SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 93 : นิมิตแห่งภูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 ก.ค. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


แด่.....วันที่เลวร้ายที่สุด


วันนี้จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมห้องของกัลในขณะที่กัลและพี่ Veerandah (คู่แฝดของกัล)
ไม่อยู่ แล้วคุณคนนั้นก็กวาดทรัพย์สินไปร่วมหลายพันบาท


กัลไม่รู้จะทำยังไงดี(หลังจากที่แจ้งตำรวจเรียบร้อย) นอกจากนั่งซึมอยู่เกือบชั่วโมง
แล้วเริ่มจัดการเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มห้อง พร้อมกับพี่ Vee ที่ซึมหนักว่ากัล
เพราะเขาสอบวันนี้แล้วทำไม่ได้ แถมมีสอบพรุ่งนี้ด้วย(น่าเศร้าจริงๆ)


แต่อย่างเดียวที่ทำให้เราสองคนรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยก็คือ คุณแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้
ไม่แม้จะแตะต้องชั้นหนังสือของกัลเลยซักนิด มันยังคงดูเรียบร้อยเหมือนตอนที่กัลออกจากห้องไป


ดีใจจริงๆ ที่เป็นอย่างนั้น เพราะสำหรับกัลหนังสือทุกเล่มมีค่ามากกว่าทองเสียอีก
ดีที่เขาไม่ทำให้มันเสียหาย โชคดีจริงๆ


กัลละเหี่ยใจอยู่สักพัก และหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จก็เลยตัดสินใจเค้นตอนใหม่ออกมา
อย่างน้อยมันก็ทำให้กัลมีอารมณ์ที่จะทำอะไรมากกว่านั่งเฉยๆ


แค่อยากโพสค่ะ


กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 88 นิมิตแห่งภูต


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เฟมีลไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภาพตรงหน้าจะมีอยู่จริงในโลก ความสวยงามของผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังร่ายรำด้วยท่าทางอ่อนช้อยงดงามเหนือผืนน้ำ


มันเป็นการร่ายรำที่งดงามกว่ายิ่งการร่ายรำใดที่เฟมีลเคยเห็นมา เส้นผมสีทองสะบัดเคลื่อน
ตามแรงลมดุจแพรไหมชั้นดี หญิงสาวร่ายรำไปเรื่อยๆ


โดยไม่สนใจร่างของใครคนหนึ่งที่เคลื่อนเข้ามาโอบเอวร่างบางเอาไว้จากนั้นก็ยกตัวหญิงสาวขึ้น
เหมือนกับดีใจอะไรซักอย่าง ใบหน้าของผู้มาให้ทำให้เฟมีลต้องตั้งสติ...คนๆ นั้น
ไม่ใช่คนที่อยู่ในบ่อน้ำนั้นหรอกหรือ ทำไมมาอยู่ที่นี่


ความคิดยังไม่ทันจบเฟมีลก็ก้มลงตรวจสภาพตัวเองทันที มือของเธอ ตัวของเธอขาวใส
เหมือนกับวิญญาณ ความจำสุดท้ายก่อนที่จะสติจะหลุด เธอนั่งคุยอยู่ตาแมวแล้วไหงเธอมาโผล่ที่นี่ล่ะ


"เวนย์ ข้าหาที่ได้แล้วล่ะ" เสียงนุ่มของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมชาวสีฟ้าใส พูดขึ้นกับหญิงสาว
ที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดเขา


"จริงเหรอ ดีแล้วล่ะ เวลาของข้าใกล้หมดแล้ว ต้องรีบเตรียมการเอาไว้" เสียงระโหยไม่เข้ากับ
ใบหน้านวลที่พึ่งร่ายรำด้วยท่วงท่าสวยงามที่สุดนั้นเลย ใบหน้าดีใจของชายหนุ่มเศร้าหมอง
ลงทันทีก่อนจะอุ้มร่างของหญิงอันเป็นที่รักขึ้นแล้วเคลื่อนตัวมายังชายฝั่งที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์


"ข้าจะสร้างปราสาทเพื่อรอท่าน ทุกอย่างเพื่อท่าน ข้าจะทำให้ความหวังของท่านสำเร็จให้จงได้"
คำพูดยืนยันความตั้งใจเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี


"ข้าจะกลับมาแน่นอน วอลเดนไม่เคยผิดสัญญา น้ำตาวารีจะหลั่งเพียงครั้งเดียวเพื่อจะได้ไม่หลั่ง
ออกมาอีก ท่านคูมีร่าจะช่วยพวกเรานางบอกว่าจะสร้างคนที่ปกป้องอัญมณีนี้ให้แต่ว่า..."


