[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 25 : 22 วันสิ้นปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 640 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

22 วันสิ้นปี

 

แม้เมื่อวันก่อนจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันーーทว่า ทุกอย่างก็ยังเดินไปตามแผนงานของผม

หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนในเมือง ผมจะได้กลับมาที่หมู่บ้านแล้วช่วยงานต่าง ๆ ของพ่อที่เป็นเจ้าผู้ถือครองที่ดิน

 

พ่อของเลียนบอกผมว่าถ้าไม่อยากไปงานเลี้ยงส่งท้ายปีที่บรรดาเครือญาติจะมาร่วมงานด้วยก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเข้าร่วมก็ได้

 

ใจดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก

 

การต้องปั้นหน้ายิ้มเข้าหาผู้คนแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและใช้เวลาร่วมกันในวันส่งท้ายปี......สำหรับผมไม่ต่างอะไรกับฝันร้าย

ต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ

แถมยังไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย

 

 

แต่ ในปีนี้ต่างออกไป

 

ผมได้รับการปลดปล่อยจากฝันร้ายนั้นแล้ว

 

สำเร็จー!

 

 

 

ด้วยเหตุนี้

วันนี้ผมจึงเดินทางมาที่โบสถ์ตั้งแต่เช้า

 

เพราะโรงเรียนหยุดในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของปี ดังนั้น แม้จะเป็นวันศุกร์แต่ผมก็มาที่โบสถ์ได้

 

ผมตรวจสอบ ‘ตารางงานพิเศษของพี่อัล’ เพื่อดูตารางในช่วงสิ้นปีของอัลเฟรด โชคดีที่วันนี้เขามีงานพิเศษที่ ‘ร้านเหล้าคานาล’ ตลอดทั้งวัน

 

ช่วงสิ้นปีลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยของบรรดาร้านดื่มกิน มีร้านหลายที่เปิดทำการค่อนคืนหรือจนกระทั่งฟ้าสาง

ถ้าทำงานจนร้านปิดก็ไม่มีทางกลับทันรถม้าโดยสารเที่ยวสุดท้ายแน่ ดังนั้นคืนนี้อัลเฟรดน่าจะค้างที่ร้านเหล้า กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้

 

หรือก็คือ วันนี้เจ้านั่นไม่อยู่ที่โบสถ์และคงไม่กลับจนกว่าจะถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้นั่นเอง

 

พูดง่าย ๆ ก็คือวันนี้ ห้องพักของอัลเฟรดจะว่าง

 

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วーーคืนนี้ ผมจึงตัดสินใจว่าจะค้างที่โบสถ์

 

เจ้านั่นเป็นคนบอกเองนี่ว่าตอนที่เขาไม่อยู่ผมสามารถใช้ห้องนี้ได้

 

อีกอย่าง วันนี้ญาติห่าง ๆ ของแม่เลียนห้าคน เพื่อนของคุณพี่ชายสามคน และเพื่อนร่วมงานของพ่อเลียนอีกสี่คนจะมาพักที่คฤหาสน์สามวันสองคืน

 

ขืนบังเอิญเจอพวกนั้นในคฤหาสน์มีหวังโดนลากไปคุยด้วยแหง ยังไงก็ต้องหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน พอบอกพ่อของเลียนไปว่าอยากไปค้างคืนที่โบสถ์ーー

 

ฝ่ายนั้นก็พยักหน้ายอมให้ไปอย่างง่ายดาย

 

ก็ดีใจอยู่หรอกนะที่อนุญาต แต่นายจะร้องไห้ทำไม ในขณะที่กำลังคิดว่าน่าสงสัย พ่อของเลียนก็พูดขึ้นมาว่า หากเจ้าสบายใจเช่นนั้นก็ไปเถอะ......พร้อมตบบ่าผมอย่างอ่อนโยน

 

......อารมณ์ผมพลันซับซ้อนขึ้นมา

 

อยากแก้ตัว ผมอยากแก้ตัวใจจะขาด

ร่างกายผมไม่ได้ถูกกระทำจนสะบักสะบอม ผมยังแต่งภรรยาได้สบาย ส่วนเจ้าสาว......ผมจะเป็นเจ้าสาวทำไมก่อน? ช่างเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมอยากแหกปากตะโกนว่าร่างกายผมยังบริสุทธิ์ทุกกระเบียดนิ้วーーทว่าก็ทำได้เพียงอดกลั้นไว้เท่านั้น

