[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 14 : 12 สี่ปีผ่านไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,287 ครั้ง
    5 ก.พ. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

12 สี่ปีผ่านไป

 

"ฟู่......เหนื่อยจัง......"

 

หลังจากสลักแผ่นป้ายโลหะขนาด A5 บนห้องวิจัยส่วนตัวที่ชั้นสองของโบสถ์เสร็จ ผมก็ผ่อนลมหายใจออกมาหนึ่งที

 

ผมยืดตัวแล้วทุบหลังที่ปวดเกร็งขณะมองไปที่โต๊ะทำงาน แผ่นป้ายที่วาดเสร็จมีทั้งหมดสิบแผ่น ที่เหลือก็แค่เทหมึกพิเศษที่อัดพลังเวทลงไปบนรางที่แกะสลัก จากนั้นก็ตากไว้หนึ่งวันจนแห้งเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนแรก

 

นี่คือ 'เตือนภัยอย่างเลือดร้อนคุง (ฟังค์ชั่นระเบิดและฟังค์ชั่นปล่อยลมจากแรงระเบิด) เบอร์แปด' ผมตั้งใจจะใช้เครื่องนี้เป็นฐานสำคัญจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากผิดพลาดแม้แต่ตัวเดียวหรือเพียงเส้นเดียวระเบิดจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้งยังต้องคอยระวังอันตรายจากการระเบิดและการระเบิดผิดเป้าหมายด้วย เนื่องจากพลังเวทและพิษของสัตว์อสูรมีคุณสมบัติต่างจากมนุษย์ในโลกนี้ ผมจึงสร้างเครื่องออริจินัลของตัวเองขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อคุณสมบัติที่แตกต่างเหล่านั้นแล้วบึ้ม ทว่าหากตัวเครื่องเกิดความผิดพลาดจนระเบิดใส่ผู้คนหรือสัตว์อื่นขึ้นมาคงได้เกิดเรื่องวุ่นแน่ ดังนั้น ในการแกะสลักอักษรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องใช้สมาธิ เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างมาก

 

ที่เหลือก็สร้างแหล่งพลังงานーーจากหินบรรจุพลังเวท 'หินกักเก็บพลังเวท'ーーกล่าวคือเป็นของที่คล้าย ๆ กับแบตเตอรี่ーーจากนั้นนำไปประกอบลงในกล่องที่ทาสีกันน้ำไว้และนำไปทดลองจริง ถ้าไม่มีปัญหาก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์

 

พลังเวทอย่างนั้นเหรอ......

......คราวนี้ต้องค่อย ๆ ถ่ายพลังเวทเข้าไปโดยระวังไม่ให้ล้มหมดสติไปอีก

 

 

สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเข้ามาจากทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เพียงครึ่งเดียว สายตามองออกไปเห็นภาพสวนที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มหลากหลายพันธุ์กับแนวเทือกเขา ท่ามกลางแมกไม้เหล่านั้นมีต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีดอกสีพีชอ่อน ๆ คล้ายกับดอกซากุระ ทว่ารูปลักษณ์ของดอกไม้กลับเหมือนดอกอะมาริลลิสคลัสเตอร์ จึงชวนให้รู้สึกขัดแย้ง.....เป็นดอกไม้ที่ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดี ทำไมไม่เหมือนดอกซากุระไปเลย อยากจะแสดงความเป็นตัวเองออกมาหรือยังไงกัน ไม่เข้าใจเลย ถ้าเป็นดอกซากุระแบบปกติผมจะชอบมากกว่า

 

 

ตั้งแต่ตอนนั้นーーก็ผ่านมาสี่ปีแล้ว

 

ผมอายุสิบหกปี ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าผมจะเรียนจบจากโรงเรียนในเมือง ชีวิตนักเรียนอันแสนยาวนานในที่สุดก็ถึงจุดสิ้นสุดเสียที

 

แต่น่าเสียดายที่ーーผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากท่านเทพธิดาเลยแม้แต่น้อย

 

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คงมีเรื่องอะไรจริง ๆ ด้วยสินะ

เพราะผมติดต่อเธอไม่ได้ ทุกวันของผมจึงผ่านไปด้วยการนั่งสวดภาวนาในโบสถ์ว่า 'คุณเป็นคนเรียกผมมาเองนะ ไม่คิดว่าควรจะมีความรับผิดชอบสักหน่อยเหรอ โผล่หัวมาสักที ผมจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ พับผ่าสิ'

 

ส่วนผู้กล้าในอนาคตก็ยังเติบโตขึ้นอย่างราบรื่น

 

ผลจากความพยายามในการแอบสอนเรื่องต่าง ๆ อย่างอ้อม ๆ ตอนนี้ไม่ว่าจะเรื่องดาบหรือพลังเวท อัลเฟรดก็แข็งแกร่งขึ้นเสียจนแม้แต่พวกอาจารย์ก็ไม่อาจเป็นคู่มือให้ได้

 

แต่ยังเอาชนะผมไม่ได้อยู่ดี

ทว่า......ระยะหลังมานี้ผมเองก็เริ่มถูกต้อนบ้างแล้ว ผมจึงต้องเพิ่มการเรียนและการฝึกฝนให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้แพ้ ทั้งยังต้องศึกษาหาเทคนิคการประหยัดกำลังกายแต่ได้อานุภาพสูงไว้ด้วย จนกว่าอัลเฟรดจะเรียนจบ ไม่ว่ายังไงผมก็ยังแพ้ไม่ได้

 

ส่วนสูงที่เคยไล่เลี่ยกับผมของอัลเฟรด พอรู้สึกตัวอีกทีก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทิ้งห่างผมไปไกล ตอนนี้อัลเฟรดสูงกว่าผมไปหนึ่งช่วงหัวแล้ว ท่าทางคงเป็นพวกสูงพรวดพราดช่วงครึ่งหลังล่ะสิ ส่วนกล้ามเนื้อ จุดที่ควรมีก็มี เมื่อมองจากภายนอกก็เริ่มแพร่รัศมีความเป็นชายหนุ่มออกมา

 

ในทางกลับกัน

......ส่วนสูงของผม......หยุดชะงักแบบขุนไม่ขึ้นーーไม่ ไม่ใช่ พูดอะไรออกมา ยังไม่หยุดสักหน่อย ยังไปต่อได้ ตอนไปตรวจร่างกายคราวก่อนก็สูงขึ้นมาตั้งห้ามิลลิเมตรเชียวนะ ยังหรอก อืม ผมยังสูงได้อีก

 

 

เหตุการณ์สำคัญน่าจะเหลืออีกสองสามอย่าง ส่วนใหญ่แล้ว 'ปฐมบท ณ หมู่บ้าน' จะเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเป็นหลัก

 

ผมเปิดไดอารี่หรือสมุดบันทึกออกมา ในบันทึกมีแผ่นกระดาษแปะคั่นหน้าต่าง ๆ ไว้มากกว่า ผมไล่สายตาไปตามแผ่นคั่นกระดาษเหล่านั้นก่อนจะเปิดหน้าที่หมายตา หน้าที่ผมจดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เอาไว้

อืม เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนยังเหลืออีกเล็กน้อย

เหตุการณ์ที่เลียนจะมีบทบาทสำคัญคือกิจกรรมใหญ่ของโรงเรียน 'การแข่งขันประลองดาบภายใน'ーーเป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนสำเร็จวิชา การดวลดาบตัวต่อตัว

 

ในการแข่งขันนี้จะมีผู้เกี่ยวข้องจากโรงเรียนฝึกอัศวินของเมืองหลวงมาร่วมงานด้วย จึงเป็นการแข่งขันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

 

ผลคะแนนจะเป็นตัวตัดสินว่าคนคนนั้นจะสามารถเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนฝึกอัศวินได้หรือไม่ ดังนั้น สำหรับนักเรียนที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นอัศวินจึงซุ่มฝึกซ้อมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

แน่นอนว่า เลียนที่มีความฝันอยากจะเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงเองก็ฝึกซ้อมอย่างเต็มกำลังเช่นกัน

 

ภายในงาน กลุ่มคนระดับหัวหน้าหน่วยอัศวินของเมืองหลวงก็จะเดินทางมาร่วมงานเช่นกัน หากสะกดสายตาของคนเหล่านั้นได้ รับประกันได้เลยว่าหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกอัศวินก็จะได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมสังกัดทันที และหากได้เข้าสังกัดหน่วยองค์รักษ์รักษาพระองค์ กองกำลังปกป้องอาณาจักร หรือหน่วยองครักษ์ประจำพระราชวังก็ถือเป็นหลักประกันอาชีพในอนาคตได้ เป็นอาชีพที่ไม่ว่าใครต่างก็ใฝ่ฝัน ทั้งความก้าวหน้าก็รวดเร็วราวกับติดจรวด การงานราบรื่น เบี้ยเลี้ยงสูง ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างไร้อิสระ

