ดวงใจนิรันดร < บทส่งท้าย อัพ 100% >

ตอนที่ 11 : ตอน 9 : ลมเปลี่ยนทิศ < อัพ 100% >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 58

ตอน 9

ลมเปลี่ยนทิศ


...เสียงหนึ่งครางอือในอากาศ ไม่ใช่หญิงสาวอย่างแน่นอนเพราะเจ้าหล่อนยังหลับสนิท เป็นชายหนุ่มที่เริ่มขยับตัว นิ่วหน้านิดๆ ด้วยรู้สึกล้าตรงท่อนแขนขวาที่ยามนี้ ทั้งอุ่นและหนัก


ธรรศปรือตาขึ้นอย่างรวดเร็ว รู้สติ กรอกตาขึ้นมองเพดานแปลกตากับพัดลมแขวนแบบโบราณเป็นอย่างแรก สำนึกรู้ว่าเขาอยู่ในห้องสวีทภายในโรงแรมเพชรรุ้ง และนี่ก็คงจะเช้าแล้ว


ส่วนคนข้างๆ ก็คือ...ณุตตรา หญิงสาวที่เขาได้ลิ้มลองในฐานะคู่นอนเป็นครั้งแรก


สัญชาตญาณในกายหนุ่มยังบอกต่อไปอีกว่า...เขาคือ 'คนแรก' ของหล่อน และจะต้องเป็นคนสุดท้ายที่หล่อนจะผูกพันทางกายด้วย


ความรู้สึกชาๆ ตรงมัดกล้ามฉุดให้ชายตามอง ค้นหาว่าอะไรทำให้หนักจนยกไม่ขึ้น แถบคิ้วหนาเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อท่อนแขนกำยำกลายเป็นที่ซบของร่างบาง เจ้าหล่อนกำลังหลับลึก ไม่รู้สึกกระทั่งตอนที่ธรรศผงกศีรษะขึ้นจับจ้อง ดวงหน้ากับพวงแก้มปลั่งของหญิงสาวซีดจาง ปราศจากสีเลือดฝาด ดวงตาพราวไสวที่เคยพร่างพราวดุจดวงดารานับร้อย ปิดสนิท โดยมีเปลือกตาค่อนข้างคล้ำบดบัง


เขาไม่แปลกใจหรอกที่สภาพของณุตตราเป็นเช่นนี้ เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนบ้าง ออกจะสะใจเสียด้วยซ้ำที่ทำให้เธอเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยามหลับ ยามตื่น จนแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีหยดใสๆ ซึมที่หางตาตลอดเวลา


ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดยาวลึก รู้ว่าเขาและเธอเพิ่งผ่านมรสุมรัก หักโหมชนิดที่ทำให้อีกฝ่ายสลบไสล ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาถึงตอนนี้ เขาขยับตัวแผ่วเบา สอดท่อนแขนช้อนร่างนุ่มเนียนเข้ามาชิดอกยิ่งขึ้น ใบหน้าละมุนแนบกับผิวกายเปลือยเปล่า ตอนนั้นเองเขาสะดุ้ง รับรู้ว่าร่างอ่อนปวกเปียกนั้นร้อนเท่าใด นี่ไม่ใช่อุณหภูมิร่างกายของคนปกติ หล่อนเป็นไข้แล้วก็มีไข้สูงเสียด้วย


ขิม เฮ้! เธอได้ยินผมไหม?” ธรรศกดใบหน้าลงถาม แถบคิ้วขมวดมุ่นไม่แพ้นัยน์ตา


ขิม...”


ไม่มีเสียงตอบ ก็เริ่มกระวนกระวาย


ลืมตาสิ ขิม! บอกให้ตื่นไงล่ะ”


อย่าบอกนะว่าไม่สบาย ยัยงี่เง่าเอ้ย! ใจเสาะไปไหม ธรรศคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอ หงุดหงิดหนักขึ้น


'อือ...'


คนถูกปลุกแค่ขยับไหล่ลาดเนียนไหวๆ ร่างทั้งร่างร้อนผะผ่าว เต็มไปด้วยความอึดอัด...กระสับกระส่าย ณุตตราไม่ได้ลืมตาขึ้นมาโต้ตอบแต่อย่างใด หญิงสาวแค่ครางแผ่วๆ เหมือนแมวคราง ส่งไอร้อนผ่านจมูกโด่งเล็กกับกลีบปากอ่อนนุ่ม ที่เผยอขึ้นเสมือนเครื่องช่วยหายใจ


ร่างบอบช้ำซุกศีรษะเล็ก ปกคลุมด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิงชิดอกกว้าง ยึดมันไว้เป็นหลักพักพิงโดยไม่รู้ว่านี่แหละเป็นคนที่ทำร้ายจนเธอต้องมาอยู่ในสภาพเลวร้ายเช่นนี้ ความไม่รู้ทำให้หญิงสาวกอดเกี่ยวเอวสอบไว้ จนความร้อนรุมแล่นลามจากกายบางมาถึงอกหนุ่ม หัวใจเขาเต้นตุ้บๆ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่ก็ครู่เดียวเพราะสติกลับมาในไม่ช้า ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่ง วางหญิงสาวบนหมอนนุ่ม เดินวนไปวนมารอบเตียงอย่างคิดหนัก ก่อนจะแก้ปัญหาด้วยการโทรไปที่ล็อบบี้


ขอสายคุณพิมพ์นราครับ” เสียงห้าวปนกระด้างติดจะร้อนรน


ดิฉันพิมพ์นราค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ?” อึดใจเดียว ผู้จัดการสาวก็มารับสาย


ผมธรรศนะครับ คือว่า...ณุตตรา เอ่อ ขิม ภรรยาผมไม่สบาย ไข้ขึ้นสูง ไม่ต้องไปหาหมอหรอกครับ ขอแค่ยาแก้ไข้ให้เธอก็พอ”


ชายหนุ่มบอกพิมพ์นราแล้ววางสายอย่างรวดเร็ว ร่างองอาจหันขวับกลับมามอง เห็นณุตตราซุกตัวงอในผ้าห่ม แผ่นหลังบอบบางงุ้มงอ พันตัวเองเหมือนก้อนบางอย่างบนเตียง มือเรียวเล็กขยุ้มผ้าห่มมากดที่แผ่นท้องของเธอ หญิงสาวถูกความเจ็บปวดร้าวระบมที่กลางกายเล่นงานจนครางแผ่วหวิว


ดวงหน้าเผือดมีน้ำตาพรากไหล ธรรศเม้มปากเป็นเส้นตรงได้ยินเสียงบดกรามคำรามในหู เมื่อภาพนั้นสะท้อนกลับมาสู่จิตใจด้านชาซีกหน้าคมคายนูนขึ้นเป็นสันกราม ยามขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ความคิดวนเวียนอยู่แค่...เรื่องเมื่อคืน


ที่หล่อนเป็นอย่างนี้ เพราะใคร...ก็เขาไง ฝีมือของเขาทั้งนั้น


ผลงานทั้งหมดของเขาปรากฏเป็นรอยจ้ำแดงๆ ทิ้งร่องรอยบนเนื้อตัวของหล่อน แทบจะทั่วทุกอณูที่ผิวผุดผาดเปิดเผยก็ว่าได้ ที่มองเห็นยังมากมายขนาดนี้ แล้วส่วนปกปิดที่มองไม่เห็นด้วยตาอีกล่ะ จะเยินยับเพียงไหน?


ยาแก้ไข้มาถึงมือ ชายหนุ่มรินน้ำใส่แก้วที่ทางโรงแรมเตรียมไว้หลังตู้เย็นขนาดกะทัดรัด วกกลับมานั่งบนเตียงจนยวบบุ๋ม พลางช้อนตัวคนป่วยขึ้นมานั่งกึ่งนอน เอนอิงตัวกับเขาไว้ ธรรศจ้องมองเม็ดยาในมืออย่างชั่งใจ ณุตตราคงไม่มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมากินยาเองแน่ เขาช่วยด้วยการป้อนยาผ่านริมฝีปากอุ่นร้อน ป้อนสู่เรียวปากแห้งผากของเธอ ตามด้วยน้ำอึกใหญ่ที่ทำให้หญิงสาว...สำลัก หูตาแดงก่ำ


แค่กๆๆ แค่ก!


ณุตตราไอโขลกแล้วก็เป็นครั้งแรกที่ปรือตา หลังสลบไสลไปตอนใกล้ฟ้าสาง หญิงสาวสะท้านสุดตัว เมื่อรับรู้ว่าแผ่นหลังบอบบางปะทะความแข็งแกร่งบางอย่าง อีกความชืดเย็นจากเครื่องปรับอากาศ หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ งุนงง ปากอิ่มซีดสั่น ปวดหัว พยายามเรียบเรียงเรื่องราวเท่าไรก็ทำไม่สำเร็จ เธอคลอนศีรษะอย่างมึนงง


ก่อนทำความเข้าใจกับเรื่องทั้งหมด ณุตตราถูกรั้งไปอยู่ในอ้อมกอดแข็งๆ ท่อนแขนใหญ่อบอุ่น โอบรัดตัวเธอไว้หวังให้คลายสั่นเทา เธอหนาวสะท้านท้ังที่เนื้อตัวร้อนเป็นไฟ


จุ๊ๆ อยู่นิ่งๆ กับผมตรงนี้”


ใครคนหนึ่งกระซิบกระซาบ เป็นคำสั่งที่เจือความอาทรอยู่ในที ณุตตราซึ่งเหนื่อยอ่อนเป็นทุนเดิมไม่คิดอะไรมากไปกว่า...รู้สึกปลอดภัย อบอุ่นสบายในอ้อมแขนนั้น เธอเกาะแขนเขาแล้วผล็อยหลับ อิงแอบกับอกอุ่น


ร่างอ้อนแอ้นนั่งซ้อนอยู่บนตักแข็งๆ ที่มีธรรศวางท่อนแขนกำยำล้อมกอดเอวคอดบางไว้อย่างถนอม ปลายคางคมสันเกยอยู่บนบ่าบาง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของลมหายใจร้อนทอดถอน...หนักหน่วง ทำใจแล้วปลดปล่อยความเครียดขึงทั้งมวลเมื่อหญิงสาวสงบลงแล้ว ธรรศหลับตาลงช้าๆ สงบใจที่ร้อนรุ่มบ้าง แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง ปรือตาผึง เมื่อคนที่กอดไว้แน่นเคลื่อนไหว เจ้าหล่อนร้องครางออกมาด้วยความตระหนก


“ไม่! อย่าๆ ฉันกลัวแล้ว”


ขิม!” สองมือปัดป่ายออกไปเบื้องหน้า ไร้ทิศทาง ส่งเสียงกรีดร้องอย่างคนที่หวาดกลัวสุดขีด


“คุณพ่อขา คุณแม่ขา ช่วยลูกด้วย...ขิมกลัว” ณุตตราโพล่งออกมาทั้งน้ำตา จิตใต้สำนึกเต็มไปด้วยจริตวิตก ความหวาดผวาจากการถูกคุกคามถูกปั้นแต่งในรูปความฝัน ฝัน..อันน่าสะพรึงกลัวจนขวัญผวา ผู้อยู่ในเหตุการณ์ขบกรามแน่นจนฟันกระทบกันแล้วคว้ากอดเธอไว้แน่น หวังจะใช้ความอบอุ่นปัดเป่าความร้าวราน


ชู่ว์...


ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีใครทำอะไรขิมอีกแล้ว ผมสัญญา...” กระซิบปลอบโยน


คำปลอบประโลมไม่ได้ช่วยให้ร่างบอบบางหยุดสะท้านสั่น น้ำตายังรินไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย หล่อนสะอื้นฮักทั้งที่ยังหลับตา โหยไห้กระทั่งในฝัน ผวาตัวโยนในอ้อมกอดอีกหลายคราจนสะท้านมาถึงหัวอกเขา


ธรรศเพิ่งรู้ในวันนี้นี่เองว่า...ความเจ็บปวดของคนคนหนึ่ง สามารถสะเทือนเลื่อนลั่นมาถึงอีกคน การทำสิ่งเลวร้ายกับณุตตราจึงไม่ต่างเลยจากการทำร้ายหัวใจตัวเองอยู่ในตอนนี้



กลายเป็นเรื่องผิดคาดมหันต์ในเช้าวันนี้ที่เขาปรารถนาให้เป็น 'นรกโลกันต์' ของหญิงสาว กลับกลายเป็นวันแห่งความวิปโยคของเขาเสียเอง เพราะความเป็นกังวล คลุ้มคลั่งที่หล่อนไม่ยอมฟื้นคืนมาสักที นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาก็ว่าได้ที่ธรรศต้องหงุดหงิด วุ่นวายใจ กังวลสารพัดกับเรื่องของหล่อน นี่ต่างหากเล่าที่เรียกว่า 'นรกในใจ' ไฟร้อนกำลังผลาญเผาเขาให้วอดอยู่ในตอนนี้


ส่วนณุตตรา...เธอจะรู้หรือไม่ว่าเป็นตัวการสำคัญ


หล่อนไม่รู้หรอก เหมือนเช่นตลอดเวลาหนึ่งปีที่หายหน้า ทิ้งเขาไว้กับความเจ็บปวดโดยไม่รู้สึกรู้สา แล้วเวลานี้เล่าจะเอาอย่างไรต่อ หญิงสาวตกมาอยู่ในมือเขาแล้ว เป็นสิทธิ์ครอบครองทางพฤตินัยอย่างสมบูรณ์แบบ เขาจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ คงเป็นไปไม่ได้ เขาต้องการใช้สิทธิ์ของตน จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนยื่นมือมาเกี่ยวข้องกับหล่อน ข้ามหน้าข้ามตาเขาแน่


ระหว่างความคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องอนาคต ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ คนในอ้อมแขนกระดุกกระดิก ครั้งนี้มิใช่แค่ไหวตัวแต่กำลังจะลืมตาตื่น


ธรรศตื่นเต้นไม่น้อย ปัดความสนใจมายังร่างน้อยใต้การโอบรัด คิดว่าอีกประเดี๋ยวคงจะเกิดกลียุคในห้องนี้ เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกตัว เป็นอย่างที่คิด ณุตตราปรือดวงตาโหลๆ ขึ้นมองงงๆ กะพริบเปลือกตาค่อนข้างบวมถี่ๆ เธอหลับตาลงแล้วปรือขึ้นใหม่ ปรับสายตาให้ชัดเจนอย่างช้าๆ


แต่ที่ทำให้เช้านี้กลายเป็นเช้าที่ทุกข์ทรมาน ก็ตอนที่ร่างบางเกร็งตัว ช่องท้องกลางกายจุกเสียด แปลบปลาบจนหน้านิ่ว เสียงหวานครางโอยแผ่วๆ ร่างน้อยชะงักค้างเมื่อร้าวระบมมาถึงหน้าขา ความตกใจทวีขึ้นเป็นลำดับ ยามขยับบ่าซ้ายทีขวาที พบว่าติดแหงกอยู่ภายในผ้าห่มที่พันตัวเธอไว้แน่นหนา แถมด้วยถูกกักกอดจากอ้อมแขนแข็งๆ ปานคีมเหล็ก ที่วางทับหน้าท้องแบนราบอีกชั้นหนึ่ง


โอย...


หญิงสาวครางผ่านเรียวปากรูปกระจับ ทว่าเสียงครวญมิได้เล็ดลอด มีแค่สีหน้าที่บ่งบอกว่าเจ็บแปลบเพียงไร


มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือนี่ แล้วทำไม...ทำไมเจ็บร้าวปานนี้?


หญิงสาวขบเม้มริมฝีปากอ่อนจาง สูดปากอดกลั้น ดวงหน้าหวานแต่ซีดเซียวเผือดลงถนัดใจ เมื่อสำนึกถัดมาเป็นคำตอบ...อาการแปลกปร่าเช่นนี้เธอไม่เคยเป็นมาก่อน มันเป็นตัวปลุกปั่นชั้นเลวที่ฉุดณุตตราให้เอะใจตามด้วยตกใจ เจ้าของร่างบอบช้ำเฝ้าถามตัวเองซ้ำๆ กวาดสายตาไปรอบๆ อย่างประหวั่นพรั่นพรึง และต้องการรู้ว่าเธออยู่ในสภาพไหนกันแน่


บางครั้งเธอหนาว บางครั้งร้อนผะผ่าว ซ้ำตอนนี้ร้อนละลายจนอยากสลัดผ้าที่คลุมตัวออกไปเสีย หญิงสาวครางฮึดฮัดในคอแห้งผากเมื่อรู้สึกตัวเหนียวจัด ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ แต่ที่ทำไม่ได้ดังใจเพราะอะไรบางอย่าง 'ยึดโยง' ไว้ไม่ต่างจากตรวนเหล็ก


รู้สึกตัวแล้วเหรอ?” แววตาคนถามลิงโลด


เสียงห้าวเปล่งมาจากเบื้องหลัง เฉียดศีรษะเล็กไปนิดเดียว อีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกเหลียวหลังไปมองตามเสียงห้วนแข็ง แล้วในทันทีเช่นกันที่ความสงสัยทั้งมวลถูกเฉลย ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของท่อนแขนแกร่งกล้าคล้องเอวคอดเล็กของเธออย่างถือสิทธิ์ คนคนเดียวกับที่ยึดผ้าห่มไปคลุมบ่ากว้างจนสองร่างแนบชิด


ไม่!


ดวงตาคู่สวยเบิกโพลง ร้อนวาบทั่วใบหน้า รีบผลักไสตัวเองออกห่างอกกระด้างด้วยการยันสองมือกับบ่ากว้าง ปัดป้องพัลวัน


เฮ้! ใจเย็นๆ ก่อน เธอดีขึ้นแล้วใช่ไหม ไหนบอกผมซิ”


ได้ยินเสียงเขาคาดคั้น แต่ณุตตราไม่ได้ตอบ หล่อนก้มหน้านิ่งสมองประมวลอย่างหนัก ใบหน้าร้อนและชาวาบ


เธอฟื้นก็ดีแล้ว ทำผมใจหายรู้ไหม” เขายังพร่ำไปเรื่อยๆ พลางพลิกร่างบางกลับมาเผชิญหน้า ณุตตราพบว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนตักแข็งๆ ของเขา จากนั้นก็กลายร่างเป็นรูปปั้น สติสัมปชัญญะไหลกลับมาทีละน้อยๆ แล้วพรั่งพรูประดุจสายน้ำ...หลากล้น


ทุกภาพทุกตอนของความทรมาน ความเย็นชา โหดร้ายกระตุกขวัญจนสั่นผวา ลำคอระหงกับดวงหน้าแดงซ่าน รู้แล้วว่าเกิดอะไรในคืนที่ผ่านมา เมื่อรู้ณุตตรายิ่งกระเสือกกระสนจะหนีจากชายหนุ่มจนเกือบกลิ้งตกเตียง ดีที่เขากระโจนตามมาคว้าตัวไว้ทัน ธรรศคำรามฉุนโกรธที่หล่อนไม่เจียมตัว


ปล่อยฉัน! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” น้ำตาทะลักทลายออกมาแทนที่เสียงแหบโหย ร้อนให้ชายหนุ่มรวบสองมือเล็กมาตรึงไว้กลางอก หยุดการดิ้นรน


เรื่องอะไร!” เขาโต้ตอบฉุนๆ


อย่ามาถูกตัวฉัน บอกให้ปล่อยไงเล่า ปล่อยนะธรรศ” ดื้อดึงเสียงพร่าสั่น หยดใสพราวแก้ม


อย่าทำเก่งตอนนี้ได้ไหมขิม อยากเจ็บอีกหรือไง ตกลงไปจะเป็นยังไง ฮะ” ชายหนุ่มตะคอกอย่างหัวเสีย ส่วนสองมือยังรวบข้อมือหล่อนไว้แน่น


ปล่อย...” วิงวอนเสียงสั่น แววตาตำหนิ


ไม่!” ธรรศปฏิเสธเสียงแข็ง โต้กลับด้วยตาดุดำ ดุเดือด


แต่ฉันอยากเข้าห้องน้ำ ปล่อยนะ” ณุตตราบอกด้วยเสียงแหบพร่า ยอมอ่อนลงเพราะต้องการอิสระ แววประหวั่นพรั่นพรึงพร่างกลางตาเศร้าซึ้ง เคล้าหยดใสที่เอ่อเบ้าตา ธรรศชะงัก...!!


