[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 24 : 21 แขกผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 668 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

21 แขกผู้มาเยือน

(Note : เนื้อหาต่อจากตอนที่แล้วนะคะ แต่คุณโยโมกิโนะไม่ได้แบ่งพาร์ทไว้)

 

ช่วงเวลาสามวันสุดท้ายก่อนเข้าสู่ปีใหม่

 

พ่อของเลียน หลังจากเดินทางไปคารวะเหล่าผู้บัญชาการตามธรรมเนียมในเมืองหลวงเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ในที่สุดก็กลับมายังคฤหาสน์

......พร้อมด้วยอัศวินสวมเครื่องแบบและเสื้อคลุมสีน้ำเงินยาวที่ไม่คุ้นหน้าอีกสองคน

 

ผมที่เพิ่งนั่งทำรายรับรายจ่ายสำหรับอุปกรณ์สำคัญและเอกสารต่าง ๆ เสร็จแอบคอยสังเกตการณ์พวกเขาจากทางหน้าต่างของห้องนอน

 

รถม้าขนาดใหญ่สี่คันเคลื่อนตัวผ่านประตูใหญ่เข้ามาก่อนจะหยุดนิ่งที่ลานจอดรถ ประตูรถม้าเปิดออกและーーพ่อของเลียนลงมาจากรถตามด้วยอัศวินอีกสองคน ไม่สิ ทั้งสามลงจากรถม้าพร้อม ๆ กัน

 

อัศวินทางด้านขวาถัดจากพ่อของเลียนเป็นชายหนุ่มผมสีเทา เขามัดผมที่ยาวประบ่ารวบไว้ด้านหลังและสวมแว่นกรอบเงิน คิ้วคู่นั้นขมวดเข้าหากันท่าทางดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก ทางด้านซ้ายเป็นอัศวินเยาว์วัย เส้นผมสีเขียวเจิดจ้านั้นกระดกขึ้นเล็กน้อย เขาถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าอิดโรย

 

ส่วนพ่อของเลียนที่อยู่ระหว่างกลางของสองคนนั้นหนวดเคราที่มักดูสง่าผ่าเผยกลับยาวจนดูไร้ชีวิตชีวา ผมสีน้ำตาลที่มักถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยให้ความรู้สึกหยิ่งผยอง ตอนนี้กลับยุ่งเหยิง ดวงตาของเขาตกลงมาจนทำให้ใบหน้าดูมืดมนราวกับคนมีปัญหารุมเร้า เขาเดินไหล่ตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก

 

เพียงมองภาพนั้น สิ่งที่แล่นเข้ามาในความคิดของผมเป็นอย่างแรกคือーーーーพ่อของเลียนคงไปก่อเรื่องอะไรมาแน่ ๆ

 

ไม่สิ พ่อของเลียนเป็นคนถือเกียรติถือศักดิ์ศรี อ่อนน้อมต่อผู้มาก เข้มงวดต่อผู้น้อยตรงตามแบบฉบับของขุนนางชั้นสูงผู้มั่งมี ลักษณะนิสัยของเขาเป็นไปตามสูตรเศรษฐีชนชั้นสูง ไม่น่าจะคิดเรื่องซับซ้อนหรือเล่นตลบตะแลงอะไรได้นี่นา

 

แม้จะเป็นคนที่คิดการใหญ่ไม่ได้แต่ก็ไม่ใช่คนที่ถูกใครเล่นงานได้ง่าย ๆ เช่นกัน ลักษณะนิสัยดีปนชั่วแสนธรรมดาสามัญ

 

มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจถูกผลประโยชน์หลอกล่อจนติดกับเข้าโดยไม่รู้ว่าเป็นกลลวงและถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องดำมืด สุดท้ายก็ถูกตำรวจ แค่ก อัศวินควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัย

 

ผมวางปากกาพลางมองโรเวนดาลที่ออกไปต้อนรับทั้งสามคน ผมเท้าคางก่อนจะลอบถอนหายใจ

 

 

 

เป็นไปตามคาด ครู่ต่อมาผมก็ถูกตามตัวไปที่ห้องรับรอง ผมอาจถูกสอบสวนเหมือนฉากในละครนักสืบที่เคยเห็นบ่อย ๆ

ให้ตายเถอะ ขยันหาเรื่องมาให้จริง ๆ ทั้งยังเป็นช่วงปลายปีที่ผมยุ่งสุด ๆ ด้วย......เจ้าพ่อบ้า

 

แต่เอาเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วผมจะไปทำอะไรได้ ว่าแต่ไปก่อเรื่องอะไรไว้กันแน่......ยังไม่ทันได้ฟังเรื่องราว หัวผมก็ชิงปวดจี๊ดขึ้นมาแล้ว

 

“......ขออนุญาตขอรับ”

“อาาา......เลียน......”

 

เมื่อผมเข้ามาในห้อง พ่อของเลียนที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาหนังอย่างเชื่องช้า เขาค่อย ๆ เดินอย่างเลื่อนลอยมาทางผม ทว่ายังไม่ทันจะมาถึงตัวก็พลันล้มลงไปกองกับพื้น สองมือนั้นเอื้อมมาเกาะแขนทั้งสองข้างของผมไว้แน่น

เขาเงยหน้ามองผมด้วยแววตารื้นน้ำตา

 

“ฮึก ฮึก......เลียน......เลียน......ข้าผิดไปแล้ว......ไม่คิด......ไม่คิดว่า......จะเกิดเรื่องแบบนั้น......”

“ท่านพ่อ......”

 

อา......

จริง ๆ ด้วย

คงไปก่อเรื่องอะไรจนถูกกองทัพจับกุมสินะ

 

ตกลงไปทำอะไรไว้กันแน่ พ่อของเลียน ถ้าพูดถึงเรื่องเลว ๆ ก็ติดสินบน? ฉ้อโกง? ยักยอก? หรือว่านำเข้าผิดกฎหมาย......?

 

“ข้า......ข้าเพียงคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดี......! จากนี้ตระกูลโอเวน หรือแม้แต่ตัวเจ้าจะมีแต่ความรุ่งโรจน์......อีกฝ่ายก็ดูไม่ใช่คนเลวร้าย เขาบอกว่าไว้ใจเขาได้ ที่เหลือแค่ปล่อยให้เขาจัดการ! เจ้าต้องเชื่อข้านะ! ข้าไม่คิด......ว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้ โฮฮฮฮ......!”

 

อะไรล่ะเนี่ย

ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ดูท่าคงถูกผลประโยชน์ล่อลวงจริง ๆ ด้วย

 

ผมถอนหายใจ

ก่อนอื่น ถ้าไม่ถามให้ชัดเจนว่าทำไมถึงถูกจับ ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ จากที่ฟังคร่าว ๆ ผมคงต้องคิดเรื่องของตัวเองต่อจากนี้เผื่อไว้ด้วย แต่ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นก็ดีสิ......

 

“......ท่านพ่อ ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่หรือขอรับ......”

“อึก...”

