[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 13 : 11 ค่ายค้างแรมในฤดูร้อน (part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,252 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

11 ค่ายค้างแรมในฤดูร้อน (part 2)

 

ขณะที่กลิ้งตกลงมายังก้นเหวอันมืดมิด ในหัวผมก็มีแต่คำว่า ฉิบหายแล้ว หมุนติ้วอยู่เต็มไปหมด ใจหนึ่งก็โล่งใจที่ช่วยสาวน้อยเอาไว้ได้ อีกใจหนึ่งก็กำลังแตกกระเจิงจนไม่อาจรวบรวมความสติกลับคืนมา

 

อา ทำยังไงดี

 

นี่เป็นอีเว้นท์ทองคำแท้ ๆ ผมก็อุตส่าห์ใช้สมองน้อย ๆ วางแผนสร้างสถานการณ์มาอย่างดิบดี

 

กลับล้มเหลวไม่เป็นท่าซะได้ーー

 

 

"อุก!"

 

ผมหงายหลังตกลงมา ทั้งหลังและต้นคอจึงกระแทกไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบจนรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะหนึ่งและลมหายใจขาดห้วงไปในชั่ววินาที เมื่อพ้นจากพื้นดินผมก็จมดิ่งและหายไปท่ามกลางความมืด

 

ไร้ซึ่งสรรพเสียงและมืดสนิท

ไม่มีแม้กระทั่งเสียงแมลง

 

วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมจึงไร้ทั้งแสงดาวและแสงจันทร์

 

ทั่วทั้งร่างปวดระบมจนไม่อาจลุกขึ้นในทันที หลังคอผมสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะจนชวนให้รู้สึกไม่ดี อะไรกัน นี่พื้นโคลนหรือยังไง

 

ผมเบนสายตาออกไปด้านข้าง

 

ทั้ง ๆ ที่ไร้แสงสว่าง ทว่าผมกลับมองเห็นแสงกลม ๆ จากบางสิ่งที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืด สิบดวง ยี่สิบดวง หรืออาจจะมากกว่านั้น ดวงไฟกลมขนาดเล็กจำนวนมาก

 

กรร......ผมได้ยินเสียงคำรามเบา ๆ

 

แสงนั่นーーーーไม่ใช่แสงไฟ

แต่เป็นดวงตา

ดวงตาของสัตว์ร้ายจำนวนมากท่ามกลางความมืดมิด

 

สิ่งที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดคือーーーーปีศาจหมาป่าที่คลุ้มคลั่ง

 

อา

 

สรุปว่า คนที่จะ bad end อยู่ที่นี่ーーーーคือผมสินะ

 

ผมพยายามมามาก

ตลอดสามปีจนถึงตอนนี้ ผมพยายามมามากเลย ไม่ว่าใครก็ห้ามค้าน ผมพยายามเต็มที่เพื่อจะมีชีวิตรอดและไม่อยากให้ใครต้องมาตาย ไม่ว่าจะเป็นอัลเฟรด คุณยายมาเรีย พวกตัวเล็กที่โบสถ์ โรเวนดาล พ่อแม่และพี่ชายของเลียน เพื่อนของผมในโลกนี้ หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

ผมแค่อยากจะเปลี่ยนเหตุการณ์ในวันนั้นให้ได้ーー

 

ーーแต่ว่า

 

ผมจะตายที่นี่อย่างนั้นเหรอ

สุดท้าย จะช้าหรือเร็วผมก็ต้องตายอยู่ดี

 

ーーตายเพียงลำพัง

 

 

แสงจากดวงตาของสัตว์ร้ายค่อย ๆ ลดระยะห่างเข้ามาเรื่อย ๆ

 

ถูกกินนี่เจ็บ......อยู่แล้วสินะ

ผมกลัว อยากรีบหนีไปแต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้

ผมตัวสั่นเทิ้ม

 

ถ้าผมตายในโลกนี้จะเกิดอะไรขึ้น

 

หรือว่าผมจะตายจริง ๆ เหมือนกับอัลเฟรดและคนอื่น ๆ ที่ไม่มีปุ่มให้กด continue เหมือนในเกม

 

หากตาย ก็จบーーーー

 

 

"ーーเลียน!"

 

ผมหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเหม่อมองภาพของอัลเฟรดที่กระโจนลงมาจากผาและอาศัยเกาะตามหินกับต้นไม้ค่อย ๆ ไต่ลงมาถึงข้างล่าง

 

เอ๊ะ ทำไมล่ะ

 

ทำไมนายถึงลงมาข้างล่างเสียเอง

 

 

หลังจากอัลเฟรดลงมาถึงด้านล่าง เมื่อเห็นผมก็เบิกตากว้างก่อนจะรีบร้อนวิ่งเข้ามาหา ผมไม่เคยเห็นอัลเฟรดมีท่าทางขวัญเสียขนาดนี้มาก่อน

 

"เลียน! นี่!? บาดเจ็บหรือเปล่า!?"

 

อัลเฟรดรีบเข้ามาช่วยประคองผม แต่ผมรีบยกมือขวาที่พอขยับได้ห้ามเขาเอาไว้

นี่ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องนี้

 

"อัล เฟรด......ดู......รอบ ๆ นี่......"

"รอบ ๆ ?"

 

อัลเฟรดเงยหน้าขึ้นแล้วกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ

 

หลังจากกวาดสายตาไประยะหนึ่ง เมื่อสายตาของอัลเฟรดปะทะเข้ากับสายตาของอีกฝั่ง คิ้วก็ขมวดเข้าหากันและมีสีหน้าตึงเครียด ดูเหมือนอัลเฟรดจะเห็นปีศาจหมาป่าที่หลบอยู่ในความมืดเช่นเดียวกับผมแล้ว

 

"สัตว์อสูร......?"