แล้วกัน! ร้องไห้ทำไมเนี่ย จะไปก็ไปสิ...แม่คุณ นั่นไงอยู่ทางนั้น” ชายหนุ่มโพล่งออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ยอมคลายวงแขนออกแต่โดยดี


สถานการณ์ไม่สู้ดีนี่นา เขายอมก็ได้ ยอมปล่อยให้หล่อนห่างตัว แต่แค่ไม่นานเท่านั้นนะ


แล้วนั่น...ไหวแน่นะ?” เสียงเขาดังไล่หลัง ร่างอ่อนระโหยก้าวลงจากเตียง เดินกระย่องกระแย่งโดยไม่หันกลับมามองคนบนเตียงสักนิด


เหอะ! เดี๋ยวได้ล้มคว่ำ” ปรามาสเสียงดุ รอสมน้ำหน้าเต็มที่


ปากว่า ตาจ้องเขม็งตอนหญิงสาวลนลานออกห่าง ยอมให้เธอยึดผ้าห่มผืนนั้นไปพันอกอิ่ม ทิ้งชายผ้าเป็นกระโปรงยาวย้วยละพื้น ขมวดปมไว้กลางอกสล้าง ณุตตรากำมันไว้แน่น เม้มริมฝีปากแห้งระแหงเป็นเส้นตรง หน้าร้อนวูบวาบเมื่อรู้สึกว่าถูกจับจ้อง ไม่เว้น...วินาที


ใช่! ชายหนุ่มนั่งมองคนเพิ่งฟื้นเขม็ง ร่างสูงใหญ่สอดมือกอดอกนิ่ง นอนอิงหมอนอยู่กลางเตียง เอียงศีรษะทุยจับจ้องยามหญิงสาวเดินสะโหลสะเหลไปหยุดยืนกลางห้อง งงๆ ดวงตาพราวน้ำตายังเหม่อคว้าง ร่างบางเหลียวไปรอบๆ เดินไปไม่ถึงไหนก็ทำท่าโอนเอน จะล้มมิล้มแหล่


บ้าเอ้ย!” พ่นคำสบถ


ไม่ถึงเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำที่ณุตตราหยัดยืน สืบเท้าด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดเธอก็ชะงักกึก ยกมือเรียวบางขึ้นลูบใบหน้าชื้นเหงื่อ สลัดไล่ความง่วงงุนแต่ไม่ได้ผล จู่ๆ ร่างนุ่มนิ่มก็ทรุดฮวบลงราวใบไม้ถูกปลิดขั้วด้วยมือที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มไหวตัวว่องไว กระโดดลงจากเตียง กระโจนเข้าไปรับร่างทรุดได้ทัน ธรรศฉุนเฉียวเมื่อช่วยไว้ทันแต่หล่อนเบี่ยงตัวหนี ทั้งที่ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะหยัดยืน


ปล่อ...”


แม่คุณ! ยังดื้อดึงอีก


เลิกพูดเรื่องให้ผมปล่อยเธอได้เลย ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบเมื่อกี้อีกแน่ จะทำอะไร จะไปไหน ต้องการอะไรก็บอก...เดี๋ยวจะจัดให้”


เสียงเข้มบอกห้วนๆ พูดแบบไม่หยุดหายใจ แล้วก้มลงช้อนร่างสมส่วนเข้าสู่อ้อมแขน อุ้มณุตตราเข้าไปส่งถึงในห้องน้ำ ตัดใจปล่อยให้อีกฝ่ายยืนเองแล้วถอยออกมาหยุดยืนค้ำ หน้าประตู ยื้อลูกบิดสีเงินไว้ก่อนถูกปิดประตูใส่หน้า ตาสบกันนิ่งนาน หญิงสาวขยับปากจะค้าน...


ห้ามล็อกประตูเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง แล้วถ้าไม่เชื่อกัน ยังรั้นอีกละก็...ผมจะพังมันให้ดู” เสียงกร้าวออกคำสั่งดุ ก่อนปล่อยลูกบิด ณุตตราถอยกรูดเข้าไปอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ปิดประตูปัง แต่ไม่ได้ล็อกตามเขาสั่ง ไม่มีกระจิตกระใจต่อกรไม่ว่าเขาหรือใคร เพราะแค่เรี่ยวแรงจะยืนให้มั่นคงยังไม่มี


กายบางสั่นระริก ถอยไปชนกำแพงปูด้วยกระเบื้องสีอ่อน ไถลแผ่นหลังกับผิวลื่นเย็นๆ ทรุดตัวลงนั่งชันเข่า ข้างอ่างอาบน้ำ ปล่อยน้ำตาหลั่งรินอาบแก้ม ฝ่ายร่างสูงใหญ่ถอยออกมายืนพิงผนังหน้าห้องน้ำ กอดอก เงี่ยหูฟังคนข้างใน


ก๊อกๆๆ


แค่นั้นณุตตราก็สะดุ้งเฮือก เก็บเสียงสะอื้น...เงียบฟัง


เสื้อผ้าของเธอ ผมวางไว้หน้าห้อง”


ประตูถูกแง้มเปิดชั่วคราว มือขาวซีดค่อยๆ โผล่ออกมาหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าใบกะทัดรัดที่มีชุดกับของใช้ส่วนตัวเข้าไป ยังไม่ทันปิดประตูเสียงห้าวก็ดังขึ้นอีก


ปกติแล้ว...คนเราอาบน้ำไปเกินครึ่งชั่วโมง หวังว่าเธอก็คงอาบน้ำไม่นานไปกว่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมคิดว่ามันเกินเวลา ผมจะเข้าไปช่วยจัดการด้วยตัวเอง ตอนนั้นอย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน” ขนาดไม่เห็นหน้าค่าตายังรู้สึกว่าขยาด ณุตตราปิดประตู ยืนพิงมันอยู่เช่นนั้นตัดพ้อ


แล้วอย่างนี้...ไม่เรียกว่า 'ใจร้าย' หรอกรึ?


น้ำตาพรากเป็นสายตอนที่นั่งกอดเข่า ซบหน้าร้องไห้อีกครั้ง เวลาที่จะเสียใจยังโดนกำหนด บีบบังคับกระทั่งความนึกคิดจิตใจ


ใจร้าย...


นี่ชายหนุ่มกำลังแสดงตนเป็นเจ้าของชีวิตของเธอจริงๆ ใช่ไหม เธอไม่มีสิทธิ์ใน ‘มัน’ อีกแล้วงั้นหรือ...?


ณุตตราไม่อยากให้เขาเปิดประตูผางเข้ามาตอนเธออาบน้ำหรือกำลังผลัดเปลี่ยนชุด ฝืนขยับตัวลุกขึ้นยืน ลูบหน้าลูบตาด้วยน้ำสะอาดที่อย่างไรก็คงชะล้างคราบน้ำตากับความบอบช้ำไม่หมด ร่างสั่นเทาประคองตัวไว้ ยืนค้ำขอบอ่างล้างหน้าด้วยสองแขนอันอ่อนล้า กะพริบตาปริบๆ ขณะจ้องมองรอยแดงช้ำเป็นจ้ำๆ ทั่วตัวอย่างปวดร้าว


ภาพความหวาดกลัวทะลักทลายในนัยน์ตา สภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง คราบน้ำตาฉ่ำ ช่างดูไม่ได้เอาเสียเลย


เสียงกุกกักหน้าห้องทำให้หญิงสาวเร่งมือสวมชุดใหม่ ชุดที่คิดว่าเหมาะแก่การเดินทางไปจากที่นี่ เท้าเล็กๆ นำทาง ก้าวเนิบออกมาจากห้องน้ำ ตากลมโตยังแดงแต่ปราศจากคราบใส หลงเหลือแค่แววตาตำหนิผิดหวัง สองมือเล็กกักกระเป๋าใบย่อมกอดราว ‘ของหวง’ ก่อนถูกยื้อแย่งไปจากมือจนต้องร้องอุทาน


จะทำอะไร เอาคืนมานะ”


ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วเซียวลงอีก เจ้าของมือหนาโยน 'ของหวง' ของหล่อนไปอีกทางอย่างไม่แยแส ธรรศก้าวมาขวางหน้า คนร่างใหญ่เอียงศีรษะน้อยๆ เพ่งพิศดวงหน้าหม่นหมองอย่างชั่งใจ


เลิกร้องไห้แล้วก็ดี เดี๋ยวน้ำตาหมดปี๊บจะว่ายังไง” ช่างเปรียบ ช่างประชดกันเหลือเกิน ผู้ชายอะไร?


ช่างฉัน!”