 

และพ่อของเลียนก็คอยเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริง เลียนชะล่าเพราะคิดว่าเส้นทางทุกอย่างถูกกำหนดไว้หมดแล้ว ทว่าーーโลกของเราไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย

 

ในการแข่งขันรอบสุดท้ายーーเลียนแพ้ให้กับอัลเฟรดอย่างย่อยยับ

 

อัลเฟรดปัดป้องทิศทางของดาบที่พุ่งเข้ามาก่อนจะล้มคู่แข่งที่ไม่ชอบหน้าลงได้และคว้าชัยชนะไว้ในมือーーภารกิจในโรงเรียนทั้งหมด เคลียร์

 

 

จากนั้น ผมก็จะเป็นอิสระจากอีเว้นท์ในโรงเรียนเสียที ถึงยังไงก็เป็นภารกิจที่ผมต้องแพ้อยู่แล้วจึงไม่ต้องเสียเวลาเครียดให้เปลืองหัวสมอง ชิวจนไม่รู้จะชิวยังไงอีกแล้ว จะรีบมาถึงเร็ว ๆ ก็ได้นะ รีบมาถึงเร็ว ๆ ก็ดี ผมจะได้เป็นอิสระ

 

ผมปิดหน้าไดอารี่หรือบันทึกช่วยจำหลังจากตรวจสอบเหตุการณ์ในอนาคตเรียบร้อย

 

พักเสียหน่อยแล้วกัน

อย่างที่มาเรียบอก พยายามมากเกินไปมีแต่จะเหนื่อยเปล่า อาจเพราะประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้น เวลาที่ควรพักก็ต้องพัก

 

ผมฮัมเพลงขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องวิจัยและพัฒนาไป

 

 

หลังจากลงมาถึงชั้นล่าง ผมชำเลืองมองไปทางห้องอาหารก็พบมาเรียกำลังนั่งเขียนเอกสารอยู่

 

มาเรียมักนั่งทำงานจิปาถะของโบสถ์ภายในห้องอาหารเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารก็ดีหรืองานเย็บปักถักร้อยก็ดี โต๊ะในห้องอาหารกว้างมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งาน ทั้งภายในห้องยังมีหน้าต่างสามบานเรียงติดกันอยู่ที่ผนัง จึงง่ายต่อการสอดส่องดูแลพวกตัวเล็กที่วิ่งเล่นกันอยู่ที่สวน

 

ผมชะโงกหน้าเข้าไปจนมาเรียรู้สึกตัว เธอเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษแล้วหันมาส่งยิ้มให้ผมด้วยแก้มสีแอปเปิล

 

"ตายจริง ท่านเลียน เหนื่อยหน่อยนะเจ้าคะ กำลังพักอยู่หรือ"

 

ผมส่งยิ้มกลับไปก่อนจะพยักหน้า

 

"ขอรับ ข้าจะว่าพักสักเดี๋ยว"

 

"ฮุฮุ งั้นหรือเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นข้าไปชงชาให้นะเจ้าคะ ข้าเองก็กำลังคิดจะพักอยู่พอดี เชิญนั่งรอสักครู่เจ้าค่ะ จริงสิ......วันนี้รับเป็นชาเขียวเป็นอย่างไรเจ้าคะ ไม่ทราบว่าถูกปากหรือไม่"

 

"ชาเขียว! ชอบมากขอรับ! อะ ท่านมาเรีย วันก่อนตอนข้าไปที่ร้านขายใบชาร้านประจำ ได้ยินเรื่องน่าสนใจของชาจากทางใต้มาด้วย ไม่ได้ใส่น้ำตาลแท้ ๆ แต่กลับมีรสหวาน เห็นว่าจะเข้าร้านอาทิตย์หน้า คราวหน้าข้าจะซื้อมาฝากนะขอรับ"

 

"แหม! ชารสหวานจากทางใต้หรือเจ้าคะ! วิเศษมาก! ไม่ใส่น้ำตาลแต่มีรสหวาน แปลกดีนะเจ้าคะ! ฮุฮุ ข้าจะตั้งตารอเลยเจ้าค่ะ"

 

"ขอรับ รอได้เลยขอรับ"

 

มาเรียยิ้มอย่างมีความสุขขณะมุ่งหน้าไปทางห้องครัว

 

 

ผมนั่งลงบนเก้าอี้และทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง

เด็กตัวเล็กจนไปถึงเด็กวัยประถมประมาณหกเจ็ดคนวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนานภายใต้แสงอาทิตย์ปลอดโปร่งของฤดูใบไม้ผลิ ส่วนกลุ่มเด็กโตขึ้นมาหน่อยทั้งผู้ชายและผู้หญิงกำลังเล่นปาบอลกัน ยังร่าเริงกันดีเหมือนเดิมเลย

 

เด็กคนหนึ่งเมื่อเห็นผมก็หยุดวิ่งก่อนจะเข้าไปพูดอะไรบางอย่างกับเด็กคนอื่น ๆ จากนั้นทุกคนก็หันมาทางผมเป็นตาเดียว

 

ครู่ต่อมา

พวกตัวเล็กต่างกรูออกมาจากสวน หลังจากออกแรงเปิดประตูก็วิ่งเข้ามาในห้องอาหารกันอย่างจอแจ

 

"ท่านเลียนนี่นา!"

"ว้าวว ท่านเลียนล่ะ~"

"ตั่นเลียน!"

"ต่าน"

 

"ว่าไง วันนี้อากาศดี ร่าเริงกันจังนะ"

"อื้ม!"

พวกเด็ก ๆ พยักหน้ากันอย่างกระตือรืนร้น

 

"นี่ ๆ ท่านเลียน! มาเล่น 'ดารุมันซังลื่นล้ม' 'ดารุมันซังลื่นล้ม' กันเถอะー"

"เล่นกันー"

 

พวกเด็ก ๆ เข้ามากระโดดหยอย ๆ รอบตัวผม

 

'ดารุมันซังลื่นล้ม' คือーーเกมที่ผมสอนเด็ก ๆ ไว้สำหรับเล่นกลางแจ้ง

 

วิธีการเล่นคล้าย ๆ กับ 'ดารุมะซังลื่นล้ม' หรือจะพูดว่าลอกมาเลยก็ได้ ทว่าโลกนี่ไม่มีดารุมะซัง ผมจึงหาอะไรบางอย่างที่คล้ายกันแล้วตั้งชื่อให้ใหม่ ในโลกนี้มีสัตว์ขนสีแดง ตัวกลม ๆ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ชื่อว่า 'ดารุมัน' ผมจึงเลือกใช้ชื่อนี้ ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนกับดารุมะซังไม่มีผิด

(Note : ดารุมะซังลื่นล้มเหมือน A E I O U หยุด)

 

วิธีการเล่นก็ตามด้านล่าง

 

ยักษ์จะหันหลังให้ทุกคน ส่วนเด็กที่เหลือจะวิ่งไปอยู่ที่ไกล ๆ ในขณะที่ยักษ์ร้อง 'ดาーรุーมันーซังーลื่นーล้ม' อย่างช้า ๆ เด็กคนอื่นจะเริ่มเข้ามาใกล้ยักษ์ทีละน้อย เมื่อยักษ์ร้องจบแล้วหันกลับมา หากเห็นใครขยับ คนคนนั้นจะเป็นยักษ์คนต่อไป หรือหากใครแปะหลังยักษ์ได้ในตอนท้าย ยักษ์จะเป็นอิสระและสามารถวิ่งไล่จับใครก็ได้ ส่วนเด็กคนอื่นก็จะกระจายตัวหนีกัน หากใครโชคไม่ดีถูกยักษ์จับตัวก็ต้องเป็นยักษ์คนต่อไป

 

แม้จะไม่รู้ว่าเล่นไปแล้วได้อะไรแต่ก็ถือเป็นเกมที่ตื่นเต้น เล่นได้นาน และดุเดือด พวกเด็ก ๆ เล่นกันบ่อยจนกลายเป็นที่นิยมไปแล้ว

 

"อืม เอาสิ เล่นกัน"

 

ขยับร่างกายบ้างก็ดี เอาแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเดียวมาตั้งแต่เช้าแล้ว

 

"เย้ー!"