 

ปีศาจหมาป่าตัวหนึ่งส่งเสียงคำรามต่ำก่อนจะเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น เจ้านั่นคงーーมาลองเชิง หากมันสำรวจเหยื่อของมันเสร็จแล้วส่งสัญญาณเมื่อไร พวกพ้องตัวอื่นคงพุ่งเข้ามาในคราวเดียว

 

ผมรีบหันซ้ายหันขวา ถ้าเป็นไปตามเกม ใกล้ ๆ นี้จะมีดาบเล่มหนึ่งตกอยู่

 

อาวุธที่ร่างไร้วิญญาณของอัศวินคอยใช้คุ้มกันนักบวช

ーーーーดาบของอัศวิน

 

โชคเข้าข้าง ไม่ไกลจากพวกผมมีดาบเล่มหนึ่งตกอยู่

 

ส่วนที่ออกจากฝักดาบเลอะไปด้วยดินและขึ้นสนิม แม้ภายนอกจะเก่าจนน่ากลัว ทว่ายังคงรูปลักษณ์เดิม ตัวดาบไร้รอยบิ่น หากมองตรงส่วนที่ไม่มีสนิทก็จะพบว่าเป็นดาบชั้นเยี่ยม

 

และที่ด้านข้างนั้นーーมีศพของชายชุดเกราะและศพของชายที่สวมชุดขาวรวมทั้งเครื่องประดับที่ดูเหมือนนักบวช

 

ร่างทั้งสองน่าจะตายมาหลายปี ดูจากเสื้อผ้าที่ผ่านลมผ่านฝนจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและทั้งร่างที่เริ่มกลายเป็นโครงกระดูก

 

ตามเนื้อเรื่องจากในเกม ทั้งสองได้รับมอบหมายภารกิจด่วนจากกองบัญชาการของเจ้าลัทธิ ทว่าระหว่างทางกลับถูกสัตว์อสูรเล่นงานจนพลัดตกจากหน้าผาและถูกกินจึงจบชีวิตลงที่นี่

 

ผมกระตุกชายเสื้ออัลเฟรด เมื่อแน่ใจว่าอัลเฟรดเบนสายตามาที่ผมแล้ว ผมก็ชี้ไปทางดาบที่ตกอยู่ อัลเฟรดเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อจึงรีบเก็บดาบขึ้นมาเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ปีศาจหมาป่าคำรามและเข้าจู่โจม

 

"อัล......!"

 

"อยู่ตรงนั้นแหละ! อย่าขยับ!"

 

ทันทีที่กุมดาบไว้ในมือ อัลเฟรดก็ยกดาบขึ้น ปีศาจหมาป่าใช้เคี้ยวอันแหลมคมกัดเข้าที่ตัวดาบ

 

ดาบหยุดการเคลื่อนไหวและสกัดการโจมตีเอาไว้ได้ーーพละกำลังของอัลเฟรดเหนือกว่าปีศาจหมาป่า

 

เมื่ออัลเฟรดกวัดแกว่งดาบ ปีศาจหมาป่าก็กลายเป็นสองท่อนตั้งแต่ขากรรไกรลงไป ปีศาจหมาป่าตัวอื่นหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะก่อนจะคำรามออกมาแล้วกระโจนเข้าใส่อัลเฟรด

 

 

แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ฉากต่อสู้ในเหตุการณ์ครั้งนั้นกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าของผม อัลเฟรดเคลื่อนไหวว่องไวอย่างไร้ช่องโหว่ ฟาดฟันปีศาจหมาป่าทีละตัว ๆ

 

เหมือนผมเคยเห็นการเคลื่อนไหวนั้นมาก่อน นั่นมันการร่ายดาบที่ปรมาจารย์ดาบเคยสอนผม ไม่ใช่อาศัยเพียงทฤษฎีจากในโรงเรียนแต่ต้องประยุกต์ใช้ร่วมกับศิลปะการต่อสู้ เพลงดาบที่สามารถใช้ได้จริงในสนามรบ

 

ร่ายดาบรวมกับพลังเวทไฟที่โหมไหม้และรุนแรง

ก่อนหน้านี้ผมสอนวิธีต่อสู้ให้อัลเฟรดอย่างอ้อม ๆ เพื่อให้เขาสามารถยืนยัดต่อสู้ในวันแห่งภัยพิบัติได้เป็นเวลานานโดยไม่สิ้นเปลืองแรง เป็นวิธีการต่อสู้ติดต่อกันโดยที่ไม่เสียพลังเวท

ท่าทางจะเข้าใจที่ผมสอนเป็นอย่างดีเลยสินะ

 

อา ดีจัง

ความพยายามของผมไม่สูญเปล่า

อย่างน้อยก็พอจะสู้ได้แล้ว

 

ถ้าเป็นเช่นนี้ อัลเฟรดต้องมีชีวิตรอดแน่

 

ทันใดนั้น หางตาผมก็สะท้อนเข้ากับแสงเล็ก ๆ จากบางสิ่ง

 

แหวนนี่นา

 

ผมพยายามเอื้อมแขนขวาที่ยังพอขยับได้ไปสุดแขนแล้วคว้าเอาแหวนที่เปื้อนโคลนขึ้นมา แค่มีแหวนวงนี้ ภารกิจนี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ผมกำแหวนในมือไว้แล้วเงยหน้ามองอัลเฟรด

 

ปีศาจหมาป่าถูกสังหารไปกว่าครึ่ง

 

ปีศาจหมาป่าที่เหลือรอดอีกสี่ตัวขลาดการต่อสู้จึงรีบม้วนหางหนีกลับเข้าไปในความมืด

 

 

ชนะแล้วอย่างนั้นเหรอ

 

อัลเฟรดสละดาบในมือทิ้งก่อนจะรีบวิ่งมาทางผม

 

อา ชนะแล้ว

ดีจัง

ดีจริง ๆ

 

ーーที่อัลเฟรดปลอดภัย

 

 

"เลียน! อดทนก่อนนะ ทนอีกนิดเดียว ข้าจะพาเจ้าไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้......"

