[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 41 : Chapter : 40 รางวัลแม่บ้านดีเด่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 778 ครั้ง
    24 มิ.ย. 58











ในช่วงสายของวันที่ฟ้าครึ้มและมีลมแรง คุณพ่อยังหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการคุยโทรศัพท์ ใช้มือข้างเดียวติดกระดุมเสื้อด้านหลังให้เจ้าลูกชายตัวน้อยก่อนจะหันไปหยิบแพมเพิสสำรองมาใส่กระเป๋า

วันนี้ชานยอลมีนัดออกไปเที่ยวกับเบบี๋เพื่อซื้อของขวัญเซอร์ไพร์สคนใช้ที่บ้าน แล้วตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าแบคฮยอนน้อยจะพร้อมแล้วรวมถึงที่นัดเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่แต่มันก็ไม่ได้แย่ เพราะยังไงก็ไม่ได้เดินกลางแดดอยู่แล้ว

“เฮีย อย่าเอาลูกไปตากฝนนะ เอาร่มไปด้วย แขวนอยู่บนผนังอ่ะ” ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกจากบ้าน เสียงแม่บ้านที่ดังออกมาจากครัวก็ฉุดสติชานยอลให้นึกถึงร่มที่สมควรจะเอาไปด้วย เขาเดินไปหยิบร่มที่แขวนอยู่บนผนังมาใส่ตะกร้าใบเล็กก่อนที่จะเดินไปหยิบกุญแจรถแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นเอวเตรียมตัวพาออกไปซิ่งข้างนอก

ชานยอลใช้นิ้วเกี่ยวหูตะกร้าติดมือออกไป โดยที่ก่อนจะปิดประตูก็ไม่ลืมตะโกนบอกแม่บ้านด้วยว่าจะออกไปแล้ว เดี๋ยวเขาจะต้องไปแวะรับคริสที่จะติดรถออกไปซื้อของอีก คงจะได้กลับตอนใกล้บ่าย

“อีบี๋ มึงออกมาเก็บผ้าด้วย กูจะออกไปแล้ว!

“หนูรู้แล้ว! เฮียอย่าให้ลูกเปียกฝนนะ!

“เออ!

ชานยอลปิดงับประตูบ้านก่อนจะเดินไปขึ้นรถโดยวางของไว้ตรงที่นั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเองก็อุ้มลูกไปนั่งด้วยกันหลังพวงมาลัย โดยจับให้เจ้าตัวเล็กนอนหันหน้าเข้าหาแผ่นอกแล้วใช้เข็มขัดรัดพาดก้นกลมๆไปติดกับตัวล็อค จากนั้นก็สตาร์ทเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งเคลื่อนตัวออกจากรั้วทันที

ปล่อยให้แม่บ้านที่เดินออกมาชะโงกหน้าดูยืนโบกมือหยอยๆต่อไป

 

.

.

.

 

 

 

ปัง!

เสียงประตูรถถูกปิดดังลั่นหลังจากที่คริสย้ายตัวเองขึ้นมานั่งบริเวณที่นั่งข้างคนขับ สายฝนที่ตกปรอยๆทำเอาเสื้อของเขาชื้นไปหมดแต่ก็ยังดีที่มันไม่ตกหนักไปมากกว่านี้

ตอนนี้นาฬิกาข้อมือเรือนสีทองบอกเวลาสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว คริสที่กำลังตกอยู่ในอาการเซ็งได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในขณะที่สายตามองตรงไปยังถนนข้างหน้า ถ้าหากเขารู้ว่าฝนจะตกก็คงจะไม่ออกจากบ้าน

การต้องไปเดินดูของกับผู้ชายแมนๆที่อุ้มลูกไปด้วยมันทำให้คริสรู้สึกขนลุกอย่างประหลาด ตอนแรกเขาก็แค่กะว่าจะติดรถชานยอลไปลงที่ตลาดรถด้วย แต่ดูจากสภาพอากาศแล้วการไปเดินตลาดที่เปิดโล่งคงไม่ดีเท่าไหร่ อีกไม่นานฝนคงจะตกหนักกว่านี้ เพราะอย่างนั้นก็เลยต้องตามไปห้างกับชานยอลเพื่อซื้อของบางอย่าง

พอนึกแล้วมันก็ขนลุกชะมัด....

“วันนี้มึงจะไปซื้ออะไรเนี่ย”

ในขณะที่ภายในรถตกอยู่ในความเงียบ คริสก็รีบเอ่ยปากหาเรื่องพูดคุยก่อนที่ชานยอลจะเปิดข่าวจากวิทยุให้เขาอารมณ์เสีย คริสล่ะเบื่อจริงๆเวลาที่นั่งรถกับชานยอลแล้วต้องฟังข่าวกับโฆษณาขายยาสตรีกับยาลูกกลอน เขาไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย

“ไปดูของ”

“ของไรวะ ที่จะซื้อให้อีบี๋อะนะ?”