"สำเร็จー! เล่นกันー"

พวกเด็ก ๆ กระโดดโลดเต้นและส่งเสียงเจื้อยแจ้ว

 

มาเรียที่ยกถาดที่มีหม้อน้ำเดือดกับถ้วยชากลับเข้ามาให้ห้องอาหารมองผมด้วยสายตาเป็นห่วง

 

"ตายแล้ว ท่านเลียน อย่าฝืนนะเจ้าคะ ล้าอยู่ไม่ใช่หรือ"

"สบายมากขอรับ ท่านมาเรีย แค่เล่นนิดหน่อยเอง ข้าไม่เป็นไรหรอก"

"ถึงจะพูดอย่างนั้น......"

"ขอบคุณที่ชงชาให้นะขอรับ ชาของท่านมาเรียแม้จะเย็นแต่รสก็ยังดีอยู่ ช่วยแบ่งส่วนของข้าไว้ได้ให้ไหมขอรับ"

"จะดีจริง ๆ หรือเจ้าคะ......ไม่เป็นไรแน่นะเจ้าคะ"

"ไม่ต้องห่วงขอรับーーทุกคน ไปกันเถอะ"

 

ผมลุกขึ้นแล้วออกไปที่สวน

 

 

ーーーー30 นาทีให้หลัง

 

ผมทิ้งตัวล้มพับนอนหงายอยู่บนสนามหญ้า

 

หอบหายใจแรงและมึนงง

 

ลืมไปสนิทว่ากำลังกายกำลังใจของเด็กไม่มีคำว่า 'ขีดจำกัด' และก็ลืมไปสนิทเลยว่าเกมนี้มันเล่นได้ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อคืนผมมัวนั่งคิดออกแบบวิธีการไม่สิ้นเปลืองแรงแต่ประสิทธิภาพสูง ทั้งยังจดบันทึกต่าง ๆ จนถึงตีหนึ่งครึ่ง ร่างกายผมคงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

 

"ท่านเลียน! เป็นอะไรไหม......?"

"เป็นอาไยไหมー?"

"เป็นไยไหม......?"

 

"ไม่...เป็น...ไร......โทษที......ขอ พัก สักเดี๋ยว......ได้......หรือ ไม่......?"

 

หลังจากพวกเด็ก ๆ ขานรับก็กลับไปวิ่งเล่นกันต่อ

แรงดีกันจริง ๆ ตัวเล็กแค่นี้ไปเอาพลังมาจากไหนกัน แบ่งให้ฉันบ้างสิ เจ้าตัวเล็กที่เหลืออีกสี่คนล้มตัวลงนอนขนานข้างผมราวกับตั้งใจจะนอนกลางวันเป็นเพื่อน ผมเอามือลูบหัวยุ่ง ๆ ที่เข้ามาซุกอยู่ข้างตัว เจ้าตัวเล็กยิ้มแก้มปริและส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา

 

ดูนาฬิกาข้อมือ เข็มชี้ที่เลขหนึ่งพอดี กว่าจะถึงเวลาน้ำชาตอนบ่ายสามยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง อา งีบสักหนึ่งชั่วโมงคงไม่เป็นไร

 

แสงแดดอ่อน ๆ กับตัวอุ่น ๆ ของเจ้าตัวเล็ก รวมไปถึงสายลมที่พัดอย่างแผ่วเบาชวนให้จิตใจรู้สึกสงบ ผมสัมผัสได้ถึงความนุ่มของหญ้าที่แผ่นหลังในขณะที่หลับตาลง

 

 

 

......อะไรน่ะ

 

นุ่มจัง

 

สัมผัสอ่อนนุ่มที่แผ่นหลัง

ได้กลิ่นแดดーーจาง ๆ ทว่าーーไม่ใช่จากต้นหญ้า ผิวสัมผัสได้ถึงเนื้อผ้านุ่มลื่น

 

และ

ใครบางคนกำลังลูบหัวผมอยู่

ด้วยมืออันอ่อนโยน

อย่างเชื่องช้า

 

รู้สึกสบายตัวเสียจน......อยากร้องไห้ออกมา

ไม่มีใครลูบหัวผมมากี่ปีแล้วนะ

รู้สึกราวกับเป็นอดีตที่แสนไกล

 

มาเรียงั้นเหรอ

 

ขอร้อง อย่าใจดีกับผมนักเลย

ไม่อย่างนั้นผมจะอยากกอดคุณและร้องไห้ออกมา

 

หากคุณทำแบบนี้ ตัวตนที่น่าสมเพช หวาดกลัวเสียจนอยากจะวิ่งหนี ตัวตนจริง ๆ ของผมจะออกมา

 

 

เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าーーーーผมไม่ได้อยู่ในสวน แต่เป็นห้องจืดชืดที่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

......เอ๊ะ?

 

จำได้ว่าผมหลับไปที่สวนนี่นา

ผมอยู่บนเตียง

ทำไมไม่ใช่พื้นหญ้าแต่นอนอยู่บนเตียงแทนล่ะ

แปลกจัง

ตั้งแต่เมื่อไรーーーー

 

"......!?"

 

ผมตัวแข็งทื่อ

ที่ด้านข้างーーมีใครบางนั่งอยู่ที่ขอบเตียง

 

เส้นผมสีบลอนด์ที่คุ้นตาส่องประกายยามต้องกับแสงอาทิตย์ ดวงตาที่มองลงมาเป็นดวงตาที่หาไม่ได้ในอาณาจักรแห่งนี้ ดวงตาสีฟ้าสดใสราวกับท้องนภา เขาสวมเสื้อเชิ้ตธรรมดากับกางเกงคล้ายยีนส์เหมือนทุกที

 

อัลเฟรด

 

"เอ๊ะ!?!"

 

ท...ทำไม!?

 

ตาม 'ตารางงานพิเศษของพี่อัล' วันนี้อัลเฟรดน่าจะทำงานที่ฟาร์มคุณเชดเดอร์ตั้งแต่แปดโมงจนถึงหนึ่งทุ่ม ออกไปตั้งแต่เช้าและจะกลับค่ำ ๆ ไม่ใช่เหรอ......!!?

 

"อ...อัล......เอ๊ะ!? อ...อัลเฟรด ท...ทำไม เจ้า...มาอยู่ที่นี่ ป...ไปทำงานพิเศษไม่ใช่หรือ"

 

"......อา ก็ไปมาーーแต่ช่วงบ่ายหยุดเลยกลับ"

 

"เอ๋!? ท...ทำไม!?!"

 

"เปล่า เรื่องนั้นน่ะ......ได้ยินว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดภรรยาของคุณเชดเดอร์ แต่เมื่อกี้......มีจดหมายจากญาติคุณเชดเดอร์ส่งมา ข้าก็ไม่รู้แต่ท่าทางจะเป็นเรื่องด่วน เห็นว่าไม่ว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ต้องออกไปทำธุระ งานวันเกิดของภรรยาจึงต้องเร่งจากพรุ่งนี้มาเป็นวันนี้แทน คุณเชดเดอร์เลยสั่งปิดฟาร์มเพราะต้องรีบไปเตรียมงานกับซื้อของขวัญ"

 

"อ...อะไรนะ!?"

 

ด...เดี๋ยวเถอะ ไอ้คุณเชดเดอออออร์!!?

หลงเมียยยยยย!!!

 

"......เจ้าล่ะ? มาที่โบสถ์ตั้งแต่เช้าแล้วหรือ"

"เอ๊ะ!? อะ นั่น"

 

อุหวา อธิบายยังไงดี

ถ้าบอกว่ามาตั้งแต่เช้าแล้วโดนถามย้อนว่า ทำไม? ผมจะตอบยังไงดี ต้องหาเหตุผลจะได้ไม่ถูกสงสัย ยังไงก็ต้องเก็บเรื่องห้องวิจัยและพัฒนาของผมเป็นความลับให้ได้

 

หากของที่ไม่มีในเนื้อเรื่องหรือจะมีในอนาคตถูกอัลเฟรดรู้เข้าก่อนล่ะก็ ถึงเวลาเปิดตัวจริง ๆ คงกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ และสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า

 

ขณะที่ผมกำลังหัวหมุนคิดหาคำอธิบายอยู่ อัลเฟรดก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย

 

"ทำไมต้องลนลานขนาดนั้น ข้าไม่ได้จะดุเจ้าเสียหน่อย เจ้าจะมาเพราะอยากมาหรือเพราะชอบก็แล้วแต่เจ้าเถอะ หากเหนื่อยแล้วอยากพักล่ะก็......ใช้ห้องนี้ได้"

"ห้องนี้......?"

"อา ที่นี่เป็นห้องของข้า"

"เอ๊ะ!?"

 

นี่ห้องนายหรอกเหรอ!?

 

ห้องเด็กจืดชืดขนาดนี้เลยเหรอ ไม่มีอะไรเลยเนี่ยนะ! ว่างเปล่าจนนึกว่าเป็นห้องรับแขกซะอีก

 

"......เป็นห้องที่ ไม่มีอะไรเลยนะ......"

