SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 92 : เรื่องเล่าในปราสาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    16 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 สวัสดีตอนเที่ยงคืนอีกแล้ว


เพราะเห็นว่าเป็นวันหยุดกัลเลยโพสบ่อยนะคะเนี่ย แต่ก็รู้มาว่าหลายคนก็จะสอบเหมือนกัน
เอ.....จะมีเวลามาอ่านของกัลไหมเนี่ย


ตอนนี้นายแมวของเราก็ออกอีกแล้ว เห็นไหมคะ ที่กัลไม่ค่อยให้นายแมวออกมาใน
ภาคแรกกับภาคสอง ก็เพราะว่าภาคนี้นายแมวออกเยอะจนกัลจ่ายค่าตัวแทบไม่ทัน


ดีที่ประหยัดค่าตัวนายแมวไว้เยอะในตอนแรก ตอนนี้เลยไม่เดือดร้อนมากนัก
แต่ก็นั่นแหละค่ะ มีใครอยากอาสาช่วยจ่ายค่าตัวนายแมวบ้างคะ


เพราะว่าภาคนี้ออกมากเหลือเกิน แถมแต่ละฉากก็.......อุ๊บ!!!
ไม่บอกดีกว่าเอาไว้ไปลุ้นกันเอาเอง


หวังว่ากัลคงไม่ต้องแจกผ้าเย็นเอาไว้ประคบตาของใครบางคน
ที่กำลังจะต้องร้อนฉ่าเพราะความอิจฉานางเอกของเรานะคะ


ราตรีสวัสดิ์ค่ะ แต่กัลต้องไปอ่านหนังสือต่อ


กัลฐิดา


ปล. สู้โว๊ย!!!!! สำหรับทุกๆ คนค่ะ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 87 เรื่องเล่าในปราสาท


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สถานที่พักและที่เรียนของนักเรียนฮอยเต้นั้นเรียกว่า ปราสาทวารี เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของ
เผ่าภูตวารีในยุคโบราณภายหลังทางทางปราการอาโบล่าได้ปรับปรุงให้เป็นสถานที่เรียน
และอยู่อาศัยของนักเรียนชั้นปีที่ 3


การเรียนการสอนของที่นี่จะสอนโดยมาสเตอร์ทางวารีเวทและภูตวารีระดับอาวุโสที่ประจำอยู่ที่นี่
"วารีเวทคือศาสตร์แห่งน้ำ จอมเวทที่ใช้เวทวารีเก่งจะสามารถทำอะไรก็ได้เท่าที่ใจต้องการ
 อย่างเช่นอย่างนี้..."


เพียงพลิกมือสะบัด สายน้ำก็ออกมาจากมือเหมือนถูกรินออกจากเหยือก แต่เพียงชั่วพริบตา
สายน้ำนั้นก็กลายเป็นอาวุธน้ำแข็งที่สวยงามและน่ากลัว


เฟมีลมองดาบน้ำแข็งนั้นอย่างทึ่ง ถ้าเธอจำไม่ผิดนี่เรีกว่าเวทฟีเรเซ่ เป็นเวทชั้นสูงที่สร้างอาวุธ
จากน้ำธรรมดาไม่ใช่น้ำมรกตเหมือนตอนที่พวกเธอทำตอนเข้ามาใหม่ๆ


เมื่อปีที่แล้วมาสเตอร์วาตารีพยายามทำให้เฟมีลสร้างอาวุธออกมาแบบนี้ แต่เฟมีลยังทำไม่ได้
เธอทำได้เพียงมีดเล่มเล็กๆ เท่านั้น ในขณะที่เฟมีลกำลังคิดถึงอดีตที่พึ่งผ่านมา


ร่างของภูตวารีแสนสวยไม่แพ้มาสเตอร์วาตารีก็เคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำของบ่อน้ำกลางห้องโถงใหญ่
ซึ่งใช้เป็นห้องเรียนมนตราโบราณเบื้องต้นอยบ่างนิ่มนวล


"ทุกคนคงรู้จักกันแล้วนี่คือเวทฟีเรเซ่ ความจริงแล้วฟีเรเซ่มักถูกจัดให้เป็นมนตราที่ง่ายที่สุด
ในระดับมนตราเบื้องต้นมากกว่าจะเวทระดับสูง เนื่องจากเวทบทนี้เป็นแบบฝึกหัดที่ดี
ในการฝึกการใช้พลังวารีในตัวให้สมดุลกับพลังวารีภายนอก วันนี้เราจะเริ่มจากตรงนี้ก่อน
ขอให้ทุกคนลองทำดู ท้ายชั่วโมงเราจะมาทดสอบกัน"