 

เพราะเรื่องคราวนี้ พ่อของเลียนจึงเลิกบังคับผมและยอมให้ผมใช้ชีวิตได้ตามใจ

 

ผมจึงทำอะไรต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น

 

เพื่ออนาคต ตอนนี้ ปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนน่าจะฉลาดกว่า ถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีแต่ーーในใจผมกลับหงุดหงิดสุด ๆ

 

และเรื่องในคราวนี้มีเพียงผม พ่อของเลียน และโรเวนดาลเท่านั้นที่รู้ ในตอนนั้นโรเวนดาลยกนิ้วชี้ทาบที่ริมฝีปากแล้วบอกว่าอย่าให้แม่กับพี่ชายของเลียนรู้เรื่องจะดีกว่า

ผมเองก็คิดว่าวิธีนั้นเป็นวิธีที่ดีเช่นกัน ทว่าก็ยังรู้สึกคาใจ

 

ผมอยากบอกความจริงทั้งหมดกับโรเวนดาล แต่เมื่อสบตากัน ชั่วขณะนั้นเขาขยิบตาให้ผม

......ผมรู้สึกว่าแม้ไม่ต้องพูดอะไร เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว สมกับเป็นพ่อบ้านมากความสามารถ ดูถูกสายตาคุณไม่ได้เลย

 

อา ช่างเถอะ

ยังไงก็ตาม วันนี้เป็นวันของผมหนึ่งวัน

 

ก่อนนอนผมจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้ ไม่ต้องแคร์สายตาใคร ทั้งยังไม่ต้องเกรงใจใครด้วย วันนี้ผมเป็นอิสระ หลุดออกจากพันธะทุกอย่าง อิสรเสรี อิสรภาพจงเจริญ

 

ผมยัดของสำหรับค้างคืนใส่กระเป๋าอย่างอารมณ์ดีและกระโดดโลดเต้นออกจากคฤหาสน์

 

 

 

ผมช่วยมาเรียเตรียมอาหารภายในห้องครัวของโบสถ์ เมนูวันนี้เป็นเบค่อนชิ้นหนาห่อด้วยผักกับครีมสตู

 

มาเรียที่กำลังค่อย ๆ ใช้ทัพพีคนสตูในหม้อขนาดใหญ่อย่างช้า ๆ หันมามองผม เธอยกยิ้มด้วยแก้มสีแอปเปิล

 

“ฮุฮุ น่าตื่นเต้นจริง ๆ เจ้าค่ะ ท่านเลียน”

 

ผมหันแตงกวาสำหรับใช้ทำสลัดไปพลางส่งยิ้มกลับไปให้มาเรีย

 

“ขอรับ! วันนี้จะเป็นวันพักผ่อนของข้า!”

 

“ดีมากเจ้าค่ะ หากทำงานโดนไม่พักจะเหนื่อยและล้มป่วยเอาได้ อีกอย่างท่านเลียนก็โหมมามากแล้วเจ้าค่ะ”

 

“ง...งั้นหรือขอรับ”

 

“ใช่เจ้าค่ะ! ตอนที่พักก็ควรพักให้เต็มที่นะเจ้าคะ”

 

“ข...ขอรับ ข้าจะระวัง”

 

มาเรียมองผมแล้วเผยยิ้มน่ารักออกมา

 

“จะว่าไป ท่านเลียนฝีมือดีมากเลยเจ้าค่ะ เริ่มชินขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมเจ้าคะ”

 

“ม...ไม่หรอกขอรับ......เรื่องปกติน่ะ ข้าชินแล้ว......ข้ามักทำอาหารทานเองที่บ้านอยู่แล้วขอรับ”

 

“ตายจริง งั้นหรอกหรือเจ้าคะ”

 

“ขอรับ พ่อกับแม่มักเลิกงานดึก คุณตาก็ขาไม่ค่อยดี......ช่างเถอะ ทำทานเองประหยัดค่าอาหารได้ด้วย อีกอย่าง ข้าไม่ได้เกลียดการทำอาหารหรอกขอรับ”

 

ทำตามสูตรที่ตัวเองอยากทานได้ด้วยนี่นะ

 

“งั้น......งั้นหรือเจ้าคะ......ーーท่านใช้ชีวิตเช่นนั้นในโลกนั้นสินะเจ้าคะ......”