"อา ข้ามักออกไปข้างนอกจึงไม่ค่อยได้อยู่ เหมือนแค่อาศัยนอนเท่านั้น"

"ง...งั้นหรือ......"

 

นายออกไปทำงานพิเศษตลอดเลยนี่นา เวลาอื่นก็ต้องคอยเลี้ยงพวกตัวเล็กและช่วยงานที่โบสถ์ เด็กหนุ่มสู้ชีวิต......พี่ชายจะหลั่งน้ำตาอีกแล้ว อยากเอาไปสอนเจ้าสามแสบกับคุณหนูคุณชายผู้มีอันจะกินทั้งหลายจริง ๆ

 

"ถึงจะมีของมากมาย......แต่ข้าก็ไม่ควรมีอยู่ดี ดังนั้น ไม่มีมันซะตั้งแต่ต้นจะสบายใจกว่า อีกอย่าง......ข้าอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ อีกไม่นานーーข้าเองก็อาจจะต้องออกไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง"

 

ท่าทางที่พูดแบบนั้นพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ไม่เหมือนท่าทางของเด็กเลยสักนิด ผมมองภาพนั้น ในใจก็พลันรู้สึกเจ็บปวด

 

ก็จริง โบสถ์ไม่ใช่สถานที่ที่จะอยู่จนถึงเมื่อไรก็ได้ ที่นี่มีไว้สำหรับรับเลี้ยงเด็กที่ไม่มีที่ไปหรือเด็กที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามลำพังให้มีชีวิตอยู่ต่อ เป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว แม้จะไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริงแต่ก็เป็นครอบครัวที่คอยดูแลหัวใจของเด็ก ๆ ครอบครัวชั่วคราว

เป็นเพียงที่อยู่อาศัยชั่วคราวเท่านั้น

 

ดังนั้น อัลเฟรดจึงรู้อยู่แก่ใจ ว่าอีกไม่นานเขาเองก็ต้องออกไปใช้ชีวิตคนเดียวเช่นกัน

......เพื่อพวกเด็ก ๆ ที่จะเข้ามาอยู่ใหม่

 

อัลเฟรดมองผมแล้วยกยิ้ม

 

"ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้น"

"......ข้าเปล่า"

 

ผมทำอย่างนั้นเหรอ แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ แย่ล่ะ ต้องดึงสติสักหน่อย อัลเฟรดตอบเพียง งั้นหรือ แล้วไม่พูดอะไรอีก

 

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

อัลเฟรดนั่งเงียบไม่พูดอะไร บรรยากาศที่ไหลไปอย่างเชื่องช้าชวนให้รู้สึกสงบ ในตอนที่ผมเริ่มเคลิ้มหลับจากอาการไม่ได้นอนสะสม อัลเฟรดก็หัวเราะออกมาจนไหล่สั่นราวกับนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้

 

"จะว่าไป......เจ้าเด็กพวกนั้นชอบเจ้าน่าดูเลย"

"......เอ๊ะ?"

"ตอนที่ข้ากลับมา พวกเด็ก ๆ โวยวายกันยกใหญ่แล้วรีบมาล้อมบังตัวเจ้าที่กำลังหลับอยู่ บอกข้าว่า ห้ามดู! ห้ามเข้ามา! พอข้าพยายามจะไปหาเจ้าก็โวกเวกโวยวายไล่ข้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ยอมแพ้จริง ๆ "

 

อาาาาา

ขอบคุณมาก ทุกคน......พยายาม......รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผมสินะ......ขอโทษ......ผมผิดเอง......ผมเผลอไม่ระวังตัวตลอด......

 

"......คงกลัวว่าข้าจะโกรธ เพราะข้าเคยบอกว่าห้ามเล่นกับคนภายนอก"

 

เคยพูดแบบนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง อัลเฟรดก็เบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างราวกับตั้งใจจะหลบหน้า

 

"เพราะข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรบ้าง......เด็กที่ไม่มีใครต้องการหรือไม่มีที่ไปจะถูกพามาที่นี่ คุณยายก็จะรับเลี้ยงเด็กทั้งหมดไว้ ดังนั้น ที่นี่จึงมีแต่เด็กที่เหมือนーーข้า พวกเด็กข้างนอกไม่ค่อยชอบพวกข้านักหรอก"

 

......อา

 

จริงสิ

มีเด็กในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยเช่นพวกเลียนที่ดูแคลนและไม่ยอมรับเด็กที่อพยพเข้ามา แม้จะน่าเศร้าแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำใจยอมรับคนนอกที่เข้ามาได้ง่าย ๆ ทั้งกังวลว่าอาจพาอันตรายมาด้วย หวาดระแวงว่าสักวันจะก่อปัญหา แม้กระทั่งเสียดายเงินบริจาคที่อาจจะเพิ่มมากขึ้น คงพูดไม่ได้เต็มปากว่าคนพวกนั้นーーจะไม่สร้างแผลใจให้เด็ก ๆ เลย ดังนั้นเพื่อปกป้องเด็กน้อยที่ยังใสซื่อบริสุทธิ์จากคำพูดว่าร้ายเหล่านั้น......ทำแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้

......ปกป้องหัวใจของเด็ก ๆ จนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่

 

"ยังไงการยอมรับเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า......ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว"

คำพูดพึมพำเบา ๆ ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

"เรื่องนั้น......"

เรื่องแบบนั้น

 

"ก็จริงไม่ใช่หรือ"

 

อัลเฟรดหันกลับมาแล้วมองลงมาที่ผม ด้วยสีหน้าที่ไม่อาจอ่านได้และดวงตาสีฟ้าที่สงบนิ่ง

 

ไม่สิ

นัยน์ตาคู่นั้นต่างไปจากทุกทีーーแม้เพียงเล็กน้อย แต่ผมรู้สึกถึงความดำมืดในนั้น

 

หากไม่ระวังก็ราวกับค่อย ๆ ถูกครอบงำให้เข้าไปในส่วนลึกอย่างไร้ที่สิ้นสุด เงามืดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง

 

ผมรู้จักเงานั้น

สิ่งที่เดียวกับอยู่ในความทรงจำของผม สิ่งนั้นกำลังโอบรัดอัลเฟรดอยู่เช่นเดียวกัน

 

ผู้คนไม่จำเป็นต้องยอมรับคนนอกที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่ว่าจะไปที่ไหน สุดท้ายก็ต้องอยู่เพียงลำพัง แม้จะทำใจยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติหรือยอมแพ้ แม้กระทั่งยอมถอยให้ครึ่งทาง ทว่าท้ายที่สุดแล้วจะช้าหรือเร็วมนุษย์ก็ตัวคนเดียวーーไม่อาจทำอะไรได้ เป็นช่องว่างที่ไม่อาจเติมเต็มได้ーーーーーーーーความสิ้นหวัง

 

แม้จะเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ผมก็อยากจะช่วยลบมัน

 

"......ข้า ข้าชอบที่นี่......ไม่ว่าเมื่อไร......ก็มีผู้คนที่พร้อมต้อนรับข้าอยู่เสมอ ราวกับ ตัวข้า อยู่ที่นี่มาตั้งแต่ต้นーーเหมือนกับーーครอบครัว"

 

แม้ว่าจะเป็นเพียงของชั่วคราว

ทว่าสถานที่แห่งนี้ーーให้ที่อยู่กับผมและต้อนรับอย่างอบอุ่น นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

 

"......งั้นหรือ"

 

เงามืดภายในดวงตาของอัลเฟรดค่อย ๆ จางลง ผมโล่งใจขึ้นมา

 

ฝ่ามือที่มีขนาดใหญ่กว่าผมยื่นมาลูบเส้นผมของผมช้า ๆ อย่างลังเล ท่าทางราวกับไม่แน่ใจว่าสัมผัสได้หรือไม่ พอผมนั่งนิ่งไม่ขยับ อัลเฟรดก็ยกยิ้มขึ้นอย่างสบายใจ

 

เมื่อมองรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นในใจก็พลันรู้สึกว่า แย่แล้ว

 

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ ผมควรปรับวงโคจรนี้ให้เข้าที่เข้าทาง ผมกับอัลเฟรดจะสนิทสนมกันไม่ได้

 

ผมปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับอัลเฟรดกลายเป็นเพื่อนที่พึ่งพากันและกันไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไป อัลเฟรดจะไม่มีคู่แข่ง ผมยังต้องเป็นคู่ปรับที่เขาไม่ชอบหน้าเพื่อกระตุ้นให้อัลเฟรดแข็งแกร่งขึ้นและเอาชนะผมให้ได้

 