เด็กนักเรียนต่างแยกย้ายกันลองร่ายเวทดูอย่างคึกคัก กลุ่มของเฟมีลนั้นเลือกที่จะซ้อมตรง
บริเวณใกล้บ่อน้ำเพราะมอรีลแอบกระซิบว่าที่ตรงนั้นจะมีพลังวารีสูงจะได้ช่วยให้รีเนลที่
ค่อนข้างย่ำแย่ในเวิชานี้สบายขึ้นหน่อย


เฟมีลเริ่มนึกถึงมาสเตอร์วาตารีขึ้นมาจับใจ เพราะว่าถ้ารีเนลได้เรียนกับมาสเตอร์นะรับรอง
คนไม่เก่งก็เก่งได้ล่ะ มือของเฟมีลค่อยๆ เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนจากนั้นไอน้ำรอบมือก็
รวมตัวกันอย่างช้าๆ กลายเป็นลูกบอลน้ำก่อนแล้วจึงเปลี่ยนเป็นดาบยาวขนาดประมาณ 1 ฟุตครึ่ง
มอรีลมองภาพนั้นอย่างตื่นเต้น


"เฟมีล เก่งจังเลย" เฟมีลมองดาบยาวในมืออย่างงงๆ เธอกะจะทำมัดเล่มเล็กๆ
อย่างที่เคยทำแต่นี่มันใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มากเลย


"เอ ฉันว่าฉันจะสร้างมีดนะ มอรีล"  รีเนลที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเอามือมารัดคอเฟมีลอย่งหมันไส้
พลางพูดว่า


"ยัยเฟมีล ไปแอบซุ่มฝึกวารีเวทที่ไหนมายะ เล่นเอาคนอื่นอึ้งอีกแล้ว"
"โอ๊ย เจ็บนะรีเนล เปล่านะฉันไม่ได้ไปฝึกซ้อมที่ไหน ก็แค่ทำตามที่มาเตอร์วาตารีเคยสอนเท่านั้น"
เสียงโอดครวญดังขึ้นเมื่อรีเนลไม่ยอมปล่อยเธอ ทำให้เพื่อนอีก 3 คนหัวเราะกันใหญ่


การเรียนในชั้นนี้ไม่มีการไปช่วยงานหรือดูงานอีกเหมือนตอนเป็น gestern
ที่นี่มีมนตราโบราณมากเกินกว่าจะเรียนได้หมดใน 1 เดือนการเรียนจึงค่อนข้างเคร่งเครียด


ปีนี้เฟมีลตั้งใจเรียนมากกว่าปีที่แล้วเพราะว่าเธอยังไม่รู้เลยว่าอยากจะเข้าที่ไหน
เพราะฉะนั้นตั้งใจไว้ก่อนเมื่อถึงเวลาเลือกจะได้มีฝีมือมาทดสอบกับเขาบ้าง


มนตราโบราณเรียนเช้าพอตกบ่ายก็ต้องมาเรียนเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐของวารีเน่ เผ่าภูตต่างๆ
อารยธรรมดั่งเดิมของของภูตประจำถิ่น เขตแดนอันตราย


เรียนไปเรียนมาเฟมีลก็ชักจะเคยชินกับการอ่านหนังสือมากขึ้น อาจจะเพราะตอนที่เรียนกับ
มาสเตอร์วาตารีมาสเตอร์ได้ปูพื้นฐานไว้ค่อนข้างเยอะ


การที่เธอมาต่อยอดตอนนี้เฟมีลเลยไม่รู้สึกเบื่อในการเรียน  อีกอย่างที่ทำให้เฟมีลเรียนได้อย่าง
สนุกมากขึ้นก็คือ การเรียนในปีนี้จะไม่มีการสอบวัดผลเลยนอกจากการสอบสิ้นปีที่สอบเข้าเป็น
นักเวทฝึกหัดในแต่ละรัฐ


มีเพียงคะแนนความประพฤติที่เป็นคะแนนพิเศษซึ่งจะใช้ในการพิจารณาร่วมในการสอบเข้าเท่านั้น
 ดังนั้นถึงเป็นการเรียนที่ไม่การสอบแต่นักเรียนทุกคนก็พยายามตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีให้มากไม่ใช่
แค่เพราะอยากได้ความรู้ติดตัวแต่เพราะคะแนนความประพฤติก็สำคัญ


"...ดินแดนวารีนเดิมเป็นที่อยู่ของภูตน้ำ กฎของเราก็คือ มนุษย์ที่เข้าในดินแดนของเรา
จะไม่มีวันได้ออกไป..."