“เออ”

“จะซื้ออะไรวะ” คริสนิ่วหน้าพลางเหลือบตาไปมองเพื่อนตัวสูงที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา

อันที่จริงเขารู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าชานยอลจะซื้อของให้แบคฮยอน เพราะเจ้าตัวพูดให้ฟังอยู่บ่อยๆ แล้วก็ทำท่าเหมือนกับยุ่งอยู่กับการเตรียมนั่นเตรียมนี่อยู่ตั้งนาน แต่ก็ยังไม่เห็นจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที คริสเห็นเพื่อนซี้ของเขาขับรถใหญ่ออกไปข้างนอกบ่อยๆในช่วงนี้ แล้วก็รอฟังข่าวดีทุกครั้งแต่มันก็ไม่เห็นมีอะไร

แม้แต่แบคฮยอนเองก็ไม่รู้ว่าชานยอลออกไปไหน ถามทีไรก็บอกแค่ว่าออกไปซื้อของทุกที

“รอดู” ชานยอลตอบปัดในขณะที่เลี้ยวรถออกสู่ถนนใหญ่ เขาจะไม่บอกคริสแน่ว่าตัวเองจะซื้ออะไรให้แม่บ้าน เพราะถ้าคริสรู้อีหมวยจะต้องรู้ แล้วถ้าอีหมวยรู้ ยังไงแบคฮยอนก็ต้องรู้แน่ไม่ว่าจะเป็นจากปากอี้ชิงหรือเพื่อนคนอื่นๆ

“แหวน?”

“หึ”

“จักรยาน?”

“จักรยานพ่อมึงอ่ะ”

“มอไซค์?”

“ไม่ใช่”

“แล้วอะไรวะ” ยิ่งทายก็ยิ่งสงสัย คริสนึกไม่ออกแล้วว่าชานยอลจะซื้ออะไรให้แบคฮยอน อะไรที่เป็นสิ่งของ อะไรที่ไปเลือกซื้อที่ห้าง อะไรที่อาจจะใช้เวลาเตรียมการอยู่สักระยะ

แต่ถึงจะบอกว่าใช้เวลาเตรียมการคริสก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าตอนที่ชานยอลออกไปข้างนอกนั้น เจ้าตัวไปเลือกซื้อของให้แม่บ้านจริงหรือเปล่า หรือแค่ออกไปดูแล้วไม่ได้ซื้อ เขาเดาไม่ได้เลยว่าของที่ว่านั่นจะคืออะไร

“ก็บอกให้รอดู”

“แล้วมึงจะไปซื้อที่ไหนเนี่ย”

“ห้าง”

“โว๊ะ กูไม่บอกใครหรอก มึงไม่ต้องมีลับลมคมในขนาดนั้นก็ได้” คริสว่าออกมาด้วยสีหน้ารำคาญใจก่อนจะเปิดลิ้นชักใส่ของเพื่อหยิบเอาหมากฝรั่งออกมาเคี้ยว

เขารู้สึกเบื่อจริงๆเวลาที่ชานยอลทำตัวกวนตีนโดยที่ไม่รู้ตัว อีกเดี๋ยวไปซื้อเสร็จก็จะได้ส่งมอบให้แม่บ้านแล้ว คริสจะเอาเวลาที่ไหนไปส่งข่าวบอกใครว่าชานยอลจะซื้ออะไรให้เมีย

“หึ...” ชานยอลได้แต่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การขับรถ เหตุผลที่เขาไม่ยอมบอกคริสว่าซื้ออะไรนั้นมันไม่ได้หมายความว่าไม่ไว้ใจ แต่คริสเป็นพวกพูดอะไรตามใจปาก ติดจะปากไวไปสักหน่อย ชานยอลก็เลยกลัวว่าคริสจะเผลอไปพูดกับลูกน้อง แล้วลูกน้องก็เอาไปพูดต่อๆกันจนไปถึงหูแบคฮยอน

“กูว่ากูรู้แล้วว่ามึงซื้ออะไร...”

เสียงคริสที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงก๊อกแก๊กที่เกิดจากการรื้อลิ้นชัก เรียกชานยอลให้หันไปมองใบกระดาษที่เพื่อนตัวสูงถือขึ้นมาโชว์ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

สุดท้ายแล้วชานยอลก็ถูกจับได้... เขาได้แต่กรอกตาไปมากับนิสัยเจ๊าะแจ๊ะชอบรื้อ ชอบหา ของเพื่อนสนิทที่ทำให้เรื่องแตกและถึงจะพูดปฏิเสธไปพอถึงเวลาคริสก็ต้องเอามาล้ออยู่ดี

ชานยอลล่ะสงสัยตัวเองจริงๆว่าเขาคบกับไอ้เพื่อนบ้านี่มาได้ยังไงตั้งหลายปี...

“เก็บใส่ลิ้นชัก...”

“หูย.... ทำไมเป็นชื่ออีบี๋วะ ไปเซ็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” คริสเบิกตากว้างในขณะที่ไล่สายตามองดู โฉนดบ้านที่อยู่ในมือ

เขาไม่เห็นชื่อชานยอลเลย มีแต่ชื่อแม่บ้านที่ระบุเป็นเจ้าของอยู่ในโฉนด แม้แต่โฉนดที่ดินก็เป็นชื่อแบคฮยอนกับพัคฮยอนที่ถือทรัพย์สินร่วมกัน ถ้าหากว่าแบคฮยอนเป็นคนเซ็นรับบ้านเองหรือมอบอำนาจให้ชานยอลจัดการป่านนี้ก็น่าจะรู้ไปแล้ว ทำไมเพื่อนเขาถึงยังพยายามปิดมันอยู่อีก

“กูเซ็นเอง”