 

มาเรียยิ้มให้ผม รอยยิ้มนั้นคล้ายแฝงความเป็นห่วงอยู่หลายส่วน ผมฝืนยิ้ม

ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเลยแท้ ๆ

 

ผมบอกมาเรียไปแล้วว่าผมไม่ใช่เลียนตัวจริงーーเป็นมนุษย์จากอีกโลกหนึ่งที่ท่านเทพธิดาส่งมา ‘โอซากะ นาโอะ’ รวมถึงเรื่องที่ผมมาที่โลกนี้เพื่อช่วยงานให้ท่านเทพธิดาด้วย

 

ตอนที่ผมบอกเรื่องนี้กับเธอครั้งแรก มาเรียตกอยู่ในอาการงุนงง ทว่าเธอก็แสดงสีหน้าจริงจังและบอกผมว่าเธอเชื่อคำพูดของผม

 

เธอตั้งใจฟังเรื่องที่ดูไม่มีที่มาที่ไปนี้ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเงียบเชียบ บางครั้งก็จะพยักหน้า

 

เธอถามผมว่าลำบากมากใช่ไหม พอผมตอบเธอไปว่าผมไม่มีพ่อแม่ ทั้งยังตัวคนเดียวจึงไม่เป็นปัญหา มาเรียก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลย ผมไม่เป็นไรจริง ๆ

 

อีกอย่าง การได้ใช้ชีวิตในโลกนี้ ภายในหมู่บ้านที่เงียบสงบーーทำให้ผมเริ่มคิดว่าโชคดีที่ท่านเทพธิดาเลือกผม

 

ทั้งยัง โชคดีที่เธอไม่ได้เลือกคนอื่น

 

หากว่า......ใครคนอื่นนั้นมีผู้คนมากมายที่ต้องร้องไห้เสียใจจากการหายตัวไป หรือหากว่ามีคนที่ไม่อาจแยกจากกันได้ การถูกส่งมาอยู่ในโลกต่างมิติถึงหกปี และยังไม่รู้ว่าจะกลับไปได้เมื่อไรคง......เจ็บปวดทรมานน่าดู

 

ทั้งตัวคนคนนั้น และคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

โหยหา โดดเดี่ยว ทรมานーーคงยากที่จะทนต่อความรู้สึกเช่นนั้นได้

 

เทียบกันแล้ว ผมไม่มีครอบครัว หมาที่เลี้ยงไว้ก็ตายไปแล้ว เดิมทีมนุษยสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดี จึงไม่มีเพื่อนเท่าไรนัก

แม้ผมจะหายตัวไปก็ไม่มีใครーーร้องไห้คร่ำครวญตอนผมกลับไปในโลกนั้นอยู่ดี

 

เพราะงั้น

 

แบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้

 

ต่อให้สุดท้ายจะกลับโลกเดิมไม่ได้ ตัวผมก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่โลกไหนผมก็ตัวคนเดียวอยู่ดี ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก

 

แบบนี้ดีแล้วล่ะ

โชคดีที่ท่านเทพธิดาไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากผม

 

“......ท่านมาเรีย ข้ามีคนรู้จักในโลกนี้มากกว่าที่โลกนั้นอีกขอรับ”

 

“ตายจริง งั้นหรือเจ้าคะ”

 

“ขอรับ ทั้งท่านมาเรีย พวกเด็ก ๆ อัลเฟรด คนในตระกูลโอเวนและคนที่ทำงานในนั้น เพื่อนที่โรงเรียน อาจารย์สอนดาบ และผู้คนในหมู่บ้าน ยังมีอีกเยอะแยะเลยขอรับ เพราะงั้นข้าจึงเริ่มคิดว่าーーอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่”

 

“ท่านเลียน......”