เสียงนุ่มนวลเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝันของภูตวารีที่นั่งอยู่บนแจกันหินขนาดใหญ่
สายน้ำที่ไหลออกมาจากปากแจกันราวกับปลายเท้าเรียวเนียนนั้นยิ่งทำให้ภูตวารีตนนี้สวยงาม
ราวกับภาพวาด


เฟมีลนั่งมองเองยังตาค้างเพื่อนผู้ชายที่นั่งอยู่เต็มไปหมดในลานเรื่องเล่าของปราสาท
คงยิ่งกว่าเคลิ้มซะอีก ทุกวันพวกเธอจะต้องมานั่งฟังตำนานภูตมากมายเพื่อเป็นการเรียนรู้
อารยธรรมของภูตในอดีตและเนื้อหาในแต่ละวันก็แล้วแต่ภูตตนไหนจะมาปรากฏตัวให้เห็น
แล้วเล่าให้ฟัง


มีทั้งการใช้ชีวิตของคนในสมัยโบราณ ตำนานเรื่องเล่า และในวันนี้เหมือนภูตสาวตนนี้
กำลังเล่าเรื่องดินแดนวารีน ดินแดนแห่งภูต


"แต่ราว 4000 ปีก่อนหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้เดินทางเข้ามา หญิงสาวซึ่งต่อมาคือผู้เป็นหนึ่งเดียว
ในหัวใจของดิโอลี* (*ตำแหน่งของเจ้าแห่งภูตในสมัยโบราณ)


นางเดินทางมาถึงที่นี่ตำนานความรักไม่มีวันจบก็เริ่มขึ้น..." เฟมีลฟังไปฟังมาก็รู้สึกตะหงิดตะหงิด
อะไรขึ้นมาจึงกระซิบถามมอรีลที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ว่า


"มอรีลๆ ที่เขาเล่าน่ะเรื่องจริงหรือเปล่า" เพื่อนสาวตัวเล็กหันมาสบตาเฟมีลเล็กน้อยก่อน
จะตอบด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจว่า


"ไม่รู้สิ แต่เรื่องเล่าพวกนี้ก็ต้องมีส่วนจริงอยู่บ้างล่ะ เพราะว่าภูตวารีจะไม่เล่าเรื่องที่ไม่เกิด
มาแล้วหรอก อย่างท่านภูตตนนี้จากรูปลักษณ์ที่เหมือนมนุษย์มากแสดงว่าอายุมากกว่า 1000 ปี
ท่าทางท่านจะรู้เรื่องอะไรเยอะนะ"


เฟมีลเลิกตาขึ้นอย่างตกใจก่อนจะหันไปมองหญิงสาวแสนสวยที่กำลังพร่ำพรรณา
ถึงความรักอันสุดซึ้งนั้นจนเด็กหลายคนน้ำตาคลอก่อนจะหันกลับมาหามอรีลว่า 


"1000 ปีเลยเหรอ" แต่ไม่มีใครตอบเธอแล้วตอนนี้ทุกคนต่างเคลิบเคลื้มไปกันหมด
จนเมื่อหมดช่วงเวลาเรียนตอนบ่ายสาม ขณะที่กำลังเดินเอาตำราทั้งหมดไปคืนห้องสมุด
ในปราสาทเหมือนทุกวัน เฟมีลจึงถามขึ้นว่า


"นี่ตกลงที่เขาเล่ามาวันนี้เป็นคนๆ นั้นหรือเปล่า"
"คนนั้นไหน???" เซถามพลางช่วยมอรีลเก็บหนังสือขึ้นชั้นที่อยู่สูงขึ้นไป


"ก็คนนั้นน่ะเซ ที่เรียกว่า...นิมิตแห่งภูต ส่งมาเถอะมอรีลฉันเก็บเอง"
เฟมีลตอบพลางสอดหนังสือต่อจากที่เซวางไปแล้ว จากนั้นนั่นจึงเดินกลับไปหา
รีเนลกับลอลินที่รออยู่หน้าห้องสมุด


"คิดว่าใช่นะ ก็เป็นผู้หญิง แล้วก็เป็นคนเดียวที่มีชีวิตรอดนี่ แต่ยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่
วันนี้ท่านภูตมาเล่าให้เราฟังเป็นเรื่องจริงนะ เอ๊ะนั่นรีเนลกำลังคุยกับใคร เสียงใสเชียว"


ภาพของสาวน้อยผมสีทับทิมกำลังคุยจ้ออยู่กับชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเงินทำให้
เฟมีลเห็นเงาลางๆว่า กำหนดการไปเที่ยววันนี้ของพวกเธอคงไม่มีเพื่อนสาวร่างเล็กเจ้า
ของดวงตาสีน้ำเงินเป็นแน่


"หวัดดีเฟมีล เซ วันนี้ขอยืมตัวเพื่อนสักวันได้หรือเปล่า" น้ำเสียงนุ่มที่พูดขอขึ้นอย่างนิ่มนวล
ปนอ้อนของเซอร์รัสทำให้รีเนลพลักร่างของมอรีลเข้าหาชายหนุ่มทันที