“เซ็นได้หรอวะ เซ็นมอบอำนาจหรือว่ายังไง”

“ก็จ่ายค่าน้ำนิดๆหน่อยๆ” แกล้งพูดออกไป ทำทีเป็นไม่ยอมอธิบายอะไรแต่ก็เป็นอันรู้กันว่าได้โฉนดมาได้ยังไงโดยที่คนเป็นเจ้าของบ้านไม่รับรู้ แต่ถึงจะพูดว่านิดหน่อยชานยอลก็เสียไปเกือบสามหมื่น กับการจ้างให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินทำเป็นไม่รู้ว่าเอกสารมอบอำนาจให้จัดการเซ็นรับบ้านเป็นลายมือของเขาเอง

“บ้านใหม่ปะวะ เท่าไหร่”

“ใหม่ เจ็ดล้าน”

“เย็Xเข้ กูยอมเลยว่ะ... นี่มันก็แถวบ้านเรานี่หว่า ใช่บ้านตรงซอย 7 ที่เจ้าของมันประกาศขายปะ” คริสยังคงทำสีหน้าฉงน จ้องมองโฉนดบ้านในมือซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

คริสขอสาบานว่าหลังจากนี้เขาจะไม่พูดว่าชานยอลไม่รักเมียอีกแล้ว... บ้านชื่อเมีย ที่ดินชื่อลูกชื่อเมีย อะไรมันจะขนาดนั้น

“หลังนั้นแหละ เจ้าของมันสร้างไว้ให้ลูกแต่ลูกไม่มาอยู่ก็เลยขาย เพิ่งสร้างเสร็จเดือนที่แล้วเอง”

“เห้ย... มึงพูดจริงดิ มึงอย่าล้อกูเล่นนะ”

“กูจะล้อเหี้ยไรมึงก็แหกตาดู”

“มึงซื้อบ้านให้เมียเลยอ่อ”

ศึกขนาดย่อมระหว่างเพื่อนซี้เริ่มเกิดขึ้นในรถเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการซื้อบ้าน ดูเหมือนว่าคริสจะยังไม่เชื่อว่าเพื่อนตัวเองควักเงินเก็บซื้อบ้านชื่อเมียโดยที่ไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในรายชื่อผู้ถือทรัพย์สินร่วม

ตั้งแต่ไหนแต่ไรชานยอลเป็นคนรอบคอบมาก ไม่ยอมใคร แล้วก็ไม่ยอมเปิดช่องให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆด้วย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนชานยอลก็จะไม่ปล่อยให้พลาด คริสไม่ได้บอกว่าแบคฮยอนไว้ใจไม่ได้ แต่เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร ถ้าหากเสียไปคงจะเป็นแผลใหญ่ที่เจ็บใจมาก

คริสไม่คิดว่ามันง่ายขนาดนั้น เขาไม่เชื่อว่าชานยอลจะยกบ้านให้แบคฮยอนโดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกคืน ยังไงก็เป็นไปไม่ได้

ไม่ใช่เพราะแบคฮยอนไม่น่าไว้ใจ แต่มันเป็นนิสัยของชานยอล...

“ก็บอกว่าเออ”

“กูไม่เชื่อ”

“ก็แล้วแต่” ชานยอลได้แต่ขำออกมากับสีหน้าแปลกใจของเพื่อนซี้ พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็นึกขำ บางทีคริสอาจจะรู้จักเขาดีเกินไป รู้จักดีมากกว่าใครเลยทำใจเชื่อได้ยาก

“มึงเอาดีๆ มึงอย่าล้อเล่น คือมึงซื้อบ้านให้มัน โอนชื่อมัน เป็นของมัน แล้วถ้าวันนึงมันมีผัวใหม่มันทิ้งลูกขึ้นมาอ่ะ”

“กูฆ่าตายอ่ะ” ตอบออกไปอย่างไม่คิด ชานยอลพูดจริงไม่ได้ล้อเล่น เขาเกลียดคนไม่รู้จักบุญคุณ ทรยศ หักหลัง  แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็เชื่อว่าแบคฮยอนไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แบคฮยอนมีความคิดฝังหัวว่าต้องเชื่อเขา ต้องเดินตาม ต้องเป็นน้อง ชานยอลต้องเป็นพี่

เวลาที่ตกต่ำที่สุดใครเป็นคนฉุดมือเอาไว้แบคฮยอนต้องจำได้ มันก็เหมือนลูกเป็ดที่ฟักออกจากไข่ เมื่อมันเห็นอะไรเป็นสิ่งแรกมันก็จะเดินตามสิ่งนั้น

และนอกเหนือจากนั้นเขายังเชื่อด้วยว่า แบคฮยอนจดจำความรู้สึกที่ต้องเป็นลูกที่อาศัยอยู่ในครอบครัวแตกแยกได้เป็นอย่างดีและจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับลูกตัวเอง แบคฮยอนเป็นเด็กที่กลัวการถูกทิ้ง กลัวความไม่มั่นคง กลัวความรู้สึกเคว้งคว้าง สำหรับแบคฮยอนเขาคือทุกอย่าง ชานยอลมั่นใจเรื่องนี้ มันคงจะยากที่เด็กขี้กลัวจะทำอะไรเสี่ยงๆอย่างการทรยศ ทั้งๆที่รู้ว่าทำแล้วจะไปไหนไม่รอด...

