[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 23 : 20 ยามเช้ากับท้องฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 660 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

20 ยามเช้ากับท้องฟ้า

 

"......เอ๋......? "

 

เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าーーーーผมกำลังนอนอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย

 

ห้องนี้ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย

 

ไม่ใช่ห้องของผม ทั้งไม่ใช่ห้องรับแขกที่โบสถ์

เป็นห้องที่ผมไม่รู้จัก

 

ใกล้ผนังห้องที่ทำจากไม้และปูนขาวมีตู้เสื้อผ้าตั้งอยู่หนึ่งหลัง ที่หน้าต่างมีโต๊ะไม้สำหรับหนึ่งคนและเก้าอี้หนึ่งตัว ประตูหน้าต่างทั้งสองบานแขวนด้วยผ้าม่านสีน้ำตาลอ่อน แสงอาทิตย์จ้าส่องลอดผ่านม่านเข้ามา

 

บนโต๊ะขนาดเล็กมีของมากมายวางอยู่จนเหลือพื้นที่ว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีขวดน้ำผลไม้สีส้มสองขวดและขวดน้ำที่บรรจุน้ำเปล่าขนาดใหญ่อีกสองขวด ข้าง ๆ กันนั้นมีผ้าขนหนูอยู่สองสามผืน ถัดมาคือถ้วยดินเผากับจาน

 

ที่เก้าอี้มีเสื้อตัวใหญ่วางพับอยู่อีกหนึ่งชุด

 

ทำไมผมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ได้

 

เมื่อวาน เกิดอะไรขึ้นーー

 

ทันทีที่นึกย้อนกลับไปーーーーภาพทุกอย่างก็ฉายซ้ำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อวาน หลังจากเลิกเรียนーーผมรู้สึกราวกับผ่านพายุลูกใหญ่มา

 

"......เออออ๋!? "

 

คลื่นความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาราวกับพายุที่พัดโหมกระหน่ำ ผมกุมหัวตัวเองและหลับตาเพื่อหลีกหนีสภาพต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องยืนยันว่านั่นไม่ใช่ความฝัน

 

ในที่สุด ผมก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง

 

ーーสภาพร่างกายของผม......เป็นเครื่องยืนยันที่ดีที่สุด

 

แม้จะไม่อยากมอง แต่ーーผมก็รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังเปลือยเปล่า

 

เมื่อลองนึกย้อนไปว่าทำไมตัวเองถึงมาหลับอยู่ในสภาพล่อนจ้อนเช่นนี้ーーーーผมก็รีบชัตดาวน์สมองตัวเองแทบจะทันที

 

"......!! ......!!? "

 

เดี๋ยวก่อนนะ

เอ๊ะ?

น...นี่นี่...นี่มันเรื่องอะไร

ผมควรทำยังไงต่อ

 

เรื่องนั้น...ตั้งแต่เมื่อไร ที่ไหน ทำไม ยังไง

 

ผมเห็นภาพหลอนของคนที่ร้องเรียกชื่อของผมด้วยเสียงหวานหยดย้อยจนอยากจะอุดหูตัวเอง ทั้งยังมีเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นและความร้อนที่แทบจะละลายทุกสิ่ง ผมหวนนึกไปถึงฝ่ามืออันร้อนลวกที่ลูบไล้ไปตามผิวกายของผมอย่างแผ่วเบาปลุกเร้าอารมณ์ของผมーーผมรีบร้อนสลัดภาพในหัวทิ้ง

 

เจ้านั่นพูดว่า

ทับรอย

เพราะงั้นーー

 

หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

ใจเย็น ๆ

สงบสติอารมณ์ไว้ก่อนตัวผม

 

ไม่ใช่ นั่นน่ะーーนั่นไง เหตุสุดวิสัย

เพราะผมถูกวางยา ไหนจะโดนไอ้เวรนั่นสัมผัสอีก เจ้านั่นเพียงนึกถึงใจผมเลยช่วยปลดปล่อยให้เท่านั้นเอง

ใช่

เรื่องมันก็แค่นั้น

 

ผมวางมือทาบลงบนหัวใจที่ไม่มีท่าทีจะสงบลงของตัวเองเพื่อปลอบประโลมก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ

 

จังหวะการเต้นของหัวใจผมเริ่มกลับมาเป็นปกติ

 

ในระหว่างที่ตกอยู่ในภวังค์ ผมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าผมได้ยินเพียงเสียงนกร้องมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แม้จะลองเงี่ยหูฟัง ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงอื่นใดภายในห้องนี้เลย ทั่วทั้งห้องเงียบสงัด

 

ผมเอียงคออย่างสงสัย

ราวกับว่า นอกจากผมーーก็ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้อีก

แต่

 

ถ้าเขาอยู่ล่ะก็ーー

ผมควรทำหน้ายังไงและควรพูดอะไรดี

 

ผมคิดแล้วคิดอีก ทั้งลองจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ดู สุดท้ายーーผมเลือกที่จะทำเหมือนว่าเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ดีล่ะ เอาแบบนี้แล้วกัน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทำตัวเหมือนปกติ หวั่นวิตกเกินไปคงจบเห่แน่

 

หลังจากตัดสินใจและปรับอารมณ์ตัวเองแล้ว ผมก็ーーーーโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มเพียงครึ่งเดียว

 

ผมกวาดสายตาไปทั่วห้อง

 

ทว่ากลับไม่พบร่างเจ้าของผมสีบลอนด์เลยแม้แต่น้อย

 

"......เอ๊ะ? "

 

เพราะผิดไปจากที่คาดไว้ คราวนี้ผมจึงโผล่หน้าออกมาทั้งหมดอย่างกระวนกระวายก่อนจะมองสำรวจไปรอบ ๆ

ไม่อยู่จริง ๆ ด้วย

 

ไปไหนล่ะเนี่ย เช้าขนาดนี้ーー

 

สายตาผมสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่อยู่บนตัว

 

เสื้อโค้ต

 

เสื้อโค้ตตัวใหญ่สีน้ำเงินเข้ม เพราะทำจากวัสดุหนาเพื่อป้องกันความหนาว ผมจึงรู้สึกหนักเล็กน้อย

 

เสื้อตัวนี้คลุมอยู่บนตัวผม

 

"อะ นี่มัน......"

 

ผมจำเสื้อตัวนี้ได้ อัลเฟรดมักสวมมันทุกครั้งเมื่ออากาศเย็นลง

 

เป็นโค้ตที่เหมาะแก่การใช้งานเพราะมีกระเป๋าขนาดเล็กอยู่มากมาย ทั้งยังทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน การออกแบบเรียบง่ายดูสมกับเป็นเจ้านั่นมากทีเดียว

 

จะว่าไปแล้ว......อัลเฟรดบอกว่าห้องนี้ไม่มีเครื่องทำความร้อน หรือว่าจะนำมาคลุมให้ーーเพราะเป็นห่วงผมอย่างนั้นเหรอ

 

ผมยื่นมือไปโอบกอดเสื้อโค้ตตัวหนาก่อนจะซุกหน้าลงไป

 

นี่เป็นเสื้อโค้ตของอัลเฟรดจริง ๆ ด้วย

 

ทว่าーーเจ้าของของมันกลับไม่อยู่

 

......จะเรียกว่าดีหรือไม่ดีกันนะ

ผมถอนหายใจออกมาอย่างเลื่อนลอย

 

ถ้าไม่อยู่ในห้องーーก็หมายความว่าอยู่ที่ชั้นล่างอย่างนั้นเหรอ

ผมคาดเดา

 

เอาเป็นว่า ระหว่างที่เจ้าเด็กนั่นไม่อยู่ ผมรีบーーーー

 

สวมเสื้อผ้าก่อนดีกว่า......!!!

 

ผมกลิ้งไปทั่วเตียงก่อนจะพาร่างตัวเองลุกขึ้น

 

"อะ......"

 

ผิวกายที่สัมผัสกับผ้าห่มแห้งสนิท

 

ทุกส่วนของร่างกายไม่มีจุดไหนที่รู้สึกถึงความชื้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งร่างของผม......ปลอดโปร่งแห้งสบาย

 

ผมเอียงคออีกครั้ง

 

แปลกจัง ก็เมื่อวานผมーー

ーーไม่ได้ หยุด ช้าก่อนตัวผม อย่าไปนึกถึง

 

สายตาเลื่อนไปยังข้อมือที่กอดผ้าห่มอยู่ก่อนจะรู้สึกอยากแทรกแผ่นดินหนี

 

ข้อมือทั้งสองข้างที่เมื่อวานทั้งช้ำและบวมแดงจากรอยนิ้วมือーーーーตอนนี้กลับหายเป็นปลิดทิ้ง

 

อัลเฟรด รักษาแผลให้ผมเหรอ คงจะไม่ได้......เอายาฟื้นฟูที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้มาใช้ทั้งหมดหรอกนะ ผมตั้งใจให้อัลเฟรดเก็บไว้ใช้ ถ้าเอามาให้ผมก็ไม่มีความหมายกันพอดี

 

ผมนึกอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

 

เสียงหัวใจที่เพิ่งเงียบไปกลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

 

ภายในหัวตีกันจนยุ่งเหยิง ที่จริงแล้วผมไม่ได้อยากรู้ อยากลืม ๆ มันไปซะ แต่มันคาใจ ไม่ตรวจสอบก็ไม่ได้

 

หลังจากลังเลและกลัดกลุ้มอยู่หลายตลบ สุดท้ายーーーーผมก็ตัดสินใจก้มลงไปดูที่ท่อนล่างของตัวเอง

 

อย่างที่คิด

 

รอยช้ำจนเลือดคั่งเป็นวงใหญ่ที่ต้นขาเมื่อวานーーーーตอนนี้หายสนิทไม่เหลือแม้แต่รอยแผล ราวกับว่าเมื่อวานไม่เคยมีเรื่องใดเกิดขึ้น

 

ผมแทบหลั่งน้ำตา

 

"......ฮึก......"