"เอาไปเลย เซอร์รัสเราได้มาแต่ตัวก็ไม่มีประโยชน์หรอก..."
"รีเนล!!" มอรีลท้วงเบาๆ แต่พอจะกลับไปเข้ากลุ่มเพื่อน มือใหญ่ของคนที่รับร่าง
ของเธอไว้ก็ไม่ยอมปล่อยซะงั้น น้ำเสียงนุ่มเอ่ยขึ้นอีกก่อนจะดึงมอรีลให้ออกเดินไป
ด้วยกันอีกทางว่า


"ขอบคุณมาก ไว้วันหลังได้ตอบแทนแน่ๆ" รีเนลเลยป้องปากตะโกนบอกตาหลังของคนทั้งคู่ว่า
"ไว้วันหลังพาเที่ยวปราการวินด์เซอนีบ้างนะ" เฟมีลก็ตะโกนต่ออีกว่า


"ขอเล่นกับดาร์กี้ได้ไหม" เซอร์รัสหันกลับมาส่งรอยยิ้มให้แต่ไกล ส่วนมอรีลก็หันมาค้อนให้ใหญ่ๆ
หนึ่งวง พวกเฟมีลเลยได้แต่หัวเราะกันใหญ่จากนั้นก็เดินไปทางที่มุ่งสู่หอพักเพื่อเอาของไปเก็บ


ร่างบางนอนขยับตัวไปมา เฟมีลไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงติดใจกับเรื่องที่ได้ฟังมาวันนี้นัก
 ร่างบางขยับตัวอีกครั้งดวงตาสีนิลมองเห็นดวงจันทร์กลมโตที่อยู่บนฟากฟ้านั้นอย่างครุ่นคิด


ถามอัคคาก็คงไม่ตอบหรอกมั้ง ดีล่ะ ร่างบางยืดตัวขึ้นมองไปรอบๆ สำรวจว่ามีใครตื่นอยู่ไหม
จะได้ให้ไปเป็นเพื่อนหน่อย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะดูเหมือนทุกคนต่างหลับสบายกันจริง
 เฟมีลลุกขึ้นจากเตียงเบาๆ ก่อนจะสวมรองเท้าที่อยู่ข้างเตียงแล้วเดินออกจากห้องมา


หอพักที่นี่ไม่ได้มีมาตรการในการเข้าหอดึกหรือห้ามเดินไปที่ไหน เพราะว่าปีนี้มีการเรียนการสอน
ที่ค่อนข้างหนักและใช้การเรียนด้วยตัวเองเพิ่มเข้าไปด้วยสำหรับคนที่อยากจะเข้ารัฐนี้


ยามค่ำคืนจึงมีเด็กไม่น้อยที่ยังท่องหนังสือ ฝึกมนตราหรือแม้เข้าไปหาหนังสืออ่านที่
ห้องสมุดของปราสาท เฟมีลเดินออกมายังหน้าหอพักเพื่อลงชื่อว่าจะออกไปไหนที่
แท่นหินที่ตั้งอยู่ตรงพื้นที่ส่วนกลางก่อนที่จะมีทางแยกออกเป็นหอพักหญิงกับชาย


ร่างบางลงชื่อเสร็จเรียบร้อยก็หันกายเดินออกไปทางลานเรื่องเล่าแต่เสียงของ
ใครคนหนึ่งทำให้เธอชะงัก


"คงไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเขาหรอกใช่ไหม" น้ำเสียงนิ่งๆ ปนล้อของใครบางคนทำให้
เฟมีลยกมือขึ้นเท้าเอวอย่างหมันไส้คนที่ชอบทำตัวเหมือนผู้ปกครองเธอคนที่สองจริง


"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายล่ะ นายแมว" ลีโอที่ท่าทางพึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอกส่ายหน้าเบาๆ
ก่อนจะเดินมายืนตรงหน้าเฟมีล ส่วนสูงที่ต่างมากกว่าเมื่อก่อนทำให้เฟมีลต้องเงยหน้าจ้อง
ดวงตาสีนิลนั่นพร้อมกับถามว่า


"แล้วนายล่ะพึ่งกลับมาจากข้างนอกเหรอ"
"อืม แล้วนี่จะไปไหนล่ะ" เฟมีลเงียบไปก่อนที่จะตอบเหมือนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองว่า
"ว่าจะไปที่ลานเรื่องเล่า"