"มีอะไรรึ เวนย์" ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นคนรักนิ่งเงียบไปนาน
"ปัญหาอยู่ที่ตัววาตารี...เขาจะยอมหรือ" น้ำเสียงเป็นกังวลของเวนย์ถูกแทนที่ด้วยแสียงหัวเราะ
ของชายคนที่โอบร่างเธออยู่


"เชื่อข้าเถอะ ข้ามองออกนะ วาตารีเป็นคนหยิ่งจนเกือบยโสทีเดียว ถ้าเจ้าวิหคไฟคนนั้นยอมรับคำ
ของคูมีร่า มีหรือคู่ปรับอย่างวาตารีจะไม่รับ"


"นั่นแหละที่ข้าห่วง วาตารีในตอนนี้ทั้งรักทั้งแค้น เพียงแต่เขาคนนั้นไม่มีตาไว้มองเธอเท่านั้น
การที่รับคำขอของคูมีร่าจะยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดหรือเปล่า ข้าไม่อยากให้น้องสาวของข้าต้อง
ทนทุกข์ทรมาน"


เสียงพูดตามด้วยเสียงหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนทำให้เฟมีลนึกถึงท่านคูมีก่อนตาย
ท่านก็มีลักษณะอย่างนี้เหมือนกัน ความเย็นยะเยือกเข้ามาแทนที่ความอบอุ่นที่อยู่ตรงหน้า
ในใจภาวนาว่าอย่าเลยอย่าทำให้คนสองคนนี้ต้องจากกัน โชคชะตาอย่าได้เล่นตลกอย่างนั้น


"เพราะทั้งรักทั้งแค้นเลยต้องรับไงเวนย์ เพราะรักจึงอยากให้ดวงตานั้นมองมายังตน
เพราะแค้นถึงอยากให้คนๆ จดจำตัวเองได้แม้จะเป็นความเกลียดก็ตาม
และเพราะทั้งรักและแค้นจึงขอเป็นคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แม้เวลาผ่านไปเท่าไรความคิดนี้
ของวาตารีก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก"


เวนย์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ภาพของชายหญิงตรงหน้าค่อยๆ ลอยไกลออกไป
 หูของเฟมีลเริ่มไม่ได้ยินเสียงสนทนาของคนสองคนนี้แต่กลับเป็นเสียงเรียกจากใครสักคน
ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ


"เฟ...เฟมีล...เฟมีล"


ดวงตาสีนิลค่อยๆ ลืมขึ้นสบกับดวงตาอีกคู่ของคนที่กระซิบเรียกเธอ แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามา
ทำให้เฟมีลรู้ว่าตอนนี้ยังเป็นกลางคืนอยู่แต่อาจจะดึกมากแล้ว เสียงเพลงหยุดไปตั้งแต่เมื่อใด
ไม่มีใครทราบ


"ฝันร้ายอีกหรือไงทำไมดูหน้าซีดๆ " เฟมีลยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองสติเริ่มเข้าสู่สภาพปกติ
และเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตนเองหลับในอ้อมกอดของฝ่ายตรงข้ามอีกแล้ว ใบหน้าก็แดงขึ้นน้อยๆ
ทำให้ลีโอคลายอ้อมกอดให้คนตัวเล็กขยับออกจนมานั่งพับเพียบตามเดิม


สายตาที่เสมองไปยังบ่อน้ำที่ไร้ภูตน้ำจากนั้นก็หันกลับมาพูดว่า
"เวนาไปไหนแล้ว" ลีโอส่ายหน้าเพราะเขาก็พึ่งตื่นเมื่อกี้เหมือนกัน


"เมื่อกี้นายหลับหรือเปล่า?" เมื่อเห็นเฟมีลถามเปลี่ยนเรื่องลีโอจึงตอบอย่างงๆ ว่า
"หลับ ทำไม"