 

สีหน้าของพ่อเลียนยิ่งซีดลงไปกว่าเก่า ไหล่ทั้งสองข้างห่อลง ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างเห็นได้ชัด สภาพของเขาตอนนี้ราวกับกำลังหวาดกลัวสุดขีด......เมื่อกี้ท่าทางและสายตาของผมคงเย็นชาเกินไป

 

“......หึ เรื่องน่ารังเกียจน่ะขอรับ”

 

อัศวินที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโซฟาใช้นิ้วดันแว่นกรอบสีเงินขณะพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ สายตาเย็นเยือกนั้นจ้องเขม็ง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด นิ้วเรียวหนึ่งนิ้วกระดิกบนแขนที่กอดอกอยู่ เขาตวัดสายตามายังผม

เรียกให้ถูกคือ...ตวัดสายตามายังเป็นพ่อของเลียน

แววตาคู่นั้นเย็นชา

 

“ถึงกับขายเด็กเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง......เศษสวะ ต่ำยิ่งกว่าขยะเสียอีก”

“เอ๊ะ!?”

 

ว่าอะไรนะ!?

 

นี่พ่อของเลียน......ถึงกับยอมมือสกปรกด้วยเรื่องผิดกฎหมายเช่นนั้นเชียวเหรอ!?

 

ค้ามนุษย์!

ทั้งยังเป็นเด็กอีก ต่ำช้า!! สกปรกที่สุด!! เป็นเศษสวะอย่างที่เขาว่าจริง ๆ นั่นแหละ

 

“ท่านพ่อ......ต่ำช้ามากขอรับ......ทำไมถึงทำ......เรื่องแบบนี้ได้ลง......”

“ม...ไม่ใช่! ไม่ใช่นะเลียน! ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้! ข้าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน! เชื่อข้าสิ......!”

 

ไม่ได้ตั้งใจบ้างล่ะ ไม่รู้เรื่องบ้างล่ะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังจะคิดแก้ตัวอยู่อีก

เลวที่สุด

 

ภาพพ่อของเลียนจากในเกมคงมีอิทธิพลกับผมมากเกินไป ถึงจะเป็นตัวร้ายแต่ผมก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังเขา ผมมองว่าเขาเป็นเพียงตัวละครที่เป็นพ่อของตัวร้ายก็เท่านั้น

 

แม้จะเป็นคนโลภ แต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทำได้ถึงขนาดนี้

 

พ่อของเลียนเติบโตมาอย่างนายน้อยที่ไม่เคยพบเจอความยากลำบาก สิ่งที่เขาจะทำก็มีเพียงลักลอบติดต่อกับร้านค้าและติดสินบนเท่านั้น ไม่ใช่คนที่จะสมองมีปัญหาถึงขั้นทำเรื่องเลวร้ายอะไรได้

 

ทั้งที่ผมเคยคิดแบบนั้น

 

“ข้าเคยเชื่อว่า ท่านพ่อไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้น......”

“ล...เลียน......!”

 

พ่อของเลียนตกอยู่ในอาการช็อกจนตัวสั่นงันงก เขาเบิกตากว้าง

 

“ม...ไม่ใช่นะ! ข...ข้าทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อเจ้า......!”

 

“เพื่อ...ข้า......?”

 

“ช...ใช่แล้วล่ะ! ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องอยู่แต่ในชนบทล้าหลังแห่งนี้ อยากให้เจ้าใช้ชีวิตได้ตามใจปรารถนาท่ามกลางผู้คนในเมืองหลวง!”

 

ผมส่ายหน้า

ถ้าต้องเลือก ผมชอบชีวิตในชนบทมากกว่าในเมืองใหญ่ ผมเป็นพวกติดบ้านมากกว่าจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ผมชอบอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ท่องอินเทอร์เน็ต แต่งเรื่องต่าง ๆ จัดสวน และทำงานบ้านอยู่ในห้องมากกว่า

ผมไม่ชอบพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด

 

“ไม่ขอรับ ข้าชอบชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องไปเมืองหลวง การใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงบ ทิวทัศน์สวยงาม ผู้คนก็ใจดีและใช้ชีวิตเรียบง่าย ข้าอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ขอรับ”

“ล...เลียน......”

 

“โห......?”

อัศวินสวมแว่นกรอบเงินเบิกตากว้างก่อนจะหรี่ตาลงอีกครั้งและมองไปที่พ่อของเลียน

 

“เกินคาดจริงเชียว ช่างเป็นบุตรชายที่ถ่อมตัวและฉลาดหลากแหลมผิดจากท่านจริง ๆ ......พอเทียบกับท่านแล้ว......”

 

“ม...ไม่ใช่นะ!! ไม่ใช่แบบนั้นเลียน แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังทำเพื่อเจ้านะ! ข้ารักเจ้า......! จริงอยู่ที่ข้าอาจจะถลำลึกมากเกินไป แต่ข้าสำนึกผิดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าจะส่งเงินมาให้ข้าทุกปี ข้าเลยตาพร่าไป เงินมหาศาลขนาดนั้นเชียวนะ! เป็นใครก็ต้องตกหลุมพรางทั้งนั้น”

 

หน้ามืดตามัวเพราะเงินอย่างนั้นเหรอ

 

อัศวินสวมแว่นกับอัศวินที่ดูอิดโรยส่งสายตามองพ่อของเลียนอย่างเย็นชา

 

“อาาา! ข้ากลัวแล้ว......! ข้าต้องเชื่อข้านะเลียน! เจ้าเป็นบุตรที่เกิดจากข้ากับภรรยาที่ข้ารัก! ข้าจะไม่รักเจ้าได้ยังไง! ข้ารักเจ้าสุดหัวใจ! ข้าถึงได้วางแผนให้อนาคตของเจ้ามีแต่ความสุขーー”

 

“ความสุขและอนาคตของข้า ข้าจะเป็นคนกำหนดเองขอรับ อย่าตัดสินใจทำอะไรตามใจชอบอีกเลยขอรับ”

 

หากเขายังขีดเส้นทางของเลียนให้เป็นไปตามที่เขาต้องการโดยไม่สนความเห็นของผม ‘แผนการป้องกันหมู่บ้านเรส’ ก็เดินหน้าไม่ได้กันพอดี แบบนั้นไม่เอาด้วย

 

พ่อของเลียนไร้เรี่ยวแรงแล้วทรุดลงแทบเท้าผม

 

“......น...นั่นสินะ......ขอโทษที่ไม่ถามความสมัครใจของเจ้าก่อน ข้าไม่ดีเอง......”

 

“เข้าใจข้าแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”

 

“อา เลียน......ข้าเข้าใจแล้ว คราวหน้าข้าจะถามความเห็นของเจ้าก่อน......ดังนั้น......อย่ามองข้าด้วยสายตาเย็นชาเช่นนั้นเลย......ลูกพ่อ......”