สีหน้าฉงนของลีโอฉายขึ้นมาทันทีตามด้วยสายตาที่เหมือนจะถามว่า...ไปทำไม
"คือ...คือว่า...ฉัน เฮ่อ นายไม่ต้องรู้หรอกนะฉันไปก่อนล่ะ" เฟมีลตัดบทเอาดื้อๆ
แต่คนตรงหน้าไม่ยอม มือหนายึดข้อมือเธอไว้ทำนองว่าถ้าไม่บอกก็ไม่ต้องไปไหนกัน
เฟมีลบิดข้อมือก็ไม่หลุดเลยต้องถอนหายใจอย่างเคืองๆ ก่อนจะพูดว่า


"จะไปถามท่านภูตเมื่อตอนกลางวันว่า หญิงสาวที่ท่านเล่าให้ฟังเมื่อกลางวันนั่นน่ะ
ใช่คนเดียวกลับคนที่มีสมญานาม นิมิตแห่งภูตหรือเปล่า นายห้ามหัวเราะนะ"


เฟมีลพูดดักคอคนตัวสูงไว้ก่อนอย่างเขินๆ ก็เธอน่ะเหมือนเด็กที่อยากรู้ว่าเรื่องในนิทานว่ามี
จริงหรือเปล่าเลยนี่นา แต่ลีโอก็เพียงยิ้มแถมยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูเชียวล่ะ


เฟมีลหันหน้าหนีรอยยิ้มที่ไม่คุ้นเคยนั้นก่อนจะบิดข้อมืออีกครั้งคราวนี้คนตรงหน้าก็ปล่อย
ตามที่เธอต้องการแต่แทนที่จะเข้าหอตามที่ตั้งใจกลับเดินตามเฟมีลมา


"ตามมาทำไม" เฟมีลถามขึ้นเสียงเขียว
"ก็แค่อยากรู้เหมือนกัน"


เฟมีลไม่พูดอะไร เพราะการที่ต้องเดินในทางที่มืดคนเดียวถึงมันจะรู้ว่าปลอดภัยยังไง
แต่มันก็น่ากลัวอยู่ดีนั่นแหละ แสงสว่างสีขาวอยู่เบื้องหน้า


 เฟมีลตั้งใจจะเดินเข้าไปแต่คนข้างๆ กลับหยุดพร้อมทั้งรั้งเธอให้เดินหลบมาอีกทาง
ซึ่งมีลักษณะเป็นช่องแคบช่องหนึ่งแถมเป็นทางตันอีกด้วย


 พอเฟมีลขืนตัวลีโอก็โอบร่างของเธอแล้วกระโดดขึ้นอย่างเงียบเชียบขึ้นมาอยู่บนคานหิน
ของปราสาท ปากที่กำลังจะเอ่ยต่อว่าแต่ฝ่ามือของคนที่ทำอะไรไม่เคยบอกกล่าวยกขึ้นมาปิด
ไว้ได้ทันท่วงที เสียงกระซิบที่ก้มลงพูดข้างๆ หูทำให้เฟมีลหยุดอาการขัดขืน
ก่อนจะมองไปยังเบื้องล่างตามคำบอก


ภาพของหญิงสาวผมทองยาวสยายไปตามพื้นหินของลานเรื่องเล่าทำให้เฟมีลตะลึง


ใบหน้าเงยหน้าขึ้นไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่ข้างนอกหน้าต่างใสของลานรวมทั้งท่านั่งคุกเข่า
เหมือนกับเธอกำลังภาวนาสิ่งใดอยู่


ไม่นานเหล่าภูตน้ำก็ลอยขึ้นมาบ่อน้ำกลางลาน ร่างของภูตเคลื่อนไหวร่ายรำไปตามร่างของ
หญิงสาวเสื้อคลุมสีขาวค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากร่างเผยผิวขาวเนียนของไหล่


แต่เพียงเท่านี้เฟมีลก็รีบยกมือขึ้นปิดตาของคนที่กำลังโอบกอดเธอในที่แคบด้านบนนั้นทันที
 ร่างของลีโอที่ถูกดันให้หลังติดกำแพงสองขาตั้งชันขึ้นมือสองข้างโอบร่างของเฟมีลที่ยืนด้วยเข่า
ตรงหน้าเขา สองมือของหญิงสาวยกขึ้นปิดดวงตาของเขาโดยไม่สนใจว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอด
ของฝ่ายตรงข้ามหรือเปล่า เสียงเอ่ยเหมือนเป็นคำสั่งขึ้นข้างหูเขาว่า


"ห้ามมองเด็ดขาด ห้ามลืมตาขึ้นมานะ"


ลีโอลอบยิ้มกับคำสั่งของคนตรงหน้า ชายหนุ่มพยักหน้าเบาพร้อมทั้งดึงมือของเฟมีล
ออกยันให้วางไว้ที่ไหล่เขาแทนศีรษะแนบกับผนังหินอย่างไม่เดือดร้อนและทำตามคำสั่ง
อย่างเคร่งครัดว่าไม่หันไปมองภาพเบิ้องล่าง