 

ผมส่งยิ้มให้มาเรีย

ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ

หากว่าผมได้ใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านนี้ตลอดไป จะมีความสุขขนาดไหนกัน

 

ผมคิดว่าถ้าได้พบท่านเทพธิดาอีกครั้ง ผมจะขอร้องเธอ

 

ขอให้ผม ได้อยู่ที่โลกนี้ตลอดไปーー

 

เพื่อการนั้น

 

ーーーーไม่ว่ายังไงผมก็ต้องเอาชีวิตรอดจากวันแห่งภัยพิบัติให้ได้

 

แก้มสีแอปเปิลของมาเรียขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอส่งยิ้มกว้างให้ผม

 

“งั้นหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่าน......ไม่รู้สึกเหงาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

 

“ขอรับ ต้องขอบคุณพวกท่านมาเรียเลย”

 

“งั้นหรือเจ้าคะ......เป็นเช่นนั้นสินะ......โชคดีจัง......โชคดีจริง ๆ ......”

 

มาเรียยกสองมือปิดใบหน้าก่อนจะร้องไห้ออกมา

 

“ท...ท่านมาเรีย อย่าร้องไห้เลย......”

 

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าดีใจ ไม่เคยดีใจเท่านี้มาก่อน ท่าน......แม้พวกข้าจะดึงท่านเข้ามาในโลกนี้อย่างเห็นแก่ตัว แต่ท่านก็ยังช่วยต่อลมหายใจของโลกนี้ ลมหายใจของพวกข้า แม้แต่สวรรค์ท่านก็ยังเมตตาด้วย......”

 

“พ...พูดเกินไปแล้วขอรับ”

 

มาเรียยิ้มออกมาพร้อมน้ำตา เธอส่ายหน้า

 

“......ท่านมีเมตตาจริง ๆ ขอบคุณที่คอยปกป้องและคอยชี้นำพวกข้าเจ้าค่ะ ทั้งยัง......รักและเอ็นดูอัลเฟรดーーแม้จะไม่รู้ตัว แต่เด็กคนนั้นโดดเดี่ยวมากเจ้าค่ะ ขอบคุณที่ปกป้องดูแลเด็กที่น่าสงสารคนนั้นมาตลอด......”

 

“ท่านมาเรีย......ข้าเองก็ーー”

 

กลิ่นไหม้เล็กน้อยลอยปะทะจมูก

 

เหมือนหันไปตามกลิ่นนั้นーーก็พบหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ

 

“ท...ท่านมาเรีย! หม้อ หม้อเดือดแล้วขอรับ!!”

 

“กรี๊ด! ตายแล้ว!”

 

ผมรีบร้อนดับไฟที่หม้อและถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากตรวจสอบกันสองคนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดูเหมือนจะไหม้เพียงก้นหม้อเท่านั้น สตูส่งกลิ่นหอมน่าทาน อา ดูเหมือนจะยังทานได้

 

“......เกือบไปแล้ว”

 

“ฟู่~ นั่นสิเจ้าคะ......คุยไปทำไปก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ต้องระวังด้วยสินะเจ้าคะ”

 

“ขอรับ......โชคดีที่สตูยังปลอดภัย เกือบถูกเจ้าพวกตัวเล็กโกรธแล้วขอรับ”

 

“นั่นสิเจ้าคะ......”

 

ผมกับมาเรียมองหน้ากันและหัวเราะออกมา

 

 

หลังจากทานมื้อเย็นกับพวกเด็ก ๆ และมาเรียเสร็จแล้ว ผมก็ไปห้องสวดมนตร์กับพวกเขาและสวดภาวนายามดึกด้วยกัน

 

จากนั้นผมก็ถูกเจ้าตัวเล็กทั้งหลายตื๊อให้อ่านนิทานให้ฟัง ผมจึงไปนั่งเล่านิทานให้พวกเด็ก ๆ ภายในห้องนอนที่นอนได้ประมาณสิบคน พวกเด็กวัยประถมเองก็มีท่าทางอยากไปนั่งฟังด้วย ผมจึงเรียกพวกเขาให้มาด้วยกัน แม้จะดูขัดเขินจนใบหน้าแดงระเรื่อแต่ก็ยอมตามมา

ไม่ว่าจะเป็นโลกไหน เด็ก ๆ ก็ชื่นชอบการฟังนิทานกันทั้งนั้น

 

ในขณะที่กำลังเล่าถึงฉากที่นักผจญภัยช่วยเจ้าหญิงมาจากมังกรร้ายーーเด็กที่ยังเล็กก็เริ่มขยี้ตาอย่างสะลึมสะลือ

แม้จะถึงฉากตื่นเต้นที่สุดของเรื่องแล้วแต่ก็ช่วยไม่ได้ ผมตัดสินว่าจะคอยเล่าตอนต่อไปคราวหลังและเข้านอนบ้าง