แบคฮยอนรู้จักเขาดี... ดีขนาดที่รู้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ....

“กูไม่เชื่อ”

“เรื่องของมึง”

“มึงหลอกกูแล้ว~”

“หลอกเหี้ยไรของมึงล่ะ” พูดไปก็หัวเราะขำไป ชานยอลรู้สึกตลกจริงๆที่คริสไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้ ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้ว

อันที่จริงเขาไม่ได้ซื้อบ้านในชื่อแบคฮยอนเลย แต่ซื้อในชื่อตัวเองก่อน แล้วโอนต่อให้แบคฮยอนอีกทีในกรณีโอนทรัพย์สินให้โดยเสน่หา ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นบ้านของแบคฮยอน ชานยอลไม่มีสิทธิ์เอาไปขายหรือทำอะไรทั้งสิ้น ไม่สามารถเรียกคืนได้

แต่มันก็มีข้อยกเว้นที่สามารถฟ้องศาลขอเรียกคืนได้... ก็นั่นแหละ ชานยอลให้จริงๆ เขามอบบ้านให้แบคฮยอน แต่ถ้าแบคฮยอนทำตัวไม่ดีชานยอลก็ฟ้องขอคืนได้ คริสก็คิดถูกแล้ว

“กูยอมใจมึงเลย... แล้ววันนี้ไปซื้ออะไรเนี่ย” คริสส่ายศีรษะไปมาก่อนจะพับใบโฉนดเก็บไว้ที่เดิมแล้วหันไปยกนิ้วให้เพื่อนตัวสูง ชานยอลนี่มันคนจริงจริงๆ

“ไปซื้อผ้าม่าน อย่างสุดท้ายแล้ว ให้ไอ้ตัวเล็กไปเลือก” พอว่าแล้วก็ก้มลงไปหอมผมบางๆที่มีกลิ่นแชมพูมะหาดอยู่จางๆ

สงสัยว่าแม่บ้านจะแอบเอายาสระผมคนโตผสมน้ำสระให้อีกแล้ว ช่วงนี้แบคฮยอนบ่นบ่อยๆว่าน้องบี๋ผมน้อย อาจจะผมยาวไม่ทันได้มัดจุก

“เหยียบเอาไว้ให้มิดเลยนะมึง...”




 






 

13 : 34

 

ฟรึบ!

ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกสลัดฝุ่นออกก่อนที่มันจะถูกแขวนเอาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้า ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายกว่าแล้ว แบคฮยอนที่เพิ่งจะจัดการกับกองผ้าเสร็จเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้บนเตียงขึ้นมาต่อสายหาพี่ชานยอลทันทีหลังจัดการงานบ้านจนเสร็จสิ้น

นี่มันก็ตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้วที่เฮียพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้าน ฝนที่ตกก็หยุดไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ดูท่าทางว่าพี่ชานยอลจะพาเด็กไปเที่ยวซนจนลืมเวลาที่เจ้าเล็กจะต้องนอนป่านนี้ถึงได้ยังพากันเถลไถลไม่ยอมกลับบ้าน เดี๋ยวพอพัคฮยอนงอแงก็ไม่มีคนเอาอีกเพราะตัวเองต้องขับรถ

ถ้าพี่ชานยอลกลับมาบ่น แบคฮยอนจะทุบให้ดู...


ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด....


 [ฮัลโหล...]

“เฮีย~ อยู่หนาย~”

[อยู่บ้าน กำลังจะโทรหาเลย ขับรถมาซอยเจ็ดหน่อย]

“บ้านใคร แล้วไปทำไรซอยเจ็ด ตกลงเฮียได้ไปทำธุระไหมเนี่ย”

[เออ บอกให้ขับรถมาหา รถจอดอยู่หน้าบ้านเนี่ย]

“แล้วน้องบี๋อ่ะ”

[ยังไม่หลับ ขับรถมาไวๆ เดี๋ยวจะได้เอาลูกนอนเนี่ย]

“เอ้า เออๆ ซอยเจ็ดใช่แมะ เดี๋ยวหนูไป รอแป๊บนึง”

[เออ รีบมา]


ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...


ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรกลับไป เสียงดังตู้ดจากโทรศัพท์ก็หยุดคำพูดของแบคฮยอนที่กำลังจะออกจากปาก คนตัวเล็กได้แต่มุ่ยหน้ากับความเอาแต่ใจของคนปลายสายก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหยิบกุญแจรถและเสื้อคลุมเพื่อขับไปซอยเจ็ดตามที่เฮียบอก

ดูท่าทางว่าพี่ชานยอลของเขาจะแอบไปกินเหล้าบ้านเพื่อนแล้วไม่อยากกลับอีกแล้ว พอพัคฮยอนงอแงก็เลยโทรมาเรียกให้พากลับ ช่างเป็นคุณพ่อที่น่าทุบจริงๆ ทั้งๆที่เอามาส่งก่อนก็ได้แท้ๆ ที่จริงจะไม่เอาไปด้วยก็ได้ แบคฮยอนล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆ...