เพราะดวงตาสีนิลกำลังมองใบหน้านวลของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี้
ด้านเฟมีลนั้นก็ตั้งสมาธิทุกอย่างให้เพ่งมาที่ร่างของเพื่อนสาวผมทองที่เผย
ร่างเปล่าเปลือยกลางแสงจันทร์


ร่างบางที่แแสนงดงามนั้นก้าวลงบันไดบ่อน้ำอย่างเชื่องช้า เท้าที่สาวก้าวลึกลงไปเรื่อยๆ
งดงามราวกับเทพธิดา ร่างค่อยๆจมลงผมสีทองกระจายไปทั่วพื้นน้ำในบ่อ


เพราะว่าอยู่ที่สูงเฟมีลจึงเห็นว่าเบื้องล่างมีใครบางคนรอหญิงสาวคนนี้ ผมสีฟ้าใสที่เข้มกว่า
สีน้ำเล็กน้อย ใบหน้าที่แม้จะเห้นไม่ชัดแต่บ่งบอกได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง


มือของทั้งสองสัมผัสกันเหมือนดังคำสัญญาเฟมีลเบือนหน้ากลับเพราะไม่อยากมองภาพนั้นต่อ
แล้วรีบดันตัวออกจากของคนที่บอกให้ปิดตาเมื่อครู่ออกพร้อมทั้งพูดเบาๆ ว่า


"เห็นอะไรหรือเปล่า" ดวงตาสีนิลเปล่งประกายรอยยิ้มมองใบหน้านวลที่อยู่ใกล้
ก่อนะพูดเหมือนกับล้อๆ เธอว่า


"จะเห็นได้ไงก็เธอบอกให้หลับตานี่" เฟมีลหน้าแดงขึ้นเมื่อนึกถึงร่างเปลือยเปล่านั้นก่อนจะพูด
อย่างเคืองๆ ว่า


"จะให้นายดูได้ไงเล่า ก็...ก็ เออน่า แต่ฉันรู้ว่านายรู้ ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน"
ลีโอเผยรอยยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามหน้าแดงปากก็ตอบเสียงเบากลับไปว่า


"ได้รับเทียบธาราแล้วใช่ไหม" ลีโอพูดพลางยกมือข้างที่ถูกพันธนาการไว้ที่นิ้วนางขึ้นมอง
 พร้อมทั้งพลิกมือของตนให้ดู เมื่อเฟมีลสังเกตดีๆ ก็เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็มีเหมือนกัน
ดวงตาสีนิลของเฟมีลเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที


"อย่าบอกนะว่า เวนาเป็น..." ลีโอพยักหน้า
"ใช่ เวนาไรน์ วอลเดนคือคนที่ถูกเลือก ตอนนี้เธออายุครบ 17 แล้วพิธีกรรมจึงเริ่มขึ้นในวันเกิดของเธอ"
เฟมีลยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ


"แต่พิธีกรรมแต่งตั้งผู้ถือครองนี้มันต้องเป็นอย่างนี้เหรอ" พอพูดว่าอย่างนี้เฟมีลก็นึกถึงร่าง
ของเพื่อนสาวแสนสวยของเธอหายไปกับใครบางคนที่เธอแน่ใจว่าต้องไม่ใช่ผู้หญิงแน่ๆ
ใบหน้านวลก็แดงขึ้นอีก


ร่างที่คุกเข่าอยู่ก็ทรุดลงนั่งพับเพียบอย่างไม่อยากจะพูดต่อ ข้างฝ่ายลีโอมองเห็นหญิงสาวหน้าแดง
ออกมาดื้อๆ ก็พอจะรู้หรอกว่าอีกฝ่ายคิดถึงเรื่องอะไรจึงอธิบายขึ้นว่า


"มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกน่า เวนาน่ะไม่ใช่แค่ผู้ถือครองอัญมณีอย่างเดียวหรอก


แต่เป็นว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐด้วย เธอเคยได้ยินไม่ใช่เหรอว่าคนของวารีเน่ส่วนใหญ่ที่จะแต่งงาน
 ผู้ชายต้องแต่งงานเข้าตระกูลของผู้หญิง"


เฟมีลพยักหน้าพลางมองลงไปยังบ่อน้ำที่ร่างของเวนาไรน์หายไปนานก็ก็ยังไม่ขึ้น
ภูตน้ำนั้นก็ยังร่ายรำใต้แสงจันทร์อยู่


"เจ้าผู้ครองรัฐของวาริเน่เป็นผู้หญิงเธอคิดว่าคู่ครองของเจ้าผู้ครองรัฐของรัฐนี้จะเป็นใคร"
 น้ำเสียงเชิงถามพร้อมทั้งแรงกระตุกเบาๆ ที่ปลายผมทำให้เฟมีลหันหลับมามองหน้าของลีโอ
อย่างเป็นคำถามว่า..ใครกันล่ะ?