 

ผมนวดขมับของตัวเอง ปวดหัวจัง

 

ถึงจะบอกให้ปรึกษากันก่อนก็เถอะ แต่ถ้าเอาเรื่องต่ำช้ามาขอความเห็นจากผม ผมคงลำบากแน่ แต่เอาเถอะ คิดในแง่ดีว่าถ้าผมรู้แผนการชั่วร้ายของเขาก่อน ผมจะหยุดเขาได้ทัน

 

ผมมองลงไปยังพ่อของเลียนที่เงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าเป็นกังวล ผมถอนหายใจยืดยาว

 

“......ขอรับ ครั้งหน้าท่านต้องบอกให้ข้ารู้ก่อน แต่ว่าท่านพ่อ เรื่องที่ทำลงไปแล้ว ลบล้างไม่ได้หรอกนะขอรับ”

 

“ล...เลียน......! อา อา ข้ารู้แล้ว! เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว......ถึงจะสายไป แต่หากว่า......มีอะไรที่ข้าทำได้ ข้าก็จะทำ......ข้ายินดีชดใช้ให้จากใจจริง......ดังนั้น......ได้โปรด ยกโทษให้ข้า ยกโทษให้พ่อของเจ้าด้วย......! ข้ายินดีทำทุกอย่าง......ได้โปรด......”

 

ตามหลักแล้วเรื่องชดใช้เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว

แต่ถึงคนจะยกโทษให้ แต่สวรรค์ไม่มีทางยกโทษให้ท่านแน่

แม้จะเป็นบทพูดของตัวเอกที่เคยได้ยินจากละครย้อนยุคที่คุณตาชอบดู แต่ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

 

“......ท่านพ่อ ท่านสำนึกผิดแล้วจริง ๆ หรือขอรับ”

“อา แน่นอน! ข้าสำนึกผิดแล้ว! ข้าละอายต่อการกระทำของตัวเองจากใจจริง!”

 

พ่อของเลียนกอดขาผมและร่ำไห้คร่ำครวญอย่างไม่สนสายตารอบข้าง ทั้งน้ำมูก เหงื่อ และน้ำตาไหลมาผสมกันไปหมด

 

......ท่าทางจะสำนึกผิดจริง ๆ

เขาพูดไปแล้วว่ายินดีจะชดใช้ให้

 

ผมมองไปที่อัศวินสวมแว่น

อัศวินผู้นั้นมองอย่างเอือมระอาและถอนหายใจออกมา เขายักไหล่พลางใช้นิ้วดันแว่นกรอบสีเงินก่อนจะเริ่มพยักหน้า

 

ท่าทางราวกับยอมรับคำสารภาพบาป ทั้งความละอายและความสำนึกผิดของพ่อเลียนแล้ว

โชคดีจริงนะ พ่อของเลียน

แม้ว่าบาปของคุณจะไม่หายไปก็ตาม

 

“......หวังว่าจะไม่กลับคำนะขอรับ ท่านสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าจะไม่ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้อีก”

 

“อา อา แน่นอน! ข้าขอสาบานด้วยชื่อขององค์เทพธิดา!”

 

“อย่าลืมคำพูดของท่าน......จงสลักมันลงในหัวใจตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยนะขอรับ”

 

พ่อของเลียนเบิกตากว้าง ริมฝีปากสั่นเทิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นมองผม

 

“นี่เจ้า......ยอมให้อภัยข้าอย่างนั้นหรือ......? เจ้ายกโทษให้ข้าที่ทำเรื่องโง่เขลาที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอีกอย่างนั้นหรือ......?”

 

ผมจะให้อภัยหรือไม่ ยังไงคุณก็ต้องชดใช้ให้กับเด็กที่ถูกคุณขายไปอยู่ดี

 

“......ช่วยไม่ได้นี่ขอรับ ในเมื่อข้าคือบุตรชายของท่าน”

 

จุดยืนของผมตอนนี้จะไม่แยแสเลยก็ไม่ได้ ในฐานะที่อาศัยอยู่ร่วมกันในคฤหาสน์ ผมที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้ก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน

คราวหน้าผมอาจต้องก้มหัวให้ชาวบ้านแล้วบอกว่า ขออภัยแทนท่านพ่อผู้โง่เขลาผู้นี้ด้วยขอรับ ก็เป็นได้......

ทั้งที่ใกล้ช่วงเวลาฉลองเฉลิมวันสิ้นปีแล้วแท้ ๆ แต่ความรู้สึกของผมกลับทั้งหนักอึ้งและหม่นหมอง

 

“ล...เลียนนนน......!!”

 

พ่อของเลียนปล่อยโฮและกอดขาลูกชายจนไม่เหลือมาดผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย ผมที่อ่อนล้าเต็มทนทำได้เพียงลูบแผ่นหลังที่โค้งงออย่างน่าสังเวชของพ่อเพื่อปลอบประโลม

 

 

“ฮึก ฮึก ฮึก~......น...นี่มัน......ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริง ๆ ......”

 

อัศวินเยาว์วัยท่าทางอิดโรยกำลังหลั่งน้ำตาพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ไม่รู้ว่าหยิบออกมาตั้งแต่เมื่อไรซับน้ำตาของตัวเอง

 

ฉันก็อยากร้องเหมือนกัน

อยู่ ๆ คนในตระกูลก็กลายมาเป็นอาชญากร ทั้งยังเป็นพ่อของตัวเองอีก น้ำตาจะไหล

 

“......ความรักและความเมตตานี้......ข้า ข้า ประทับใจจนไม่อาจหยุดน้ำตาสายนี้ได้เลยขอรับ......!”

 

......ภาพที่น่าประทับใจ?

 

ฉากของพ่อที่ไม่ยอมยอมรับความผิดบาปของตัวเองจนต้องให้ลูกชายออกโรงมาสั่งสอนถึงจะยอมสำนึกนี่ แทนที่ว่าจะเรียกว่าน่าประทับใจ ควรเรียกว่าน่าสมเพชเสียมากกว่า

 

 

“......ท่านเลียน”

 

อัศวินในแว่นสีเงินค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาและเดินตรงมาทางผม

 

“......ท่านพอใจเช่นนี้หรือขอรับ”

“ข้า...หรือขอรับ”

 

ผมจะพอใจหรือไม่ ยังไงก็ต้องชดใช้ให้กับสิ่งที่ทำลงไปอยู่ดีไม่ใช่เหรอ

ก่อนอื่นต้องไปตามหาเหล่าเด็ก ๆ ที่ถูกขายไปแล้วช่วยออกมาให้ได้ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุยกับเด็ก ๆ เพื่อขอโทษพวกเขาทีละคน แม้จะฟังดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็มีแต่จะต้องทำเท่านั้น

 

“นั่นสินะขอรับ......อย่างที่ข้าได้พูดไป เรื่องที่ทำลงไปแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจลบล้างได้ ทว่า......ยังสำนึกผิดและเลือกที่จะชดใช้ได้ขอรับ”

 

อัศวินสวมแว่นที่ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ตั้งแต่เข้ามายังคฤหาสน์ไม่ได้มีท่าทีตั้งตัวเป็นศัตรู ท่าทางของเขาดูสมกับเป็นอัศวิน ทั้งมุมปากนั้นก็ยกสูงขึ้นชวนให้รู้สึกเป็นมิตร

 

“น่าชื่นชมจริง ๆ การได้รู้จักคนหนุ่มจิตใจดีเช่นท่านทำให้ข้าเบาใจลงมาก ท่านทำให้ข้าคิดว่าอย่างน้อยโลกใบนี้ก็ยังไม่ถูกทอดทิ้ง ขอบคุณมากขอรับ”

 

“ไม่ขอรับ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกล่าวขอบคุณเลย......”