 

-

 

ใช้เวลาขับรถแค่ห้านาทีจากบ้านมาจนถึงซอยเจ็ดอันเป็นที่นัดหมาย แบคฮยอนจอดมอเตอร์ไซค์คันเล็กเอาไว้ที่หน้ารถเฮียที่จอดอยู่หน้าบ้านก่อนจะเดินเข้าไปอย่างถือวิสาสะเพราะเห็นว่าแฟนตัวสูงยืนอุ้มลูกชายรออยู่ที่สนามหน้าบ้าน

นอกจากรถยนต์คันใหญ่แล้วแบคฮยอนก็มองไม่เห็นรถใครอีก แถมบ้านก็ดูไม่น่าใช่บ้านเซลล์เงินกู้ อาจจะเป็นของเพื่อนเฮียหรือใครแต่คงไม่ใช่ของลูกน้องเฮียแน่ แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าพี่ชานยอลของเขามาทำอะไรที่นี่

ธุระที่ว่าคือการออกมาหาเพื่อน หรือออกไปทำธุระแล้วมาหาเพื่อน ทำไมถึงไม่เอาลูกกลับไปก่อนแล้วค่อยมา เป็นคุณพ่อที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ...

“เฮีย...” คนตัวเล็กเดินเข้าไปสะกิดแผ่นหลังแฟนตัวสูงเบาๆ พยายามทำตัวไม่ให้เสียงดังเพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนเจ้าของบ้าน ตอนนี้แบคฮยอนเริ่มคิดแล้วว่านี่อาจจะเป็นบ้านเจ้านาย หรือใครที่มีอำนาจและใหญ่กว่าพี่ชานยอลหลายเท่าเพราะดูจากสภาพบ้านแล้วคงรวยไม่น้อย

“มาไวจังวะ”

“ก็บ้านอยู่แค่นี้ นี่บ้านใครเนี่ย” แบคฮยอนว่าในขณะที่เอื้อมมือไปรับตัวลูกชายตัวน้อยกลับสู่อ้อมอก ถ้าหากว่าพี่ชานยอลมาคุยธุระเขาก็ไม่อยากอยู่กวนแต่คงจะต้องพาเบบี๋กลับบ้านไปก่อน

“เปิดดู...”

ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรแต่ยื่นซองกระดาษสีขาวส่งให้แม่บ้านแทน เขาเห็นแบคฮยอนรับมันไปด้วยสีหน้างงๆก่อนจะแกะมันออกแล้วคลี่กระดาษดูด้วยสีหน้าฉงน

ใบหน้าของชานยอลยังคงเรียบเฉย เขารอให้แบคฮยอนอมยิ้มหรือร้องไห้ออกมา แต่ทว่าทุกอย่างกลับเงียบสนิท... แบคฮยอนทำเพียงแค่เปิดกระดาษดูผ่านๆ ทำหน้าตาชวนสงสัยแล้วก็จับมันพลิกกลับไปมาเท่านั้น ไม่ได้ตกใจหรือแสดงอาการใด

“อะไรอ่ะ” คนตัวเล็กทำหน้านิ่วพร้อมกับพลิกแผ่นกระดาษในมือไปมาก่อนจะเงยหน้ามองดูบ้านหลังใหญ่ด้วยสีสุดข้องใจ แบคฮยอนไม่รู้ว่าเฮียเอาเอกสารบ้านมาให้เขาทำไม เฮียจะซื้อบ้าน จะขายบ้าน ชวนมาดูบ้าน หรือจะทำอะไร

“...............”

“เฮียจะซื้อบ้านอ่อ?”

“เฮ้อ....” ชานยอลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะดึงเอากระดาษที่แบคฮยอนถืออยู่มากางออกแล้วส่งให้แม่บ้านดูอีกที

ทั้งๆ ที่ชื่อแบคฮยอนมันแปะหราอยู่บนโฉนดบ้านขนาดนี้ยังจะมาซื้ออะไรอีกซ้ำสอง เขาไม่รู้ว่าแบคฮยอนแกล้งทำเป็นไก๋หรือไม่เข้าใจจริงๆ แต่ดูจากสีหน้าแล้วก็คงจะไม่เข้าใจนั่นแหละ

“ให้ดูอีกที”

“เฮียจะซื้อบ้านให้หนู?”

“จะซื้อเหี้ยไรล่ะ กูซื้อมาแล้วเนี่ย ชื่อมึงอยู่นี่เนี่ย”

สุดท้ายชานยอลก็หมดความอดทนกับความโง่ของแบคฮยอนที่ดูไม่ออกว่ากระดาษใบนี้คือโฉนดบ้านที่แสดงว่าบ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สินของแบคฮยอน และถึงจะพูดขนาดนี้เจ้าตัวก็ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ ทำเอาชานยอลรู้สึกเก้อกับเซอร์ไพร์สที่อุตส่าห์เตรียมมาตั้งเกือบเดือน

“บ้านหนู?”

“เออ”

“เฮียซื้อบ้านให้หนู?”

“เออ”

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองบ้านอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองดูโฉนดสลับกับใบหน้าแฟนตัวสูง ภายในหัวมีแต่คำถามและความสงสัยมากมาย แบคฮยอนไม่รู้ว่าพี่ชานยอลกำลังเล่นมุกอะไรกับเขา แค่แกล้งให้ดีใจหรือเตรียมอย่างอื่นไว้ให้หลังจากที่หลอกว่าซื้อบ้านให้

มันไม่มีเหตุผลเลยที่อยู่ๆเฮียก็เดินมาบอกว่า อ่ะ ซื้อบ้านให้เฮียไปเอาบ้านมาจากไหน ซื้อมาตอนไหน แล้วทำไมต้องซื้อให้ด้วย

“เฮียหลอกหนูปะเนี่ย?” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นแต่น้ำตากลับเอ่อท้นขึ้นมาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในใจ

แบคฮยอนไม่ได้เสียใจหรือตื้นตัน เขาแค่รู้สึกว่าถ้าเฮียหลอกก็จะร้องไห้ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็จะร้องไห้ เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก และถึงมันจะเป็นเรื่องจริงหรือโกหกแบคฮยอนก็จะร้องไห้

“กูเหมือนคนนิสัยแบบนั้นหรอ”

......