"ดิโอลีแห่งวารีน"


เสียงอุทานของเฟมีลถูกหยุดโดยมือหนาอีกครั้ง ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อกลางวันเธอพึ่งฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักระหว่างมนุษย์กับดิโอลี
 ไม่นึกว่าตกกลางคืนเธอจะได้รับรู้เรื่องจริง มือบางปลดมือหนาออกพร้อมกับตั้งคำถามว่า


"แล้วเวนาไปรู้จักท่าน...เออ ดิโอลีที่ว่าได้ยังไง ถูกบังคับให้ทำพิธีหรือเปล่า" น้ำเสียงร้อนรนที่
นึกว่าเพื่อนถูกบังคับทำให้แววตาของลีโออ่อนโยนลงทันตา มือหนาตบไหล่บางเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า


"เธอสนใจเรื่องคนที่มีสมญาว่า นิมิตแห่งภูตใช่ไหม" เฟมีลพยักหน้าอย่างสงสัยว่าคนตรงหน้า
ถามเธอทำไม


"ความรักระหว่างภูตกับมนุษย์น่ะมีข้อจำกัดอยู่ 1 ข้อ นั่นคือ...อายุขัย ภูตมีอายุขัยที่ยาวนาน
มากกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า ยิ่งเป็นภูตที่มีพลังสูงเท่าไรก็จะยิ่งมีอายุยืนเท่านั้น


ตำนานเรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของดิโอลีนั้นก็คือหลักฐานอย่างดี
วารีนในสมัยก่อนไม่ค่อยยอมรับความรักระหว่างเผ่าพันธุ์นี้มากเท่าไร


แต่โชคชะตาก็เล่นตลกให้เกิดความรักแบบนั้นขึ้นกับหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามในแดนดิน
กับดิโอลีราชันย์แห่งภูตน้ำทั้งปวง"


"พอๆ ก่อน นายเล่าเหมือนท่านภูตเมื่อกลางวันเลย เอาแบบเนื้อๆ ได้ไหม ไม่งั้นเดี๋ยวก็เช้าพอดี"
คนใจร้อนเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด


"อย่างที่ฟังไปนั่นแหละ เหตุผลนี้อาจจะเป็น 1 ในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้มีการสร้าง
อาณาจักรเซวีน่าขึ้นมาก็ได้ สร้างอาณาจักรใหม่เพื่อปรับความคิดของคนให้ไหลไปตามกาลเวลา


อย่างที่เราเห็นเอเบียร่าในวันนี้ไม่มีการกีดกันเรื่องนั้นอีกแล้ว แต่ปัญหาใหญ่ก็คือคู่ครองที่เป็นมนุษย์
มักจะต้องจากไปก่อนเสมอ นี่ถึงเป็นที่มาของชื่ออัญมณีศักดิ์สิทธิ์ของวารีเน่ น้ำตาวารี
มันเป็นน้ำตาหยดแรกและหยดสุดท้ายของดิโอลีที่หลั่งให้หญิงสาวคนรัก


น้ำตาที่ทรงพลังที่สุดถูกบรรจุอยู่ในคริสตัลที่รวมเอาวิญญาณของหญิงสาวอันเป็นที่รักไว้
 ก่อนจะส่งต่อให้คนตระกูลวอลเดนซึ่งเป็นตระกูลของหญิงสาวผู้นั้นดูแล ทุกรอบอายุขัย


หญิงสาวคนนั้นจะกลับมาเกิดใหม่เป็นใครก็ตามที่อยู่ในตระกูลวอลเดน
 เมื่ออายุครบ 17 ก็จะต้องมาทำพิธีที่ปราสาทวารีนแห่งนี้ เข้าใจหรือยัง"
เฟมีลส่ายหน้าพร้อมทั้งตั้งคำถามว่า


"แล้วอย่างนี้เวนาก็มี...เออ แฟนคนเดียวกับแม่ของตัวเองน่ะสิ" มันแปลกเกินไปแล้ว
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกการกลับมาเกิดใหม่ของคนๆ นั้นไม่ได้ทำรุ่นต่อรุ่นอย่างนั้น
ท่านเรไรน์เจ้าผู้ครองรัฐในตอนนี้ไม่ใช่เธอคนนั้น


การเลือกเจ้าผู้ครองรัฐของวารีเน่นั้นมีสองแบบแบบแรกก็คืออย่างที่บอก
เมื่อเธอคนนั้นกลับมาแน่นอนต้องได้เป็นเจ้าผู้ครองรัฐแน่ แต่ในระยะเวลาที่ดวงจิตของเธอ
ยังไม่เกิดใหม่ช่วงนั้นการคัดเลือกจะทำโดยอัญมณี