 

อายจะตายอยู่แล้ว

 

แม่งเอ้ย ผมยังมีส่วนไหนที่ไม่ถูกเจ้านั่นเห็นอีกไหม! นี่ผมถูกเจ้านั่นสัมผัสไปทุกส่วนแล้ว!

 

หลังจากหลั่งน้ำตาไปรอบหนึ่ง ผมก็พาตัวเองลงจากเตียงอย่างเชื่องช้าก่อนจะหยิบเสื้อที่อยู่ที่พนักเก้าอี้

 

 

 

เสื้อที่ยืมมาจากคุณนายเจ้าของร้านตัวใหญ่กว่าผมมาก ผมพับทั้งแขนเสื้อกับขากางเกงไปถึงสี่รอบ นี่มันไซส์อะไรเนี่ย เหลือเชื่อเกินไปแล้ว

 

แม้จะสวมเสื้อผ้าจนมิดชิด ทว่าภายในห้องไม่มีเครื่องทำความร้อน สวมเสื้อผ้าแค่ไหนก็ยังหนาวอยู่ดี ผมลูบแขนของตัวเอง

 

ช่วยไม่ได้......

เพราะไม่มีทางเลือก ไม่มีทางเลือกจริง ๆ ผมหยิบเสื้อโค้ตของอัลเฟรดที่วางทิ้งไว้บนเตียงมาสวมทับ

 

แขนเสื้อโค้ตยาวจนกินมือผมไปหลายส่วน ถึงจะอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทว่าอารมณ์ของผมตอนนี้ซับซ้อนมาก แม่งเอ้ย เจ้าบ้านั่น โตได้โตดีจริง ๆ

 

 

ภายในห้องอาบน้ำมีอ่างล้างหน้าขนาดเล็ก ผมล้างหน้าแปรงฟันด้วยน้ำที่เทเตรียมไว้ให้และเริ่มจัดแจงตัวเองอย่างง่าย ๆ

 

หลังจากดื่มน้ำผลไม้ที่วางไว้แล้วผมก็นั่งรออยู่ในห้องระยะหนึ่ง ทว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไร อัลเฟรดก็ยังไม่ปรากฏตัว

 

ตกลงเจ้านั่นไปที่ไหนกันแน่

 

แต่จะให้รออยู่เฉย ๆ ก็น่าเบื่อเกินไป ทั้งยังว่างมาก ๆ ในห้องนี้อย่าว่าแต่หนังสือเลย นิตยสารสักเล่มก็ยังไม่มี

 

หลังจากนั่งอยู่บนเตียงสักพักใหญ่ผมก็ค่อย ๆ พาตัวเองลุกขึ้น ท้องเริ่มหิวขึ้นมาแล้วด้วย ลงไปชั้นล่างดีกว่า

 

เมื่อตัดสินใจได้ ผมก็สวมรองเท้าหนังที่ยังไม่แห้งดีก่อนจะออกจากห้อง

 

 

 

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ภายในร้านที่เมื่อคืนมีแต่เสียงครึกครื้น ตอนนี้กลับเงียบสนิท เหล่าลูกค้าที่พูดคุยกันเจื้อยแจ้วเมื่อวาน เวลานี้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

 

หูแว่วเสียงสิ่งต่าง ๆ ทั้งเสียงพูดคุย เสียงฝีเท้า เสียงล้อจากรถม้าーーเสียงที่มีชีวิตชีวาของผู้คนทำให้จิตใจของผมสงบลง

 

ภายในร้านเหล้ามีคนผู้หนึ่งที่กำลังวุ่นอยู่กับทำความสะอาดโต๊ะนั้นที โต๊ะนี้ที

 

คุณป้าร่างท้วมกำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะ ปากก็พลางฮัมเพลงไปด้วย

 

ผมจำเธอได้

หญิงสาวผู้นี้ ถ้าจำไม่ผิดーーเมื่อวาน อัลเฟรดเรียกเธอว่า ‘คุณนายเจ้าของร้าน’

 

เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของผม คุณนายเจ้าของร้านก็หยุดมือที่กำลังเช็ดโต๊ะแล้วเงยหน้าขึ้น

 

เธอหันหลังกลับมามองผมーーด้วยดวงตาดำโตเช่นเดียวกับกระต่ายบนผ้ากันเปื้อนของเธอ เธอยกยิ้ม

 

“โอ๊ะ! อรุณสวัสดิ์ ตื่นแล้วหรือ”

“อ...อรุณสวัสดิ์ขอรับ......”

 

คุณนายเจ้าของร้านพาตัวเองแทรกตัวผ่านโต๊ะแต่ละตัวมาทางผมอย่างคล่องแคล่ว ดวงตากลมที่ดำขลับนั้นจ้องมองผมขณะเผยยิ้มกว้าง

 

“......อืม ดีจริง ๆ! ท่าทางอาการจะดีขึ้นแล้วนะ สีหน้าดีขึ้นมากแล้วด้วย เมื่อวานใบหน้าเจ้าซีดเซียวจนข้านึกว่าเจ้าจะเป็นลมไปเสียแล้ว......”

 

อาการผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลย

 

“อ...เอ่อ......เมื่อวาน......ขอบคุณมากขอรับ......และขออภัย......ที่มารบกวน......ตอนที่กำลังยุ่งกัน......”

 

คุณนายเจ้าของร้านทำตาค้าง ครู่ต่อมาเธอก็หัวเราะเสียงดังจนท้องขดท้องแข็ง

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า! คิดมากอะไรขนาดนั้น! อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลย เรื่องแค่นี้ไม่ถือเป็นการรบกวนหรอก”

 

เธอหัวเราะปากกว้างอย่างเป็นกันเอง วิธีการพูดของผมไปถูกใจเธอเข้าหรือยังไง เอาเถอะ ถ้าเธอชอบใจก็แล้วแต่เธอ

 

พอมองคุณนายเจ้าของร้านที่หัวเราะอย่างร่าเริง ความตึงเครียดของผมก็พลันหายไปด้วย ผมเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

“เมื่อวานขอบคุณมากขอรับ ข้าซาบซึ้งมากจริง ๆ”

 

คุณนายเจ้าของร้านหัวเราะออกมาดังกว่าเดิม เธอใช้ฝ่ามือตีหลังผมดังป้าบ ๆ

 

“ไม่เป็นไร ๆ! ーーอา จริงสิ เจ้าชื่ออะไรหรือ”

“ข้าหรือ อะ อา ข้าーーーーเลียน ขอรับ เลียน โอเวน”

 

เมื่อได้ยินชื่อของผม คุณนายเจ้าของร้านก็เบิกตากว้างทันที

 

“เอ๋!? ง...งั้นหรอกหรือ!? อกอีแป้นจะแตก......เจ้าคือบุตรชายของท่านเจ้าผู้ถือครองที่ดินโอเวนเองหรือ!?”

 

แย่แล้ว

ไม่บอกชื่อจะดีกว่าหรือเปล่า

 

หัวใจผมเต้นรัวขึ้นมา คุณนายเจ้าของร้านมองผมก่อนจะยกยิ้ม

 

“งั้นหรือ......ฮุฮุ เจ้าคือผู้ที่ลูกชายของข้าพูดถึงนี่เอง......”

“เอ๊ะ!?”

 

คุณนายมีลูกชายด้วยอย่างนั้นเหรอ!?

แถมยังเป็นคนที่รู้จักผมอีก คงไม่ได้เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันหรอกนะ!?

 

“ร...เรื่องอะไร......”

 

ผมทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ในเวลาเดียวกัน ทว่ามันคาใจยังไงก็ควรถามไว้ก่อน ถ้าลูกชายคนนั้นอยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็เรื่องใหญ่แน่ ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้

 

คุณนายเจ้าของร้านยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ้วเล็กนั้นทาบลงบนริมฝีปาก

 

“เจ้าลูกชายบ้านั่นน่ะนะ......เอาแต่เล่าว่าท่านเลียนเป็นคนดีอย่างนั้น งดงามมากอย่างนี้ เล่าด้วยสีหน้าแดงแจ๋เลยล่ะ”

 

“ม...ไม่หรอกขอรับ!”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! จริงสิ เจ้าหิวหรือไม่ อะ ใช่ーーขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเป็นแค่ลูกชาวบ้าน ไม่รู้จักคำพูดดี ๆ กับเขาเท่าไร เอ่อ ท่านเลียน? ไม่ทราบว่าหิวหรือไม่เจ้าคะ”

 

ผมรีบร้อนส่ายมือส่ายหัวเป็นพัลวัน

 

“ม...ไม่เป็นไรขอรับ......ไม่ต้องสุภาพก็ได้ พูดปกติเถอะขอรับ ข้ายังเด็ก ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว......”

 

คุณนายเจ้าของร้านเบิกตากว้างอีกครั้ง

อาา ทำยังไงดี จะพูดอะไรเธอก็ตกใจไปซะหมดเลย

 

“จะดีหรือ”

“ข...ขอรับ ไม่เป็นไร พูดปกติเถอะขอรับ......”