 

“ไม่ขอรับ ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น การกระทำโง่เขลาที่ทำให้ผู้เฉลียวฉลาดเช่นท่านต้องแปดเปื้อน......แค่ให้ลดขั้นไปอยู่ชายแดนคงไม่พอ เห็นสมควรให้ประหารเสียดีกว่า”

 

“รุ่นพี่!! พูดเรื่องแบบนั้นไม่ได้นะขอรับ! อันตรายนะขอรับ!”

 

“ประหาร!!?”

 

ผมมองพ่อของเลียนที่ร้องไห้คร่ำครวญ สลับกับอัศวินสวมแว่น

 

“ด...ได้โปรดเมตตาด้วยขอรับ! ได้โปรด ได้โปรด ไว้ชีวิตเขาด้วยขอรับ......! หากตาย ทุกอย่างก็จะจบ! ให้เขามีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปด้วยขอรับ”

 

“คนอย่างท่านนี่นะ......”

 

อัศวินสวมแว่นผู้นั้นเผยยิ้มอย่างระอา เขาวางมือทาบอกแล้วก้มหัวให้

 

“กับขยะเช่นนี้ยังแสดงความเห็นใจ ทั้งยังกล้าที่จะให้โอกาส ความเมตตาและสูงส่งของท่าน......ข้านับถือยิ่งนัก ท่านเป็นคนที่วิเศษขอรับ แม้ข้าจะไม่มีวันให้อภัยขยะพวกนี้ ทว่าการได้พบท่านช่างเป็นดั่งสวรรค์ลิขิต”

 

“ได้โปรด......ไว้ชีวิตเขาด้วย......”

 

“ขอรับ ย่อมได้”

 

โล่งอกไปที

 

อย่างน้อยพ่อของเลียนก็รอดพ้นจากโทษประหารแล้ว ผมถอนหายใจอย่างโล่งใจ ถึงจะเป็นพ่อที่ก่ออาชญากรรมที่น่าประณามเพียงใด แต่พ่อก็ยังเป็นพ่อ ชีวิตเมื่อสูญเสียไปครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้

หากตาย ทุกอย่างก็จบ ไม่อาจทำได้แม้แต่จะชดใช้ต่อการกระทำของตัวเอง

 

แต่ว่าจะถูกลดขั้นไปอยู่ชายแดนเชียวเหรอ......นานขนาดไหนกันนะ......เอาเถอะ เรื่องหมู่บ้านกับการจัดการดูแลที่ดิน ขอแค่มีโรเวนดาลอยู่ก็คงไม่ต้องห่วง

 

“ขอบคุณมากขอรับ......”

 

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณขอรับーーขออภัยที่แนะนำตัวช้าไป สถานการณ์เหนือความคาดหมาย ข้าจึงลืมไปเสียสนิท ข้าเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยองครักษ์ประจำพระราชวังแทนหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยคนก่อนที่ถูกส่งตัวไปชายแดน อาเรียส ซาเจสขอรับ ส่วนทางนี้ーー”

 

“รองหัวหน้าหน่วย ชาลลู ชูริค ขอรับ......”

 

“เอ๊ะ?”

 

เมื่อครู่เขาพูดว่าอะไรนะ

 

หน่วยองครักษ์ประจำพระราชวัง......

 

“หน่วยองครักษ์......ประจำพระราชวัง?”

 

“ขอรับ ข้ากับชาลลูเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อกล่าวคำขอโทษแทนเจ้าขยะอวดดีーーอดีตหัวหน้าหน่วยเซอร์เพนไทน์ขอรับ”

 

“เอ๊ะ!?”

 

เซอร์เพนไทน์......?

 

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ

 

เมื่อกี้เพิ่งคุยกันเรื่องพ่อของเลียนค้าแรงงานเด็กจนถูกจับได้และกำลังจะได้รับโทษประหารไม่ใช่เหรอ แต่เพราะเขาสำนึกผิดและยินดีชดใช้จึงลดโทษเป็นลดขั้นแล้วส่งไปอยู่ชายแดนไม่ใช่เหรอ!?

 

ผมเข้าใจผิดเหรอ!?

 

เอ๊ะ ตั้งแต่เมื่อไร!? เปลี่ยนมาเข้าเรื่องนี้กันตั้งแต่เมื่อไร!?

 

ผมเข้าใจผิดตั้งแต่ตอนไหน!?

 

ผมมองพ่อของเลียนที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญ สลับกับอัศวินสวมแว่นที่กำลังยกยิ้ม แล้วก็มองอัศวินหน้าตาอิดโรยที่กำลังแคะขี้มูกーー

 

ระบบความคิดของผมหยุดทำงาน

 

เวลาฟังเรื่องราวจากคนอื่น จะรีบร้อนไม่ได้ หลานต้องเยือกเย็น เข้าใจไหม...คำพูดของคุณตาแล่นเข้ามาให้หัวของผม

 

 

สิ่งที่ซาเจส หัวหน้าหน่วยคนใหม่พูดเหมือนกับที่อัลเฟรดเคยบอกผมไว้ไม่มีผิด หัวหน้าหน่วยดวงตาแหลมคมกับรองหัวหน้าหน่วยที่หางตาตกคนนั้นได้รับโทษและถูกย้ายไปประจำหน่วยอัศวินป้องกันชายแดน

 

และเรื่องที่น่าตกใจก็คือ เซอร์เพนไทน์ーーมีรายชื่ออยู่ในผู้สืบสายเลือดลำดับสุดท้ายของราชวงศ์

 

ผมยอมรับความจริงข้อนั้น

เพราะแบบนี้เขาถึงจองโรงแรมหรูขนาดนั้นได้อย่างไม่สะทกสะท้าน หากเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ก็ไม่แปลกที่จะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย

และเพราะแบบนี้รองหัวหน้าหน่วยผู้นั้นจึงยอมเชื่อฟังคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย

 

หัวหน้าหน่วยแว่นーーไม่ใช่สิ หัวหน้าหน่วยซาเจสขมวดคิ้วเป็นปมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

“......ขออภัยที่อาจฟังดูน่าละอายไปเสียหน่อย......แต่ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยขอรับ เพราะเป็นคำสั่งจากเบื้องบน......ข้าจึงพูดรายละเอียดไม่ได้ ทว่า ขอความกรุณาได้หรือไม่ขอรับ”

 

“ความลับ......?”