ซึ่งเลือกเจ้าผู้ครองรัฐขึ้นมาโดยพิธีกรรมของปราการและคนผู้นี้คือผู้ที่เหมาะสมในการให้
กำเนิดเธอผู้นั้นให้กลับมาหาดิโอลี 


นี่แหละคือเงื่อนไขในการให้ความร่วมมือของราชันย์แห่งภูต" เฟมีลนั่งฟังไปก็คิดไปก่อนจะ
พูดออกมาอย่างเข้าใจว่า


"นายหมายความว่าดิโอลีคนนี้ยื่นข้อเสนอให้ตระกูลวอลเดนรุ่นต่อมาให้ทำอย่างนี้ก่อนที่
จะมีการก่อตั้งอาณาจักร ให้เจ้าผู้ครองรัฐเป็นผู้หญิงในตระกูลวอลเดนเพื่อเป็นคนให้กำเนิด
ผู้หญิงที่ตัวเองรัก...โห งั้นจะต้องรอแต่ละช่วงกี่ปีกันล่ะเนี่ย เออ แล้วถ้าเกิดมีลูกขึ้นมาจะทำไง"


"ไม่มีหรอก เป็นข้อยืนยันของดิโอลีว่าจะไม่มีการกำเนิดบุตรของเขาและเธอให้เป็นที่
กินแหนงแคลงใจเรื่องอำนาจที่ใช้ปกครองในรัฐ ส่วนช่วงระยะที่รอคอยนั้นสำหรับภูต
แล้วเวลาแค่นั้นน้อยนิดมากเลยถ้าเทียบกับอายุของเขา"


"คงรักมากสินะ..."
"เธอว่าอะไรนะ" ลีโอก้มหน้าลงเพราะฟังคำพูดเของอีกฝ่ายไม่ชัด


"ฉันบอกว่า เขาต้องรักกันมาเลยนะ ถึงแม้ว่าการก่อตั้งรัฐจะมีประโยชน์หลายอย่าง
แต่สำหรับดิโอลีท่านนั้นคงมีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ได้คนรักของตัวเองคืนมาใช่ไหมล่ะ"
ลีโอพยักหน้าอย่างเงียบงันพร้อมกับตอบว่า


"ใช่ ดินแดนทั้งผืนน้ำนี้ ว่ากันว่ามีดิโอลีคอยรักษาและปกป้องไว้เพื่อรอเธอผู้เป็นดั่งดวงใจ
กลับมาเห็น เช่นเดียวกับตระกูลวอลเดนก็พยายามสร้างเมืองแห่งสายน้ำนี้ให้งดงามดังที่บรรพบุรุษหวัง"


"ธารากำสรวล เสียงหัวเราะของหญิงสาวอันเป็นที่รักที่เจ้าแห่งสายน้ำจะเก็บกักไว้ในห้วงธารานี้
ตลอดไป ใช่ไหมลีโอ..."


ความเงียบเข้าครอบคลุมตนทั้งสองไว้ เฟมีลไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าไรแต่เธอรู้เพียงแต่ว่า
เสียงเพลงภูตน้ำไม่เคยเบาลงเลย


เสียงเพลงที่เหมือนจะขับกล่อมให้ความง่วงงุนเข้ามาแทนที่ความแจ่มใส ลีโอเริ่มรู้สึกว่า
คนที่นั่งพับเพียบเริ่มโงนเงนจนสุดท้ายศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยผมสีดำขลับก็เอนมาซบเขา


ลีโอดึงไหล่คนที่หลับง่ายไม่ว่าที่ไหนเพื่อให้ขยับเข้าใกล้ไหล่เขามากขึ้น ศีรษะเล็กขยับเล็กน้อย
เพื่อหาท่าที่สบายที่สุดก่อนจะนิ่งไป ลีโอมองใบหน้าที่หลับด้วยความสบายใจนั้นอย่างอ่อนใจ


"วันนี้น่ะพากลับไปที่ห้องให้ไม่ได้หรอกนะ..."


ลีโอพูดเบาๆ กับคนที่หลับไปแล้วแต่ยังพลิกหน้าเหมือนจะรำคาญเสียงที่พูดอยู่ข้างหู
ทำให้คนพูดเตือนได้แต่ส่ายหน้าประมาณว่า ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาว่ากัน ไม่นานหลังจากนั้น
ชายหนุ่มก็หลับตาลงเช่นกัน


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27882 masok (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:33
    โรแมนคิกมากกกก
    #27,882
    0
  2. #27146 หยก (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 15:39
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #27,146
    0
  3. #26849 msn (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2552 / 13:04
    โรแมนติคจังงงงงงงงงงงง

    ^ O ^
    #26,849
    0