 

คุณนายเจ้าของร้านหลุดขำออกมา ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงหัวเราะทั้งที่ไม่มีเรื่องน่าขำเลยแท้ ๆ ขอร้อง ใครก็ได้บอกผมทีว่าผมควรจะทำยังไงให้ดูเหมือนเลียน บุตรชายของเจ้าผู้ถือครองที่ดิน

 

"ฮุฮุ งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น......ข้าไม่เกรงใจล่ะนะ ขอบใจนะจ๊ะ"

 

"ขอรับ......แล้วก็ เอ่อ......ย...อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะขอรับ ลูกชายของคุณนายเองก็ด้วย......ถ้าเป็นไปได้ ข้าขอร้อง......"

 

หากมีข่าวลือแปลก ๆ แพร่กระจายไปจนถึงหูพ่อของเลียนเข้าล่ะก็ผมคงลำบากน่าดู ผมควรรีบชิงบอกเขาไว้ก่อนว่าแค่ถูกเรียกไปชมเชยฝีมือดาบเท่านั้น ถ้าเขารู้ว่าผมปฏิเสธการเข้าร่วมสังกัดหน่วยองครักษ์ประจำพระราชวังและหนีมา ผมคงถูกโมโหจนไม่เหลือซากและโดนทำโทษแน่ ๆ ถ้าโดนกักบริเวณหรือตัดค่าขนม ชีวิตผมคงลำบากขึ้น ผมยังมีเรื่องที่จำเป็นต้องใช้เงินจัดการอีกมาก

 

คุณนายเจ้าของร้านมองผมและพยักหน้า

 

"อา ข้าเข้าใจแล้ว ข้าไม่บอกใครเรื่องของเจ้าหรอก กับเจ้าลูกชายบ้านั่นก็ด้วย......เอาเถอะ เจ้าเองก็คงมีเรื่องกังวลมากมายเลยสินะ"

 

เธอกอดอกพลางพยักหน้าหงึก ๆ กับตัวเอง

โชคดีจริง ๆ ที่เป็นคนคุยรู้เรื่อง

 

"ข...ขออภัยขอรับ......ลำบากท่านแล้ว และ เอ่อ ลูกชายของคุณนาย......"

 

"เจ้าลูกชายบ้านั่นล่ะหรือ ตอนนี้ไปพักอยู่ที่บ้านน้องสาวข้าน่ะ เห็นว่าไปช่วยเลี้ยงเด็ก เสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ที่จริง เจ้าลูกชายบ้านั่นก็แค่หาเรื่องหนีงานที่ร้านเท่านั้นแหละ"

 

"ง...งั้นหรือขอรับ"

 

แม้จะผิดต่อคุณนายเจ้าของร้าน ทว่าโชคดีจังที่เขาไม่อยู่ หากมีเหตุให้ต้องพบกันขึ้นมา ผมไม่อยากมานั่งอธิบายสถานการณ์ มันน่ารำคาญ

 

"ถ้ารู้ว่าท่านเลียนมาที่ร้าน เจ้าลูกชายคงเจ็บใจน่าดู......อา แต่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่บอกเขาหรอก"

"ขอความกรุณาด้วยขอรับ แล้ว เอ่อ ค...คือーー......อ...อัลเฟรดล่ะขอรับ"

 

ไม่เห็นหน้าตั้งแต่เช้าแล้ว หายหัวไปไหนกันแน่ เจ้าบ้านั่น

 

"อัลหรือ อัลน่ะーーออกไปเอาของให้เจ้าตั้งแต่เช้าตรู่แล้วล่ะ"

"เอ๊ะ......เอออ๋!!!? "

 

จริงดิ

 

"ใช่ ๆ เขาฝากบอกว่าถ้าเจ้าตื่นแล้วก็ให้รออยู่ที่นี่"

"ง...งั้นหรือ...ขอรับ......"

 

......น่าจะปลุกกันสักหน่อย

 

ไปคนเดียวแบบนี้......ไม่เป็นไรแน่เหรอ คงไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหรอกนะ เจ้านั่น เห็นแบบนั้นแต่หาเรื่องใส่ตัวได้ตลอด แม้ช่วงนี้จะสงบเสงี่ยมขึ้นมามากแล้วก็เถอะ จะว่าไป อัลเฟรดจะเข้าโรงแรมนั้นได้เหรอ ที่นั่นเป็นโรงแรมชั้นสูงที่รับแต่คนมีชื่อเสียง คนธรรมดาไม่อาจเอื้อม ต่อให้เป็นแขก หากแต่งตัวไม่ดีก็อย่าหวังจะได้เข้าไปข้างใน

 

หรือผมควรไปด้วย อา แต่ว่า ทำยังไงดีーーーーถ้าไปก็ต้องไปเจอหน้าหัวหน้าหน่วยคนนั้นอีก

ผมกลัว

แต่ถ้าอัลเฟรดถูกจับได้และกำลังตกที่นั่งลำบากล่ะ ยิ่งกว่านั้น หากบาดเจ็บขึ้นมาล่ะ แต่ถึงยังไงผมก็กลัวอยู่ดี ทว่าที่น่ากลัวที่สุด เห็นทีจะเป็นการที่ทำได้เพียงรออยู่ข้างหลังแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น ผมก็มีแต่จะต้องไปーー

 

 

คุณนายเจ้าของร้านที่จ้องมองผมอยู่ จู่ ๆ ก็หลุดหัวเราะออกมาก่อนจะตบหลังผมดังป้าบ

 

"ฮุฮุฮุ! เจ้านี่ขี้กังวลจริง ๆ เลย! ไม่ต้องขมวดคิ้วสวยคู่นั้นจนเป็นปมขนาดนั้นก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก! อย่ากังวลไปเลย"

 

"ต...แต่ว่า"

 

"อัลน่ะไม่เป็นไรหรอก เอาล่ะ ข้าเตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว กินไปรอไปเถอะนะ เดี๋ยวเดียวอัลก็กลับแล้ว"

 

"เดี๋ยวเดียว"

 

"ใช่แล้วล่ะ มานี่เถอะ นั่งรอตรงนั้น หิวแล้วไม่ใช่หรือ รอเดี๋ยว ข้าจะยกอาหารมาให้! "

 

คุณนายเจ้าของร้านโยนผ้าขี้ริ้วทิ้งลงบนโต๊ะและรีบร้อนเข้าไปในครัว

 

 

ผมที่ถูกทิ้งไว้คนเดียว ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

ไปซะแล้ว

 

ถึงจะบอกให้รอก็เถอะーー

 

ーーผมรอไม่เก่งหรอก

ผมทำไม่ได้

ในหัวผมจะจมไปกับความคิดต่าง ๆ จนเลยเถิดーー

 

 

สายตาหยุดอยู่ที่ผ้าขี้ริ้วที่ยับยู่ยี่บนโต๊ะ ผมรู้สึกขัดใจจนต้องเอื้อมมือไปพับให้เรียบร้อย ผมมองไปยังโต๊ะที่คุณนายเพิ่งบอกให้ผมนั่งรอแล้วก็พบรอยคล้ายอาหารที่ทำจากมะเขือเทศเลอะเป็นหย่อม ๆ ในใจจึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เพราะไม่มีอะไรทำผมจึงจัดการเช็ดออกด้วยตัวเอง ซอสมะเขือเทศพวกนี้ ถ้าไม่รีบเช็ดจะแห้งจนเช็ดไม่ออก

 

ที่ข้างเท้ามีถังไม้ที่บรรจุน้ำสะอาดอยู่ ผมจุ่มผ้าขี้ริ้วลงไปก่อนจะเริ่มซัก

 

เมื่อกี้ผมสังเกตเห็นว่าโต๊ะข้าง ๆ ก็เลอะอยู่เช่นกัน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วทำความสะอาดเสียหน่อยดีกว่า อีกอย่างถ้ามีอะไรให้ทำ ผมจะได้ไม่เอาเวลาไปคิดเรื่อยเปื่อย ทั้งโต๊ะก็ยังสะอาดด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

 

เมื่อเช็ดโต๊ะเสร็จ ขณะที่ผมกำลังจะย้ายไปเช็ดอีกโต๊ะหนึ่งーー

 

"......ทำอะไรน่ะ"

"อุหวาา!? "

 

เพราะอยู่ ๆ ก็มีคนเรียกจากด้านหลัง ผมจึงเผลอสะดุ้งโหยง

 

 

มัวแต่เช็ดโต๊ะจนไม่ทันรู้สึกตัวเลย เมื่อหันกลับไปก็พบอัลเฟรดที่กำลังยืนอยู่ด้วยสีหน้าตะลึงงัน

 

"เจ้าทำอะไรอยู่"

 

"ท...ท...ทำอะไร......ค...แค่มองก็รู้แล้วนี่! ให้รออย่างเดียวมันว่างเกินไป! ข้าเลยเช็ดโต๊ะ! ผิดหรือไง! จ...เจ้าเองเถอะーーสภาพเช่นนั้น เกิดอะไรขึ้น"

 

อัลเฟรดสวมสูทดำทั้งตัวกับเสื้อเชิ้ตขาว แปลกตา แปลกตาจริง ๆ ไม่คุ้นตาเสียจนผมเผลอนึกว่าเป็นคนอื่นไปครู่หนึ่ง

 

"อา นี่หรือ โรงแรมนั่นใส่ชุดธรรมดาเข้าไม่ได้ ข้าเลยไปลากคนรู้จักที่งานพิเศษขึ้นจากเตียงและยืมมา"

"ง...งั้นหรือ......"