"ฉันฝันเห็นผู้ชายกับผู้หญิงใช่ผู้หญิงผมทองสวยมากเหมือนเวนาเลย"
"เธอก็เห็นเหรอ" ลีโอถามขึ้นอย่างแปลกใจเพราะว่าเขาก็เห็น แต่เขากลับคิดว่าอาจจะคิดมาก
เกินไปจึงไมได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้ไม่ใส่ใจไม่ได้แล้ว


"ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรน้า....เว หรือ เวน นายจำได้ไหม" ลีโอหลุบตาลงอย่างครุ่นคิด
ก่อนจะโพล่งขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ว่า


"เวนย์ วอลเดน" เฟมีลเอียงหน้าสงสัยว่าชายหนุ่มพูดถึงเรื่องอะไรกัน
ลีโอยกมือขึ้นกุมหน้าผากเหมือนกับอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก


"อะไร นายเป็นอะไรปวดหัวไม่สบายเหรอ" ลีโอส่ายหน้าก่อนจะจ้องมองไปยังบ่อน้ำ
เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง


"เราลงไปข้างล่างกันก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะอธิบายใหัฟัง" เฟมีลยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฎิเสธร่างบาง
ก็ถูกรวบแล้วกระโดดลงมาจากคานหินทันที ลีโอลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวลพร้อมทั้งปล่อยร่าง
ของเฟมีลลงสู่พื้น เฟมีล


มองคนที่เดินไปเดินมาอย่างครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็หันกลับมาพูดว่า
"เฟมีล สงสัยว่าเราสองคนจะเจอสิ่งที่เรียกว่า...นิมิตแห่งภูต เข้าแล้วล่ะ"


"อะไรนะ...บ้า จะเป็นไปได้ไง เรายังไม่เคยเจอภูตที่...อ๊ะหรือว่าเสียงเพลงของภูตนั่น"
 ลีโอพยักหน้าเป็นคำตอบ


"แล้วทำไมเราไม่บ้าล่ะ เขาว่าคนที่เห็นนิมิตแห่งภูตจะเป็นบ้าไม่ใช่เหรอ" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย


"ความจริงฉันก็คิดอย่างนั้น แต่มาลองคิดอีกทีมันน่าจะมีอะไรมากมากว่านั้น
พิธีกรรมในวันนี้ความจริงไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคนนอกตระกูลจะมาเห็นได้


ฉันน่าจะรู้ตัวให้เร็วกว่านี้ เพราะต้องเป็นดิโอลีแน่ๆ ที่ร่ายนิมิตใส่พวกเรา
ท่านคงต้องการให้เราเห็นอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เป็นความสนุกเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนอยากรู้อยากเห็น"


"ขี้เล่นเหลือเกินเจ้าแห่งวารีนคนนี้" เฟมีลอดประชดไม่ได้ แต่ถ้าคำพูดในความฝันเป็นจริง
เฟมีลยังคิดไม่ออกเลยว่าท่านจะบอกใบ้ถึงอะไรมีสองคำที่เธอคุ้นหูคือ วาตารี กับ วิหคไฟ
จะมีอะไรเกี่ยวข้องกับอัญมณีสองอันนี้หรือเปล่า


"แล้วใครคือ เวนย์ วอลเดน" เฟมีลถามขึ้นอย่างสงสัย
"ผู้สลายนิมิตแห่งภูต คนนั้นนั่นแหละ" ลีโอตอบเสียงเรียบทำให้เฟมีลอยู่ในภาวะเอ๋อไป
ชั่วขณะเสียงที่ถามต่อมาจึงค่อนข้างตะกุกตะกักว่า


"หมาย...หมายความว่าเวนาคือ...เวนย์ คนสร้างแผนที่ บุคคลในตำนานคนนั้นกลับมาเกิดใหม่เหรอ"


ลีโอพยักหน้ารับคราวเฟมีลเริ่มลำดับญาติใครต่อญาติใครไม่ถูกแล้ว รู้สึกว่ากลไก
ในการสร้างอัญมณีขึ้นมาหนึ่งอันกับผู้ครอบครองนี้มันจะยุ่งยากกว่าที่คิด