เวลาเข้านอนของที่โบสถ์ไวมาก

 

ช่างแตกต่างจากชีวิตโต้รุ่งทุกคืนของผมอย่างสิ้นเชิง พวกเด็ก ๆ จะเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นกันแต่เช้า ใช้ชีวิตถูกต้องตามหลักอนามัย

 

 

มาเรียกล่าวว่าคืนนี้อากาศหนาว พร้อมส่งถุงน้ำร้อนที่พันด้วยผ้าขนหนูกันลวกให้ผม

อุ่นจัง

เป็นถุงน้ำร้อนแบบเดียวกับที่มาเรียเอาเข้ามาวางที่เตียงของเด็ก ๆ ตอนผมกำลังเล่านิทาน ดูเหมือนเธอจะเตรียมส่วนของผมไว้ด้วย ผมรู้สึกขอบคุณเธอจริง ๆ

 

 

 

ห้องของอัลเฟรดยังคงตกแต่งอย่างราบง่ายไม่ต่างอะไรจากห้องรับแขกเช่นเคย

ผมยิ้มออกมา

อา แต่วันนี้รู้สึกห้องนี้จะดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกครั้ง บนโต๊ะหนังสือมีหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดและหินคริสทัลที่ผมจ้างวานให้เขาทำวางอยู่

 

ตอนนี้อัลเฟรดคงกำลังทำงานให้คุณนายเจ้าของร้านอยู่ภายในร้านเหล้าที่ครึกครื้นแห่งนั้นสินะ

 

ผมหรี่ไฟที่ตะเกียงลงเล็กน้อยก่อนจะนำถุงน้ำร้อนที่ได้รับมาวางที่ปลายเตียงแล้วปีนขึ้นไป

 

ได้กลิ่นแดดจากผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม

กลิ่นที่ทำให้รู้สึกสบายใจ กลิ่นที่ผมชอบ

ความอบอุ่นที่ฝ่าเท้าชวนให้รู้สึกสบายตัว

 

ผมนอนลงและเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที

 

 

 

ใครบางคนเลิกผ้าห่มของผมขึ้น

ไอเย็นที่ถาโถมเข้ามาทำให้ผมลืมตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสั่นไปทั้งร่าง

 

“......อุหวา หนาว......”

 

เจ้าบ้า ใครฟะ

ใต้ผ้าห่มกำลังอุ่นพอดีอยู่เชียว

 

เมื่อเปิดหนังตาที่หนักอึ้งออกเล็กน้อยก็พบร่างสูงของเจ้าคนผมสีบลอนด์ที่ขึ้นมาบนเตียงและกำลังถือวิสาสะสอดตัวเข้ามาในผ้าห่ม เขาสวมเสื้อและกางเกงนอนสีกรมท่า

 

“......อัล......? ......ทำไม......”

 

ผู้บุกรุกไม่คิดจะตอบคำถามของผม เขาไม่สนผมที่นอนอยู่ก่อนแล้วและพยายามแทรกตัวเข้ามาจนร่างกายสูงใหญ่นั้นเข้ามาได้ในที่สุด

แคบ

แคบโคตร ๆ

 

เพราะถูกดันโดยไม่พูดไม่จา ผมจึงต้องーーเขยิบพื้นที่ให้พอสำหรับอีกคนอย่างช่วยไม่ได้ อย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ นะ

 

ผมสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากร่างของคนที่เบียดตัวเข้ามาอยู่ข้าง ๆ เพิ่งไปแช่น้ำมาอย่างนั้นเหรอ

 

ทว่าผมได้กลิ่นเหล้าจาง ๆ จากร่างกายอีกฝ่าย

 

“......ได้กลิ่น......เหล้า”

 

“อาーยังไม่หมดจริง ๆ ด้วย......ข้าถูกราดหัวมาน่ะ”

 

ว่าอะไรนะ

 

อัลเฟรดถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“......วัยรุ่นสามคนจากหมู่บ้านเรสมาสังสรรค์วันสิ้นปีกัน พวกนั้นเมาและเริ่มลวนลามพนักงานหญิงในร้าน ก่อกวนลูกค้าคนอื่น ๆ ทั้งยังถือวิสาสะขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีอีก พอลูกค้าคนอื่น ๆ เข้าไปเตือนก็เกิดเรื่องชกต่อยกัน”

 

ชุลมุนน่าดู

 

“หวา......รบกวนคนอื่นชะมัด......”