 

” ขอรับ ถ้าต้องการอะไรแลกเปลี่ยนโปรดบอกมาเลยขอรับ หากไม่เกินกำลัง ข้ายินดีจะทำให้ ดังนั้น ได้โปรด ลืมความโกรธแค้นในตอนนั้น......ได้โปรดผนึกมันไว้ในส่วนลึกของจิตใจท่านด้วย.......เบื้องบนขอร้องมาขอรับ”

 

ผมมองพ่อของเลียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาลูบหนวดเคราที่ยุ่งเหยิงนั้นพลางพยักหน้าอย่างอ่อนล้า

 

“......ตอนไปคารวะตามธรรมเนียมและร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ในเมืองหลวง......ข้าถูกกองบัญชาการหลักของกองทัพหลวงเรียกตัวไปพบ พอคิดว่ามีเรื่องอะไรーーก็คือเรื่องนี้นี่แหละ......”

 

“งั้นหรือ.....ขอรับ”

 

พ่อของเลียนมองผม สายตานั้นรื้นน้ำตา

 

“อา เลียน......ข้าขอโทษ......ข้าไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนร้ายกาจถึงเพียงนั้น ไม่คิดว่าจะวิปริตได้ถึงขนาดนั้น......ได้ยินว่าเขาใช้ยาผิดกฎหมายแล้วขืนใจจนเจ้ามีสภาพสะบักสะบอมอย่างนั้นหรือ”

 

“ฮ๊ะ?”

 

เมื่อกี้พูดอะไรออกมา

 

“อดีตรองหัวหน้าหน่วยคนนั้นให้การกับผู้บัญชาการว่า......หัวหน้าหน่วยผู้นั้นเป็นพวกวิปริตที่ชอบให้กำลังรุนแรงอย่างป่าเถื่อน น่ากลัวยิ่งนัก......ทั้งยังบอกว่าเขาบังคับขืนใจเจ้าจนทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บทั้งกายและใจ......เขาทำให้......ร่างกายของเจ้าไม่อาจแต่งภรรยาหรือเป็นเจ้าสาวได้อีกแล้ว......”

 

เฮ้ยยยยย!?

เดี๋...เดี๋ยวนะ!?

นี่เอ็งกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย

 

“ข...ข้าเพียงคิดว่าหากหัวหน้าหน่วยองครักษ์ประจำพระราชวัง ‘ถูกใจเจ้า’ ก็คงดี! อัศวินผู้นั้นทั้งภูมิฐาน เพียบพร้อมเรื่องชาติกำเนิด และร่ำรวย ข้าคิดว่าเจ้าเองก็คงถูกใจเขา......หากพวกเจ้ามีใจให้กันแล้วเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น......ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์......”

 

เฮ้ย ไอ้เวรนี่

เจ้านี่......แอบคิดเรื่องแบบนั้นอยู่จริง ๆ ด้วย ขำมากหรือไง

 

“เป็นขยะจริง ๆ เสียด้วย”

“ต...ต่ำช้ามาก......!”

 

“อ้าก! เหตุใดพวกอัศวินจึงมองข้าด้วยแววตาเย็นชาเหยียดหยามเช่นนั้น......! ต...แต่ว่า หากข้ารู้ว่าเขาเป็นคนวิปริตขนาดนั้น ข้าย่อมไม่มีทางส่งลูกชายคนสำคัญของข้าไปแน่......! สำหรับข้า คนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ข้ารักครอบครัวของข้า! ข้าพูดจริง ๆ นะ! เชื่อข้าสิ!!”

 

พ่อของเลียนเข้ามากอดผมและปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง

 

ผมปวดหัวจนตาลาย

 

......ดูเหมือน......เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่โรงแรมจะถูกแพร่กระจายออกไปแล้ว

 

เจ้านั่นเหรอ!

 

เจ้านั่นเองสินะ!

 

เป็นฝีมือของไอ้เจ้าคนผมสีบลอนด์อ่อนนั่นใช่ไหม!!

 

ไม่ผิดตัวแน่ นี่เป็นฝีมือของเจ้านั่น

 

ก็บอกว่าแค่โดนสัมผัสยังไม่เสียเอกราชสักหน่อย! ร่างกายของฉันยังสะอาดผุดผ่อง!

 

พอยิ่งเล่ากับปากต่อปาก เรื่องก็ยิ่งแปลกประหลาดเข้าไปทุกที จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องฉาวสุดกู่ไปแล้ว

 

ที่ว่าสะบักสะบอมนี่อะไร! แต่งภรรยาหรือเป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้วนี่อะไร!

ตูบอกว่ายังไม่ถูกทำอะไรไงโว้ยยย!

 

แต่จะให้แก้ตัวเรื่องแบบนี้ก็น่าอายเกินไป!! พนันได้เลยว่าเขาต้องคาดคั้นให้ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแน่! และผมก็ต้องตอบคำถาม เช่น ถูกกระทำไปถึงไหน มีการสอดใส่หรือเปล่าต่อหน้าสาธารณชนーーอุหวา สยอง ผมทำไม่ได้หรอก!

สติผมคงแตกกระเจิงแน่!

 

ไม่ได้ ใจเย็นไว้ตัวผม

ถ้าเผยพิรุธตั้งแต่ตอนนี้ก็จะแพ้นะ ใจเย็นไว้ก่อน ถ้าพวกเขาคิดว่าผมเพี้ยนไปแล้วคงไม่ดีแน่

 

เอาเป็นว่าถามเรื่องเมื่อกี้ให้กระจ่างก่อนแล้วกัน

 

จากที่ได้ฟังจากอัศวินสวมแว่นผู้นั้น ดูเหมือนเพราะเซอร์เพนไทน์มีสายเลือดของราชวงศ์ ทางพระราชวังจึงไม่ต้องการให้เรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ออกสู้สายตาประชาราษฎร์

 

และอัศวินสองคนที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ก็ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้มาปิดเรื่องーーมาบอกให้ผมยอมความนั่นเอง

ทั้งด้วยการขอร้องและข่มขู่

 

ในที่สุดผมก็เข้าใจจุดประสงค์ของเขาแล้ว ผมพยักหน้าขณะถอนหายใจ

 

“......ทราบแล้วขอรับ ขอเพียงไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ท่านคงพอใจแล้วสินะ”

 

อัศวินสวมแว่นเผยยิ้มกว้างและพยักหน้า

 

“ถ้าท่านกรุณา......ก็ช่วยข้าได้เยอะเลยขอรับ แม้ส่วนตัวแล้วข้าจะอยากเอามันมาลงโทษพร้อม ๆ กับพวกโง่เบื้องบนด้วยก็ตาม”

 

“รุ่นพี่......”