ช่างไม่ได้ ไม่ต้องการคนรับผิดชอบหรือ? ทั้งเรื่องน้ำตา ทั้งเรื่อง...เมื่อคืน” คำถามราบเรียบ ไม่ร้อนรนต่างจากเมื่อชั่วโมงก่อนตอนเธอนอนจับไข้ ชายหนุ่มสืบเท้าเข้ามาหา วาดปลายนิ้วโป้งสากแตะลงใต้ขอบตาที่ยังก่ำ ปาดเบาๆ ณุตตราเม้มปากแน่น ขืนตัวออกห่าง ทำได้ไม่ถึงวินาทีก็ถูกตวัดตัวเข้าไปชิดตัวเขา


นายจะทำอะไร” คนถามหน้าตาตื่น จู่ๆ ก็ถูกอุ้มไปวางบนเตียงโดยไม่พูดพร่ำ ร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งทิ้งปลายเท้าข้างเตียง ทอดถอนใจ


อย่าเข้ามานะ!” หญิงสาวทำให้ห่างด้วยการกระถดตัว เก็บปลายเท้าชิด ถอยไปจนแผ่นหลังชนขอบเตียง ไร้ทางหนีจึงเบือนหน้าไปอีกทาง หลุบเปลือกตาบอบช้ำลงต่ำ ไม่ยอมมีเขาในสายตาให้เจ็บอีก


ขิม” หญิงสาวไม่ยอมเงยหน้าขึ้น จ้องเพียงปลายเท้าตัวเอง ปล่อยให้ธรรศเรียกงึมงำอยู่เช่นนั้นหลายคำ


ไม่เอาน่า ขิม เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า”


ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ไม่มีจริงๆ...” บอกเสียงสะท้าน


เพราะถูกความรู้สึกแปลกปร่า ร้าวรานจนหน้าซ่านร้อนทิ่มแทง เจ็บปวดเหลือประมาณที่ถูกคนที่รักกระทำ ไม่ต่างจากความรู้สึกโดนเขาหักหลัง รวดร้าวที่ความไว้ใจทลายลงด้วยน้ำมือคนที่เธอไว้ใจ ยามนี้หญิงสาวรู้สึกราวถูกผลักตกวูบจากตึกสูง เจ็บหนักทว่าไม่ตาย ยังมีลมหายใจรอนๆ รินรดให้เจ็บทรมาน หากจะเจ็บปานนี้ตายไปเสียเลยดีกว่าไหม


แค่จะคุยด้วย เราต้องคุยกัน” เขาเขยิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิด คนฟังเม้มปาก ไม่ตอบว่าคิดเห็นอย่างไร


ฟัง...แล้วก็ฟังดีๆ ด้วย มองตาผม” เขาสั่ง วางมือลงชิดปลายคางที่แทบชิดอกของหล่อน เชยวงหน้าซีดๆ กลับมามองสบตรงๆ ณุตตราขืนไว้แต่ทำได้ไม่นาน ดวงตาคู่ฉ่ำจึงสบประสานเรียวตาคมปลาบในเบ้าลึก ที่บอกว่าเจ้าของไม่ได้หลับเต็มตาเท่าไรนัก


รู้อยู่แล้วสินะว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา รู้...แล้วก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ผู้หญิงของผม ต้องทำตัวยังไง เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันได้”


จำเป็นด้วยหรือ...? ส่อแววตาค้านแบบ 'หัวชนฝา'


‘ผู้หญิงของเขา’ สรรพนามแทนตัวที่เหมือนคำดูแคลน จู่ๆ ต้องมีเจ้าข้าวเจ้าของโดยไม่รู้ตัว ทำให้แววตาของหญิงสาวพราวขึ้นแวบหนึ่ง ณุตตรากดคางมนลงต่ำ ไม่ต้องการสบนัยน์ตาคู่นั้นให้แสลงใจ


แต่ก่อนอื่น...ผมอยากรู้ว่าเมื่อวานเธอจะพูดอะไรกับผม?” เขารื้อฟื้นเรื่องที่ปฏิเสธจะรับรู้ได้หน้าตาเฉย ตอนนั้นไม่สนใจ ตอนนี้กลับมาเรียกร้อง ควรหรือที่ต้องบอก...?


คนตรงหน้าเม้มเรียวปากอิ่มจนเจ็บแผลเดิม ในอกช้ำตรม เอ่อไปด้วยน้ำตาตอนที่เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ธรรศเห็นเจ้าหล่อนส่ายหน้าช้าๆ


ความจริงแล้ว เรื่องที่หล่อนจะอธิบายมันไม่น่าเชื่อถือนักหรอก แต่ณุตตราไม่ยอมเปิดเผย 'มัน' ในตอนที่เขาอยากรู้ใจแทบขาด เป็นการเอาคืน


ว่าไงล่ะหืม?” ถามซ้ำ


ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงมัน...อีกแล้ว” หญิงสาวตอบด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาไม่หวั่นไหว


ถ้าอย่างนั้นจะเอายังไง? บอกผมมาสิ ขิม” ธรรศชักร้อนใจ เรื่องที่อยากรู้หล่อนก็ไม่พูด เรื่องที่อยากบอก...เขากลับพูดไม่ออกเสียอีก


ทำไมเขาถึงต้องร้อนรน มากมายขนาดนี้ เพียงแค่สายตาเฉยชาของหล่อนนะ ทำไม...


...แค่ให้ฉันกลับกรุงเทพ” หญิงสาวคลี่เรียวปากที่เม้มแน่น บอกสั้นๆ โดยไม่มองตา “ปล่อยฉันไป”


ไม่ได้!”


ทะ ทำไมจะไม่ได้?”


หึ! ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจสถานะของตัวเอง หรือคิดว่าการตกเป็นเมียใครสักคน ไม่ใช่เรื่องต้องใส่ใจ ไม่แคร์อะไรบ้างหรือยังไง ขิม?”


คนพูดเดือดดาลจัด เสียงโพล่งทั้งดัง ทั้งสั่น “ผมอยู่ที่ไหน เธอต้องอยู่ที่นั่นด้วย ผมกลับ...เธอถึงจะกลับได้ นี่ล่ะกฏของคนเป็นผัวเป็นเมียกัน เข้าใจซะด้วย”


ถึงใครๆ ที่นี่จะเข้าใจว่าเราเป็นผัวเมียกัน แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้อย่างเช่น...เจ้าเพื่อนจอมแส่ของพวกเรา แล้วก็ใครนะที่ชื่อ...นายคนเล็กอะไรเนี่ย สงสัยชะมัด ว่าถ้ารู้เรื่องนี้ขึ้นมาหมอนั่นจะทำหน้ายังไง?”


อย่านะ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย ห้ามนายยุ่งกับเขานะธรรศ” ปรามเสียงประหวั่น


ถ้าเธอดื้อดึงอีก ผมสาบานว่าทุกคนจะรู้เรื่องนี้แน่” ข่มขู่เสียงเยียบ แววตาเอาเรื่อง อีกฝ่ายหน้าซีด หากไม่ข่มขู่กันถึงขั้นนี้ เกรงว่าหล่อนจะหนีเตลิดซึ่งเขายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าที่เก็บของส่วนตัวอย่างกระเป๋าเงินของหล่อน ยึดไปเป็นสมบัติของตนเอง


ของพวกนี้ผมจะเก็บไว้ให้ มือถือนี่ก็ด้วย ถ้าใครโทรมาผมจะรับแทนเอง เอาไว้สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่จะคืนให้” เขาบอก


ทุกอย่างตกอยู่ในมือเขาได้อย่างไร โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือของเธอไปอยู่ที่เขาตอนไหน ณุตตราไม่รู้เลยว่า... 'มือดี' ปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เอะใจก็ตอนนี้ ที่นายคนเล็กไม่ได้โทรมาเลยตั้งแต่เมื่อวาน หญิงสาวกระโจนคว้าแย่ง แต่เขายกมันขึ้นสุดแขน เอื้อมเท่าไรก็ไม่ถึง


อยู่ที่นี่ไม่ต้องใช้มือถือ ไม่ต้องใช้เงิน มันไม่จำเป็นสำหรับเธอหรอก” บอกเสียงเย็นชา ตัดทางติดต่อคนภายนอกถ้าหล่อนคิดหนี ทุกทาง


ไม่เอาน่ะ เหนื่อยเปล่า เหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว พักเอาแรงเสียหน่อยดีกว่ามั้ง”


ชายหนุ่มใช้แววตากำราบ ณุตตราชะงัก รู้สึกตื้อๆ ที่คอหอยไปจนถึงคลื่นเหียน เรื่องราวประดังประเด บีบคั้นจนเกิดอาการแน่นช่วงอก หายใจลำบาก สีหน้าของเธอไม่ดีนักตอนหอบโยน


นอนลงซะ” การไม่โต้ตอบนี่เองที่เขาเรียกว่า ‘ผิดปกติ’ แววตากระด้างหวั่นวูบชั่วขณะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกดบ่าบางให้เอนตัวนอนราบลง


วันนี้ผมจะได้พบคุณแพรนวลแล้ว ส่วนเธอให้อยู่ในห้อง รอผมที่นี่ ผมจะบอกเองว่าเธอแพ้อากาศ ลงไปไม่ไหว”


ตัดสินใจเองเสร็จสรรพ สั่งให้หญิงสาวปักหลักอยู่ในห้องพัก ซึ่งที่จริงแล้วไม่ต่างจากการกักขังก็จนกว่าจะแน่ใจว่าหล่อนเลิกคิดเรื่องกลับกรุงเทพฯ


เพราะเขายังมีภาระหน้าที่ ในฐานะเจ้าของบริษัทอินฟินิตี้ ดีไซน์ กรุ๊ป จะให้ทิ้งภารกิจไปตอนนี้ไม่ใช่เรื่องดี แต่การจะทนเห็นหญิงสาวที่เขารอคอยตลอดมาหนีหน้าก็ยอมไม่ได้เช่นกัน แล้วแค่ชายหนุ่มคล้อยหลัง ฝีเท้าของเขาห่างออกไปแผ่นหลังบอบบางของคนบนเตียงก็สั่นเทิ้ม น้ำตาแห่งความอดสู...พรั่งพรู ณุตตราไม่อยากได้ยินอะไรอีก ร่างบางตะแคงตัว ปล่อยให้หยดใสหลั่งรินรดหมอน


มิใช่ว่าล้มเลิกความตั้งใจ มิใช่ว่าจะฟังคำสั่งนั้น แต่ยามนี้หญิงสาวไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้จะชันกายลุกขึ้น เธออ่อนล้า เหนื่อย...ท้อจับใจ


ชีวิตที่เคยหล่อหลอมด้วยความทรงจำ ล้ำค่า...อ่อนแรง สูญสิ้นศรัทธาเสียแล้ว ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวแล้วแปรมาเป็นแรงต้าน เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่มี...


นี่หรือสิ่งตอบแทนของการกลับมาตามหาเขา เพื่อจะพานพบ 'หัวใจ' ที่ทำหายครั้งกระนั้น นี่หรือ...ผลของมัน 


นับจากวันนี้ เธอจะอยู่เมืองไทยต่อไปทำไมหนอ ในเมื่อไม่มีผู้ชายคนเดิมที่เธอรัก ไม่มี 'ธรรศ' ในความทรงจำอันงดงามอีกแล้ว



ปึ้ง!