 

อัลเฟรดประคองผมขึ้น ความเจ็บแล่นเข้ามาที่ไหล่ซ้าย ขาขวา หลัง และต้นคอจนรู้สึกเหมือนโดนทุบทั่วทั้งร่าง

 

ผมส่งแหวนที่ถืออยู่ให้อัลเฟรด

 

"......รับไป"

 

"นี่อะไร แหวน......?"

 

เมื่อผมยัดแหวนใส่มืออัลเฟรด แหวนนั้นก็ส่องประกายแสงจาง ๆ อัลเฟรดเบิกตากว้างเล็กน้อยแล้วชะงักลง

 

ถ้าเป็นไปตามเนื้อเรื่องในเกม อัลเฟรดคงได้ยินเสียงของนักบวชที่ตายไปหรือไม่ก็วิญญาณกล่าวว่า 'บุตรผู้มีสายเลือดชนเผ่าโบราณเช่นข้าเอ๋ย โปรดนำแหวนวงนี้ส่งมอบแด่เจ้าผู้นำลัทธิด้วยเถิด......'

 

อัลเฟรดขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยสีหน้าไม่ดีนักแล้วโยนแหวนวงนั้นใส่กระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ ทำไมทำอะไรลวก ๆ อย่างนั้น นี่ไอเทมเบิกทางของนายเชียวนะ เก็บรักษาให้มันดีหน่อยสิ

 

แต่ก็ ช่างเถอะ

อัลเฟรดได้รับแหวนและปลอดภัยกลับมา

 

เท่านี้ก็พอแล้ว

แม้ตอนแรกจะกังวลอยู่หลายเรื่อง แต่ผมก็ทำหน้าของเลียนได้อย่างดี สำเร็จแล้วล่ะ

 

"......เลียน เลือดมัน......"

 

"เลือด?"

 

อัลเฟรดยื่นมือสัมผัสเข้าที่หลังคอของผม มือนั้นสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะยื่นมาตรงหน้าผม เลือดไหลนี่นา อา เพราะอย่างนี้ ตอนนั้นถึงได้รู้สึกชื้นแฉะนี่เอง

 

"เจ้าอดทนอีกหน่อยนะ ข้าจะ ข้าจะรีบพาเจ้ากลับไปเดี๋ยวนี้......"

 

ผมหันไปมองอัลเฟรดที่ช่วยพยุงผมอยู่

 

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก ที่หัวเลือดไหลง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างเลือดก็เหมือนจะหยุดไหลแล้วด้วย ข้าไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก ไม่เป็นไร"

 

"แต่ว่า......"

 

"อัลเฟรด โทษทีนะแต่เจ้ากลับขึ้นไปและช่วยเรียกอาจารย์ให้ทีได้ไหม ข้าจะรออยู่ที่นี่"

 

"ห๊ะ? พูดบ้าอะไรของเจ้า ถ้าปีศาจหมาป่ามันย้อนกลับมาเจ้าจะทำยังไง"

 

"ตอนนี้น่าจะยังปลอดภัย......พวกมันอาจจะหนีไปแล้วก็ได้ จริงสิ ทิ้งแค่ดาบนั่นไว้ก็พอ ข้ายังมียาฟื้นฟูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ดังนั้น......เจ้ากลับขึ้นไปก่อนแล้วค่อยเรียกอาจารย์ให้ข้า"

 

"กลับไปก่อน......?"

 

"อืม ตอนนี้ข้า......ยังขยับไม่ได้ ถ้าไปด้วยกัน......ดีจะเป็นตัวถ่วงเปล่า ๆ เพราะงั้นระหว่างนี้เจ้ารีบไปเถอะ"

 

อัลเฟรดก้มหน้าพลางส่ายหัว

 

ทำไมถึงปฏิเสธล่ะ

ถ้าแบกผมไปด้วยแล้วจะปีนผาได้ยังไง สู้ให้อัลเฟรดที่เคลื่อนไหวได้ไปคนเดียวก่อนแล้วค่อยเรียกอาจารย์มาจะไม่ดีกว่าเหรอ ปีศาจหมาป่าส่วนใหญ่ก็ถูกอัลเฟรดจัดการไปแล้ว ที่เหลืออีกสี่ตัวก็ตกใจจนหนีหายไปแล้วคงยังไม่กลับมาในทันที ถึงจะรออยู่ที่นี่สักพักก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เรื่องนั้นอัลเฟรดก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

 

ผมกดบ่าอัลเฟรดเบา ๆ

 

"เห็นไหม ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ เจ้าเลิกคิดมากแล้วไปเถอะน่า สำหรับเจ้า ผาแค่นี้ปีนได้สบายอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นแค่เจ้าคนเดียวก็พอ ไปก่อน......"

 

"ข้าไม่ไป!"