 

“ดีใจที่ท่านยอมเข้าใจขอรับ หัวดีทีเดียว อืーม คุณสมบัติดีเยี่ยม......ーーท่านเลียน ว่าอย่างไรขอรับ สนใจเข้าสังกัดหน่วยของข้าหรือไม่”

 

ผมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“ไม่ขอรับ ข้าอยากอยู่ที่นี่และทำงานให้กับคนในหมู่บ้าน ข้าไม่มีความคิดจะเป็นอัศวินตั้งแต่แรกแล้วขอรับーーได้หรือไม่ขอรับ ท่านพ่อ”

 

โอกาสเป็นใจพอดี ผมจึงถามความเห็นจากพ่อของเลียน พ่อของเลียนพยักหน้าเป็นพัลวัน ถ้าจนป่านนี้แล้วยังพูดเรื่องไร้สาระอย่างการให้เดินทางไปเมืองหลวง แม้จะเป็นผมก็คงเชือดเขาทิ้งแน่

 

“น...แน่นอน! ไม่ต้องเข้าเมืองหลวงก็ได้ ใช้ชีวิตตามที่เจ้าต้องการเถอะ”

“ขอบคุณขอรับ ท่านพ่อ”

 

สำเร็จ!

 

ที่ผ่านมาผมเอาแต่กลุ้มใจว่าจะทำยังไงให้พ่อของเลียนล้มเลิกความคิดที่จะส่งผมไปเมืองหลวงและยอมให้ผมทำงานอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ไม่คิดว่าจะได้ข้อสรุปมาง่าย ๆ ในที่แบบนี้ โชคดีชะมัด

 

“งั้นหรือ......น่าเสียดาย แต่ถึงยังไงความตั้งใจของท่านก็น่าชื่นชมมากขอรับ ท่านต้องเป็นเจ้าผู้ถือครองที่ดินที่ดีได้แน่นอน”

 

“ไม่ขอรับ ผู้ที่จะเป็นเจ้าผู้ถือครองที่ดินคนต่อไปคือพี่ชายของข้า ข้าถนัดงานสนับสนุนจากด้านหลังมากกว่า”

 

ผมไม่ชินกับการเป็นจุดเด่น

 

อัศวินสวมแว่นมองผม สลับกับพ่อของเลียนก่อนจะเผยรอยยิ้ม

 

“......ท่านโอเวน ท่านช่างมีบุตรชายที่ยอดเยี่ยมเสียจริง ทั้งถ่อมตัว มีเมตตาและเด็ดเดี่ยว ไหนจะฉลาดเฉลียว ท่านควรรู้สึกซาบซึ้งและดูแลเขาให้ดี ไม่เช่นนั้นท่านคงได้รับอาญาจากสวรรค์เป็นแน่”

 

“ข...ขอรับ! ข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืม!”

 

อัศวินสวมแว่นพยักหน้าอย่างพึงพอใจและเบนสายตากลับมาที่ผม

 

“ถ้าเช่นนั้น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาคุยเรื่องค่าปิดปากกันดีหรือไม่ขอรับ”

 

“รุ่นพี่!! ตรงเกินไปแล้วขอรับ!! พูดให้อ้อม ๆ กว่านี้หน่อยสิขอรับ......!”

 

อัศวินหน้าตาอิดโรยลุกขึ้นยืนก่อนจะตะโกนจนเส้นเสียงสั่นเล็กน้อย

 

“จะอ้อมหรือไม่อ้อมก็เหมือนกัน จริงไหมขอรับ ท่านเลียน”

 

“นั่นสินะขอรับ”

 

“ม...แม้แต่ท่านเลียน......!”

 

สิ่งที่ผมต้องการอย่างนั้นเหรอ

 

สิ่งที่กองทัพสามารถทำให้ผมได้ーー

 

“อะ”

“มีอะไรหรือขอรับ ท่านเลียน”

 

จริงสิ

 

เรื่องที่ขอร้องกองทัพได้

เรื่องที่มีแต่กองทัพเท่านั้นที่สามารถให้ผมได้

 

“......ขออภัย เช่นนั้น ข้าขอ......หนึ่งเรื่องได้หรือไม่”

“แน่นอนขอรับ”

 

จะยอมทำตามที่ผมต้องการจริง ๆ หรือเปล่านะ

 

“......ข้าขอกองกำลัง......มาเฝ้าดูแลหมู่บ้านเรสได้หรือไม่ โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตก ข้าอยากให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษーーนี่คือเรื่องที่ข้าจะขอ”

 

ทั้งอัศวินสวมแว่นและอัศวินหน้าตาอิดโรยเบิกตากว้างออกมาพร้อมกัน

อะไรล่ะเนี่ย คำขอนี้มากเกินไปจริง ๆ ด้วยสินะ

 

หากมีอัศวินมาคอยเฝ้าระวัง......ในวันแห่งภัยพิบัติ......จำนวนชาวบ้านที่รอดชีวิตย่อมมากขึ้น

 

“เฝ้าระวัง......หรือขอรับ ที่หมู่บ้านนี้?”

 

“ข...ขอรับ เอ่อ......จริงสิ ที่สุดขอบทิศตะวันตกของหมู่บ้านーーจักรวรรดิขนาดใหญ่......จักรวรรดิโวลมคาร์โดกำลังทำสงครามกับอาณาจักรทางใต้ ยิ่งช่วงนี้สงครามมีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้น สักวันหนึ่งーーอีกไม่นาน......อาจลุกลามมาจนถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตก อาจมีผู้อพยพและสัตว์อสูรเดินทางมายังหมู่บ้านก็ได้ขอรับ”

 

ใช่แล้วล่ะ

อีกสองปีーーーーกองทัพสัตว์อสูรจะเดินทางมาถึงหมู่บ้าน

 

“หมู่บ้านแห่งนี้สงบสุขมานานจึงไม่มีผู้ใดที่สามารถสู้รบได้ ข้าจึงต้องการอัศวินที่ต่อสู้ได้ขอรับ อาจดูตื่นตูมไปหน่อยทว่า......ข้าเชื่อว่าไม่ช้าหรือเร็วเรื่องเช่นนั้นย่อมเกิดขึ้น......ข้ากังวลขอรับ หมู่บ้านนี้เป็นสถานที่ที่ดี ทั้งสงบสุข ผู้คนต่างก็จิตใจดี ข้าจึงอยากปกป้องที่นี่ ข้าขอมากไปหรือขอรับ”

 

อัศวินสวมแว่นและอัศวินที่หน้าตาอิดโรยต่างหันไปมองหน้ากัน

 

ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ

ก็เป็นงานที่ยุ่งยากจริง ๆ นั่นแหละ ทั้งสิ้นเปลืองแรง เวลาและกำลังคน อาจถึงขนาดต้องว่าจ้างกำลังคนมาประจำการเลยก็ได้

 

อัศวินสวมแว่นมองผมโดยที่ดวงตานั้นยังคงเบิกกว้างอยู่

 

“ขอเรื่องนั้น ท่านคิดดีแล้วหรือขอรับ......?”

 

“ขอรับ......มากเกินไปหรือขอรับ......?”

 

“......เปล่าขอรับ......ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

 

“จ...จริงหรือขอรับ!?”

 

เป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ!