ดังนั้น

ผมต้องปฏิเสธมือข้างนี้และรีบต่อว่าก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

ผมต้องทำท่าทางรังเกียจและเอ่ยปากไล่อัลเฟรดอย่างเหยียดหยาม อย่าเอามือสกปรกมาแตะตัวข้า จะไปไหนก็ไป อย่ามาอยู่ใกล้ข้า ข้าเกลียดเจ้าเข้ากระดูก เหมือนกับเลียนที่เป็น

 

ทว่า ยิ่งพยายามจะพูดเท่าไร ตัวผมกลับรู้สึกสั่นไหวและจุกในลำคอ ไม่ว่ายังไงก็พูดออกไปไม่ได้

 

อัลเฟรดโน้มตัวลงมา สองมือโอบกอดรอบเอว ที่ลำคอสัมผัสได้ถึงเส้นผมหนาสีบลอนด์ ลมหายใจของเขารดบ่าของผม

 

มือที่สวมกอดผมมีท่าทีไม่น่าไว้ใจเหมือนกับตอนนั้น แต่ผมรู้ดีว่าหากผมสลัดมือคู่นี้ คงเป็นการสร้างแผลใจให้เขาแน่ ดังนั้นจึงทำไม่ลง

 

ร่างกายของอัลเฟรดร้อนผ่าว......จนกลายเป็นผมเสียเองที่กำลังเอนกายพิงเขาอยู่ จู่ ๆ เรี่ยวแรงก็หายไป

 

"......นี่"

"......ว่าไง"

 

เมื่ออัลเฟรดเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเขาก็อยู่ตรงหน้าของผมพอดี นัยน์ตาสีฟ้าที่ประชิดเข้ามากำลังสั่นไหว ขณะที่ผมแอบชำเลืองว่าเป็นอะไรไป อ้อมแขนที่กอดผมอยู่ก็ออกแรงดึงผมให้เข้าไปหา

 

 

อัลเฟรดประกบริมฝีปากเข้ามา

 

"......อือ!?"

 

ทำไม

 

เมื่อผมขยำเสื้อเชิ้ตที่แผ่นหลังของอัลเฟรด ริมฝีปากของเขาก็ถอนออก

 

"อะ เจ้า ทำ อะไร"

 

อัลเฟรดที่อยู่ใกล้ผมจนรู้สึกได้แม้กระทั่งลมหายใจเอ่ยขึ้น

 

"......รับพลังเวท...ของข้าไปหน่อยได้ไหม......เหมือนจะ......มากเกินไปอีกแล้ว"

 

พลังเวท

 

ถ่ายพลังเวท อย่างนั้นเหรอ......?

 

ผมจ้องใบหน้าอัลเฟรดเขม็ง

 

สีผิวยังปกติ เหงื่อไม่ออก ไม่มีสีหน้าทรมาน

......ดูปกติสบายดีทุกอย่าง พลังเวทของนายเอ่อล้นขนาดนั้นเลยเหรอ เกินขีดจำกัดอีกแล้วแน่นะ

 

ขณะที่ผมกำลังตรวจดูอาการและไตร่ตรองอย่างจริงจัง อัลเฟรดก็เผยรอยยิ้มขมขื่นอย่างไม่รู้สาเหตุーーーーก่อนจะประกบริมฝีปากเข้ามาอีกครั้ง

 

"!"

ริมฝีปากถูกบดขยี้เข้ามา อัลเฟรดอาศัยจังหวะเพียงเล็กน้อยสอดลิ้นเข้ามาด้วย เมื่อสัมผัสกับปลายลิ้นของผมก็โลมเลียราวกับปรารถนาที่จะเกี่ยวรัด ชั่วขณะนั้น อาการสั่นกลัวแล่นเข้ามาที่แผ่นหลังของผม

 

ผมพยายามเบี่ยงตัวเพื่อหนีลงจากเตียงตามสัญชาตญาณ ทว่าอัลเฟรดกลับใช้ร่างกายที่ใหญ่และหนากว่าผมกดทั้งร่างผมให้นอนลง ผมรีบร้อนดันตัวเองขึ้นทว่าสองมือนั้นกลับยันบ่าของผมเอาไว้ ผมถูกกดลงบนเตียง ไร้ซึ่งหนทางหนี

 

อัลเฟรดงับริมฝีปากผมราวกับต้องการจะกลืนกิน ลิ้นร้อนยังคงถูกส่งเข้าไปข้างในและโลมเลียอย่างรุนแรง ทั่วทั้งร่างผมสั่นเทิ้ม

 

"......อือ......อุก......!?"

 

น...นี่มันอะไร

เดี๋ยวก่อนสิ นี่ใช่ 'การถ่ายพลังเวท' จริง ๆ น่ะเหรอ......?

 

ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ ความร้อนสายหนึ่งที่คล้ายกับเหล้าหลั่งไหลเข้ามาในร่างของผม

พลังเวทของอัลเฟรด

เมื่อร่างกายสัมผัสถึงพลังเวทที่ต่างออกไปก็ดึงมาหลอมรวมเข้ากับพลังเวทของผมโดยไม่ต้องอาศัยแม้แต่ความตั้งใจของผมด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่เป็นร่างกายของตัวเองแต่กลับไม่อาจควบคุมได้ อย่าว่าแต่จะหยุดเลย ความร้อนที่ไหลเข้ามาวนเวียนในร่างกายกลับชวนให้รู้สึกดีเสียจนผ่อนคลายลงไปด้วย

 

ลิ้นของอัลเฟรดเกี่ยวตวัดตามใจชอบจนน้ำลายผสมกันจนไม่อาจแยกได้ว่าเป็นของผมหรืออัลเฟรด ก่อนจะไหลมารวมที่ลำคอของผมจนเผลอกลืนลงไปทั้งหมด ทั้งร้อนราวกับดื่มเหล้าและให้ความรู้สึกชาหนึบ สัมผัสได้ถึงรสหวาน ไม่สิ ไม่ทาง แม้ในหัวจะตีกันเช่นนั้นแต่ว่า

หวานจังーー

 

ผมจูบตอบและสอดลิ้นเข้าไปบ้างก่อนจะเริ่มเกี่ยวรัดอย่างกระหายโดยไม่รู้ตัว ผมสัมผัสได้ถึงมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นของอัลเฟรด

 

เกิดเสียงจูบทุกครั้งที่ลิ้นเกี่ยวตวัดกัน

แทนที่จะรู้สึกแย่กลับทั้งหวาน ทั้งร้อนวูบวาบ และรู้สึกดีมาก ๆーーーー

 

เตียงเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

ผมลืมตาโพล่งขึ้นมา

 

เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย นี่ตูทำอะไรอยู่ฟะเนี่ย!!!

 

นี่ไม่ใช่เวลามารู้สึกฟินนะ!? ผมเคลิ้มไปได้ยังไง!? เรียกสติกลับมาด่วน! คิดว่าตัวเองใจแข็งแล้วแต่เผลอรู้สึกดีจนได้ พับผ่าสิ ตั้งสติหน่อย!!

 

เดี๋ยว ๆๆ ......!

 

นี่ เดี๋ยวนะ อะไรกัน......!!

 

ผมสาปแช่งร่างกายตัวเองที่ยกธงขาวเอาตามใจชอบก่อนจะเค้นแรงที่แทบไม่เหลือบิดตัวขัดขืนเท่าที่จะทำได้และเตะเข้าที่ส้นเท้าของอัลเฟรดนับครั้งไม่ถ้วน

 

หลังจากเตะไปครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ อัลเฟรดก็ยอมถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งและยันตัวขึ้นเล็กน้อย

 

"อ......า อัลเฟรด ม...ไม่ไหว......แล้ว! น...นี่ ม...มัน"

 

สังหรณ์ใจถึง......ความฉิบหายหลาย ๆ เรื่อง! หลาย ๆ เรื่องเลย!!

 

"ขออีกนิด......"

 

ลิ้นร้อนของอัลเฟรดโลมเลียคราบน้ำลายที่ริมฝีปากของผม อาการสั่นเทาแล่นกลับขึ้นมาที่แผ่นหลังอีกครั้ง

 

"ไม่...ข...ข้าบอกว่าไม่ไหวแล้วไง!!"

 

ผมรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีーーโขกหัวเข้ากับหัวของอัลเฟรด

 

"เจ็บ"

 

อัลเฟรดมึนงงไปชั่วขณะ แรงที่กดผมเอาไว้จึงคลายลง ผมสะบัดมือที่ขังผมอยู่จนเป็นอิสระและผลักร่างหนานั้นออกไปก่อนจะคลานหนี หางตาลอบมองอัลเฟรดที่ยังเอามือกุมหน้าผากอยู่ ผมกระโจนลงจากเตียง

 

 

 

นี่มัน เกิดอะไรขึ้น

ผมไม่แน่ใจ

ทำไม กลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร

 

 

ผมเผ่นออกมาจากห้อง เมื่อมาถึงตรงบันได ที่ข้างล่างนั้นーー

 

"ฮึก ๆ ......อะ ท่านเลียน!"