 

เพราะได้เห็นอัลเฟรดสวมชุดเต็มยศต่างจากเสื้อเชิ้ตยับ ๆ กับกางเกงยีนที่ทำท่าจะขาดอย่างทุกที ผมจึงเผลอยอมรับกับตัวเองไปว่า อา เจ้านี่เป็นตัวเอกーーว่าที่ผู้กล้าในอนาคตสินะ

 

ท่าทางสง่างามจนบางมุมก็ดูคล้ายบุตรชายของขุนนางใหญ่ บางมุมก็ดูคล้ายกับเจ้าชาย ถ้าพวกผู้หญิงมาเห็นคงกระโดดโลดเต้นส่งเสียงดังกรี๊ดกร๊าดกันน่าดู

 

ผมเองก็...ผมเองก็......แต่งตัวดูดีเหมือนกันนะ ทำไมชุดของผมถึงต้องผูกโบว์ไทน์คู่กับเสื้อเชิ้ตพลิ้วไหวและเสื้อนอกสีสันสดใสด้วย ทำไม 

วันก่อนพี่ชายโรคจิตนั่นก็เพิ่งบอกว่าเจอชุดที่เหมาะกับผมและส่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยลวดลายและลูกไม้พร้อมกับเครื่องประดับอัญมณีมาให้ ล้อกันเล่นหรือไง หลังจากนั้นผมจึงพับทุกอย่างกลับลงไปตามเดิมและส่งคืนทันทีในวันนั้น

 

ผมเอง นาน ๆ ทีก็อยากใส่สูทดำเท่ ๆ เหมือนกันนะ

คราวหน้าไปบอกโรเวนดาลไว้ดีกว่า

 

อัลเฟรดวางกระเป๋าหนังกับผ้าพันคอสีกรมท่าและเสื้อโค้ตสีเบจที่อุ้มอยู่ด้วยมือข้างเดียวลงบนโต๊ะ

 

กระเป๋า ผ้าพันคอ และเสื้อโค้ตของผม

 

"ของของเจ้ามีเท่านี้ใช่ไหม"

"อ...อืม......เท่านี้แหละ"

"งั้นหรือ"

 

อุตส่าห์ไปเอามาให้อย่างนั้นเหรอ เพราะงั้นจึงไม่อยู่ที่ห้องตั้งแต่เช้าสินะ

 

"......ค...คือ อัลเฟรด.....ข...ขอบใจเจ้ามาก......ต...แต่เจ้าーー"

 

อัลเฟรดส่งยิ้มขมขื่นให้ผมราวกับรู้ว่าผมกำลังจะพูดอะไร

 

"ーーทำไมทำหน้ากังวลขนาดนั้น ข้าไม่ได้ทำอะไร แค่ไปเอาของให้เจ้า"

"ง...งั้นหรือ......"

 

ผมเบาใจลง อัลเฟรดรักษาสัญญาที่ให้ไว้ผมกับเมื่อวานนี้

 

"อืม......แม้ข้าจะอยากจะละเลงเลือดไอ้เวรーーไม่สิ ฆ่ามันสักครึ่งหนึ่งก็ตาม"

"ห๊ะ!? ส...เสียสติหรือไง!? คิดอะไรอยู่ห๊ะ! เจ้าโง่!! ถ...ถ้าเจ้าทำ......! "

 

ถ้านายทำแบบนั้น

 

ผมคง ผมคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง เป็นเพราะผม อัลเฟรดจึงต้องทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไปทะเลาะวิวาท ทั้งยังแบกรับความแค้นแทนผม

 

อัลเฟรดมองผมและถอนหายใจแผ่วเบาอย่างระอา

 

"ข้าบอกว่าอย่ากังวลไง ข้าไม่ได้ทำอะไรーーข้าสัญญากับเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือ ตอนเจอหน้ามัน ข้าอยากจะเข้าไปชกให้มันไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สองแต่......พอคิดถึงหน้าเจ้าที่ตื่นมาและสงบใจได้ เจ้าที่หลับสบายและไม่ร้องไห้อีกแล้ว......ถ้าข้าทำเช่นนั้น เจ้าคงโกรธและต้องเสียน้ำตาอีก......ข้าจึงพยายามอดทนเอาไว้"

 

"งั้นหรือ......แต่ อะไรของเจ้า! ข...ข้าไม่ร้องไห้หรอกน่า!! ถึงอาจจะโกรธก็เถอะ! "

 

ยังไงก็ตาม อัลเฟรดที่ยอมอดทนได้ก็ถือว่าน่าชื่นชม

ผมไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บโดยใช่เหตุ ส่วนหนึ่งเพื่อตัวเขาเอง ส่วนหนึ่งเพื่อผม เพราะผมจะเจ็บด้วย

 

แต่คิดได้ยังไงว่าผมจะร้องไห้ พับผ่าสิ

ผมเองก็ไม่ได้อ่อนแอนะ

ร้องไห้เนี่ยนะーーใครจะไปร้อง ผมไม่มีทางร้องแน่

 

"งั้นหรือ"

"ช...ใช่! "

"หืーม......"

 

อัลเฟรดใช้สายตาจ้องมองผมราวกับกำลังจับผิด ผมก้มหน้าต่ำ

 

"......ล...แล้ว หลังจากนั้น เกิดอะไรขึ้น"

 

ผมเปลี่ยนเรื่องーーแค่ก ดึงเรื่องกลับมา

 

"หลังจากนั้น? หลังจากนั้นーーคนรู้จักที่ให้ยืมชุดนี้มาทำงานในโรงแรมชั้นดีเลยล่ะ"

 

"อื้ม? "

 

"ระยะทางจากหมู่บ้านไปเมืองหลวง ต่อให้ควบม้าเร็วยังไงก็กลับในวันนั้นไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ข้าได้ยินจากพวกอาจารย์ว่าอัศวินกลุ่มที่มาชมการแข่งขันจะพักอยู่ที่หมู่บ้านหนึ่งคืนแล้วกลับเมืองหลวงในวันรุ่งขึ้น ข้าจึงคิดว่าหัวหน้าหน่วยคนอื่น ๆ ก็คงพักอยู่ที่โรงแรมสักแห่งเช่นกัน"

 

"อืม"

 

"ข้าเลยถามเจ้านั่นไปว่าพวกเขาพักที่ไหน เจ้านั่นชอบเรื่องซุบซิบอยู่แล้ว ทั้งยังทำงานในโรงแรมด้วย ยังไงเรื่องพวกนี้ก็ต้องรู้"

 

"อืม......"

 

"จากนั้น ข้าได้ยินว่าโรงแรมที่เจ้านั่นทำงานมีหัวหน้าหน่วยอัศวินจากเมืองหลวงสองคนพักอยู่ จึงไปที่ล็อบบี้แล้วลองไปถามเลขที่ห้องดู"

 

"อะ......"

 

ผมสังหรณ์ใจไม่ดี

 

"เพราะไม่มีใครออกมาสักที ข้าจึงทุบประตูไปเรื่อย ๆ จนฝ่ายนั้นตื่นーーเขาถามว่า เจ้าคงเตรียมใจมาแล้วสินะ ข้าเลยตอบไปว่า อาーー"

 

"......ห๊า!? น...นี่เจ้าทำอะไรเนี่ย"

 

ไปปลุกขึ้นมาจากเตียงเลยหรือไง

 

ท่าทางอีกฝ่ายจะโมโหน่าดูเลยไม่ใช่เหรอ อาาาา ให้ตายสิ

ไปตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนั้น คิดอะไรอยู่กันแน่......

 

ผมรู้สึกอยากก้มหัวขอโทษแขกคนอื่น ๆ แทนอัลเฟรดที่ไปโหวกเหวกโวยวายแต่เช้า

ผมกุมขมับตัวเอง

 

 

"หัวหน้าหน่วย......ที่ว่านี่......"

 

"อา เจ้าคนหัวมัน ๆ ผมสีดำ ตัวใหญ่เหมือนหมี พวกนั้นนั่งอยู่ที่ที่นั่งพิเศษตอนงานประลองใช่ไหมล่ะ พวกเขาพักอยู่ที่นั่นแหละ"

"อา......"

 

สองคนนั้นคืออัศวินร่างบึกบึน หน้าตาเหมือนยากุซ่าーーแค่ก หน้าตาน่าเกรงขามนั่นเอง

 

ไม่ว่าใคร ถ้าเห็นสองคนนั้นก็ต้องรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งและน่ากลัวーーแค่ก น่ายำเกรง เป็นคนแข็งแกร่งขนาดที่ว่าหากต้องปะทะกันในสนามรบคงวิ่งหนีป่าราบแน่

 

นายก็เลือกไปปลุกได้ถูกคนจริง ๆ

ถ้าเป็นผมคงไม่มีทางทำได้

 

"พอเล่าเรื่องให้ฟัง พวกนั้นก็โกรธกันเลือดขึ้นหน้า ทั้งบอกว่าเสื่อมเสียชื่อเสียงอัศวินและน่าขายหน้าーーจากนั้น ถึงข้าไม่ขอ พวกเขาก็เป็นฝ่ายตามข้ามาเอง"

 

"ง...งั้นหรือ......โชคดีจริงนะーーーーเอ๊ะ...เอ๋!? น...นี่เจ้าเล่าอะไรไป......!? "

 

"อะไรน่ะหรือ ก็ตามนั้น เซอร์เพนไทน์พาศิษย์คนหนึ่งไปและหลอกให้ดื่มยาลามกพร้อมบังคับขืนใจจนเด็กคนนั้นต้องทิ้งข้าวของหนีมา ตอนนี้ข้าจึงจะไปอัดーーไม่สิ ไปเอาของของเด็กคนนั้นคืนーー"

 

"น...นี่เจ้าพูดอะไรตามใจชอบเนี่ยยยย!!? "

 

ผมรีบตะครุบปากตัวเองก่อนจะกวาดสายตาไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผมจึงสบายใจลงได้ว่าคงไม่มีใครได้ยินเรื่องเมื่อกี้

 

จ...เจ้าบ้านี่! ขวานผ่าซากเกินไปแล้ว!! พูดอ้อม ๆ หน่อยสิฟะ!!

แบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!?

อีกอย่าง แค่เกือบถูกขืนใจ ยังไม่ได้ถูกขืนใจโว้ย!

แก้ข่าว ผมอยากไปแก้ข่าวเดี๋ยวนี้เลย

 

"เพราะงั้น ถึงข้าจะไม่ทำอะไร พวกนั้นก็บุกเข้าไปในห้องแล้วลากไอ้เวรนั่นออกมาซ้อมจนน่วม ข้าจึงไม่ได้ออกโรงแม้แต่น้อย......มันร้องขอความเมตตาและพยายามหนี ข้าจึงเตะไปเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้นーーยังไม่ถือว่าผิดสัญญาใช่ไหม"

"ม......! "

 

ไม่ผิดอย่างนั้นเหรอ......?

 

"สุดท้ายเขาขลาดกลัวจนร้องไห้ฟูมฟายและลุกไม่ขึ้นอีก เรื่องก็จบแค่นี้"

 

......ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีหลังจากได้ยินสมาชิกในตี้ครั้งนี้

แต่จะเรียกว่าไม่ต่างจากที่คาดไว้หรือยังไงดี......

 

ก็จริงที่อัลเฟรดแค่ไปเอาของให้ผม เขาไม่ได้โกหกสักนิด แต่ถึงจะไม่โกหกก็เถอะ

 

ผมอิดโรยก่อนจะใช้มือยันโต๊ะ ภายในหัวปวดจี๊ด ๆ

 

“จริงสิ พวกหัวหน้าหน่วยที่ไปด้วยกันบอกข้าว่าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานผู้บัญชาการกองทัพหลวง แล้วจะจับคนคนนั้นเข้าหน่วยตัวเองเพื่อขัดเกลาพื้นฐานใหม่ตั้งแต่ต้น จากนั้นเขาก็หันไปสั่งการรองหัวหน้าหน่วยอีกคนที่อยู่ ๆ ก็โผล่เข้ามา เป็นคนแปลกที่น่าดู......ข้ายังไม่ทันถาม เขาก็พูดเรื่องยานั่นออกมาเอง”

“เอ๊ะ?”

 

เจ้าคนหางตาตกคนนั้น คิดอะไรอยู่กันแน่

 

“เขาบอกว่าเขาเองก็มีส่วนรับผิดชอบ จึงจะไปช่วยดูผู้ชายคนนั้นที่ชายแดนーーเจ้านั่นคงไม่โผล่หน้ามาให้เจ้าเห็นแล้วล่ะ”

“ง...งั้นหรือ”

 

ผมสบายใจขึ้น

เพราะผมคงทำใจมองหน้าเขาไม่ได้อีก เป็นแบบนี้ก็ดี ถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องเจอกันอีกตลอดชาติเลยยิ่งดี

 

“......แต่ หากมันยังไม่หลาบจำแล้วมาก่อกวนเจ้าーーข้าจะจัดการมันเอง เจ้าไม่ต้องกังวล”

“อัล......”

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง อัลเฟรดก็เผยยิ้มแล้วพยักหน้าให้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั้นช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้ผม พอรู้ตัวอีกทีผมก็ยิ้มตอบเขาไปแล้ว

 

ชั่ววินาทีนั้น อัลเฟรดเข้ามาประชิดใบหน้า

 

และーーหลังมือใหญ่นั้นค่อย ๆ ลูบที่ข้างแก้มของผม

 

“หวา”

 

เพราะถูกสัมผัสโดยไม่ทันตั้งตัว ผมจึงตกใจจนสะดุ้งและปัดมืออัลเฟรดออกก่อนจะถอยหนีเขาไปก้าวหนึ่ง

 

อัลเฟรดแสดงสีหน้าตกใจ

 

“เลียน”

“ม...ไม่ใช่นะ น...นี่น่ะ......”

 

แค่ตกใจเท่านั้น

ไม่ได้กลัวหรือตั้งใจจะหนี แค่จู่ ๆ ทั้งร่างกายและหัวใจก็ตื่นตระหนกขึ้นมาเท่านั้นเอง

 

เพราะผมถอยห่างออกมา อัลเฟรดจึงปล่อยมือที่ค้างอยู่กลางอากาศลงข้างลำตัว ริมฝีปากของเขาเผยอขึ้นราวกับอยากจะพูดอะไร ทว่ากลับมีท่าทีลังเลจนสุดท้ายーーอัลเฟรดหลุบตาลง

 

“อ...อัลเฟรด......?”

“......ร่างกาย ไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่”

“ร...”

 

ความทรงจำเมื่อวานแล่นเข้าในหัวจนผมตัวแข็งทื่อ

ฉันอุตส่าห์ขุดหลุมฝังมันจมลงไปในก้นบึ้งแล้ว อย่าเรียกมันกลับมาสิเจ้าบ้า!!

 

“ม...ไม่...ไม่เป็นไร! ข้าสบายดี! ข้าโอเคแล้ว! ม...เมื่อวาน......ต้อง ต้องขอโทษด้วย! ข...ข้า......ร...รบกวนเจ้าหลายเรื่อง......”

 

อัลเฟรดที่ก้มหน้าอยู่ส่ายหัวเงียบ ๆ

 

“......ไม่หรอก ข้าต่างหาก......ข้าผิดเอง ขอโทษーーข้าควบคุมตัวเองไม่ได้......”

 

ใช่เลย!

นายช่วยจัดการตัวเองหน่อยได้ไหม! ฉันกลัวแทบตาย! ตัวก็ใหญ่ พอมองลงจากที่ที่สูงกว่าแบบนั้นแล้วมันกดดัน! จะว่าไปเมื่อวานนั่นแทบจะเรียกว่าเซ็ーーไม่ ไม่ ไม่ ไม่ใช่ ๆ นั่นน่ะก็แค่เล้าโลม แค่เลยเถิดไปหน่อยเท่านั้น ยังแค่เล้าโลมอยู่

เกือบไปแล้ว แค่เกือบใช่ไหม......? ไม่สิ เอกราชผมยังอยู่นะ

 

อัลเฟรดมองผมด้วยสีหน้ากังวลและลังเลอยู่ในที ท่าทางーーหงอยมาก ๆ เขายืนเซื่องซึมราวกับเด็กที่กำลังโดนดุ

 

"......เจ้าเกลียดข้า...หรือไม่"

 

แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นสั่นไหว อัลเฟรดเอ่ยถามผมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เขาห่อไหล่จนตัวเหลือนิดเดียว

มาพูดเรื่องเกลียด ไม่เกลียดทำไม เสียงหมาหงอยแบบนี้ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ

 

ผมอับอายเสียจนให้ตายตกไปตอนนี้เลยก็ยังได้

 

"......เลียน"

 

"ข...ข้าจะเกลียดเจ้าทำไม! เจ้าบ้า! ค...แค่ตกใจนิดหน่อย! ก็แค่นั้น! "

 

"งั้นหรอกหรือ"

 

"ช...ใช่......"

 

อัลเฟรดกลับไปมีท่าทางลังเลอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือออกมาคว้าข้อมือของผมอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการยืนยัน แรงที่ใช้เบาบางเสียจนแค่ผมขยับ มือที่กุมไว้ก็หลุดออกได้

 

แม้ในใจผมตอนนี้อยากจะเผ่นหนี ทว่าก็ทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ทำไมในใจผมจึงเกิดความลังเล ส่วนหนึ่งของผมบอกว่าหากผมหนีไปーーเด็กนี่คงเกิดแผลใจแล้วกลับไปมืดมนเหมือนเดิม

 

อัลเฟรดดึงมือผมก่อนจะโอบกอดผมอย่างแผ่วเบา

 

มือนั้นค่อย ๆ โอบรอบผมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ท่าทางหมาหงอยราวเด็กทำให้ผมเกิดความลังเลที่จะสลัดมือคู่นั้นออกจึงยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา

 

ราวกับอัลเฟรดกำลังสำนึกผิดที่ทำเรื่องเกินเลยกับผมไปเมื่อคืน

 

ให้ตายสิ

เมื่อวานนายบังอาจมาเอาแต่ใจแล้วทำตามใจชอบ เจ้าบ้า

แต่ เอาเถอะ ผมเองก็......ผิดเหมือนกันที่ตอนนั้นเอาแต่เงียบ ก็ผมーーไม่อยากเอาเรื่องของตัวเองมาสร้างปัญหาให้เขานี่นา

 

 

"เลียน......"