ถ้าอย่างนั้นผมขอรบกวนคุณแล้ว

 

“อืม......นั่นสินะ ถ้าผลัดเปลี่ยนอัศวินมาประจำการเดือนละครั้งก็พอจะเป็นไปได้ขอรับ เพียงเฝ้าเวรยามและคุ้มกันหมู่บ้านก็พอใช่ไหมขอรับ”

 

“ขอรับ! เท่านั้นก็พอ ขอความกรุณาด้วยขอรับ”

 

ท่าทางจะยอมทำตามที่ผมขอแฮะ

ขอบคุณ ขอบคุณมากท่านหัวหน้าหน่วยแว่น!

 

“ทราบแล้วขอรับ ถ้าเช่นนั้น หากตัดสินใจคำขอข้ออื่นได้เมื่อไร ข้าจะมาหาท่านอีกขอรับ......”

 

“ไม่ขอรับ! เท่านี้ก็พอ!!”

 

“พอ......เอ๊ะ!? สักครู่นะขอรับ ท่านเลียน ขอเท่านี้หรือขอรับ”

 

“เท่านี้แหละขอรับーーอา จริงสิ กองกำลังที่จะมาเฝ้าระวังหมู่บ้าน ข้าขออัศวินที่เก่งการรบนะขอรับ!”

 

หากเจอสัตว์อสูรแล้ววิ่งหนีหางจุกตูดกันขึ้นมา ผมคงลำบากแย่ พวกอัศวินน่าสมเพชที่ดีแต่เปลือกน่ะ โน แต้งกิ้ว

 

อัศวินสวมแว่นยังคงไม่ตอบกลับมา

 

ท่าทางราวกับกำลังใช้ความคิด

 

คงเป็นไปไม่ได้สินะ ผมสังหรณ์ใจว่าเขาจะพูดแบบนั้น......แม้แต่ตัวผมที่เป็นคนขอเองยังรู้สึกว่ามากเกินไปเลย

 

ผมเตรียมตัวเตรียมใจรับความผิดหวังหากถูกเขาปฏิเสธ

 

ทว่าอัศวินสวมแว่นกลับหลุดขำและหัวเราะออกมายกใหญ่

 

เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น

ทำไมอยู่ ๆ ถึงหัวเราะขึ้นมาล่ะเนี่ย ไม่มีอะไรน่าขำเสียหน่อย

 

“อุหวา หายากแฮะที่รุ่นพี่จะหัวเราะ......สยอง! พรุ่งนี้พายุหิมะเข้าร้อยเปอร์ーーแว้ก”

 

อัศวินสวมแว่นตบเข้าที่หัวของรองหัวหน้าที่หน้าตาอิดโรยเต็มแรงโดยที่ยังคงหัวเราะอยู่

 

“หึหึ......ย่อมได้ขอรับ ข้ารับคำขอจากท่าน วางใจเถอะขอรับ ท่านเลียน ข้าจะเป็นคนเลือกอัศวินฝีมือดีมาประจำการที่หมู่บ้านด้วยตัวเอง”

 

โอ้ววว!?

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าปฏิเสธแน่ แต่พลิกล็อกแฮะ!! เขายอมทำตามข้อเรียกร้องของผมแล้ว!

 

สำเร็จー! แม้จะดูเป็นไปไม่ได้ แต่คิดถูกจริง ๆ ที่ลองขอออกไป!

 

“ขอรับ ขอความกรุณาด้วย! ช่วยได้มากเลยขอรับ!”

 

อัศวินสวมแว่นจ้องผมเขม็ง ดวงตาคู่นั้นหรี่เล็กลงก่อนจะเผยยิ้ม

 

“อ...อะไรหรือขอรับ”

 

“......เปล่าขอรับ เพียงแค่เรื่องต่างจากที่ข้าคิดไว้มาก......น่าสนใจทีเดียวว่ามีคนเช่นนี้อยู่ด้วย”

 

“ข...ขออภัย......ที่ขออะไรเกินเลยไปหน่อย”

 

แต่ว่าทั้งหมดนี่ล้วนเกี่ยวพันกับชีวิตของผมและคนในหมู่บ้าน

ขอเพียงมีเรื่องอะไรที่พอจะทำได้ก็ควรทำไว้ก่อน

 

“ไม่เลยขอรับ เหล่าอัศวินที่จะมาประจำการที่นี่ก็คงยินดีไม่น้อย ถือเป็นรางวัลพักร้อนด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอก”

 

“รางวัลพักร้อน......?”

 

อัศวินหน้าตาอิดโรยพยักหน้ายกใหญ่

 

“ขอรับ! ได้มาทำงานในชนบทแถบชานเมืองที่ทั้งอากาศดีและเงียบสงบแห่งนี้ เหมือนได้มาพักร้อนเลยขอรับ! อีกอย่างงานที่ต้องทำก็มีเพียงเฝ้าเวรยาม! หลังจากนั้นจะไปทำอะไรก็ได้! ใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ! ......ข...ข้าเอง นาน ๆ ทีก็อยากถูกส่งมาที่นี่บ้าง......”

 

“ไม่ได้ เจ้ามีเวลาว่างขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน ยังมีงานรอเจ้าอีกเป็นภูเขาไม่ใช่หรือ”

 

“อ...อะไรกันนนนน......! ใจร้าย หัวหน้าปีศาจ ใช้อำนาจโดยมิชอบบบบ”

 

“ใครเป็นหัวหน้าปีศาจนะ”

 

อัศวินสวมแว่นเผยยิ้มอีกครั้ง เขาเขกเข้าที่หัวของรองหัวหน้าที่ท่าทางอิดโรยคนนั้น

 

 

หลังจากนั้นーーพวกเขาก็เริ่มปรึกษาหารือกับพ่อของเลียนเรื่องที่พักสำหรับอัศวินที่จะมาประจำการ โดยพ่อของเลียนตัดสินใจยกบ้านหลังหนึ่งของตระกูลโอเวนให้ใช้เป็นทั้งที่พักและจุดประจำการ ผมโค้งขอบคุณอัศวินสวมแว่นอีกครั้งก่อนจะขอตัวออกจากห้องรับรอง

 

ก่อนจะจากกัน อัศวินสวมแว่นกล่าวกับผมพร้อมรอยยิ้มว่าหากผมเดินทางไปเมืองหลวงเมื่อไร ให้ติดต่อเขาไปด้วย เพราะเป็นเพียงการพูดตามมารยาท ผมจึงตอบไปเพียง ขอรับ ตามมารยาทเช่นกัน

 

 

 

ตอนถูกเรียกตัวไปที่ห้องรับรอง ผมทั้งกังวลและระแวงต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทว่าหลังจากพูดคุยกันแล้ว เรื่องกลับไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิด

 

อืม

แม้วันเส้นตายที่เมื่อนึกถึงทีไรหัวใจผมจะเต้นเร็วและปวดท้องใกล้จะมาถึงแล้วก็ตาม แต่หากผมไม่ยอมแพ้และพยายามต่อไปล่ะก็ ผมอาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างก็ได้

 

การพยายามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ท้ายที่สุดแล้วย่อมมีอนาคตที่ดีรออยู่

 

คุณตามักจะพูดเช่นนี้พลางตบหลังผมทุกครั้งที่ผมรู้สึกท้อแท้

ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น

 