"กระซิก แว้ก ท...ท่านเลียนไม่ใช่หรือ"

 

มีพวกตัวน้อยที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาอยู่ ผมเองก็อยากร้องไห้เหมือนกัน

 

ผมทั้งสับสนและมึนงง พอพยายามเค้นสมองคิดกลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

"เอ๊ะ......? อะ ป...เป็นอะไรไป.....? พวกเจ้าร้องไห้กันทำไม......"

 

เมื่อผมพาตัวเองลงมาถึงชั้นล่าง พวกเด็ก ๆ ก็กรูเข้ามาเกาะติดผมแน่น

 

"ข...ขออภัยขอรับ ท่านเลียน......! พ...พี่อัล......"

"ข้าห้ามพี่อัลแล้ว แต่พี่อัลก็ยังพาท่านไป"

"ข้าน่ะ พ...พยายาม ฮึก ซ่อนแล้ว!"

"ต...แต่ว่า โดนเจอー......!"

 

พวกเด็ก ๆ พร่ำบอกขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่าและร้องไห้จ้าออกมา

 

"อา ไม่สิ ผิดแล้ว......ข้าผิดเอง ข้าไม่ระวังตัวเอง ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้าหรอก อย่าคิดมากกันเลย เพราะงั้นเลิกร้องไห้ได้แล้ว"

 

ผมโอบกอดเด็ก ๆ ที่เข้ามากอดรัดผมขณะทิ้งตัวนั่งลงที่พื้น

น้ำตาผมเอ่อออกมา

 

"ต...แต่ว่า"

"ถ...ถ้าถูกเจอตัวแล้ว ท่านเลียนจะ"

"จะไม่มาที่นี่อีกแล้วหรือ......"

 

"ร...เรื่องนั้น......"

 

"จะมาหรือ"

"จะมาหาอีกใช่ไหม"

"คราวหน้ามาเล่นด้วยกันอีกครั้งได้ไหม นอนกลางวันด้วยกันอีกครั้งได้ไหม"

 

"อีกครั้ง......"

 

เมื่อได้ยินเสียงหนึ่งลงมาจากบันได ผมก็เด้งตัวขึ้นทันที

 

แม้จะอยากหนีแต่พวกเด็ก ๆ ยังคงกอดหนึบอยู่ที่เข่าของผมจึงหนีไปไหนไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ทว่ากลัวเกินกว่าจะหันกลับไปมองจึงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น และที่ด้านข้างーーーーรองเท้าหนังราคาแพงที่ขัดจนวาววับถูกส่งมาตรงหน้า

 

รองเท้าของผม

 

จะว่าไป ผมวิ่งออกมาจากห้องทั้งถุงเท้าโดยไม่ได้สวมแม้กระทั่งรองเท้า ช่วยไม่ได้ สถานการณ์มันบีบคั้นนี่นา!

 

"......เจ้าออกมาโดยที่ยังไม่ได้สวมรองเท้า"

 

ผมพยายามไม่หันไปมองเท่าที่จะทำได้และยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับ ผมสัมผัสได้ว่าอัลเฟรดถอนหายใจอย่างเบาใจและーーนั่งลงที่ด้านหลังของผม

 

"......ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ดีเอง ข้าทำเกินไป ขอโทษ"

 

เออสิวะ......!

 

ฉันก็คิดว่านายทำเกินไป......! ใจร้าย โหดร้ายที่สุด นั่นไม่เรียกว่า 'การถ่ายพลังเวท' แล้ว นั่นมันดีพคิสーーไม่ อย่าไปคิด หยุดเลย ห้ามคิดเด็ดขาด แม่งเอ๊ย เจ้าบ้า ทำอะไรของนาย ไปจำมาจากไหน ไอ้เด็กลามก หื่นกาม เรื่องแบบนั้น เรื่องแบบนั้น......ไม่สิ อย่าไปนึกถึง

ให้ตายเถอะ!

 

เรื่องที่อยากพูดมีอยู่ในหัวผมกองเป็นภูเขา แต่กลับพูดออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว

 

"ตอนนั้นข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ ข้าสำนึกผิดแล้ว ขอโทษจริง ๆ ข้าผิดไปแล้ว......นี่ ต้องทำยังไงเจ้าจึงจะยกโทษให้......?"

 

ควบคุมตัวเองไม่ได้นี่หมายความว่ายังไง ไม่สิ ผมควรจะเริ่มจากตรงไหนดี จะเริ่มจากตรงไหนก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันหมด

 

อา งั้นเหรอ นายอายุสิบหกแล้วนี่นา! เข้าสู่วัยนั้นแล้วสินะ! ใช่ ใช่ไหม!? จริงสิ ช่วงนี้ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านก็ต้องมีสับสน ทำพลาดกันไปบ้าง ใช่ไหมล่ะ? ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะพลังเวทของผมกับอัลเฟรดเข้ากันได้ดี......หรืออะไรก็ตาม อาจมีส่วนทำให้อารมณ์แบบนั้นเกิดขึ้นได้ง่าย อาจจะเหรอ ถึงจะยังไม่แน่ใจ แต่เอาเป็นว่าระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์อย่างว่า อารมณ์อย่างว่านี่มันอะไร อาาาา พับผ่าสิ

 

"นี่......ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ ข้าต้องทำยังไง......เจ้าจึงจะยอมยกโทษ"

 

น้ำเสียงของอัลเฟรดขลาดกลัวอย่างหาได้ยาก

สัมผัสที่รู้สึกได้จากแผ่นหลังมีบางอย่างที่ดูอ่อนแรง ความรู้สึกเย็นชาที่ไม่สะทกสะท้านอย่างทุกทีของอัลเฟรด ตอนนี้ผมสัมผัสถึงมันไม่ได้เลย

 

ในที่สุดผมก็ใจเย็นลงมาได้นิดหน่อย ผมสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พวกเด็ก ๆ เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตารื้นน้ำตาอย่างกังวล

ต่อให้อัลเฟรดนั่งอยู่ด้านหลังผมอีกนานแค่ไหนก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

ผมรู้ดี

 

ーーรวมถึง เพียงเอ่ยคำว่า ไม่ให้อภัย คำเดียว ทุกอย่างก็จะจบ

 

ทว่า

พวกเด็ก ๆ กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้า ถ้าทำให้ร้องไห้มากกว่าไปกว่านี้ก็น่าสงสาร

 

เจ้าเด็กข้างหลังผมเองก็ หงอยมากกว่าทุกที

 

หากผมพูดตัดขาดทุกอย่างไปตอนนี้ ผมคงถูกพวกเด็ก ๆ รวมถึงมาเรียเกลียดและคงมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว

 

หากมาที่นี่ไม่ได้

ผมก็ーーไม่มีที่ให้ไปแล้ว อุปกรณ์เตือนภัยก็ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ผมยังจำเป็นต้องมาที่นี่อยู่

 

ดังนั้น

จริงสิ ผมยังเหลือ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องรีบปรับเนื้อเรื่องเข้ารูทเดิมทันทีก็ได้ ไว้ค่อยหาเวลาที่เหมาะสมทีหลัง

ยังทันอยู่

ไม่เป็นไร

 

หลังจากตัดสินใจได้ ผมก็สบายใจขึ้นก่อนจะเริ่มคิดเรื่องต่าง ๆ อย่างใจเย็น

 

ก่อนอื่น......ต้องทำอะไรสักอย่างกับเจ้าเด็กที่ปล่อยออร่าดำมืดอยู่ข้างหลังของผมตอนนี้ ทว่าถ้ายอมยกโทษให้ง่าย ๆ ผมคงรู้สึกหดหู่และไม่หายโมโหแน่ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว แทนที่จะยกโทษให้ผมสร้างเงื่อนไขให้เขาแทนแล้วกัน

 

"......ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่ข้ามาที่นี่......เก็บเป็นความลับได้หรือไม่"

 

ที่จริงแล้ว......คนที่ฉันไม่อยากให้รู้ที่สุดคือนาย แต่ถ้าสถานการณ์กลายเป็นแบบนี้แล้วก็ช่วยไม่ได้

 

"ข้าไม่อยากให้พวกท่านพ่อรู้ว่าข้ามาที่โบสถ์ ถ้าหากรู้เข้า......ข้าอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากคฤหาสน์......อีก"

 

นี่คือเรื่องจริง

 