 

เสียงหวานเอื้อนเอ่ยชื่อของผมจนーーอยากเอามือทั้งสองข้างอุดหู

มาเรียกฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นทำไม

 

นั่นไม่ใช่เสียงที่เพื่อนเขาใช้เรียกกันสักหน่อย

 

ความร้อนที่กักขังเอาไว้ーーแล่นขึ้นมาที่สะโพกราวกับถูกน้ำเสียงหวานนั้นเชื้อเชิญ

 

ริมฝีปากที่ใกล้เข้ามาทำให้ผมสัมผัสได้ถึงเสียงของลมหายใจ ทั้งที่รู้ว่าต้องหนี ทั้งที่รู้ว่าควรผลักอกอีกฝ่ายออก ทว่าร่างกายของผมกลับไม่แสดงท่าทีขัดขืนออกไปเลยแม้แต่น้อย

 

ในขณะที่คิดว่าผมคงไม่รอดแล้ว ริมฝีปากนั้นก็ประกบลงมา

 

อย่างแผ่วเบาในคราแรก และดูดดื่มーーในเวลาต่อมา

 

ทั้งที่รู้ว่าควรปฏิเสธ แต่

 

"อือ......อึก"

 

ฝ่ามืออ่อนโยนที่โอบหลังผมไว้เช่นเมื่อคืนทำให้ผมรู้สึกดีเสียจนร่างกายไม่อาจขัดขืน ผมผ่อนคลายอาการเกร็ง

 

"......เลียน......ーーーー"

 

เสียงกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูทำให้ผมแทบระทวยล้มไปกองตรงนั้น

อยากหนีจากที่นี่จริง ๆ

 

ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับใจของตัวเองที่รู้สึกดีใจจนสั่นไหวยามเมื่อถูกเรียกชื่อ

 

ผมหลับตาปี๋และล้มไปในอ้อมอกของอีกฝ่าย

 

มาพูดอะไรแปลก ๆ ด้วยเสียงเบาหวิวขนาดนั้นทำไม เจ้าบ้า......!

 

ริมฝีปากจรดลงที่ต้นคอ แผ่นหลังผมสั่นอย่างไม่อาจห้ามได้ ผมกลั้นหายใจ รอให้ริมฝีปากของอัลเฟรดเคลื่อนผ่านไปเอง

 

อัลเฟรดกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนความร้อนที่เพิ่งแห้งเหือดไปกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ผมไม่ว่ารู้ควรจะทำยังไงทว่าーーไม่อาจหยุดอาการสั่นสะท้านนี้ได้

 

ริมฝีปากอัลเฟรดจรดที่ส่วนอ่อนไหวของผม ที่ติ่งหู

 

"อะ..."

 

"......นี่"

 

น้ำเสียงหวานที่กดต่ำนั้นสัมผัสโดนตรงกับผิวของผมจนร่างกายสั่นเทิ้ม

 

"อะ......อะ อัล..."

 

"......นี่ เลียน......ที่เจ้าไม่หนี หมายความว่าーー"

 

 

"......ตายแล้ว......เป็นเช่นนี้จริง ๆ ด้วย"

"!!! "

 

เมื่อได้ยินเสียงของคุณนายเจ้าของร้าน ผมก็ตื่นจากภวังค์

 

ผมออกแรงผลักอกของอัลเฟรดเต็มแรงทว่าอ้อมแขนที่โอบเอวผมอยู่นั้นแข็งแกร่งเสียจนไม่ยอมขยับเขยื้อน

 

"ค...คุณนาย! นี่มัน ม...ไม่ใช่..."

 

เมื่อหันหลังกลับไปก็พบคุณนายเจ้าของร้านที่มือหนึ่งถือตะกร้าขนมปัง อีกมือหนึ่งถืออาหารจานไข่ที่มีควันลอยกรุ่นกับกาน้ำชาอย่างคล่องแคล่วยืนอยู่

 

"ฮุฮุ เอาเถอะ ข้าก็แอบคิดตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าใช่แบบนั้นหรือเปล่า"

"เอ๋!? "

 

ทำไม!?

คิดอะไรแต่แรก!? เธอเอาตาไปมองตรงไหนกัน!? จะว่าไปแบบนั้นนี่มันแบบไหน!?

แม้จะอยากถามทว่าร่างกายผมปวกเปียกจนยังเอ่ยอะไรออกไปไม่ได้

 

"อัล! ยินดีต้อนรับกลับ! ท่าทางเช่นนั้นคงไปได้สวยสินะ"

"......อา"

 

อัลเฟรดผ่อนลมหายใจยาว ๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเงยหน้าไปพยักหน้าให้คุณนายเจ้าของร้าน

 

"......ต้องขอบคุณคุณนายที่ทำให้ข้าใจเย็นลง......ถ้าข้าไปในสภาพนั้น คงไม่ได้เรื่องอะไรแน่"

"ใช่ไหมล่ะ ถ้าเจ้าไปทั้งอย่างนั้น คงโดนไล่ตะเพิดตั้งแต่หน้าประตูแล้ว"

 

อัลเฟรดหลบตาคุณนายเจ้าของร้านอย่างยอมรับผิด

 

"......อา เพราะงั้นเข้าจึงไปขอยืมชุดーーจากนั้นก็คิดว่าควรแจ้งเรื่องนี้ให้หัวหน้าหน่วยคนอื่นรู้จะดีกว่า ถ้าอธิบายดี ๆ ถึงไม่ขอเขาก็คงยินดีช่วยーーจนผ่านไปได้ดีเช่นนี้"

 

"ฮ่าฮ่า! งั้นหรือ ๆ เอาเถอะ ไปได้ดีก็ดีแล้วーーฟังนะ เวลาจะทะเลาะกัน ใครเสียการควบคุมก่อนเป็นฝ่ายแพ้ ดังนั้น ช่วงแรกแม้จะต้องฝืนแต่เจ้าต้องใจเย็น ๆ พอไม่วู่วามเจ้าจะเริ่มมองเห็นได้ทั่วและรู้ว่าเจ้าควรทำอะไรーーเท่านี้ก็ชนะแล้ว ข้าเองก็เคยผิดพลาดมาหลายครั้ง......ดังนั้น ขอเพียงไม่วู่วาม จะเป็นสมรภูมิไหนเจ้าก็ชนะ"

 

คุณนายเจ้าของร้านยกยิ้มมุมปากด้วยท่าทางน่ากลัว

 

คุณนาย......แม้จะดูใจดีทว่าก็มีบางมุมที่น่าหวาดเกรง

สมัยก่อนคุณเคยทำเรื่องอันตรายไว้หรือเปล่าครับ สมัยสาว ๆ เคยใส่เสื้อคลุมยาว ๆ หันหลังชนกับพวกพ้องแล้วร่วมทะเลาะวิวาทอะไรทำนองนี้มาก่อนหรือเปล่าครับ ท่าทางดูมีความเป็นไปได้ขนาดนี้ หากผมเอ่ยแซวเธอไปแล้วเธอตอบมาว่า แหม~ ผมคงขำไม่ออก

 

"เอาล่ะ มากินกันเถอะ อาหารกำลังร้อนเลย รีบทานก่อนจะชืดหมดล่ะ มาสิ นั่งลง ๆ! เดี๋ยวเถอะ อัล เจ้าด้วยนะ! ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรือ ข้าทำส่วนของเจ้ามาด้วย มากินด้วยกันเร็ว! "

 

ผมดิ้นออกจากอ้อมกอดของอัลเฟรดแล้วนั่งลงตามตำแหน่งที่คุณนายเจ้าของร้านชี้ให้ พร้อมแอบกล่าวสำนึกบุญคุณให้เธออยู่ในใจ

 

ถ้าปล่อยไว้แบบนั้น ผมคงเผลอพูดอะไรแปลก ๆ ออกไปแน่ เกือบไปแล้ว เผลออ่อนไหวเสียจนตัวเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

โชคดีจัง

โชคดีจริง ๆ

 

อัลเฟรดมองผมราวกับต้องการจะพูดบางอย่าง ทว่าก็นิ่งเงียบไป เขาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ เดินตามมาแล้วหย่อนตัวลงนั่ง

 

 

 

หลังจากทานอาหารเช้าที่คุณนายเจ้าของร้านจัดเตรียมให้ ผมกับอัลเฟรดก็เดินทางออกจาก 'ร้านเหล้าคานาล' อัลเฟรดบอกคุณนายเจ้าของร้านว่าวันนี้มีงานที่ฟาร์มคุณเชดเดอร์จึงจะเดินทางกลับหมู่บ้าน

 

หลังจากกล่าวขอบคุณคุณนายเจ้าของร้านแล้ว เธอก็แย้มยิ้มและโบกมือส่งพลางบอกว่า ไว้มาอีกนะ คุณลุงตัวใหญ่ก็โบกไม้โบกมือให้จากในครัวด้วยเช่นกัน

 

เสียงเพลงและการแสดงที่ได้ฟังเมื่อวานไพเราะมาก ผมคิดว่าวันหลังจะกลับมาที่นี่อีก เพราะเป็นร้านเหล้าแบบชาวบ้าน จึงกรอกเหล้าใส่ปากได้ตามใจโดยไม่ต้องสนเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร

ผมหวนนึกถึง......เหล้าราคาถูกและเบียร์กระป๋องขึ้นมา

 

 

 

"มีป้ายรถม้าโดยสารอยู่ใกล้ ๆ ーーว่าไง? หรือจะให้ข้าเรียกรถม้า"

 

เมื่อถูกถาม ผมก็รีบส่ายหน้า

 

"รถม้าโดยสารก็ได้"

 

ให้ไปนั่งอยู่ในที่แคบ ๆ นั่นสองคน ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ไม่สิ สังหรณ์ใจไม่ดีนี่ยังไง แต่ก็สังหรณ์ใจไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ ไหนจะเมื่อวานแล้วก็วันนี้อีก เดี๋ยวสิ เมื่อวานและวันนี้มันทำไม

เอาเป็นว่าไม่เอาดีกว่า

ให้อยู่กันสองต่อสองตอนนี้ผมสังหรณ์ใจว่าจะเกิดบรรยากาศแปลก ๆ ーーไม่สิ ถึงได้ถามไงว่าบรรยากาศแปลก ๆ ที่ว่านี่อะไร สงบสติอารมณ์หน่อยตัวผม พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า

 