 

เพราะอยู่ ๆ ก็ถูกขึ้นเสียงใส่ ทำเอาผมตกใจจนเผลอเงยหน้ามองอัลเฟรดโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะอัลเฟรดเอาแต่ก้มหน้า ทั้งยังอยู่ท่ามกลางความมืด ผมจึงมองสีหน้าเขาไม่ชัด

 

"......โทษที......เจ้า มียาฟื้นฟูกี่เม็ด"

"เอ๊ะ? อะ เอ่อ......สี่เม็ด"

"ส่งมาให้หมด"

 

จู่ ๆ ก็ยื่นมืออกมา ผมจึงเอายาฟื้นฟูทั้งสี่เม็ดออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนมืออัลเฟรด

 

"เจ้า เจ็บตรงไหนที่สุด"

"เอ๊ะ? ไหล่ ข้างซ้ายล่ะมั้งーーーーอุหวา!?"

 

อยู่ ๆ อัลเฟรดก็ถอดเสื้อผมออกแล้วทายาฟื้นฟูโดยไม่พูดไม่จา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทัน

 

ที่หลังคอ แผ่นหลังและขาขวาถูกใช้ไปที่ละหนึ่งเม็ดจนผมไม่เหลือยาฟื้นฟูอยู่ในมืออีก ยาที่เตรียมมาให้อัลเฟรด ไม่คิดว่าสุดท้ายจะต้องมาใช้กับตัวเอง

 

"เป็นไงบ้าง พอจะเดินไหวไหม"

"......อืーม น่าจะพอไหวแล้วล่ะ......"

 

ทว่าพอผมพยายามจะลุกขึ้น ความเจ็บปวดกลับแล่นเข้ามาที่สะโพกและข้อเท้าขวาจนผมเสียหลักทำท่าจะล้มลง โชคดีที่อัลเฟรดมารับไว้ได้ทัน ผมจึงรอดจากการหกล้มคะมำไปได้ ถ้าพกยาฟื้นฟูมามากกว่านี้ก็คงดี

 

"อย่าฝืนเลย......ข้าจะไปหาที่ที่พอจะปีนขึ้นไปได้"

 

พูดจบ อัลเฟรดก็อุ้มผมเข้าไปในอ้อมกอดแล้วลุกขึ้น

 

"เดี๋..."

 

อุ้มท่าเจ้าหญิงแบบนี้มันดูไม่ดีไม่ใช่เหรอ คิดอะไรของนายอยู่เนี่ย

 

"อ...อัลเฟรด รอก่อน ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ เจ้าพวกนั้นคงยังไม่กลับมาหรอก ข้ารอที่นี่ได้เพราะงั้นーー"

"ไม่ได้"

"แต่"

"ไม่ได้ก็คือไม่ได้......ข้าจะไม่ปล่อยทิ้งไว้อีกแล้ว ไม่อีกแล้ว......"

 

อัลเฟรดกดเสียงต่ำราวกับกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง

"อัลเฟรด? คือว่านะ..."

"ไม่ฟัง"

 

โดนประกาศิตว่าไม่ฟังด้วยน้ำเสียงบึ้งตึงซะแล้ว ตกลงมันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย ให้ตายสิ เข้าใจยากชะมัด

 

ไม่ว่าจะทำยังไงอัลเฟรดก็ไม่มีท่าทีจะปล่อยผมลง สุดท้ายผมก็ทำได้เพียงถอนหายใจ

 

 

หลังจากเดินเลียบผามาระยะหนึ่งก็พบจุดลาดเอียงที่เกิดจากดินถล่ม ทว่าแม้จะเป็นทางลาดเอียงแต่ก็ยังมีความชันอยู่ ทั้งยังมีหินและต้นไม้ยื่นออกมา ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอุ้มผมแล้วปีนขึ้นไปอยู่ดี

 

พอผมเสนอว่ายังไงก็ไม่ไหวให้ปล่อยผมไว้ตรงนี้ อัลเฟรดก็เกิดโมโหขึ้นมาอีก นี่ผมไปยั่วโมโหอะไรเขาอย่างนั้นเหรอ ผมว่าผมไม่ได้ทำนะ

 

สุดท้าย อัลเฟรดก็อุ้มผมแล้วปีนขึ้นไปโดยไม่ฟังการคัดค้านของผมแม้แต่น้อย ถึงจะเป็นผู้กล้าในอนาคตที่ค่าความสามารถเต็มเปี่ยมขนาดไหน แต่การปีนผาลาดชันด้วยมือเพียงข้างเดียวพร้อมแบกคนคนหนึ่งไปด้วยก็ยังต้องใช้เวลา จะเรียกว่าเป็นพวกเข้มงวดหรือยังไงดี แต่สำหรับผมก็เป็นได้แค่พวกไร้หัวคิดเท่านั้น ถึงยังไงผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอัลเฟรดไม่ยอมปล่อยผมไว้ที่นี่

 

 

ในที่สุดพวกผมก็ปีนกลับขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล

 

พวกไจโอะรีบวิ่งเข้ามาหาผมแล้วพร่ำบอกขอโทษกันยกใหญ่ พอผมตอบไปว่า ข้าสิต้องขอโทษ เป็นข้าที่ไม่ระวังเอง เจ้าสามแสบกลับร้องไห้โฮออกมา เจ้าสามหน่อไม่เห็นต้องขอโทษผมเลย เรื่องมันเกิดเพราะผมทำตัวเองล้วน ๆ ผมไม่รอบคอบเอง ผมต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้ทั้งสามคนต้องเข้ามาพัวพันไปด้วย