ผมมักออกจากคฤหาสน์ด้วยข้ออ้างว่าจะไปหอสมุดหรือโรงเรียน พ่อของเลียน รวมถึงแม่และพี่ชายคงไม่พอใจหากเลียนไปสนิทสนมกับพวกชนชั้นล่าง ดังนั้นจึงพร่ำบอกอยู่เสมอว่าห้ามไปเสวนากับคนพวกนั้น ก่อนหน้านี้ที่ผมเข้าไปช่วยอัลเฟรดที่หมดสติอยู่ในเมือง หลังจากกลับไปถึงคฤหาสน์ผมก็ถูกพ่อตะคอกใส่และต่อว่า ละทิ้งงานเลี้ยงของผู้บัญชาการแล้วไปช่วยเจ้าคนสกปรกแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงบ้างล่ะ คิดจะทำให้ตระกูลโอเวนเปรอะเปื้อนโคลนงั้นหรือบ้างล่ะ พวกคนไร้ฐานะทางสังคมบ้างล่ะ

ผมตระหนักถึงเรื่องนี้ดี

 

หากเรื่องนี้รู้ถึงหูพวกเขาเมื่อไรคงพยายามขัดขวางผมแน่ กรณีเลวร้ายที่สุด คงเป็นห้ามไม่ให้ออกไปไหนมาไหนคนเดียวอีก แบบนั้นคงไม่ดี

 

"......เข้าใจแล้ว ข้าไม่บอกใครทั้งนั้น มีอะไรอีก?"

 

มีอะไรอีก

อีกเรื่องก็คือーー

 

"............อาาา อย่าทำแบบนั้นอีก......"

"แบบนั้น?"

"! บ...แบบเมื่อกี้ไงเล่า! ห...ห้ามทำแบบนั้นอีก เข้าใจหรือไม่!"

"เข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ทำอีก สัญญา......ถ้าอย่างนั้น เจ้ายกโทษให้ข้าหรือยัง"

 

ผมสูดลมหายใจ

 

"............ข...ข้าอภัยให้......"

 

สถานการณ์เป็นแบบนี้แล้วฉันยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ

 

ผมสัมผัสได้ว่าอัลเฟรดที่อยู่ด้านหลังของผมเบาใจลงมากแล้ว

 

"......ขอบคุณนะ"

 

หลังจากพูดจบ อัลเฟรดก็ยื่นมือมาโอบรอบเอวผมแล้วดึงผมเข้าไปกอด อัลเฟรดเกยคางลงบนบ่าของผมทำให้เส้นผมสีบลอนด์หนาสัมผัสที่บริเวณคอจนจักจี้

 

"น...นี่! เดี๋ยวเถอะ! นี่เจ้า......เจ้าเนี่ยนะ! เข้าใจจริง ๆ หรือเปล่า!?"

"เข้าใจสิ"

 

เข้าใจแน่เหรอ!

 

"......พี่อัลกับท่านเลียน ทะเลาะกันเหรอ"

"ทะเลาะกันเหรอ"

"ทะเลาะกัน"

 

ก๊วนพี่น้องสัญญาณไฟจราจรที่เกาะขาผมลืมเรื่องร้องไห้เมื่อครู่ไปเสียสนิทแล้วเอียงคออย่างน่ารักน่าเอ็นดูขณะเงยหน้ามองผม

 

......นี่คือ การทะเลาะ อย่างนั้นเหรอ

 

จะว่ายังไงดี แบบว่าเจ้าอัลเฟรดอยู่ ๆ ก็จับผมกดーーไม่ ไม่ ไม่ ไม่

ผมพูดอะไรเนี่ย

เป็นไปไม่ได้

จะเป็นไปได้ยังไง

ก็มัน จะว่าไงดี แบบว่า ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ แต่ประมาณว่าสถานการณ์พาไป อืม นั่นแหละ

 

 

 

ผมสบตาเข้ากับมาเรียที่ยืนห่างออกไปจากทางเดินเล็กน้อยและกำลังมองพวกผมด้วยแวววตาเป็นห่วง ผมสื่อสารผ่านสายตากับเธอว่า กลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาแล้ว ทำยังไงดี

 

หลังจากนั้นーーมาเรียก็มองไปที่อัลเฟรดสลับกับมองผมก่อนจะยิ้มอย่างผ่อนคลายด้วยแก้มสีแอปเปิล

 

"......ท่านเลียนเจ้าคะ ทำตามสิ่งที่ท่านเห็นว่าสมควรเถอะเจ้าค่ะ ข้า......ย่อมเห็นด้วยกับท่าน ดังนั้นอย่ากังวลมากนักเลย ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ท่านก็คือท่าน จะให้เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ทำตามหัวใจของท่านเถอะเจ้าค่ะ แม้ว่าหนทางจะเปลี่ยนไปยังไงแต่หากเป็นเส้นทางที่หัวใจอันอ่อนโยนของท่านเป็นผู้นำทางแล้วล่ะก็ย่อมเป็นเส้นทางที่ถูกต้องเจ้าค่ะ ข้าเชื่อเช่นนั้น"

 

บทพูดนั้น เหมือนเคยได้ยืนที่ไหนมาก่อน นึกไม่ออก

 

อา นั่นไง

ท่านเทพธิดา

 

ท่านเทพธิดาผู้เลื่อนลอยและเฉื่อยแฉะที่ไม่เคยติดต่อกลับมาแม้แต่ครั้งเดียวคนนั้น

 

"อย่างนั้น หรือขอรับ......"

"ต้องเป็นเช่นนั้นแน่เจ้าค่ะ"

 

มาเรียพยักหน้าอย่างแรง

ผมอ่อนเพลียขึ้นมา

คุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหนครับ ผมไม่ได้ดีขนาดที่คนอื่นจะมายกย่อง และอนาคตที่ดีที่ว่านี่ก็ไม่มีอะไรมายืนยันได้สักอย่าง

 

ผมรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้าเต็มที ทว่าหัวใจที่น่าจะเต้นรัวเร็วเพราะความหงุดหงิด รวมถึงอาการปวดท้องที่น่าจะรุนแรงขึ้นกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากอ้อมกอดของคนที่อยู่ข้างหลัง

 

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่สุดของวัน

 

 

***

 

 

......เพราะเกิดเรื่องนั้นขึ้น เรื่องที่ผมเข้าออกโบสถ์อยู่บ่อย ๆ จึงถูกอัลเฟรดล่วงรู้ ทว่าผมจะให้เขารู้ถึงการมีอยู่ของ 'ห้องทดลองวิจัยและพัฒนา' ของผมไม่ได้เด็ดขาด

 

หากเอกสารกองโตและอุปกรณ์เตือนภัยแต่ละชนิดของผมถูกพบเข้าล่ะก็ อัลเฟรดต้องสงสัยแน่ว่านี่คืออะไร มันดูมีพิรุธจริง ๆ นั่นแหละ ทั้งเครื่องมือช่าง หินแร่หลากสี ของเหลวต่าง ๆ รวมไปถึงกระดาษร่างรูปแบบที่เขียนอย่างหวัด ๆ และไหนจะหนังสือเวทมนตร์ที่วางกระจัดกระจาย ไม่ว่าใครมาเห็นก็คงชวนให้คิดว่าน่าสงสัยจนวิ่งแจ้นไปแจ้งทางการทั้งนั้น

และผมไม่มั่นใจว่าจะสามารถแถกลบเกลื่อนได้สำเร็จลุล่วงสักนิด

 

ดังนั้น ผมยังคงอาศัย 'ตารางงานพิเศษของพี่อัล' ทุกครั้งที่จะไปที่โบสถ์อยู่เหมือนเดิม

 

เจ้านั่นปกติแล้วเสาร์อาทิตย์ก็ออกไปทำงานพิเศษโอกาสที่จะบังเอิญเจอกันจึงไม่สูงมากนัก นาน ๆ ทีจะเจอทีหรือไม่ก็เจอตอนจะกลับเท่านั้น

 

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ ในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ผมบังเอิญพบกับอัลเฟรดขณะที่กำลังจะออกจากโบสถ์ที่หน้าประตูรั้วพอดิบพอดี

 

"เลียน จะกลับแล้วหรือ"

"อะ อา......ข...ข้าไปแล้วนะ"

"งั้นหรือ รอเดี๋ยวก่อน"

 

อัลเฟรดเปิดถุงกระดาษที่กอดอยู่สองถุงออกมาถุงหนึ่งแล้วควานหาของในนั้นเกิดเสียงดังกรอบแกรบ

 

ทำอะไรน่ะ......ผมมองเขาอย่างสงสัย

 

มือของอัลเฟรดกุมบางสิ่งออกมาจากถุงーーของที่ดูเป็นลอนกลม ๆ บาง ๆ

 

มันฝรั่งทอดโรยด้วยเกลือกับพริกไทยーー

 

ขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด

 

"น...นั่นมัน......ม...มันฝรั่งทอด......!?"

