วัน ก็กำลังควงผู้หญิงที่ชื่อ รัตติกาล แล้วเธอคนนี้ก็ยังเป็นคู่นอนคนล่าสุดของเขาด้วย”


“......!!”


คนฟังกะพริบตาถี่ๆ งุนงง ยังรับไม่ทัน ไม่รู้สมองเรียบเรียงได้อย่างไรแต่เจ้าต่อมน้ำตาทำหน้าที่เสียก่อนแล้ว หยดใสๆ รินอาบแก้ม คาดไม่ถึงว่าพายัพจะเป็นผู้ทำลายกำลังใจของเธอเสียเอง นัยน์ตาพราวหยดน้ำฉายแววตัดพ้อ อีกฝ่ายนิ่งขึ้งเมื่อพูดออกไปแล้วก็เม้มเรียวปากหยักลึกแนบกันเป็นเส้นตรง


พายัพต้องยอมเป็นคนร้ายกาจ เปิดโปงธรรศก่อนที่เพื่อนสาวจะทุ่มเทไปมากกว่านี้ เพราะผู้ชายคนนี้ไม่มีค่าเพียงพอกับความรักที่ณุตตรามอบให้ ธรรศก็แค่หนึ่งใน เพล์ยบอย ตัวพ่อปะปนอยู่ท่ามกลางสังคมเราดีๆ นี่เอง กระนั้นก็ยังสลดใจเมื่อเห็นณุตตราส่ายหน้า ดวงตาร้าวราน


กลับไปถามเขาดูก็ได้ เขาคงจะบอกความจริงถ้าจริงใจกับขิมมากพอ”


ผู้ชายคนนั้น หากเขาจริงใจ คิดดีต่อขิมก็คงไม่ทำให้คนที่ตัวเองรักเสียชื่อ ลองคิดดูสิว่าเขารู้สึกอย่างนั้นกับขิมหรือเปล่า ที่ยื้อไว้รังแต่จะเป็นการทำร้ายกันต่างหาก ตัดสินใจดีๆ นะขิมแล้วกลับไปกับผม อีกไม่นานพี่เขมจะมาเมืองไทยแล้ว ทุกอย่างต้องยุติ ตื่นขึ้นมามองโลกของความเป็นจริงได้แล้ว”


เขาก้าวมาประชิด สองมือบีบเข้าหามือเล็กที่สั่นเทา ร่างน้อยยิ่งเทิ้มสั่นกว่า ณุตตราส่ายหน้าทั้งน้ำตาพอดีกับความอดทนของคนร่างสูงที่ยืนหันหลังถึงคราวพังทลายเช่นกัน ธรรศทิ้งสองแขนแกร่งลงข้างตัว ก้าวเร็วๆ ถึงตัวหญิงสาวแล้วคว้าเธอมาอยู่แนบข้าง ดวงหน้าที่อาบรื้นขณะเงยมองเขาทำให้ฉุนขาด ถลาเข้าหาพายัพแล้วง้างหมัดใส่


อย่านะธรรศ ขิมขอร้อง” เสียงหลง


อย่า!”


ก็ได้! ถ้าหมอนี่จะไม่อยู่ขวางหูขวางตาผมอีก” คำรามฮึ่มฮั่ม ลดมือลงสั่นๆ


ผมไปแน่ แต่อย่าลืมคิดดีๆ คิดนานๆ นะขิม จำเอาไว้...ว่าผมจะรอคำตอบของขิมเสมอ”


ผู้กองหนุ่มบอกหนักแน่น จำยอมล่าถอยไปด้วยความกังวล ไม่มั่นใจเท่าไหร่เลยว่าณุตตราจะตัดสินใจอย่างไร คำพูดของเขาจะมีน้ำหนักสักกี่มากน้อยต่อหัวใจของเธอนั้น...ไม่ทราบ


ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มหม่นหมองยามเดินจาก บ่าไหล่กว้างที่เคยผึ่งผาย ไหวน้อยๆ ห่อฟีบลงอย่างคนอ่อนล้า เพราะเขาเอง..ที่เป็นคนทำให้คนที่เขารักต้องช้ำใจ ผิดนี้คงเกาะกินในใจไปนานแสนนาน แม้นว่าจะเอ่ยคำขอโทษสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง ไม่อาจลบล้างหยดน้ำตาหยดเดียวที่เกิดจากคำพูดร้ายกาจในวันนี้


“ขอโทษนะขิม ผมจำเป็นจริงๆ” เสียงนั้นดังซ้ำๆ ในใจผู้กองหนุ่ม และหวังจะชดใช้ให้เธอในภายหลัง



อาการนิ่งเงียบราวติดอยู่อีกฟากความคิดของณุตตราทำให้ชายหนุ่มไม่สบายใจเอาเสียเลย ธรรศประคองร่างแบบบางที่เดินตามแรงจับจูงด้วยแผ่นหลังตั้งตรงทว่าดวงตาเหม่อลอยกลับไปถึงห้องพัก คนในอ้อมแขนยังตกอยู่ในความสงัดเงียบ น้ำตาชุ่มรื้นขอบนัยน์ตาเหือดไปแล้วแต่แววปวดร้าวมิได้ซ่อนเร้น มันหมายความว่าอะไร?


มือหนาส่งเจ้าหล่อนนั่งลงที่โซฟาตัวยาว ตามลงไปนั่งข้างๆ ติดกัน บิดบ่าผอมบางให้หันมาเผชิญหน้า อีกมือเชยดวงหน้าขาวซีด ชาเฉยดุจก้อนหินให้สบกัน


นี่ถ้ารู้ว่าหมอนั่นจะทำให้เธอเป็นอย่างนี้ อย่าคิดเลยว่าการคุยกันเมื่อกี้จะเกิดขึ้น” ชายหนุ่มพูดคล้ายคำราม หูตาพราวไปด้วยแววขุ่นวับ


บอกผมสิ ว่ามัน... ผมหมายถึงเขา พูดอะไรกับเธอ?”


เล็ก...อยากให้ฉันกลับไปกับเขา”


มันมีสิทธิ์อะไร! ไม่ได้นะ! ผมไม่ให้เธอไป”


ธรรศโพล่งอย่างเอาแต่ใจ ขณะเดียวกันก็รั้งร่างตรงหน้าเข้ามากอด กดปลายคางคมสันแนบหน้าผากของหล่อน ส่ายหน้าแรงๆ สำทับ คนถูกกอดปวดร้าวหนักกว่าก่อน ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ทว่าหมองหม่นดุจเถ้าถ่านขุ่นๆ


นายจะให้ฉันอยู่เพื่ออะไร ถ้าเป็นเรื่องงานก็ไม่เหมาะนักที่จะพักห้องนี้ต่อไป ถ้าเพราะสาเหตุอื่นก็ยังไม่เห็นความเหมาะสม ความจริงก็คือเราไม่ใช่คู่สามีภรรยาอย่างที่บอกทุกคนที่นี่ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนอื่นอีกจะเป็นอย่างไร” ณุตตราบอกด้วยเสียงแหบโหย แววตากังวลหนัก


ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ใครเล่าหนีพ้น สายตาผู้คนรอบข้างยังมีอิทธิพลในสังคมไทย คนอื่นไม่รู้ แค่คนเดียวที่รู้คือ พายัพ เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ยิ่งถ้าเขาบอกคุณย่าหรือพี่ชายของเธอ ไม่รู้เลยว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ พวกเขาจะเสียใจที่มีหลานมีน้องสิ้นคิดสักแค่ไหน


เธอแคร์?” ปลายเสียงเยาะขึ้นจมูก


ใช่! เพราะฉันยังมีคนที่ฉันรัก ฉันยังมีครอบครัว”


ซึ่งมากกว่า...ผม?” ชายหนุ่มทวงถามเสียงแปร่ง เกิดริษยาไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นใคร แต่ที่ทนรับไม่ได้เห็นจะเป็นไอ้นายคนเล็กที่ยืนตอกหน้าเขาปาวๆ เมื่อครู่ ถ้าหมายถึง 'มัน' เขาไม่ยอมรับเด็ดขาด


รวมถึงเพื่อนรักของเธอด้วยงั้นสิ เกิดแคร์มันขึ้นมา ทั้งๆ ที่นี่เป็นเรื่องของเราสองคนงั้นหรือ?” ตัดพ้อเสียงกระด้าง


ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันอยู่ได้โดยมีพวกเขาห่วงใย มอบความรักโดยไม่ได้เรียกร้องอะไรกลับคืน ผิดหรือที่ฉันจะแคร์ความรู้สึกพวกเขาทั้งๆ ที่ฉันทำเรื่องเห็นแก่ตัวมากมาย พวกเขาก็ยังให้อภัยและรอคอยการกลับไปของฉัน นายไม่เข้าใจหรอก...ธรรศ”


นายไม่มีวันเข้าใจ” บอกขมขื่น


ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าเธอลากคนอื่นมาเกี่ยวมันก็มีแต่พังกับพังเท่านั้นแหละ และถ้าเธอเลือกคนอื่น ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด”


บอกเสียงสะบัดด้วยความน้อยใจ วงแขนแกร่งคลายลงในคราเดียวกัน ปล่อยณุตตราขยับกายออกเผชิญหน้า ตาบวมช้ำสบเรียวตาคมดุแวบเดียวแล้วจึงหลุบลงต่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวๆ ยิ่งกว่าคนเป็นไข้


ถ้าอย่างนั้นนายคิดจะทำอย่างไรเรื่อง...ของเราต่อ?”