ประตูบานคู่แบบโบราณสีเขียวตุ่น ถูกปิดด้วยมือหนา คล้องทับด้วยแม่กุญแจเหล็กดอกใหญ่ ประหนึ่งว่าภายในห้องนั้นปราศจากผู้คน


ร่างสูงใหญ่ซุกกุญแจลงกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีอ่อน สวมคู่กับเสื้อยืดที่มีเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทับอีกตัวก้าวอาดๆ ตรงไปยังล็อบบี้ของโรงแรมตามที่รับแจ้งจากพิมพ์นรา เลขาสาวผู้ใจดีของคุณแพรนวลว่าเจ้านายของหล่อนกลับมาแล้ว และท่านต้องการพบเขา


ธรรศมิได้ลังเลที่จะปิดตายห้องชมจันทร์แล้วออกไปทำธุระตามลำพัง ต้องการให้ณุตตรามีเวลาสงบสติอารมณ์ พอดีกับบริกรหนุ่ม คนที่เคยบริการมื้อค่ำเมื่อคืนเดินสวนมา ในมือของเขามีถาดอาหารเช้าแบบอเมริกัน ทางโรงแรมมีบริการเสิร์ฟอาหารถึงห้องไว้อำนวยความสะดวกแก่แขกที่มาพัก


เด็กหนุ่มประหลาดใจตอนเหลือบมองแขกหนุ่ม คู่ของธรรศกับณุตตราอยู่ในความสนใจไม่น้อย อีกทั้งถูกกำชับให้ดูแลแขกทั้งคู่อย่างดีในฐานะแขกของคุณแพรนวล เด็กหนุ่มเดินต่อไปถึงชั้นสอง กำลังจะผ่านหน้าห้องพักที่หรูและสวยที่สุดของโรงแรมเพชรรุ้ง สะดุดใจกับกุญแจที่คล้องหน้าห้อง ยิ่งแปลกใจยกใหญ่ว่าภรรยาสาวสวยของชายหนุ่มหายไปไหนเสีย



ส่วนต้อนรับของโรงแรมเพชรรุ้งเป็นแบบโอเพ่นแอร์ ถัดมาจากบริเวณสวนสวยกับบ่อบัวร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้น้ำแล้ว พื้นที่ใต้ชายคาของตึกสองชั้นดัดแปลงมาจากคฤหาสน์ของผู้มีอันจะกิน เป็นที่ตั้งของเคาน์เตอร์เตี้ย กรุลายไม้ ที่มีพนักงานต้อนรับสาวหน้าตายิ้มแย้มประจำอยู่สองคน


ผู้ที่เดินผ่านประตูบานใหญ่เชื่อมต่อจากสวนในร่มเข้ามา มองหาคู่สนทนาซึ่งเป็นหญิงสองวัย คนหนึ่งนั้นมอบรอยยิ้มคุ้นตาให้เขา พิมพ์นราเป็นคนที่เห็นเขาก่อน หล่อนผายมือนำสายตาหญิงสูงวัยรูปร่างสมส่วน บุคลิกสง่าน่าเกรงขามมาที่เขา


ธรรศรู้ในทันทีว่านั่นคือ คุณแพรนวล เศรษฐีที่ดิน อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ในจังหวัดแถบนี้ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาอย่างองอาจ ทักทายด้วยรอยยิ้ม กับพนมมือไหว้อย่างรู้มารยาท จากนั้นทั้งสามจึงย้ายออกไปด้านนอก สนทนาเรื่องการปรับภูมิทัศน์โรงแรม ประกอบกับการตรวจดูสภาพคร่าวๆ ด้วยตาเปล่า


เวลาเดียวกันนั้นเอง ชายหนุ่มเจ้าของรูปร่างกำยำ ใบหน้าคร้ามเข้ม ผิวสองสีในชุดไปรเวทก็เดินเข้ามา สายตาคมกริบของเขากวาดมองรอบๆ อย่างพินิจพิจารณา สีหน้านิ่งอย่างคนสมาธิดี ก่อนจะปลดแว่นกันแดดจากกรอบหน้าเรียวยาว ทักทายประชาสัมพันธ์สาวซึ่งคลี่ยิ้มต้อนรับ


สวัสดีครับ ผมขอเปิดห้องคืนหนึ่ง ไม่ทราบว่ามีห้องว่างหรือเปล่า?”


พายัพยิ้มบางตรงมุมปาก เป็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่น่ามอง พลางเหลือบมองนามบัตรที่วางตรงเคาน์เตอร์ให้แขกได้หยิบติดมือกลับไปด้วย


เพราะ 'เจ้าสิ่งนี้' เขาถึงได้ติดตามเพื่อนสาวมาที่นี่ มันเป็นอย่างเดียวที่บอกว่าณุตตราเดินทางมาทำงานที่ใด และเขาต้องตามหาเธอให้พบเร็วที่สุด



ช่วงเวลาของการขับรถมาถึงจังหวัดจันทบุรี ไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง นับว่าไม่น้อยเลย แต่ความอ่อนล้ากับเมื่อยขบมิได้บั่นทอนความตั้งใจในการตามหาตัวณุตตราลงสักน้อย


เมื่อรับกุญแจห้องพักจากพนักงานต้อนรับ แขกหนุ่มผู้มาใหม่เลือกเดินทอดน่อง ออกไปสูดอากาศริมระเบียง แทนการนำสัมภาระไปเก็บ จากตรงนี้พายัพมองเห็นชายหาดโค้งตัวหาเวิ้งทรายกว้าง ประดุจรูปเสี้ยวพระจันทร์ ทรายเม็ดเล็กๆ เป็นประกายระยิบระยับ ล้อเปลวแดดไสวของยามบ่าย


ใบหน้าคร้ามเงยขึ้นรับลมที่มาพร้อมกระไอทะเล ฉ่ำชื่นกลางแดดระอุจึงพกพาความอบอ้าวมาด้วย ร่างกำยำนอกเครื่องแบบวางสองมือค้ำราวระเบียงไม้สีขาว สอดส่ายสายตาไปรอบด้าน มองเผินๆ ไม่ต่างจากแขกคนอื่นกำลังชื่นชมความงามของทะเล ทว่าภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชานั้นเอง เรียวตาคมเข้มลอบสังเกตการณ์ไปเสียทุกผู้คนที่กำลังเดินเล่นริมชายหาด


พายัพบ่ายหน้ามาทางขวาซึ่งเป็นร้านอาหารของโรงแรม มีสองส่วนให้เลือกนั่งคือห้องแอร์กับโซนเอาท์ดอร์ที่เป็นลานโล่ง ล้อมกรอบด้วยระเบียงสีขาวเตี้ยๆ ที่มีแขกนั่งรับประทานอาหารอยู่สามโต๊ะ


ณ มุมหนึ่งของร้าน พายัพเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนสนทนา หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม รูปร่างสูง รูปลักษณ์สง่างาม ผู้กองหนุ่มปรายตามองบ่อยครั้ง สังเกตว่าไม่น่าใช่แขกของโรงแรม การสนทนาดูจริงจังซึ่งก็ตรงกับที่เพื่อนสาวบอกไว้ว่าต้องมาทำงานกับเจ้านาย


แต่ไฉนที่ตรงนั้น...กลับไม่มีณุตตรา พายัพเดินเตร่เข้าไปใกล้อีกนิดหย่อนตัวนั่งลงที่โต๊ะหนึ่ง เปิดเมนูเลือกอาหาร บริกรหนุ่มเห็นแขกเข้าร้านจึงก้าวลิ่วๆ เข้ามารับออเดอร์


ขอสเต็กปลากระพง สุกมีเดียม แล้วก็ซีซ่าสลัด...” มือหนาปิดเมนูเล่มบาง หันมาสั่งเครื่องดื่ม


...น้ำมะพร้าวปั่นก็แล้วกัน แค่นี้ครับ”


ครับผม อาหารรอประมาณสิบห้านาที เครื่องดื่มไม่เกินห้านาทีครับ” เด็กหนุ่มโค้งตัวรับหลังทวนรายการอาหารที่ลูกค้าสั่งเสร็จสรรพ ตั้งท่าจะหมุนตัวจากไป แต่เสียงนุ่มทุ้มเรียกไว้เสียก่อน “น้องชาย”


ถามอะไรหน่อยสิ พี่ตามเพื่อนมาเที่ยวน่ะตอนนี้คลาดกัน มือถือทางนู้นสงสัยแบตหมด แต่มาที่นี่แน่ๆ เพราะนัดกันไว้พอจะมีทางเช็คได้ไหมว่าพวกเขาพักอยู่ห้องไหน?” พายัพเอ่ยถามด้วยความเป็นกันเอง ท่าทางไม่ใช่ 'ผู้ร้าย' ทำให้บริกรหนุ่มผงกศีรษะหงึกๆ


เรื่องนี้สอบถามผู้จัดการดีกว่าครับ พอดีเลย...เธอยืนอยู่ตรงนั้น” เด็กหนุ่มชี้ไปทางร่างแบบบางในยูนิฟอร์ม ชายหนุ่มมองตามแล้วปรายตากลับมา


ขอบใจนะน้อง ว่าแต่...ผู้จัดการยืนอยู่กับใครหรือ?” เปรยถามเหมือนไม่ใส่ใจ แต่กลับตั้งใจฟังถ้วนถี่


เจ้าของโรงแรมครับ” คนตอบยิ้มกว้าง


อ้อ ผู้ชายคนนั้นด้วย? ทั้งสองคนเลยหรือ?”


ไม่ใช่ครับ คุณแพรนวลคือผู้หญิงที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน มีอายุหน่อยๆ ส่วนคุณผู้ชายท่านนั้นเป็นสถาปนิก”


อ่อ อย่างนี้นี่เอง แล้วน้องพอจะเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาคมๆ ตาโตๆ ที่มากับเขาไหม” คนอ่อนวัยกว่าทำท่าคิดแล้วค่อยพยักหน้าเงิบ


คุณผู้หญิงที่ว่า...นี่ใช่ภรรยาของคุณธรรศหรือเปล่าครับ มีคนนี้คนเดียวล่ะครับที่มาด้วยกัน”


พายัพชักงง ส่ายหน้าว่า 'ไม่ใช่' ในทันที เพื่อนสาวของเขา จะไปเป็นภรรยาของชายหนุ่มคนนั้นได้อย่างไร?