 

เมื่ออาจารย์มาถึง อัลเฟรดก็ยังไม่ยอมปล่อยผมลง พอบอกไปว่า หนักไม่ใช่เหรอ ปล่อยข้าลงได้แล้ว ทางนั้นกลับตอบมาเพียงว่า เบาหวิว จนผมช็อกค้างไป นี่ฉันกินเยอะมากเลยนะ จะตัวเบาได้ยังไง น้ำหนักฉันตรงตามมาตรฐานนะ

 

ผมบอกเรื่องโครงกระดูกของอัศวินกับนักบวชให้อาจารย์ อาจารย์บอกว่าจะส่งเรื่องให้พนักงานของค่ายค้างแรมอีกที คงจะทำพิธีฝังให้ แม้ในเกมจะปล่อยร่างของทั้งสองคนทิ้งไว้อย่างนั้นแต่ผมทำไม่ได้

 

 

สุดท้ายการทดสอบความกล้าก็ต้องหยุดลงกลางคัน ภายในใจของผมเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและผมรู้สึกราวกับสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่ผมจนไม่อาจเงยหน้า

 

ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง! ซุบซิบกันสนุกปากเลยไม่ใช่เหรอ! ถึงจะอยากรู้ว่าแอบนินทาอะไรกันแต่ก็กลัวจนทำใจฟังไม่ได้ ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่

ถึงบอกให้รีบปล่อยฉันลงไงเล่า!

 

 

หลังจากได้อาจารย์ห้องพยาบาลที่เป็นสาวสวยสวมแว่นท่าทางองอาจรักษาอาการบาดเจ็บให้ ในที่สุดผมก็กลับมาเดินได้ เท่านี้อัลเฟรดที่เอาแต่ติดหนึบอยู่กับผมตลอดก็จะーー

 

ยังติดหนึบอยู่เหมือนเดิม

 

ผมบอกอัลเฟรดและเจ้าสามหน่อที่ตามมาจนถึงห้องพยาบาลเพราะเป็นห่วงว่า ข้าไม่เป็นไรแล้ว ก่อนจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ออกจากห้องไป เจ้าสามหน่ออิดออดก่อนจะยอมออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทว่าอัลเฟรดกลับไม่มีท่าทีจะขยับแม้แต่น้อย

 

อัลเฟรดลากเก้าอี้มาที่ข้างเตียงแล้วนั่งลงเสร็จสรรพ

 

ผมถอนหายขณะที่นั่งอยู่บนเตียง

 

"......อัลเฟรด คือว่านะ ข้ารักษาแผลแล้ว ตอนนี้ข้าสบายดี เจ้าเองก็เหนื่อยมาทั้งวัน เพราะงั้นรีบกลับห้องไปนอนซะ"

"......ข้ากลัวว่า เจ้าอาจจะเจ็บแผลกลางดึก"

 

มันก็จริงที่คงพูดไม่ได้ว่าบาดแผลทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง พวกแผลหรือรอยถลอกเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่จำเป็นต้องรักษา ส่วนอาการช้ำในต่าง ๆ อาศัยแค่การมองอย่างเดียวไม่ได้ ที่รักษาไปจึงเป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น แต่ผมเข้ารับการตรวจร่างกายแล้ว ผลก็ออกมาว่าไม่เป็นอะไรมาก น่าจะไม่มีปัญหาแล้วไม่ใช่เหรอ

 

......เพราะอะไรกัน

 

ผมรู้สึกเหมือนท่าทีของอัลเฟรดแตกต่างไปจากทุกที คิดไปเองอย่างนั้นเหรอ ทำไมฝ่ายที่เป็นคนมาช่วยอย่างนายถึงดูทรมานกว่าฉันซะอีก ผมแอบมองดวงตาสีฟ้าจากใบหน้าที่ก้มอยู่ เพราะหลบตาต่ำอยู่ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นจึงดูคล้ายกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและมืดสลด

 

"อัลเฟรด คือว่านะ"

"......เลือด......เลือดเจ้าไหลเยอะมาก......หากว่า พอถึงตอนเช้าแล้วร่างกายของเจ้า......เย็นเฉียบขึ้นมาล่ะ......"

 

เฮ้ย

ทำไมอยู่ ๆ ถึงพูดเรื่องอะไรเป็นลางอย่างนั้นเล่า เจ้าเด็กบ้า

ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาจริง ๆ จะทำยังไง ใครสั่งใครสอนให้พูดอะไรแบบนี้ คุณตาผมบอกเสมอว่าไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องร้าย คำพูดทุกคำล้วนมีพลังในตัวเอง ดังนั้นจึงต้องระวังคำพูดของตัวเองให้มาก

 

เพื่อเป็นการแก้เคล็ดคำพูดที่เป็นลางไม่ดี ผมจึงพยุงตัวขึ้นเล็กน้อยและตบเข้าที่หัวของอัลเฟรดอย่างแรง

 

"เจ้าบ้า!! อย่าพูดอะไรเป็นลางแบบนั้น"

 

โดนตบเข้าไปแท้ ๆ แต่อัลเฟรดกลับยังคงก้มหน้าไม่พูดไม่จา

 

"...........บอกข้า......"

 

อัลเฟรดงึมงำเสียงเบา

 

"อะไร?"

"......คนที่บอกให้ข้า ไปก่อน......ทุกคนตายหมด......ท่านแม่ก็ด้วย...... ......เจ้าเองก็......พูดเหมือนกับท่านแม่............"