หญิงสาวฝืนใจถามออกไป บ่อน้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งค่อยๆ ปริ่มขึ้นเมื่อความอัดอั้นระดมเค้นน้ำใสให้ขึ้นมาออ คำถามนี้ทำให้ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์ นิ่งขึ้ง ขบกรามแน่น หงุดหงิดที่ตอบออกไปไม่ได้ในทันที สายตาคมฉายแววเอาแต่ใจ จ้องเขม็งมองดวงตาสุกใสคู่โศก เสียงกร้าวคำรามชื่อ...พายัพ


นี่มันสอนให้เธอเรียกร้องอะไรจากผม การแต่งงาน การผูกมัดงั้นหรือ?” เขาถาม โกรธจัดหากความคลางแคลงใจทั้งหมดเกิดเพราะ 'ตัวยุแยง' ที่กำลังทำทุกอย่างพังพินาศ


แล้วฉันควรได้รับหรือเปล่า...หรือมันไม่ควรเกิดขึ้น เพราะฉันเป็นแค่คู่นอนที่ปรารถนาแค่ครั้งคราว แค่คู่ควงในเวลาที่นายต้องการ บอกฉันที...ว่าฉันมีค่าแค่ไหนกัน?”


นี่มันพูดอะไรกับเธอกันแน่ ขิม บอกผมมาเดี๋ยวนี้! บอกมาทั้งหมด” เสียงห้าวกระชากถาม สองมือบีบบ่าบอบบางแล้วเขย่าอย่างลืมตัว


การปรากฏตัวแค่ไม่นานแต่ก็เกินพอของพายัพ ทำให้ณุตตราเต็มไปด้วยความสับสน ธรรศขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ฉุนหนักเข้าเมื่อเห็นน้ำตารินอาบแก้มนวลช้าๆ เรียวปากช้ำๆ ของหล่อนระริก ยามสะกดกลั้น พยายามหลบเลี่ยงสายตาคาดคั้นของเขา


เขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากบอกความจริง บอกให้รู้ว่าฉันไม่ได้มีค่าสำหรับนาย ไม่มี ไม่ว่าก่อนหน้าหรือหลังจากเมื่อคืน ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่นายกอด...” ปลายเสียงร้าวราน ดวงตาเศร้าซึ้งเต็มไปด้วยม่านน้ำ


เอาอะไรมาพูด นี่ฟังผมนะ ฟัง...”


เขาเขย่าร่างบางจนคลอนด้วยเกินจะระงับโทสะไว้ ณุตตราเบี่ยงตัวหนี ขืนตัวไว้ ทำได้แค่ประวิงเวลาก่อนวงหน้าถูกเชยขึ้นอย่างบังคับ ให้เจ้าของใบหน้าคร้ามได้เห็นหยดน้ำตาชัดๆ หยดใสที่กำลังกัดเซาะหัวใจของเขาราว 'น้ำกรด' ประสิทธิภาพร้าย


ผมไม่ได้จะยื้อ หรือคิดหลอกเธอไปวันๆ ฟังผมก่อน” ณุตตรานิ่งงัน ลำคอตีบตันเมื่อมีก้อนแข็งอันเขื่องปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมดจนลมหายใจไม่คล่อง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ปัดไล่หยดน้ำที่เกาะพราวรอบขอบตา พวงแก้มรื้นเกิดรอยยาวของทางน้ำตา ที่ธรรศพยายามแตะซับทว่าไม่มีทางหมด ณุตตราสะกดอารมณ์ ระงับสะอื้น สงบใจแล้วไล่กวดน้ำตาหยดสุดท้าย บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเท่าที่บังคับไม่ให้สั่นไหว


ได้สิ” เสียงขื่น


ถ้าอย่างนั้น...นายแค่บอกว่าใช้อะไรเป็นตัวเลือกผู้หญิงที่จะนอนด้วย คุณรัตติกาล...กับฉัน เป็นตัวเลือกแบบเดียวกันใช่ไหม?”


ขิม!”


เพราะเรื่องนี้นี่เอง มันเลวมากนะที่ใช้เรื่องนี้ทำลายเรื่องของเรา หมอนั่นอาจเป็นเพื่อนเธอ แต่เป็นศัตรูกับผมแน่นอนที่สุด”


ระหว่างเธอกับรัตติกาล ไม่มีอะไรเทียบกันได้ ก่อนหน้านี้ผมอาจเป็นอะไรก็ได้ ผมคบกับหล่อนจริง แต่ก็ก่อนที่เราจะ จะ...”


“…เข้าใจไหมขิม ว่าตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว”


แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือ ความจริง นายจะบอกเธอคนนั้นว่ายังไง จะทิ้งเธอโดยอ้างชื่อฉันงั้นหรือ? ฉันต้องกลายเป็นคนที่แย่งนายมาจากเธอ มันเป็นความสุขบนความทุกข์ทรมานของคนอื่น ไม่ต่างจากที่ฉันกับนายเคยประสบมา ฉันไม่ทำ...สาบานจะไม่ทำ”


แล้วยังไง? คิดจะเสียสละให้รัตติ แล้วไปจากผมงั้นรึ? แต่ผมไม่ยอมหรอกนะ”


ไม่ใช่ยอมหรือไม่ยอม ฉันตัดสินใจเรื่องของฉันเอง จะอยู่หรือจะไป จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ไม่ใช่การตัดสินใจของนายคนเดียว”


ธรรศ ฉันไล่ตามความฝันมาถึงปลายทาง เพิ่งรู้ว่าเส้นทางยาวไกลที่คิดว่าเป็นสรวงสวรรค์ หนีห่างความขมขื่นเพื่อมาพบนายจนได้ น่าเสียดายที่ปลายทางก็แค่...หุบเหว อีกก้าวเดียวต้องตกลงไปในขุมนรกถ้าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่อย่างไรฝันก็ถึงฝั่งแล้วถึงจะไม่ได้สานต่อฉันก็ไม่เสียดายอีกแล้ว มันจบแล้ว”


ไม่นะขิม ผมไม่ยอม ไม่มีทางปล่อยเธอไปอีกแล้ว ปลายทางของเธอแต่เป็นการเริ่มต้นของผม”


ผมรักเธอได้ยินไหม ผมรักและรอเธอ...”


ณุตตราถูกรั้งเข้าสู่วงแขนกว้างที่เคยเปล่าเปลี่ยว ตอนที่ปราศจากความหวังมาเนิ่นนาน แล้วในวันที่มีเธอในอ้อมกอดจะให้เขาปล่อยมือได้อย่างไรกัน ใบหน้าคมเข้มกดลง คลึงบ่าบางที่สั่นเทิ้มเพราะแรงสะอึกสะอื้น หล่อนเจ็บ เขาเจ็บ...เกินจะเอ่ยปากเป็นคำพูดใด


ร่างน้อยสะอื้นฮักในกอดกว้าง ซุกหน้ากับอกที่อุ่นล้ำ โหยหาสักเพียงใดไม่อาจฉุดรั้งไว้เป็นของตน หากพรากเขามาแล้วเพียงไม่นานเธอต้องกลายเป็นอีกคน แค่คนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เปลี่ยนจากคนที่รักไปเป็นภาระใหญ่หลวง ทำลายอนาคตของเขาก็จงอย่าทำให้เป็นบาปติดตัวไปเลย


เก็บคำคำนี้ไว้นะธรรศ วันหนึ่ง...นายจะได้บอกผู้หญิงคนอื่นที่นายจะได้พบ และรักเธอมากกว่าฉัน อย่าเสียเวลากับฉันเลย”


หญิงสาวกระซิบข้างหู คนฟังส่ายหน้าแรงๆ กอดแน่นเหมือนเด็กชายที่กลัวจะเสียของรัก


ไม่...เพราะเป็นคำของเธอคนเดียวเท่านั้น ต่อให้นานกว่านี้ผมก็ไม่มีทางรักใครได้อีกแล้ว” ริมฝีปากบอบบางขยับแผ่ว แต่ไร้ซึ่งสุ้มเสียง ณุตตรารู้สึกคล้ายขาดอากาศหายใจ ลมแรงที่ตีวนในอกจุก...เจ็บแปลบ


รู้ไว้ด้วยว่าเธอไม่ใช่แค่คู่นอนชั่วครั้งชั่วคราว เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมจะควงด้วยไปวันๆ ไม่ใช่คนที่รองรับแค่ความต้องการ แต่เป็น ‘ดวงใจ’ ของผม เป็นดวงใจที่ไม่มีใครแทนที่ ผมรักเธอ...ได้ยินไหมขิม”


ทำไมจะไม่ได้ยิน ทำไมจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกข้างใน


รู้ดี...เพราะมันไม่ต่างจากความรู้สึกที่กำลังถาโถมใส่เธอในตอนนี้


'รัก' ที่กำลังกลายเป็นเข็มแหลมยาวพุ่งเข้าหา ทิ่มตำก้อนเนื้ออ่อนๆ ใต้อกจนเป็นแผลพรุน น้ำตาที่หลั่งรินก็ไม่ต่างจากสายโลหิตที่กลั่นเค้นจากหัวใจ มือเรียวบางยกขึ้นช้าๆ ประคองโครงหน้าคมคายเบี่ยงศีรษะเล็กห่างจากใบหน้าคร้ามเครียดที่รื้นไปด้วยน้ำใส กลีบปากระเรื่อแย้มออกนิดๆ คล้ายเป็นรอยยิ้มเคล้ารอยน้ำตา