"ตายล่ะ แล้วยังงี้ความทรงจำของเวนาจะมีความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองตอนที่เป็นท่านเวนย์อยู่ไหมล่ะ"
"ไม่รู้สิ แต่เท่าดูน่าจะมีอยู่ อาจจะไม่ได้จำได้ทันทีแต่ก็น่าจะฟื้นความทรงจำได้ทั้งหมดนะ"


"อย่างนั้นเวนาก็เก่งมาน่ะสิ แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมคนฟรานเชสก้าอย่างนายนถึงรู้เรื่องราวพวกนี้มากจัง"
ลีโอถอนลมหายใจออกมา ก่อนที่จะตอบว่า


"ฉันอยู่ปราการซินเทลล่าตั้งแต่เด็ก ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ที่นั่นมีมากกว่าใครจะคิด ฉันรู้เรื่องนี้เพราะ
ตอนเด็กๆ ไม่มีอะไรทำเลยอ่านเรื่องพวกนี้เล่นๆ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของตำนานปรำปรามากกว่า
ไม่คิดว่าจะมีจริง พอโตขึ้นอะไรๆ มันก็ดูจะชัดเจนขึ้นน่ะ"


คำตอบที่เหมือนจะชัดเจนแต่คลุมเคลือนี้ทำให้เฟมีลขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนัก
แต่ก่อนที่เธอจะถามต่อลีโอก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า.


"ตอนนี้เรารีบไปจากตรงนี้กันดีกว่า ก่อนที่พวกมาสเตอร์หรือภูตน้ำตนไหนจะมาเห็นเข้า"
เฟมีลพยักหน้าจากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากลานเล่าเรื่องไป


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

"ห๊าว!!!~" เสียงหาวรอบที่หนึ่งร้อยแปดของเฟมีลสร้างความประหลาดใจให้แก่เพื่อนๆ เ
ป็นอย่างยิ่งจนรีเนลต้องเอ่ยปากถามขึ้นว่า


"เมื่อคืนเธอคงไม่ได้หนีเที่ยวหรอกใช่ไหมเฟมีล" เฟมีลส่ายหัวดุกดิกจนผมที่ส่ายไปมา
เพราะตื่นสายเลยไม่ได้มัดผมปล่อยให้มันกระจายไปทั่วหลัง


"ไม่ได้หนีเที่ยวสักหน่อย แค่นอนไม่พอเท่านั้น" เฟมีลพูดพลางฟุบหน้าลงบนบ่าของเซที่ข้างๆ
เธอย่างง่วงๆ


"วันนี้เราลงไปเที่ยวข้างล่างกันดีกว่า" ข้างล่างของรีเนลคือ เมืองที่เมื่อวันที่มาพวกเฟมีล
นั่งคอนโดล่าผ่าน


"นั่นสิเห็นเมื่อวานกลุ่มของนายนิกบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานคัลล่าคาเปโล่
ที่ริเวียร่าตอนนี้เหล่าคัลล่าที่เมืองข้างล่างคึกคักกันใหญ่เลยน้า" มอรีลเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น
พอพูดถึงเรื่องเที่ยวสาวน้อยของเราเลยตาสว่างขึ้นทันที


"คัลล่าคาเปโล่ งานแข่งประจำปีของวารีเน่น่ะเหรอ งานนี้ฉันรู้จักน้า มาสเตอร์วาตารี
เคยพูดให้ฟังครั้งหนึ่ง เห็นว่าคัลล่าทั้งวารีเน่จะมารวมตัวกันที่ริเวียร่าเลยใช่ไหม"


"ช่าย ริเวียร่าจะปิดลำน้ำทุกสายเป็นสนามแข่งหาคัลล่าที่ฝีมือดีที่สุด น่าไปดูมากเลยล่ะ"
รีเนลพูดพลางจับผมเฟมีลมาถักอย่างรำคาญตา


"เราจะได้ไปไหมล่ะงานนี้ ตั้งริเวียร่าแน่ะ ไกลนะ" เซเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย ขณะที่ทั้งหมดกำลัง
สิ้นหวังอยู่นั้น นายชาลีก็วิ่งเข้ามาในห้องพักผ่อนตอนกลางวันของปราสาทอย่างดีใจปล้อง
ปากตะโกนขึ้นว่า