"งั้นหรือ"

 

ไม่รู้ว่าอัลเฟรดรับรู้ถึงความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในใจของผมหรือเปล่า เขาทำเพียงยกยิ้มเบา ๆ อย่างทุกที จากนั้นก็ช้อนมือขวาของผมขึ้นมา

 

อัลเฟรดกุมมือผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะจูงไปด้วยกัน

 

ฝ่ามือนั้นทั้งอบอุ่นและชวนให้รู้สึกคิดถึงอย่างน่าประหลาด แม้จะเพียงเล็กน้อย......เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมอยากจะร้องไห้ออกมา

 

ครั้งสุดท้ายที่ได้เดินพร้อมจูงมือกันแบบนี้ มันตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

 

ความทรงจำคลุมเครือจนนึกอะไรไม่ออก ทว่าที่ข้างกายผมตอนนี้มีชายหนุ่มสูงโปร่งที่ต้องแหงนคอมองจนปวดเกร็ง แม้นี่จะเป็นเพราะผมมองเขาจากร่างของเด็กก็ตาม

 

ผมจำฝ่ามือขนาดใหญ่ข้างนี้ได้

 

ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่เดินนำผมไปเล็กน้อยพร้อมกับจูงมือผมไปด้วย

 

แผ่นหลังที่สูงกว่าผมไปหนึ่งช่วงหัว

ฝ่ามือที่สามารถกุมมือทั้งมือของผมได้

 

ฝีเท้าที่ก้าวเดินอยู่ข้างหน้าผมอย่างไม่ลังเล

 

แววตาที่แฝงไปด้วยเงามืดที่เย็นชาและความโดดเดี่ยวที่เคยเห็นเป็นครั้งคราวก่อนหน้านี้ーーตอนนี้ผมไม่ค่อยได้เห็นมันแล้ว นิสัยที่เคยใจร้อนชอบหาเรื่องต่อยตีอย่างไม่ยั้งคิดーーตอนนี้ก็รู้จักควบคุมตัวเองได้แล้ว

 

ฝีมือดาบเองก็ーーก้าวข้ามผมไปอยู่ในจุดที่เหนือกว่า

พลังเวทของเขาเสถียรมากขึ้น ตอนนี้แทบไม่มีอาการ 'พลังเวทเกินขีดจำกัด' ให้เห็น

อัลเฟรดจดจำเรื่องที่ผมพร่ำสอนได้เป็นอย่างดีーー

 

ーーผมไม่มีอะไรจะสอนเขาอีกแล้ว

 

ในที่สุดผมก็รู้ตัว

 

ไม่สิ ที่ผ่านมา ผมแค่ไม่อยากยอมรับเท่านั้น

 

ว่าตรงหน้าของผมตอนนี้......เด็กที่เคยดึงรั้งมือผมอย่างเปล่าเปลี่ยว เด็กที่มักกอดผมแล้วทำหน้าจะร้องไห้คนนั้นーーไม่มีอีกแล้ว

 

เด็กตัวเล็กที่ต้องคอยยื่นมือเข้าไปช่วย อัลเฟรดในวัยเด็ก......ไม่มีอีกแล้ว

 

เด็กตรงหน้าผมตอนนี้ーーーーเติบโตขึ้นจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผม

 

ในทางกลับกัน เขาเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาผมและเดินนำผมไปข้างหน้า

 

 

อัลเฟรดหันกลับมามองผมก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจ เขาถอนหายใจอย่างระอาก่อนจะเผยยิ้ม

 

"......เจ้านี่นะ คราวนี้ร้องไห้เรื่องอะไรอีก"

 

ผมตกใจจนรีบร้อนสัมผัสที่ดวงตาของตัวเอง ถึงจะเปียกชื้นก็เถอะ แต่นี่ไม่เรียกว่าร้องไห้สักหน่อย แค่ปฏิกิริยาของร่างกายเท่านั้นเอง

 

"เรื่องอะไรอีก อะไรกัน ข้าไม่ได้ร้องสักหน่อย ก็แค่ พอถูกจูงมือแบบนี้......ทำให้นึกถึง......ตอนเด็กขึ้นมาーーーーก็แค่คิดถึงขึ้นมา"

"งั้นหรือ"

 

อัลเฟรดยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมเลี่ยงไม่สบตา

 

"......เจ้านี่ ขี้แยจัง"

 

พอถูกแหย่ ทั้งยังหัวเราะเยาะใส่ ผมจึงต่อยเข้าที่ท้องของเจ้าคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เต็มแรง

 

ทำไมนายชอบทำตัวเหมือนเป็นเด็กเกเรซะเองอยู่เรื่อย! เคยบอกไปแล้วไงว่านั่นมันจุดขายของฉัน!

 

"น...หนวกหู! ข้าบอกไงว่าไม่ได้ร้อง! "

 

ก็รู้สึกชื่นชมอยู่หรอกนะที่ต่อยไปเต็มแรงขนาดนั้นแต่อีกฝ่ายยังไม่สะทกสะท้าน ทว่าเรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน น่าโมโหจริง ๆ

 

เจ้าเด็กตรงหน้าผมหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและเดินจูงมือผมต่อไปอย่างไม่คิดที่จะปล่อย

 

"หวา"

 

เพราะจู่ ๆ ก็ถูกแรงดึงให้ตามไป ผมจึงเผลอกระชับนิ้วเรียวที่ทำท่าจะปล่อยมือโดยไม่รู้ตัว

 

อัลเฟรดกระชับฝ่ามือก่อนจะหันมาส่งยิ้มกว้างให้ผมจนผมรู้สึกขายหน้าขึ้นมา

 

อา ให้ตาย

ต้องสลัดทิ้งสิ ไปกระชับให้มันแน่นขึ้นทำไมเนี่ยตัวผม ถ้าทำอย่างนั้น

 

แม้ผมจะก้มหน้าพยายามไม่มองอัลเฟรด ทว่าอารมณ์ที่ดีอย่างออกนอกหน้าของคนข้าง ๆ ก็ยังส่งผ่านมาถึงผมอยู่ดี

 

อา ผมควรทำยังไงต่อ

ผมควรจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี

 

ในขณะที่จูงมือเดินไปด้วยกัน ภายในหัวผมก็หมุนติ้วขณะที่คิดเรื่องต่าง ๆ มากมาย หลังจากคิดมาหลายตลบ ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปーー

 

"ค...คือ คือว่านะ......ข...ข้าน่ะ! ーーข้าน่ะ ยังไม่ค่อยเข้าใจ......เพราะงั้น"

 

ผมหลบเลี่ยงที่จะให้คำตอบเรื่องที่อัลเฟรดถามผมเมื่อคืน

 

อา ใช่ ผมเลือกที่จะเลี่ยง

ผมกำลังหนี

ไม่สิ ไม่ได้หนี แค่พักไปก่อนเท่านั้นเอง หลังจากนี้ค่อยกลับไปคิดดี ๆ ผมจะมาหนีเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทำไม

 

ใช่

อีกอย่าง ทั้งผมและอัลเฟรดยังเด็กอยู่ เป็นช่วงวัยที่มุทะลุและจมปลักได้ง่าย ดังนั้น ผมไม่จำเป็นต้องรีบให้คำตอบเขาตอนนี้ ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้

 

อัลเฟรดเอง สักวันอาจได้ตกหลุมรักหญิงสาวงดงามสักคน

 

ทั้งยังอาจตกหลุมรักーーーーーー'นักบุญหญิง' ที่จะพบกันต่อจากนี้

 

ในอนาคตーーจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ไม่มีใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นผม หรืออัลเฟรด

 

 

 

อัลเฟรดหยุดการเคลื่อนไหว

 

เพราะอยู่ ๆ ก็หันกลับมา ผมจึงคิดว่าเขาคงมีเรื่องจะพูดเลยเตรียมตัวเตรียมใจไว้ ทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา

ผมใจคอไม่ดีราวกับ......จำเลยที่กำลังรอคำพิพากษา

 

......หรือว่าไม่พอใจอย่างนั้นเหรอ

 

แม้อัลเฟรดจะเป็นพวกทำอะไรตามใจและไม่ค่อยสนใจคนอื่น แต่กลับไหวพริบดีเกินคาด

 

ผมปล่อยให้......ความรู้สึกไหลไปตามเวลาเงียบ ๆ

หรือว่าอัลเฟรดจะรู้ทันว่าผมーーーーตั้งใจจะทำเหมือนสิ่งที่เขาพูด รวมทั้งเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น

 

เพราะไม่อาจทนต่อความเงียบสงัดได้ ผมตั้งมั่นกับตัวเองก่อนจะเป็นฝ่ายเงยหน้ามองอัลเฟรดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

เมื่อสบสายตากับอัลเฟรดーーดวงตาสีฟ้าสดใสนั้นจ้องมองผม เขาเผยยิ้มออกมา

 

"......เอาสิ ถ้าเจ้าอยากค่อย ๆ คิด ข้าก็จะให้เวลาเจ้าーーーーเพราะข้าคงทนไม่ได้ ถ้าเจ้าจะหนีข้าไป"

"เอ๊ะ? "

"ไม่มีอะไร"

 

อัลเฟรดยกยิ้ม เข้าโน้มตัวลงมาและーーแนบริมฝีปากที่ริมฝีปากบนของผม

 

เพราะถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวผมจึงสะดุ้งก่อนที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ต่อความอบอุ่นที่ริมฝีปาก ผมออกแรงผลักอีกฝ่าย

 

ทว่าอัลเฟรดไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

 

แม่งเอ้ย! ตัวโตเกินไปแล้ว!