ได้ยินสิ นายจะเป็นดวงใจของฉันเสมอ รักของนายจะตรึงตรา โอบล้อมดวงใจของฉันตลอดไป”


หญิงสาวโน้มใบหน้าสากไรเคราสั้นลงมาใกล้ แพขนตากะพริบถี่แล้วปรือปิดช้าๆ ก่อนจะแนบเรียวปากนุ่มนิ่ม จูบแตะแก้มสากเบาๆ


ฉันก็จะรักนาย จวบจนลมหายใจสุดท้ายของฉัน” ธรรศสะดุดลมหายใจตัวเอง นิ่งงันเมื่อได้รับสัมผัสอ่อนโยนโดยไม่ได้คาดคิด ร่างน้อยในวงแขนถูกยกขึ้นเกยบนตักแกร่ง กอดรัดประหนึ่งโซ่ตรวน มิให้เจ้าหล่อนหนีหายอย่างที่เปรยไว้ 


ไม่ว่าเวลานี้ เวลาไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ณุตตรายินยอมจะอยู่ข้างเขาหรือไม่ก็ตามเถิด อ้อมแขนนี้จะไม่ปล่อยให้เธอร้าวรานอยู่เพียงลำพัง พันธนาการนี้จะปกปัก...ปกป้อง ให้ไออุ่นและซับคราบน้ำตา


จุมพิตอ่อนหวานจูบซับดวงหน้าเล็ก แก้มรื้นร้อนผ่าวเมื่อมีริมฝีปากหยักร้อนพรมสัมผัสอ่อนโยน หยุดลงที่กลีบปากนุ่มละมุน เย้ายวนให้เสน่หา วงแขนแน่นหนาค่อยคลายแรงรัดรึงช้อนหญิงสาววางลงใต้ร่าง ธรรศจ้องมองวงหน้าแดงซ่านอย่างอ่อนโยน มือของเธอถูกนำมาวางบนบ่า เลื่อนลงแนบอกซ้าย...ตำแหน่งหัวใจที่ภักดี ท่อนแขนที่ค้ำร่างกำยำไว้งอลง โน้มตัวลิ้มรสหวานจากเรียวปากนุ่มนิ่มด้วยคะนึงโหย...


ดอกรักสะพรั่งบานในหัวใจ มิต่างจากรอยรวดร้าวที่กระจายตัวประหนึ่งเชื้อโรคร้าย รักและเจ็บ ยังคงวนเวียนอยู่ในเกลียวคลื่นสิเน่หา ที่สะพัดว่อนในกายหนุ่มสาว ณุตตราปรือตาขึ้นช้าๆ เขม้นมองซีกหน้าคร้ามนิ่งนาน ก่อนจะเผยอปากพึมพำแผ่วเบา


“ธรรศ ฉันจะจดจำนายไว้...”


หลับตา...ปล่อยตัวไปกับสัมผัสนุ่มนวล ดุจปุยเมฆ อดทนกับความร้อนที่กำลังไหลลามทั่วกาย และน้อมรับความสุขบนความเจ็บปวดที่จะเป็นเสี้ยนเล็กๆ ทิ่มตำไปจนตลอดชีวิต


“...และลาก่อน” น้ำตาหยดสุดท้ายกลิ้งจากหางตา หยดลงสู่แก้มผุดผาด



เรื่องที่เกินการคาดเดาเกิดขึ้นได้เสมอ...


แม้ในยามนี้ที่มีหญิงสาวนั่งเคียงข้าง พายัพกลับลังเลท่วมท้น ไม่มั่นใจหรือตระหนักเลยว่าเขาได้หล่อนคืนมา สามารถฉกชิงณุตตราจากมือธรรศมาสู่อ้อมอกของเขาได้แล้วจริงๆ ที่ไม่มั่นใจก็เพราะคนข้างกายนั่งนิ่งเคียงข้าง ทว่าเป็นแค่ร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณ แค่มนุษย์ที่มีลมหายใจ แต่หามีหัวใจไม่...


หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ นายตำรวจหนุ่มยังอยู่ในห้องพัก คว้าง ร้อนรนเต็มทีถึงการตัดสินใจของณุตตรา ยอมรับว่านอนไม่หลับทั้งคืนจนเมื่อฟ้ามืดเริ่มกระจ่าง ดวงตะวันร้างลาของเมื่อวานกลับมาส่องแสงยังไม่เต็มฟ้าดี สายจากรีเซฟชั่นแจ้งว่ามีคนฝากข้อความถึงเขา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเป็นณุตตรา


สองชั่วโมงให้หลัง เขากับเธอจึงอยู่ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ


หลังได้รับโทรศัพท์ ชายหนุ่มคว้าได้กระเป๋าสัมภาระจึงรีบลงไปเช็คเอาท์ที่ล็อบบี้ แล้วก้าวดุ่มๆ ไปที่รถ ที่ลานจอดทำให้ชะงักเหมือนขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ ตอนที่เห็นร่างแบบบางยืนโอนๆ เอนๆ อยู่ใต้ร่มเงาของสนสูง กอดอก บ่าลาดงอลงน้อยๆ อย่างคนอ่อนแรง


นั่นหรือณุตตรา...หญิงสาวคนสำคัญที่เขาอุตส่าห์เปลี่ยนใจเธอได้ นี่ล่ะหรือการได้คืนมาซึ่งตัวซึ่งดูเหมือนว่ามิได้พกพาหัวใจมาด้วย


ชายหนุ่มขบกรามแน่นกับภาพที่เห็น ปลอบประโลมตนเองว่า...แค่นี้ก็ดีแล้ว แค่นี้เขาก็ชนะไอ้หนุ่มเพล์ยบอย ตัวอันตรายคนนั้น


ชนะขาด!!


แล้วยังจะต้องการอะไรอีกล่ะ นายเล็ก นอกจากพาเธอออกจากสภาพน่าสังเวชนี้ พากลับไปหาครอบครัวที่ไม่มีทางทำร้ายเธอ


นายยังจะต้องการอะไร?


เสียงแผ่วๆ ที่สะท้อนกลับมาทำให้อกที่คิดว่าแกร่งกล้า...อ่อนยวบ แข้งขาไร้เรี่ยวแรงกะทันหัน


...ความรักอย่างไรล่ะ นายต้องการความรักจากเธอ



หิวไหม? ขับมาเกือบครึ่งทางแล้ว ผมกะจะแวะปั๊มน้ำมันข้างหน้าน่ะ”


เสียงนุ่มทุ้มที่เงียบหายตลอดการเดินทางหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ดังขึ้น สีหน้า ท่าทางของชายหนุ่มในตอนนี้เรียกได้ว่าปกติ กลับมาเป็น 'นายคนเล็ก' คนเดิมที่ณุตตรารู้จัก เสียงนุ่มนวล แววตาอาทร รั้งดวงหน้าเผือดของคนข้างตัว ให้เบือนมาหาช้าๆ ราวหุ่นยนต์ เจ้าหล่อนมองสบเรียวตาเข้มคมแล้วส่ายหน้าน้อยๆ สัตย์จริงที่ไม่รู้สึกหิว...สักน้อยนิด ก็ไม่มี


แต่นี่สายแล้ว อดอาหารอย่างนี้ไม่ดีหรอกนะ” ท้วงพลางคลอนศีรษะทุยไปมา


...แต่ขิมไม่หิวจริงๆ นะเล็ก มันตื้อไปหมด แล้วก็เวียนหัว” อิดออด ริมฝีปากบางเฉียบซีดขาว ลามไปถึงวงหน้าที่ไร้สีเลือด


ถึงว่าหน้าซีด” ผู้กองหนุ่มพึมพำ


แต่ถึงจะไม่หิวก็ต้องฝืนนะฮะ นมสักกล่องก็ยังดี ถ้าไม่อยากลงไปก็รอในรถ ผมลงไปซื้อเองเดี๋ยวเดียวเท่านั้น” พายัพกระตือรือร้น


ความห่วงใยถูกส่งมาออกนอกหน้า เมื่อเลี้ยวเข้าสู่สถานีบริการน้ำมัน นำรถเข้าจอดในซองหน้าร้านสะดวกซื้อซึ่งเปิดบริการนักเดินทางยี่สิบสี่ชั่วโมง หญิงสาวไม่ได้ว่ากระไร หล่อนทำแค่รับฟังแล้วเบือนหน้ากลับไปทางเดิม ตรงขอบหน้าต่างข้างๆ ประตูรถ นั่งรอชายหนุ่มเงียบๆ ชั่วเวลาอึดใจเขาก็กลับมาที่รถ


เอ้านี่! ผมซื้อนมกล่องมีทั้งรสหวาน รสจืด แล้วก็แซนวิชมาเผื่อไว้ด้วย หิวเมื่อไหร่ขิมจะได้ทานเลย”


ถุงพลาสติกถูกส่งมาตรงหน้าหญิงสาว หล่อนรับไว้บอกขอบคุณเบาจนแทบไม่ได้ยิน นำไปกุมไว้หน้าตักมิได้หยิบออกมารับประทานแต่อย่างใด คนข้างๆ ลอบถอนใจยามชำเลืองมอง นึกเป็นห่วงระคนอ่อนใจกับอาการหม่นหมอง แววตาเศร้าสลดแม้จะไร้ซึ่งน้ำตาของณุตตรา ในมือหนาถือแก้วพลาสติกมีกาแฟร้อนค่อนแก้ว ที่มีควันขาวจางๆ ลอยกรุ่น


สนใจไหม?” เขาถามยิ้มๆ เมื่ออีกฝ่ายเหลือบมอง ณุตตรานิ่งคิดแล้วพยักหน้าน้อยๆ รับกาแฟแก้วนั้นจากมือเขา ลงมือจิบช้าๆ เงียบๆ


ยังดีที่หญิงสาวยังอยากดื่มกาแฟ ใครเล่าจะรู้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีอะไรตกถึงท้องหรือเปล่า ธรรศดูแลเธอดีแค่ไหน ความกังวลท่วมท้น ทั้งหมดสื่อออกมาทางแววตา ยามจับจ้องณุตตราที่กำลังดื่มกาแฟจนหมดแก้ว พายัพลอบถอนใจ...