 

“มาก ๆ เลยล่ะ เพราะรบกวนลูกค้าคนอื่น คุณนายเจ้าของร้านจึงให้ข้าพาพวกเขากลับหมู่บ้านและบอกให้ข้าเลิกงานได้เลย ข้าจึงพาทั้งสามคนนั้นไปส่งที่บ้าน”

 

“น...นั่น......ลำบากเจ้าแล้ว”

 

“อา......เจ้าล่ะ วันนี้มาค้างที่โบสถ์หรือ”

 

เพราะฉันนึกว่าวันนี้นายจะค้างที่ร้านเหล้าและไม่กลับโบสถ์ยังไงล่ะ

 

อุตส่าห์คิดว่าวันนี้จะได้ครองห้องนี้คนเดียวแล้วเชียว เจ้าของห้องตัวจริงดันกลับมาซะได้ แบบนี้ฉันก็ดื่มด่ำทำตัวเป็นเจ้าของห้องไม่ได้แล้วน่ะสิ เจ้าบ้า

 

“......ผิดหรือไง วันนี้คือวันของฉัน แค่ก วันของข้า ไม่มีภาระ ใช้ชีวิตตามใจได้หนึ่งวัน”

 

“หืーม”

 

อัลเฟรดตอบกลับอย่างขอไปทีเหมือนทุกครั้ง เจ้าบ้า ตั้งใจฟังที่คนอื่นเขาพูดซะบ้าง

 

อัลเฟรดรวบผมเข้าไปกอดและซุกหน้าเข้ามาที่ซอกคอก่อนจะสูด ๆ ดม ๆ ทำตัวเป็นลูกหมาจนผมรู้สึกจักจี้

 

“......หอมจัง”

 

“ข้าใช้สบู่ที่เอามาจากคฤหาสน์......อะ”

 

อัลเฟรดเลียผม ร่างกายผมสั่นเทิ้ม

 

ลิ้นร้อนลากมาถึงคางของผม ในตอนที่รู้สึกว่าใบหน้าใกล้กันมาก ๆ นั้น อัลเฟรดก็ประกบริมฝีปากเข้ามา

 

“อึก......อือ”

 

ผมพยายามจะผลักเจ้าคนผมสีบลอนด์ออกทว่ากลับไม่แม้แต่จะขยับ

 

อัลเฟรดกดจูบลงมาจนผมเริ่มอึดอัด ผมสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่

 

“......ฮา......น...นอนดี ๆ ーー......”

 

ฝ่ามืออุ่นนั้นค่อย ๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อของผมและลูบไล้ไปตามผิวกาย

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์กำลังจับจ้องมาที่ผม ผมหลบสายตาคู่นั่นอย่างลนลาน

 

“จ...เจ้าบ้า ทำอะーーหวา”

 

อัลเฟรดลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังจนผมเผลอแอ่นกายโดยไม่รู้ตัว

 

“อ๊ะ พอ ย...อย่า......!”

 

“เลียน......”

 

“ข้าบอกว่าอย่าไง! หยุด......! จ...เจ้า นอนดี ๆ!”

 

นอนสักทีโว้ย! ขอร้อง!

 

อัลเฟรดจ้องผมเขม็งก่อนจะถอนหายใจและยอมกลับไปนอนที่เดิมของตัวเอง

 

“......ก็ได้”

 

ถึงจะดูไม่สบอารมณ์เอามาก ๆ แต่อย่างน้อยก็ยังฟัง ผมง่วงนี่นา อีกอย่างไม่รู้ด้วยว่าควรทำตัวยังไง

ทำตัวยังไงนี่อะไร ห้ามทำเลยไม่ใช่เหรอ นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย

 

อัลเฟรดโอบกอดผมอีกครั้งและดึงผมเข้าไปในอ้อมอก

 

“ถ้าแค่นี้...ได้หรือเปล่า”

 

“......อึก......อ...อา......ถ้าแค่นี้ก็ไม่เป็นไร”

 

“งั้นหรือ”

 

อัลเฟรดตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดีและเพิ่มแรงให้แน่นมากขึ้น ทว่าแรงที่กอดนั้นกลับเยอะเกินไปจนผมเจ็บไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนแทบขาดอากาศหายใจ

 

“อ...อึดอัด......! เจ็บ! จ...เจ้าคนบ้าพลัง!”