เอากล้ามเนื้อกับส่วนสูงที่เกิน ๆ นั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้! จะว่าไป คิดจะทำอะไรอีก ให้ตายสิ ต้องให้คอยระวังตลอดเลยใช่ไหม เจ้าบ้า......!

 

"ร...เรื่อง...เรื่องแบบนี้น่ะ! "

"......ไว้ค่อยทำตอนโต? "

 

เพราะถูกล้อเลียน ผมจึงโมโหจนแทบระเบิด

 

"ก...ก็ใช่น่ะสิ! "

 

แม้จะรู้สึกว่าแค่เรื่องจูบจะมาห้ามตอนนี้ออกจะสายไปหน่อย แต่ไม่ได้ก็คือไม่ได้

 

เดี๋ยว สายเกินไป นี่อะไร

เดี๋ยวก่อนตัวผม

คงไม่ใช่ว่าเผลอตัวเคยชินไปแล้วหรอกนะ เมื่อกี้เผลอคิดว่า แค่จูบ ด้วยสิ

นี่ผมยังสติดีอยู่หรือเปล่า

ดึงสติหน่อย มั่นคงไว้สิ มั่นคงไว้

 

อัลเฟรดดูอารมณ์ดีจนผิดปกติ เขาชำเลืองมองผมพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และจูงมือผมให้เดินต่อ

 

อ...อะไร

โธ่เว้ย เหลือเกินจริง ๆ เจ้าบ้า! หงุดหงิดโว้ย!

จะว่าไปนี่ผมถูกเจ้าเด็กอายุน้อยกว่าปะเหลาะไปทั่วเลยนี่นา! ......ข้างในผมโตกว่านะ

 

ทำไมผู้ใหญ่อย่างผมถึงกลายเป็นฝ่ายพูดไม่ออกซะเองล่ะ

บัดซบ

 

 

ผมเลื่อนสายตาไปที่ฝ่ามือใหญ่ที่กุมมือของผมอย่างไม่คิดจะปล่อย ชั่ววินาทีนั้น แม้จะมีความคิดอยากสลัดมือข้างนี้ทิ้งแล้ววิ่งหนี ทว่ากลับทำไม่ลง

 

 

ผมโอบกอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนนี้ ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังคิดหาทางจัดการไม่ได้

 

ผมเงยหน้ามองไหล่กว้างของเจ้าคนผมสีบลอนด์ที่เดินอยู่ข้างหน้าเล็กน้อยーーーーและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

---------------------------

สวัสดีค่ะ ใครงงมากองรวมกันตรงนี้ เพราะตอนอ่านก็เอ๊ะเบา ๆ

คิดว่าฉากที่อัลพูดบางอย่างที่ทุกคนน่าจะเดาได้กับน้อง ไม่ได้ใส่เป็นรูปธรรมในตอนที่แล้ว แต่เป็นน้องที่เล่าย้อนไปถึงเรื่องเมื่อคืนเอง (ที่เข้าใจนะคะ แง) ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีนำมาพูดถึงอีกในตอนต่อ ๆ ไปค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 660 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,644 ความคิดเห็น

  1. #1538 สไนท์เปอร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:31
    นุ่มฟูวววววว ฮืออออ น่ารัก น่ารักเกินไปแล้ว เจ้าอัลโตมาอย่างมีคุณภาพจริงๆ/////
    #1,538
    0
  2. #1245 09fg (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:09
    สนุกมากค่ะ
    #1,245
    0
  3. #1244 kanyaest (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 20:44
    ละมุนใจไปหมด
    #1,244
    0
  4. #1120 Kantamanee02 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:53
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอบอุ่น ชุ่มฉ่ำ หัวใจนุ่มฟู
    #1,120
    0
  5. #865 hongyok025 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 04:03
    เขาชอบน้องมานานแล้วโว๊ย
    #865
    0
  6. #727 After_TeaTime (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 04:28
    หวานละมุนมากค่ะ แงงง อบอุ่นนน
    #727
    0
  7. #607 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 23:55
    ใจฟูมากกกกก ไม่ไหวแล้วววว
    #607
    0
  8. #606 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 22:33
    ละมุนสุดๆเลยค่าาาา รู้สึกฟูฟองหัวใจแปลกๆ
    #606
    0
  9. #605 เพียงหวังให้พานพบ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 19:16
    เบื่อ เมื่อไหร่อัลจะรู้สึกทีว่าตัวเองเป็นนายเอก =_=
    #605
    3
    • #605-2 Hello it’s meee(จากตอนที่ 23)
      18 มีนาคม 2563 / 13:29
      55555 ถ้าอัลเป็นนายเอกนี่ฮาเลยนะ
      #605-2
    • #605-3 คนไม่ขายไต(จากตอนที่ 23)
      22 มีนาคม 2563 / 11:33
      555555 ตกใจ 55555
      #605-3
  10. #604 Lalilulelo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:42

    น่ารัก ละมุน ขนแขนลุก อิจฉาาา 555555555 สู้ ๆ ค่ะผู้แปล สนุกมากกก

    #604
    0
  11. #603 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:23
    แงง น่ารักมากเลย รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #603
    0
  12. #602 MimiminMi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:31
    ละมุนโว้ยยย หน้าร้อนแบบเหงื่อเต็มนะไม่ใช่เขินนนน //รู้กสิตเพ่เลียนนนน
    #602
    0
  13. วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 09:52
    ตอนนี้ยาวมากกกด ชอบจายยยยยยยยย
    #601
    0
  14. #600 pamalist (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 08:12
    คู่นี้น่ารักไปแล้ว ตอนนี้อบอุ่นมากเลย ชั้นรักพวกเขา
    #600
    0
  15. #599 ตุ๊กตาต้องสาป (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 07:21

    มีตอนพิเศษที่เล่าตอนช่วงอัลอัลไปเรียกหัวหน้าอัศวินไหมคะอยากเห็นอ่ะ
    #599
    0
  16. #598 luzia atiria (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:41
    ขอบคุณค่า
    #598
    0
  17. #597 เก้าอี้น้อย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:10
    ตอนเลียนนึกถึงตอนเด็กจะร้องไห้ตาม ถ้าน้องต้องกลับโลกจริงๆอัลจะเป็นยังไง แปลดีมากๆค่ะ ได้อารมณ์มากๆ
    #597
    0
  18. #596 rystika (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:06

    น้องงงงงงง หนีไม่พ้นหรอกรู้กกกก งู้ยยยยน่ารักกก

    #596
    0
  19. #595 NON-SHUGAR (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:05
    คู่นี้น่ารักมาก เอ็นดูเลียน
    #595
    0
  20. #593 Sari-Sama (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:39
    อุแงงงงงง ชั้านรักคู่นี้-----
    #593
    0
  21. #592 PiyaaRr (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:36
    น้องน่ารัก จะหนีอัลพ้นเหรอ
    #592
    0
  22. #591 10326 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:25
    อยากรู้ว่าถ้าอัลรู้เนื้อเรื่องจะเกิดอะไรขึ้นมั้ย เพราะมีตอนก่อนที่อัลบอกว่าเลียนต้องรู้อะไรแน่ๆ แต่คิดว่าถ้าถามไปเลียนคงจะหนี หรือไม่ก็อาจจะหายไปต่อหน้าต่อตาเลยก็ได้ อาจจะเป็นเซ้นพระเอก555 แต่ขอให้ไม่มีอะไร
    โอ๊ยยยย ทำไมสนุกขนาดนี้ ไม่ได้เจอนิยายสนุกขนาดนี้มานานแล้ว แล้วไรท์ก็คือแปลดีม๊ากกก เหมือนเขียนเอง ภาษาเห็นแล้วน้ำตาจะไหล ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่เอาเรื่องนี้มาแปล TT
    #591
    0
  23. #590 แมวหิวนิยาย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:24
    อ่านชื่อตอนแล้วอยากถามเลียน...เช้านี้เห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้าหรือสีเหลือง-แค่กๆ /ข้ามความเห็นนี้ไป

    #เอ็นดูน้องง
    #590
    0
  24. #589 10326 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:21
    โอ๊ยย น้องงง ดีจังเลยที่มีอัลเฟรดอยู่ แต่เลียนคิดมากจริงๆ กลัวว่าถ้าเกิดอีกสองปีผ่านไป พอนักบวชหญิงมา เลียนจะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง จะเศร้าเกินไปมั้ย หรือว่าจะหนีออกมาเลย สงสารอัลมากที่ไม่รู้อะไรเลย555 ถ้าอัลรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรคงอ๋อ ละลากเลียนมาปรับทัศนคติ55555
    #589
    0
  25. #588 MoSt bEauty (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:17
    อยากให้อัลรู้เรื่องที่จะเกิดอีก2ปี แล้วปกป้องน้องให้ได้เปลี่ยนเนื้อเรื่องไปด้วยกันทิ้งชะนีนักบวชให้ตายในดงมอน
    #588
    0
  26. #587 แมวหิวนิยาย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:13
    งงเหมือนกันค่ะ นี่ย้อนกลับไปอ่านฉาก'เมื่อคืน'​หลายรอบมาก ทั้งไทยและอิ้ง งงว่าคำถามอะไรฟะ?! ก่อนจะเลื่อนมาอ่านที่ไรท์เขียนก็เก็ตเลยว่าคนเขียนไม่ได้เวิร์ดดิ้งไว้นี่เอง ถถถ

    เอาจริงๆนี่ลุ้นมากว่าคำถามนั้นอัลจะใช้คำพูดแบบไหม แอบคาดหวังพอสมควร 55555
    #587
    1