ขิมตัดสินใจหรือยังว่าจะให้ผมไปส่งที่ไหน บ้านสวนของคุณย่าหรือว่าที่คอนโด” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีปฏิกิริยาตอบรับมากขึ้นพายัพจึงกล้าถาม หลังจากเมื่อครู่เพิ่งเข้าไปซื้อกาแฟร้อนอีกแก้วแล้วนั่งดื่มเป็นเพื่อน ณุตตรานิ่งเงียบไปอึดใจ ท่าทางเหม่อๆ คิดค้น บ่งบอกว่าเธอไม่ได้คิดเรื่องนี้ ก่อนจะหันมาสบตา


ถ้าจะขอไปพักที่คอนโดของเล็ก...ยังจะได้ไหม ขิมยังไม่อยากพบคุณย่าในสภาพนี้”


เธอรู้ดี รู้ตัว...ว่ายังไม่พร้อมเจอหน้าใคร


ทำไมจะไม่ได้ล่ะ บอกแล้วไงว่าผมยินดีให้ขิมพักที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้” น้ำเสียงของเขาแช่มชื่นขึ้น เมื่อสิ่งที่เขาทำยังมีค่าต่อเธอ


ขอบใจนะเล็ก แต่คงไม่นานหรอก พี่เขมกำลังมารับขิมแล้วนี่” ถ้อยคำขมปร่า แววตาคนพูดขมขื่น


ใช่ หลังจากเคลียร์เรื่องงานภายในอาทิตย์นี้ก็น่าจะเสร็จ พี่เขมบอกว่าจะมาเมืองไทยพร้อมกับว่าที่คู่หมั้นของขิม คุณหมอพชร”


พี่เพชร!” หญิงสาวอุทานแผ่วหวิว ลืมเรื่องนายแพทย์หนุ่มไปเสียสนิทใจ ต่อเมื่อชื่อของพชรผุดขึ้นมา ความเจ็บปวดเดิมๆ ก็พร้อมใจกันวิ่งพร่านเสียดแทรกจนเจ็บปร่า ณุตตรานิ่งงัน ละอายใจเหลือเกินที่ทิ้งเขามาแล้วยัง...ยังมาก่อเรื่องใหม่ที่นี่


ดวงหน้าเล็กเผือดสี เรียวตาคู่โตหม่นวูบ


ไม่เป็นไรนะ ขิม” เอ่ยปลอบ วางมือหนาทับมือเรียวเล็กที่กำแน่น บีบเบาๆ นัยน์ตาดำขลับยังเลื่อนลอย คลอน้ำตา เมื่อถูกความผิดบาปเล่นงาน หญิงสาวหวั่นวิตกเหลือเกินว่าพฤติกรรมของเธอจะเป็นตัวการทำลายความรู้สึกของทุกคนที่เธอแคร์


พวกเขาจะคิดอย่างไร ถ้ารู้ว่าขิมมาที่นี่ ถ้ารู้ว่าขิม...ทำเรื่องผิดๆ” บอกอย่างละอาย


จะไม่มีใครรู้ ผมสัญญาว่าเรื่องนี้จะจบที่นี่ เราไม่จำเป็นต้องเอามันกลับไปด้วย อย่าทรมานตัวเองเพราะเขาอีกเลย ขิม”


เล็ก...” หญิงสาวคราง ในอกเต็มตื้อไปด้วยน้ำตา บางส่วนรินไหลนองหน้า บางส่วนจมลึกยังก้นบึ้ง...หัวใจ


อย่าร้องไห้เลยนะฮะ อย่าร้องไห้อีกเลย”


เล็ก...ขิมไม่รู้จะทำได้ไหม ไม่รู้จะลืมเขาได้อย่างไร ทำยังไงภาพของธรรศก็ไม่หายไปสักที เป็นปีๆ แล้วที่ขิมคิดถึงเขา ขิมรักเขา...ฮือๆๆ”


แรงบีบคั้นขับดันมาถึงทรวงอก ตื้อจนหายใจไม่ออก พร้อมๆ กับที่ร่างอ้อนแอ้นโผเข้าหาอ้อมกอดของเพื่อนหนุ่ม เขาลูบผมปลอบด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ


ขิม...”


ทำยังไง? ต้องทำยังไงล่ะเล็ก? ขิมอยากลืม...” ณุตตราสะอื้นตัวโยน วงแขนเรียวบางคล้องอยู่กับท้ายทอยแกร่ง สะอึกสะอื้น ลมหายใจของพายัพตีบตันขึ้นฉับพลัน ก้อนแข็งรวมพลังกันตีตื้นจุกแน่นจนอกกระด้างแข็งเป็นหิน เขาทำเพียงกดศีรษะลงน้อยๆ จรดปลายคางชิดหน้าผากจูบซับปลอบโยนบนผิวอ่อนๆ ร่างน้อยสั่นไหวในอ้อมกอดอุ่นที่มีมือหนาลูบไล้ ตั้งแต่ศีรษะเล็กมาถึงเรือนผมยาว ทำอยู่เช่นนั้นจนกว่าเสียงร่ำไห้จะเหือดหาย


ผมจะทำให้ขิมลืมเขาให้ได้ เชื่อผม...เชื่อใจผม” รำพันปลอบ


ณุตตรารู้สึกเช่นไรเขารับรู้ ยิ่งเธอรักธรรศมากเท่าไรเขาก็ยิ่งเจ็บปวดทวีคูณ และเมื่อหญิงสาวต้องเจ็บปวด ก็เขาอีกนั่นแหละที่เจ็บไม่ต่าง


ไม่คิดเลยว่าแค่รักบริสุทธิ์ในวัยเด็กจะส่งผลยืนยาวถึงวันนี้ มากเป็นเท่าทวีด้วยความรัก ความห่วงใย เป็นห่วงจนทำให้ทิ้งเธอไปไม่ได้ ไม่ว่าความรักครั้งนี้จะจบลงเช่นไร เป็นได้แค่เพื่อนสนิทหรือแฟน พายัพก็ไม่คิดหนีห่างไปไหน


ให้ผมดูแลขิมนะ ดูแลไปตลอดชีวิต”


นายคนเล็ก...” 



เพิ่งจะเช้า...แต่หญิงสาวที่ควรต้องอยู่ข้างกายเขาไปไหน? เธอไปไหน?


ขิม!!” ร่างสูงใหญ่ทะลึ่งพรวดขึ้นนั่งกลางเตียง หันรีหันขวาง ธรรศกะพริบตาถี่ๆ แข่งกับลมหายใจร้อนระรัวจนอกสั่นไหว ใบหน้าคมเข้มปรกผมตัดสั้น ชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อเล็กๆ ชื้นท้ายทอย รื้นลามไปถึงจอนผมจนเปียกหมาด ชายหนุ่มมองหาคนข้างตัวเร็วๆ สะดุดลมหายใจแบบล้มโครม เมื่อมือสากควานทั่วผิวนุ่มของฟูกหนา แต่ไร้ร่องรอยของณุตตรา


ไม่จริง!” เรียวตาคมเบิกโพลง ตระหนกสุดแสน เมื่อฝันร้ายแห่งการพลัดพรากตามมาหลอกหลอน กระทั่งยามตื่น เขาไม่ยอมเชื่อว่าเป็นความจริงจึงตะโกนเรียกหญิงสาวจนกึกก้อง “ขิม!”


ขิม คุณอยู่ไหน? ตอบผมสิ ขิม!”


ธรรศตะโกนลั่น ในใจสั่นไหว ยิ่งไร้เสียงตอบรับก็ยิ่งใจหาย ร่างสูงสง่าผลุนผลันลุกขึ้น สะบัดผ้าห่มจากกายเปลือยเปล่า ก้าวอาดๆ ไปหยิบผ้าขนหนูมาพันท่อนล่างไว้รวกๆ รีบร้อนเข้าไปตามหาหญิงสาวที่ระเบียง ตามด้วยในห้องน้ำ ก็ไม่เจอ...ก่อนวกมาหยุดยืนคว้างราวหุ่นยนต์ตรงกึ่งกลางห้องรับแขก


เธอไปแล้ว... เสียงสู่รู้ดังก้องจนอดโมโหมิได้


คุณไม่ไปจากผมง่ายๆ หรอกใช่ไหม ขิม? มันจะไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ใช่ไหม...


แต่ความจริงที่เขาต้องทนรับรู้ ก็คือ...มันเกิดแล้ว


คุณทำแบบนี้ทำไม...ขิม ทำไม?”


คำรามแหบโหย ดังถูกบีบเค้นออกมาจากหัวใจแหลกสลาย


เธอไปกับมันงั้นหรือ? ไปกับมันได้ยังไง?