ผมจะพยายามนะ คุณตา

จวบจนตอนสุดท้าย ผมจะไม่ยอมแพ้

 

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าและพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อสะสางงานที่ทำค้างเอาไว้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 668 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1638 Tusemi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 21:51
    นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่เลียนกับอัลไม่ได้เจอหน้ากันก็ได้ เพราะเลียนในเกมตอบรับ(เดานะ)คำชวนของอิอัศวินโดยที่ไม่รู้ว่าต้องเสียร่างให้ พอโดนข่มขืนก็รับไม่ได้เลยขังตัวในห้อง(เดาอีก) แม้จะทำใจออกจากห้องกลับมาที่หมู่บ้านแต่ด้วยการแพ้อย่างหมดรูปแก่อัลเลยทำให้ไม่กล้าไปเผชิญหน้า พอมาเจอจริงๆถ้าเดินผ่านไปเงียบๆก็คิดว่าอัลจะคิดว่าตนนั้นยอมรับความพ่ายแพ้ เลยจิกกัดตามนิสัยเวลาเจอหน้าอัล ที่เราคิดอย่างนี้เพราะเลียนในเกมเป็นคนหวงศักดิ์ศรี ฆ่าได้หยามไม่ได้(มั้ง) เลยไม่อยากให้คนอื่นโดยเฉพาะศัตรูคู่อาฆาตตั้งแต่ชาติปางก่อน(?)รู้สึกสมเพชหรือสงสาร

    ปล.ทุกสิ่งที่พิมพ์เราเดาแหลกทั้งนั้น อย่าว่าเรานะ ทั้งหมดคือความมโนของเราอนลี่
    #1,638
    0
  2. #1637 Tusemi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 21:24
    ....ก็คือ พ่อเลียนขายเลียนให้อิหัวหน้าหน่วย(ซึ่งความจริงเป็นเชื้อสายพระราชวงศ์) พออัลพาอัศวินจริงไปถล่มเรื่องก็แดง พ่อเลยมาฟูมฟายเพราะคิดว่าเลียนรู้แล้ว...ใช่มะ
    #1,637
    0
  3. #1142 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:10
    ร้ายกาจมากอัลแกปล่อยข่าวแบบนี้กะฮุบน้องไว้คนเดียวใช่ไหม....ทำดีๆ

    แผนการยัยน้องดูเป็นรูปร่างมากขึ้นแล้วในอนาคตน้องต้องรอด!
    #1,142
    0
  4. #1016 Hiroyosha (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:55
    อ่านตอนแรกคือขำ คุยคนละเรื่องเดียวกัน5555555
    #1,016
    0
  5. #866 hongyok025 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:05
    พ่อก็รักลูกนิ..มั้ง รักละ อิอัลปล่อยข่าวจะเอาน้องเองสิไม่ว่า พี่แว่นตรงมากกก ถูกใจเรา พี่แว่นก็ถูกใจน้องเช่นกัน
    #866
    0
  6. #728 After_TeaTime (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 04:58
    น้องงงง เป็นคนดีและน่ารักมาก ดัดนิสัยคุณพ่อได้แล้ว หลังจากนี้ก็เอาพี่ชายกับคุณแม่มาดัดด้วยเลย---
    #728
    1
    • #728-1 Hiroyosha(จากตอนที่ 24)
      8 เมษายน 2563 / 00:55
      จิงเตงงงงลากมาดัดให้หมดดด
      #728-1
  7. #655 Arany Min Crystal (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 15:45
    อิพี่ชายของเลียมนี่รู้เรื่องยังน้าาาา
    #655
    0
  8. #654 mumuninnin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 10:49
    น้อง ขอมห้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ขอให้เรามีความสุขแบบไม่ต้องเครียดแบบนี้ได้ในซักวัน ขอให้หนูมีความสุขนะลูก
    #654
    0
  9. วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:30
    จบตรงนี้เลยก็ได้นะ แฮร่ ล้อเล่นนนย
    #651
    0
  10. #650 MimiminMi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:59
    น้องงงงงง
    #650
    0
  11. #648 Lalilulelo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 07:08
    น้องเป็นอิสระจากกรอบของบ้านแล้วววว ไปโบสถ์สบายใจขึ้น ทีนี้ก็เหลือภารกิจรอดตายจากอีเว้นท์สัตว์อสูรบุก น้องก็จะอิสระจากพล็อตตัวเอง แล้วถ้าอัลเจอนางเอก แต่ไม่หลงรัก ก็ยิ่งอิสระจากพล็อตทั้งหมด โอ้ งานดี บันไซ ผู้แปลสู้ ๆ ค่า
    #648
    0
  12. #647 Forurin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 06:33
    น่ารักกกก
    #647
    0
  13. #646 Princess Candy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 03:25
    โอ๊ยเอ็นดูววอยากจะลูบหัวน้องสัก2-3ที
    #646
    0
  14. #645 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:03

    น้องเป็นเด็กดีมากเลยอ่าาา~~

    #645
    0
  15. #644 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 00:25
    อ่อนโยนยิ่งกว่าแป้งเด็กก็น้องนี้แหละ ฮืออออ
    #644
    0
  16. #643 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 00:14
    อ้าว เรานึกว่าหมายถึงพ่อของเลียนไปค้ามนุษย์ ที่แท้ก็พูดถึงเลียนนี่เอง เลียนน้องอ่อนโยนมากก อ่อนโยนเดินไป
    #643
    1
  17. #642 nongning5657 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 00:07
    คุยกันเข้าใจได้ยังไงนิ
    นี้สินะที่เขาเรียกว่า "คุยคนละเรื่องเดียวกัน"
    #642
    0
  18. #641 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:24
    คือแบบ เข้าใจกันไปคนละทางสุดด

    คุยละเรื่องเดียวกันแบบอ๊องๆ 555
    #641
    0
  19. #640 Kondee2870 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:13
    ตอนแรกเราเข้าใจว่าพ่อเลียนค้ามนุษย์ แต่พออ่านไปอ่านมา....

    อ้าว!พูดถึงเลียนหรอกเหรอ//ฮา
    #640
    0
  20. #639 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:45
    น้องคนดีมากกก อยากอ่านตอนต่ไปแล้ว จะรอนะคะ
    #639
    0
  21. #638 arssps (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:42
    มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในตอนนี้แล้ววว
    #638
    0
  22. #637 Sinyaoi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:36
    น้องงงงงงงงงงงงงงงความอ่อนโยนนี้
    #637
    0
  23. #636 ทาสแมวอยากIsekai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:35
    อยากลูบหัวน้องงง~
    #636
    0
  24. #635 10326 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:06
    โอ๊ยยน้องงงง คนดีที่สุดดดด
    ฝากอัลดูแลเลียนด้วย เลียนดูแลทุกคนจนไม่สนใจตัวเองเลยซักนิด ร่างกายซักวันมันต้องล้มแน่ล่ะ ป่วยสะสม
    #635
    0
  25. #634 Sari-Sama (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:59
    น้องงงงงง เป็นคนดีจังลูก~~~
    #634
    0