"นี่พวกเราใครอยากไปงานคัลล่าคาเปโล่บ้าง" สายตาทุกคู่ที่นั่งพักผ่อนรอเรียนในภาคบ่ายหัน
มามองชาลีกันเป็นตาเดียว ในมือชายหนุ่มผิวเข้มชูกระดาษอะไรไม่รู้ที่ถือติดมือมา
 พร้อมกับประกาศว่า


"พวกฉันไปขอมาสเตอร์ดูแลปราสาทมา ท่านอนุญาตให้ไปได้ล่ะ แต่ต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืนวันงาน
ใครอยากไปมาลงชื่อตรงนี้เลย ขอบอกว่ามีให้ลงวันนี้วันเดียววันอื่นไม่รับน้า"


รีเนลมองหน้าเฟมีลจากนั้นสองสาวก็วิ่งไปหาชาลีโดยไม่ต้องนัดหมาย...งานสนุกอย่างนี้มีเหรอ
ที่คนอย่างพวกเธอจะพลาด เซจึงหันมาถามมอรีลที่นั่งมองคนรุมนายชาลีอย่างอารมณ์ดีว่า


"ฉันว่าเธอไม่ได้ไปกับพวกเราหรอกมอรีล"
"ทำไมล่ะ ฉันก็ไม่ได้ไปไหนนี่" มอรีลเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ ก่อนที่จะเข้าใจเมื่อใครคนหนึ่ง
ทรุดตัวลงตรงหน้าเธอและเซ


"ไปเที่ยวงานกันไหม" น้ำเสียงที่ถามขึ้นโต้งๆ ต่อหน้าเซโดยไม่มีอาการเขินอายทำให้มอรีลหน้าแดง
ขึ้นอย่างเห็นชัดก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคืองฝ่ายตรงข้ามที่เอาแต่ใจตลอดเลย


"ไม่ ฉันจะไปกับพวกเซ" เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นอย่างงอนๆ เซอร์รัสเลยหันมาสบตาเซ
ว่าเขาทำอะไรผิด เซก็ได่แต่หยักไหล่ขำๆ และรอดูว่าพ่อหนุ่มผมเงินคนนี้จะทำยังไง
เมื่อเพื่อสาวของเธองอนซะแล้ว และเซอร์รัสก็เอ่ยในสิ่งที่ทำให้มอรีลประหลาดใจ


"งั้นฉันก็ไปกับพวกเธอแล้วกัน ตกลงนะวันงานเจอกัน"
"เดี๋ยว...โธ่ ตาสายลมบ้านี่เอาอีกแล้ว" มอรีลเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์เสียเมื่อคนเอาแต่ใจ
ก็ยังเป็นคนเอาแต่ใจเสมอ เซก็ได้แต่หัวเราะกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดนั้น


สองสาวที่วิ่งกลับไปลงชื่อพอวิ่งกลับมาจึงรู้ว่ามีคนจะติดสอยห้อยตามไปด้วยอีกหนึ่งคน
ทำเอาเฟมีลอดหัวเราะพร้อมส่งสายตาล้อๆ ไปหามอรีลไม่ได้


"มีเจ้าของไปคุมซะแล้ว ดีเลยคราวนี้อยากเห็นดาร์กี้สีเงินนั่นชัดๆ จัง" คนตัวเล็กค้อนเฟมีล
ใหญ่เมื่อเพื่อนไม่ปฏิเสธคำเอาแต่ใจของคนตัวโตนั่น


"โธ่มอรีล ก็มันสวยจริงๆ เธอเคยเห็นแล้วยังล่ะ ดาร์กี้สีเงินน่ะ" มอรีลไม่ตอบเมื่อมองนาฬิกาน้ำ
ก็เห็นว่าถึงเวลาเรียนภาคบ่ายแล้วทุกคนก็เริ่มเคลื่อนแยกย้ายกันไปยังลานเรื่องเล่าอีกครั้ง


ท่านภูตวารีตนใหม่กำลังเล่าเรื่องวิธีการร่ายรำของภูตน้ำในเผ่าต่างๆ อย่างเมามัน
เฟมีลก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงกระซิบถามมอรีลว่า


"มอรีลข้างใต้บ่อน้ำนั้นมีอะไรเหรอ" มอรีลมองไปที่บ่อน้ำกว้างกินเนื้อที่เกือบครึ่งของลานเล่าเรื่อง
ขอบบ่อเป็นขั้นบันไดไล่ระดับลงไปเรื่อยจนมองไม่เห็นความลึก น้ำสีฟ้าสดใสกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา
เพราะมีน้ำไหลลงมาจากแจกันยักษ์ลงมากระทบ


"ข้างใต้เหรอ?? เห็นว่าตรงนี้เป็นจุดที่น้ำลึกที่สุดนะ ว่ากันว่าดิโอลีจะประทับอยู่เบื้องล่าง
อันนี้ไม่แน่ใจนะเพราะว่าเป็นเรื่องเล่า เหล่าภูตน้ำที่ยังโตไม่เต็มวัยส่วนใหญ่จะอยู่ในน้ำมากว่าบนบก
ที่นี่เป็นแหล่งให้กำเนิดภูตเยอะไม่ต่างจากสามธารน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ริเวียร่าเลยล่ะ"


"เหรอ แล้วเคยมีใครเห็นดิโอลี คนนี้บ้างไหมล่ะ" มอรีลกัวเราะขึ้นเบาๆ ก่อนจะพูดว่า
"เฟมีล ไม่มีใครเคยเห็นท่านหรอก มันเป็นตำนานแต่ถ้าถามฉันว่าเชื่อไหมว่าท่านมีอยู่จริง
 ฉันก็เชื่อนะ ชาววารีเน่ทุกคนเชื่อว่า ดิโอลีคือคนคุ้มครองผืนน้ำแห่งนี้


แม้ว่าจะไม่เห็นท่านแต่ท่านอยู่ในใจเราเสมอ ตามประวัติอศาสตร์ปราสาทแห่งนี้รู้สึกจะสร้าง
เพื่อบูชาดิโอลีนะ ถึงได้ตั้งชื่อปราสาทว่าวารีนไงล่ะ" เฟมีลพยักหน้าอย่างเข้าใจ


เสียงฮือฮาดังขึ้นทำให้เฟมีลหลุดจากวังค์ของตัวเองมองขึ้นไปที่บ่อน้ำ ร่างของเวนาไรน์ วอลเดน
กำลังร่ายรำสาธิตให้ดูทำให้เธอแน่ใจ...ไม่ผิดแน่ คนๆ นี้ต้องเป็นเวนย์ วอลเดน แน่ๆ ท่าร่ายรำนี้
เหมือนกับที่เธอเห็นเมื่อคืนไม่มีผิด


"นี่ นี่ เฟมีลดูสิ รู้สึกไหมว่าวันนี้ เวนาสวยขึ้นกว่าเดิมอีกนะ" รีเนลสะกิดถามเฟมีลจึงได้
แต่หัวเราะอย่างเห็นด้วย...ผู้หญิงยามมีความรักมักสวยขึ้นเสมอ โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวยอยู่แล้ว


เฟมีลได้แต่ภาวนาอย่างที่เคยภาวนาในฝัน อย่าให้โชคชะตาแยกเขาทั้งสองอีกเลย
 ขอให้มีความสุขด้วยกันนานๆ นะคะ


'ขอบใจ'


เสียงนุ่มจากใครบางคนดังอยู่ข้างหูทำให้เฟมีลสะดุ้งเฮือก ในขณะที่ทุกคนต่างสนใจการร่ายรำ
เฟมีลกลับมองซ้ายมองขวาจนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองที่แจกันยักษ์นั่น....