นัยน์ตาขมขื่น ใบหน้าดุเข้มเกร็งขึง ซีกหน้าด้านข้างนูนโปน ได้ยินเสียงกรามกระทบกันดังกึกๆ ร้าวหู แทนความรู้สึกรวดร้าวข้างใน


ธรรศ ฉันจะรักนาย... เสียงหวานปนสะอื้น แว่วหวานในสำนึก


...และลาก่อน


ถ้ารัก...แล้วทำไมต้องลา ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ คุณไปจากผมเพราะอะไร?


ทำไมล่ะขิม?” เสียงเครือสั่นแผดดังราวเขื่อนทะลัก ขณะดวงตาแดงก่ำดุจมีเพลิงผลาญ


กว่าจะรู้ตัวว่าความพลุ่งพล่านในอกมากมายเพียงไหน ความผิดหวังจากการสูญเสียทะลักทลายหัวใจไปมากเพียงใดก็ตอนที่ความรวดร้าวระเบิดออกมาด้วยการระดมกำปั้นอย่างแรงใส่ผนังปูนรัวแรง ซ้ำที่เดิมหลายครั้ง มือขวาชาหนึบแม้นว่าหนังหุ้มกระดูกจะกระเจิง ปากแผลตรงข้อนิ้วปริแยกจนของเหลวสีแดงฉานแย่งกันผุดซึม


ฮึ่ม..มม


ธรรศเม้มเรียวปากหยักเป็นเส้นตรง นัยน์ตาดุดันก่ำขึ้นจนเห็นเส้นเล็กๆ แตกกระจายเป็นฝอย ในนัยน์ตาขาว ขอบตาอ่อนๆ ร้อนระอุเมื่อถูกหยดอุ่นๆ เคลือบฉาบ กลิ้งมาออ...รอเวลาซึมช้าๆ สู่แก้มสาก ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก ลดปลายคางลงต่ำอย่างทดท้อ สองมือยกขึ้นกุมใบหน้าซีดเผือดเสมือนยอมรับความอ่อนแอที่รุมเร้า


ที่ว่าเคยเจ็บ เคยปวดมาตลอด มันเทียบไม่ได้เลยกับวันนี้...วินาทีนี้ที่ต้องเสียณุตตราไปอีกครั้ง เธอหายวับไปราวกับไม่มีตัวตน ทั้งที่เขามั่นใจว่าโอบกอดเธอไว้แน่นแล้วตลอดคืน


เขาต้องพรากจากเธออีกแล้วงั้นหรือ? จากกันทั้งที่ผูกพันกันยิ่งกว่าก่อน...


เพราะเรื่องของรัตติกาล เพราะเขาไม่ซื่อตรง...หรือเพราะเธอฟังคำของมันมากกว่า


ความทรมานเพิ่งจะจบสิ้นลงแทนที่ด้วยความสุขชั่วข้ามคืน ได้เป็นของกันและกัน เขาสาบานจะไม่ยอมให้แตกสลายหายไปเพราะน้ำมือของใครอีกเด็ดขาด


พายุโทสะกระหน่ำในใจชายหนุ่ม ผลักให้ร่างแกร่งผุดยืนเต็มความสูงแล้วก้าวอาดๆ ตรงไปหยิบมือถือที่ยึดจากหญิงสาว โทรออกไปยังมือถือของพายัพ แล้วรอ...ระหว่างนั้นใบหน้าเสี้ยมขบกรามแน่นขึ้นๆ จนโครงหน้าตึงเคร่ง เสียงกรอดๆ จากกรามบดกราม เล็ดลอดริมฝีปากหยักลึกที่เม้มแน่นจนแลบางเฉียบ กับเรียวตาดุกราดฉายแววก้าวร้า



เอ๊ะ...


...ใครโทรมาแต่เช้าอย่างนี้” ชายหนุ่มพึมพำ


เสียงเรียกเข้ากับสั่นครึ่กๆ จากวัตถุในกระเป๋ากางเกง เจ้านี่นี่เองที่ทำให้ผู้กองหนุ่มชะงักอาการปลอบโยน จำต้องคลายกอดจากร่างบอบบางอย่างชั่งใจ เป็นจังหวะให้ณุตตราขยับตัวออกห่าง ดวงหน้าแดงซ่านหลุบลงต่ำเมื่อระลึกถึงความอ่อนโยนเมื่อครู่พลางซับหางตา


เรียวตาคมคาย ใต้เส้นพาดเฉียงสีดำสนิทจ้องเขม็ง เคร่งเครียดจัดเมื่อเห็นชื่อของผู้ที่โทรเข้ามา


หมายเลขนั้นบันทึกชื่อ ‘ขิม’ แต่ตัวเธอนั่งอยู่ข้างๆ เขาตรงนี้ คนที่โทรเข้ามาจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่...!!


นายตำรวจหนุ่มจำเป็นต้องชะลอความเร็วเล็กน้อย กดรับสายด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เสียบติดหูพลางเหลือบมองคนข้างกาย เจ้าหล่อนมองตอบแล้วดวงหน้าก็เปลี่ยนสี แววตาวูบวับร้อนรนเมื่อรู้...โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ย ณุตตรากลั้นใจโดยไม่รู้ตัว ส่วนเขาสูดลมหายใจยาวๆ แทนที่จะผ่อนออกมา


เฮ้อ...


นี่คุณ...ไม่ทราบว่าจะโทรมาทำไมอีก จนถึงตอนนี้คุณน่าจะรู้และเข้าใจชัดแล้วนี่ ว่าเพื่อนของผมต้องการพบหน้าคุณอีกหรือเปล่า”


พายัพเริ่มต้นด้วยเสียงแข็งๆ ไม่แคร์ว่าถ้อยคำของตนจะกระทบคนฟังแค่ไหน ส่วนคนที่นั่งข้างๆ นิ่งค้างเป็นหุ่นไปแล้ว แม้ไม่ได้ยินเสียงคนในสายยังทำให้เธอหวั่นไหวปานนี้ สองมือกุมทับจนเย็นเฉียบ เหมือนร่างกายถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง สูญเสียการควบคุม


แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเธอต้องการอย่างนั้น ไม่ใช่ ธุระ ที่ต้องมาคิดแทน หากเธอไม่ได้ขอ...” ธรรศโต้ตอบฉุนๆ 


ฉันต้องการคุยกับขิม ส่งมือถือให้เธอสักทีสิ”


คนปลายสายออกคำสั่ง คนฟัง...ฟังแล้วส่งเสียงเยาะ หัวเราะต่ำๆ ในลำคอ


นี่คุณ สิ่งที่ขิมทำ...ยังไม่ได้บอกให้คุณรู้อีกหรือว่าเธอคิดยังไง เธอต้องการอยู่ให้ห่างจากเพล์ยบอยอย่างคุณ ผู้ชายไม่จริงใจแบบคุณไม่คู่ควรกับขิม ไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอ คุณมันเลว เห็นเธอเป็นอะไรถึงได้ทำให้เธอเสียเกียรติขนาดนี้” เสียงทุ้มค่อนข้างสั่นขณะต่อว่า


ผมขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ว่าเลิกวุ่นวายกับเธอซะ” พายัพบอกเสียงขู่เข็น อีกคนในห้องโดยสารนั่งทื่อราวร่างไร้วิญญาณ ได้ยินได้ฟังทุกคำโต้ตอบของพายัพที่คุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ไม่รู้ว่าธรรศพูดถึงเธออย่างไรบ้าง


แล้วอยากรู้ไหม...หัวใจร่ำร้องระงม แต่ระงับไว้


อย่ามาสู่รู้!” ธรรศคำรามเหี้ยม เรียวตาวาบวับ นายตำรวจหนุ่มกระตุกยิ้ม แววตาเยาะ หึ!


เลิกรังควานเธอเสียทีเพราะถ้าคุณไม่หยุดผมจะแจ้งจับข้อหาคุกคาม ตัวปัญหาอย่างคุณอยู่ให้ห่างๆ ขิมซะดีกว่า ยิ่งใกล้...ความชั่วช้าของคุณก็ยิ่งประจานออกมา” ธรรศโกรธจนกายหนาสั่นเทิ้ม นัยน์ตาไหวระริก มือใหญ่กำแน่นจนแทบจะขยี้ สื่อกลาง ในมือให้แหลกเป็นชิ้นๆ ซีกหน้าคร้ามขบแน่น นูนขึ้นเป็นสัน ก่อนโต้ตอบด้วยเสียงเยียบเย็น


หึ! ถ้าจะแจ้งจับ...ก็แจ้งจับตัวเองเสียก่อนเหอะ”


ข้อหาลักพาเมียชาวบ้าน ขิมเป็นเมียผม ทีนี้ผมมีสิทธิ์พูดกับเธอหรือยัง?”