 

เพราะอย่างนั้นเลยกลัวว่าผมจะตาย งั้นเหรอ

 

เหตุผลสุดโต่งแบบนั้นทำเอาผมถอนหายใจอย่างเอือมระอา

 

"ข้าไม่ตายหรอก เจ้าเป็นคนมาช่วยข้าไม่ใช่หรือ ข้าถึงมีชีวิตอยู่นี่ไง"

 

อัลเฟรดยังคงก้มหน้างุด

 

"......อัลเฟรด?"

 

ผมชะโงกหน้าไปหาอัลเฟรดและสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินเข้ม แววตาคู่นั้นราวกับกำลังมองผมแต่ก็เหมือนไม่มอง เหมือนกับสายตาจับจ้องไปที่ไหนสักแห่ง เงามืดทำให้ดวงตาสีน้ำเงินนั้นขุ่นมัวและกลายเป็นสีดำสนิท

 

ผมลอบกุมขมับ

จะไล่กลับห้องตอนนี้ก็ออกจะ......น่าเป็นห่วง ถึงการนอนพักสักหน่อยอาจช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น แต่ทว่าก็ยังน่ากลัวว่าจะเลวร้ายลงกว่าเดิม

 

"......เอ่อ อืม อัลเฟรด ขอบคุณที่ช่วยข้า เพราะเจ้ามาตามหาข้า ข้าจึงรอดมาได้ ขอบคุณเจ้าจริง ๆ "

 

อัลเฟรดยังคงนิ่งเงียบ

 

"จ...เจ้าสังหารสัตว์อสูรได้เยอะขนาดนั้น ฝีมือเจ้านี่ก็ไม่ธรรมดาเลย"

 

ยังคงไม่พูดอะไร

 

ขอบคุณก็แล้ว ชมก็แล้ว แต่ก็ยังเอาแต่ก้มหน้า ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาเลย ในสถานการณ์แบบนี้ผมควรทำยังไงดี

 

"......จ...จริงสิ เจ้าอยากดื่มอะไรไหม ข้ามีน้ำผลไม้ด้วยนะ จะแบ่งให้เจ้าขวดหนึ่งแล้วกัน"

 

อัลเฟรดส่ายหน้า

พอถามว่าหิวไหมก็ยังส่ายหน้าโดยไม่พูดไม่จา ลำบากใจ สวรรค์หรือใครก็ได้ช่วยผมที

 

"......อ...เอาเถอะ......ถ้าเจ้าอยากอยู่ ก็อยู่เถอะ ข้าไม่ว่าอะไรหรอก......"

 

ถึงจะอึดอัดที่มีรูปปั้นหินไร้ความรู้สึกมานั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เถอะ น่ากลัวจะตาย แต่จะไล่กลับห้องทั้ง ๆ ที่อารมณ์ไม่คงที่แบบนี้ผมก็อดห่วงไม่ได้ แม้ว่าผมจะอยากให้รีบพักผ่อนเพราะวันนี้อัลเฟรดไปตะลุมบอนกับสัตว์อสูร ทั้งยังฝืนแบกผมปีนผาขึ้นมาอีก คงจะเหนื่อยมากแล้ว

 

 

ผม......งัดวิธีการประนีประนอมขั้นสุดท้ายออกมา

 

"......เจ้าช่วยเลิกนั่งแข็งทื่อเป็นตุ๊กตาตั้งโต๊ะได้ไหม ถ้าเจ้าเอาแต่มองข้า ข้าก็อึดอัดจนหลับไม่ลงกันพอดี ดังนั้นーー"

 

ผมขยับไปติดริมผนังอีกด้านและตบพื้นที่ว่างอีกครึ่งหนึ่งบนเตียงเบา ๆ สองสามที

 

"......ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เจ้าก็มานอนด้วยกันสิ ข้าให้เจ้ายืมขอบเตียงก็แล้วกัน เตียงกว้างจะตาย เพิ่มเจ้ามาอีกสักคนคงไม่เป็นไรหรอก แค่ตรงขอบเอง"

 

อัลเฟรดมองผมแล้วกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

และตัวแข็งทื่อ

 

อะไรเล่า! คนอุตส่าห์มีน้ำใจ รังเกียจหรือไง ถ้ารังเกียจก็ไสหัวกลับห้องไปซะ

 

"ถ...ถ้าเจ้าไม่ชอบใจก็รีบกลับーー"

 

อัลเฟรดลุกขึ้นจากเก้าอี้

พอคิดว่ากำลังจะตรงกลับห้องーーอัลเฟรดถอดรองเท้าแล้วปีนขึ้นมาบนเตียง ไม่มีท่าทีจะกลับห้องตัวเองแม้แต่น้อย ให้ตาย อะไรกันนักกันหนา ปฏิกิริยาวันนี้ของอัลเฟรดสร้างความลำบากให้ผมมากขึ้นทุกที

 

หลังล้มตัวลงนอน อัลเฟรดก็จามออกมายกใหญ่

ผมสูดหายใจเข้า มันช่วยไม่ได้ มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ผมแบ่งผ้าห่มครึ่งหนึ่งให้อัลเฟรด บนภูเขาตอนกลางคืนอากาศจะเย็นลง ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะแย่เอา

 

ให้ตายสิ ไม่ดูแลตัวเองเลย เป็นเด็กที่ต้องคอยเปลืองแรงด้วยจริง ๆ ถ้านายช่วยใส่ใจตัวเองเสียหน่อย ฉันก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้

 