ร่างของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีฟ้าใสในความฝันรอยยิ้มอบอุ่นที่สุดส่งมายังเธอ
 เฟมีลสังเกตว่าเวนาก็ก็เห็นเหมือนกัน ใบหน้านวลออกชมพูระเรื่อขึ้นเล็กน้อยแต่ยิ่งเสริมให้
การร่ายรำด้วยความรักนี้อ่อนหวานและสวยงามขึ้นอีก


เฟมีลเพียงโค้งหัวอย่างเคารพคนผู้นั้นน้อยๆ เพื่อไม่ให้ทุกคนสังเกตเห็น เสียงปรบมือดังก้องลาน
เรื่องเล่า ร่างของชายคนนั้นก็หายไป พร้อมกับเวนาที่เดินกลับที่นั่งของตัวเอง
เฟมีลก้มหน้าแอบยิ้มอย่างมีความสุข วารีเน่ปลอดภัยเพราะความรักของคนๆ นี้เอง


"เวนาสวยจริงๆ สวยมากๆๆ " รีเนลยังพร่ำเพ้อไม่หายขณะที่พวกเฟมีลกำลังรอคอนโดล่า
เพื่อลงไปยังเมืองข้างล่าง


"ใช่สวยเหมือนภูตวารีเลย" เซเห็นด้วย เฟมีลก็ได้แต่อมยิ้มอยู่คนเดียวว่า ก็ต้องสวยอยู่แล้ว
1 ใน 7 ของบุคคลในนิยามแห่งแผ่นดินเชียวนะ


"พวกเธอไม่เห็นพวกผู้ชายเหรอ โห เคลิ้มไปตามๆ กันเลย เอาล่ะสาวๆ ได้เวลาไปเที่ยวกันแล้ว"
 มอรีลเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเมื่อคอนโดล่าลำขนาดกลางเคลื่อนตัวมารับพวกเธอ
สาวๆ ทั้งห้าลงเดินลงไปอย่างระมัดระวัง


"นายนิกบอกว่ามีร้านน้ำชาอร่อยอยู่ตรงหัวมุมสะพานดันเล่ ลองไปกันดูไหม" รีเนลเสนอความคิด
เมื่อทุกคนพยักหน้ารีเนลจึงบอกกับพี่คัลล่าว่าให้ไปที่นั่นทันที


คอนโดล่าเคลื่อนตัวลงจากที่สูงเร็วกว่าขามาหลายเท่าตัว เฟมีลและเพื่อนยืดที่เกาะไว้
อย่างเหนียวแน่น คัลล่ามืออาชีพก็เก่งสมกับมืออาชีพจริงๆ การทำงานของพายลื่นไหล
 คอนโดล่าเคลื่อนตัวไม่มีสะดุดหรือติดขัดอะไรเลย สุดท้ายก็เป็นการล่องคอนโดล่าที่สนุกเที่ยวหนึ่ง


เมืองเบื้องล่างกำลังคึกคักอย่างที่นิกบอกจริงๆ คอนโดล่าทุกลำดูกระฉับกระเฉงเคลื่อนตัว
ด้วยเทคนิคเเพรวพราวจนทำให้คนนั่งสนุกไปด้วย


ร้านน้ำชาตรงสะพานดันเล่เป็นร้านที่มีคนพลุกพล่านมากคงจะอร่อยตามคำโฆษณาของนิกโคโลจริงๆ
 5 สาวมาถึงก็หาที่นั่งไม่ได้แล้วทั้งหมดเลยตัดสินใจเดินข้ามสะพานหินที่มีอยู่มากมาย
ไปยังอีกฝั่งของลำน้ำ


เดินเล่นไปมองอะไรไปเรื่อยมอรีลในฐานะเจ้าบ้านที่เคยมาที่นี่แล้วก็นำเที่ยวให้ทุกคนอย่างสนุกสนาน
สุดท้ายก็เลยไม่ได้กินขนมตามที่ตั้งใจกันไว้แต่แรก


"นี่ฉันนึกออกแล้วที่นี่มีร้านน้ำชากลางน้ำด้วยน้า" มอรีลพูดเหมือนนึกขึ้นได้เฟมีลจึงถาม
อย่างตื่นเต้นว่า


"เหรอ แล้วอยู่ที่ไหนล่ะ มีเค้กอร่อยๆ หรือเปล่า" มอรีลทำท่าทางคิดสุดท้ายก็นึกออก
"ต้องไปที่ท่าคอนโดล่า เราไปกินอาหารเย็นกันที่นั่นดีกว่า" รีเนลจึงจัดการเดินไปที่ป้ายรอคอนโดล่ารอ
ไม่นานคอนโดล่าก็มาแล้วทั้งหมดก็เดินทางต่อไปที่ท่ารอคอนโดล่าที่ชานเมืองกัน