...คุณธรรศ!” พายัพอุทาน ดวงตาคู่คมเบิกกว้าง


หากเปรียบว่าคนทั้งสองอยู่ในสนามรบ การรบพุ่งเมื่อครู่ธรรศเป็นฝ่ายชนะ ชนะด้วยประโยคเดียวที่ทำให้แววหยันที่คิดว่าเหนือกว่าของพายัพจางวูบ หายวับจากเรียวตาคมขลับแล้วค่อยๆ เบือนหน้ามาหาหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก


มันคือความผิดหวังรุนแรง ในอกเขาขมปร่าจนกลายเป็นยาขม เคยคิด...แต่ไม่คิดว่าจะได้รับการยืนยันเต็มสองหูจากปากธรรศ ผู้ชายที่หาความเป็นสุภาพบุรุษไม่ได้ ชายหนุ่มกล้าอ้างสิทธิ์ของตนจนณุตตราเสียหาย ไม่เหลือชิ้นดี


แต่ถึงจะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับฟัง แต่ในใจก็รู้...ว่าแปรเป็นอื่นมิได้ คนพ่ายแพ้กลืนก้อนแข็งขื่นขม ข่มความรู้สึกรวดร้าวข้างใน แล้วเชิดใบหน้าคมสัน ในนัยน์ตาสีสนิมว่างเปล่า ตอนที่กดสายของธรรศทิ้ง


...ตู๊ดๆๆ



ล เล็ก เกิดอะไรขึ้น...?” ณุตตราถามเบา ดวงตาฉายแววหวั่น เขาส่ายหน้าพร้อมไหวบ่ากว้าง


ก็แค่หมาบ้าที่กำลังคลั่ง รู้ว่าขิมมากับผมก็ยิ่งคลั่งหนัก คนแบบนี้อยู่ให้ห่างไว้น่ะดีแล้ว อย่าไปสนใจเลย” บอกอย่างสงบใจ โดยไม่ยอมขยายความให้ลึกกว่านี้ ด้วยรังแต่จะเจ็บและไม่มีประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย ณุตตราเงียบฟังอย่างยอมรับผงกศีรษะน้อยๆ เธอเองก็ยังไม่พร้อมจะรับรู้เช่นกัน


แววตาของเพื่อนหนุ่มหม่นลงกลายเป็นเหม่อยามมองสบ หญิงสาวเบือนหน้ากลับมาทอดสายตาเหม่อลอยข้างกระจกหน้าต่าง ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ ในที่ของตน ปล่อยให้เพลงเบาๆ จากเครื่องเสียงติดรถยนต์เป็นเพื่อน นานเข้าจากนาทีเป็นชั่วโมง ยอมที่จะนั่งอึดอัดใจจนกระทั่งถึงคอนโดที่พักของพายัพ


แสงไฟสีเหลืองนวลกระจ่าง สว่างขึ้นตรงโถงกลางซึ่งเป็นห้องรับแขก ผนวกกับห้องครัวแบบทันสมัย กะทัดรัด ที่กลางห้องสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นที่ตั้งของโซฟากับโต๊ะกลาง สีทูโทน ขาวดำ ตัดด้วยสีแดงสดของแจกันเซรามิคที่ปราศจากดอกไม้


เครื่องเรือนอื่นก็เรียบหรู ประกอบด้วยโฮมมินิเธียเตอร์ โดยรอบมีสีสันด้วยกรอบรูปติดผนัง ณุตตราเดินตัวเบาโหวงไปนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวโดยมีเจ้าของห้องหนุ่มเดินตาม หิ้วกระเป๋าของเธอมาด้วย เพื่อนสาวของเขาดูอิดโรย อ่อนล้า เมื่อมาถึงที่นี่ได้ก็เหมือนผ่อนคลายลงมาก


ขิมคงเหนื่อยน่าดู” เปรยขึ้นห่วงๆ หญิงสาวเพียงสบตา ไม่ได้ปริปากว่าตั้งแต่เมื่อคืนเธอยังไม่ได้พักผ่อนเลย


พักอยู่ที่ห้องนี้ให้สบายใจนะ รับรองว่าจะไม่มีใครมารบกวนขิม”


ร่างสูงโปร่งก้าวมานั่งโซฟาตัวยาวข้างๆ กัน “ขอบใจนะเล็ก”


ฮื่อ อย่าคิดมาก ช่วยอะไรได้ผมจะช่วย”


ต้องการอะไรก็บอก ผมจะหามาให้ขิมทุกอย่าง” เขายื่นมือมากุม คนพูดสบตาจริงจังเว้าวอนและซึ้งนัก สะท้อนไปถึงใจคนฟังที่รู้สึกผิดจนรับไว้มิได้ คำพูด แววตาจริงจังของเพื่อนหนุ่มกลายเป็นเกลียวเหล็ก บีบรัดไม่ปล่อย อานุภาพที่มากมายสื่อจากเรียวตาคมแสนอบอุ่น ทว่าเธอปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ รู้ว่าความรู้สึกเกินเพื่อนนี้กำลังทวีขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มพร้อมที่จะปกป้องดูแล พร้อมที่จะทำให้เธอมีความสุข


แต่...


ลมหายใจหนักๆ ของณุตตราถูกผ่อนออกมา ราวกับต้องการยุติความอัดอั้นเหล่านี้


เล็ก” ชายหนุ่มบิดใบหน้าขรึมกลับมา ขณะรินน้ำเย็นใส่แก้วใสสำหรับเขากับเธอ


ขิมขออะไรสักอย่างได้ไหม?” หนุ่มหน้าเข้มกะพริบตาปริบๆ รอฟังอย่างตั้งใจ อยากรู้ เธอต้องการอะไร?


ที่เล็กบอกว่า...จะดูแลขิมตลอดไปน่ะ อย่าเลยนะ”


ขิม” ผู้กองหนุ่มอุทานแผ่ว น้ำที่ถูกรินใส่แก้ว...ชะงัก


อย่าทำอย่างพี่เขม เพราะเล็กจะไม่มีความสุขอีกเลย ตั้งแต่พี่เขมรู้ว่าขิมป่วยก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดกับการตระเวณรักษา ตามหาหมอเก่งๆ เพื่อขอให้มาร่วมค้นคว้ากับพี่เพชร และดร.ฟิลิบเป ทุ่มเทเวลาที่ควรต้องใช้กับคนรัก กับการทำงานมาให้ขิมคนเดียว”


แล้วดูซีเกิดอะไร...ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย” บอกเสียงขื่น


ทุกคนต้องเสียทั้งเวลา ต้องเสียสละมากมายแต่ผลไม่คุ้มค่าเลย ถ้าเล็กเอาใจมาวางแทนขิม ถ้าเล็กรักขิม ก็จะเจ็บปวดยิ่งกว่า ต้องทุกข์ใจไม่ต่างจากที่พี่เขมกำลังเป็น ขอร้อง..อย่าทำให้ขิมต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นตัวถ่วงอนาคตของใครมากไปกว่านี้เลย” ปลายเสียงเครือสั่น ดวงตาคู่โตออหยดใส


แต่กับ...หมอนั่น ขิมยอมแขวนชีวิตกับเขา ยอมผูกพัน มอบความหวัง บอกทุกอย่างกับเขาแล้วทำไม...กับผมถึงไม่ได้?” ตัดพ้อ ณุตตราส่ายหน้า


เปล่าเลย ที่ขิมเลือกจากมาเพราะรู้แล้วว่าความหวังมันก็แค่ฝันลมๆ แล้งๆ มีวันนี้แต่ไม่มีอนาคต หนีไปอยู่ที่ไหนกับใครก็หนีไม่พ้นความจริง จะอยู่กับเขาหรือใครขิมก็หนีไม่พ้นชะตากรรมของตัวเอง”


ถ้าอยู่ด้วยกันต่อไปอย่างคนรัก อย่างคู่ชีวิต คนข้างๆ นี่เองต้องทุกข์ทรมานกว่าเพราะช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ความหดหู่จะเข้ามาแทนที่ในจิตใจของเราทั้งสอง ความสุขของเขาจะถูกกลบกลืนจนไม่เหลือกำลังใจในชีวิต”


คิดอะไรอย่างนั้น มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือความรัก ที่ผมรู้สึก...แบบที่เขารู้สึก”


รัก’ ทำให้เรามีความสุขที่ได้รัก การได้อยู่ใกล้ๆ คอยดูแลคนที่เรารักก็เหมือนกัน หรือกระทั่ง...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ก็เป็นเสี้ยวหนึ่งที่ทำให้เป็นสุขได้ ผมเชื่อว่าเขาก็คิดไม่ต่างจากผมหรอก เพราะฉะนั้น...ขิมกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ” หญิงสาวส่ายหน้า แววตาไม่สั่นคลอนลงเลย


ถึงอย่างนั้นก็เถิด ไม่ว่าใครก็อย่าเริ่มต้นเลย เล็กจะได้ไม่ต้องเสียใจ ขอให้มันเป็นอย่างนี้เถอะเล็ก ขิมขอร้อง” วิงวอนทั้งน้ำตาคลอ


ความเงียบของทั้งสองฝ่าย คือ...คำตอบ


...เธออาจเข้าใจผิดหรือถูกแล้ว อาจเป็นอย่างที่นายเล็กเข้าใจและพยายามจะบอกเธอ แต่สำหรับณุตตราแล้ว การไม่เริ่มต้นเพราะความขลาด หยุดความผูกพันเสียตั้งแต่วันนี้ เป็นวิธีที่คิดว่าดีที่สุด


ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก่อนที่ลมนั้นจะหวนมาทำร้าย คงได้แต่ภาวนาว่าเมื่อเธอจากเขาไปในครั้งนี้ ภาพของเธอจะถูกลืมเลือนไปจากหัวใจของชายหนุ่มทั้งสอง จางหายไปในที่สุด


เฮ้อ...


เจ้าหล่อนเข้มแข็ง ใจแข็งเกินไป พายัพเข้าใจแล้วล่ะว่าการคิดถึงคนอื่นก่อนตนเองสร้างความเจ็บปวดล้นหลาม ณุตตราคิดแทนเขา คิดแทนธรรศ รวมทั้งทุกคนว่าจะเป็นเช่นไรหากเธอกลายสภาพเป็นคนพิการ เป็นหนึ่งในภาระ ไม่คิดต่อล่ะว่า...ความสุขที่เกิดจากการได้อยู่เคียงข้างคนที่รัก ไม่ว่าจะในสภาพไหน เป็นคนดีหรือร้าย พวกเขาก็ยอมรับได้ นั่นต่างหากคือความสุขที่แท้จริง


แต่นั่นล่ะ เขายอมรับว่าไม่สามารถทลายกำแพงความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยว ก้าวข้ามไปไม่พ้น แล้วใครล่ะจะทำได้?