สงสัยจะไม่ใช่คนเดียวกันแล้วล่ะน้อง แต่ยังไงก็ขอบใจมากนะ”


สเต็กหมดจาน น้ำมะพร้าวปั่นพร่องลงเหลือแค่ค่อนแก้ว กลุ่มคนที่ยืนคุยกันเมื่อครู่หายไปจากครรลองสายตา พายัพจ่ายค่าอาหารแล้วจึงลุกออกจากร้าน เปลี่ยนอิริยาบถไปเดินอ้อยอิ่ง ดูลาดเลาและย่อยอาหารไปในตัว


เป็นเวลาแดดร่มลมตก ไม่ร้อนอ้าวอย่างตอนแรกที่เพิ่งมาถึงจึงเดินสำรวจรอบๆ โรงแรมเพชรรุ้ง เรื่อยมาถึงชายหาด ชายหนุ่มล้วงมือถือจากกระเป๋ากางเกงลองโทรหาณุตตรา จดจ่อคอยอยู่นานจนเกือบวางสายจึงได้ยินเสียงซ่าๆ ของคลื่นที่โยนตัวเข้าหาฝั่ง แซมเสียงลมหายใจแผ่วๆ ลอดมาจากโทรศัพท์ของอีกฝ่าย นัยน์ตาของเขาพราวขึ้นทันที


ขิม! ผมดีใจชะมัดที่โทรติดซะที นี่ขิมไปอยู่เสียที่ไหนฮะ โทรไปก็ปิดเครื่องตลอดเลย” ทักถามรัว


คนปลายสายทำแค่กดรับ แล้วก็เงียบ...


ฟังผมอยู่หรือเปล่า รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงขิมแค่ไหน แล้วตอนนี้ผมก็ตามมาที่...” เขาชะงัก สัญชาตญาณสะกิดบอกว่า 'แปลก' หญิงสาวไม่โต้ตอบสักคำ อีกแล้วหรือ...


ขิม” สุ้มเสียงของพายัพเครียดขึ้น แถบคิ้วหนาเข้มขมวดเป็นปมพาดเฉียงเหนือเรียวตาจริงจัง หรือว่าจะซ้ำรอย?


...ไม่ใช่ขิม นี่นายยังไม่เลือกรบเร้าอีกหรือ เปล่าประโยชน์น่ะ” ธรรศบอกเสียงเรียบ ยอมเปิดเผยตัวตนง่ายๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า...ต้องการยกตนข่มอีกฝ่าย ว่าเขาได้ครอบครองโทรศัพท์ของหล่อนแล้วจริงๆ


ไม่ตลกนะที่คุณยึดของของเธอมาเป็นของตัวเอง คิดหรือว่าทำอย่างนี้แล้วจะกีดกันไม่ให้ผมติดต่อขิมรึ ยังไงผมก็ต้องเตือนขิมให้รู้ธาตุแท้ของคนแบบคุณ”


ถ้าทำได้...ก็ลองดูซี” ธรรศกระตุกมุมปาก รับรู้ถึงความร้อนใจที่ฝ่ายนั้นปิดไม่มิด ใบหน้าหล่อมีรอยเยาะแฝงมากับแววตากร้าวของเขา


บอกแล้วว่าให้รอก่อน จะปลอบ จะเตือนอะไรเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เป็นเวลาของฉันกับขิม...เท่านั้น แต่ถ้านายจะฝากอะไรถึงเธอ เดี๋ยวจะบอกขิมให้เอาบุญก็ได้นะ หึๆ”


ขอบคุณ แต่ผมต้องการคุยกับขิมด้วยตัวเอง ถ้าคุณจะช่วย...ก็ช่วยคืนโทรศัพท์ให้เธอ แล้วบอกให้โทรหาผม”


ทำไมจะไม่ได้ล่ะ จะบอกให้หลังจากที่เธอ ตื่น แล้วก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ”


พายัพเหลียวมองไปรอบทิศ คนในสายอยู่ไม่ไกลจากชายหาด เพราะเขาได้ยินเสียงคลื่นซัด สายลมโกรก แต่จากตรงนี้ยังไม่เห็นใครในกรอบสายตา เขาสงสัยว่าชายหนุ่มที่ยืนกับคุณแพรนวล จะใช่ ‘ธรรศ’ หนุ่มปากเก่ง ใจรวนเรคนนั้นหรือไม่


แล้วที่ว่า...สถาปนิกหนุ่มเดินทางมาพร้อมภรรยาเล่า มันจริงเท็จแค่ไหน?


ยัยหนูขิมของเขาเล่า ป่านนี้หัวใจของเธอเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยดีหรือเปล่า คำถามมากมายประดังประเดใส่พายัพ ผู้กองหนุ่มปัดสายตาขุ่นเครียดมายังน้ำทะเลสีเข้มระยับ ซึ่งตัดกับเส้นฟ้าครามอย่างสงบใจ ร่างสูงข้ามฝั่งกลับมาโรงแรมเพื่อพบผู้จัดการสาว พิมพ์นราทำหน้าสงสัยตอนแรกที่แขกหนุ่มถามถึง แต่เมื่อทราบปัญหาของเขาก็พร้อมหาทางช่วยเหลือ


เพื่อนของคุณเดินทางมาที่นี่ เข้าพักในนามบริษัทออกแบบที่จะทำงานให้เราน่ะเหรอคะ?” พิมพ์นราทวนคำ ก่อนให้ข้อมูลเรื่องห้องพักของแขกก็ต้องมั่นใจเสียก่อนว่าเขาไม่ใช่มิจฉาชีพ หรือประสงค์ร้ายต่อแขกของหล่อน


ผมเองก็จำชื่อบริษัทไม่ได้เสียด้วย เพื่อนของผมเดินทางมาพร้อมเจ้านาย นัดไว้ว่าจะตามมาแต่แอ็คซิเดนท์ ถึงแล้วแต่ผมโทรหาไม่ติด ผมแค่อยากบอกว่าผมมาถึงแล้วน่ะฮะ” ท่าทางของพายัพไม่ใช่ผู้ร้าย จริงๆ แล้วเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยซ้ำ แต่ไม่ชอบอวดตราตำรวจโดยไม่จำเป็น


บอกชื่อเพื่อนของคุณได้ไหมคะ ดิฉันจะให้พนักงานเช็ครายชื่อแขกให้” เธอหันไปสบตาประชาสัมพันธ์สาว ให้เตรียมจดชื่อ


ณุตตรา บุศมาสบงกต”


พิมพ์นรารู้สึกว่าคุ้นขึ้นมาทันที เพราะเธอเพิ่งจะได้รับการแนะนำให้รู้จักหญิงสาวผู้นี้พร้อมธรรศ ด้วยเหตุผลนี้เอง...เธอเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้ารู้จักกับแขกของคุณแพรนวลซึ่งเป็นภรรยาของธรรศ


ถ้าอย่างนั้น...ไม่ต้องค้นจากคอมพิวเตอร์หรอกค่ะ ดิฉันทราบแล้ว” หญิงสาวยิ้มละมุน ตาดำสนิทของพายัพวาวขึ้น


คุณณุตตราที่มากับคุณธรรศ เธอพักอยู่ที่ห้องชมจันทร์ค่ะ”


อย่างนั้นเหรอฮะ ขอบคุณมาก”


ผู้กองหนุ่มดีใจออกนอกหน้า แค่นี้ก็พอแล้วที่เขาจะตามหาตัวเพื่อนสาวด้วยตัวเอง หากเขาลืมไปอยู่อย่าง...


เดี๋ยวค่ะ” หล่อนเรียกรั้ง


ห้องนั้นเป็นห้องสวีท อยู่ชั้นเดียวกับห้องที่เราเปิดให้คุณพัก แต่เป็นคนละฝั่งกัน”


ห้องสวีท!” พายัพอุทานแผ่วเบา เขาอยากให้ตนเองฟังผิด แต่ก็เปล่า...เมื่อพิมพ์นราพยักพเยิดแล้วยิ้มสวย


ค่ะ เหมาะที่สุดที่จะให้คุณธรรศกับคุณณุตตราพัก คุณชื่ออะไรคะ ดิฉันจะได้บอกคุณธรรศให้ เพิ่งได้ข่าวว่าภรรยาของเขาไม่สบาย คุณขิมก็เลยไม่ได้ออกจากห้องพักทั้งวันค่ะ”


ภรรยา! นี่มันเรื่องอะไรกัน!


คำพูดของหนุ่มบริกรกับผู้จัดการสาวชัดเจนแปรเป็นอื่นมิได้ แล้วยังคำพูดเป็นนัยๆ ของธรรศที่ยกตนข่มเขา ที่ทำให้พายัพแทบล้มทั้งยืน


คุณคะเอาอย่างไรดีคะ จะให้ดิฉันโทรบอกที่ห้องคุณธรรศไหม?” ผู้จัดการสาวขันอาสา


ไม่ต้องฮะ ผมอยากเซอร์ไพรส์เพื่อนสักหน่อย ห้องพักก็อยู่ไม่ไกลกันมาก เดินไปเดินมาก็เจอกันเอง ยังไงก็ขอบคุณคุณมากฮะ”


ท่าทางเหมือนขาดอากาศหายใจของชายหนุ่มทำให้พิมพ์นรานึกห่วง ไม่รู้ว่าหล่อนพูดอะไรผิดออกไปแขกหนุ่มจึงทำหน้าเศร้า ผิดหวังถึงเพียงนั้น พายัพกล่าวขอบคุณหล่อนอีกครั้ง แววตายังเหม่อลอย บอกขอตัวแล้วก้าวลิ่วๆ จากไป ความร้อนรนสั่งให้ร่างสูงโปร่งมาหยุดหน้าห้องชมจันทร์ในพริบตา แต่ประตูห้องปิดตาย คล้องด้วยแม่กุญแจดอกใหญ่แน่นหนา


ผิดคาดและทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า...ยืนงุ่นง่าน พายัพเดินกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องจะกลับมา สุดท้ายตัดสินใจวกลงไปชั้นล่าง ออกตามหาณุตตราจนทั่วโรงแรม