อัลเฟรดซุกหน้าเข้ามาที่อกของผม เส้นผมสัมผัสที่คางชวนให้รู้สึกจักจี้ บอกว่าแค่ขอบเตียงแท้ ๆ ทำไมเข้ามาติดหนึบขนาดนี้เจ้าเด็กบ้า

 

"......หัวใจเจ้า เต้นอยู่"

"แหงอยู่แล้วเจ้าโง่ ถ้าหยุดเต้นข้าก็แย่น่ะสิ"

"งั้นหรือ"

 

งั้นหรือ อะไรของนาย

เข้าใจยากจริง ๆ

ตั้งใจหน่อยสิผู้กล้าในอนาคต ทำไมนายดันมาอ่อนแอซะเองเนี่ย

ขอร้องล่ะ ฉันมีแค่นายที่พึ่งได้นะ

พรุ่งนี้ช่วยกลับไปเป็นนายอย่างทุกทีที

 

พอผมดึงผ้าห่มมาคลุมไหล่ให้ อัลเฟรดก็กระชับผมเข้าไปในอ้อมกอดอย่างดีใจ หนัก ร้อนด้วย แต่ดูท่าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วสินะ ให้ตายสิ แม้ส่วนสูงจะไล่ตามผมมาอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ตัวสูงกว่าผมไปแล้ว ทว่าข้างในก็ยังคงเป็นเด็กเหมือนเดิม

อา นั่นสิ

เจ้านี่ยังเด็กอยู่เลย ตอนนี้อายุสิบห้าแล้วสินะ

 

ตอนที่เจอกันครั้งแรก อัลเฟรดยังอายุแค่สิบสองเอง ผ่านมาสามปีแล้วอย่างนั้นเหรอ

 

โตขึ้นเยอะเลยนะ ตอนนั้นยังตัวเล็กกว่าผม ผอมแห้งเสียจนแค่เอานิ้วจิ้ม ๆ หน่อยก็ล้มแล้ว แต่ตอนนี้กลับมีกล้ามเนื้ออย่างเห็นได้ชัดและไม่ถูกใครเล่นงานได้ง่าย ๆ  วิชาดาบที่ผมแอบสอนอย่างอ้อม ๆ ก็จำมาใช้ได้แล้ว ระยะนี้พอแข่งด้วยกันทีไรก็ต้อนผมซะจนมุม

 

เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา อารมณ์ผมก็พลันดีขึ้นตามไปด้วย จากนี้ก็จงเติบโตขึ้นอย่างราบรื่นและรวดเร็วล่ะ อา จริงสิ ความรู้สึกของคนเป็นพ่อคงประมาณนี้ล่ะมั้ง

 

 

ในขณะที่ผมกำลังดื่มด่ำกับความทรงจำของตัวเอง จู่ ๆ อัลเฟรดก็เงยหน้าขึ้นมาและจ้องเขม็งที่ต้นคอของผม

"มีอะไร"

"บาดแผล มีเลือดซึม"

 

ไวเท่าความคิด อัลเฟรดยื่นหน้าเข้ามาและเลียเข้าที่แผลของผม

 

ปลายลิ้นเคลื่อนมาที่ลำคอ และเลียลงอีกครั้ง

 

"เดี๋......เจ้าบ้า!"

"เจ็บ"

 

ผมเขกเข้าไปที่หัวสีบลอนด์นั่น ทำไมนายชอบทำอะไรแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยตลอดเลย! มาแบบไม่ตั้งตัวฉันหัวใจจะวายนะ

 

"ห...ห้ามเลีย! ข...เข้าใจไหม! ถ้าทำอะไรแปลก ๆ อีก ข้าจะไล่เจ้ากลับห้องจริง ๆ ด้วย!"

 

ในหัวของผมเกิดคำถามว่า ทำอะไรแปลก ๆ ที่ว่านี่อะไร ก่อนจะโมโหตัวเอง

 

"......เข้าใจแล้ว"

 

อัลเฟรดตอบกลับมาอย่างว่าง่ายก่อนจะกลับไปที่ที่ของตัวเอง

ให้ตายสิ......ระวังอะไรไม่ได้เลย

เป็นแค่เด็กแท้ ๆ แต่กลับชอบทำอะไรล่อแหลม เจ้าบ้า......ถ้ามีเจตนาล่ะก็ เจ้านี่ต้องโตไปเป็นภัยสังคมแน่ แต่ถ้าทำไปเพราะไม่รู้ก็ถือว่ายังเป็นแค่เจ้าเด็กนิสัยเสีย เพราะยังแยกแยะอะไรไม่ได้ พูดไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

 

"......ถ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วก็กลับห้องเจ้าไปซะล่ะ"

ผมสัมผัสได้ถึงการพยักหน้าของอัลเฟรดที่บริเวณต้นคอ

 

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วโอบกอดเจ้าเด็กตัวโตที่กระเถิบเข้ามาชิดผมก่อนจะหลับตาลง ร่างกายของอัลเฟรดอุ่นมาก ผมรู้สึกสบายตัวจนเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที

 

 

วันต่อมา

ผมลืมตาขึ้นมาในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อัลเฟรดไม่อยู่แล้ว

ความอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่บนที่นอนราวกับว่าเพิ่งออกไปไม่นาน หมายความว่าเจ้านั่นนอนอยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยเหรอ ให้ตายสิ

 

หลังจากเจอกันที่ห้องอาหารตอนเช้า อัลเฟรดก็ปรี่เข้ามาสัมผัสหลังคอของผม ผมปัดมือเขาออกพลางบอกว่า อย่าจับ แม้สีหน้าจะเรียบเฉยเหมือนเดิม ทว่าท่าทีก็ดูจะกลับมาเป็นอัลเฟรดยามปกติแล้วทำให้ผมพลอยโล่งใจไปด้วย