ธรรศ...ผู้ชายหลายใจ เพล์ยบอยตัวพ่ออย่างหมอนั่นนะรึ นายคนนั้นจะทำเพื่อขิมได้หรือเปล่า เขาอยากรู้จริงๆ...


ผมกลับก่อนนะขิม ถ้ามีอะไร...โทรหาผมได้ทุกเมื่อ ผมจะมาหาในทันที” พายัพให้คำมั่น


เห็นว่าสมควรแก่เวลา จำต้องลากลับ 'งาน' ไม่เอื้ออำนวยให้เขามีเวลาว่างเท่าใดนัก คดีที่ติดตามอยู่ก็กำลังงวด ใกล้เวลาปิดฉากเข้าไปทุกทีๆ จำเป็นต้องทิ้งเพื่อนสาวไว้ตามลำพัง ณุตตราไม่ได้ว่ากระไร แค่ผงกศีรษะน้อยๆ เดินตามมาส่งเขาที่ประตู ชายหนุ่มรอจนประตูแง้มปิด ลงล็อกเรียบร้อยแล้วจึงออกเดิน


เสียง 'ตึ๊ง' จากการที่ลิตฟ์เคลื่อนไปหยุดชั้นหนึ่งเปิดรับผู้โดยสารที่ชั้นเก้า พายัพซึ่งเป็นคนเดียวที่โดยสารอยู่ในลิฟต์ตัวนี้ขยับตัวเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลีกทาง ด้วยยังมีที่ว่างสำหรับอีกหลายคน


......”


ตาคมปรากฏภาพหญิงสาวร่างผอมบาง สูงระหง ดุจนางแบบก้าวเข้ามา ท่าทางหล่อนมาดมั่น สวยสะคราญสะดุดตา หากมิใช่เพียงแค่น่าสนใจ รูปลักษณ์นั้นทำให้ผู้กองหนุ่มอึ้ง พายัพระลึกได้ในทันทีว่าเขาเคยเห็นหน้าเจ้าหล่อนมาก่อน


ว่าแต่...เป็นที่ไหนนะ? พยายามใคร่ครวญ แล้วดวงตาสีสนิมก็เบิกขึ้น ลมหายใจถี่ยิบ


ใช่แล้ว... นี่มัน 'รัตติกาล' หล่อนคือหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ควงคนปัจจุบันของนายธรรศ


โลกนี้มันแคบและกลมเหลือเกิน ทำไมผู้หญิงสองคนที่ต้องวุ่นวายเพราะหมอนี่ต้องมาอยู่ที่เดียวกัน พายัพครุ่นคิดหน่วงหนักในสมอง


...หรือที่จริงแล้ว สถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับณุตตรา จะกลายเป็นที่ที่เธอไม่ควรอยู่มากที่สุด



เอ๊ะ! คุณธรรศนี่นา มาได้ยังไงเนี่ย!


เรียกได้ว่าสร้างความประหลาดใจไม่น้อยแก่ศลิษา เมื่อจู่ๆ ผู้บริหาร ซึ่งหล่อนทราบว่าถูกส่งตัวไปดูแลโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์โรงแรมเพชรรุ้งถึงจันทบุรี มาปรากฏตัวในสำนักงานของอินฟินิตี้ ดีไซน์ กรุ๊ปและกำลังพาร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองค่อนข้าง ‘มอม’ ก้าวอาดๆ ผ่านหน้าโต๊ะทำงานของหล่อนไป


คุณธรรศ สวัสดีค่ะ”


ศลิษาลุกพรวดทักทาย วิ่งตามชายหนุ่มเข้าห้องไปติดๆ เข้าไปยืนจดๆ จ้องๆ ขณะเจ้านายขยับกายหนา ทรุดนั่งยังเก้าอี้ประจำตำแหน่ง เลขาสาวยิ้มให้ มองปราดเร็วๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดไปถึงกายท่อนบนของเจ้านาย เลิกคิ้วขึ้น...


ไหงคุณธรรศอยู่ในสภาพนี้ล่ะ ปกติผมเผ้าเรียบแปร้ แต่งตัวเนี๊ยบจัด เจ้าระเบียบจะตายไป


ตอนนี้ชายหนุ่มหน้าดุตรงหน้า สวมเสื้อเชิ้ตลายทางแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นสีกากี ติดกระดุมรวกๆ มาถึงอก ที่แปลกตาที่สุดเห็นจะเป็นทรงผมที่ยอมให้ปรกลงบนใบหน้าจนดูราวเด็กหนุ่มอ่อนวัย


เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ คุณธรรศ?” หล่อนไม่แน่ใจว่านายจ้างอยู่ในภาวะใด จึงอ้อมแอ้มถามด้วยความเป็นห่วง ธรรศชายตามองเงยหน้าหมองขึ้น มือหนาเสยผมนุ่มๆ ที่ปรกลงมาเร็วๆ อย่างรำคาญ


ผมสบายดี เชิญคุณแอ้มกับคุณกฤษณ์ที่ห้องผมที ตอนนี้เลย”


ค่ะ” ศลิษาพยักหน้าปลก รีบเร่งออกไปเมื่อเห็นนัยน์ตาร้อนรนของคนสั่ง คิดในใจว่าอะไรหนอ...ที่ทำให้คุณธรรศของหล่อนออกอาการร้อนใจขนาดนี้


จริงสิ! แล้วผู้ช่วยที่ติดสอยห้อยตามไปทำงานด้วยล่ะ ไม่เห็นคุณขิมมาด้วยกัน


ความคิดของศลิษาหยุดลงเมื่อเข้าไปแจ้งอระอรกับรัฐกฤษณ์ ที่ต่างก็แปลกใจจนต้องผลุนผลันมาที่ห้องของธรรศ เวลานี้ผู้บริหารทั้งสามอยู่กันพร้อมหน้า ส่วนเลขาสาวล่าถอย กลับออกไปตามคำสั่งเจ้าของห้องที่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด เรื่องอะไรไม่รู้สิน่า แต่ศลิษารู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร


เสียงปิดประตูยังไม่ทันจาง เสียงของผู้มาใหม่แทนที่ ผู้บริหารหนุ่มสาวก้าวเข้ามา แววตาไม่ร้อนรน ใคร่รู้


กลับมาจริงๆ ด้วย” คนหนึ่งอุทาน


นั่งลงซะก่อน” ธรรศบอกเสียงเนิบ ปรายตาไปยังชุดรับรอง กลางห้อง ผู้มาเยือนจึงตบเท้าพากันไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาว สีหน้าสงสัยเต็มแก่ถึงการกลับมากะทันหันของเขา ด้วยไม่เคยมีเรื่องไหนนำหน้าเรื่องงานเท่าที่รู้จักกันมา รัฐกฤษณ์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นโดยไม่รอช้า


เกิดอะไรขึ้นล่ะ เรื่องงาน...หรือเรื่องขิม?” เดาจากสีหน้าท่าทางแล้ว เขาคิดว่าอย่างหลัง


ขิม” ธรรศตอบเบา หญิงสาวข้างกายรัฐกฤษณ์ทำตาลุก ชักสีหน้า


ขิมทำไม? มีอะไรก็รีบๆ ว่ามาสิยะ ชักช้าอยู่ได้” อระอรโวยวาย คนเรียกหล่อนมากลับเงียบ...นั่งขรึม


นี่นายธรรศ อย่ามัวอมพะนำได้ไหม มีอะไรก็พูดมาสิ อกฉันจะแตกตายเอานะ”


สาวแกร่งค่อนเสียงสูง เสียงถอนใจนำมาก่อนคนร่างสูงลุกขึ้น แล้วเดินตามมานั่งที่โซฟา เอนแผ่นหลังกว้างพิงพนักนวม ยามเห็นใกล้ๆ ธรรศดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด


เกิดเรื่องที่นั่น...นิดหน่อย” ชายหนุ่มบอก อระอรหูตั้ง


นิดหน่อยน่ะแบบไหน? เกิดอะไรกับเพื่อนฉัน? บอกมาเดี๋ยวนี้เลย” แทนที่จะพูดโต้งๆ ธรรศกะพริบตาถี่ๆ หลับตาลงขยี้หัวคิ้ว นึกถึงณุตตราขึ้นมาเมื่อไรความทรงจำขมปร่าทำให้เขาปรือตาขึ้น แววแปลกปร่าฉายวาบในเรียวตาดุเข้ม ปนเปไปด้วยความคิดคำนึงและสำนึกผิด


เท่านั้น...หัวใจของอระอรถึงกับแกว่ง!


นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ไอ้ธรรศ ถ้าไม่พูดตอนนี้ฉันง้างปากนายฉีกแน่ๆ” ส่งเสียงขู่ฮึ่มๆ


เร็วๆ สิยะ ใครเย็บปากไว้หรือไง แกทำอะไรขิม?”