 

ขนมที่ทานที่บ้านเลียนไม่ได้ ห้ามทานด้วย ถ้าเผลอตัวก็จะหยิบทานเรื่อย ๆ อย่างหยุดไม่อยู่!!!

 

อัลเฟรดยื่นมาที่ปากผม ผมรีบงับไปแบบไม่ทันรู้ตัว รสชาติของอาหารและเกลือที่แสนคิดถึงกำลังกระจายไปทั่วปาก อา อร่อยจัง เพราะเป็นมันฝรั่งทอดโฮมเมดจึงมีความหนาทำให้ซึมซับถึงวัตถุได้อย่างดี อร่อย

 

ผมถือวิสาสะหยิบขึ้นมาทานเองอีกหนึ่งชิ้น อะไรกันเนี่ย อร่อยเกินไปแล้ว ในขณะที่ผมกัดและเคี้ยวไปพร้อม ๆ กับรสชาติของความคิดถึง จู่ ๆ อัลเฟรดก็หลุดหัวเราะออกมา หัวเราะอะไร ไม่เห็นมีอะไรน่าขำ

 

"......เจ้าเองก็ ชอบสินะ"

"อะไรหรือ"

"แมวที่มาที่โบสถ์บ่อย ๆ ......ก็ชอบมากเหมือนกัน"

"ห๊ะ? ส...เสียมารยาท ข้าไม่ใช่แมวสักหน่อย!"

"คุณนายเจ้าของร้านเหล้าที่ข้าไปทำงานทำมาเยอะเกินไปเลยแบ่งมาให้น่ะ ข้าแบ่งส่วนของเจ้าไว้ด้วย แต่ถ้าเจ้าไม่ต้องการーー"

"ต้องการ! ห...ให้ข้า!"

 

ผมรีบคว้าหนึ่งถุงมาจากอัลเฟรด พอลอบมองไปด้านในก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมา จุอยู่เต็มถุงเลย ผมไม่อาจอดทนอีกต่อไป จึงหยิบแล้วโยนเข้าปากไปอีกหนึ่งชิ้น

 

อา รสชาติที่แสนคิดถึงนี่มัน

ขนมขบเคี้ยวแบบนี้ทำให้อยากทานอีกเรื่อย ๆ เลย

 

ขณะที่ผมกำลังซึมซับกับความหลังทีละน้อย อัลเฟรดกลับกลั้นขำจนไหล่สั่นแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวผมจนยุ่ง ไม่เข้าใจ นายขำอะไรนักหนา

 

ผมหลบเลี่ยง

ขอที อย่ามาจับกันแบบไม่ให้ตั้งตัวได้ไหม! หัวใจจะวาย!

 

"ย...อย่ามาจับตามใจชอบนะ!"

"อา โทษที"

 

เจ้าบ้านี่ไม่ได้สำนึกผิดเลยสินะ! ตานายยังยิ้มอยู่เลย!

 

"ป...ไปล่ะ! ข้าจะกลับแล้ว............ม...มันฝรั่งนี่......ข...ขอบ......คุณ......มาก......"

"อา กลับดี ๆ ล่ะ เลียน เจอกันพรุ่งนี้"

"! จ...เจอกัน!"

 

ขณะที่อัลเฟรดโบกมือพร้อมมองส่งผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาชั่วขณะ ผมกอดถุงมันฝรั่งทอดก่อนจะสาวเท้าวิ่งーーแค่ก จากไป

 

 

 

ระยะนี้ผมรู้สึกว่าการแสดงตบตายากขึ้นทุกที......แย่จัง

 

ผมเร่งฝีเท้าไปตามทางกลับบ้านพลางถอนหายใจอย่างหมดหนทาง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.287K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1634 xiaomao007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:04
    นายมันแน่อัลคุง แน่มาตลอด !!!
    #1,634
    0
  2. #1620 Rabbit.C (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 19:49
    ลูกผมจะโดนกิน ช่วยด้วยง้าบคุณตำหนวด แค่กๆ
    #1,620
    0
  3. #1531 Apoptosis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:13
    เกือบแล้วน้องงงง อีกนิดนี่คือฉากเรียกเลือดเลยยยยย งือออเสียดาย 55555555
    #1,531
    0
  4. #1269 YukiShiro (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:40
    อัลลุนแลงงง ต่อใจ 55555
    #1,269
    0
  5. #1201 JADEMERIT (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 19:04

    หนูค่า หนูโป๊ะแตกไปนานแล้วค่า

    #1,201
    0
  6. #1157 No10051 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:19
    จริงๆอัลนี่จัดว่าเชี่ยวมาก ถ้าเลียนเคลิ้มๆ เป็นเด็กอายุ15จริงๆเสร็จตาอัลไปไม่รู้กี่รอบแล้วมั้ง
    #1,157
    0
  7. #1156 No10051 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:16
    น้องมันน่าย่ำยีอ่ะเนาะ แม่เข้าใจหัวอกหนูจ่ะอัล น้องแบบเคลิ้มๆน่าสุดจะหวาาฉ่ำ นี่มันรักต่างชนชั้นชัดเจน อัลรีบๆได้ดิบได่ดีเร็วเข้าๆๆๆ
    #1,156
    0
  8. #1122 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 14:23
    ไม่เหลืออะไรให้กลบละลูกเขารู้กันหมดแล้ว
    #1,122
    0
  9. #1084 All I can do for you (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 20:50
    เจ้าเหมียวล่ะ แมวสุดๆเลยน้าาาา น่ารักจังเลยยยย
    #1,084
    0
  10. #916 MitsukiCarto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 17:36
    ไม่ต้องแสดงก็ได้ลูกกกก~ เขารู้กันหมดแล้วลูกกก~
    #916
    0
  11. #897 Oomlet (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 03:48
    คือน้องโป๊ะแต่แรกอยู่แล้ว จะเเสดงตบตาอะไรอีกน้อง55555555555555
    #897
    0
  12. #853 hongyok025 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 10:26
    เด็กนี้มันร้ายยยย บอกตรงๆก็ได้มั้ง!! ว่าอยากจูบน่ะ!!! เขินๆๆๆ
    #853
    0
  13. #826 Lormielis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 16:43
    แจ้งตำรวจ--
    #826
    0
  14. #765 doubleua01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 16:27

    อัลคนวร้ายๆ

    #765
    0
  15. #700 rubyboda deo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:35
    โง้ยยย เอ็นดูท่านเลีย อยากตุ้บเหม่งๆๆๆๆ แมวยังไงก็คือแมวจริงๆเนอะอัลเนอะ
    #700
    0
  16. #623 mumuninnin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:47
    ท่านมาเรียอาจจะเป็นเทพธิดาก็ได้นะ
    #623
    0
  17. #471 JustAEcho (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 23:40
    สัมผัสได้ว่าแม่ยกอันดับหนึ่งคือท่านมาเรีย555555
    #471
    0
  18. #460 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:00
    มีความสุขให้มากๆนะ
    #460
    0
  19. #372 Patimabhorn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:00
    คนที่แสดงเก่งไม่ใช่น้องนะ อัลต่างหาก!! เนียนตลอด!!
    #372
    0
  20. #268 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:41
    โง้ยยย น่ารักจนอยากหยิก!
    #268
    0
  21. #258 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:54
    เก๊กตั้งนานดันแพ้ของกิน โธ่ หนูลูก
    #258
    0
  22. #219 dream4try (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:09
    หึ น้องเหมือนแมวมากเลยใช่ไหมล่ะ มันแบบน้องงง!
    **กลั้นยิ้มจนตะหมูกบาน
    #219
    0
  23. #192 pam223 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:13
    โอ้ยยย น่ารักง่าาา น่ารักกกก ฮื่อออ
    #192
    0
  24. #191 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:01
    เอ็นดูเจ้าเลียนที่สุดในโลก! อัลก็กลายเป็นคนขี้แกล้งไปซะแล้ว🙈 เขินวุ้ยยย
    #191
    0
  25. #190 ◆SY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:05

    แงแงแงแง มันเป็นน่ารักมากๆๆๆเลยค่ะคูมคนแปล UwU เจ้าเหมียวเลียนยอมเขาขนาดนี้หัวอกคนเป็นแม่จะแตกค่ะ ฮื่อออ นายอัล! นายมันร้าย! ล่อลวงจนน้องเกือบคล้อยตามแน้ว!!
    แถมเอาขนมมาล่อแมวอีก แงแงแง น่ารักที่สุดเลยค่ะน้องเลียน
    #190
    0