ยิ่งได้ยินคำพูดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำ

มันก็จริงที่ว่าเฮียไม่ใช่คนขี้อำขี้เล่น แต่แบคฮยอนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องให้ ทำไมต้องซื้อให้เขา ให้ทำไม ให้เพื่ออะไร ให้เพราะอะไร บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ซื้อให้แบคฮยอนทำไม ถ้าพี่ชานยอลบอกว่าซื้อบ้านใหม่เอาไว้ให้อยู่ด้วยกันแบคฮยอนก็คงจะดีใจมากกว่า

เขาไม่คิดว่าตัวเองมีเหตุอะไรที่ทำให้สมควรได้ มันเหมือนอยู่ดีๆก็มีคนเดินเอาโฉนดบ้านมาให้แล้วบอกว่าให้ มันไม่มีเหตุผลเลย พี่ชานยอลเองก็พอกัน อยู่ๆก็บอกว่าให้ ไม่เห็นบอกว่าให้ทำไม ให้เพราะอะไร แบคฮยอนก็รู้หรอกว่าเฮียเป็นคนไม่ซึ้ง ไม่ชอบพูดหวานแต่แบบนี้มันเกินไป

ทั้งๆที่เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ แต่มันกลับแข็งทื่อเหลือเกิน....

“ฮึก...เฮียซื้อให้หนูทำไมอ่ะ...ฮึก...” มือเล็กๆยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ พอแค่ไม่ให้หยาดน้ำหยดลงบนใบกระดาษที่มีค่า

แบคฮยอนรับมันเอาไว้ไม่ได้หรอก ของชิ้นนี้มีค่ามากเกินไป มันเกินตัว และเขารู้สึกแปลกที่จะรับไว้ อีกทั้งตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดจะได้รับของที่มีมูลค่ามากขนาดนี้ แบคฮยอนแค่อยู่บ้าน ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก เขาไม่ได้ทำอะไรเลย

ไม่เคยคิดอยากจะได้ด้วย แบคฮยอนต่างหากที่ต้องเป็นคนตอบแทนความรักให้พี่ชานยอลเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่เป็นฝ่ายรอรับทรัพย์สินหรือสวัสดิการ ถึงยังไงบ้านหลังนี้ก็รับเอาไว้ไม่ได้

“ก็ซื้อไว้ให้ เก็บไว้ให้ลูก” ชานยอลยังคงพูดด้วยสีหน้านิ่งสนิทตามเคย เขาเดินเข้าไปกอดแบคฮยอนจากด้านหลัง และนั่นก็ทำให้เสียงร้องไห้ดังขึ้น...

ชานยอลไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไร ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ทำใจพูดความรู้สึกไม่ได้สักที แม้แต่ตอนนี้ที่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ทำใจพูดไม่ได้ เขามันไม่เก่งเรื่องการแสดงออกจริงๆ แม้แต่เซอร์ไพร์สก็ทำแป้กอย่างไม่น่าให้อภัย ถ้าไม่เมาหรืออยู่ช่วงที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็คงจะไม่พูด

แค่คำว่า รัก ว่า ขอบคุณ มันพูดยากเหลือเกิน...

“อึก...หนูเอาไว้ไม่ได้หรอกเฮีย...ฮือ...หนูไม่...”

“ก็บอกว่าให้ ก็เก็บไว้”

โดยที่ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบ ชานยอลก็รีบสวนขึ้นตัดประโยคก่อนที่มันจะนำเขาไปสู่เรื่องที่เขาไม่อยากพูด ชานยอลนึกเอาไว้แล้วว่าแบคฮยอนจะต้องไม่รับไว้แน่ และก็จะเอาแต่บอกว่าไม่อยากได้ ไม่รู้จะเอาไว้ทำอะไร ซึ่งมันจะทำให้เขาลำบากใจ

แม่บ้านของชานยอลคือผู้ดูแลบ้าน เป็นคนดูลูก ดูแลทุกอย่างในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินเรื่องอยู่ เสื้อผ้า รองเท้า อาหารเช้าและเย็นของเขา เพราะอย่างนั้นแบคฮยอนก็สมควรที่จะได้มัน ตลอดเวลามานี้คนตัวเล็กทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาโดยตลอด

แม้แต่หญ้าก็หมั่นถอน ต้นไม้ทุกต้นดูแลอย่างดี ขวดนมไม่เคยล้างน้ำยาล้างจาน รถทุกคันล้างสะอาดเอี่ยมอ่อง ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าแบคฮยอนรักบ้าน รักครอบครัว เป็นแม่บ้านที่คอยดูแลครอบครัวโดยที่ไม่คิดหวังสิ่งใด

เป็นแม่บ้านที่ไม่ใช่คนใช้ แต่เป็นคนสำคัญของบ้าน สมชื่อที่นำหน้าด้วยแม่ ถ้าหากไม่มีแบคฮยอนชีวิตของชานยอลก็คงไม่สะดวกสะบายมากเท่านี้ แม้แต่เล็บก็ยังมาตัดให้ ซักเสื้อผ้าหอมฟุ้งแบบที่ใครก็ทำไม่ได้ ของใช้ทุกอย่างอยู่ในสายตา สามารถเรียกหาได้ตลอด

แบคฮยอนเป็นแม่บ้านที่สำคัญกับชีวิตชานยอลและลูกจริงๆ...