อระอรอึดอัดที่สุด อยากรู้แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจำนรรจา ทั้งที่เป็นคนเรียกเธอกับรัฐกฤษณ์มาที่ห้อง เป็นชายหนุ่มที่หน้าเผือดก่อนเขาชี้หน้าธรรศ ปลายนิ้วระริกสั่น


เดี๋ยวนะไอ้ธรรศ ที่ไม่พูดเนี่ยแสดงว่าร้ายแรง..ใช่ไหม?” รัฐกฤษณ์เอ่ยปาก เรียวตาคนถูกถามไม่ปฏิเสธ มันร้ายแรงมากเชียวล่ะ


แก! อย่าบอกนะว่าแก...” อระอรโพล่งออกไปแล้วเงียบกริบ หล่อนตกใจและกลัวความคิดตัวเอง


ไม่จริงใช่ไหมธรรศ แกไม่ได้ทำร้ายเพื่อนฉันจริงๆ หรอกใช่ไหม” ทุกฝ่ายเงียบงัน มันคือคำตอบที่เชือดเฉือนไปถึงเนื้อใน


ก็แล้วถ้าใช่...


ตะ ตายแล้ว!!


อระอรอุทาน หน้าซีด ก็หล่อนเป็นคนส่งเสริมณุตตราให้ไปกับนายธรรศเองนี่นา


จริง” ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับ แววตาสำนึกผิด


ไอ้บ้า! แกมันบ้าที่สุด!” หญิงสาวโกรธจัด พุ่งตัวเข้าไปทุบตีฝ่ายที่มิได้ปัดป้อง ธรรศปล่อยให้เพื่อนสาวทำร้ายตามที่หล่อนต้องการ ตามแก่โทษที่เขาสมควรได้รับ


ใจเย็นๆ ก่อนแอ้ม ใจร้อนไปไม่มีอะไรดีหรอก” รัฐกฤษณ์พุ่งตัวตามไปรัดเอวคอดบาง รั้งแฟนสาวให้กลับมานั่งที่เดิมกอดหล่อนไว้ เขย่าหัวไหล่กลมกลึงให้ได้สติ


ให้โอกาสเจ้าธรรศมันได้พูดก่อนนะแอ้ม ไม่อย่างนั้น...พวกเราไม่ได้รู้เรื่องแน่”


เย็นไม่ไหวแล้วนะกฤษณ์ ที่ธรรศทำมันโหดร้ายป่าเถื่อนเกินไปนะ เห็นผู้หญิงอย่างเราๆ เป็นผักเป็นปลาหรือยังไง ถึงคิดจะทำอะไรก็ได้”


ฉัน...ขอโทษ” คนผิดเอ่ยเสียงแหบพร่า รัฐกฤษณ์ปัดสายตาไปหาเพื่อนหนุ่ม คิ้วหนาขมวด


แต่แกมันบ้าจริงๆ นะไอ้ธรรศ แกไม่น่าวู่วามทำเรื่องแบบนี้ลงไปเลย น่าสงสารขิมออก” ก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายห้ามปรามแฟนสาว ตอนนี้อดไม่ได้เสียเองจึงค่อนแคะเพื่อนรัก


ภายในห้องทำงานสงัดเงียบช่วงหนึ่ง คล้ายทุกลมหายใจในนั้นกำลังชั่งใจ คิดหนักว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ต่างก็มีส่วนในการชักนำณุตตรามาพบธรรศ โดยเฉพาะอระอรขุ่นเครียดกว่าใคร บาปที่เกิดเป็นกรรมที่ก่อร่วมกันอย่างแท้จริง หญิงสาวเม้มปากน้อยๆ กลืนก้อนอากาศที่ขาดห้วง...


น่าสงสารก็เพราะอยู่ใกล้คนอย่างนายน่ะแหละ ธรรศนะธรรศ นายมันสิ้นคิดสิ้นดี นายมันร้ายกาจที่สุด”


ฉัน...ยอมรับทุกอย่างแล้วแอ้ม” แววตาคนบอกหม่นหมอง


เออ ลองไม่ยอมรับผิดสิ” หญิงสาวเข่นเขี้ยวในโพลงปาก


...แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ?”


บอกตามตรง...พวกฉันไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องที่นายทำหรอกนะ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไป ชีวิตก็เหมือนกัน ต้องดำเนินต่อ ไหนๆ เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไรได้ ทีนี้บอกซิ ว่าจะเอายังไงกับยัยขิม” อระอรถามหลังสงบใจลงบ้าง แม้บ่าบางของหล่อนจะยังไหวสั่นน้อยๆ


ถ้าเขาอยู่ถามฉัน อย่างที่พวกแกกำลังทำก็ดีสิ แต่นี่ขิมกลับกรุงเทพไปพร้อมเพื่อนที่ชื่อ...นายคนเล็ก จู่ๆ ก็มีคนตามไปที่นั่น อ้างตัวเป็นเพื่อนสนิท อ้างนู่นอ้างนี่พาเขาไป ฉันไม่รู้ว่าขิมไปอยู่ที่ไหน ถึงได้เรียกหาพวกนายอยู่นี่ไง อยากให้ช่วย...”


ช่วย?” เสียงแหลมบาดหู


ฉันต้องการรับผิดชอบ ฉันต้องการตัวขิม” บอกหนักแน่น


แล้วถ้าเพื่อนฉัน เกิดคิดได้ว่า...ไม่ต้องการนายล่ะ มันจะเป็นยังไง” อระอรมองเยาะๆ หมายจะให้ธรรศเจ็บปวดบ้าง


เขารู้...ตอนที่ยังเป็นที่ต้องการกลับไม่ทำตัวให้มีคุณค่า สมควรให้ ‘รัก’ และจะมีประโยชน์อะไรหากวันที่กลับไป วันนั้นณุตตราไม่ต้องการความปรารถนาดีของเขาแล้ว ใบหน้าคมสันพลันซีด ตาดุดำกระตุก อกสั่นขวัญแขวนกับแค่คำขู่


ขิมอุตส่าห์กลับมาพบ เพราะรู้สึกผิดที่เคยทำให้นายเจ็บปวด ผู้หญิงคนไหนบ้างจะมานั่งจดจำรักแรกให้เสียเวลา แทนที่จะลืมๆ กันไปมีคนรักใหม่ก็จบแล้ว โชคร้ายที่ดันมาเจอคนเห็นแก่ตัวอย่างนายอีก ไม่รัก ไม่พอใจก็ทำร้าย ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ชิ!” หญิงสาวประชดประชัน


ฉันไม่ได้ทำลงไปเพราะ...แค้น อย่างเดียวสักหน่อย” ชายหนุ่มอ้อมแอ้ม...สารภาพ


งั้นเพราะอะไร นายเทวดา? พูดดีๆ นะไม่งั้นหัวแบะแน่” คนถูกคาดโทษส่งแววตามุ่งมั่น มองตอบ...


เพราะ 'รัก' เพราะฉันรักขิมต่างหากเล่า” น้ำเสียงมั่นคง แววตายิ่งมาดมั่น เขาทำให้เพื่อนทั้งสองนิ่งอึ้ง


โอ้ย! พ่อคุณ แล้วดูก่อนหน้านี้ที่ทำเข้าสิ รักก็บอกว่าเกลียด ดีใจที่เขากลับมาก็ประชดประชันไปคนละเรื่อง เป็นใครก็ใจฝ่อ ช่วย 'รัก' ให้มันสมกับที่เขากลับมาเพื่อนายหน่อยได้ไหม”


มันเป็นความตั้งใจของขิม ไม่อย่างนั้น...พวกเราก็คงไม่รับขิมมาทำงานกับแกหรอก” รัฐกฤษณ์เสริม


ขิม ตั้งใจมาพบฉัน...?”


เออสิ หูตาสว่างได้แล้ว”


'ตั้งใจมาพบเขา' ต่างจากตอนนี้ที่หล่อนหนีหน้า หากมีความตั้งใจเต็มเปี่ยมเพียงนั้น ในวันนี้หล่อนห่างหายจากเขาไปทำไม


ธรรศ นายคงต้องหาเหตุผลแล้วล่ะ ว่าคนที่รักและทำเพื่อนายขนาดนี้ ทำไมเลือกที่จะจากไปง่ายๆ หาให้เจอ ไม่อย่างนั้นนายคงต้องเสียขิมไปตลอดชีวิตแน่ๆ” ประโยคนั้นเป็นทั้งคำขู่ เป็นทั้งแรงกระตุ้น คนคนเดียวที่เขานึกออกในตอนนี้ก็คือ พายัพ ชายหนุ่มที่พรากณุตตราไปจากอกเขา


ไอ้นายคนเล็ก เพื่อนตัวดีของขิม หมอนั่นจะต้องรู้แน่!



ขอบคุณนักอ่านที่ติดตาม "ดวงใจนิรันดร" 

ฝากติดตามกันตลอดๆ ด้วยการแอด Fav ไม่พลาดตอนอัพเดตแน่นอนค่ะ   

อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ ติ / ชม เม้นต์ให้กำลังใจนักเขียนกันได้จ้า :) 

                                                                                 ดาลัน | นฎา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #14 ปาล์ม ปาม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 10:54
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอัดอั้นตันใจที่สุดค่ะไรเตอร์  แต่ชื่นชมไรเตอร์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้ดีค่ะ
    #14
    1
    • #14-1 mommam_d(จากตอนที่ 12)
      10 ตุลาคม 2558 / 11:09
      คุณปาล์ม ปาม

      ขอบคุณมากค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ยากและใช้เวลาเขียนนานที่สุดค่ะ
      แต่ก็ออกมาในแบบที่ผู้เขียนอยากให้เป็นจริงๆ

      ดาลัน :)
      #14-1
  2. #13 ปาม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 18:08
    น้ำตาท่วมจอเลบ
    #13
    0