ท่ารอคอนโดล่สในยามเย็นเต็มไปด้วยผู้คนตามเดิม คอนโดล่าที่จะไปริเวียร่ารอบสุดท้าย
กำลังจะออกจากท่า ส่วนคอนโดล่าที่จะไปเมืองอื่นก็ใกล้จะออกแล้วเหมือนกัน


ผู้คนเร่งเรีบเดินขึ้นกันใหญ่ สาวน้อย 4 คนก็ได้แต่เดินตามเจ้าถิ่นไปยังสุดท่าคนที่หนาตาอยู่ตามทาง
ก็บางตาลงอย่างเห็นได้ชัด ที่นั่นมีคอนโดล่าซึ่งตกแต่งจนเหมือนร้านอาหารกลางน้ำจอดอยู่
มองออกไปยังลำนำเบื้องนอกมีหลายลำที่ลอยไกลออกไป


มอรีลเดินตรงเข้าไปทักทายคนดูแลคอนโดล่าอย่างคุ้นเคยก่อนจะหันมาส่งยิ้มพร้อมทั้งโบกมือ
เรียกเพื่อนที่ยืนรออยู่ห่างๆ อย่างดีใจ


คอนโดล่าเคลื่อนตัวตามกระแสน้ำอย่างเอื่อยเฉื่อย สาวๆ ทั้ง 5 ต่างกินอิ่มคุยสนุกนั่งชื่นชม
ปราการวารีนที่ส่องประกายท่ามกลางแสงจันทร์อยู่บนภูเขาอย่างมีความสุข


"ที่นี่สงบจริงๆ นะ เป็นความเงียบที่ไม่ทำให้เรารู้สึกเหงาเลย มีแต่ยังไงล่ะ เหมือนมันอบอุ่นตลอดเวลา"


เฟมีลพูดขณะที่รีเนลกำลังเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีคล้ายกีต้าจากคุณลุงที่คอยดูแลอยู่บนคอนโดล่า
"ใช่ เอเบียร่า ก็เป็นอีกเมืองที่เราชาววารีเน่ภูมิใจ แต่น่าเสียดายที่นี่อยู่ไกลจากริเวียร่า
เป็นเหมือนเมืองหลวงชั้นในของรัฐ คนที่จะเข้ามาที่นี่ต้องมีพลังเวทวารีค่อนข้างสูง" มอรีลเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย


"แต่มันก็ทำให้คนที่รักสายน้ำเท่านั้นไม่ใช่เหรอถึงจะมาถึงนี่ได้ เอเบียร่าถึงได้คงความสงบอย่างนี้
ได้มาหลายพันปี เฮ่อ อิ่มจังเลย"


เซพูดพร้อมทั้งทิ้งตัวลงพิงกับพนักเบาะที่ทำคล้ายเก้าอี้ที่ไม่มีขาเพื่อใช้ตั้งในคอนโดล่าโดยเฉพาะ


"ฉันว่าเราต้องกลับกันแล้วล่ะ เดี๋ยวจะเลยเวลาเข้าปราสาท" มอรีลเอ่ยขึ้นเมื่ออาหารของคาว
ของหวานถูกเก็บออกไป คอนโดล่าเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝั่งทุกทีหลังจากล่ำลาคุณลุงเจ้าของคอนโดล่า
เรียบร้อย


5 สาวจึงต่อคอนโดล่าจากที่ท่าเรือตรงขึ้นสู่ปราสาทวารีนทันที ภาพของปราสาทในยามค่ำคืนนี้
เฟมีลจะจดจำไปตลอดชีวิต เมืองที่เงียบสงบแต่ไม่เงียบเหงา เมืองที่ดิโอลีเจ้าแห่งวารีนสถิตอยู่...
และเมืองนี้คือเมืองที่เต็มไปด้วยอารยะแห่งภูต


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27827 S.Novar (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 23:53
    So funny!!!
    #27,827
    0
  2. #27147 หยก (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 16:13
    อันนี้ก็สนุกนะ ก็ชอบเหมือนกัน
    #27,147
    0