“ฮึก... หนูไม่รู้จะเอาไปทำอะไร...ฮือ...หนูไม่เคยอยากได้ของเฮียเลย....ฮือ...”

“กูรู้”

ก้มลงจูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆก่อนจะงอหลังพิงหน้าซบกับต้นคอขาว ชานยอลรู้ว่านอกจากความรักของเขาและความสุขสบายของคนในบ้านแล้วแบคฮยอนไม่เคยต้องการอะไร และของชิ้นนี้สุดท้ายแล้วยังไงก็ไปตกอยู่ที่ลูก ตัวเองไม่มีเงินเดือนสักบาทก็ยังเก็บเงินฝากให้ลูก

แบคฮยอนเป็นคนที่น่ารักจนชานยอลพูดไม่ถูก สำหรับแม่บ้านแค่ความรักก็เพียงพอแล้ว แต่ของชิ้นนี้เป็นของพิเศษที่ชานยอลอยากจะให้เพื่อที่แบคฮยอนจะได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่แค่แม่บ้านเหมือนที่ใครว่า ไม่ใช่คนที่คอยทำงานบ้านงกๆเพื่อให้ลูกผัวสบาย

แต่เป็นคนที่สำคัญมากๆ ที่ชานยอลไม่สามารถละเลยถึงแม้จะไม่เคยพูดว่ารัก...

“ฮึก...หนู...ฮือ....”

“รัก”

พูดออกไปเบาๆโดยที่ไม่สนว่าคนตรงหน้าจะได้ยินหรือไม่ แค่คำว่ารักสำหรับชานยอลมันก็ทำให้เขาจั๊กจี้เกินพอแล้ว จะให้พูดเต็มๆประโยคก็เขินแย่ เพราะงั้นเอาไปแค่นี้แหละพอแล้ว

“ฮึก... หนูรักเฮียมากกว่าอีก...ฮือ...”

คนตัวเล็กยังคงเอาแต่ร้องไห้ด้วยความรู้สึกสับสนแต่ประหลาดใจ...

แบคฮยอนไม่อยากได้ยินคำว่ารักจากพี่ชานยอลอีกแล้ว เขารับรู้ความรักของพี่ชานยอลหมดทั้งหัวใจแล้ว และมันก็มากเกินกว่าจะกว่าจะแบกไหว คำพูดไม่กี่คำไม่สำคัญกับแบคฮยอนอีกต่อไป

เขาไม่เคยได้ยินการบอกรักรูปแบบไหนจริงใจเท่านี้ มันเหมือนเป็นการแสดงออกว่าขอฝากชีวิตเอาไว้ ฝากเอาไว้ให้ช่วยดูแลด้วยนะ ไม่ใช่แค่มอบเป็นสินทรัพย์ให้เป็นสินน้ำใจ

แบคฮยอนไม่รักใครมากกว่าเฮียอีกแล้ว เขาไม่เคยมองใครเลยตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นผู้ชายหน้าตาดุๆในโรงรถ

ไม่เคยมีการตกหลุมรักครั้งไหนยาวนานเท่านี้...

มาจนถึงตอนนี้พี่ชานยอลก็ยังเป็นคนเดียวที่แบคฮยอนมองเห็น ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักเท่านี้มาก่อนเลย....

 

 




 

 

#ฟิคแฮ่น

You make me cry make me smile make me feel the love is true  thank you for all the love you always give to me :D

แฮ่ แม่บ้านเราไม่ใช่คนใช้นะคะ เฮียเค้าบอกมาเอง เราเสร็จสิ้นภารกิจติ่งแล้วค่ะ ขอโทษที่มาช้ามาสาย ฮือออ ต่อไปใครเรียกแม่บ้านนี่ต้องภูมิใจนะคะ แอบขอตัดฉึบไว้ก่อน ไว้เจอกันใหม่ เจอคำผิดบอกไว้ได้นะคะ :D  ขอบคุณที่อ่านค่ะ เอนจอยรีดดิ้ง :D 











SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 778 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15631 My little baekkie (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 02:22
    อบอุ่นหัวใจมากกกกฮืออ
    #15,631
    0
  2. #15627 6ICB04 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 00:27
    กลับมาอ่านที่ไรร้องไห้ตอนนี้ตลอด อบอุ่นหัวใจมากๆ ซึ้ง อยากมีครอบครัวแบบนี้ขึ้นมาเลย555555555
    #15,627
    0
  3. #15415 AKY. (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 10:43
    เรากลับมาอ่านแชปนีเดป็นร้อยๆพันๆครั้ง ชอบมาก รักตอนนี้มากๆ
    #15,415
    0
  4. #15394 PCB614 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 00:58
    แงงงง เฮียคนดี~
    #15,394
    0
  5. #15376 ฺฺBerlin (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:34
    เเม่บ้านของเฮียก็คือเป็นเเม่ของบ้านจริงๆ
    #15,376
    0
  6. #15283 19032532 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 08:47
    เป็นหนึ่งในฟิคที่เราชอบที่สุดเรื่องนึงเลย ไม่ว่าจะอ่านมาแล้วกี่รอบก็ทำไห้ประทับใจตลอด
    #15,283
    0
  7. #15247 Preaw30 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 19:55
    อบอุ่นมากกคือร้องไห้เลย
    #15,247
    0
  8. #15237 0613072742 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 19:44
    แบคฮยอนเป็นเด็กอายุ16ที่การกระทำไม่16อ่ะ มีความรับผิดชอบมากๆ ฮื่ออออ น่ารักไปหมดเลย
    #15,237
    0
  9. #15180 JiminKK (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 14:55
    แบคควรได้มาก ทำทุกอย่างจริงๆ
    #15,180
    0
  10. #15179 kiku_zz (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 02:35
    แบคสมควรได้รับจริงๆ เป็นแม่บ้านที่ดูแลทุกอย่างได้ดี รักและดูแลพี่ชานยอลไม่ขาดตกบกพร่องเลย เป็นแม่ที่ดีของลูกด้วย
    #15,179
    0
  11. #15176 ployepp (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:55
    น้ำตาซึมกับตอนนี้มาก ฮือออ อบอุ่นมากๆ
    #15,176
    0
  12. #15160 xxxlilly (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 05:32
    เฮียน่ารักแบคก็ทุ่มเทจริงๆแหละสมควรได้รับทุกอย่างนี้แล้ว เป็นครอบครัวอบอุ่นแบบที่คนนอกไม่เข้าใจ
    #15,160
    0
  13. #15082 NwAHGAMY-L (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:38
    กลับมาอ่านเพราะคิดถึงเฮียกับแม่บ้านน ตอนนีคือตราตรึงใจฮื่ออ อบอุ่นจังงง
    #15,082
    0
  14. #15046 Noonittaya (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:24
    น้ำตาซึมเลยค่ะ เฮียพูดไม่เก่ง แต่รักมากจริงๆ เป็นคนรักครอบครัวคนหนึ่งเลย ฮืออออ
    #15,046
    0
  15. #14958 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 05:34
    อบอุ่นมากกกกก
    #14,958
    0
  16. #14888 lakkylakkysmith (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 11:03
    สงสัยว่าต้องไปหัดแฮ่นบ่างละ
    อยากได้ผัวแบบเฮีย...
    #14,888
    0
  17. #14886 Browniepsry (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 04:35
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังร้องไห้กับความรักของเฮียและแม่บ้านเสมอเลยค่ะฮือออ
    #14,886
    0
  18. #14709 fontk (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:11
    ร้องตามเลย อ่านกี่ทีก็ร้องตาม
    #14,709
    0
  19. #14272 heykiki (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:20
    เฮีย ฮืออออออออออออออ ซึ้งอะ อบอุ่นหัวใจ
    #14,272
    0
  20. #14047 &CREEPIN (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 12:16
    ฮือออออ ตื้นตันใจแทนตุณแม่บ้านแล้ว
    #14,047
    1
  21. #14002 HoneyBabby (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 23:15
    ฮื้อออ ร้องไห้้้้ ซึ้งใจมากๆ
    #14,002
    0
  22. #13988 IMeMoRyU (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 00:55
    "แม่"บ้าน จริง ๆ แม่ที่คอยดูแลทุกอย่างในบ้าน เพื่อให้สามีและลูกอยู่สุขสบาย กินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพแข็งแรง ไม่อยากจะคิดเลยว่าเด็กที่พ่อแม่ทิ้ง ครอบครัวไม่อบอุ่น จะเป็น"แม่"บ้านที่ทำหน้าที่ได้ดีขนาดนี้ รักแบคฮยอน😭😭😭
    #13,988
    1
    • #13988-1 IMeMoRyU(จากตอนที่ 41)
      12 พฤษภาคม 2561 / 01:01
      แล้วแบคฮยอนทำทุกอย่างจริง ๆ ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ขัดห้องน้ำ จัดเตียง ซักผ้า รีดผ้า ล้างตู้เย็น ตัดหญ้า ดูแลต้นไม้ ล้างรถ ล้างโรงเก็บรถ ทำอาหาร ดูแลลูก ดูแลชานยอล ทำทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำโดยไม่ห่วงสุขภาพตัวเอง ห่วงแต่ลูกและชานยอล แถมยังไม่เคยหาเรื่องทะเลาะ เข้าใจชานยอลเป็นอย่างดีอีก สมควรแล้วที่ชานยอลจะรักแบคฮยอนขนาดนี้ บี๋คือ The Best
      ป.ล. อ่านแล้วรักแม่มากกว่าเดิมอีก
      #13988-1
  23. #13986 Realprinceeskyy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 15:52
    เฮีย รักเฮียอะ
    #13,986
    0
  24. #13970 QUIZB43 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 12:22
    ฮืออออ หนูก็รักเฮียนะ TT
    #13,970
    0
  25. #13824 ปิ้วววๆ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 13:03
    ร้องไห้เลยยยยยยยยย
    #13,824
    0