สายลมหวีดหวิวจากข้างนอกนั่น โชยชายมาต้องเนื้อนวลของคนที่นอนคู้ขด ซ่อนร่างอยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา ลมเอื่อยๆ จากพัดลมแบบแขวนหน้าตาโบราณค่อยๆ หมุนเนือย..ยย ส่งเสียงดังกึงๆ แทนเครื่องปรับอากาศ


ก่อนออกจากห้องธรรศเปิดหน้าต่างทุกบาน รวมทั้งแง้มประตูกระจกตรงระเบียงไว้ด้วยเพื่อให้อากาศในห้องถ่ายเท ซึ่งนับเวลาตั้งแต่เขาออกไปทำธุระจนกระทั่งกลับเข้ามาเป็นเวลาหลายชั่วโมง หญิงสาวยังคงนอนแหม่บอยู่ที่เดิม


ธรรศวางถาดอาหารที่สั่งขึ้นมารับประทานในห้อง บนโต๊ะตัวเล็ก คลุมผ้าปูโต๊ะสีพาสเทล จัดโต๊ะเรียบร้อยจึงชะโงกไปดูคนที่ยังหลับใหลเห็นหล่อนนอนนิ่ง ทว่าจำเป็นจริงๆ ที่ต้องปลุกเรียก ไม่เช่นนั้นเจ้าหล่อนคงจะนอนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเช้า โดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง


ร่างสูงใหญ่คลานขึ้นเตียงช้าเบา ไปหยุดข้างๆ ณุตตรา น้ำหนักทำให้ฟูกหนาส่วนนั้นจมบุ๋ม ชายหนุ่มโน้มลงมองดวงหน้าอิดโรยเห็นหางตาที่ยังชื้นกับสีคล้ำ ก่ำของเปลือกตาอ่อนๆ นึกเวทนาคนป่วยที่ต้องทรมาน ที่เจ้าหล่อนร้องไห้ฟูมฟาย แล้วไหนจะอาการไข้จากการที่เขาแกล้งแช่หล่อนไว้ใต้ฝักบัวอีก


ธรรศยังลังเล ความกังวลไม่ลดน้อยยามจับจ้องหางตาบอบช้ำ ละเลียดสายตากับจมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากฉ่ำระเรื่อด้วยสำนึกเผลอไผล มือหนาเอื้อมขึ้นมาสัมผัสผิวละมุนตรงซอกคอเพื่อวัดระดับอุณหภูมิร่างกาย ทิ้งหลังมืออ้อยอิ่งที่แก้มใส รู้สึกได้ว่าตัวของหล่อนยังร้อนรุม


ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดยาวลึกเมื่อรู้สึกตัวว่าเขากำลังออกนอกความตั้งใจแรก แทนที่จะปลุกเรียกหญิงสาวขึ้นมากินข้าวกินยา


นี่กระไร...กลับเผลอตัวจ้องมองเธอด้วยแววหวาน ซ้ำหวงแหน ชายหนุ่มชะงักทุกการกระทำ คิดต่อมาว่าไม่เสียหายเท่าไรหรอกถ้าจะกินข้าวช้าไปกว่านี้ไม่กี่นาที เพื่อที่จะใช้นาทีที่ว่าทำอย่างอื่น อย่างเช่น...ทรุดตัวลงนอนเคียงข้างแล้วรั้งหญิงสาวเข้ากอด


หายเร็วๆ นะขิม ผมมีเรื่องอยากบอกตั้งมากมาย” เขารำพันแผ่วๆ ประชิดหู


เวลานี้ไม่ปฏิเสธว่าเขาถวิลหาเธอเพียงไหน ยิ่งในตอนที่ผูกพันทางกาย เป็นเจ้าของทางพฤตินัยด้วยแล้ว ก็ยิ่งปรารถนาอยู่ใกล้ๆ ให้ไออุ่นปลอบโยน แทนความโหดร้ายที่ก่อไว้คืนก่อน เขารู้ว่าเวลาเช่นนี้หาได้ยากเย็น เวลาที่จะถ่ายทอดความรู้สึกออกมาตรงๆ โดยไม่ต้องแสร้งแสดงเป็นอื่น


ความอ่อนโยนอันแสนเปราะบาง ถูกเก็บซุกในอกตลอดมาถึงคราวเปิดเผย...ว่าเขารอเธอตลอดมา รอด้วยความรักและแค้นไปพร้อมกัน แต่ยามนี้กำแพงเคียดแค้นถูกโยกคลอน ณุตตรากำลังเขย่าบัลลังก์หัวใจจนเขา...เขว


ถัดจากนี้จะเป็นอย่างไร...เขาไม่รู้ ไม่อยากสนใจวันพรุ่งนี้ แต่จะยึดวินาทีนี้ให้นานเท่านาน ยึดมั่นในหญิงสาวตรงหน้าเพียงเท่านั้น


ธรรศมองนิ่ง สะกดซึ้งในดวงตาคู่ดำสนิท เพียงดวงหน้าหวาน จดจารรอยจูบอุ่นแทนความรู้สึกลึกล้นที่บรรจงมอบให้ณุตตรา เขาถอนใจหน่วงหนัก ความจริงดูจะเป็นขวากหนามที่แหลมยาวที่สุดซึ่งชายหนุ่มไม่อยากพบเจอ เพราะเพียงแค่...ตื่น หล่อนอาจไปจากเขา


ทำไมเขาต้องอยู่ในสภาพนี้นะ จะก้าวไปข้างหน้าก็ยังไม่พร้อม จะย้อนกลับหลังก็ทำไม่ได้


เฮ้อ นี่เขาจะทำอย่างไรกับหล่อนดี?


ความคิดอันแสนวุ่นว้าทำให้ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ ไออุ่นใสๆ คลอหางตา หยดอุ่นที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องเสียให้ผู้หญิงคนไหน โรยตัวช้าอวดความอ่อนแอ ชายหนุ่มกะพริบตาเบาๆ น้ำตากลิ้งลงแก้มเนียน ซึมสู่ซอกคออุ่น


คนใต้ร่างไหวตัวน้อยๆ รู้สึกถึงกระไอแปลกปร่าจากกายแกร่ง จนทนอยู่เฉยมิได้ หญิงสาวไหวตัวคล้ายสะดุ้ง ไม่นานณุตตราปรือตาจากความง่วงงุน เต็มไปด้วยความแปลกใจปนตระหนกน้อยๆ เมื่อเห็นใบหน้าคมคายลอยอยู่ใกล้ ใกล้...ชนิดที่ลมหายใจร้อนๆ ของเขากระทบผิวผ่อง หญิงสาวขยับหัวไหล่ แสดงความอึดอัดเพื่อให้เขารู้สึกตัว ธรรศรู้และลืมตา ซ่อนแซมความขมขื่นในอกเพื่อจะเป็นอีกคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว


ตื่นแล้วหรือ?” เสียงเขาแปร่งหู หลังปรับสีหน้าเฉยชา ดวงตากลมโตกะพริบถี่คือ...คำตอบ


นึกว่าจะหลับข้ามวันข้ามคืนไปอีก”


ปลายเสียง 'โล่งใจ' อย่างไรมิทราบ แววตาไม่ปรากฏสิ่งใดให้วาบไหว ณุตตรานิ่งฟังกลืนของเหลวพ้นคอ เหลียวมองแผ่นท้องราบแบนของตน หนัก...เพราะเขากักกอดไว้นั่นเอง


เกิดอะไรขึ้น...แล้วทำไม?” หญิงสาวอุทานร่างไหว ทันทีที่พบว่าคนร่างโตครอบครองเอวคอดเล็ก แล้วก็เห็นธรรศส่ายหน้า สลับถอนใจ ทว่ายังไม่ยอมปล่อยมือ ดวงตาหล่อนฉงนฉงายเมื่อคนร้ายๆ มอบกอดอ่อนโยนยามเธอหลับ แต่เขากลับเฉไฉเมื่อเธอตื่น ทำหน้าซื่อราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ไม่เห็นมีอะไร ก็แค่อยากอยู่แบบนี้...เท่านั้นเอง”


ยิ่งพูด ยิ่งแล้วไปใหญ่สิ


เอ๊ะ!” คนฟังงุนงง ต่างจากธรรศที่ดูเหมือนจะหาคำตอบให้กับหัวใจที่สับสนในเวลาอันสั้น


อยากทำอย่างไรเขาจะทำอย่างนั้น สาบาน...จะไม่ปล่อยเวลาสูญเปล่าอีกแล้ว เพราะชีวิตคนเราสั้นนัก เขาจะไม่โง่ทำปั้นปึ่งกับคนที่เขาแคร์ ไม่ปิดบังว่ารักทั้งที่ปรารถนาจะรัก ทำร้ายทั้งเขาทั้งเธอไปเพื่ออะไร


ชีวิตไม่จีรังเลย ขอแค่สุข...แม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ยังดี


ธรรศก้าวข้ามกำแพงทิฐิมายืนอีกฟากหนึ่ง ปลดปล่อยให้หัวใจนำทาง แล้วทิศทางที่โน้มถ่วงเขาไปก็คือ...ที่ที่มีเธอ เจ้าของความคิดพาดท่อนแขนยาวๆ คล้องเข้ากับร่างเล็กบาง กระชับเอวคอดเข้ามาใกล้จนอุ่นไอซึมซับถึงกัน คนที่อยู่เหนือร่างของณุตตรากักบริเวณเธอไว้ด้วยวงแขน ใบหน้าคร้ามลอยเหนือดวงหน้าเล็กเมื่อครู่ กดปลายคางลงจ้องมองดวงตากลมใสที่ถูกแววประหวั่นคุกคาม ริมฝีปากหยักลึกจรดชิดผิวนุ่มละไมที่ข้างแก้ม เอ่ยบางอย่างแผ่วเบา...