 

“อะ ขอโทษ”

 

อัลเฟรดผ่อนแรงลง

ในที่สุดก็หายใจได้สักที ผมถอนหายใจออกมา ให้ตายสิ

 

อัลเฟรดดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงคอผม

 

อุ่นจัง ผ้าห่มขนแกะที่สัมผัสกับผิวก็นุ่มสบาย รู้สึกดีมาก ๆ

 

ทั้งร่างผมถูกห่อด้วยผ้าห่ม ไม่ว่าจะฝ่าเท้าหรือข้างตัวก็อุ่นจนชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

 

ผมไม่ถูกกับอากาศหนาว

แม้จะอยู่ที่นี่ก็ยังขี้หนาวเหมือนเดิม

 

ทั้งยังไม่อาจทำให้ตัวเองอุ่นได้

 

ไอเย็นที่สัมผัสที่แก้มทำให้ผมหนาวสั่น

แม้จะไม่มาก แต่ผมก็ไม่ชอบไอเย็นแบบนี้อยู่ดี ผมพยายามหาไออุ่นโดยฝังหน้าลงกับหมอนและผ้าปูที่นอนใกล้ ๆ กับร่างกายที่อบอุ่นของคนข้าง ๆ

 

พอทำแบบนี้แล้วไอเย็นก็ไม่เล็ดลอดมาโดนตัวผมแม้แต่น้อย ผมพอใจกับความสำเร็จของตัวเอง

 

ดีล่ะ

เท่านี้ก็ไม่หนาวแล้ว

 

ชั่วขณะหนึ่งอัลเฟรดขยับร่างกายอย่างตกใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ไม่ขยับตัวอีก

 

ความอบอุ่นและหัวใจที่เต้นเร็วกว่าปกติชวนให้รู้สึกดี

 

เมื่อสบายใจขึ้นมาได้......อาการง่วงนอนก็กลับมาอีกครั้ง

ผมหาวออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

ง่วงจัง

ไม่ไหวแล้ว

สติผมพร่าเลือน คงฝืนอีกไม่ได้แล้ว

 

อัลเฟรดครางเสียงต่ำจากตำแหน่งที่สูงกว่าเล็กน้อย อะไร สารภาพบาป? ผมได้ยินเสียงเขาพึมพำอะไรบางอย่างราวกับเสียงกระซิบ

 

แต่ไม่ว่าอัลเฟรดจะพึมพำอะไรก็ตาม เสียงนั้นราวกับอยู่ไกลจนฟังไม่ถนัด

 

หลังจากนั้น ในขณะที่ยังฟังไม่รู้เรื่องーーผมก็จบดิ่งสู่นิทราอีกครั้ง

 

------------------------

สวัสดีค่ะ akitsuki ค่ะ

เห็นคอมเมนท์ที่ชมสำนวนการแปลแล้วใจฟูมากเลยค่ะ จริง ๆ คือรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีเท่าไร แต่อ่านคอมเมนท์แล้วมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ ฮือ

ช่วงนี้ดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ;-; ใครที่ยังต้องออกไปข้างนอกก็หมั่นล้างมือและอย่าเอามือสัมผัสใบหน้านะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 640 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1539 สไนท์เปอร์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:28
    ท่องคาถายุบหนอพองหนอ สงบจิตใจใช่มั้ยลูก55555555555
    #1,539
    0
  2. #1248 09fg (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 06:21
    สนุกมากค่ะ
    #1,248
    0
  3. #1143 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:22
    คนแปลต้องภูมิใจในฝีมือการแปลตัวเองให้มากๆแล้วล่ะค่ะแปลดีอ่านแล้วเข้าใจง่ายลื่นไหลเหมือนแต่งเองเลยค่ะ
    #1,143
    0
  4. #924 Silabun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 22:43
    งงอ่ะตอนแรกบอกพ่อแม่กลับบ้านดึก ส่วนปู่ก็ไม่ค่อยแข็งแรง พอตอนหลังบอกว่าไม่มีพ่อแม่??
    #924
    3
    • #924-1 akitsuki(จากตอนที่ 25)
      1 เมษายน 2563 / 14:19
      คือพ่อแม่กับคุณตาน้องเสียแล้วนะคะ ที่พูดถึงตอนทำอาหารเป็นการflashbackเล่าสมัยที่ทั้งสามยังมีชีวิตอยู่ค่ะ;;
      #924-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #867 hongyok025 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:31
    ใจหนู อัลทำไว้เยอะ สรภาพบาปซะ ทำอะไรกับน้องไปบ้าง จริงละ อย่าให้เรื่องถึงหูพี่กับแม่เลย มีโว้ยอะ
    #867
    0
  6. #775 doubleua01 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:01
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-06.png ใจฟู~~~~
    #775
    0
  7. #729 After_TeaTime (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 05:23