 

 

***

 

 

ในที่สุดค่ายค้างแรมก็จบลงด้วยดี ผมเคลียร์เหตุการณ์ชวนปวดหัวที่สุดลงได้แล้ว จากนี้ก็คงจะไม่มีเหตุการณ์เสี่ยงตายไปอีกสักระยะ

 

 

และเป็นไปตามคาด หลังจากวันนั้นก็มีข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน

 

เรื่องราวของอัลเฟรด 'ผู้กล้าที่สังหารสัตว์อสูรบ้าเลือดด้วยตัวคนเดียวและช่วยเจ้าหญิงเอาไว้ได้' ถูกเอาไปพูดกันอย่างแพร่หลาย

 

ーーเฮ้ย ช้าก่อน

 

'เจ้าหญิง' นี่ใครไม่ทราบ

พวกเอ็งกำลังพูดถึงใครอยู่ ไอ้งั่งตัวไหนมันเป็นคนปล่อยข่าวลือนี้ออกมา ถ้าเจอพ่อจะบีบคอให้แหลกคามือเลย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.252K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1631 jelly05 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:36
    โอ้ยเจ้าหญิงของรร.5555555
    #1,631
    0
  2. #1535 สไนท์เปอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 02:55
    แงงงง เป็นตอนที่นุ่มฟูวววว เจ้าหญิงของผู้กล้าาาาา( ͡° ͜ʖ ͡°)
    #1,535
    0
  3. #1530 Apoptosis (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:38
    5555555 น้องต้องสวยขนาดไหนถึงเรียกว่าเจ้าหญิงอ่ะ 555555555
    #1,530
    0
  4. #1059 รุ้งสามสี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:37
    เจ้าหญิงล่ะ น่าจะเรียกกันมานานแล้วแค่น้องไม่รู้เนอะ ก็ยัยหนูออกจะควีนซะเวลาอยู่รร.
    #1,059
    0
  5. #1053 ลัทธินกอ้วก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 19:45

    ฮือ อบอุ่นมาก น้องขี้ซึน แล้วก็ผู้กล้าที่แสนอบอุ่น โง้ยยย

    #1,053
    0
  6. #1041 Kantamanee02 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 02:02
    เป็นเจ้าหญิงไปซะแล้วน้องเอ้ย55555
    #1,041
    0
  7. #931 sommah7777 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:24
    น้องกลายเป็นเจ้าหญิงแล้ว55555555555555555555
    #931
    0
  8. #925 Howhowhow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 12:06
    หรือคุณผู่กล้าเป็นคนปล่อยข่าวเอง
    #925
    0
  9. #915 MitsukiCarto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 16:58
    อย่าบอกนะว่า'เจ้าหญิง'นี่เป็นฉายาลับๆของน้องน่ะ55555
    #915
    0
  10. #858 Sk999 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:46
    เจ้าหญิง! เข้าหญิงล่ะแม่!! กี๊ดดดด--
    #858
    0
  11. #852 hongyok025 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 09:40
    เจ้าหญิงของเขานะคะ เจตนามีแน่ๆค่ะ แค่ลูกยังไม่รู้!!!
    #852
    0
  12. #825 Lormielis (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 16:17
    เจ้าหญิงงงงงง
    #825
    0
  13. #764 doubleua01 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 15:54
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png ผู้กล้ากับเจ้าหญิง55555 เอ็นดูอ่ะ
    #764
    0
  14. #763 เจ้าแห่งการ(ดอง)นิยาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 15:40

    ฮิเมะซามะล่ะ

    #763
    0
  15. #699 rubyboda deo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:13
    กลายเป็นเจ้าหญิงไปซะงั้น55555555 อัลเฟรดไม่เป็นไรแล้วละรู้ก ;—;
    #699
    0
  16. #573 After_TeaTime (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 02:03
    ผู้กล้ากับเจ้าหญิง5555555555 เหมาะสมกันจริงๆ5555555
    #573
    0
  17. #459 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:52
    กอดนะ ผ่านไปด้วยดีล่ะ
    #459
    0
  18. #414 ปลาทองทอด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:11
    ความปมความเบียวนี้ ชอบๆๆ
    #414
    0
  19. #368 Patimabhorn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:17
    ผู้กล้ากับเจ้าหญิงเข้ากันได้ดีจังเลยค่ะ 55555
    #368
    0
  20. #267 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:54
    เนียนเก่งนะอัล

    รู้นะคิดอะไรอยู่555555555
    #267
    0
  21. #172 Onausa3854 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:58
    พี่รู้รึยังเนี่ยยยย... พี่หวงนะเราอ่ะ
    #172
    0
  22. #171 papark (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:03
    ตามไม่ทันจริง ๆ เหรอ เจ้าอัลมันตีเนียนเก่งไม่เบาเลยนะ
    #171
    0
  23. #170 Lalilulelo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:35
    มีแววว่าผู้ใหญ่(อายุวิญญาณ) จะโดนเด็กผู้กล้าเอาเปรียบมากกว่านี้อีกในอนาคต 555555
    #170
    0
  24. #169 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:02
    อยากลูบหัวเจ้าอัล น้องเลียนก็ด้วย เฮ้อ กอดๆคู่
    #169
    0
  25. #168 คาบเส้น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:03
    ฮืออ ไอ่พวกเจ้าเด็นน่ารัก
    #168
    0