เอาเป็นว่าเผื่อพรุ่งนี้โลกแตก เผื่อว่าเราไม่ได้พบกันอีก เผื่อว่าผมต้องตาย ฉะนั้นวันนี้ผมจะทำอย่างที่อยากทำมาตลอด”


...กับเธอคนเดียวเท่านั้น” บอกมาดมั่น ธรรศขยับตัวช้าๆ แบบที่ทำให้ร่างยิ่งแนบชิด ศีรษะทุยปรกผมเส้นนุ่มสีเข้มอยู่ไม่ห่างจากวงหน้าแดงซ่าน สบตากันและกัน แววหวานกำจาย ยิ่งทำให้ณุตตราสับสนหนัก


ธรรศ...” ชื่อชายหนุ่มค้างอยู่ตรงรูปปากอิ่ม ส่วนเรียวตาแน่วนิ่งสีดำสนิทจับจ้องปากนุ่มนิ่มราวกลีบดอกไม้ ซ่อนเกษรหวานล้ำ หมายจะเป็นภู่ภมรโบกโบย โฉบลงลิ้มรสหวานปานจะขาดใจเสียเดี๋ยวนี้


ยังไม่ทันที่คำอธิบายใดๆ จะพรั่งพรูจากปากให้หญิงสาวคลายฉงนสงสัย อากัปกิริยาของธรรศได้ตอกย้ำให้รู้ว่าเขาพูดจริงทำจริงด้วยการไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าไร้ จะใช้มันอย่างคุ้มค่า ด้วยการตักตวงความหวานจากกลีบปากบอบบาง จู่โจมด้วยอ้อมกอดแข็งแรงปนอ่อนโยนทำให้ณุตตรารู้สึกราวกับอยู่ในฝัน ฝัน...ที่เฝ้ารอมาตลอดว่าอยู่เคียงข้างเขา จุมพิตหวามที่ตามมาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะหวานล้ำอ่อนโยนเพียงนี้


ณุตตราซุกตัวเข้าหาไออุ่นที่โหยหา เปิดรับจูบหวานที่แปรเป็นเร่าร้อนเมื่อเธอตอบรับ ยอมจะซุกตัวอยู่ในฝันที่แทรกตัวด้วยความเจ็บปวด เก็บเกี่ยวไว้ในดวงใจดวงนี้ตลอดกาล...



ปลอดโปร่ง โล่ง...และเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ การได้ครอบครองหญิงสาวที่รักใคร่ด้วยความสมัครใจทำให้หัวใจพองโตคับอก ทั้งยามหลับยามตื่นก็ว่าได้ซึ่งก็คือตอนนี้ที่ร่างนุ่มนิ่มหลับใหลเคียงข้าง หนุนท่อนแขนแกร่ง ศีรษะเล็กเกยอยู่ระดับแผงอกอุ่น หน้าผากเนียนยั่วยวนให้เขาจรดจูบหนักๆ ริมฝีปากหยักลึกมีรอยยิ้มเล็กๆ ผุดพรายตรงมุมปาก เป็นรอยยิ้มในรอบหลายปีที่ไม่เคยมีด้วยความยินดี ปรีดาเรื่องใดจริงๆ เลย


ธรรศสูดดมกลิ่นหอมอ่อนจางจากพวงผมดำสนิทและแก้มปลั่ง ทำตามอำเภอใจไปเรื่อยๆ และท้ายที่สุดกระชับอ้อมแขน เพื่อตอกย้ำให้รู้ว่ามีหญิงสาวอยู่จริง กอดของเขาแนบแน่น อุ่นจนร้อนจนทำให้ณุตตรารู้สึกตัวแล้วปรือตาช้าๆ งุนงงเมื่อพบว่าถูกกอดเหมือนเด็กอ่อนที่ต้องประคบประหงม กับกำลังถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยจูบบ้าง กอดบ้าง แววตาเอ็นดูจับจ้องดวงหน้าแดงซ่านไม่ห่างหาย


เธอรู้แล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อคืน...ภายใต้ผ้าห่มผืนนี้ จวบจนถึงเช้า...เขาและเธอไม่มีผ้าผ่อนสักชิ้น มันเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ความฝัน


ตื่นแล้ว ไข้ก็ลดแล้วด้วย ดีจัง” เสียงห้าวแปรเป็นทุ้ม น่าฟังทีเดียว ซึ่งก็ทำให้คนฟังไม่เชื่อหูนัก ณุตตราเหลือบตาขึ้นมองแล้วกะพริบถี่ๆ


...เอ่อ ถ้าอย่างนั้นนายก็ปล่อยฉันสิ ขอฉันลุกไปใส่เสื้อผ้า อย่าให้ต้องอยู่ในสภาพนี้จนคนอื่นมาเห็นเลยนะ ฉันอาย”


หืม ใครอาย?”


ธรรศเลิกแถบคิ้วหนาเข้ม แก้มแดงๆ ชวนมองนัก แล้วมีหรือเขาจะยินยอมง่ายๆ ในเมื่อเขาอยากมองดวงหน้านี้นานๆ จึงส่ายหน้าไปมา


จะอยู่ห่างกันทำไมเล่า แบบนี้อุ่นดี อุ่นไปถึงหัวใจ” พูดพลางกอดรัดร่างน้อยแน่นขึ้น


แต่...” หญิงสาวอิดเอื้อน ปลายคางคมสันเกยเหนือหน้าผากมน พึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา...


ขิม ไม่ว่าตอนนี้ ตอนไหนก็อย่าจากผมไปเลยนะ อย่าทำให้หัวใจที่เฝ้ารอเธอมาตลอดต้องแดดิ้นลงไปตรงนี้อีก เหมือนเมื่อก่อนที่ชีวิตผมตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง กลับมามีชีวิตอีกครั้งก็ตอนที่เธอกลับมา ฉะนั้นอย่าไปอีกเลยนะ ได้โปรด...”


นายรอ...” เสียงเครือสั่น หวั่นไหวไม่แพ้กัน


รอสิ รอทุกลมหายใจเข้าออก รอจนหัวใจตายซาก รอว่าเมื่อไหร่จะมีคนนำหัวใจที่หายไปของผมกลับมา ผมรอด้วยความแค้นสุมใจแต่ก็เต็มไปด้วยความรัก ผมถึงได้ทำไม่ดีกับเธออย่างที่ผ่านมา”


ฉันรู้...” เสียงหวานแผ่วนัก ความอัดอั้นแทนที่ด้วยน้ำตาเพราะเธอก็เป็นเช่นเดียวกับเขา อยู่กับการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงไหม


น้ำตาแห่งความอ่อนไหวพรากไหล คุ้มค่าแล้วกับการเดินทางกลับมาเพื่อได้พบเขาคนนี้ เพื่อจะได้รับรู้ความโกรธแค้นมหาศาลกับความรักที่ซ่อนเร้น หลังกำแพงแค้นต่อเมื่อมันทลายลงณุตตราได้พบธรรศคนเดิม...ชายหนุ่มที่เธอรัก หญิงสาวซุกหน้ากับอกอุ่น หมายจะซึมซับทั้งหมดไว้


โชคชะตากำหนดไว้เช่นนี้สินะ จับคนที่รักมากพลัดพรากจากกัน แล้วตวงวัดว่าความรักของเขาและเธอมากพอที่จะดึงดูดกลับมาหากันหรือไม่ อุปสรรคต่างๆ ก็เช่นกัน ทั้งหมดเป็นเครื่องวัดแล้วก็ได้รู้ว่า ‘เวลา’ มิใช่ตัวแปร หากว่าจิตใจของคนเราต่างหากเล่า...เปลี่ยนแปลง


แต่กับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของหญิงสาว ณุตตราไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะผูกพันลึกซึ้งกับเขา ความสัมพันธ์ที่กำลังจะกลายเป็น ‘โซ่ตรวน’ บ่วงพันธนาการเธอกับเขาไว้ในเบื้องหน้า


...เป็นความสุข ที่กำลังจะกลายเป็นคลื่นแห่งความทุกข์ระทม!


เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงที่เขายังไม่รู้ก็คือ...เธอกำลังจะกลายเป็นคนพิการ เธอคงจะมองไม่เห็นใบหน้าคมคาย เรียวตาคมปลาบคู่นี้อีก ณุตตราสะท้อนใจจนอกอิ่มสะเทิ้นไหว นึกขอบคุณที่บางสิ่งบางอย่างดลใจให้เขาล้มเลิกทิฐิยกโทษให้เธอ แต่ก็อยากตัดพ้อชะตากรรมที่ไม่ได้เปลี่ยนไป


สักวัน...เธอจะต้องจากเขาไป เพราะไม่ใช่ผู้หญิงดีพร้อมหรือคู่ควรกับเขา และเวลานั้นคงจะไม่ไกลนัก


รู้ใจผมแล้ว ฉะนั้นตอนนี้อยู่ด้วยกันนะ” เสียงห้าววอนขอ อาการนิ่งงันของหล่อนคือการตอบรับ ชายหนุ่มทึกทักเอาว่าเป็นเช่นนั้น ธรรศกระชับอ้อมกอดที่มีร่างนุ่มเนียนแนบข้าง ก้มลงจุมพิตแก้มปลั่งซ้ำๆ แล้วเพิ่งสังเกตว่าหยดอุ่นๆ ซึมไหลจากหางตา รดรินสัมผัสผิวแกร่งตรงแผงอกจนชื้นเปียก


เป็นอะไรไป หืม...ขิม?” สุ้มเสียงถามอาทร ณุตตราส่ายหน้าทั้งที่ปลายจมูกแดงแปร๊ด


แค่ดีใจ แล้วก็มีความสุขที่สุดน่ะ” เรียวปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มขื่น หัวใจปวดร้าวเหลือประมาณ



ยังดีที่ผู้กองหนุ่มมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่บุกเข้าไปพาตัวณุตตราออกมากลางดึก บทบาทกับหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ค้ำคอ เตือนให้รู้ถึงการกระทำไม่ถูกไม่ควร พายัพจึงรอจนกว่าคนในห้องนั้นจะปรากฏตัวออกมาเอง เมื่อคืน ยอมรับว่าเขาเดินเตร่ สังเกตการณ์หน้าห้องชมจันทร์หลายรอบ กว่าจะตัดใจกลับห้องของตน นั่งๆ เดินๆ หลายครั้งหลายหน  


ทั้งหมดนั้นคือ...ความกังวล ความห่วงใยที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงชัน ผลักดันให้ไม่อาจหลับตาลงเลยสัก...วินาที 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #12 ปาม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 19:00
    สงสารผู้กองจัง 5555
    #12
    0
  2. #11 ปาม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 17:39
    บรรยายได้ปวดใจจังค่ะ
    #11
    0