    นับถือผู้แปลมากๆค่ะ สำนวนเีมาก อ่านไหลลื่นหัวแตกเลย-- ไม่ใช่สิ5555 แต่ภาษาดีมากจนนึกว่าแต่งเองเลยค่ะ ไม่มีตรงไหนทีีอ่านแล้วสะดุดเลย ผู้แปลเก่งมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้อบอุ่นหัวใจมาก แล้วแต่ละตอนก็ยาวจุใจมากด้วย ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ
    #729
    0
  8. #717 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 00:03
    ใจมันฟูไปหมดดดด
    #717
    0
  9. #716 Yanidaexo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 19:27

    พึ่งเข้ามาอ่านน อ่านรวดเดียวเลย555555 แปลดีมากๆๆ เลยค่ะ อ่านง่าย เข้าใจง่ายด้วย เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆน้าา~♡♡♡

    ปล. ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #716
    0
  10. #715 sukinaMachiro (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 06:21
    อัล ค่อยๆตะล่อมลูกเดี๋ยวน้องตื่น5555
    #715
    0
  11. #714 beachplease (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 22:53
    ไรท์เองก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะะ
    #714
    0
  12. #713 Lalilulelo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 22:34

    อัล....ขอใช้คำว่า "จงอดกลั้นเข้าไว้ลูก" 555555
    แค่นี้เลียนก็เผลอเคลิ้มแล้ว 555555 เจ้าตัวโดนจูบจนร่างกายมันชินเองละมั้งเนี่ย ขำาาา
    #713
    0
  13. วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 21:41
    เลียนน่ารักมากอ่ะอยากนวยยย
    #712
    0
  14. #711 pragray-jun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 20:07
    ละมุนละไมมากกก
    #711
    0
  15. #710 orart2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 18:12
    เอ้..อัลเฟลดพูดอะไรนาาา
    #710
    0
  16. #709 KARENA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 15:58
    55555 พี่อัลน่าจะนอนไม่หลับนะ หุหุ
    #709
    0
  17. #708 eyeyafa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 15:52
    เลียนน่ารักเกินไปจริงๆ5555 ชักสงสารอัลนิดๆแฮะ
    #708
    0
  18. #707 lywn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 14:20
    น้องก็อ่อย พี่อัลก็มือไว55555
    #707
    0
  19. #706 Aimarea (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 13:40
    ร็สึกว่าพน.จะมีคนใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าคนหนึ่งน้าาา
    #706
    0
  20. #705 l3oss_it (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 13:02

    ต้องมีคนไม่ได้นอนแน่ๆคุณหนูเลียนช่างทำให้คนอื่นลำบากใจยิ่งนักจริงๆหุหุหุ
    #705
    0
  21. #704 ....รอรัก.... (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 12:38
    โอ๊ะนิยายแปลเหรอเนี๊ย อ่านเพลินจนนึกว่าเป็นเรื่องแต่งเอง ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านค่า แปลได้ดีมากเลย คนแต่งต้นฉบับก็แต่งได้ดีมาก
    #704
    0
  22. #703 PanphoP (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 11:40
    อิน้องก็อ่อยเนียนๆมาก อ่อยแบบตัวเองก็ไม่รู้ตัว555
    #703
    0
  23. #702 Sweet angel ❄ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 11:28

    รอนะคะ เเปลได้ละมุนมากกกกก /เขิน
    #702
    0
  24. #701 สร้อยเเสงจันทร์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:43

    มันนุ่มนิ้มไปหมดแล้ว ใจฟูมากกกกกกกก
    #701
    0
  25. #697 Thimaphon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 08:53
    น้องงงงง
    #697
    0